FAZER LOGIN“พี่ทัพอื้อ..”
สิ้นเสียงเขาริมฝีปากนุ่มหยุ่นก็ทาบทามลงมา มือประคองใบหน้าฉันเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ขยับริมฝีปากขึ้นลงตามอำเภอใจ พลางลากไล้ฝ่ามืออุ่นลงไปที่แขนฉันแล้วสอดมือประสานกันเอาไว้
เขาจับมือฉันขลึงตึงไว้เหรือศีรษะ บดเบียดเสียดกายเข้าหาจนอุณหภูมิห้องสูงขึ้น
ฉันหายใจตามไม่ทัน เขาพยายามจะสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามา แต่ว่าฉันไม่รู้ประสีประสาอะไรรีบเบือนหน้าหนีจนเขามุ่นคิ้วใส่
“นึกว่าจะต่อยซะอีก” เขาพูดขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ดังในลำคอ
“พี่ทัพเมา” ฉันนิ่วหน้ามองอีกฝ่ายที่เอาแต่ยิ้มหวานไม่หยุด
“เปล่า” เขาส่ายหน้าปฏิเสธ
“ได้กลิ่นเหล้านะคะ”
“ก็.. นิดหน่อยเอง ไม่เมาหรอก”
“.....”
“ไม่เมาจริงๆ ครับ สาบานได้”
พูดจบเจ้าตัวก็ชูนิ้วขึ้นสาบาน ก่อนจะโปรยรอยยิ้มหวานให้อีกครั้ง พร้อมกับซุกหน้าลงมาออดอ้อนฉันที่ข้างแก้ม
เขาไม่ปฏิเสธ นั่นก็แปลว่าก่อนหน้านี้ไปแอบแวะดื่มมาก่อนแน่นอนเลย
“พี่ทัพอย่ามาอ้อน” ฉันบอกเขาที่เอาหัวไซ้ข้างแก้มไม่หยุด
“ก็อ่านข้อความในไดอารี่แล้วมันน่ารักไง” เขาตอบกลับ เล่นเอาฉันริมฝีปากสั่นไปหมด
เราเพิ่งจูบกัน แล้วเขาก็เพิ่งจะชอบว่าฉันน่ารักเนี่ยนะ
“พี่ทัพ.. จีนเขินนะคะ ทำไมต้องแอบอ่านด้วย”
“น่ารักดีออก ไม่เห็นต้องเขินเลย..”
ทว่าต่อให้บทสนทนามันสิ้นสุดลง แต่ท่าทางของฉันกับเขามันล่อแหลมจนใบหน้าร้อนผ่าวไม่หยุดเลยตอนนี้
พี่ทัพก้มหน้าเข้ามาใกล้ ฝั่งรอยจูบไว้ข้างแก้ม ก่อนที่จะขยับไปจูบที่ลำคอและกลางอก จากตอนแรกที่จับมือฉันเอาไว้ก็ละออกมาเป็นกอบกุมเข้าที่หน้าอกแทน
“อ้ะ” ฉันร้องออกมาเบาๆ เขาแค่จับมันไม่ได้บีบเค้นแต่ริมฝีปากยังพรหมจูบไม่หยุด
เขาจูบลงบนหน้าท้องจนฉันแขม่วเกร็ง ก่อนจะเงยหน้าแล้วยกยิ้มมุมปาก
“พี่จะทำแบบนี้เพราะประชดแฟนใช่มั้ย”
“ใครจะทำแบบนั้น”
“ก็ที่ทำอยู่..”
“แค่อยากทำให้เธอรู้สึกดี ความรู้สึกของเธอที่ฉันเมินเฉยไป.. ขอโทษนะ” เขาหยุดการกระทำแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน
คำว่าขอโทษที่เมินเฉยต่อความรู้สึกของฉัน มันเหมือนกับได้พรากคำว่าสติให้หลุดลอยไปอย่างสิ้นเชิง
วินาทีที่เราได้สบสายตากันมันเหมือนมีสายฟ้าพาดผ่านเข้ามาที่กลางอก ฉันเผลอกัดริมฝีปากเมื่ออีกฝ่ายใช้มือลูบขาอ่อน พลางกระถดตัวถอยใช้ใบหน้าจ่อไว้ที่หว่างขาฉัน
ท่านี้มันน่าอายชะมัดเลย
“พี่ทัพ”
“เธอก็รู้ว่าฉันเป็นพวกไม่สนโลก ถ้าไม่บอกว่าชอบมา จะรู้ได้ยังไง”
เคยได้ยินคำว่าผู้หญิงของทัพมั้ย..
