Share

11/2 ดับร้อน

last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-18 16:07:55

หลังลงจากเขาแล้ว ฉู่ซีเย่สั่งให้คนพาตัวเหยาอี้เหยากลับจวนและหากไม่มีคำสั่งของเขา ห้ามนางออกจากจวนแม้ครึ่งก้าว ส่วนเขาเดินทางไปยังจวนเจ้าเมืองฉู่เพื่อสอบสวนฟู่เจิ้งชิวด้วยตัวเอง

ฉู่ซีห่าวคอยอยู่แล้วเมื่อเขาไปถึง ทั้งยังสละเสื้อคลุมให้เขาอีกตัว แต่ตอนนี้ฉู่ซีเย่ร่างกายอบอุ่นยิ่ง ไม่ต้องการเสื้อคลุมใดๆ

“ข้าไม่หนาว”

“เจ้าทำให้ข้าเป็นห่วงแทบแย่” ฉู่ซีห่าวอดพูดไม่ได้

“ข้าสบายดี” ฉู่ซีเย่แย้มยิ้ม กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางยังคงติดจมูก น่าเสียดายที่เขากอดนางได้ไม่นานเท่าที่ใจปรารถนา “ท่านพี่ คนแซ่ฟู่ล่ะ”

“อยู่ในคุกรอเจ้าแล้ว” ฉู่ซีห่าวพาเขาลงไปใต้ดิน ภายในคุกคุมกันแน่นหนาเพื่อไม่ให้ใครมาชิงฆ่านักโทษไปได้ รวมทั้งยังวางกำลังไว้จำนวนหนึ่งเพื่อจับตาดู จะได้ไม่มีเหตุการณ์ฆ่าตัวตายก่อนการสอบสวน

ทันทีที่ฉู่ซีเย่ปรากฏตัวขึ้น ฟู่เจิ้งชิวในชุดไต้ซือก็แสดงท่าทีตื่นตระหนก

ฉู่ซีเย่ไม่ได้เริ่มการสืบสวนทันที แต่เขาหันมาพูดกับฉู่ซีห่าวก่อน “จริงสิท่านพี่ ท่านเขียนจดหมายให้ท่านปู่ทราบแล้วหรือยัง”

“ยังเลย”

“เช่นนั้นระหว่างที่ข้าสอบสวนคนแซ่ฟู่ ท่านช่วยเขียนจดหมายถึงท่านปู่ได้หรือไม่”

ฉู่ซีห่าวไม่ปฏิเสธ เขาคิดจะเขียนบอกท่านปู่เช่นกัน แต่เพราะเกรงว่าจะมีคนร้ายบุกมาเก็บกวาดฟู่เจิ้งชิว เลยยังไม่ได้เขียน “ข้าจะไปเขียนเดี๋ยวนี้ แล้วจะรีบลงมาหาเจ้า”

“ไม่ต้องรีบหรอกท่านพี่ จนกว่าท่านจะมา ข้าจะยังไม่สอบสวนเรื่องสำคัญ”

ครั้นคล้อยหลังเจ้าเมืองโจวอี้ ใบหน้าที่ยิ้มนิดๆ ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา ฉู่ซีเย่สั่งให้คนในคุกถอยออกไปให้หมด ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในกรงขัง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านทำให้ฟู่เจิ้งชิวรู้สึกเหมือนยมทูตกำลังเดินเข้ามา อยากจะกัดลิ้นตายเพื่อเอาตัวรอด

“ข้าควรเรียกเจ้าว่าฟู่เจิ้งชิว หรือหู่เหิงดี?”

