Accueil / โรแมนติก / ผู้มอบแสงแห่งรัก / บทที่หก เซอร์ไพรส์...

Partager

บทที่หก เซอร์ไพรส์...

last update Date de publication: 2026-04-20 10:10:51

บทที่หก เซอร์ไพรส์...

“มาคุยเรื่องของวิวกันดีกว่า”

“เรื่องอะไรคะ?”

“ทำไมไม่บอกพี่ครับ? ว่าเรากำลังเดือดร้อนอยู่” คิ้วหนาเลิกขึ้นสูงอย่างต้องการคำตอบ

วรดาทำหน้างงส่งไปให้คนอายุมากกว่า “แล้วจะให้หนูบอกคุณว่ายังไงคะ” เขาคิดอะไรอยู่ จู่ ๆ จะให้เธอไปบอกเขาว่า ‘คุณรุจขา หนูยังไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมเลยค่ะ’ อย่างนี้น่ะเหรอ

“ก็บอกพี่ตามความจริงไง”

“คุณก็พูดง่ายนี่คะ คุณไม่ใช่หนู อีกอย่างถ้าหนูบอกคุณไปแบบนั้น มีหวังคนอื่นคงคิดว่าหนูอยากจะ...” คนตัวเล็กลืมตัวไปชั่วขณะ ร่ายยาวเหมือนคนกำลังตัดพ้อ

“อยากจะอะไรครับ”

ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกสูดเข้าปอดไปอย่างจงใจ ตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในนี้ ไม่รู้ว่าเธอสูดลมเข้าปอดไปแล้วกี่รอบ!

“จะให้หนูบอกคุณในฐานะอะไร คุณคงลืมไปแล้วว่าหนูเป็นแค่ลูกจ้าง ถ้าเกิดมีคนรู้ว่าค่าเทอมคุณเป็นคนจ่ายให้ แล้วไหนจะทองที่หนูใส่อยู่คอนี่อีก” ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามีคนรู้เข้าเธอจะได้รับสายตาแบบไหนจากคนที่นี่

อติรุจน์หยุดคิดตามคำพูดของหญิงสาว และมันก็จริงอย่างที่วรดาพูด ถึงแม้ว่าคนที่นี่จะมีแต่คนที่อัธยาศัยดี แต่นั่นมันก็แค่ตอนที่อยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น หลับหลังจะเป็นยังไงเขาก็ไม่สามาถรู้ได้

เขาไม่ได้กลัวว่าจะมีใครรู้เรื่องนี้หรือไม่ แต่เขาห่วงความรู้สึกของคนตัวเล็กตรงหน้านี้ต่างหาก

วรดารู้สึกเบาใจขึ้นมาได้อีกนิด เมื่อเห็นอติรุจน์หยุดนิ่งคิด และเธอต้องรีบทำบางอย่างก่อนที่เขาจะรู้ตัว

หญิงสาวรีบก้มหน้าลง พร้อมกับมือที่คลำหาตะขอสร้อยทองไปด้วย เมื่อเจอเป้าหมายและเตรียมที่จะทำขั้นตอนต่อไป ทว่ากลับไม่ทันคนตัวโตที่ลุกมาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้

“เดี๋ยวพี่ถอดให้ครับ” เขาเป็นคนใส่ให้ ก็ต้องเป็นคนถอดให้สิ

ถูกต้องมั้ย

“เอ่อ...ค่ะ” ขณะนั้นเองเธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองคิดผิดมหันต์ที่เปิดโอกาสให้เขา

ขนอ่อนบนร่างกายเธอพร้อมใจกันลุกชูชัน แรงสั่นระรัวจากอกข้างซ้ายดีดดิ้นอย่างสุดกำลัง จนต้องยกมือขึ้นไปจับที่หน้าอกเอาไว้

เมื่ออติรุจน์ไม่ได้ทำแค่ถอดสร้อย แต่เขากลับฝั่งจมูกคมลงไปที่ต้นคอเธอด้วย ซ้ำกันนั้นเขายังสูดดมจนมันเกิดเป็นเสียงดังฟอด

“ใจเต้นแรงมาก” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากถอนจมูกคมออกจากต้นคอของหญิงสาว

น้ำเสียงแหบพร่าอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นมาข้างหูตามเดิม สติและสมาธิของเธอแทบเตลิดหายไปไกล

ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาวนลูบอยู่ที่เดิมอีกจนได้ และดูเหมือนว่าร่างกายเธอจะชอบในสิ่งที่เขาทำมากเสียด้วย แค่แรงขาที่จะพาตัวเองลุกไปจากเก้าอี้ทันทีที่เขาทำ

ก็แทบไม่มี!

“มัดจำไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่จะทบคืนทั้งต้นทั้งดอก” เป็นอีกครั้งที่เขาอารมณ์ดีในเช้าวันนี้

แต่จะว่าเป็นอีกครั้งคงไม่ได้ เพราะนับตั้งแต่ที่วรดาก้าวขาเข้ามา กลิ่นหอมประจำตัวของหญิงสาวลอยมาแตะที่จมูกเขาแค่นั้น ก็ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาทันที

คนถูกกระทำชะงักนิ่งค้างสติเธอยังอยู่ครบ ทว่าเหมือนมีบางอย่างที่มันหายไปจากตัวเธอนั่นก็คือ

เสียงเธอหาย!

มันไปหลบอยู่ที่ไหน!

ทำไมไม่รู้จักปฏิเสธผู้ชายตัวโตคนนี้สักที!

ฉันจะวูบแล้วนะเธอ รีบหาเสียงตัวเองเจอสักที

ยัยวิว!