พี่ทัพได้ฉายานี้เพราะเวลามีแฟนเขาจะทรีตแฟนสาวเขาดีมาก ไม่ว่าใครก็อยากจะขึ้นเป็นผู้หญิงของทัพ บางคนถึงกระทั่งบอกว่าแค่วันไนท์กับเขาก็ยังดี
แต่ว่าพี่ทัพไม่เคยวันไนท์กับใคร..
เขาอาจจะเปลี่ยนแฟนบ่อย แต่แฟนแต่ละคนของเขาไม่มีใครไม่พอใจกับการได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงของทัพเลยสักคน
ฉันเองก็อยากเป็นผู้หญิงของทัพเหมือนกัน แต่หมายความว่าเป็นคนสุดท้ายของเขา ไม่ได้อยากเป็นเหมือนกระดาษทิชชู่ที่เจ้าตัวใช้แล้วก็ทิ้ง
“อึก”
เจ้าตัวใช้ปากงับจุดอ่อนไหวผ่านกางเกงตัวโปรด ยกทั้งสองขาของฉันให้พาดไว้บนบ่าแกร่งในท่าทางที่น่าอายและล่อแหลมขั้นสุด
“อ้ะ”
เขากดริมฝีปากหนักๆ เข้ามาที่ใจกลางของความอ่อนไหว มือบีบเค้นขยำสะโพกฉันเป็นวงกลม
ไม่รู้ว่ากางเกงขาสั้นตัวโปรดถูกเขาถอดออกไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ลมเย็นของแอร์ปะทะเข้ากับเนินสาว และเรียวนิ้วของเขาก็ล้วงล้ำเข้ามาข้างในร่างกายแล้วเรียบร้อย
“อยะ..อย่าเลียนะคะ”
“ห้ามได้ที่ไหน”
“อื้อ”
พูดไม่ทันขาดคำ เขาก็ใช้นิ้วหัวแม่มือขยี้ปุ่มคลิสตอริคเป็นวงกลม ก่อนจะแลบลิ้นชื้นแฉะแตะเข้าที่รูสีหวานนั่นเข้าอย่างจัง
ฉันกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด แอ่นสะโพกบางไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนยากที่จะหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ
พี่ทัพใช้ลิ้นสากลากไล้ชิมน้ำใสที่หลั่งออกมาจนเกิดเสียงดัง ในจังหวะเดียวกันเขาก็เริ่มขยับเรียวนิ้วที่แช่ค้างเอาไว้ รู้สึกเหมือนใจมันวาบหวิว สติลอยปลิวหาย เหลือเพียงแต่ร่างกายที่ตอบสนองรัดเรียวนิ้วนั่นไม่พัก
กลีบเนื้อที่เคยปิดสนิทกำลังถูกเขารังแกอย่างต่อเนื่อง มันรู้สึกวูบวาบท้องน้อยรวมถึงข้างในมันก็ตอบสนองด้วยการตอดนิ้วเขาถี่ๆ ยิ่งตอนที่เจ้าตัวใช้ปากดูดดุนปุ่มเนื้อ มันเสียวกระสันจนสะโพกฉันยกลอยสูง
มันน่าอายมากกับท่าทางของฉัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีไปกับมันจนกู่ไม่กลับแล้ว
“มันอื้อ.. เสียวพี่ทัพ.. อย่า”
ฉันหนีบเรียวขาเข้าหากัน ขณะเดียวกันก็ใช้มือจิกลงบนผ้าปูที่นอนระบายความเสียวซ่าน
เม็ดเหงื่อไหลผุดซึมเต็มใบหน้า ร่างกายร้อนระอุเกินไป ยามที่ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายซุกอยู่ตรงน้องสาวของฉัน
มันไม่เคยมีใครเข้าถึงมาก่อนเลย..
