LOGINขบวนขันหมากถูกจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เจ้าหนมโก๋วันนี้แต่งหล่อ ตื่นเต้นไปกับพวกผู้ใหญ่เพราะนี่คือหนแรกของเด็กสิบเอ็ดขวบจะได้ร่วมพิธี แต่งงาน
“โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮฮฮฮฮ”
“ฮิ้วววววววววว
สิ้นเสียงโฮ เสียง ฆ้องแห่แตรวงดังขึ้น หัวขบวนมีขนมหวานมงคล สินสอด กล้วยอ้อย คนที่ถือต้นกล้วยต้นอ้อยออกลีลาเมามันที่สุด รับบทโดยตรีดาว ถืออ้อย ส่วนลุงยามที่ถูกเชิญมาในพิธีนี้ด้วย ถือต้นกล้วย เต้นเซิ้งกันแบบจ้างร้อยเล่นล้าน ตรีดาวกะมาม่วนไม่ได้กะมาสวย แต่งตัวมาเป็นสีสัน เดี๋ยวกลางคืนค่อยสวยเอาก็ได้
ในพิธีแห่ขันหมาก มีญาติเจ้าบ่าวครบครัน นำทัพโดยคุณปณิตา ที่วันนี้อุ้มหลานสามขวบมาด้วย ยัยหนูณจันทร์สวยในชุดกระโปรงสีชมพูเหมือนนางฟ้าน้อยๆ ตามองคนนี้คนนั้นหัวเราะเอิ๊กๆ ใครก็อุ้มได้เพราะแม่หนูไม่หวงตัวเลย เลยต้องระวังกันหน่อยเพราะมันเสี่ยงกับการโดนอุ้มพาหนี ข่าวมีบ่อย ต้องระวังไว้ก่อน
พิธีจัดขึ้นที่บ้านของทยิดา เป็นพิธีง่ายๆ มีแขกคือคนกันเอง คือคนในหมู่บ้านที่สนิทๆ ตอนนี้ชักจะตีวงกว้างเพราะช่างเทิด ที่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ น้อยๆ ราคาเยา ชอบไปเดินคุย กิจกรรมคุณพ่อเขาละ พอลูกสาวคนเดียวแต่งงานทั้งที คนในหมู่บ้านเลยมาร่วมงานด้วยอย่างมีไมตรี
สนามหญ้าถูกจัดด้วยเก้าอี้และโต๊ะจีน กินบริเวณบ้านไปสามหลัง คือบ้านของทยิดาที่ทุบเป็นหลังเดียว และบ้านของอุไรวรรณด้วย
ทุกคนสวยงามและมีความสุขอย่างล้นเหลือ
แม้จะมีลูกด้วยกันสองคนแล้ว บอกเขาว่าไม่ต้องจัดหรอกสิ้นเปลือง แต่ปพลก็ยืนยันที่จะจัดงานแต่งงานให้ลูกๆ ทั้งสองอยู่ในงานพิธีด้วย ยัยหนูนะนายวัยเจ็ดขวบอยู่ในชุดไทยสวยน่ารักแบบแขนหมูแฮมสีชมพูนู้ด ตอนนี้กลายเป็นพี่สาว มีพ่อหนูไนท์ กำลังถือขวดนมที่บรรจุนมแม่ ดูดจุ๊บๆ อยู่ในชุดไทยเหมือนกัน มีแต่คนขอถ่ายรูปท่านขุนน้อย นะนายเป็นคนจัดคิว ค่าตอบแทนคือแบงก์แดงๆ บางคนก็มาถึงแบงก์เทา
คนกั้นประตูเงินประตูทองงานนี้ก็รับซองไปหนักๆ คือพวกพนักงานที่ทำงานสำนักพิมพ์ ที่ค่อนข้างสนิทกับทยิดาทุกคนตื่นเต้นมาก ที่ทั้งสองบอสจัดงานแต่งงาน ที่เหมือนงานเลี้ยงกลายๆ
