แชร์

11

ผู้เขียน: เย้ายวน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-13 12:48:38

“เรียกประชุมพวกพนักงานให้กูที อืม...กูอยากเจอพนักงานทุกคน ใช่ๆ ทุกคนเลย แล้วเดี๋ยวเดือนหน้า กูจะเข้าบริษัท กูขอเคลียร์งานก้อนนี้ก่อน”

ปพลคุยกับปลายสาย งานแฟ้มกองตรงหน้า เขาต้องเร่งเคลียร์ เขามีงานใหญ่จะต้องทำ...อาจจะต้องลางานจากบริษัทของแม่ไปนานเลย

           ก่อนอื่นอาจจะต้องไปคุยกับพี่ชาย

           รองประธานบริษัท ที่คุมเกี่ยวกับเรื่องงานผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอย่างเขา ถ้าไม่ค่อยเข้าทำงาน มันก็จะเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เลขาของเขาคงจะรับมือไม่ไหว เขาจะแบ่งเวลาแบบไหนดี? เพื่อดูแลควบคุมได้ทั้งสองทาง

           สำนักพิมพ์ที่เขาเพิ่งซื้อมาหมาดๆ ก็อยู่ไกลจากบริษัทและบ้านของเขามาก

           หนีพี่ไปได้ตั้งหลายปีเลยนะ นิ้ง...

           หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉา คนที่เคยมีชีวิตเหมือนคนตาย ตอนนี้กลับสดใสกระปรี้กระเปร่า เพราะมีความหวังรออยู่ ความหวัง ที่จะแตะคว้าความสุข มาคืนสู่หัวใจให้ได้สูบฉีดมีชีวิตอีกหน

           เสียงเคาะประตู แล้วเปิดเข้ามาในทันที แบบนี้มีแค่สองคน คือแม่ของเขาและพี่ชาย ปพลทักทั้งไม่เงยหน้า เพราะเขาได้กลิ่นน้ำหอมที่ปภพใช้กรุ่นนำมาก่อนตัว

           “พี่ปริ้นซ์ มาพอดีเลย อยากให้ช่วยอะไรหน่อย”

           “คุยกับพี่ก่อนสิวะ นายเอาเงินไปทำอะไรตั้งสิบห้าล้าน”

           “แม่ให้มาถามเหรอ?”

เขาเอาเงินออกเยอะขนาดนี้ มารดาน่าจะรู้ข่าวแล้ว ท่านมีเส้นมีสายมีกำลังภายในแบงก์นั่นแหละ ลูกชายคนไหนเอาเงินออกเป็นหลักล้าน จะต้องมีรายงานกระซิบถึงหู ราวกับเอสเอ็มเอสขยันบอก

           “ก็ใช่ แล้วอีกเรื่อง...เห็นว่านมันบอกว่า นายให้หาผู้ช่วยเพิ่ม”

           “อื้อ...ก็แบบนั้น”

           “เร่งงานขนาดนี้ จะไปพักร้อนหรือไง?”

ถามน้องชาย เพราะเห็นน้องชายเร่งเรื่องแผนงาน เร่งทุกฝ่าย จนปวดหัวกันไปหมดตอนนี้ งานสามเดือนร่นกลายเป็นหนึ่งเดือน คนทำงานด้วยจะตายเอา

           “ผมคือ...ผมมีแผนอยากจะไปทำสำนักพิมพ์ต่อจากไอ้ไทม์น่ะ”

           “หืม? สำนักพิมพ์ คิดไงวะจะไปทำสำนักพิมพ์ ไอ้สิบห้าล้านนี่ เอาออกไปซื้อไว้เหรอ”

           “ก็อะไรแบบนั้นแหละ”

           “เฮ้...บ้าหรือเปล่าไอ้ปาย”

