FAZER LOGIN
เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนที่มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ฉันสะลืมสะลือแล้วเหลือบมองนาฬิกาหัวเตียง ก่อนจะก้าวเท้าตรงไปยังประตู แอบส่องตาแมวห้องมองออกไปถึงได้รู้ว่าไม่ใช่คนไกลเลยที่มารบกวนกันเวลานี้
“พี่ทัพ” ฉันเอ่ยชื่อคนตรงหน้า ขณะเดียวกันก็เปิดประตูอ้ารับเขาแล้ว
“ขอนอนด้วยดิ”
“ห้องพี่ทัพก็..”
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เขาก็แทรกตัวเข้าไปในห้องด้วยความคุ้นชิน เพราะว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาห้องฉัน เจ้าตัวมาจนแทบจะเป็นบ้านหลังที่สอง แต่ว่ามาในยามวิกาลอาจจะยังไม่เคย นอกจากดื่มเหล้าสังสรรค์กันจนเมาก็มีบ้างที่นอนเรี่ยราดบนพื้นห้อง
แล้ววันนี้เขามาทำไม..
“ทะเลาะกับแฟนหรอ มานอนห้องหนูเดี๋ยวแฟนพี่ก็ตามมาหาเรื่องอีก”
“เลิกแล้ว”
“เมื่อไหร่..”
“อาทิตย์ก่อน”
“อย่าโกหก” ฉันโพล่งถามออกไปอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง จากตอนแรกที่งัวเงียก็ตื่นเต็มตา มองผู้ชายที่มีรอยสักบริเวณแขนข้างขวาอย่างลืมตัว
“คิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นหรือไง” เขาตอบกลับสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะถอดกางเกงยีนส์ตัวเองพาดไว้บนเก้าอี้ เสื้อยืดตัวนอกจนเปลือยเปล่า เหลือไว้เพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวบาง
“แล้วทำไมถึงเลิก..” ฉันมุ่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย มือก็ขยำกางเกงขาสั้นอย่างลืมตัว
ดวงตาคู่คมเปรยมองมาแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก มันไม่ใช่สายตาที่เขาเคยมองกัน ทว่ามันกลับแปรเปลี่ยนเหมือนแม่เหล็กที่พลิกขั้ว คล้ายกับหมาป่าที่จ้องจะขย้ำกระต่าย
ฉันรีบยกมือขึ้นกอดอก เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองใส่เพียงเสื้อยืดสายเดี่ยวแล้วก็โนบรา รวมถึงกางเกงขาสั้นจนเสมอแก้มก้นอีกต่างหาก
“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก ไปนอนต่อเถอะ”
“แต่ว่า..”
“ฉันนอนห้องนี้ละกัน จะได้ไม่รบกวนเธอ”
เขาไม่มีทางเลิกกับใครเพราะเบื่อหรอก ใครเขาก็รู้ว่าพี่ทัพเป็นคนคลั่งรักไม่ลืมหูลืมตา ขนาดที่แฟนของเขาทำให้เจ้าตัวเสียใจมีน้ำตามาหาเขาก็ยังยืนยันที่จะไม่เลิกเลย
แล้วทำไมถึงเลิกกันได้ล่ะ..
ฉันเผลอกำมือแน่น สับสนในตัวเองไปหมดที่ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี กับคนที่ฉันแอบชอบอกหักแล้วซมซานมาแบบนี้
เอาเข้าจริงแล้วฉันเสียใจ..