“ซะ...ซื่อจื่อ...” ฟู่เจิ้งชิวส่ายหน้าจนตาเหลือกลาน เข็มเงินเล็กๆ จนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่ากำลังทิ่มแทงเข้ามาในลำคอ

“ว่าอย่างไร” ฉู่ซีเย่ยิ้มเยือน แต่สำหรับคนอย่างฟู่เจิ้งชิวแล้ว รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงไข่สันหลัง เขาอยากตายในวินาทีนั้น ดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากับคนอย่างฉู่ซีเย่

“ได้โปรดฆ่าข้าเถอะ” การร้องขอความตายที่ไม่ทุกข์ทรมานดูจะเป็นทางเลือกที่ดีแล้ว

“เช่นนั้นก็ขึ้นอยู่กับคำตอบของเจ้าแล้ว ว่าจะตอบได้ดีเพียงใด”

“ข้า...จะบอกท่านทุกอย่าง”

“ใครฆ่าเจ้าเมืองฉู่หลิน”

“...แม่ทัพหลิน”

ฉู่ซีเย่หยุดมือ ไม่ทรมานฟู่เจิ้งชิวแล้ว

ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า ความมืดมาเยือนพร้อมสายลมแห่งความเหน็บหนาว

นอกด่านชั้นในมีกองทัพอันห้าวหาญของสกุลฉู่ตั้งอยู่อย่างมั่นคงในกำแพง บริเวณด้านบนของหอสังเกตการณ์ได้รับสัญญาณติดต่อก่อนหน้าที่ ‘จ้าวสือ’ ก่อนที่เขาจะขี่ม้ามาหยุดหน้าประตู ไม่เช่นนั้นคงโดนเกาทัณฑ์ยิงไปนานแล้ว

“ข้าชื่อจ้าวสือ เป็นคนของเจ้าเมืองฉู่ ฉู่ซีห่าว” จ้าวสือหยิบคบเพลิงที่ปักพื้นมาจ่อใบหน้าให้คนได้เห็นหน้าชัดๆ

“แม่ทัพจ้าว มีธุระอันใดจึงมาดึกดื่นเช่นนี้” ทหารรักษาการณ์รู้จักจ้าวสือเป็นอย่างดี เนื่องจากอีกฝ่ายเคยเป็นทหารชายแดนมาก่อน ภายหลังสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ฉู่ซีห่าวด้วยความเข้มแข็งเลยได้รับการปูนบำเหน็จให้กลายเป็นแม่ทัพคนสนิทของเจ้าเมืองฉู่ในปัจจุบัน

จ้าวสือ “มีจดหมายจากซื่อจื่อและเจ้าเมืองถึงฉู่อ๋อง”

“วางจดหมายไว้บนกล่อง แล้วไปได้” เนื่องจากระหว่างชายแดนมีความตึงเครียดหลายด้าน ดังนั้นทหารรักษาการณ์จึงไม่สามารถให้ผู้ใดเข้ามาภายในค่าย กระทั่งเป็นคนของเจ้าเมืองฉู่ก็ไม่ได้

“ไม่ได้ เรื่องนี้ท่านเจ้าเมืองกำชับให้ข้าส่งจดหมายถึงมือฉู่อ๋องเท่านั้น” จ้าวสือแสดงตราเจ้าเมือง ทหารรักษาการณ์คุกเข่าโดยพลัน

“ได้ จะเปิดประตูเดี๋ยวนี้”

บานประตูถูกเปิดออก สายลมพัดโชยเข้ามาจนทำให้เปลวเทียนถึงกับสั่นไหว อีกทั้งยังทำให้ก้อนผ้าห่มที่นั่งกอดเตาอุ่นถึงกับออกปากว่าหนาว

“หนาวยิ่ง”

“ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนูเหยา” จิ่งเถียนหับประตูอย่างรวดเร็ว ทว่าก็ยังไม่เร็วพอจนทำให้เหยาอี้เหยาหนาวสะท้าน ต้องกระชับผ้านวมที่ห่มอยู่ถึงคอให้ชิดเข้ามาอีก

“ไม่เป็นไร” เหยาอี้เหยาตอบอู้อี้ ความหนาวเย็นบนเขาทำให้นางไอ เลยรบกวนให้จิ่งเถียนไปต้มยาลดอาการไอมา

“ข้าเอง” ซ่างเจวี๋ยรับยามาจะป้อนเหยาอี้เหยา แต่ด้วยสัญชาตญาณที่ระแวดระวังอาหารการกินทุกอย่างเลยดมก่อนเป็นอันดับแรก ครั้นได้กลิ่นที่ไม่คุ้นเคยก็รีบชิม “เหตุใดยาจึงมีรสชาติแปลกๆ”