พิธีผ่านไปอย่างสวยงาม เทิดถึงกับร้องไห้กอดลูกตื้นตันไปกับวันสวยงามของลูก เขาอาจจะเป็นพ่อที่ไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็แก้ตัวด้วยการเป็นตาที่ดี เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลาน เทิดในวัยนี้ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว เขากับภรรยาเก่าไม่ได้ติดต่อวุ่นวายกันอีก ถือว่าจากตายกันไปชดใช้กรรมกันหมดแล้วในชาตินี้
“รักกันนานๆ นะลูก” เสียงอวยพรของคุณปณิตาที่รดน้ำสังข์ให้กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวในพิธีอบอวลไปด้วยความรักและความสุข คำอวยพรของท่านเรียกน้ำตาทยิดาให้ซึมออกมา
“หนักนิดเบาหน่อยต่อไปก็ให้อภัยกัน พูดคุยกันนะลูก” ท่านว่า ก่อนจะเดินรดน้ำเสียง เจ้าบ่าวหันมากระซิบเจ้าสาวเบาๆ
“ได้ยินไหม คุณแม่บอกว่าอย่าโกรธพี่อีก อย่าหนีพี่ไปอีก”
“พี่ปาย”
ทำตาขึงใส่เขาแต่ก็อมยิ้ม...แล้วรอรับพรจากแขกคนต่อไป
ในที่สุดพิธีก็ไปจนถึงส่งตัวเข้าหอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวไปนอนพอเป็นพิธี แล้วก็ออกมาปาร์ตี้เล็กๆ กันต่อ เธออบอุ่นในวงแขนของสามี ที่ตอนนี้เขาเป็นของเธออย่างสมบูรณ์แล้ว ทั้งทางกฎหมายและทางสังคม ทยิดามองลูกๆ ที่กำลังเล่นกัน มีบินเหนือเป็นแกนนำ เขาอุ้มน้องเล็กสุดอย่างจรัสจันทร์ไว้ให้ขี่คอ ยัยตัวเล็กแก้มยุ้ย จิกหัวพี่บินเหนือไว้เป็นหลัก พี่ก็ไม่ว่าสักคำ พาเดินเล่นลัดเลาะหาอะไรทำตามประสาเด็ก นะนายเดินจูงมือพี่ชายที่เธอรัก ส่วนคนสุดท้องนองเขลงอยู่บนตักคุณย่า ข้างๆ มีเสน่ห์จันทร์ ที่ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์ลูกอีกคนก่อนจะปิดอู่ ได้สาวน้อยอีกตามเคย เลยได้รับคำกระเซ้าจากปพลว่า ก็บอกแล้วว่าคนเจ้าชู้ได้ลูกสาว ปภพเลยต้องมองทำตาขวางใส่น้องชาย
“มีความสุขไหม?”
มือใหญ่ประสานมือเล็ก ตอนนี้พวกเขายืนหลบมุมอยู่ในงาน ที่มีคอนเสิร์ตเล็กๆ นักร้องคือคนโปรดของเจ้าสาว ที่คาดว่าอีกสักพักจะต้องถูกตรีดาวลากไปเต้นแน่ๆ ตอนนี้ตรีดาวกำลังครองหน้าเวทีอยู่กับอุไรวรรณ ส่วนสหพลกับปภพและเทิดนั่งคุยกันตามประสาหนุ่มๆ
“มากที่สุดค่ะ”
“ขอบคุณที่ยอมกลับมาหาพี่ และให้อภัยพี่”
เขาก้มลงแล้วหอมแก้มเธอเบาๆ พลางกระซิบ “ฝากไว้แค่นี้ก่อน เดี๋ยวคืนนี้จะจัดให้หนัก ให้สมกับคืนเข้าหอเลย”
“ไหวหรือคะ”
เธอยิ้มกว้าง ใจเต้นแรงทุกครั้งเมื่อได้แตะเนื้อต้องตัวกัน ความสุขของเขาก็คือความสุขของเธอเช่นกัน
“ไหวสิ ลูกสองแล้วยังฟิต ถ้าเกิดว่านิ้งอยากได้ลูกอีกคน พี่ก็พร้อมจัดนะ”
“อื้อ พอแล้วค่ะ”
“สองคนนั้นมาหลบจู๋จี๋อะไรกันตรงนี้ ห้ามแอบเข้าหอนะ มานี่มาๆ มาสนุกกัน”
ปภพลุกมาดึงน้องชายและน้องสะใภ้ ไปร่วมงานปาร์ตี้กันต่อ
