เข้าสู่ระบบ“หมีม่วงน่าย้ากก น้องม่วงม่วง ของนะนาย หนมโก๋ ดูๆ ฉวยๆ ”
เสียงของลูกสาวเธอดังก่อนที่คนเป็นแม่จะถึงตัว ทยิดายกจานขนมคุกกี้ที่เธออบกับอุไรวรรณมาให้เด็กสองคน ที่นั่งเล่นด้วยกันที่ใต้ต้นไม้ ต้นกัลปพฤกษ์ออกดอกสีชมพูสะพรั่ง ตรงบริเวณส่วนของรั้วบ้านคร่อมสองบ้านคือบ้านของทยิดาและอุไรวรรณ ถือว่าเป็นต้นไม้รวมก็ว่าได้ เจ้าต้นนี้ถ้าไปขึ้นที่อื่น คงจะมีปัญหาเพื่อนบ้าน นี่ดีไปว่า มาขึ้นระหว่างบ้านสองหลังที่ใกล้ชิดสนิทกัน อายุอานามน่าจะมากแล้ว ถึงได้แผ่กิ่งก้านสาขาพอประมาณ ให้ร่มเงาและเป็นที่โปรดปรานของเด็กหญิงนะนายมาก
“เห่อจังเลยนะหมีนี่ หมีคนรวย”
เสียงของเด็กชายอีกคนที่พูดชัดแจ๋ว เหมือนจะเป็นอัจฉริยะด้านการพูดจา เพราะแกพูดคล่องตั้งแต่สามขวบกว่า ส่วนลูกสาวเธอบางคำยังไม่ชัด บางวันก็ไม่พูดเอาเสียดื้อๆ ไม่รู้ว่าอินดี้เหมือนใคร สกิลการพูดของเด็กหญิงปานทิวา แพ้เด็กชายบินเหนือเป็นอย่างมาก คนหลังนี้มารดาได้กล่าวว่าไม่ได้พูดเก่งอย่างเดียว ผีเจาะปากมาพูดชัดๆ
“หมีม่วง รวยเหรอ? ทำไมหมีม่วงรวยอ่า หนมโก๋”
เจ้าตัวเล็กที่วันนี้อยู่ในชุดน้องหมี น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนทุกวัน นี่ล่าสุด พี่ชายคนดีเอฟชุดน้องกวาง กับ น้องเม่นมาให้น้องสาวแล้วเรียบร้อย ค่าชุดนั้นมีคนจ่ายให้ซะด้วย พี่หนมโก๋สายเปย์ชอบซื้อของให้น้อง แต่มีคนจ่ายเงินให้คืออาโน่
อาโน่ตอนนี้ นั่งอยู่เป็นประธานการปิกนิก ดูแลเด็กๆ เล่นกันไปกลายๆ เขาเป็นทหารอากาศ ยศเรือตรี ส่วนมากจะอยู่โคราช แต่พอได้วันพักก็มักจะมาที่นี่...
นั่นก็เพราะ...
ตาคมของอรรณพมองมายังหญิงสาวที่กำลังเดินถือจานขนมคุกกี้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งมาแต่ไกล ด้วยสายตาเข้มข้นไปด้วยประกายบางอย่าง หูก็ฟังเด็กสองคนคุยกันไปด้วย
“ก็ราคาแพง เป็นหมีคนรวย ที่เขาฮิตกันงะ หนมโก๋เห็นเขาเอาอวดลงติ๊กต่อกมั่งอะไรมั่ง ยัยบริ๊งค์ก็มีนะ เอามาอวดที่โรงเรียน ตัวจิ๋วกว่าของนะนายอีก ตัวใหญ่ขนาดนี้น่าจะต้องหลายพันไม่ต้องสืบ”
“ฮิตกัน”
เจ้าตัวทวนคำ แล้วย่นจมูก บางอย่างเด็กสามขวบกว่าก็ยังไม่เข้าใจ
“ฮิตๆ แต่ฉวยนะ ฉวยๆ”
อวดหมีไม่หยุดตามประสาคนเห่อ บินเหนือได้แต่กลอกตา ปรกติแล้วของเล่นน้องสาวเขามักจะมีส่วนร่วมเลือก ร่วมเชียร์ น้องถูกใจทุกชิ้น เว้นก็แต่หมีตัวนี้ มายังไง? เขาไม่ได้เลือกให้ คนเป็นพี่ชาย ที่ถือว่าตัวเองเป็นพี่ชายของน้องน้อย เลยงอน...ว่าของเล่นชิ้นนี้ไม่เห็นมีใครมาถาม มาบอกเลย ว่าจะซื้อให้น้อง หึ!