เมื่อเห็นว่าวรดายังนั่งนิ่งแถมเงียบผิดปกติ เขาจึงสูดดมแก้มนุ่มนิ่ม เพื่อเรียกสติให้กับหญิงสาว

ก่อนจะตัดสินใจยืดตัวขึ้นเต็มความสูง และเดินมานั่งลงที่เดิม อติรุจน์เอื้อมมือไปหยิบถุงกำมะหยี่สีแดงที่มันถูกวางไว้บนขอบโต๊ะทำงาน

เขาเปิดมันออกและนำสร้อยลงไปเก็บไว้ตามเดิม จากนั้นจึงยื่นมันไปให้กับคนที่อยู่ตรงหน้า

วรดามองเห็นทุกการกระทำของเขา ตั้งแต่ขายาวก้าวเดินออกจากเธอไป จนกระทั่งตอนที่เขานั่งลงแล้วเอาสร้อยใส่ไว้ในถุงสีแดงนั้น แล้วยื่นมันมาให้อยู่ตรงหน้าเธอ

“อะไรคะ?” วรดาถามด้วยความแปลกใจ เขาคงจะไม่ได้ให้เธอหรอกใช่มั้ย

“...” อติรุจน์ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาส่งเพียงสายตาไปมองถุงสีแดง ก่อนจะหันสายตากลับมามองหน้าเธอ

“ให้หนูเหรอคะ?” เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดไปก่อนหน้านี้เลยเหรอ

อติรุจน์พยักหน้ารับ

“หนูรับไว้ไม่ได้ค่ะ” มันมากมายเกินไปสำหรับเธอจริง ๆ

“...” เขาเงียบแล้วมองสบตากับวรดานิ่งๆ

วรดาเองก็ทำอย่างที่อติรุจน์ทำเช่นเดียวกัน ทว่าเธอกลับเป็นฝ่ายรับแรงกดดันจากเขาไม่ไหว จนต้องเป็นฝ่ายหันสายตาหลบไปทางอื่นแทน

“หนู...รับไว้ก็ได้ค่ะ แต่ขอไม่ใส่นะคะ” ท้ายที่สุดเธอก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี แต่เธอไม่ใส่มันหรอกกลัวหายก็กลัว ไหนจะเจอคำถามอะไรต่อมิอะไรตามมาอีกมากมายจากคนรอบข้างเธออีก

“ครับ” น้ำเสียงทุ้มน่าฟังเอ่ยตอบหญิงสาวอย่างเข้าใจ เพราะเขารู้ดีถึงเหตุผลของวรดา

นิ้วเรียวสวยพนมมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม พร้อมกับก้มหน้าผากลงไปชิดกับปลายนิ้วมืออย่างสวยงาม

อติรุจน์มองภาพนั้นอย่างปลาบปลื้ม พลางคิดไปว่าถ้ามือสวยๆ ของวรดา มาไหว้บนหน้าอกของเขามันคงจะดีไม่น้อย

พอเห็นรอยยิ้มอบอุ่นในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นมา ทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเธอสั่นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง ยอมรับว่ามันมีผลต่อหัวใจเธอมาก จนแอบคิดไปว่าตนเองจะเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า มันเต้นแรงแถมยังถี่และบ่อยเหลือเกิน

“ขอบคุณที่เมตตาหนูนะคะ”

“เรื่อง?”

คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะคลายมันออก เมื่อเธอยังต้องตอบคำถามของเขา “ทั้งสองเรื่องเลยค่ะ ทั้งค่าเทอม ทั้งเรื่องสร้อยด้วยค่ะ”

“ครับ” อติรุจน์พยักหน้ารับ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้น

สวย คนอะไรสวยมาก

“คุณรุ...”

“พี่ครับ เรียกพี่ให้ชื่นใจก่อน” มุมปากหยักหยุดยิ้มแทบจะทันที เรียกเขาแต่คุณรุจอยู่นั่นแหละ ฟังแล้วรู้สึกขัดใจชะมัด

“เอ่อ...” แล้วเธอเรียกเขาว่าคุณ มันไม่ดีหรืออย่างไรกัน

“ขอเรียกตอนอยู่กันแค่สองคนได้มั้ยคะ” ถ้าเธอเรียกในตอนที่ไม่ได้อยู่กับเขาแค่สองคน เกิดคนอื่นมาได้ยินเข้า มีหวังคงพากันคิดว่าเธอแอบตีเนียนอยากเป็นคุณนายของฟาร์มแหงๆ และที่เธอขอเรียกตอนอยู่กันแค่สองคนนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะเธอกับเขาคงจะไม่มีโอกาสแบบนั้นแน่นอน

“ได้ครับ” จะเรียกเขาตอนไหน เขาก็ยินดีให้เธอเรียกทั้งนั้น จะเรียกเขาไปเลยตลอดชีวิตก็ได้ เขายินดีให้เธอเรียก

เมื่อเขาไม่ได้พูดอะไรต่อแถมยังหันไปสนใจอย่างอื่น มันทำให้บรรยากาศภายในห้องรู้สึกอึดอัดขึ้นมาถนัดตา

เธอจึงใช้โอกาสนี้มองสำรวจไปตามห้องทำงานของเขาอย่างคนเสียมารยาท จนสายตาเธอไปหยุดอยู่ที่ของสำคัญ มันถูกทำให้กลับมาเป็นตามเดิมเหมือนตอนที่เธอหิ้วมาให้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน

คนที่มัวแต่สนใจอย่างอื่นอยู่เมื่อสักครู่ รู้สึกถึงความเงียบผิดปกติ จึงเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะหันไปตามสายตาของคนตรงหน้า

"หิวมากครับ เลยรีบกิน กลัวแฟนรอนาน” คนตัวโตพูดขึ้นหลังจากหันหน้ากลับมาแล้ว เขาว่าพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างอวดฟันซี่สวย

หญิงสาวเบนสายตาไปทางคนพูดเล็กน้อย เวลานี้เขาโมเมว่าตัวเองเป็นแฟนของเธอไปแล้ว มันช่างเหมือนกับวันนั้น วันที่เขาไปส่งเธอที่มหาลัยเสียจริง วันนั้นก็โมเมว่าตัวเองเป็นพี่เธอ “ไม่ใช่แฟนสักหน่อยค่ะ” เสียงอ้อมแอ้มตอบเขาไปอย่างเขินอาย “อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ เดี๋ยวคุณนายรู้เข้า หนูจะไม่มีที่อยู่นะคะ” เธอว่าตามที่รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เธอมาอยู่ที่นี่เพื่อขออาศัยแลกกับการทำงาน เธอไม่ได้อยากมาเป็นเมียลูกเจ้าของฟาร์มเลย

“...”