ซ่างเจวี๋ยไม่ชำนาญเรื่องตำรับยา แต่เขามั่นใจว่ารสชาตินี้ไม่ถูกต้อง

จิ่งเถียนรีบอธิบาย “เรียนแม่ทัพซ่าง ตำรับยามีรสชาติที่แปลกไปเพราะใส่สมุนไพรที่แตกต่าง ซื่อจื่อท่านเรียนว่าคุณหนูเหยาอาจรับรสขมมากไม่ได้ ข้าน้อยเลยทำให้ยาทานง่ายขึ้น โดยเลือกใช้แค่ชิ่งเหยิน และไป๋ฟูหลิงซึ่งมีรสหวาน”

“เช่นนั้นก็แล้วไป” ซ่างเจวี๋ยวางใจ ส่งต่อให้เหยาอี้เหยาดื่มยา

“ขอบคุณเจ้ามากจิ่งเถียน” เหยาอี้เหยาดื่มหมดในรวดเดียว ยาแก้ไอชามนี้ไม่ขมเลย รื่นคอมาก

“เป็นหน้าที่อยู่แล้วเจ้าค่ะ หากคุณหนูเหยาต้องการสิ่งใดอีกสามารถเรียกข้าน้อยได้ทุกเมื่อ” จิ่งเถียนยอบกายลงแล้วถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่

“สาวรับใช้คนนี้ใช้ได้นะ ทั้งเตรียมชุด ห้องหับ และยาให้เจ้า” ซ่างเจวี๋ยพูด ก่อนจะเดินไปเขี่ยถ่านในเตาให้นางอุ่นมากขึ้น

“จิ่งเถียนเป็นสาวรับใช้ที่รู้หน้าที่มากเจ้าค่ะ” ตั้งแต่นางเกิดมา จิ่งเถียนนับว่าเป็นสาวรับใช้ที่ดีที่สุดเช่นกัน เพียงแต่จิ่งเถียนไม่ใช่คนของนาง

“แต่ไม่ว่ายังไงนางก็เป็นคนของซื่อจื่อใช่หรือไม่”

เหยาอี้เหยาพยักหน้า “ข้าเลยไว้ใจนางไม่ได้”

“อี้เหยา ข้ารู้สึกได้ว่าจากนี้ไปจะมีแต่เรื่องราวไม่รู้จบสิ้น” ซ่างเจวี๋ยเอ่ย เขารู้ดีว่าห้ามนางไม่ให้สืบเรื่องฟู่เจิ้งชิวไม่ได้ “หากเป็นอย่างที่แม่ทัพกงพูด เกรงว่าเรื่องนี้จะนำอันตรายมาสู่เจ้า มิสู้เจ้าปล่อยให้ข้าจัดการ”

“ข้าน้อยจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ท่านก็รู้ว่าเรื่องนี้อันตรายยิ่ง” เส้นสนกลในของเรื่องลอบสังหารเจ้าเมืองฉู่เมื่อเกือบสิบปีก่อน นางต้องทำให้เรื่องทุกอย่างกระจ่างแจ้ง

“ข้าไม่อาจห้ามเจ้าสินะ” ซ่างเจวี๋ยถอนหายใจ

“หากเปลี่ยนเป็นแม่ทัพซ่าง ข้าน้อยก็มั่นใจว่าท่านจะต้องสืบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดเช่นกัน” เหยาอี้เหยาคลายผ้าห่มที่คลุมตัวลง ด้านในสวมชุดสีขาวไว้ทุกข์ และนางกำลังจะออกจากเรือนไปหาฉู่ซีเย่

“แน่นอนว่าข้าก็คงทำเช่นเจ้า” ซ่างเจวี๋ยหยิบเสื้อคลุมสีหม่นมาให้นาง พร้อมกับโคมไฟอีกดวง “แต่อี้เหยา อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดีเช่นกัน”

เหยาอี้เหยารับโคมไฟมาถือ รับรู้ว่าซ่างเจวี๋ยเป็นห่วงนางมาก ราวกับนางเป็นน้องสาวคนหนึ่งของเขา

“แม่ทัพซ่าง ขอบคุณที่ตักเตือนเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะดูแลตัวเองให้ดี”