“ขี้เห่อ”
“เห่อฉิ...หมีฉวย ม่วงม่วงฉวย”
หันมายิ้มหวานจ๋อยส่งให้กับพี่ชาย คนมองใจละลายแล้วกับความน่ารักของเจ้าตาแป๋ว ที่วันนี้กลายร่างเป็นลูกหมี คนเป็นพี่ก็ขยันชอบให้น้องแต่งตัวเป็นสัตว์น่ารักๆ ลูกหมีสีฟ้าน่าฟัดเอามากๆ อดไม่ได้เลยจับน้องหอมแก้มฟอดๆ เสียงร้องโวยวายดังขึ้น อรรณพมองเด็กๆ เล่นกันอย่างเอ็นดู บินเหนือรักน้องมาก คงเพราะตัวเองเป็นลูกคนเดียว อยากมีน้อง ได้ช่วยดูแลเจ้าตัวน้อยแต่แบเบาะ เลยรักปานทิวาเหมือนน้องสาวแท้ๆ
“แม่ขา แม่ขา หนมโก๋ฟัดแก้มๆ เจ็บๆ”
ฟ้องแม่ แต่ก็หัวเราะคิกคัก เมื่อพี่หอมเหม่งเอาอีกที คงมันเขี้ยว
“เล่นน้องเบาๆ หน่อยครับ หอมน้องเบาๆ”
ปรามบินเหนือ แต่รู้ว่าบินเหนือไม่เคยทำน้องแรง ไม่เคยทำเจ็บ เว้นแต่เวลาไปเล่นซนกัน แล้วน้องหกล้มหกลุกเอง
“อานิ้งฮับ แล้วใครซื้อหมีคนรวยให้น้อง”
ถามเสียเลยให้สิ้นสงสัย ตอนนี้น้องหยิบขนมคุกกี้กินคำหนึ่ง เอาจิ้มปากหมีทีหนึ่ง เข้าปากตัวเองทีหนึ่ง บอกว่าป้อนม่วงม่วง มารดาเลยห้ามบอกว่าน้องหมีจะสกปรก เธอก็หันมายัดป้อนพี่หนมโก๋แทน ป้อนพี่คำ เข้าปากตัวเองคำ พี่ก็ไม่ได้รังเกียจขนมเปื้อนน้ำลายฉ่ำๆ ของเจ้าหมีน้อยแต่อย่างใด
หนมโก๋อ้าปากรับขนมที่น้องป้อน ตอนนี้น้องมานั่งตักพี่แล้วเรียบร้อย ยัยตัวเล็กติดพี่ชายมาก และหวงตัว มารอบนี้อรรณพขออุ้ม เจ้าตัวเล็กไม่ยอม ต้องเอาของมาล่อกันนั่นแหละ ถึงยอมให้หอมแต่ก็ต้องขออนุญาตก่อน
“หมีคนรวย”
ทวนคำเด็กชาย แล้วทำคิ้วขมวด เธอมองหน้าอรรณพที่นั่งฟังเด็กๆ คุยกันตั้งนานแล้วอย่างจะถาม อรรณพยักไหล่เชิงบอกใบ้ว่าไม่เข้าใจเหมือนกัน
“หมีสีม่วงนี่ฮับ ใครซื้อให้น้อง มันแพงมากนะ ไฮโซเหรอ?”