           ปพลเงยหน้าจากเอกสาร หัวเราะแหะๆ เขาก็บ้า...จริงๆ นั่นแหละ ที่ทำลงไปแบบนั้น

           เขาตกลงซื้อกิจการเพื่อนแบบไม่คิด แค่เห็นชื่อของเธอทำงานที่นั่น

           สิบห้าล้าน

           มาคิดตอนนี้เขาแม่งก็บ้าจริงๆ นั่นแหละ ไม่แปลกที่พี่ชายจะดูร้อนรนและหัวเสีย ที่เขาทำอะไรไม่คิด

           ปพลเพียงยักไหล่ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ปภพถอนใจเฮือก แล้วทรุดลงนั่งตรงหน้าของน้องชาย

           “ทำแบบนี้เพราะอะไร ประชดแม่ หรือว่าประชดพี่ เรื่องที่ไม่อนุมัติให้ทำโครงการทำตู้คอนเทนเนอร์เป็นบ้านน็อกดาว์นนั่นหรือเปล่า?”

           “ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่เลย”

           “แล้วนึกยังไงอยากทำสำนักพิมพ์”

           “อยากช่วยไอ้ไทม์”

อ้างเพื่อน พี่คงเข้าใจมากกว่าพูดเรื่องอื่น ปภพฟังน้องแล้วก็ถอนใจอีกรอบ เขานวดขมับตัวเอง ปวดหัวกับน้องชายนั่นแหละ ที่เอาเงินหลักนี้ไปทุ่มเพราะอะไรแบบนี้

           “ทำอะไรไม่คิด”

           “ก็คิดแล้วเลยว่าจะคุยกับพี่ให้ช่วยกันหน่อย”

ทำเสียงนุ่มมองพี่ชาย ปภพมองน้องแล้วกลอกตา เขาตอบเสียงขรึมๆ เป็นเชิงแบ่งรับแบ่งสู้

           “แม่ด่าก็อย่ามาพาดพิงว่าฉันสนับสนุนละ”

           “ไม่เลยครับพี่ชาย พี่ชายคนดีของน้องปาย”

ปพลว่าเสียงอ่อนทำให้ปภพส่ายหน้า

           “อย่ามาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน แม่งขนลุก”

           ปพลหัวเราะเบาๆ ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพี่ชายจะหาทางช่วยเขา ไม่ให้เสียเงินสิบห้าล้านไปฟรีๆ แน่นอน

           “แล้วแบบนี้คือยังไงแพลนจะไปอยู่ที่โน่นในช่วงถ่ายเปลี่ยนหรือ ถ้าแกไม่ถนัด พี่จะหาคนลงไปช่วยดูให้ จะได้ทำงานที่นี่เหมือนเดิม”

           “ก็อยากไปดูด้วยน่ะครับ ธุรกิจนี้ก็น่าสนใจดี”

           “คือจะไปทำตรงนั้นว่างั้น”

ปภพมองหน้าน้องชาย ชักจะเห็นอะไรบางอย่างผิดปรกติ แต่ยังเค้นไม่ออก

           “ก็...อยากลองอะไรใหม่ๆ บ้างน่ะพี่ปริ้นซ์”

           “ช่วยกันตรงนี้แหละ”

ปภพยังยืนยัน เรื่องอะไรจะให้ปพลไปทำงานถึงโน่น เขาปวดหัวตายห่าพอดี ถ้าไม่มีมือดีอย่างปพลคอยช่วยดูงานที่นี่

           “สลับไปมาน่ะครับพี่ จ้างเลขาเพิ่มเอา”

           “เออ พูดถึงเลขา พี่เพิ่งเจอเลขาของแก”

จู่ๆ ก็เล่า เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ และเพิ่งได้คุยกับปพล น้องชายของเขาตัวแข็ง หันมามองหน้าเขาแล้วเบิกตากว้าง

           “คะ ครับ? พี่หมายถึงเลขาคนไหน?”

           “คุณทยิดาไง คนที่ออกไปแล้วพาเราวุ่นวายกันไปหมดน่ะ เลขาที่พี่โคตรจดจำเลย”

พูดแล้วก็หัวเราะ ก่อนจะเล่าต่อ

           “ลูกสาวเขาโคตรน่ารัก”

           “ลูกสาว!