ทิศทางของเรือนนางอยู่ตรงข้ามกับเรือนบูรพาของฉู่ซีเย่ เหยาอี้เหยาเลยสามารถเดินตัดผ่านสวนดอกไม้ตรงไปยังเรือนเขาได้เลย

เหยาอี้เหยาจึงมุ่งหน้าไปตามทาง ระหว่างนั้นบ่าวรับใช้ที่กำลังจุดตะเกียงรีบค้อมตัวลงคาราวะนาง เหยาอี้เหยาพยักหน้าน้อยๆ นางจำเป็นต้องรับการคาราวะ ไม่เช่นนั้นบ่าวรับใช้จะไม่สามารถลุกขึ้นมายืนปกติได้

“ลุกขึ้นเถอะ”

“ขอบคุณขอรับ” บ่าวรับใช้ลุกขึ้น พร้อมบอกให้เหยาอี้เหยาระวัง “คุณหนูเหยา ทางเดินบนแผ่นหินค่อนข้างลื่น ท่านก้าวระวังนะขอรับ”

“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก” เหยาอี้เหยาเดินต่อไป ครั้นผ่านทางเดินหินก็เห็นว่าหิมะได้เคลือบบนชั้นหินไว้จึงลื่นเป็นพิเศษ นางเลยเดินช้าๆ ใช้เวลาสักพักถึงได้มาถึงเรือนบูรพา

ยามนั้นกงซุนหลางเปิดประตูออกมาจากเรือนของฉู่ซีเย่พอดี นางเลยยอบตัวลง “ท่านกุนซือ ข้าน้อยมาหาซื่อจื่อ”

กงซุนหลางยังไม่ทันพูดอะไร ฉู่ซีเย่ก็พูดขึ้นแล้ว

“ใคร”

“ข้าน้อยเองเจ้าค่ะ”

ฉู่ซีเย่อนุญาต “เข้ามา”

“เจ้าค่ะ” นางตอบ เคาะเท้าเพื่อสลัดหิมะ ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในห้องหนังสือที่อยู่ติดกับเรือนรับรองจนสามารถเดินทะลุหากันได้

“มาหาข้าทำไมดึกดื่น” ฉู่ซีเย่ยืนอยู่อยู่ใกล้ม้วนหนังสือ ข้างๆ มีเชิงเทียนซึ่งส่องกระทบให้ใบหน้าของเขาสว่างครึ่งหนึ่ง มืดครึ่งหนึ่ง

ภาพใบหน้าและการแต่งกายที่ค่อนข้างสบายๆ ของฉู่ซีเย่ทำให้ในใจของนางผุดภาพบนเขาขึ้นมา แต่ท่าทีตอนนี้ของเขากลับไปเคร่งขรึมหยิ่งยโสดังเดิม ดังนั้นนางเลยปัดเรื่องในใจทิ้งไปอย่างหมดจด

ตอนนี้นางต้องสืบเรื่องฟู่เจิ้งชิว

“เมื่อช่วงเย็นข้าน้อยไปเรือนเจ้าเมืองฉู่เพราะมีเรื่องอยากสอบถามฟู่เจิ้งชิว แต่ท่านเจ้าเมืองบอกว่าต้องรอท่านก่อน ดังนั้นข้าน้อยเลยอยากทราบว่าท่านจะเดินทางไปเมื่อใดอีก หรือจะสามารถให้ข้าไปพบฟู่เจิ้งชิวสักครู่ได้หรือไม่” หลังลงมาจากเขา ฟ้าก็มืดแล้ว อีกทั้งฉู่ซีเย่ยังสั่งให้คนส่งเหยาอี้เหยากลับจวนทันที นางเลยไม่ได้ไปที่จวนเจ้าเมืองฉู่กับเขา ไม่รู้ว่าเขาสืบสวนฟู่เจิ้งชิวได้ความอย่างไรบ้าง

“มีอะไรที่เจ้าอยากสอบถามฟู่เจิ้งชิว” ก่อนหน้านี้ฉู่ซีเย่กำลังอ่านม้วนหนังสืออยู่ แต่ตอนนี้เขาปิดม้วนหนังสือ