และวินาทีที่ฉันทนต่ออารมณ์เสียวนี้ไม่ไหว ร่างกายก็เหมือนจะปลดปล่อยน้ำหวานออกมา ดวงตาปรือเงยหน้าเหยเกมองเพดานปลายเท้าจิกเกร็งจนงุ้มงอ
“อ๊าา” ฉันกรีดร้องออกมา ก่อนจะกระตุกเกร็งถี่ๆ ด้านในตอดรัดเรียวนิ้วของพี่ทัพแน่น
"อีกรอบมั้ย"
"พะ..พอก่อน อยะ..อย่าสิคะ อ๊า"
เขาขยับนิ้วอีกครั้ง คราวนี้ก้มหน้าใช้ลิ้นแตะลงบนคลิสตอริคที่ไวต่อการสัมผัส เขาใช้ลิ้นดุนดันกระตุ้นให้มันทำงานอีกครั้ง
ฉันแอ่นสะโพกขึ้นบิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน ใบหน้าร้อนผ่าว แก้มแดงฉานลามไปยันปลายจมูก
เสียงเรียวนิ้วที่ขยับเข้าออกในรูสีหวานดังขึ้นอย่างหยาบโลน ฉันได้แต่นอนหอบหายใจแรง ครางหวานเสียงกระเส่ากับลิ้นรัวของพี่ทัพ
“อ๊ะ.. เสียวค่ะ มันอื้อ.. พี่ทัพขาจีนจะเสร็จ”
ดวงตาคมเปรยขึ้นสบตา ขณะที่ใบหน้าวางอยู่ที่หว่างขาของฉัน พี่ทัพยังคงรัวลิ้นใส่คลิสตอริคพร้อมกับขยับเรียวนิ้วควบคู่กันไปด้วย
ให้ตายสิ ไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายมันรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน
“อ๊ะ.. อึก.. อื้อออ” ฉันปิดเปลือกตาแน่น ก่อนจะหนีบหว่างขาเข้าหากัน หน้าท้องกระตุกเกร็งรูรักนั่นก็ปลดปล่อยน้ำสีขาวเยิ้มออกมา
เขาช่วยฉันเสร็จถึงสองครั้ง.. และมันสุดยอดจนสมองโล่งโจ้งไปหมดเลย
“ไม่เคยช่วยตัวเองเหรอ..”
“มะ..ไม่เคย”
“ถึงว่าน้ำเยอะเชียว”
สิ้นเสียงเขามือหนาก็จับสะโพกฉันให้พลิกกลับไปนอนคว่ำ นิ้วยาวสอดแทรกเข้ามาข้างในตัวฉันอีกรอบ ควงวนเป็นวงกลมก่อนจะดึงออกไป
“ยกก้น” เขาออกคำสั่ง แทรกมือหนาดันหน้าท้องฉันให้กระดกก้นขึ้น
“อึก.. พี่ทัพ” ฉันเรียกชื่อเขาเสียงสั่น ได้แต่นอนก้มหน้าจิกเกร็งปลายเท้า เมื่ออีกฝ่ายใช้ปลายลิ้นซนแยงเข้าออกร่องสีหวาน ตวัดกวาดน้ำหวานที่หลั่งออกมาจนหมด
แต่กว่าจะหมดก็เล่นเอาฉันเกือบจะเสร็จอีกรอบคาปากเขาเลย ตอนนี้ไม่ใช่แค่รู้สึกดี แต่ในหัวฉันมันว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด ได้แต่หายใจเหนื่อยหอบกับกิจกรรมสำเร็จความใคร่เมื่อครู่
“อยากโดนเอาจริงๆ มั้ย”
“.....”
