LOGINเสียงโห่แซวเล็ดลอดผ่านซอกประตูเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยม ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ต้องรีบหันกลับไปมองด้วยความสงสัย
แต่ทว่าทุกอย่างกลับเงียบลงราวกับรู้ว่าเธอกำลังให้ความสนใจอยู่อย่างไรอย่างนั้น
ครั้นพอหันหน้ากลับมาทางเดิม ความสงสัยทุกอย่างกลับถูกแทนที่ด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าคนที่นั่งหันหลังให้เธอในตอนแรก เวลานี้เขาหมุนเก้าอี้หันกลับมาสบตาเข้ากับเธออย่างจัง แถมยังเป็นคนที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาในเร็วๆ นี้อีกด้วย
ใจเจ้ากรรมที่คิดว่ามันสงบนิ่งไปได้มากแล้ว หลังจากไม่ได้เจอหน้าเขามาหลายวัน ทว่าตอนนี้มันกลับเต้นเร็วระรัวราวกับคนที่เพิ่งวิ่งหนีอะไรมา ปากที่เตรียมจะเปิดถามกลับต้องเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงแทน ในขณะที่สมองก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วันที่อยู่บนรถด้วยกัน
อติรุจน์จ้องมองท่าทางของคนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง วรดาดูตกใจไม่น้อยที่หันมาเห็นเขา แต่กลับเก็บอาการได้ดีมากทีเดียว
ท้ายที่สุดเธอก็รวบรวมสติกลับมาได้ใหม่และถามเขาออกไป “คุณ หนูตกใจหมดเลย” ไหนป้าก้านบอกว่าเขาไปโคราชไงล่ะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้
“ตกใจอะไรขนาดนั้น”
รอยยิ้มขำขันบนมุมปากของเขา ทำใจเธอเริ่มเสียมากขึ้นกว่าเดิม
“ที่ป้าก้านบอกให้หนูเอาของสำคัญมาให้คนสำคัญ คือคุณเองเหรอคะ?” แล้วทำไมไม่บอกเธอล่ะว่าเป็นเขา ทำไมต้องพูดให้ดูเป็นปริศนาด้วย
“ครับ”
‘ครับ’ คำนี้ของเขาทำให้เธอรู้สึกขนลุกแปลกๆ จนต้องยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาลูบแขนตัวเอง
“หนาวเหรอ?” อติรุจน์ถามออกไปพลางใช้สายตามองหารีโมตแอร์ เพื่อปรับอุณหภูมิใหม่
คนยกมือขึ้นลูบแขนเมื่อสักครู่ได้แต่สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่พร้อมกับหลับตาลง แล้วจึงลืมตาขึ้นมามองเขาอีกครั้ง
อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเธอไม่ได้หนาว
แต่เธอขนลุก!
“เอ่อ...” เธอห้ามก็คงไม่ทันแล้ว ปล่อยให้เขาทำตามความสบายใจเถอะ
“แล้วทำไมหน้าแดงล่ะ เดินมาเหรอ?” อติรุจน์ถามพลางวางรีโมตแอร์ลง หลังจากปรับอุณหภูมิได้ตามที่ต้องการแล้ว
“ค่ะ”
“แล้วจักรยานเราไปไหน?”
“ลุงบุญปั่นของหนูมาค่ะ”
คนถามพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาจงใจก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มร้ายกาจของตัวเอง
เมื่อจับใจความได้ว่า วรดาไม่เพียงแค่บอกเขาเท่านั้น แต่เธอกลับฟ้องเขาอย่างชัดเจนว่าใครเป็นคนเอาไป
ก่อนจะปั้นหน้านิ่งตามเดิม แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับหญิงสาวต่อ “ซื้อคันใหม่ให้เอามั้ย” เขาใจดีมากเลยนะ เผื่อวรดายังไม่รู้
“ไม่เอาค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน
ทำเอาคนถามชะงักกึกเมื่อถูกคนอายุน้อยกว่าปฏิเสธแบบไม่ทันตั้งตัว อติรุจน์พยักหน้ารับ “นั่งลงก่อนสิ” ไม่คิดก่อนเลยรีบปฏิเสธเขาเหลือเกินนะแม่คุณ
“ค่ะ”
วรดาลากเก้าอี้ออกมาแล้วจึงนั่งลงตามที่เขาบอกพร้อมกับวางของสำคัญลงบนโต๊ะ
พลางคิดตามในหัว ถ้าให้เธอเดาจากลักษณะ น่าจะเป็นกล่องอาหารมากกว่าเป็นอย่างอื่น
ทันทีที่วรดาวางห่อผ้าลงเขาก็ไม่รีรอหรือทำให้มันเป็นปริศนาอีกต่อไปรีบจัดการเปิดให้เธอดูอย่างรวดเร็ว
เดาจากสายตาได้ไม่ยาก วรดาเองคงสงสัยไม่น้อยว่ามันคืออะไร และเมื่อเปิดมันออกดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ จากคนตรงหน้า
มันไม่ได้เกินความคาดหมายของเธอเลยสักนิด เพราะมันคือกล่องใส่อาหารจริง ๆ
วรดาเบนสายตาขึ้นไปมองหน้าเขา แต่ทว่าอติรุจน์กลับจ้องเธออยู่ก่อน พร้อมกันนั้นเขายังมอบรอยยิ้มอบอุ่นนั้นมาให้เธออีก
อีกแล้ว!