คำพูดคำจาของบินเหนือเล่นเอาเธออดขำไม่ได้
“ไปเอามาจากไหนกัน ไฮโซหืม? หนมโก๋”
“ยัยบริ๊งค์ฮับ ยัยบริ๊งค์ไฮโซ ไฮโซคือรวย รวยมาก วันๆ ไม่มีไรทำก็ถ่ายรูปลงอวดแบงก์พัน พ่อของยัยบริ๊งค์มีแบงก์เยอะ คนซื้อหมีคนรวยให้นะนายเก๊าะต้องเป็นไฮโซ อานิ้งรู้จักไฮโซเหรอ? ”
ชื่อบริ๊งค์นี่ได้ยินบ่อยจากปากหลานชาย เพราะไม่ค่อยจะถูกกันนัก คู่กัดของเขาแหละ
“เป็นเอ่อ อดีตเจ้านายคนหนึ่งของอานิ้งซื้อให้น้องจ้ะ”
“เขามาจีบอานิ้งอะป่าว”
เจ้าตัวถามเล่นเอาทยิดาสะดุ้งนิดๆ ส่วนอรรณพที่นั่งเงียบๆ ถึงกับสำลักน้ำอัดลมที่กำลังดื่ม
“แหม แก่แดดจริงเรารู้เรื่องแบบนี้ด้วย”
“ก็ถ้าผู้ชายชอบผู้หญิง ก็จะชอบมาหา ซื้อของเอาใจ เหมือนอาโน่ ที่ชอบซื้อของมาให้อานิ้งกับนะนายไงฮับ”
“แค่กๆๆ”
คนโดนป้ายชื่อ ถึงกับสำลักน้ำออกจมูก ทยิดาเขินไปเล็กน้อย ไม่ใช่ไม่รู้ เธอก็รู้แหละว่า น้องชายของอุไรวรรณนั้น คิดยังไงกับเธอ...
แต่เธอนั้นยังมีกำแพงกางกั้นไว้
ไม่ใช่แต่แค่กับอรรณพมันคือกับผู้ชายทุกคน...
ความรักสำหรับทยิดามันเจ็บเหลือเกิน ตอนนี้เธอมีแค่ลูกความรักที่เป็นเหมือนของขวัญ ก็เพียงพอแล้วสำหรับทยิดา
เธอทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่มองให้อรรณพนั้นเขินไปมากกว่านี้ เขาเป็นผู้ชายที่น่ารัก เป็นสุภาพบุรุษมาก และเขาก็รักลูกสาวของเธอ คุณสมบัติต่อมาคือโสด หน้าที่การงานดี ระดับผู้คุมฝูงบิน หาไม่ได้ง่ายๆ ที่ยังโสดแบบนี้ ไม่สูบบุหรี่ มีดื่มบ้าง ไม่มีนิสัยเกเรทำร้ายผู้หญิง และข้อสำคัญคือถ้าตกลงปลงใจกับเขา มันก็หมายถึงเธอจะยิ่งแนบแน่นสัมพันธ์กับครอบครัวของอุไรวรรณมากขึ้นไปอีก
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เขา มันอยู่ที่เธอนี่แหละ
จนป่านนี้ก็ยังไม่เปิดใจให้ใครได้เลย
ทุกวันนี้บางทีก็ยังฝันถึงเขา...
สี่ปีแล้วนะทยิดา ทำไมลืมไม่ได้สักที ต้องนานอีกแค่ไหน ลูกก็ให้บังเอิญมีบางส่วนละม้ายคล้ายเขามาก แม้กระทั่งชอบ...หรือไม่ชอบอะไร ไปจนถึงท่านอน...แกนอนท่าเดียวกับพ่อของแกเป๊ะ อะไรแบบนี้มันถ่ายทอดมาทางดีเอ็นเอด้วยหรือ?
ชื่อนะนายนั่นอีก หนมโก๋ตั้งให้อาจจะบังเอิญหรืออะไรก็ช่าง แต่มันก็ดันคล้ายชื่อเธอกับเขารวมกัน มันยิ่งตอกย้ำว่าพ่อของแกชื่ออะไร ชื่อจริงอีก ปานทิวา คนหามาให้และแจ้งในสูติบัตร คืออุไรวรรณที่ไม่รู้ที่มาอะไร เธอแค่บอกชื่อพ่อของลูกไป พระอาจารย์ของอุไรวรรณก็หาสร้างสรรค์มาได้พอดิบพอดี
มันกลายเป็นทุกครั้งที่มองหน้าลูก กอด หอม และแม้กระทั่งยามที่แกจุ๊บๆ นมแม่ มองสบตากับลูกสาว เหมือนมีเงาของใครบางคนแฝงในนั้นเสมอ