“หรือจะใช้ปากให้ฉัน”
เขาเป็นประเภทหยาบคายและพูดโผลงผลางตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จัก แม้จะรู้จักผ่านเพื่อนของพี่เจย์ก็ตาม แต่พี่ทัพเป็นคนที่โดดเด่นและสะดุดตาฉันตั้งแต่แรกเจอเลย
อาจจะเป็นเพราะเขาชอบนั่งจมอยู่ภาพวาดในสมุดสเกตเชอร์ของตัวเอง ด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่นัยน์ตาสีเข้มช่างดึงดูด หรือบุหรี่มวลนั้นที่เขาแบ่งให้ฉันได้สูบด้วย ต่อให้ฉันจะสำลักจนดูตลกในสายตาเขาก็เถอะ
แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ในสายตาของฉันก็ไม่เคยมองใครเลยนอกจากเขา
“พี่ทัพจะเอาจีนจริงหรอคะ ไม่กลัวพี่เจย์ว่าหรอ” ฉันเอี่ยวใบหน้ามองอีกฝ่าย ที่ตอนนี้เขาเปลือยท่อนบน หน้าท้องกลัดเกร็งจนเห็นร่องวีไลน์ข้างเอวชัดเจน
มัดกล้ามบนหน้าท้องและรอยสักที่สีข้าง ทำเอาใจเต้นล่ำไม่เป็นส่ำ อยากจะกระถดตัวถอยแต่ก็ถูกมือหนาล็อคสะโพกเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“เราก็อย่าบอกมันสิ”
“งั้นจีนจะไม่บอกพี่เจย์ค่ะ”
“เก่งมาก”
“แล้วจีนต้องทำยังไงต่อ.. ต้องไปอาบน้ำก่อนมั้ย”
“ไม่.. ไม่ต้อง”
“แล้วจีนต้องทำอะไรต่อคะ”
“อ้าขาให้เอาก็พอ”
ตกเย็นหลังเลิกเรียนฉันกำลังจะเดินออกจากตึกคณะ โดยที่มียัยลีนคอยเดินชวนคุยสัพเพเหระก่อนจะแยกทางกลับบ้าน ทว่าสายตาดันกวาดไปปะทะเข้ากับเจ้าของรถหรูยืนรออยู่ก่อนแล้ว“จีน” เขาโบกมือทันทีที่เห็นฉัน“พี่ทัพ” ริมฝีปากพึมพำชื่อเจ้าตัวออกมา พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ดูยุ่งเหยิง เพราะเพิ่งจะเลิกจากคลาสสุดท้ายของวันยัยลีนใช้ศอกสะกิดให้ฉันหันกลับมามอง มันส่งสายตาพยักเพยิด พลางชี้ไปที่ริมฝีปากของตัวเอง“อะไรวะ” ฉันเลิกคิ้วถาม“เติมลิปสิคะ มึงจะออกไปหาผู้ทั้งที่ปากซีดเนี่ยนะ” มันว่าฉันรีบยืนหันหลังให้พี่ทัพ ก่อนจะหยิบลิปสติกแท่งโปรดขึ้นมาปาดบนริมฝีปากบนล่างสองสามที เม้มเข้าหากันเล็กน้อยตามที่เพื่อนสนิททำท่าให้ดู“ไปได้แล้ว พี่ทัพรออยู่” คนตรงหน้าพูดพลางเปรยตาไปทางด้านหลังฉัน“ขอบใจนะมึง โทษทีไม่ได้เดินไปส่งที่รถ”“ไม่เป็นไรค่า โสดสะบัดค่ะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”“บาย”“เออ บาย”ฉันไล่สายตามองเพื่อนสนิทที่เดินห่างออกไป ก่อนจะหมุนเท้าหันกลับมาโฟกัสที่พี่ทัพ พลางเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเจ้าตัวพร้อมรอยยิ้ม“วันนี้เลิกเร็วหรอคะ แล้วมารอนานหรือเปล่า”“ไม่นาน รอได้”ใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน้าว่ารอไม่นาน แต่บนแก้มขาวกลับมี
จีน พาร์ท“ตอนเช้ากำลังดีมึง ถ้ามีโอกาสก็สร้างความประทับใจเลย”“ถ้าไม่เคยอย่าเอาเข้าลึก อ้วกต่อหน้าผู้ไม่ได้นะคะ”“ใช้มือกับปากพร้อมกันก็ได้ เห็นตรงฐานบอลสองลูกมั้ยเพื่อน เล่นได้แต่อย่าแรง ผู้จุกหดอดรับประทานนะคะ”ไม่รู้ว่าเขาประทับใจหรือเปล่า แต่พี่ทัพยิ้มไม่หุบเลยตั้งแต่เช้าเจ้าตัวส่งรูปตอนถึงห้องมาให้ดู พร้อมกับภาพอาหารเช้าที่มีเพียงคุ้กกี้กับกาแฟ เห็นกินแค่นั้นก็อยากจะแปลงโฉมเป็นแม่บ้านให้เขาเลยกินน้อยขนาดนั้นในช่วงเช้าในได้ยังไง ขนาดฉันซัดทั้งของคาวและของหวานในช่วงเช้า กะเพาะยังร่ำร้องขออาหารเพิ่มนี่ยังไม่ทันไรก็เริ่มหิวอีกแล้ว“แล้วชอบมั้ยคะ ถ้าจีนเป็นเด็กดีพี่ทัพจะรักใช่มั้ย”“รักสิคะ”ภาพของฉันวาดฝันไปไกลหลายหมื่นลี้ ทว่าพอมองย้อนกลับมาปลายเท้าคู่นี้กลับไม่ได้เดินไปไกลนักไม่ได้ใกล้เฉียดคำว่ารักของเขาเลยสักนิด..