ทว่ากลับไม่มีคำใดหลุดออกมาจากปากหนา มีเพียงสายตาคมกริบที่ทอดมองมาหาเธอ

ความเงียบเกิดขึ้นไปชั่วขณะ คนที่รับแรงกดดันต่อไปไม่ไหวอย่างเธอ จึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องแล้ว

“หยุด!” เสียงเข้มเอ่ยเตือน

ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังจะเดินไปถึงบานประตูกระจกหนาหยุดชะงักลง

“คะ?” เธอหันหลังกลับมาพูด ก่อนจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร

แต่ขอโทษด้วยเธอก็มีงานต้องทำเหมือนกัน ไม่ใช่มานั่งคุยเล่นกับเขาอยู่ในห้องแบบนี้

“พี่ยังไม่ได้พูดสักคำ ว่าให้เราออกไปเลยนะ” แล้วคิดจะดื้อตาใสไม่ฟังกันด้วย “วิวหยุด!!”

ทว่าคราวนี้แทบจะกลายเป็นเสียงตะโกน เมื่อเธอดึงดันที่จะเดินไปให้ถึงประตูให้ได้

อุณหภูมิในห้องว่าหนาวแล้ว ยังไม่เท่ากับเสียงของเขาที่เอ่ยเตือนเธอในเวลานี้

ขาเรียวหยุดชะงักลงทันที ตีเนียนปรับสีหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หันกลับไปพูดกับเขา “คุณรุจมีอะไรให้หนูช่วยต่ออีกเหรอคะ” ในใจก็ยังแอบนึกหวั่นกับเสียงเมื่อสักครู่อยู่ไม่หาย

อติรุจน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เท้าหนาก้าวเข้าไปหาหญิงสาว ที่ยังยืนอยู่จุดเดิมอย่างไม่รีบร้อน

จนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็กได้สำเร็จ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่หวานของวรดา มันมีความกังวลซ่อนอยู่ในนั้น

ขณะนี้อติรุจน์ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมา เขาลุกเธอหนักไปหรือ เขาคิดว่าตัวเองค่อยเป็นค่อยไปแล้วเสียอีก

เสียงถอนหายใจจากเขา ไม่ได้ทำให้ความกังวลใจของเธอลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

กลับกันมันยิ่งมีมากขึ้นไปอีก เมื่อเธอรวบรวมความกล้าจ้องตาเขากลับคืนไปแบบตรง ๆ บ้าง

“คุณรุจ” เธออยากพูดให้กระจ่าง ก่อนจะขอตัวออกไปจากที่นี่ เพราะภารกิจที่เธอได้รับมอบหมายทำสำเร็จแล้ว ไม่ใช่มานั่งคุยกับเขาอยู่แบบนี้

ทว่ามันดันเป็นจังหวะเดียวกันที่เขาจับมือเธอ แล้วพาเดินไปนั่งลงเก้าอี้ตัวเดียวกันกับเขาอย่างทุลักทุเล เพราะเธอไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งขืนตัวก็แล้ว สะบัดให้แขนหลุดก็แล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นผล

“พี่ยังไม่ได้บอกเราสักคำว่าให้ออกไป” อติรุจน์พูดขึ้นเมื่อจับคนตัวเล็กมานั่งลงบนตักตัวเองได้จนสำเร็จ พร้อมกับมือแกร่งจับไหล่บาง หมุนให้วรดาหันหน้ามาเผชิญกัน

เธอขืนตัวออกได้เพียงเล็กน้อย ก็ถูกเขาจับหมุนตัวไปใหม่ตามเดิม

“คุณรุจ! ปล่อยด้วยค่ะ เดี๋ยวก็มีคนเปิดประตูเข้ามาเห็นหรอก” วรดาทั้งพูดทั้งคอยหันไปมองบานประตูสลับกันไปมา เมื่อขัดขืนไม่สำเร็จจึงได้นั่งนิ่ง

ก่อนจะพยายามจะลุกออกจากตักของคนตัวโตใหม่อีกรอบ คิดเหรอว่าเธอจะยอมถอดใจง่ายๆ

แต่ผลลัพธ์กลับเหมือนเดิม

คือไม่สำเร็จ!

เธอเลยเงยหน้ามองเขาแล้วส่งสายตาคาดโทษไปให้แทน

อติรุจน์มองดูสาวน้อยด้วยสายตาขำขัน อาการของเธอราวกับหมาน้อยที่กำลังขู่เจ้าของอย่างไรอย่างนั้น

เขาโน้มใบหน้าลงหมายจะหอมแก้มนวลของคนบนตัก ทว่าเขากลับเปลี่ยนเส้นทาง จากแก้มมาเป็นปากของเธอแทน

เขาไม่ได้กระทำการอุกอาจ โดยการเอาอวัยวะที่ไม่มีกระดูกเข้าไปสำรวจในปากของหญิงสาวทันที แต่เขาใช้ปากหนาขบเม้มไปตามกลีบปากบางอย่างอ้อยอิ่ง