เจ็บปวด แต่ก็สุขไปพร้อมกัน
ทยิดาลอบถอนใจ เธอมองลูกสาวที่นั่งคุยกับอรรณพ เขาบอกจะให้แกเล่นเป็นเครื่องบิน แม่ลูกสาวตัวดีรีบวางน้องหมีแล้วปีนไต่ขึ้นไปบนตัวของอาโน่ แกเรียกเขาว่าอาตามหนมโก๋ ทั้งที่อรรณพนั้นอายุมากกว่าทยิดา มีศักดิ์เป็นลุง รอแกโตจะสอนให้เรียกลำดับให้ถูกต้องอีกที ตอนนี้ก็ปล่อยไปก่อน
“เอ่อ พี่โน่ค่ะ ไปเล่นในห้องไหมคะ กลัวลูกตก”
เธอว่าเมื่อชายหนุ่มทำท่าจะชูยัยตัวยุ่งขึ้นเหนือหัว เขาเป็นชายชาติทหารกล้ามแน่น แข็งแกร่ง ชนิดที่ชูตาหนมโก๋แขนเดียวได้ แต่เธอก็กลัวระแวงว่าลูกสาวจะผาดโผนจนหลุดมือ
“ม่ายตก ม่ายตก”
ลูกหมีน้อยว่า จับแขนของลุงโน่แน่น แล้วสั่งเสียงแจ๋ว
“บินนนนนนนน อาโน่ บินนนนนนน”
สิ้นคำว่าบิน เขาก็พาสาวน้อยวิ่งไปรอบสวนของบ้าน มีหนมโก๋วิ่งตาม หัวเราะกรี๊ดกร๊าดกันสนุก ส่วนคนเป็นแม่จะหัวใจวายเอา แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ลูกสาวเธอหรือหลานชายเป็นอันตรายสักทีจริงๆ นั่นแหละ
“เสียงหัวเราะดังไปถึงโน่น พากันเล่นอะไรแผลงๆ อีกล่ะ”
อุไรวรรณโผล่มาจากบ้านหลังติดกัน พร้อมกับถาดส้มตำ มีเครื่องเคียงเป็นหมูสามชั้นนึ่ง หมูยอ ไข่เยี่ยวม้า ขนมจีน และแคบหมู รวมถึงผักสดน่ากิน ที่เก็บมาจากสวนเล็กหลังบ้าน
“เล่นเครื่องบินร่อนกันน่ะค่ะ ห้ามไม่เคยฟัง”
ทยิดาบ่น อุไรวรรณหัวเราะเบาๆ
“ชอบล่ะสิ นะนายน่ะ เล่นเครื่องบินแบบนั้น พี่กายมาบ้านทีไร ก็สะกิดอยากเย่น อยากเย่น แต่ลุงกายพาเล่นไม่ได้นานเหมือนลุงโน่ไง เลยติดลุงโน่มากกว่า นายโน่แหละ พาหลานเล่นแผลงๆ บวกกับเจ้าหนมโก๋อีกคน พี่ละกลัวหลานสาวพี่จะกลายเป็นจอมแก่น ไม่ยอมใส่กระโปรงเลย ป้าวรรณอุตส่าห์ตัดให้สวยๆ”
บ่นงุ้งงิ้ง หลานสาวเหมือนตุ๊กตา คนเป็นป้าอยากจับแต่งตัว อุ้มอวดคนนี้คนนั้น เจ้าลูกชายตัวดี ก็ชอบพาน้องแต่งตัวเป็นสัตว์ตัวน้อย ชุดน้องหมีบ้าง น้องต่ายบ้าง มาเลือกชุดให้น้องแต่เช้าทุกวันยังกับเป็นหน้าที่ ตัวเองตื่นหกโมงเช้าอาบน้ำเสร็จแปรงฟันเสร็จต้องวิ่งมาบ้านอานิ้ง ถือสิทธิ์พี่ชายเตรียมชุดให้น้องทุกวัน
“ก็ยังดีที่ไม่ชวนนะนายเป็นผู้ชายนะคะ”
เธอเปรย ตอนนะนายสองขวบ หนมโก๋ได้ห้าขวบ หนมโก๋พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะให้นะนายมีจู๋เหมือนของตัวเอง ปั้นดินน้ำมันเป็นรูปจู๋น้อย จะเอาไปแปะให้น้อง เพื่อให้น้องมีจู๋เหมือนตัวเอง
คิดถึงตรงนั้นแล้วสองคุณแม่ก็มองตากัน เล่าเท้าความแล้วก็พากันหัวเราะงอหาย
“เขาถือว่าเป็นน้องสาวเขา เขารักของเขามาก”
อุไรวรรณว่า