ไม่ได้อยากเห็นเขาเป็นแบบนี้เลยสักนิด
พอเห็นว่าเขาเดินหลบเข้าไปในห้องรับแขก ฉันก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ลดมือที่กอดปิดหน้าอกเอาไว้ลง
ห้องนอนสำหรับแขกมันถูกเตรียมเอาไว้สำหรับเพื่อนที่มาห้องฉัน หรือบางวันที่มีกลุ่มเพื่อนมาทำงานจนดึกดื่นกลัวจะขับรถไม่ไหว ห้องนั้นมันก็จะถูกเปิดใช้แล้วก็มีเตียงนอนเตรียมพร้อมให้แขกอยู่เสมอ
อยากถามเขาจังเลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันคิดว่าเขาคงไม่พร้อมจะเล่าตอนนี้
สุดท้ายแล้วฉันก็ทิ้งคำถามทั้งหมดให้มันเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ กลับมาล้มตัวนอนอยู่ที่เตียงด้วยทีท่าเหนื่อยอ่อนกับการหอบร่างไปเรียนในทุกวัน
ทว่าไม่ทันที่จะได้หลับตาลง ก็มีเรียวแขนของใครสักคนโอบกอดเข้ามาทางด้านหลัง
เตียงนุ่มยวบยามไปตามแรงของอีกฝ่ายที่ทิ้งตัวลงมา กว่าจะขัดขืนก็เล่นเอาเขาโผเข้ากอดฉันจนจมอกไปซะแล้ว
“ขอฉันนอนด้วย.. หลบไปหน่อย” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยข้างใบหู
มันเสียวแล้วก็รู้สึกจั๊กจี้อย่างบอกไม่ถูก แต่เหมือนพี่ทัพจะเป็นฝ่ายบุกรุกห้องฉันก่อนนะ
“ขยับสิ”
“.....”
“ขี้หวงแม้กระทั่งเตียงนอนหรอ”
เขาจับฉันให้พลิกตัวนอนหงาย แล้วเท้าแขนมองมาด้วยสายตาไม่ได้รู้สึกสำนึกเลยสักนิดที่ทำตัวเหมือนโจรบุกห้องแบบนี้
“เปล่า แค่งงว่าทำไมพี่เข้ามาในห้องฉันได้”
“เธอไม่ได้ล็อคห้อง”
“แล้วเข้ามาทำไมคะ”
“อยากนอนด้วย”
“นะ..นอนอะไร”
“มีนอนแบบอื่นด้วยหรอ”
ประโยคสนทนาระหว่างเราหยุดไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบภายในห้องอันมืดสลัว ทว่ายังคงมองเห็นใบหน้าคมคายของเขานั้นชัดเจน
พี่ทัพเป็นคนหล่อ.. เขาหล่อแบบไม่ต้องพยายามอะไรฉันก็ชอบ
ชอบมาก่อนที่เขาจะมีแฟนคนปัจจุบันซะอีก ชอบจนอยากจะเลิกชอบแต่ก็ทำไม่ได้
“นอนเอากัน”
“.....”
“อยากโดนหรือไง”
เขากระตุกยิ้มมุมปากให้ฉันที่เอาแต่นอนจ้องเขาไม่หยุด อกข้างซ้ายเต้นสั่นไหวกับรอยยิ้มขี้เล่น เขายกมือขึ้นทัดหูให้ ก่อนจะจับมือฉันไปแนบไว้ข้างแก้ม
“เธอชอบฉันหรอ”
“คะ”
“สมุดไดอารี่เธอในห้องนั้น.. เธอเป็นคนเขียนใช่มั้ย”
ฉันเบิกตาโพลงแก้มร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู เผลอไปลืมสมุดนั่นไว้ตั้งแต่ตอนไหน แล้วเขาเป็นใครถึงมีสิทธิ์มานั่งอ่านไดอารี่ของฉันล่ะเนี่ย
“ถ้าชอบทำไมไม่บอก..”
“ก็..ก็พี่ทัพมีแฟนแล้ว”
“ถ้าบอกชอบก่อน อาจจะขอเป็นแฟนก่อนก็ได้”
เรียวคิ้วฉันมุ่นเข้าหากันแน่น พลางกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่เพราะใบหน้าของเขาห่างจากฉันไม่ถึงคืบ
การที่พี่ทัพเอามือของฉันไปอังข้างแก้ม มันคือการมัดมือชกไม่ให้ฉันขัดขืดได้ แถมยังมานอนยิ้มใกล้ๆ แบบนี้จะให้ชักสีหน้าไปต่อถูกได้ยังไงกัน
อ่านไดอารี่ไปถึงตรงไหนแล้ว ฮือ
ใช่ ฉันแอบชอบเขามาสามปีกว่าแล้ว รอรวบรวมความกล้าจนเขาไปมีแฟนเป็นถึงสาวสวยของนิเทศ คบกันได้เกือบครึ่งปีหรือเปล่าฉันไม่แน่ใจ แต่ไหงพอฉันจะตัดใจเขาถึงได้วกกลับมาได้อีกนะ
“ไอ้เจย์ต่อยฉันแน่ถ้ารู้ว่ามาหาน้องมันถึงห้อง”
“พี่เจย์บอกว่าอย่าเข้าใกล้พี่ทัพค่ะ”
“ทำไมล่ะ ฉันดูอันตรายเหรอ”
อันตรายสิ..
อันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจไง
“แล้วถ้าฉันจูบเธอล่ะ ไอ้เจย์มันจะต่อยปากฉันมั้ย”
“.....”
“หรือเธอจะต่อยฉัน.. หลังจากที่ฉันจูบเธอ”
ตกเย็นหลังเลิกเรียนฉันกำลังจะเดินออกจากตึกคณะ โดยที่มียัยลีนคอยเดินชวนคุยสัพเพเหระก่อนจะแยกทางกลับบ้าน ทว่าสายตาดันกวาดไปปะทะเข้ากับเจ้าของรถหรูยืนรออยู่ก่อนแล้ว“จีน” เขาโบกมือทันทีที่เห็นฉัน“พี่ทัพ” ริมฝีปากพึมพำชื่อเจ้าตัวออกมา พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ดูยุ่งเหยิง เพราะเพิ่งจะเลิกจากคลาสสุดท้ายของวันยัยลีนใช้ศอกสะกิดให้ฉันหันกลับมามอง มันส่งสายตาพยักเพยิด พลางชี้ไปที่ริมฝีปากของตัวเอง“อะไรวะ” ฉันเลิกคิ้วถาม“เติมลิปสิคะ มึงจะออกไปหาผู้ทั้งที่ปากซีดเนี่ยนะ” มันว่าฉันรีบยืนหันหลังให้พี่ทัพ ก่อนจะหยิบลิปสติกแท่งโปรดขึ้นมาปาดบนริมฝีปากบนล่างสองสามที เม้มเข้าหากันเล็กน้อยตามที่เพื่อนสนิททำท่าให้ดู“ไปได้แล้ว พี่ทัพรออยู่” คนตรงหน้าพูดพลางเปรยตาไปทางด้านหลังฉัน“ขอบใจนะมึง โทษทีไม่ได้เดินไปส่งที่รถ”“ไม่เป็นไรค่า โสดสะบัดค่ะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”“บาย”“เออ บาย”ฉันไล่สายตามองเพื่อนสนิทที่เดินห่างออกไป ก่อนจะหมุนเท้าหันกลับมาโฟกัสที่พี่ทัพ พลางเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเจ้าตัวพร้อมรอยยิ้ม“วันนี้เลิกเร็วหรอคะ แล้วมารอนานหรือเปล่า”“ไม่นาน รอได้”ใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน้าว่ารอไม่นาน แต่บนแก้มขาวกลับมี
จีน พาร์ท“ตอนเช้ากำลังดีมึง ถ้ามีโอกาสก็สร้างความประทับใจเลย”“ถ้าไม่เคยอย่าเอาเข้าลึก อ้วกต่อหน้าผู้ไม่ได้นะคะ”“ใช้มือกับปากพร้อมกันก็ได้ เห็นตรงฐานบอลสองลูกมั้ยเพื่อน เล่นได้แต่อย่าแรง ผู้จุกหดอดรับประทานนะคะ”ไม่รู้ว่าเขาประทับใจหรือเปล่า แต่พี่ทัพยิ้มไม่หุบเลยตั้งแต่เช้าเจ้าตัวส่งรูปตอนถึงห้องมาให้ดู พร้อมกับภาพอาหารเช้าที่มีเพียงคุ้กกี้กับกาแฟ เห็นกินแค่นั้นก็อยากจะแปลงโฉมเป็นแม่บ้านให้เขาเลยกินน้อยขนาดนั้นในช่วงเช้าในได้ยังไง ขนาดฉันซัดทั้งของคาวและของหวานในช่วงเช้า กะเพาะยังร่ำร้องขออาหารเพิ่มนี่ยังไม่ทันไรก็เริ่มหิวอีกแล้ว“แล้วชอบมั้ยคะ ถ้าจีนเป็นเด็กดีพี่ทัพจะรักใช่มั้ย”“รักสิคะ”ภาพของฉันวาดฝันไปไกลหลายหมื่นลี้ ทว่าพอมองย้อนกลับมาปลายเท้าคู่นี้กลับไม่ได้เดินไปไกลนักไม่ได้ใกล้เฉียดคำว่ารักของเขาเลยสักนิด..ฉันส่ายหัวให้กับภาพมัดกล้ามบนหน้าท้องของพี่ทัพ สลับกับเสียงของเพื่อนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทบอกตามตรงว่าฟังอาจารย์บรรยายในคลาสไม่ค่อยรู้เรื่อง พยายามจะจดจ่อบนหน้าจอโปรเจคเตอร์แล้ว แต่ในหัวมันก็ฟุ้งซ่านขึ้นมาครั้งแรกที่ทำแบบนั้นกับเขา..ภาพในหัวติดกับสีหน้าข