ฉันส่ายหัวให้กับภาพมัดกล้ามบนหน้าท้องของพี่ทัพ สลับกับเสียงของเพื่อนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทบอกตามตรงว่าฟังอาจารย์บรรยายในคลาสไม่ค่อยรู้เรื่อง พยายามจะจดจ่อบนหน้าจอโปรเจคเตอร์แล้ว แต่ในหัวมันก็ฟุ้งซ่านขึ้นมาครั้งแรกที่ทำแบบนั้นกับเขา..ภาพในหัวติดกับสีหน้าข
เธอไม่ตอบ พลางเสตามองเหมือนเหลือบไปคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะก้มตัวลงไปนั่งคุกเข่าปลายเท้าราบไปกับพื้นขณะเดียวกันผมก็หันหน้ากลับมา ส่วนปลายของความยาวชี้ไปยังใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อเธอดูเขินอายเพราะความไม่เคย ทั้งยังดูตระหนกในแววตาแต่ก็ปิดซ่อนมันไว้ไม่มิด ด้วยการพยายามเอื้อมมืออันสั่นเทามาแตะส่วนกลางกายโคตรน่าหงุดหงิดผมแอบจิ๊ปากด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะคว้ามือเล็กมาจับเอ็นอุ่น เล่นเอาอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกผวาราวกับฝันร้ายอยู่“อาา” ผมหลุดครางกระเส่า เพราะมือเธอมันโคตรนิ่มเลยเรียวคิ้วสวยของเธอเลิกขึ้น หลุบตาหลุกหลิกไปมาเหมือนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไปผมเลยจับมือเธอให้หยอกล้อเล่นกับท่อนเอ็นในมือ สร้างความคุ้นชินที่จะทำให้ในอนาคตเธอพัฒนาขึ้นมากกว่านี้ก็ได้ทว่าเหมือนเธอจะมีปฏิกิริยาตอบรับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แววตาช่างดูใสซื่อทั้งที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนด้วยซ้ำ“ตอนใช้ปากก็มองตาฉัน..”“อึก”“มองสิ”เธอเปรยตาขึ้นมอง กะพริบตาสองสามทีแล้วมองตามผมเหมือนรอให้ออกคำสั่งก่อนถึงจะทำตามผมแยกยิ้มบนมุมปากด้วยความพอใจ ก่อนจับแกนกายถูไถที่ริมฝีปากสีสวย สอดใส่เข้ากระทุ้งที่ข้างกระพุ้งแก้มนุ่ม“อย่าให้โดนฟันก็พอ” พ
กองทัพ พาร์ทคุณเคยเห็นรูปร่างที่ชวนใจสั่นมั้ย..คนเราต่างก็มีพื้นฐานความรักและความชอบเป็นของตัวเอง ยอมรับว่าผมเคยเห็นอะไรทำนองนี้มาบ้างแล้ว แต่ร่างกายของเด็กตรงหน้า มันทำให้ผมมีกำลังวังชาขึ้นเยอะเลยรู้สึกชอบจนต้องลุกขึ้นมานั่งวาดรูปของเธอลงบนสมุดสเกตส่วนตัวแต่เช้าไม่ได้วาดออกมาจนสมจริง ก็แค่ร่างเส้นไปตามอารมณ์ข้างใน ลากปลายดินสอไปมา จนกลายเป็นรูปของเธอที่นอนคว่ำหน้าหลับตาพริ้มอยู่ผ้าห่มแทบจะไม่ได้ปกปิดส่วนขาวเนียนบนผิวเธอเลย ร่องรอยร่วมรักยังชัดเจนบนผิวกายของเจ้าตัว ซึ่งมันทำให้ผมพึงพอใจพอสมควรเลย“อา แต่เช้าเลยกู” ผมสบถ ก่อนจะก้มมองกลางกายที่เสือกแข็งตอนวาดรูปเธอผิวขาวเนียนละเอียดนอนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า กำลังผ่อนปรนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเธอเหน็ดเหนื่อยจากการร่วมรักเมื่อคืนแค่ไหนโคตรเด็ด..ว่าแล้วทำไมเจย์มันถึงหวงน้องมันขนาดนี้“อื้อ..” เสียงใสดังขึ้นจากการขยับตัวบิดขี้เกียจใบหน้าสวยปรือตาขึ้นมอง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า เมื่อเธอเห็นว่าผมกำลังนั่งจ้องเธออยู่ มือขวาก็ถือดินสอวาด ส่วนมือซ้ายคีบบุหรี่สูบไปพลางคาร์เทียร์ยังอยู่บนข้อมือเล็กดูเข้ากัน รวมถึงรอยจูบที่ย