เสียงอุทานของปพลทำให้พี่ชายของเขาตกใจ ปภพขมวดคิ้ว

           “เอ้า...ตกใจอะไรขนาดนั้นวะ”

           “ลูกสาว เอ่อ ลูก ลูกเขาอายุเท่าไหร่พี่ปริ้นซ์”

เขาถามเสียงตะกุกตะกัก ถามไปแบบคนละเมอ หัวใจสูบฉีดแรงด้วยความหวัง

           ยัยหนู...

           นิ้งยังไม่ใจร้าย ทำลายแกไปใช่ไหม?

           “ราวสามขวบได้”

           เท่านั้นแหละ เขาก็ได้เห็นภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น

           ปพลเอามือปิดหน้า ร้องไห้โฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ปภพถึงกับต้องลุกขึ้นไปหาน้องชาย เมื่อพี่ไปยืนใกล้ๆ เขาก็โผเข้ากอดพี่ชาย ความลับหลั่งไหลออกมา

           “ลูก ลูกยังอยู่”

           เสียงร้องไห้ฟังสะอื้น แต่ก็พอจับใจความได้ ปภพหน้าซีดเขาก้มลงมองหน้าของน้องชายที่ตอนนี้กำลังซบหน้าอยู่กับตัวของเขา

           “มีอะไรที่พี่พลาดไปเกี่ยวกับนาย กับ คุณทยิดาหรือเปล่า? ปาย”

           ถึงเวลาที่เขาจะต้องเปิดปากแล้ว...

           ความลับหลายปีที่อัดอั้นอยู่ในใจของปพล ถูกคายออกมาอย่างพรั่งพรู

         “นายแม่งมันใจหมาว่ะ”

ปภพพูดเสียงขรึม หลังจากฟังทุกคำจากน้องชายแล้ว ปพลยิ้มเนือย แล้วพยักหน้า

           “ผม...เป็นอย่างที่พี่ปริ้นซ์พูด ใจหมา ไม่ยอมรับเขากับลูก ไม่มีสถานะให้เขา ผมแม่งใจหมาจริงๆ พี่”

           “แล้วที่เทกโอเวอร์นี่ ตกลงเพื่อเพื่อนหรือเพื่อแม่ของลูกวะ? นายแน่ใจเหรอ ว่าเขายังโสด ถ้าเกิดว่าเขามีครอบครัวใหม่ไปแล้วล่ะ”

           “ผม...ผมก็แค่อยากรับผิดชอบ อยากช่วย อยากทำหน้าที่ของพ่อ”

น้ำเสียงสั่นเครือของน้องชาย ทำให้ปภพสะท้อนใจ หลานสาวเขาโคตรน่ารัก ถ้าปพลเห็นคงปลื้มมาก และคงอยากเอามาเลี้ยงดู

           “ที่จะไปทำงานที่โน่นเพราะอยากสืบเรื่องเมีย?”

           “ครับ ผมอยากจะช่วยนิ้งด้วย เพราะไอ้ไทม์มันจะปิดสำนักพิมพ์ ถ้าผมไม่ซื้อ”

           “สิบห้าล้าน โอ้โห! จ่ายไม่คิดแค่ว่าเมียจะขาดรายได้”

อุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ ปภพตบบ่าน้องอย่างให้กำลังใจ หน้าของแม่กระต่ายน้อยนะนาย แก้มหอมๆ ที่เขาได้มีโอกาสกดจมูกไปสูดกลิ่นของหลานตัวจ้อย เขาก็อยากให้ปพลมีโอกาสนั้นบ้าง

         “ผม...ผมอยากเจอเขา ผมดีใจมากที่รู้ว่า ลูกยังอยู่”

           “แน่ใจว่าลูกนาย”