เพื่อเป็นการทักทายหญิงสาวให้เธอไม่รู้สึกตื่นกลัวมากจนเกินไป

วรดาตัวแข็งทื่อดวงตาคู่หวานเบิกโพลงขึ้นราวกับคนตกใจอะไรบางอย่าง มือบางที่ตกอยู่ข้างลำตัวเริ่มสั่นเทา

เรี่ยวแรงที่จะให้ต่อต้านขัดขืนเขามันหายไปหมด สมองคิดประมวลผลว่าเธอควรทำสิ่งไหนเป็นอันดับแรก

กระทั่งผ่านไปครู่หนึ่งผลก็ออกมาว่า ให้เธอตั้งสติก่อนเป็นอันดับแรก เธอต้องรีบและทำเดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่จะมีใครเข้ามาเห็นภาพนี้เสียก่อน

มือบางที่ยังเย็นเฉียบแต่ไม่สั่นเหมือนกับตอนแรก รีบยกมือขึ้นไปตบที่แผ่นหลังหนาไม่เบานัก เพราะต้องการให้เขาหยุด อีกทั้งเธอยังพยายามดิ้นขัดขืนอย่างสุดแรง

นาทีลุ้นระทึกคลืบคลานเข้ามาใกล้เต็มที เหมือนว่าเธอจะได้ยินเสียงคนคุยกันที่หน้าประตูห้องทำงานของเขาด้วย ภาวนาขออย่าให้มีใครเปิดประตูเข้ามาในห้องเขาตอนนี้เลย

สาธุ

ทว่าโชคก็ยังไม่เข้าข้างเธออยู่ดี!

“เซอร์ไพรส์!!”

เสียงของสองหนุ่มที่เดินเข้ามาพูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบตามเดิม เพราะกำลังยืนนิ่งอึ้งกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

“เฮ้ย! ไอ้รุจมึงจะมากินกันตอนนี้ไม่ได้เว้ย!”

เสียงหนึ่งในสองคนพูดขึ้น ทำเอาพนักงานที่นั่งทำงานกันเงียบๆ ต่างพากันชะงักและหันมามองทางนี้เป็นตาเดียว

ทว่าโชคก็ยังไม่เข้าข้างเธออยู่ดี! หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องได้แต่โอดครวญในใจ ‘ฟ้าสร้างแต่สวรรค์ดันไม่เข้าข้างเธอเลยสักนิด’ ช่างเป็นจังหวะที่โบ๊ะบ๊ะมาก

แล้วแบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!

พึ่งมาอยู่แท้ๆ แต่ดันมาทำเรื่องแบบนี้กับเขาที่เป็นเจ้านายของคนที่นี่อีก คราวนี้ทุกคนคงมองว่าเธออยากจะเป็นคุณนายของจริงแล้ว

ดวงตาคู่หวานหลับพริ้มลง อย่างคนยอมรับชะตากรรม พร้อมกับออกแรงงับเข้าที่ปากหนาอย่างจัง จนคนที่รังแกเธออยู่รีบผละออกไปอย่างรวดเร็ว

“วิว กัดพี่ทำไม” อติรุจน์พูดขึ้นด้วยความตกใจ

ก่อนจะหันไปมองบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญอย่างไม่สบอารมณ์

มันช่วงเลือกเวลากันมาได้พอดีมาก!

ประตูที่เปิดอ้าซ่าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะปิดลง ถูกเจ้าของห้องมองอย่างหัวเสีย จนหนึ่งในผู้มาใหม่รีบทำตามอย่างไม่อิดออด

วรดายังคงนั่งก้มหน้านิ่งอยู่บนตักแกร่ง ปากบางขบเม้มเข้าหากันจนแน่น อายแสนอายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนเธอลุกออกจากตักเขาไม่ทัน รู้ตัวอีกทีเธอก็เห็นสองหนุ่ม อายุน่าจะใกล้เคียงกับเขาเดินมานั่งลงเก้าอี้แล้ว

“ขนกันมาทำไม” อติรุจน์พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าของชายหนุ่มแสดงออกอย่างชัดเจน

“มาหาเพื่อนครับ ไม่ได้เจอกันนานคิดถึง” วีรภัทรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้เป็นที่สุด หลังจากนั่งลงพร้อมกับธาวินแล้ว

หนุ่มหน้าตี๋ยิ้มกว้างออกมา บ่งบอกถึงความสุขที่ตนได้มาหาเพื่อนในวันนี้

“กูบอกมึงแล้ว ถ้ามาแบบไม่บอกมันก่อนจะโดนมันสวดเอา” ธาวินพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองทางสาวน้อย ที่นั่งก้มหน้าบนตักของอติรุจน์

“ถ้ามาแบบบอกมันก่อนจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์เหรอวะ” หนุ่มหน้าตี๋แสยะยิ้มมุมปาก ยักคิ้วขึ้นข้างหนึ่งส่งไปให้เพื่อน “ไม่คิดจะแนะนำให้เพื่อนรู้จักหน่อยเหรอครับ”

บทสนทนาระหว่างสามหนุ่มเปลี่ยนหัวข้อมาเป็นเธอ เวลานี้เธอทำอะไรได้บ้างนอกจากนั่งก้มหน้าอยู่แบบนี้

ตั้งแต่อติรุจน์เริ่มเปิดประเด็นคุยกับเพื่อน เธอน่าจะขอตัวออกไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

ไม่น่าเลยวรดาเธอพลาดแล้วพลาดอีก

“เมียกูเอง”

“ห๊ะ!!” เสียงอุทานของชายหนุ่มทั้งสองคนดังขึ้นพร้อมกัน

กระนั้นยังไม่เท่ากับหญิงสาวที่รีบเงยหน้ามองเขาจนคอแทบเคล็ด

คนบ้านี่!!