เธอไม่ตอบ พลางเสตามองเหมือนเหลือบไปคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะก้มตัวลงไปนั่งคุกเข่าปลายเท้าราบไปกับพื้นขณะเดียวกันผมก็หันหน้ากลับมา ส่วนปลายของความยาวชี้ไปยังใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อเธอดูเขินอายเพราะความไม่เคย ทั้งยังดูตระหนกในแววตาแต่ก็ปิดซ่อนมันไว้ไม่มิด ด้วยการพยายามเอื้อมมืออันสั่นเทามาแตะส่วนกลางกายโคตรน่าหงุดหงิดผมแอบจิ๊ปากด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะคว้ามือเล็กมาจับเอ็นอุ่น เล่นเอาอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกผวาราวกับฝันร้ายอยู่“อาา” ผมหลุดครางกระเส่า เพราะมือเธอมันโคตรนิ่มเลยเรียวคิ้วสวยของเธอเลิกขึ้น หลุบตาหลุกหลิกไปมาเหมือนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไปผมเลยจับมือเธอให้หยอกล้อเล่นกับท่อนเอ็นในมือ สร้างความคุ้นชินที่จะทำให้ในอนาคตเธอพัฒนาขึ้นมากกว่านี้ก็ได้ทว่าเหมือนเธอจะมีปฏิกิริยาตอบรับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แววตาช่างดูใสซื่อทั้งที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนด้วยซ้ำ“ตอนใช้ปากก็มองตาฉัน..”“อึก”“มองสิ”เธอเปรยตาขึ้นมอง กะพริบตาสองสามทีแล้วมองตามผมเหมือนรอให้ออกคำสั่งก่อนถึงจะทำตามผมแยกยิ้มบนมุมปากด้วยความพอใจ ก่อนจับแกนกายถูไถที่ริมฝีปากสีสวย สอดใส่เข้ากระทุ้งที่ข้างกระพุ้งแก้มนุ่ม“อย่าให้โดนฟันก็พอ” พ
กองทัพ พาร์ทคุณเคยเห็นรูปร่างที่ชวนใจสั่นมั้ย..คนเราต่างก็มีพื้นฐานความรักและความชอบเป็นของตัวเอง ยอมรับว่าผมเคยเห็นอะไรทำนองนี้มาบ้างแล้ว แต่ร่างกายของเด็กตรงหน้า มันทำให้ผมมีกำลังวังชาขึ้นเยอะเลยรู้สึกชอบจนต้องลุกขึ้นมานั่งวาดรูปของเธอลงบนสมุดสเกตส่วนตัวแต่เช้าไม่ได้วาดออกมาจนสมจริง ก็แค่ร่างเส้นไปตามอารมณ์ข้างใน ลากปลายดินสอไปมา จนกลายเป็นรูปของเธอที่นอนคว่ำหน้าหลับตาพริ้มอยู่ผ้าห่มแทบจะไม่ได้ปกปิดส่วนขาวเนียนบนผิวเธอเลย ร่องรอยร่วมรักยังชัดเจนบนผิวกายของเจ้าตัว ซึ่งมันทำให้ผมพึงพอใจพอสมควรเลย“อา แต่เช้าเลยกู” ผมสบถ ก่อนจะก้มมองกลางกายที่เสือกแข็งตอนวาดรูปเธอผิวขาวเนียนละเอียดนอนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า กำลังผ่อนปรนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเธอเหน็ดเหนื่อยจากการร่วมรักเมื่อคืนแค่ไหนโคตรเด็ด..ว่าแล้วทำไมเจย์มันถึงหวงน้องมันขนาดนี้“อื้อ..” เสียงใสดังขึ้นจากการขยับตัวบิดขี้เกียจใบหน้าสวยปรือตาขึ้นมอง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า เมื่อเธอเห็นว่าผมกำลังนั่งจ้องเธออยู่ มือขวาก็ถือดินสอวาด ส่วนมือซ้ายคีบบุหรี่สูบไปพลางคาร์เทียร์ยังอยู่บนข้อมือเล็กดูเข้ากัน รวมถึงรอยจูบที่ย