“ข้าน้อยได้ยินมาว่าฟู่เจิ้งชิวเป็นนักโทษกบฏร่วมกับท่านตา เพียงแต่ข้าน้อยไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นคนของท่านตา”

“เจ้าคิดจะพูดอะไร จะบอกว่าฟู่เจิ้งชิวไม่ใช่คนของท่านตาเจ้า แล้วอย่างไร เรื่องนี้จะทำให้อะไรต่างไปหรือ”

“ย่อมแตกต่าง เพราะหากฟู่เจิ้งชิวไม่ใช่คนของท่านตา นั้นก็หมายความว่าท่านตา...ถูกใส่ร้าย”

ฉู่ซีเย่พูด “เจ้าคิดจะสืบเรื่องนี้เพื่อล้างมลทินให้แม่ทัพหลิน”

“ข้าน้อยเพียงอยากคืนความยุติธรรมให้ท่านตา” เหยาอี้เหยาคุกเข่าลงคำนับเพราะกลัวว่าฉู่ซีเย่จะไม่ให้นางได้พบฟู่เจิ้งชิว เพราะอย่างที่กงจิ้งพูด หากจะล้างมลทินให้ท่านตา เช่นนั้นก็เท่ากับนางกำลังจะบอกว่าราชวงศ์ต้าหย่งและชาวแดนเหนือใส่ร้ายท่านตามาตลอด “ซื่อจื่อได้โปรดสนับสนุนข้าน้อยด้วย”

“เช่นนั้นก็ได้” ฉู่ซีเย่เผยท่าทีอ่านยาก “แต่หากเจ้าคุยกับฟู่เจิ้งชิวแล้วพบความจริงที่น่าตกตะลึง เจ้าจะรับได้หรือ”

“ฟู่เจิ้งชิวบอกอะไรท่าน” เขาได้สอบสวนก่อนแล้ว ดังนั้นอาจจะรู้อะไรมากกว่านาง

ฉู่ซีเย่ไม่บอกนาง “เรื่องนี้ข้าพูดเองไม่สะดวก เกรงว่าเจ้าคงคิดว่าข้าใส่ความ เอาเช่นนี้แล้วกัน ข้าจะให้เจ้าไปพบฟู่เจิ้งชิวได้...”

“ขอบคุณซื่อจื่อที่อนุญาต” เหยาอี้เหยาคำนับอีกรอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยถาม “ข้าน้อยอยากไปพบหน้าฟู่เจิ้งชิวในตอนนี้เลย”

“ได้ แต่ข้ามีข้อแม้” ฉู่ซีเย่พูด “เจ้าต้องมานอนกับข้าที่นี้...ทุกคืน”

เหยาอี้เหยาเม้มปาก ท่าทีที่ราวกับอยากปฏิเสธของนางทำให้ฉู่ซีเย่พูดเสริม

“ไม่สะดวกหรือ ถ้าเช่นนั้น...”

“ได้เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะมาหาท่าน”

ฉู่ซีเย่ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   23/2 ความรักที่สุกงอม

    ฤดูใบไม้ผลิของแดนเหนืออบอุ่นและงดงาม ต้นไม้ที่หลับใหลในฤดูเหมันต์ผลิใบอ่อน แสงแดดลอดเงาผ่านช่องว่างต้นถั่วแดงเข้ามาเป็นลำแสง ต้นถั่วแดงหงฉู่โตวเป็นไม้ยืนต้นที่ใช้เวลาหลับใหลในฤดูหนาวเช่นกัน แต่เพราะมันเติบโตในแดนใต้ที่อากาศอุ่น ก่อนจะถูกขุดล้อมแล้วย้ายขึ้นมาที่เมืองโจวอี้ ต้นถั่วแดงจึงเจริญเติบโตขึ้นมาก เหยาอี้เหยามักจะมารดน้ำต้นถั่วด้วยตนเอง นางจำได้ว่าช่วงสามปีแรก ต้นถั่วโตช้ายิ่ง จนกระถางเล็กๆ ยังโตไม่เต็ม ครั้นลงดินที่อำเภอซานถง เพียงไม่นานก็สูงเอาๆ แต่พอมาคิดดู เหยาอี้เหยาคิดว่าสาเหตุที่ต้นถั่วโตช้าตอนอยู่ในกระถาง เพราะพื้นที่ไม่พอ สารอาหารขาดแคลน พอได้รับแสงแดด สายลม พื้นที่เหมาะสม พริบตาเดียวก็สูงขึ้นจนต้องแหนหน้ามองแล้ว ร่มเงาของกิ่งก้านที่แผ่ขยายออกเป็นพุ่มงาม ใบไม้เสียดสีเบาๆ ราวกับกำลังอวยพรให้นาง เหยาอี้เหยาพนมมือรับพรด้วยน้ำตา แต่คำอวยพรบางอย่างก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้... “อยู่นี่เอง” ฉู่ซีเย่เดินเข้ามาบริเวณสวนดอกไม้ ตรงกลางมีต้นถั่วยืนต้นโดดเด่น ใต้ร่มเงามีหญิงงามในชุดผ้าคลุมตัวยาว ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนแล้ว กระนั้นเหยาอี้เหยาก็ยังสวมชุดฤดูหนาว “ท่านหาข้าอยู่หรือ” เ