ทำไมไปบอกเพื่อนตัวเองแบบนั้น

“ไม่ชะ…” ไม่ใช่คำนี้ของเธอถูกกลืนลงคอไปอย่างแสนเสียดาย เมื่อเจอสายตาคมดุที่มองลงมา

“มึงไปมีเมียตอนไหน ทำไมพวกกูสองคนไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วมึงจัดงานตอนไหนวะ” วีรภัทรพูดออกมาอย่างไม่เข้าใจ

อติรุจน์เพื่อนของเขาคนนี้มีแฟนนับคนได้ ไม่เห็นว่ามันควงใครมานานแล้วด้วย และเป็นคนที่ตามตัวยากมากสุดเวลานัดเจอกัน เดี๋ยวบอกว่างานยุ่งบ้างล่ะ มีประชุมเข้าร่วมโครงการบ้างล่ะ บอกว่าต้องเข้าไปดูโรงงานบ้างล่ะ

หรือว่าที่มันพูดมาโกหกพวกเขาทั้งนั้น!

“งานแต่งจะจัดขึ้นเร็วๆนี้ เตรียมตัวเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ด้วย”

วรดานึกอยากจะจับเขาแล้วมาเขย่าให้หัวหลุดออกจากกันเสียจริง

ใครจะแต่งงานกับเขากัน!

“มึงไปหลอกลูกสาวใครมาหรือเปล่าไอ้เสือ” คราวนี้เป็นเสียงของธาวิน ชายหนุ่มผู้มีรูปร่างสมาร์ตไม่ต่างไปจากเจ้าของฟาร์มพูดขึ้น

เขาว่ากันว่าคนที่มักเก็บตัวอยู่แต่กับงานไม่ค่อยชอบเข้าสังคม พวกนี้แหละคือเสือซุ่มเงียบ

คงจะจริง

“เปล่า ไม่เคยได้ยินรักแรกพบเหรอ”

“หึ” ได้ยินอย่างนั้นธาวินก็นึกขำ “เคยได้ยิน แต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับมึง” อายุก็ไม่ใช่น้อยกันทุกคนแล้ว มันยังสรรหาคำมาพูดเหมือนวัยรุ่นอีก

“สาวน้อย เหมือนเราจะเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่า” หนุ่มหน้าตี๋เปลี่ยนคำถามหันมาหาสาวน้อยแทน

ความเงียบของห้องทำงานขนาดสี่เหลี่ยมกลับมาอีกครั้ง หลังจากเพื่อนของเขาพากันกลับออกไป

แต่เธอยังไม่ได้ออกไปไหน นั่นเป็นเพราะอติรุจน์ยังไม่อนุญาตให้ออกไปจากห้องต่างหาก

เวลานี้เธอไม่ได้นั่งอยู่บนตักของอติรุจน์แล้ว แต่กลับนั่งมองหน้ากันแทน มีเพียงโต๊ะทำงานตัวใหญ่กั้น ราวกับตำรวจกำลังสอบสวนผู้ร้าย เธอนั่งชั่งใจตัวเองอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจถามเขาออกไป

“ทำไมถึงบอกเพื่อนคุณรุจไปแบบนั้นคะ”

สายตาคมดุมองเธอนิ่ง ไม่มีคำใดเอ่ยออกมา วรดาจึงคิดว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป ก่อนจะถามเขาใหม่อีกครั้ง

“ทำไมพี่รุจถึงบอกเพื่อนไปแบบนั้นคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่พี่ว่าสักหน่อย”

“อยากเป็นมากครับ” คนอายุมากกว่าสวนขึ้นมาทันควัน

หัวใจคนฟังกระตุกวาบราวกับถูกไฟช็อต แววตาของเขาสื่อมาให้เธอไม่มีทีท่าว่าล้อเล่นเลยสักนิด อีกทั้งมุมปากหนายังมีรอยยิ้มร้ายกาจซ่อนอยู่

วรดารีบก้มหน้างุดลงเพื่อซ่อนอาการบางอย่างจากเขา มือไม้ที่วางทับกันอยู่บนตักบีบเข้าหากันจนแน่น จู่ ๆ ก็เริ่มเย็นเฉียบ ขณะที่แก้มทั้งสองข้างรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ จนนึกอยากยกมือขึ้นไปลูบ

“พี่รุจ...เท่านี้มันก็เกินไปมากแล้วค่ะ” เธอพูดขึ้นหลังจากรวบรวมความกล้าเงยหน้ามองเขา

“ใจร้ายจังเลยครับ” อติรุจน์พูดตัดพ้อคนตรงหน้า ทว่ามุมปากของเขายังประดับไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นพวงแก้มนุ่มนิ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู

“…”

“กลัวอะไร หืม? หรือว่ากลัวแม่กับพ่อพี่”

นัยน์คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานเพื่อค้นหาคำตอบ “หรือกลัวที่เราต่างกันเกินไป?”

วรดารีบหลุบสายตามองต่ำพร้อมกับพยักหน้า “เราไม่เหมาะสมกันเลยสักนิดค่ะ” เราไม่น่ามาเจอกันเลยต่างหาก วรดาคิดแล้วก็หลับตาลง

ใจหนอใจช่างขยันเต้นแรงอะไรปานนี้

“แล้วอะไรที่ว่าเหมาะสมสำหรับเรา”

คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากัน เมื่อน้ำเสียงที่ได้ยินเริ่มเปลี่ยนไป มันฟังดูห้วนผิดปกติจนเธอต้องรีบตวัดสายตาขึ้นไปมอง ก่อนหน้าที่คุยกันเขายังดูอ่อนโยนอยู่เลย ทว่าคราวนี้มีความไม่พอใจแฝงมาด้วย

วรดาส่ายหน้าแทนคำตอบ ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อให้บรรยากาศที่ชวนอึดอัดนี้หายไป

“หนูขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะที่เมตตาหนู” สองมือเรียวสวยยกขึ้นไหว้เขาอย่างนอบน้อม “ไว้ถ้าหนูมีเงินแล้วหนูรีบจะคืนให้นะคะ”

สายตาเย็นเฉียบพาดผ่านมาจากดวงตาคมทำให้เธอเสียวสันหลัง เวลานี้อติรุจน์ดูน่ากลัวมาก เธอไม่เคยเจอเขาในเวอร์ชันนี้เลย

“ถ้าคุณรุจไม่มีอะไรจะใช้หนูแล้ว ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”

อึดใจต่อมาเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอก็ไม่ลืมที่จะยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณเขาอีกครั้ง ก่อนจะพาตัวเองออกไปจากห้องทำงานของเขา

วรดาเดินออกไปจากห้องทำงานเขาได้สักพักแล้ว ทว่าเจ้าของร่างแกร่งยังนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม

เขาถอนหายใจออกมาอย่างคนสิ้นหวัง แผ่นหลังหนาเอนพิงตัวไปกับพนักเก้าอี้ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด

 ‘เราไม่เหมาะสมกันเลยสักนิดค่ะ’ คำพูดของวรดายังคงวนเวียนอยู่ในหัว อะไรที่ว่าไม่เหมาะสมสำหรับเธอกันล่ะ หน้าตาหรือคงไม่ใช่ เพราะวรดาเป็นคนที่สวยคนหนึ่งเลยต่างหาก สวยมากด้วยแถมยังน่ารักมาก

ถ้าว่ากันด้วยเรื่องของฐานะ เขาไม่ติดอยู่แล้ว พ่อกับแม่เขายิ่งแล้วใหญ่ ถ้าเป็นเรื่องของการศึกษาแน่นอนว่าคนเราสามารถเรียนต่อกันได้ เขาไม่ได้จำกัดอายุสักหน่อย แล้วอะไรที่ทำให้เธอบอกว่าเราไม่เหมาะสมกัน

แล้วจะให้เขายอมแพ้ไปอย่างนั้นหรือคำนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นในหัวเขาเลย

ช่วงบ่ายคล้อยในวันเดียวกัน วรดาเดินออกมาจากโรงอาหารของฟาร์ม กำลังจะเดินไปหาจักรยานที่จอดไว้ใต้ต้นราชพฤกษ์ตรงข้ามกับโรงอาหาร ทว่าเธอกลับต้องชะงัก เพราะเห็นอติรุจน์กำลังขับรถเอทีวีมุ่งตรงมาจากอีกฝั่ง

จังหวะที่เขาเลี้ยวไปทางซ้ายมือของเธอ วรดาเห็นใครบางคนนั่งซ้อนท้ายมากับเขาด้วย

เป็นผู้หญิงน่าจะสูงกว่าเธอมาก หน้าตาของผู้หญิงคนนั้นเธอมองเห็นไม่ค่อยชัด คาดว่าน่าจะสวยมากทีเดียว ขณะเดียวกันหญิงสาวก็อดคิดมาเปรียบเทียบกับตัวเองไม่ได้

“คนเจ้าชู้” ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วยังมาทำแบบนี้กับเธออีก “เฮ้อ~”ทำไมต้องรู้สึกเจ็บที่ใจขนาดนี้ด้วย

เสียงถอนหายใจของวรดาเรียกความสนใจจากคนที่กำลังเดินตามหลังมาได้เป็นอย่างดี

 “วิว”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ3...

    ตอนพิเศษ3...ปัจจุบัน“วิวรู้หรือเปล่า วันนั้นทำไมวิวหันมาถึงเห็นพี่ยืนอยู่ข้างหลังเรา” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่พาวรดาขับรถเอทีวีเข้ามาในสวน ก่อนเขาจะพาหญิงสาวเดินเข้ามาหลบแดดในศาลากลางสวนวรดานึกย้อนไปถึงหนก่อนที่เธอเข้ามาในสวนคนเดียว “ทำไมคะ” หญิงสาวหันหน้ามายิ้มละมุน “พี่รุจตามวิวเข้ามาเหรอคะ”คนอายุมากกว่านึกขำ “ก็ไม่เชิง พี่เข้ามาตามไอ้พลมันน่ะ แต่ตอนขากลับออกมาเห็นจักรยานวิวจอดอยู่ พี่ก็เลยจะเข้ามาเคลียร์ปัญหากับเรา”“อ๋อค่ะ”“แล้วตอนนั้นเราไม่ได้ยินเดสียงรถพี่เลยเหรอ”หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอ “ไม่เลยค่ะ” ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงรถของเขาจริง ๆ เพราะมัวแต่ใจลอยคิดเรื่องของเขานั้นแหละ“คิดอะไรอยู่ ฮึ” อติรุจน์นึกเอ็นดูเมียตัวน้อยของตัวเอง “ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่อยู่หรอกนะ”เจ้าของใบหน้ารูปไข่รีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิวยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ตั้งแต่ที่วิวรู้จักพี่รุจมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึง”คนฟังอมยิ้มปลื้มปริ่มเข้าไปอีก “แล้วตกลงว่าวันนั้นเราเหม่ออะไรอยู่ครับ”“เหม่อหาพี่รุจเลยค่ะ”“หื้ม?”“ค่ะ” วรดาพยักหน้ารับ“ยังไงครับ”“เรื่องพี

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ2...