รอยยิ้มแบบนี้ทบนมุมปากของเขามันทำให้เธอใจเหลวอีกแล้ว!
“ลุ้นมากขนาดนั้นเชียว?” ชายหนุ่มยิ้มขำพลางมองดูอาการของคนตัวเล็กที่อยากรู้ว่ามันคืออะไร จนเก็บไว้ไม่มิด
อาการเธอออกชัดขนาดนั้นเลยหรือ “ก็...ก็มันดูเหมือนเป็นความลับนี่คะ ตอนแรกหนูถามป้าก้านแล้วว่ามันคืออะไร แต่ป้าบอกแค่ว่าเป็นของสำคัญ” แถมยังบอกเธออีกว่าเอาไปให้คนสำคัญ นั่นยิ่งไปกระตุกต่อมอยากรู้ของเธอเข้าไปใหญ่
“อื้ม” อติรุจน์ครางรับในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาพยักขึ้นลง “ข้าวเช้าน่ะ สำคัญหรือเปล่าล่ะ”
“แล้วทำไมไม่เข้าไปทานที่บ้านก่อนละคะ”
“งานเร่งครับ เดี๋ยวอีกสองวันต้องไปขอนแก่นต่ออีก” เขาตอบพร้อมกับเอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ในท่าที่สบายมากขึ้น อีกอย่างจะได้มองคนตรงหน้าให้ถนัดตาด้วย
“วิว” อติรุจน์เรียกชื่อวรดาไว้แค่นั้นพร้อมจ้องมองสบตากับเจ้าของดวงตากลมแป๋วด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ‘คิดถึงมากครับรู้มั้ยห้าวันที่ไม่ได้เจอ’ เขาเลือกต่อประโยคที่เหลือในใจ ถ้าเกิดพูดเป็นเสียงออกไป เขากลัวว่ากวางน้อยที่กำลังไล่ต้อนจะตื่นเตลิดหนีเขาไปไกลเดี๋ยวจะยุ่งเอา
“คะ?” เธอขานรับพลางมองสบตากับคนตรงหน้า
วรดาเธอจะรู้บ้างหรือเปล่า เธอโดนฉันหมายหัวไว้แล้ว
รู้ตัวบ้างไหม
ตึก ตึก
เสียงเต้นกระหน่ำของหัวใจที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ มันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอกำลังหวั่นไหวในสิ่งที่เขาทำ
อติรุจน์เล่นเธอเข้าอีกแล้ว!
และดูเหมือนว่าหนนี้มันจะหนักมากขึ้นกว่าตอนแรกที่เธอโดนมา
“วิว”
“ขา~”
วรดาขานรับเสียงแผ่วเบาดวงตาคู่สวยเลื่อนลอยคล้ายคนตกอยู่ในภวังค์จนอติรุจน์ลอบยิ้มด้วยความพอใจ
“วิวได้ยินที่พี่เรียกเราหรือเปล่า” ชายหนุ่มเรียกคนตัวเล็กซ้ำอีกครั้ง
“คะ?”