ถามย้ำอีกที คิดภาพกระต่ายตัวน้อยสีชมพูไปด้วย มิน่าถึงถูกชะตา หลานลุงแน่ๆ ละ

           “ถ้าแกอายุราวสามขวบก็ลูกผมแน่ๆ พี่ปริ้นซ์”

มั่นใจว่า เป็นของเขาแน่ ไม่มีทางเป็นของใครเด็ดขาด ทยิดา...สะอาดบริสุทธิ์ ไม่เคยมีใครแพ้วพานมาก่อน อ่อนเดียงสาเรื่องรัก จนโดนเขาปะเหลาะล่อหลอกเข้ามาในอ้อมแขน ทำให้เธอตกเป็นของเขา...หวังกล่อมไว้เป็นแค่นางบำเรอ เพราะเข้ากันได้ดี และเขาหลงในความสาวความอ่อนละมุนน่ารักของเธอ

           เขามันเลว...

           ทยิดาจะต้องรักเขามาก ถึงได้ยอมมอบกายให้เขา

           แล้วเขาให้อะไรเธอ?

           ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธตัวเอง

           “หลานชื่อ นะนาย”

พี่ชายของเขาเริ่มเอ่ย

“เสียดายว่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ถ้าเห็นนายจะต้องอยากหอมแรงๆ หลานโคตรน่ารัก แกใส่ชุดกระต่ายสีชมพู เดินจูงมือกับทยิดา พี่จำได้เลยไปทัก มิน่า เขาถึงดูลนลานแปลกๆ ตอนเจอพี่เมียแกน่ะ พี่ซื้อหมีให้หลานไปตัวหนึ่ง แกกระโดดดีใจใหญ่”

           “นะนาย”

           อา...เธอยังเหลือเยื่อใยให้เขาบ้าง นิ้ง ปาย นะนาย

           เขาเข้าข้างตัวเองเป็นตุเป็นตะแล้วตอนนี้

         “เอาเถอะ จะทำอะไรก็ทำ ให้ลางานไปง้อเมีย พาลูกกลับมาได้ตามสะดวกว่ะ ไอ้ปาย งานทางนี้พี่จัดการเคลียร์เอง มีอะไรให้ช่วยก็บอก ตามหลานกลับมาให้ได้ล่ะพี่จะทำห้องของเล่นไว้รอ”

           ปภพบอกน้องชายอย่างให้กำลังใจ ปพลยิ้มออกมาในที่สุด น้ำตาของเขายังปริ่ม เขาเช็ดมันออก...ถามซักพี่เกี่ยวกับเรื่องลูกสาว หน้าตาของแก ท่าทางของแก ถามวนไปพี่ชายที่เข้าใจน้องดี ก็เล่าวนไป นึกสงสาร สมเพชนั่นแหละ

           มิน่าเล่าน้องเขาถึงเซื่องซึม ทำเหมือนจะตายทั้งเป็นมาหลายปี

           ตอนนี้รู้สาเหตุละ

           คนเป็นพี่ก็ต้องช่วยน้องอย่างสุดกำลังนั่นแหละ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พบคนหอนหนึ่งอัตรา   บทส่งท้าย ความสุขคือการให้อภัย

    ขบวนขันหมากถูกจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เจ้าหนมโก๋วันนี้แต่งหล่อ ตื่นเต้นไปกับพวกผู้ใหญ่เพราะนี่คือหนแรกของเด็กสิบเอ็ดขวบจะได้ร่วมพิธี แต่งงาน “โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮฮฮฮฮ” “ฮิ้วววววววววว สิ้นเสียงโฮ เสียง ฆ้องแห่แตรวงดังขึ้น หัวขบวนมีขนมหวานมงคล สินสอด กล้วยอ้อย คนที่ถือต้นกล้วยต้นอ้อยออกลีลาเมามันที่สุด รับบทโดยตรีดาว ถืออ้อย ส่วนลุงยามที่ถูกเชิญมาในพิธีนี้ด้วย ถือต้นกล้วย เต้นเซิ้งกันแบบจ้างร้อยเล่นล้าน ตรีดาวกะมาม่วนไม่ได้กะมาสวย แต่งตัวมาเป็นสีสัน เดี๋ยวกลางคืนค่อยสวยเอาก็ได้ ในพิธีแห่ขันหมาก มีญาติเจ้าบ่าวครบครัน นำทัพโดยคุณปณิตา ที่วันนี้อุ้มหลานสามขวบมาด้วย ยัยหนูณจันทร์สวยในชุดกระโปรงสีชมพูเหมือนนางฟ้าน้อยๆ ตามองคนนี้คนนั้นหัวเราะเอิ๊กๆ ใครก็อุ้มได้เพราะแม่หนูไม่หวงตัวเลย เลยต้องระวังกันหน่อยเพราะมันเสี่ยงกับการโดนอุ้มพาหนี ข่าวมีบ่อย ต้องระวังไว้ก่อน พิธีจัดขึ้นที่บ้านของทยิดา เป็นพิธีง่ายๆ มีแขกคือคนกันเอง คือคนในหมู่บ้านที่สนิทๆ ตอนนี้ชักจะตีวงกว้างเพราะช่างเทิด ที่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ

  • พบคนหอนหนึ่งอัตรา   29

    เวลาแห่งความสุข เวลาแห่งครอบครัว ที่หายไปนาน ตอนนี้ปพลและทยิดาได้กอดคว้ามันไว้อีกครั้ง... พวกเขามาพักผ่อนกันที่เกาะพีพี เป็นการมาทะเลหนแรกของเจ้าตัวน้อย...ถือโอกาสมาฉลองวันเกิดสี่ขวบเจ็ดเดือนของแกไปด้วย ตอนนี้แฟชั่นแต่งตัวเป็นสัตว์ตัวน้อยของนะนายไม่ค่อยตามใจพี่หนมโก๋แล้ว บางวันงอแงไม่ใส่แล้วด้วย...แต่ชอบใส่หมวกกระต่ายสีชมพู ที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้ ลุงปริ้นซ์นี้มาแรงแซงทางโค้งมาก เพราะทุกสิ่งที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้หลาน จะเป็นที่ถูกใจของนะนายเป็นอย่างมาก ม่วงม่วงแคร์แบร์ที่ลุงซื้อให้ ตอนนี้มอมไปบ้าง แต่ก็ยังหอบหิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด เป็นของเล่นชิ้นโปรดของสาวน้อยที่ต้องพาไปด้วยทุกที่ ที่ต้องรอจนถึงสี่ขวบเจ็ดเดือน ก็เพราะ...แพลนตอนแรก ที่จะมาหลังจากที่รอหนมโก๋สอบเสร็จต้องเลื่อน เนื่องจากเสน่ห์จันทร์คลอด รอน้องแข็งแรงจะได้มากันทั้งครอบครัวที่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวใหญ่ เนื่องจากรวมสมาชิกของบ้านอุไรวรรณเข้าไปด้วย เธอกับเขายังอยู่กันที่บ้านของเธอ...ซื้อบ้านข้างๆ เพิ่มแล้วต่อเติมให้หลังใหญ่ขึ้น เขายังคงทำงานเป็นรองประธานที่วีอาร์ เข้าบริษัทอาทิตย์ละสามวัน มีแพลนจะย้