ความรักจบอย่างสวยงามเพราะการให้อภัย...และให้เกียรติ
ที่สุดแล้วปภพและทยิดาจึงได้รับความสุขที่แท้จริง
ขบวนขันหมากถูกจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เจ้าหนมโก๋วันนี้แต่งหล่อ ตื่นเต้นไปกับพวกผู้ใหญ่เพราะนี่คือหนแรกของเด็กสิบเอ็ดขวบจะได้ร่วมพิธี แต่งงาน “โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮฮฮฮฮ” “ฮิ้วววววววววว สิ้นเสียงโฮ เสียง ฆ้องแห่แตรวงดังขึ้น หัวขบวนมีขนมหวานมงคล สินสอด กล้วยอ้อย คนที่ถือต้นกล้วยต้นอ้อยออกลีลาเมามันที่สุด รับบทโดยตรีดาว ถืออ้อย ส่วนลุงยามที่ถูกเชิญมาในพิธีนี้ด้วย ถือต้นกล้วย เต้นเซิ้งกันแบบจ้างร้อยเล่นล้าน ตรีดาวกะมาม่วนไม่ได้กะมาสวย แต่งตัวมาเป็นสีสัน เดี๋ยวกลางคืนค่อยสวยเอาก็ได้ ในพิธีแห่ขันหมาก มีญาติเจ้าบ่าวครบครัน นำทัพโดยคุณปณิตา ที่วันนี้อุ้มหลานสามขวบมาด้วย ยัยหนูณจันทร์สวยในชุดกระโปรงสีชมพูเหมือนนางฟ้าน้อยๆ ตามองคนนี้คนนั้นหัวเราะเอิ๊กๆ ใครก็อุ้มได้เพราะแม่หนูไม่หวงตัวเลย เลยต้องระวังกันหน่อยเพราะมันเสี่ยงกับการโดนอุ้มพาหนี ข่าวมีบ่อย ต้องระวังไว้ก่อน พิธีจัดขึ้นที่บ้านของทยิดา เป็นพิธีง่ายๆ มีแขกคือคนกันเอง คือคนในหมู่บ้านที่สนิทๆ ตอนนี้ชักจะตีวงกว้างเพราะช่างเทิด ที่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ
เวลาแห่งความสุข เวลาแห่งครอบครัว ที่หายไปนาน ตอนนี้ปพลและทยิดาได้กอดคว้ามันไว้อีกครั้ง... พวกเขามาพักผ่อนกันที่เกาะพีพี เป็นการมาทะเลหนแรกของเจ้าตัวน้อย...ถือโอกาสมาฉลองวันเกิดสี่ขวบเจ็ดเดือนของแกไปด้วย ตอนนี้แฟชั่นแต่งตัวเป็นสัตว์ตัวน้อยของนะนายไม่ค่อยตามใจพี่หนมโก๋แล้ว บางวันงอแงไม่ใส่แล้วด้วย...แต่ชอบใส่หมวกกระต่ายสีชมพู ที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้ ลุงปริ้นซ์นี้มาแรงแซงทางโค้งมาก เพราะทุกสิ่งที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้หลาน จะเป็นที่ถูกใจของนะนายเป็นอย่างมาก ม่วงม่วงแคร์แบร์ที่ลุงซื้อให้ ตอนนี้มอมไปบ้าง แต่ก็ยังหอบหิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด เป็นของเล่นชิ้นโปรดของสาวน้อยที่ต้องพาไปด้วยทุกที่ ที่ต้องรอจนถึงสี่ขวบเจ็ดเดือน ก็เพราะ...แพลนตอนแรก ที่จะมาหลังจากที่รอหนมโก๋สอบเสร็จต้องเลื่อน เนื่องจากเสน่ห์จันทร์คลอด รอน้องแข็งแรงจะได้มากันทั้งครอบครัวที่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวใหญ่ เนื่องจากรวมสมาชิกของบ้านอุไรวรรณเข้าไปด้วย เธอกับเขายังอยู่กันที่บ้านของเธอ...ซื้อบ้านข้างๆ เพิ่มแล้วต่อเติมให้หลังใหญ่ขึ้น เขายังคงทำงานเป็นรองประธานที่วีอาร์ เข้าบริษัทอาทิตย์ละสามวัน มีแพลนจะย้