“ได้ยินที่พี่พูดกับเรามั้ย” คิ้วเข้มเลิกสูงขึ้นเป็นเชิงถาม “หื้ม”
“เอ่อ...” คนถูกตั้งคำถามเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนแน่น เธอเผลอปล่อยไก่ให้เขาจับได้อีกแล้วเหรอ
ร่างแกร่งระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู พร้อมกับก้มลงไปเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ให้เปิดออก ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวขึ้นมาแล้วยื่นไปให้คนตรงหน้า หากแต่เป็นด้านที่ไม่มีชื่อแทน
“คะ?” มือบางรับซองจดหมายสีขาวมาด้วยความงุนงง
“…”
ครั้นพอรอฟังคำตอบจากเขาต่อไม่ไหว จึงตัดสินใจพลิกจดหมายกลับมาด้านหน้า
เจ้าของดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของตนเอง ปรากฏอยู่บนซองจดหมาย วรดาเบนสายตาสลับไปมองหน้าคนที่ยื่นมันให้กับเธอ ซึ่งเวลานี้เขากำลังจดจ่ออยู่กับกล่องอาหารที่เธอนำมาให้
เธอละความสนใจจากคนตรงหน้า เพ่งมองชื่อและนามสกุลของเธอพร้อมกับตราประทับของมหาวิทยาลัยที่เธอเรียน
“เปิดออกดูสิ”
คนที่วรดาคิดว่ากำลังวุ่นวายอยู่กับอาหาร พูดขึ้นมาอีกครั้ง โดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเธอด้วยซ้ำ ต่างจากวรดาเมื่อได้ยินเสียงคมเข้มเอ่ยมาก็ รีบเงยหน้ามองเขาทันที
หญิงสาวรีบเปิดดูอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหัวใจที่ลุ้นระทึกไปด้วย ในเวลานี้เธอไม่สามารถคิดดีได้เลย
เพราะมันน่าจะเป็นใบแจ้งเตือนให้เธอรีบไปจ่ายค่าเทอมมากกว่า ถ้านับรวมกันแล้ว เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันก็จะครบกำหนดชำระครั้งสุดท้ายตามที่อาจารย์แจ้งเธอไว้แล้ว
กระดาษแผ่นสีขาวถูกดึงออกมาคลี่เปิด เธอก็รีบไล่สายตาอ่านทุกบรรทัดที่มีตัวอักษร ก่อนที่คิ้วเรียวจะขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบ
วรดารีบเงยหน้ามองคนอายุมากกว่า แล้วจึงก้มลงไปอ่านจดหมายใหม่อีกรอบ หนนี้เธอวนอ่านมันซ้ำกลับไปกลับมาสามสี่รอบจนแน่ใจว่าสายตาเธอไม่ได้อ่านผิด
วรดาแน่ใจแล้วว่ามันคือความจริง จังหวะที่กำลังจะเงยหน้าขึ้นไปขอคำตอบจากเขา ทว่าเธอกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมายุ่มย่ามที่คอ
ใบหน้ารูปไข่ก้มลงไปมองตามสัญชาตญาณพร้อมกับมือเรียวสวยรีบยกขึ้นจับ
สร้อยทอง!
ความคิดทุกอย่างหยุดนิ่งลงไปชั่วขณะ วรดาทำอะไรไม่ถูกได้แต่อ้าปากค้างไว้ ครั้นพอจะเอ่ยปากถามกลับหาเสียงตัวเองไม่เจอ เธอจึงขืนตัวออกไปจากเขาเล็กน้อย
“อยู่นิ่งๆ ก่อนพี่ยังใส่ไม่ให้เสร็จครับ” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบบอกคนตัวเล็กที่ข้างหู
ทำเอาคนที่หาเสียงตัวเองยังไม่เจอเมื่อสักครู่ ทำได้แค่กลืนน้ำลายลงคอ พร้อมกับขนอ่อนที่ต้นคอลุกซู่
ความรู้สึกเหมือนตัวเองหายใจไม่ทั่วท้องมันเป็นแบบนี้นี่เอง
“เสร็จแล้วครับ” เสียงแหบพร่าจากคนตัวโตดังขึ้นอีกรอบ แต่คราวนี้เขาจงใจขยับใบหน้าเข้าไปใกล้คนตัวเล็กมากกว่าเดิม
วรดาทำอะไรไม่ถูกได้แต่หลับตาปี๋ เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ได้แต่ภาวนาขอให้เขาถอยห่างออกไปจากเธอให้เร็วที่สุด
แต่ทว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตให้เธอได้มาอยู่ใกล้เขา แต่คงไม่ได้ลิขิตว่าให้เธอกับเขาอยู่ให้ห่างกันหรืออย่างไร
ทำไมคำภาวนาที่เธอขอไว้กลับไม่เป็นผล!
เพราะเขาดันทำให้เธอใจหายใจคว่ำอีกรอบ โดยการโน้มใบหน้าลงมาสูดดมแก้มเธอเข้าอย่างจัง!