    ตอนพิเศษ2...สองปีก่อน“ตอนนี้จากับพี่โจอยู่ที่ไหนกันแล้ว”วรดารีบก้าวเท้าไปตามทางเดินข้างตึกเรียน ที่เธอเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเร่งรีบเธอมีนัดกับพี่สาวของเพื่อนตอนเที่ยงพอดี ก่อนหน้านี้พี่สาวของจารวีโทรมาหาบอกว่าถึงแล้วเพื่อนของเธอเลยขอตัวไปรับก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอขอแยกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยก็เลยคาดกัน(ร้านคาเฟ่ข้างตึกเรียนเราเลยวิว ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน)“เดินลงมาจากตึกแล้ว กำลังจะเดินไปหาจ้ะ”พอวางสายจากเพื่อนเสร็จวรดาก็รีบเดินไปให้ถึงเร็วที่สุดมุมด้านในของร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก มีสองหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบาย ซึ่งตรงที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้นเป็นมุมที่ติดกับกระจกใสบานกว้าง เผยให้เห็นทางเดินภายนอกได้อย่างชัดเจน“แล้วตกลงมึงจะว่างตอนไหน กูจะได้แจ้งผู้ใหญ่ไป” วีรภัทรพูดขึ้นหลังจากวางแก้วกาแฟที่จิบลง “แต่ถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”อติรุจน์ขมวดคิ้ว “หาคนได้แล้วรึ” แก้วกาแฟที่กำลังจะยกขึ้นถูกวางลงไปทันที“ไม่เชิงหรอก ก็ถ้ามึงไม่ว่างไง อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ในคณะก็ต้องมีตัวเลือกสำรองถูกต้องมั้ย” แต่ที่เลือกอติรุจน์มาเป็นอันดับแรกคือเพื่อนเขามันเก่งไง ปริ

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ1...

    ตอนพิเศษ1...เสียงนกร้องลอยมาตามลมช่วยปลุกให้หญิงสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันแสงแดดที่แทรกผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามา ทำให้คนที่พึ่งรู้สึกตัวรู้ว่าเวลานี้น่าจะสายมากแล้ว เธอจากนั้นจึงหันไปสำรวจห้องกว้างเพื่อมองหาใครบางคนทว่าทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องที่ดังสอดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แสดงว่าอติรุจน์คงอยู่ในฟาร์มแล้ว หญิงสาวจึงมองหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูเวลา ในขณะเดียวกันเครื่องมือสื่อสารก็แผดเสียงออกมาเช่นเดียวกัน“ค่ะ พี่รุจ” หญิงสาวขานรับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง(พึ่งตื่น?)วรดาทำหน้าบึ้งส่งให้คนในสาย “ค่ะ กี่โมงแล้วคะ?” เมื่อสักครู่เธอยังไม่ทันได้ดูเวลา อติรุจน์ก็โทรเข้ามาก่อน(จะเที่ยงแล้วครับ)“ห๊ะ!” จากที่ยังรู้สึกเพลียๆอยู่ ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วตอนแรกที่รู้สึกตัว เธอนึกว่าแค่ช่วงประมานเก้าโมงเช้าไม่เกินนี้แน่นอนแต่ทว่าสิ่งที่อติรุจน์ตอบกลับมาทำให้เธอแทบกระโดดลงจากเตียงแม่เจ้าเธอทุบสถิติจากเมื่อวานได้อย่างไม่คาดคิดเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสายยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย“ทำไมพี่ไม่ปลุกวิวคะ? ไม่รู้ว

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...

    บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...มือหนาจับลูกบิดประตูหมุน ก่อนจะผลักบานประตูไม้เข้าไปด้านในและปิดกลับลงไปตามเดิมเท้าแกร่งพาวรดาก้าวไปหยุดยืนที่ปลายเตียงก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“มีอะไรเหรอคะ?” หรือเขางอนที่เธอหายไปนาน เธอมองสบตากับเขาที่ยังทำสีหน้าเรียบนิ่งอติรุจน์ก้าวขาเดินต้อนคนตัวเล็กไปอย่างเชื่องช้า จนเข้ามุมของห้องได้จนสำเร็จ ลำแขนแกร่งยกขึ้นขังคนตัวเล็กไว้ทั้งสองข้างสีหน้าของวรดาดูตกใจมากที่โดนเขาไล่ต้อนแบบนี้ ทว่าก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากออกมาให้เขาได้เห็น เวลาต่อมาเป็นเขาเสียเองที่อดทนทำหน้าเรียบนิ่งต่อไม่ไหววรดารู้สึกสับสนไปกับอาการของอีกคน เมื่อกี้ยังดูขึงขังจนน่ากลัวอย่างกับยักษ์ ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นคนอารมณ์ดีไปแล้ว“ตกลงพี่รุจเป็นอะไรคะ?” หญิงสาวถามออกไปอีกครั้ง เป็นบ้าน่ะสิเธอว่า แต่เธอไม่มีทางพูดออกไปหรอก เธอยังห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่“อยากโกรธที่เราหายไปนาน พอดวงตาคู่นี้มองกลับมาหาพี่ตาแป๋ว กลับโกรธเราไม่ลง” อติรุจน์ตอบออกไปยิ้มๆ ทั้งยังขำตัวเองในใจ แค่ตาหวานคู่นี้มองมาอย่างคนซื่อ เขากลับโกรธคนตัวเล็กไม่ลง มันกลายเป็นความหมั่นเขี้ยวเข้ามาแทนว

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบแปด ท้อง...