เจ้ากระต่ายน้อยสีชมพู หยีตาขึ้นแล้วลุกขึ้นอย่างงัวเงีย แกมองไปรอบๆ ห้อง เห็นรูปตัวเอง รูปแม่นิ้ง กับรูปพ่อจ๋าเต็มไปหมด ที่นี่ที่ไหนนะ? คว้าม่วงม่วงได้ ก็เดินลงจากเตียง ห้องไม่ได้ปิดประตูแง้มไว้ เลยเปิดออกมาข้างนอก เสียงเล็กๆ เรียกดัง “แม่ขา แม่ขา อยู่หนาย อยู่หนาย” “อุ๊ย” เสียงเรียกของลูกทำให้ทยิดาสะดุ้ง เธอขยับตัวในอ้อมแขนของสามี แล้วมองสบตากัน ก่อนที่ทยิดาจะหน้าแดงก่ำ มือคว้าเอาเสื้อผ้าที่ตกเกลื่อนมาสวมอย่างลนลาน เป็นการสวมเสื้อผ้าที่เร็วที่สุด เธอกระโดดออกจากตัวของเขา แล้วขานตอบลูกสาว ที่พอได้ยินเสียงแกก็เดินอุ้มม่วงม่วง มาหาแม่ “อยู่นี่จ้ะ แม่อยู่นี่” “แม่ขา ที่ไหน...” แกถาม มองแม่กับพ่อตาแป๋ว ปพลสวมกางเกงแล้วแต่ยังไม่ได้ใส่เสื้อ เผยให้เห็นอกเปลือยล่ำ ที่มีร่องรอยข่วนจางๆ คนทำตอนนี้หน้าแดงตัวแดง รับลูกสาวมากอด “ห้องของพ่อค่ะ” “นะนายเห็นรูป เต็มหมดเลย” เจ้าตัวเล็กว่า ปพลลุกขึ้นยืน เขามองหาเสื้อมันหล่นอยู่ตรงนี้นี่เอง ก่อนจะคว้ามาสวม เขาไปยืนซ้อนหลังของทยิดาถือโอกาสกอดไว้ทั้งแม่ลูกก้มลงหอมทยิ
ริมฝีปากของเขาและเธอบดเคล้า ดูดดื่มกันอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้น “พี่รักนิ้ง” เขาบอกย้ำ เมื่อถอนจูบแค่หายใจ ก่อนจะจูบอีก และอีก เหมือนไม่พอ ไม่หยุด ทยิดานั้นจูบตอบเขา ไม่พอ ไม่หยุด...เธอกับเขา บาดหมางไม่เข้าใจ โหยหากันและกันมานานเหลือเกิน ตอนนี้ความปรารถนาไหลหลั่งทะลักทะลาย ไม่มีอะไรมากั้นได้อีกแล้ว เขาช้อนอุ้มเธอขึ้น ขณะที่ยังคงจูบกัน วางเธอลงบนโซฟาเบธ ตัวเดิม ที่เดิม...ที่เคยมีประสบการณ์แสนสุขด้วยกัน มือร้อนๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอและของตัวเองไปพร้อมกัน ทุกขณะที่ทำทุกสิ่งนั้น ปากของคนทั้งคู่ยังไม่เคลื่อนจากกัน ความปรารถนาอันเร่งร้อนและเร่งเร้า ทำให้เธอเปียกชื้น ร้อนผ่าวด้วยความปรารถนาเขาเองก็เช่นกัน เมื่อเธอและเขาเปลือยเปล่า เพียงแค่มองสบตา...เขาเลื่อนมือลงไปคลี่แย้มกลีบกุหลาบที่แสนฉ่ำของทยิดา เธอพร้อมแล้ว เขาก็เกินจะกลั้น เขาต้องการเธอมานานเกินไป ทยิดาเองก็เช่นกัน “อื้อ” “นิ้ง นิ้งของพี่” เสียงครางของเธอดังคลอกับเสียงบอกรักของเขา เมื่อเขาสอดประสานเข้ามา ยังคงแนบแน่น