ใจเจ้ากรรมยิ่งทำงานหนักเข้าไปใหญ่ มันเต้นเร็วระรัวราวกับกลัวว่าเธอไม่รู้ว่ามันกำลังทำงานอยู่
อติรุจน์ยังคงนิ่งค้างใบหน้าไว้บนข้างแก้มของคนตัวเล็ก เขามองสำรวจใบหน้าหวานในระยะใกล้
เจ้าของนัยน์ตาเข้มไล่มองไปตามคิ้วเรียวสวย พร้อมกับระบายยิ้มออกมา ดวงตาหวานที่ขณะนี้กำลังหลับตาลงจนแน่น ไหนจะจมูกเล็กที่เชิดขึ้นมาเพียงเล็กน้อยนี้อีก มันบ่งบอกได้ดีทีเดียวว่าหญิงสาวมีความดื้อรั้นในตัวอยู่พอสมควร
ประกายตาคมเข้มที่ทอดมอง เจือแววไปด้วยความอ่อนโยนและเอ็นดูไปในคราเดียวกัน
เขาอดไม่ได้ที่จะขบเม้มพวงแก้มป่องอมชมพูเล่นต่อ
คนตัวโตละใบหน้าออกมาจากพวงแก้มนุ่ม ก่อนจะใช้มือแกร่งหมุนเก้าอี้ตัวที่วรดากำลังนั่งอยู่ หมุนให้เธอหันมาเผชิญหน้ากัน
เมื่อทำได้สำเร็จเขาก็ไม่รอช้ารีบโน้มใบหน้าลงไปให้อยู่ในระดับเดียวกัน พร้อมกับยกมือขึ้นไปจับที่พักแขนของเก้าอี้
กวาดสายตามองสำรวจทั่วใบหน้าของคนที่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นอีกครั้ง ผิวหน้าของหญิงสาวเรียบเนียนมาก เขามั่นใจว่าวันนี้คนตรงหน้าไม่ได้ทาอะไรมาเลยแม้แต่แป้งฝุ่น ทว่าเขากลับรู้สึกชอบมาก
อติรุจน์มองนิ่งค้างไว้สักพัก ท้ายที่สุดเขาก็อดใจไม่ไหวจนต้องโน้มใบหน้าเขาไปใกล้หญิงสาวมากกว่าเดิม ทว่าคราวนี้เป้าหมายของเขาคือริมฝีปากจิ้มลิ้ม
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองโดนจ้องนาน ตาที่ปิดสนิทก็กำลังจะคลายออกจากกัน แต่แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกรอบ
เธอถูกเขาจูบที่ปากเข้าเต็มๆ แต่เป็นการจูบที่รวดเร็วมากจนเธอตั้งรับไม่ทัน
วรดารีบโพลงลืมตาขึ้นพร้อมกับคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนมันดูยุ่งเหยิง
แต่มีหรือคนอายุมากกว่าอย่างอติรุจน์จะเกรงกลัว เขาได้แต่อมยิ้มเมื่อเจอสายตาของวรดาที่ส่งมา
“อะไรครับ?” อติรุจน์ถามพร้อมกับมุมปากที่ยังไม่ยอมหยุดอมยิ้ม
วรดาเบนสายตาหลบไปมองทางอื่น “คุณรุจอย่าทำแบบนี้ค่ะ”
“ทำอะไรครับ” คนตัวโตตีหน้าขรึมพูดขึ้นราวกับตัวเองไม่ได้ทำอะไรอย่างที่พูด
“ทำแบบที่คุณรุจกำลังทำอยู่ตอนนี้นั่นแหละค่ะ” ‘ทำอะไรครับ’ พูดออกมาได้ไม่อายปากตัวเองบ้างเลย ต่างจากเธอเหลือเกินจะตายอยู่แล้วที่ถูกเขาทำเช่นนั้น กลั้นหายใจแล้วหายใจอีก
“หื้ม?” ครั้งนี้อติรุจน์พูดพร้อมกับยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะหมุนเก้าอี้ของวรดาให้กลับไปในท่าเดิม จากนั้นเขาจึงเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเองเช่นเดียวกัน
ทันทีที่เธอหันกลับมาในท่าเดิมความแปลกใจก็ผุดขึ้น ก่อนหน้านี้มันยังมีกล่องใส่อาหารวางไว้อยู่สามสี่กล่องอยู่เลย ทำไมตอนนี้มันกลับสะอาดหมดจดราวกับเจ้าของห้องอย่างเขาไม่เคยทานอาหารในนี้
เมื่อเห็นจังหวะที่เหมาะแก่การถามในสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ เธอจึงรีบปัดดความสงสัยที่มีก่อนหน้านี้เกี่ยวกับอาหารการกินของเขาให้ออกไปจากหัวอย่างรวดเร็ว
รีบขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้กับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเขา จนรู้สึกพอใจกับตำแหน่งที่นั่งอยู่แล้ว จากนั้นจึงยืดตัวขึ้นนั่งในท่าตรง