  • พบคนหอนหนึ่งอัตรา   28

    เจ้ากระต่ายน้อยสีชมพู หยีตาขึ้นแล้วลุกขึ้นอย่างงัวเงีย แกมองไปรอบๆ ห้อง เห็นรูปตัวเอง รูปแม่นิ้ง กับรูปพ่อจ๋าเต็มไปหมด ที่นี่ที่ไหนนะ? คว้าม่วงม่วงได้ ก็เดินลงจากเตียง ห้องไม่ได้ปิดประตูแง้มไว้ เลยเปิดออกมาข้างนอก เสียงเล็กๆ เรียกดัง “แม่ขา แม่ขา อยู่หนาย อยู่หนาย” “อุ๊ย” เสียงเรียกของลูกทำให้ทยิดาสะดุ้ง เธอขยับตัวในอ้อมแขนของสามี แล้วมองสบตากัน ก่อนที่ทยิดาจะหน้าแดงก่ำ มือคว้าเอาเสื้อผ้าที่ตกเกลื่อนมาสวมอย่างลนลาน เป็นการสวมเสื้อผ้าที่เร็วที่สุด เธอกระโดดออกจากตัวของเขา แล้วขานตอบลูกสาว ที่พอได้ยินเสียงแกก็เดินอุ้มม่วงม่วง มาหาแม่ “อยู่นี่จ้ะ แม่อยู่นี่” “แม่ขา ที่ไหน...” แกถาม มองแม่กับพ่อตาแป๋ว ปพลสวมกางเกงแล้วแต่ยังไม่ได้ใส่เสื้อ เผยให้เห็นอกเปลือยล่ำ ที่มีร่องรอยข่วนจางๆ คนทำตอนนี้หน้าแดงตัวแดง รับลูกสาวมากอด “ห้องของพ่อค่ะ” “นะนายเห็นรูป เต็มหมดเลย” เจ้าตัวเล็กว่า ปพลลุกขึ้นยืน เขามองหาเสื้อมันหล่นอยู่ตรงนี้นี่เอง ก่อนจะคว้ามาสวม เขาไปยืนซ้อนหลังของทยิดาถือโอกาสกอดไว้ทั้งแม่ลูกก้มลงหอมทยิ

  • พบคนหอนหนึ่งอัตรา   27

    ริมฝีปากของเขาและเธอบดเคล้า ดูดดื่มกันอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้น “พี่รักนิ้ง” เขาบอกย้ำ เมื่อถอนจูบแค่หายใจ ก่อนจะจูบอีก และอีก เหมือนไม่พอ ไม่หยุด ทยิดานั้นจูบตอบเขา ไม่พอ ไม่หยุด...เธอกับเขา บาดหมางไม่เข้าใจ โหยหากันและกันมานานเหลือเกิน ตอนนี้ความปรารถนาไหลหลั่งทะลักทะลาย ไม่มีอะไรมากั้นได้อีกแล้ว เขาช้อนอุ้มเธอขึ้น ขณะที่ยังคงจูบกัน วางเธอลงบนโซฟาเบธ ตัวเดิม ที่เดิม...ที่เคยมีประสบการณ์แสนสุขด้วยกัน มือร้อนๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอและของตัวเองไปพร้อมกัน ทุกขณะที่ทำทุกสิ่งนั้น ปากของคนทั้งคู่ยังไม่เคลื่อนจากกัน ความปรารถนาอันเร่งร้อนและเร่งเร้า ทำให้เธอเปียกชื้น ร้อนผ่าวด้วยความปรารถนาเขาเองก็เช่นกัน เมื่อเธอและเขาเปลือยเปล่า เพียงแค่มองสบตา...เขาเลื่อนมือลงไปคลี่แย้มกลีบกุหลาบที่แสนฉ่ำของทยิดา เธอพร้อมแล้ว เขาก็เกินจะกลั้น เขาต้องการเธอมานานเกินไป ทยิดาเองก็เช่นกัน “อื้อ” “นิ้ง นิ้งของพี่” เสียงครางของเธอดังคลอกับเสียงบอกรักของเขา เมื่อเขาสอดประสานเข้ามา ยังคงแนบแน่น