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   23/1 ความรักที่สุกงอม

    เดินทางจากอำเภอซานถงถึงแดนเหนือใช้เวลาสองสัปดาห์ เหยาอี้เหยาตกลงใจใช้ชีวิตอยู่กับฉู่ซีเย่ บางวันหวานชื่น บางวันรักร้อนแรง หรือทะเลาะกันบ้าง เพราะนางอยากออกไปทำงานสำรวจสำมโนครัวแบบเมื่อก่อน เพราะอยู่เฉยๆ เบื่อเกินไปฉู่ซีเย่คัดค้านหัวชนฝา เขาไม่อยากให้นางออกไปทำงานข้างนอก กลัวว่าจะมีคนมาชมชอบนาง ก็นางงามขนาดนี้ มีแต่คนตาบอดเท่านั้นที่ไม่มอง“แน่ใจนะว่าท่านไม่อนุญาต”“แน่นอน”“งั้นคืนนี้ท่านไปนอนที่อื่น”ฉู่ซีเย่ลุกพรึ่บ “ไม่ได้”“ได้ ก็นี่ห้องข้า เสียก็แต่ว่าท่านจะยึดคืน” เหยาอี้เหยาลุกขึ้น นางคว้าหมอนและผ้าห่มของฉู่ซีเย่ออกไปทิ้งด้านนอกห้อง“อี้เหยา” ฉู่ซีเย่ตามไปเก็บแล้ววางที่เดิม ก่อนจะประกาศก้อง “คืนนี้ข้าจะนอนที่นี้”“ท่านอ๋อง ท่านไม่สิทธิ์รุกล้ำพื้นที่นะ ยิ่งเจ้าของไม่อนุญาต ยิ่งไม่ได้”“แล้วไง ใครสน” ฉู่ซีเย่นั่งลงบนเตียง เขาเอนนอนเอาแขนชันศีรษะ “ข้าพอใจจะนอนที่นี้”“ก็ได้ งั้นข้าจะไปนอนที่อื่น” เหยาอี้เหยาเดินไปที่ประตู ฉู่ซีเย่ดีดตัวลุกขึ้นมาขวาง เขายืนขวางประตู ก่อนจะถอนหายใจ เขายอมถอยให้นาง“เอาล่ะ พอก่อน มาคุยกันดีๆ เถอะ”“ก็ได้” เหยาอี้เหยาเห็นเขายอมถอย นางก็ถอยหนึ่งก้าว “

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   22/2 แก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย

    “เจ้าต้องเข้าใจว่าข้าไม่อาจสบายใจได้ ตราบใดที่มีเจ้า” หย่งสวินกล่าวอย่างลำบากใจ แต่ดวงตากลับเฝ้ารอ ในใจคงจินตนาการวันที่ได้ฆ่าฉู่ซีเย่มานับครั้งไม่ถ้วน“คนที่คิดจะฆ่าข้า ไม่ตายดีสักคน” ฉู่ซีเย่ไม่กลัวว่าหย่งสวินจะเอาดาบแทงตน เพราะคนเหลี่ยมจัดอย่างหย่งสวิน ไม่เล่นในเกมที่ตกเป็นรอง“เจ้าต้องมีชีวิตอยู่นานๆ หน่อย จะได้รู้ว่าข้าจะได้ตายดีหรือไม่ แต่น่าเสียดาย คงไม่มีวันนั้นแล้ว” หย่งสวินยกดาบขึ้น ก่อนจะฟันใส่แขนขวาจนขาด เขาส่งเสียงร้องโหยหวน“ช่วยข้าด้วย! ต้าเป่ยอ๋องจะสังหารข้า!”ประตูท้องพระโรงเปิดออกในยามรุ่งสาง ฉู่ซีเย่ถูกคุมตัวออกมามุ่งหน้าไปยังลานประหารในโทษฐานลอบทำร้ายประมุขของประเทศ ความรีบร้อนในการประหารเขาทันที เป็นความต้องการของหย่งสวินคลื่นลมในวังเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างมั่นใจแน่แล้วว่าหย่งสวินจะได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป ด้วยไท่จื่อก็สิ้นแล้ว หย่งมู่ที่กลัวตายก็รีบหอบผ้าหนีเอาตัวรอด ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้ากังขาหรือคัดค้านแม้เพียงนิดที่หย่งสวินคิดจะสังหารฉู่ซีเย่อย่างไรก็ตาม การประหารใช่จะทำได้เลยในทันที เพราะความวุ่นวายจากทางฝั่งของคนสนับสนุนไท่จื่อก็ไม่ยินยอมเช่นกัน

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   22/1 แก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย

    “เจ้าไม่เป็นห่วงชายผู้นั้นของเจ้าหรือ”ชายผู้นั้นของกงจิ้ง ย่อมหมายถึงฉู่ซีเย่ “ได้ยินว่าทางวังกำลังเผชิญหน้ากับพายุใหญ่ ไม่แน่ว่าชายผู้นั้นของเจ้า อาจพบอันตรายร้ายแรง”“ก็อาจจะพบอันตราย แต่ข้าไม่ห่วงมากเท่าไหร่” นางล้างผัก ท่าทีผ่อนคลายกงจิ้งทำหน้าประหลาด เหยาอี้เหยาดูไม่ร้อนใจเท่าที่ควร“สามปี” เหยาอี้เหยาพูดขณะมองตรงไปหน้าผืนนา “เขาใช้เวลาสามปีวางแผนแก้แค้น ดังนั้นข้าจึงเชื่อมั่นว่าเขาจะไม่เป็นอะไร ต่อให้ถูกใครคิดปองร้าย ทุกอย่างก็อยู่ในการคาดเดาของเขา”กงจิ้งมองนาง “เป็นเจ้าที่เข้าใจเขาอย่างลึกซึ้ง”“ความจริงข้าไม่เข้าใจเขาหรอก ใครจะกล้าพูดว่าเข้าใจเขาได้”กงจิ้งเห็นด้วย “ข้าแปลกใจเสมอที่รู้ว่าเขาไม่อยากเป็นหนึ่งในผู้ชิงบัลลังก์"“ข้าไม่แปลกใจ”“เพราะอะไร” ขอเพียงมีใจนึกอยาก ไม่ใช่ว่าจะชิงมาไม่ได้“เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์และยโสโอหังมาก แต่ก็เป็นคนที่รักษาคำสัตย์ยิ่งชีพมากเช่นกัน อะไรที่รับปากคนอื่นไว้แล้ว ต่อให้ดินถล่มฟ้าแหวกออก เขาก็จะทำให้ได้ ในงานพิธีรับตำแหน่งต้าเป่ยอ๋อง เขาชัดเจนแล้วว่าเลือกแดนเหนือ”“เข้าใจแล้ว”ฉู่ซีเย่ไม่ได้ให้คำสัตย์ว่าจะไม่ชิงบัลลังก์ แต่เขาให้คำสัตย์ว่าจะตา