ก่อนจะชั่งใจตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง “คุณเป็นคนจ่ายค่าเทอมให้หนูเหรอคะ” ที่เธอคิดว่าเขาเป็นคนจ่ายให้ นั่นเพราะจดหมายมันส่งมาที่ฟาร์ม แทนที่จะส่งไปให้เธอตามที่อยู่เดิมที่เธอเคยให้ แล้วก็มั่นใจว่าตัวเองยังไม่ได้เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ในระบบของทางมหาวิทยาลัยแน่นอน
“ครับ” อติรุจน์ตอบในสิ่งที่คนตัวเล็กอยากรู้ทันทีโดยไม่ลังเล
“คุณรู้ได้ยังไงคะ? ว่าหนูยังไม่ได้จ่ายค่าเทอม” วรดาอดแปลกใจไม่ได้ว่าเขาอาจจะรู้เรื่องของเธอ มากกว่าตัวเธอเองเสียอีก
ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม ทว่าเขากลับนึกไปถึงวันที่ไปรับวรดากลับบ้าน นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของเขา
หลังจากที่เห็นหน้าของวรดา ตอนเขาเดินลงมาจากรถก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าวรดากำลังมีเรื่องหนักใจ
เมื่อกลับมาถึงบ้านและได้แยกย้ายจากทุกคนแล้ว เขารีบตรงดิ่งไปยังห้องนอนพร้อมกับต่อสายหาอิทธิพลทันที
ช่วงสายของวันต่อมาเขาถึงได้รู้ว่าทำไม วรดาถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์ใครเลย สาเหตุมันคงมาจากเรื่องที่เธอกำลังถามเขาอยู่ตอนนี้
“ก่อนที่วิวจะมาฟาร์มคุณนายเคียงดาว วิวเคยได้ยินชื่อพี่จากปากของป้าก้านบ้างหรือเปล่า”
“ไม่รู้ค่ะ ป้าก้านบอกแค่ว่าคุณคือเจ้านายอีกคน” และยังบอกเธออีกว่าใจดีมาก ทว่าสิ่งที่เธอสัมผัสได้เหมือนจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่เธอรับรู้มา
เพราะเขาเจ้าเล่ห์ต่างหาก!
“อืม” ชายหนุ่มครางเสียงเบารับในลำคอ “อยากรู้อะไรก็ต้องรู้ นั้นคือตัวพี่ครับ”
วรดานิ่งงันไปครู่หนึ่งพลางขมวดคิ้วมุ่น อติรุจน์ตอบไม่ตรงกับคำถาม ทว่าเขากลับตอบอีกเรื่องหนึ่ง แต่มันกลับกลายเป็นเสียงในหัวของเธอที่ร้อง ‘อ๋อ’ ออกมา
“แล้วสร้อยทองนี่คืออะไรคะ” เมื่อคำถามที่หนึ่งได้รับความกระจ่าง เธอก็รีบตั้งคำถามที่สองกลับไปทันที
“ของขวัญในวันเรียนจบครับ” มีอะไรที่วรดาต้องเข้ายากงั้นเหรอ
“วันเรียนจบ แล้วเท่าไหร่คะ?”
“อะไรคือเท่าไหร่”
“ทองหนักเท่าไหร่คะ?” ว่าพร้อมกับหยิบสร้อยทองห้อยจี้พระขึ้นมาให้เขาดู
“หนึ่งบาทครับ”
“เจ็ดหมื่นกว่า!” วรดาตกใจทันทีเมื่อได้ฟังคำตอบ เป็นที่รู้กันว่าในช่วงนี้ว่าราคาทองกำลังพุ่งขึ้นสูง โดยไม่มีวี่แววว่าจะลดลงในเร็วๆ นี้ ซึ่งราคาทองในเช้าวันนี้อยู่ที่เจ็ดหมื่นสองพันห้าร้อยบาท ตอนเช้าก่อนจะมาทำงานเธอเปิดเจอตามเพจข่าวสารในโซเชียล และคงมีแต่คนบ้าอย่างเขาแน่ที่ใช้เงินซื้อทองในเวลาแบบนี้ “หนูคงรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” ว่าพร้อมกับทำท่าจะแกะสร้อยทองออกจากคอ
“อย่าแม้แต่จะคิดถอดพี่ขอเตือนด้วยความหวังดี เพราะถ้ามันขาดหรือตะขอเกิดเบี้ยวขึ้นมา” อติรุจน์เว้นจังหวะการพูด พร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้หญิงสาว “เราคงจะรับผิดชอบไม่ไหว” เขาว่าพร้อมกับกระพริบตาให้เธอข้างหนึ่ง
วรดานึกโมโหคนตัวโตแทบควันออกจากหู
อีกแล้วเขามาไม้นี้อีกแล้ว!
ภาพเหตุการณ์ตอนอยู่บนรถกับเขาในวันนั้นฉายซ้ำขึ้นมาอีกรอบ ราวกับว่ามันเพิ่งผ่านมาไม่นาน ครั้งก่อนก็บอกว่าจะลงโทษเธอก็ยังไม่ทำ มาครั้งนี้ดันมาซื้อทองให้เธอใส่ แถมยังจ่ายค่าเทอมให้เธอพร้อมเสร็จสรรพ
แบบนี้ไม่เท่ากับทำให้เธอไปไหนไม่ได้เลยใช่มั้ย จะปฏิเสธก็ไม่ได้อีก จะถอดคืนเขายิ่งไม่ได้ไปกันใหญ่
แล้วแบบนี้เธอจะทำอะไรได้อีก!