ฉันกัดริมฝีปากสั่นระริก เนื้อแน่นที่อัดกระแทกบั้นท้ายจนขึ้นสีกำลังตอกหมุดด้วยการร่อนเอวพลิ้วเป็นเวฟคลื่นมัดกล้ามแน่นเด่นนูนชัดเจน รวมถึงสีหน้าของพี่ทัพที่เสียวจนเหยเกใบหน้า เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน มือสองข้างจับก้นกลมแหวกออกแล้วตอกหมุดถี่ๆดวงตาคู่คมวาบวามไปด้วยกามารมณ์ ริมฝีปากเผยอขึ้น ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากหลุบตามองฉันที่กำลังมองเขาร่อนเอวสอบเข้าใส่“ชอบมั้ยคะเด็กดี” เสียงทุ้มเอ่ยถาม แล้วฟาดลงบนก้นฉันทีนึงน่าแปลกที่ฉันกลับชอบมัน..สัมผัสเร่าร้อนที่ทวีคูณความรุนแรงของเขา เป็นเหมือนการตกผลึกตัวตนของฉันให้สมยอมอย่างเต็มใจ“อ๊ะๆ .. ฮึก อ๊าา แรงเกินไปแล้ว อึก.. อ้ะะ” ฉันครางส่ำไม่เป็นภาษาร่างกายโยกไปข้างหน้าตามแรงกระแทก รู้สึกได้ถึงน้ำเหนียวที่ปลดปล่อยออกมาเยิ้มไปหมดเลย“ทำไมตอดเก่งจังวะ”“อย่าแหวกสิ.. มันเสียวนะ”“ไม่ชอบหรอคะ หืม”พูดจบเขาก็บีบก้นฉันอย่างถนัดมือ ก่อนจะแยกมันออกแล้วกระแทกเอ็นอุ่นเข้าร่องสวาทลึกเข้าไปจนมิดลำแยงเข้าออกจนร่างกายมันผวาเฮือก จิกมือลงบนผ้าปูที่นอนแน่นท่านี้มันโคตรลึกเลย“อ๊าา ฮึก.. จะไม่ไหวแล้วน้า อึก” ฉันร้องบอก ท่ามกลางกลุ่มผมที่ตกลงมาปรกหน้า“เสร็จเล
หลังจากที่พี่เจย์กลับไป เวลาก็ปาไปเกือบจะห้าทุ่มกว่า เขาเอาแต่นั่งเล่นนอนเล่นเหมือนคนไม่มีอะไรทำ ทั้งที่ตัวเองใกล้จะจบมหาวิทยาลัยอยู่แล้วข้อความจากพี่ทัพส่งเข้ามาตั้งแต่ช่วงเย็น จากนั้นก็ไม่มีข้อความจากเขาอีกเลย ส่วนฉันก็ไม่ได้ทักไป เพราะมัวแต่กลบเกลื่อนอาการพิรุธของตัวเองด้วยการนอนดูหนัง แล้วก็สั่งอะไรมากินด้วยกันพี่เจย์ไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับพี่ทัพ ส่วนเรื่องของพี่เจย์จากปากพี่ทัพก็ยังไม่มีอะไรออกมาเช่นกันทะเลาะกันแน่นอนหนังเรื่องที่สองจบบริบูรณ์ไปแล้ว แต่เนื้อเรื่องไม่ได้ผ่านสมองฉันเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เปลือกตามันหนักอึ้งใกล้จะหลับฉันคว้ารีโมทกดปิดโทรทัศน์ตรงหน้า พลางลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่สุดท้ายแล้ววันนี้พี่ทัพอาจจะไม่ได้มาหา ส่วนฉันก็ไม่ได้โทรไปเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี นอกจากส่งสติกเกอร์บอกฝันดีเขาแล้วทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะตรงหน้า ก่อนย้ายสังขารไปนอนบนเตียงแทนกองทัพ..ชื่อของเขามันกวนใจฉันชะมัดเลยผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันถึงอะไรบางอย่าง ที่ทำให้รู้สึกดีจนหลุดเสียงครางบางเบามีแสงสีขาวรายล้อมรอบตัวฉัน ตรงหน้าเป็นสว