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   21/2 ความรักที่งอกงาม

    ต้าหย่ง...ชายเสื้อปักดิ้นทองเคลื่อนไหวเพียงบางเบา แต่สามารถทำให้ตะเกียงบนโต๊ะด้านหน้าสั่นไหว เงาใหญ่ยักษ์ที่ทอดลงหลังฉากพระที่นั่งวิจิตรงดงาม แลดูแปลกตา ยิ่งเมื่อขยับเคลื่อนไหว เงาสีดำยิ่งชวนให้รู้สึกขนกายลุกพองหย่งฉียังคงทรงงานแม้จะค่อนคืนเข้าไปแล้ว พระขนงมีมีร่องรอยยับย่น หมึกเปื้อนพระหัตถ์เป็นปื้นสีดำทั้งสองข้าง ลามไปถึงชายแขนเสื้อที่ถูกหมึกสีดำทำลายความประณีตลงหลายเท่าตัวหลังตั้งตรงเริ่มตกลู่ หย่งฉีในปีนี้อายุเพียงสี่สิบกว่าปี ทว่าความเคร่งเครียดและการตรากตรำอยู่ในตำแหน่งมายาวนานกว่าสามสิบปี ทำให้ใบหน้านั้นแก่ชรา ริ้วรอยแห่งวัยทอดแนวอยู่บนหน้าพระพักตร์หมองคล้ำ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลครั้นมองลงมาภายในโถงพระที่นั่งอันหนาวเหน็บและช่างว่างเปล่า หย่งฉีคล้ายจะยิ้มเย้ยให้ตนเองอย่างสมเพชข้าวของมากมายหล่นเกลื้อนกลาดแทบเท้า ทุกสิ่งทุกอย่างพังไม่เป็นชิ้นดี กระนั้นท้องพระโรงที่เละเทะเช่นนี้ ก็ยังเทียบไม่ได้กับภายในจิตใจของเขาหย่งฉีทิ้งพู่กันในมือ เขาส่งเสียงออกมาอย่างเหนื่อยล้าราวกับแทบขาดใจ“ขันทีโม่...”โม่หานยืนก้มหน้าตามระเบียบประเพณี ในมือมีพวงแส้ม้านุ่มสลวย ทองคำซึ่งหลอมอยู

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   21/1 ความรักที่งอกงาม

    เหยาอี้เหยา “ก่อนจะให้ท่านพูดอธิบาย อยากจะขอรบกวนให้ท่านอาบน้ำล้างตัวเสียหน่อย” กลิ่นสาบจากตัวเขาทำให้ภายในบ้านถูกกลิ่นบูดรมควัน ดังนั้นนางจึงนำเสื้อผ้าที่เขาทิ้งไว้คราวก่อนออกมาให้เขา พร้อมชี้ทางว่าสามารถไปอาบน้ำที่ลำธารใกล้กับแปลงผักจี๋ฉายได้ ทั้งยังรุนหลัง ให้เขาไปไวๆ ฉู่ซีเย่ไม่อิดออด เขาก็เริ่มได้กลิ่นจากตัวเองเช่นกัน “ได้ ข้าจะไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน หลังจากนั้นค่อยสนทนาเรื่องที่เข้าใจผิด” ถึงอย่างงั้นในใจของเขาก็มีความน้อยใจเล็กๆ ที่นางดูราวกับไม่ใส่ใจเขาเลย จะถามไถ่สักคำว่าเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยหรือเปล่าก็ไม่มี ยังมีตบของนางอีก แม้แรงนางจะไม่ระคายผิวหนังหนาด้านของเขา แต่จิตใจบอบช้ำยิ่ง “ท่านอ๋อง” เหยาอี้เหยากล่าวรั้ง ใบหน้าคมกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่เมื่อหันหน้ามาก็กลบเกลื่อนให้หมดสิ้น “ว่าอย่างไรรึ” ใบหน้าของฉู่ซีเย่ในตอนนี้สามารถพูดได้คำเดียวว่าเขาสำนึกผิดแล้ว “เมื่อครู่ข้าขอโทษที่ตบท่าน ท่านเจ็บมากหรือไม่” การตบตีเขาไม่เคยอยู่ในสมองนางมาก่อน แต่พอเห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้า แรงอารมณ์ที่ถูกกดไว้ตลอดทั้งเดือนก็ปะทุ รู้ตัวอีกทีก็ตบเขาเสียฉาดใหญ่ “แรงเท่ามดของเจ้าจะทำอะไรข้าได้กัน”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status