ตอนพิเศษ3...ปัจจุบัน“วิวรู้หรือเปล่า วันนั้นทำไมวิวหันมาถึงเห็นพี่ยืนอยู่ข้างหลังเรา” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่พาวรดาขับรถเอทีวีเข้ามาในสวน ก่อนเขาจะพาหญิงสาวเดินเข้ามาหลบแดดในศาลากลางสวนวรดานึกย้อนไปถึงหนก่อนที่เธอเข้ามาในสวนคนเดียว “ทำไมคะ” หญิงสาวหันหน้ามายิ้มละมุน “พี่รุจตามวิวเข้ามาเหรอคะ”คนอายุมากกว่านึกขำ “ก็ไม่เชิง พี่เข้ามาตามไอ้พลมันน่ะ แต่ตอนขากลับออกมาเห็นจักรยานวิวจอดอยู่ พี่ก็เลยจะเข้ามาเคลียร์ปัญหากับเรา”“อ๋อค่ะ”“แล้วตอนนั้นเราไม่ได้ยินเดสียงรถพี่เลยเหรอ”หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอ “ไม่เลยค่ะ” ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงรถของเขาจริง ๆ เพราะมัวแต่ใจลอยคิดเรื่องของเขานั้นแหละ“คิดอะไรอยู่ ฮึ” อติรุจน์นึกเอ็นดูเมียตัวน้อยของตัวเอง “ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่อยู่หรอกนะ”เจ้าของใบหน้ารูปไข่รีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิวยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ตั้งแต่ที่วิวรู้จักพี่รุจมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึง”คนฟังอมยิ้มปลื้มปริ่มเข้าไปอีก “แล้วตกลงว่าวันนั้นเราเหม่ออะไรอยู่ครับ”“เหม่อหาพี่รุจเลยค่ะ”“หื้ม?”“ค่ะ” วรดาพยักหน้ารับ“ยังไงครับ”“เรื่องพี
ตอนพิเศษ2...สองปีก่อน“ตอนนี้จากับพี่โจอยู่ที่ไหนกันแล้ว”วรดารีบก้าวเท้าไปตามทางเดินข้างตึกเรียน ที่เธอเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเร่งรีบเธอมีนัดกับพี่สาวของเพื่อนตอนเที่ยงพอดี ก่อนหน้านี้พี่สาวของจารวีโทรมาหาบอกว่าถึงแล้วเพื่อนของเธอเลยขอตัวไปรับก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอขอแยกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยก็เลยคาดกัน(ร้านคาเฟ่ข้างตึกเรียนเราเลยวิว ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน)“เดินลงมาจากตึกแล้ว กำลังจะเดินไปหาจ้ะ”พอวางสายจากเพื่อนเสร็จวรดาก็รีบเดินไปให้ถึงเร็วที่สุดมุมด้านในของร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก มีสองหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบาย ซึ่งตรงที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้นเป็นมุมที่ติดกับกระจกใสบานกว้าง เผยให้เห็นทางเดินภายนอกได้อย่างชัดเจน“แล้วตกลงมึงจะว่างตอนไหน กูจะได้แจ้งผู้ใหญ่ไป” วีรภัทรพูดขึ้นหลังจากวางแก้วกาแฟที่จิบลง “แต่ถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”อติรุจน์ขมวดคิ้ว “หาคนได้แล้วรึ” แก้วกาแฟที่กำลังจะยกขึ้นถูกวางลงไปทันที“ไม่เชิงหรอก ก็ถ้ามึงไม่ว่างไง อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ในคณะก็ต้องมีตัวเลือกสำรองถูกต้องมั้ย” แต่ที่เลือกอติรุจน์มาเป็นอันดับแรกคือเพื่อนเขามันเก่งไง ปริ