  • พบคนหอนหนึ่งอัตรา   26

    “แวะพาลูกมานอนก่อนไหม? แกงอแงแล้ว” เขาหันมาถามทยิดาเมื่อกำลังอยู่บนถนนเพื่อกลับไปยังบ้านที่ยังอีกไกลมาก สาวน้อยเล่นสนุกจนเพลียตื่นเต้นมากกับห้องของเล่นของลุงปริ้นซ์ แกบอกว่าหนหน้าขอให้หนมโก๋มาด้วย จะพาหนมโก๋เล่นสไลเดอร์ ตอนแรกคุณปณิตาบอกให้ค้างเลยก็ได้ แต่ทยิดาดื้อเองแหละ เธอยังไม่อยากให้ทุกอย่างมันไวเกินไปนัก เพราะเขาดูจะได้ใจเกินไปแล้วในการที่ได้ทุกอย่าง เธอคิด...เขาควรไม่ได้บ้าง เธอดันรู้สึกผิดเมื่อเห็นยัยตัวเล็กของเธอที่เบะปากอีกแล้วตอนนี้ สาวน้อยนั่งตักแม่ จะหลับก็ไม่หลับ และไม่ยอมไปนั่งคาร์ซีท ตอนนี้ซบหน้ากับอกของทยิดาขนตาเปียกไปหมดเพราะเพิ่งจะซาร้องไห้ไป และกว่าจะถึงบ้านน่าจะค่ำมืด พี่วรรณโทรมาบอกว่าจัดการเรื่องอาหารเย็นให้กับเทิดแล้ว หนมโก๋ไปชวนคุณปู่เดินเล่นตอนเย็น บ่นคิดถึงน้องแจ้วๆ ให้เธอได้ยิน และบอกว่าจะจัดการดูแลคุณปู่ให้เองอานิ้งไม่ต้องห่วง คืนนี้จะนอนกับคุณปู่ถ้าอานิ้งไม่กลับ “รถติดมากเลย ข้างหน้านี้จะเป็นซอยไปคอนโดของเรา” เขาว่า ทยิดาเม้มปากแล้วพยักหน้า เธอไม่ควรทำให้ลูกลำบากเพราะทิฐิความโกรธของตัวเอง “ค่ะ ก็ดีค่ะ วันนี้แ

  • พบคนหอนหนึ่งอัตรา   25

    “ไหนๆ ยัยหนูนะนาย อุ๊ยตายแล้ว...หลานย่า น่ารักจังเลย ใครแต่งตัวให้หลานย่ากันคะ? ตาปายส่งรูปมาอวดทุกวันเลย แต่งตัวน่ารักทุกวัน” เสียงอุทานดังทักทาย ทำให้แม่หนูมองหน้าบิดา แล้วถามเสียงใส “คุณย่าเหรอคะ? พ่อจ๋า” “คุณย่าตัวจริงไงคะ ที่หนูคุยด้วยบ่อยๆ” “ลูกสาวแกน่ารักจริงๆ ตาปาย” คุณปณิตาตอนนี้มองจ้องหลานตาวาว เห็นในรูปในคลิปน่ารักแล้ว ตัวจริงยิ่งกว่า ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้าวันรอที่ปพลจะพายัยหนูมาที่บ้าน เมื่อเปิดตัวไปแล้วว่ามีลูกสาว ทั้งคุณ ปณิตาและปภพ และเสน่ห์จันทร์ก็ลุ้นเอาใจช่วยว่าน้องชายจะง้อเมีย ทวงลูกคืนมาได้ไหม... “คนมีลูกสาวคือคนเจ้าชู้” ประโยคนี้มาจากพี่ชาย ที่ขยิบตาให้กับน้องชายตัวแสบ ที่แอบไปมีลูกมีเมียไม่บอกใคร ด้วยประโยคที่เคยโดนน้องชายว่าเอา “หึๆ ไม่เคยเจ้าชู้ต่างหากครับ โดนเมียทิ้งด้วย” เขาหันไปมองทยิดา ที่ทำเป็นไม่ได้ยิน เธอยกมือไหว้คุณปณิตา สายตาของเธอยังมองท่านอย่างขลาดๆ เพราะเคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อนและทักทายกันไม่กี่คำ หลังจากที่ยอมให้ปพลเข้าไปในบ้านไปอยู่กับลูกสาวของเธอแล้ว เป็นการยอม..ท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status