    บทที่สามสิบแปด ท้อง...19.58 น.เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว ทำให้สองแม่ลูกที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ใต้ต้นมะยม ห่างจากประตูด้านหลังครัวไปไม่มาก หันมองพร้อมกัน“เดี๋ยวกุ้งไปดูเอง” กวินตาหันมาบอกคนเป็นแม่ก่อน จากนั้นจึงลุกเดินเข้าไปดู เห็นหญิงสาวร่างบางหน้าตาคุ้นเคย กำลังจะล้างอะไรบางอย่างอยู่ที่ซิงค์ล้างมือ“เฮ้ย! วิวไม่ต้องเดี๋ยวพี่ล้างเอง” กวินตารีบเข้าไปห้ามน้องสาวแทบไม่ทันแล้วมันก็ไม่ทันแล้วด้วย กวินตามองเห็นเหลือจานอยู่เพียงไม่กี่ใบวรดาก็จะล้างเสร็จแล้ว “อะไรกันเนี่ย แย่งงานพี่กับแม่ไปทำหมดแล้ว แบบนี้กะจะเลิกจ้างกันเลยหรือไง”วรดาละมือจากจานที่กำลังล้างอยู่ ก่อนจะหันหน้าไปมอง “ไม่เอาหรอกค่ะ ให้วิวช่วยดีกว่า” ทานข้าวพึ่งเสร็จเธอก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเป็นคนอาสาเก็บถ้วยจานเข้ามาในครัวล้างเองทีแรกคุณนายเคียงดาวกับอติรุจน์ห้ามเธอแล้ว แต่เธอบอกว่าขอเป็นคนทำเพราะไม่ชินกับการที่จะต้องมานั่งกินนอนกิน“ยัยคนนี้นี่ห้ามก็ไม่ยอมฟัง ดื้อมาก” กวินตาเดินเข้าไปใกล้วรดาแล้วใช้แขนกอดน้องรักไว้จนแน่นเธอกับแม่เคยบอกวรดาไปแล้วตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้น ว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกลัวว่าเธอกับแม่จะรู้สึกไม

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...

    บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...“ไอ้พล! มึงดู๊ มึงดูพี่มึงงง”กรวิชญ์ชี้มือไปข้างหลังของอิทธิพลอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวออกไปจากฟาร์ม ใจของคนเรียกเต้นแรงจนรูจมูกขยายออกกว้าง ราวกับคนกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด มือที่กำลังชี้ให้เพื่อนดูเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆอิทธิพลหันหลังไปตามมือของกรวิชญ์ที่กำลังชี้ไป ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเข้าใจในอารมณ์ของเพื่อนตัวเอง“เข้ามายังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ ออกไปอีกแล้ว”กูยังไม่หายเหนื่อยเลย !พี่มึงขับรถพาเมียออกไปข้างนอกอีกแล้วไอ้พล!“เออน่า..มึงก็เข้าใจเจ้านายมึงหน่อย”“เข้าใจบ้าอะไรกูเหนื่อย!”“แล้วจะทำยังไง ลาออกเลยมั้ยล่ะ” อิทธิพลว่าขึ้นมาอย่างใจเย็น ทั้งยังขำเพื่อนตัวเองไปด้วย“ไม่! กูยอมเหนื่อยเพิ่มก็ได้โว้ย!” ไอ้ห่าพลมันก็รู้ว่าเขาไม่กล้า ยังมาบอกให้ลาออกอีกถ้าลาออกแล้วกูจะเอาเงินที่ไหนกินว่ะ!แถวนี้ก็มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่เงินดี แถมยังได้อยู่ใกล้บ้านตัวเองด้วย“งั้นก็ไปทำงาน เลิกน้อยใจเจ้านายมึงอย่างกับเป็นเมียเขาอีกคน” ส่ายหัวเมื่อพูดกับเพื่อนจบ เตรียมตัวจะก้าวขาเดินเข้าไปในออฟฟิศต่อ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปเคลียร์งานเอกสารที่ยัง

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่ยี่สิบสี่ พาแมวกลับไปรับโทษ...

    บทที่ยี่สิบสี่ พาแมวกลับไปรับโทษ...“คุณรุจ!!”หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ แทนที่เธอจะความรู้สึกกลัว แต่มันกลับตรงกันข้ามอติรุจน์มาทำอะไรที่นี่หรือว่า..เขาพาเดินห้างกับแฟนไวเท่าความคิด วรดาก็พยายามสอดส่ายสายตาไปทางนั้นทีทางนี้ที ผลปรากฏว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่จุดนี้ ถ้าไม่นับรวมกับคนอื่น

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สิบสาม เสน่ห์แรงเหลือร้าย...

    บทที่สิบสาม เสน่ห์แรงเหลือร้าย...“ของพี่เอาทุกอย่างเลยครับ” น้ำเสียงสุภาพของผู้มาใหม่ ทำให้ร่างบางที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตา ตักกับข้าวอย่างเดียวต้องเงยหน้าขึ้นมาดู“ค่ะ”รับคำเสร็จวรดาก็รีบจัดการให้ ไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มบนมุมปากที่เผยขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้คนที่ทำงานมาเหนื่อย ๆ หายเป็นปลิดทิ้ง“วันนี้พี่

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สิบสอง กินกันไม่ลง...

    บทที่สิบสอง กินกันไม่ลง...จักรยานคันสีชมพูซีดถูกนำออกมาจากโรงจอดรถของบ้านทรงไทยโดยมีกวินตาเป็นคนปั่นส่วนวรดานั้นเป็นคนนั่งซ้อนท้าย ทิศทางของรถหันหน้าไปทางด้านขวามือของคนปั่นจุดมุ่งหมายที่สองสาวจะไปคือโรงครัวหรือโรงอาหารของฟาร์มแห่งนี้หลังจากช่วยกันทำความสะอาดภายในบ้านทรงไทยจนเสร็จแล้ว“พี่กุ้ง

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สิบเอ็ด มีแต่คุณรุจ...

    บทที่สิบเอ็ด มีแต่คุณรุจ...วรดาชะงักค้างกับสิ่งที่ได้ยิน ลมหายใจเริ่มติดขัด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนแน่น ทำให้คนที่ผ่านประสบการณ์มาก่อนอย่างกานดารับรู้ได้ไม่ยาก“หึ หึ” เสียงขำในลำคอของกานดายิ่งทำให้วรดาเริ่มใจคอไม่ดี“ข...ขออะไรคะ” น้ำลายเหนียว ๆ ถูกกลืนลงไปอย่างอยากลำบาก ปากเริ่มสั่น กลัวเหลือเกิ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status