ตอนพิเศษ1...เสียงนกร้องลอยมาตามลมช่วยปลุกให้หญิงสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันแสงแดดที่แทรกผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามา ทำให้คนที่พึ่งรู้สึกตัวรู้ว่าเวลานี้น่าจะสายมากแล้ว เธอจากนั้นจึงหันไปสำรวจห้องกว้างเพื่อมองหาใครบางคนทว่าทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องที่ดังสอดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แสดงว่าอติรุจน์คงอยู่ในฟาร์มแล้ว หญิงสาวจึงมองหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูเวลา ในขณะเดียวกันเครื่องมือสื่อสารก็แผดเสียงออกมาเช่นเดียวกัน“ค่ะ พี่รุจ” หญิงสาวขานรับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง(พึ่งตื่น?)วรดาทำหน้าบึ้งส่งให้คนในสาย “ค่ะ กี่โมงแล้วคะ?” เมื่อสักครู่เธอยังไม่ทันได้ดูเวลา อติรุจน์ก็โทรเข้ามาก่อน(จะเที่ยงแล้วครับ)“ห๊ะ!” จากที่ยังรู้สึกเพลียๆอยู่ ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วตอนแรกที่รู้สึกตัว เธอนึกว่าแค่ช่วงประมานเก้าโมงเช้าไม่เกินนี้แน่นอนแต่ทว่าสิ่งที่อติรุจน์ตอบกลับมาทำให้เธอแทบกระโดดลงจากเตียงแม่เจ้าเธอทุบสถิติจากเมื่อวานได้อย่างไม่คาดคิดเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสายยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย“ทำไมพี่ไม่ปลุกวิวคะ? ไม่รู้ว
บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...มือหนาจับลูกบิดประตูหมุน ก่อนจะผลักบานประตูไม้เข้าไปด้านในและปิดกลับลงไปตามเดิมเท้าแกร่งพาวรดาก้าวไปหยุดยืนที่ปลายเตียงก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“มีอะไรเหรอคะ?” หรือเขางอนที่เธอหายไปนาน เธอมองสบตากับเขาที่ยังทำสีหน้าเรียบนิ่งอติรุจน์ก้าวขาเดินต้อนคนตัวเล็กไปอย่างเชื่องช้า จนเข้ามุมของห้องได้จนสำเร็จ ลำแขนแกร่งยกขึ้นขังคนตัวเล็กไว้ทั้งสองข้างสีหน้าของวรดาดูตกใจมากที่โดนเขาไล่ต้อนแบบนี้ ทว่าก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากออกมาให้เขาได้เห็น เวลาต่อมาเป็นเขาเสียเองที่อดทนทำหน้าเรียบนิ่งต่อไม่ไหววรดารู้สึกสับสนไปกับอาการของอีกคน เมื่อกี้ยังดูขึงขังจนน่ากลัวอย่างกับยักษ์ ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นคนอารมณ์ดีไปแล้ว“ตกลงพี่รุจเป็นอะไรคะ?” หญิงสาวถามออกไปอีกครั้ง เป็นบ้าน่ะสิเธอว่า แต่เธอไม่มีทางพูดออกไปหรอก เธอยังห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่“อยากโกรธที่เราหายไปนาน พอดวงตาคู่นี้มองกลับมาหาพี่ตาแป๋ว กลับโกรธเราไม่ลง” อติรุจน์ตอบออกไปยิ้มๆ ทั้งยังขำตัวเองในใจ แค่ตาหวานคู่นี้มองมาอย่างคนซื่อ เขากลับโกรธคนตัวเล็กไม่ลง มันกลายเป็นความหมั่นเขี้ยวเข้ามาแทนว
บทที่สามสิบแปด ท้อง...19.58 น.เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว ทำให้สองแม่ลูกที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ใต้ต้นมะยม ห่างจากประตูด้านหลังครัวไปไม่มาก หันมองพร้อมกัน“เดี๋ยวกุ้งไปดูเอง” กวินตาหันมาบอกคนเป็นแม่ก่อน จากนั้นจึงลุกเดินเข้าไปดู เห็นหญิงสาวร่างบางหน้าตาคุ้นเคย กำลังจะล้างอะไรบางอย่างอยู่ที่ซิงค์ล้างมือ“เฮ้ย! วิวไม่ต้องเดี๋ยวพี่ล้างเอง” กวินตารีบเข้าไปห้ามน้องสาวแทบไม่ทันแล้วมันก็ไม่ทันแล้วด้วย กวินตามองเห็นเหลือจานอยู่เพียงไม่กี่ใบวรดาก็จะล้างเสร็จแล้ว “อะไรกันเนี่ย แย่งงานพี่กับแม่ไปทำหมดแล้ว แบบนี้กะจะเลิกจ้างกันเลยหรือไง”วรดาละมือจากจานที่กำลังล้างอยู่ ก่อนจะหันหน้าไปมอง “ไม่เอาหรอกค่ะ ให้วิวช่วยดีกว่า” ทานข้าวพึ่งเสร็จเธอก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเป็นคนอาสาเก็บถ้วยจานเข้ามาในครัวล้างเองทีแรกคุณนายเคียงดาวกับอติรุจน์ห้ามเธอแล้ว แต่เธอบอกว่าขอเป็นคนทำเพราะไม่ชินกับการที่จะต้องมานั่งกินนอนกิน“ยัยคนนี้นี่ห้ามก็ไม่ยอมฟัง ดื้อมาก” กวินตาเดินเข้าไปใกล้วรดาแล้วใช้แขนกอดน้องรักไว้จนแน่นเธอกับแม่เคยบอกวรดาไปแล้วตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้น ว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกลัวว่าเธอกับแม่จะรู้สึกไม
บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...“ไอ้พล! มึงดู๊ มึงดูพี่มึงงง”กรวิชญ์ชี้มือไปข้างหลังของอิทธิพลอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวออกไปจากฟาร์ม ใจของคนเรียกเต้นแรงจนรูจมูกขยายออกกว้าง ราวกับคนกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด มือที่กำลังชี้ให้เพื่อนดูเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆอิทธิพลหันหลังไปตามมือของกรวิชญ์ที่กำลังชี้ไป ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเข้าใจในอารมณ์ของเพื่อนตัวเอง“เข้ามายังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ ออกไปอีกแล้ว”กูยังไม่หายเหนื่อยเลย !พี่มึงขับรถพาเมียออกไปข้างนอกอีกแล้วไอ้พล!“เออน่า..มึงก็เข้าใจเจ้านายมึงหน่อย”“เข้าใจบ้าอะไรกูเหนื่อย!”“แล้วจะทำยังไง ลาออกเลยมั้ยล่ะ” อิทธิพลว่าขึ้นมาอย่างใจเย็น ทั้งยังขำเพื่อนตัวเองไปด้วย“ไม่! กูยอมเหนื่อยเพิ่มก็ได้โว้ย!” ไอ้ห่าพลมันก็รู้ว่าเขาไม่กล้า ยังมาบอกให้ลาออกอีกถ้าลาออกแล้วกูจะเอาเงินที่ไหนกินว่ะ!แถวนี้ก็มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่เงินดี แถมยังได้อยู่ใกล้บ้านตัวเองด้วย“งั้นก็ไปทำงาน เลิกน้อยใจเจ้านายมึงอย่างกับเป็นเมียเขาอีกคน” ส่ายหัวเมื่อพูดกับเพื่อนจบ เตรียมตัวจะก้าวขาเดินเข้าไปในออฟฟิศต่อ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปเคลียร์งานเอกสารที่ยัง
บทที่สามสิบ คนเมาที่เหมือนไม่เมา...“อะไรกันวะรุจ แค่นี่มึงเมาแล้วเหรอ ปกติมึงคอแข็งจะตาย” อาจารย์หนุ่มทักขึ้นด้วยความงุนงงกับท่าทีของคนที่เป็นเจ้าของงาน “มึงแกล้งอะไรพวกกูหรือเปล่าเนี่ย”“...” อติรุจน์นิ่งเงียบ“เซ็งเลยกู ยังไม่สี่ทุ่มเลยมันดันเมาเหล้าแล้ว” วีรภัทรเอ่ยเสร็จก็หันไปมองเพื่อนอีกคน “ว
บทที่ยี่สิบสี่ พาแมวกลับไปรับโทษ...“คุณรุจ!!”หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ แทนที่เธอจะความรู้สึกกลัว แต่มันกลับตรงกันข้ามอติรุจน์มาทำอะไรที่นี่หรือว่า..เขาพาเดินห้างกับแฟนไวเท่าความคิด วรดาก็พยายามสอดส่ายสายตาไปทางนั้นทีทางนี้ที ผลปรากฏว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่จุดนี้ ถ้าไม่นับรวมกับคนอื่น
บทที่ยี่สิบสอง คิดจะทำอะไร...หญิงสาวเดินตามชายแปลกหน้า มาจนถึงรถตู้คันสีดำ จากนั้นชายหนุ่มจึงเปิดประตูให้เธอขึ้นไปคุยกับใครอีกคนตามลำพังภายในรถมีเพียงผู้ชายตัวสูงผิวขาวมากคนหนึ่ง กำลังนั่งหลับตาเอนหลังไปกับเบาะรถยนต์ด้วยท่าทางสบายลมหายใจถูกพ่นเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเหมือนคนกำลังนอนหลับสนิท“เอ่อ...
บทที่สิบเก้า ตั้งสติ...หลายวันต่อมา วรดานั่งพักอยู่ใต้ต้นมะยมหลังห้องครัวอย่างเช่นทุกครั้ง หลังจากทำหน้าที่ตัวเองแล้วเสร็จสายตาหวานสาดส่องมองดูทิวทัศไปทั่วเท่าที่สายตาเธอจะมองเห็น จนไปสะดุดเข้ากับอาคารออฟฟิศจากตรงที่เธอนั่งอยู่มองเห็นเพียงด้านหลังเท่านั้น กี่วันแล้วนะที่เธอไม่ได้เจอหน้าเขาน่าจ