“แวะพาลูกมานอนก่อนไหม? แกงอแงแล้ว” เขาหันมาถามทยิดาเมื่อกำลังอยู่บนถนนเพื่อกลับไปยังบ้านที่ยังอีกไกลมาก สาวน้อยเล่นสนุกจนเพลียตื่นเต้นมากกับห้องของเล่นของลุงปริ้นซ์ แกบอกว่าหนหน้าขอให้หนมโก๋มาด้วย จะพาหนมโก๋เล่นสไลเดอร์ ตอนแรกคุณปณิตาบอกให้ค้างเลยก็ได้ แต่ทยิดาดื้อเองแหละ เธอยังไม่อยากให้ทุกอย่างมันไวเกินไปนัก เพราะเขาดูจะได้ใจเกินไปแล้วในการที่ได้ทุกอย่าง เธอคิด...เขาควรไม่ได้บ้าง เธอดันรู้สึกผิดเมื่อเห็นยัยตัวเล็กของเธอที่เบะปากอีกแล้วตอนนี้ สาวน้อยนั่งตักแม่ จะหลับก็ไม่หลับ และไม่ยอมไปนั่งคาร์ซีท ตอนนี้ซบหน้ากับอกของทยิดาขนตาเปียกไปหมดเพราะเพิ่งจะซาร้องไห้ไป และกว่าจะถึงบ้านน่าจะค่ำมืด พี่วรรณโทรมาบอกว่าจัดการเรื่องอาหารเย็นให้กับเทิดแล้ว หนมโก๋ไปชวนคุณปู่เดินเล่นตอนเย็น บ่นคิดถึงน้องแจ้วๆ ให้เธอได้ยิน และบอกว่าจะจัดการดูแลคุณปู่ให้เองอานิ้งไม่ต้องห่วง คืนนี้จะนอนกับคุณปู่ถ้าอานิ้งไม่กลับ “รถติดมากเลย ข้างหน้านี้จะเป็นซอยไปคอนโดของเรา” เขาว่า ทยิดาเม้มปากแล้วพยักหน้า เธอไม่ควรทำให้ลูกลำบากเพราะทิฐิความโกรธของตัวเอง “ค่ะ ก็ดีค่ะ วันนี้แ
“ไหนๆ ยัยหนูนะนาย อุ๊ยตายแล้ว...หลานย่า น่ารักจังเลย ใครแต่งตัวให้หลานย่ากันคะ? ตาปายส่งรูปมาอวดทุกวันเลย แต่งตัวน่ารักทุกวัน” เสียงอุทานดังทักทาย ทำให้แม่หนูมองหน้าบิดา แล้วถามเสียงใส “คุณย่าเหรอคะ? พ่อจ๋า” “คุณย่าตัวจริงไงคะ ที่หนูคุยด้วยบ่อยๆ” “ลูกสาวแกน่ารักจริงๆ ตาปาย” คุณปณิตาตอนนี้มองจ้องหลานตาวาว เห็นในรูปในคลิปน่ารักแล้ว ตัวจริงยิ่งกว่า ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้าวันรอที่ปพลจะพายัยหนูมาที่บ้าน เมื่อเปิดตัวไปแล้วว่ามีลูกสาว ทั้งคุณ ปณิตาและปภพ และเสน่ห์จันทร์ก็ลุ้นเอาใจช่วยว่าน้องชายจะง้อเมีย ทวงลูกคืนมาได้ไหม... “คนมีลูกสาวคือคนเจ้าชู้” ประโยคนี้มาจากพี่ชาย ที่ขยิบตาให้กับน้องชายตัวแสบ ที่แอบไปมีลูกมีเมียไม่บอกใคร ด้วยประโยคที่เคยโดนน้องชายว่าเอา “หึๆ ไม่เคยเจ้าชู้ต่างหากครับ โดนเมียทิ้งด้วย” เขาหันไปมองทยิดา ที่ทำเป็นไม่ได้ยิน เธอยกมือไหว้คุณปณิตา สายตาของเธอยังมองท่านอย่างขลาดๆ เพราะเคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อนและทักทายกันไม่กี่คำ หลังจากที่ยอมให้ปพลเข้าไปในบ้านไปอยู่กับลูกสาวของเธอแล้ว เป็นการยอม..ท