ฉันกัดริมฝีปากสั่นระริก เนื้อแน่นที่อัดกระแทกบั้นท้ายจนขึ้นสีกำลังตอกหมุดด้วยการร่อนเอวพลิ้วเป็นเวฟคลื่นมัดกล้ามแน่นเด่นนูนชัดเจน รวมถึงสีหน้าของพี่ทัพที่เสียวจนเหยเกใบหน้า เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน มือสองข้างจับก้นกลมแหวกออกแล้วตอกหมุดถี่ๆดวงตาคู่คมวาบวามไปด้วยกามารมณ์ ริมฝีปากเผยอขึ้น ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากหลุบตามองฉันที่กำลังมองเขาร่อนเอวสอบเข้าใส่“ชอบมั้ยคะเด็กดี” เสียงทุ้มเอ่ยถาม แล้วฟาดลงบนก้นฉันทีนึงน่าแปลกที่ฉันกลับชอบมัน..สัมผัสเร่าร้อนที่ทวีคูณความรุนแรงของเขา เป็นเหมือนการตกผลึกตัวตนของฉันให้สมยอมอย่างเต็มใจ“อ๊ะๆ .. ฮึก อ๊าา แรงเกินไปแล้ว อึก.. อ้ะะ” ฉันครางส่ำไม่เป็นภาษาร่างกายโยกไปข้างหน้าตามแรงกระแทก รู้สึกได้ถึงน้ำเหนียวที่ปลดปล่อยออกมาเยิ้มไปหมดเลย“ทำไมตอดเก่งจังวะ”“อย่าแหวกสิ.. มันเสียวนะ”“ไม่ชอบหรอคะ หืม”พูดจบเขาก็บีบก้นฉันอย่างถนัดมือ ก่อนจะแยกมันออกแล้วกระแทกเอ็นอุ่นเข้าร่องสวาทลึกเข้าไปจนมิดลำแยงเข้าออกจนร่างกายมันผวาเฮือก จิกมือลงบนผ้าปูที่นอนแน่นท่านี้มันโคตรลึกเลย“อ๊าา ฮึก.. จะไม่ไหวแล้วน้า อึก” ฉันร้องบอก ท่ามกลางกลุ่มผมที่ตกลงมาปรกหน้า“เสร็จเล
หลังจากที่พี่เจย์กลับไป เวลาก็ปาไปเกือบจะห้าทุ่มกว่า เขาเอาแต่นั่งเล่นนอนเล่นเหมือนคนไม่มีอะไรทำ ทั้งที่ตัวเองใกล้จะจบมหาวิทยาลัยอยู่แล้วข้อความจากพี่ทัพส่งเข้ามาตั้งแต่ช่วงเย็น จากนั้นก็ไม่มีข้อความจากเขาอีกเลย ส่วนฉันก็ไม่ได้ทักไป เพราะมัวแต่กลบเกลื่อนอาการพิรุธของตัวเองด้วยการนอนดูหนัง แล้วก็สั่งอะไรมากินด้วยกันพี่เจย์ไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับพี่ทัพ ส่วนเรื่องของพี่เจย์จากปากพี่ทัพก็ยังไม่มีอะไรออกมาเช่นกันทะเลาะกันแน่นอนหนังเรื่องที่สองจบบริบูรณ์ไปแล้ว แต่เนื้อเรื่องไม่ได้ผ่านสมองฉันเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เปลือกตามันหนักอึ้งใกล้จะหลับฉันคว้ารีโมทกดปิดโทรทัศน์ตรงหน้า พลางลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่สุดท้ายแล้ววันนี้พี่ทัพอาจจะไม่ได้มาหา ส่วนฉันก็ไม่ได้โทรไปเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี นอกจากส่งสติกเกอร์บอกฝันดีเขาแล้วทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะตรงหน้า ก่อนย้ายสังขารไปนอนบนเตียงแทนกองทัพ..ชื่อของเขามันกวนใจฉันชะมัดเลยผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันถึงอะไรบางอย่าง ที่ทำให้รู้สึกดีจนหลุดเสียงครางบางเบามีแสงสีขาวรายล้อมรอบตัวฉัน ตรงหน้าเป็นสว