“บางทีก็จุ้นจ้าน จนพี่เกรงใจนิ้ง ดุก็ได้นะ ถ้าเกิดว่าทำอะไรเกินไป”
“ไม่หรอกค่ะ หนมโก๋น่ารัก รักน้อง นิ้งเป็นลูกคนเดียว อยู่คนเดียวลำพัง ไม่เคยมีพี่น้องเลย เหมือนโลกนี้มีแค่เราคนเดียว...พอเห็นนะนายมีพี่ชายแบบนี้ นิ้งรู้สึกดีมากๆ ค่ะพี่วรรณ”
“นิ้งไม่ได้ตัวคนเดียวหรอก นิ้งมีพวกพี่เป็นพี่สาวพี่ชาย”
อุไรวรรณนั้นรับรู้เรื่องราวชีวิตของทยิดาตามที่เธอเปิดปากบอกเล่าบ้างก็นึกสงสาร โดยเฉพาะเรื่องบิดาของทยิดา ไหนจะเรื่องพ่อของยัยหนูอีก ที่จนถึงตอนนี้อุไรวรรณก็ยังเข้าใจว่า สามีของทยิดาเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ
เธอจึงพยายามลุ้นให้น้องชายของเธออรรณพ ชอบพอกับทยิดา น้องชายเธอน่ะชอบไปละ เหลือแต่ทยิดานี่แหละ...ที่ยังไม่ยอมเปิดใจ
อรรณพเพียรแวะเวียนมาทำความรู้จัก ค่อยๆ แทรกซึม ก็สองปีมานี่แล้ว
แต่ทยิดาไม่เคยใจอ่อนเลยสักนิด...
กลัวว่าน้องชายเธอจะถอดใจ แล้วทยิดาจะพลาดผู้ชายดีๆ ไป เธออยากให้น้องสาวคนนี้มีคนดูแล เลี้ยงลูกตัวคนเดียวไม่ใช่เรื่องสนุก ไหนจะทั้งเรื่องรายได้ค่าใช้จ่ายและเรื่องที่ควรมีคนมาดูแลมารักและปกป้องทยิดาและลูกสาว
ความรักสำหรับอุไรวรรณมันคือสิ่งดีๆ ที่ทยิดาควรคู่จะได้รับสิ่งนี้จากผู้ชายดีๆ สักคน
“จ้ะ เปิดใจรับน้องชายพี่เป็นครอบครัวอีกคนก็ดีนะ”
เกริ่นเปรยลอยๆ ทยิดาก็คือทยิดาทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วชวนคุยเรื่องอื่น กินมื้อบ่ายกัน วันนี้สองคุณแม่สบายเพราะมีพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นอย่างอรรณพมาประจำการ ไม่ต้องเหนื่อย มีเวลานั่งชิลและเม้าท์มอยกัน
“ตุ๊กตาแคร์แบร์ นี่นิ้งซื้อให้นะนายเลยเหรอ”
อุไรวรรณที่เพิ่งเห็นน้องม่วงเอ่ยทัก เธอพอจะรู้จักตุ๊กตาที่พักนี้เป็นที่ฮิตของเด็กๆ และอินฟูลอยู่บ้าง
“เปล่าค่ะ”
พอมีคนทักทีก็รู้สึกที
“มีคนซื้อให้น่ะค่ะ”
“โห...ของแพงขนาดนี้ ใครเปย์หลานนะ”
“อดีตเจ้านายของนิ้งน่ะค่ะ”
เม้มปากน้อยๆ ต่อไปนี้เธอคงไม่ไปเดินห้างนั้นอีกแล้ว กลัว...ที่จะเจอเขาอีก
“อ้อ แกใจดีนะ ให้ของตั้งแพงแนะ”
ทยิดาแค่ยิ้มเฉย อุไรวรรณของยืมตุ๊กตาหลานถ่ายลงเฟซเก๋ๆ เป็นอันรู้กันว่า ทยิดาไม่ชอบลงโซเชียล และถ้าจะลงรูปของนะนายก็ต้องขอเธอก่อน อุไรวรรณนั้นทำตามอย่างเคร่งครัด แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ถาม ทยิดาคงมีเหตุผลของตัวเองนั่นแหละ คนเราไม่ได้ชอบลงรูปตัวเองในโซเชียลทุกคนหรอก บางคนก็อยากเป็นส่วนตัว มีป๊อบอัพขึ้นมาหน้าจอ บอกว่าเป็นตรีดาวติดต่อมาทางแชตไลน์ เธอเลยเปิดดู
นิ้งพระแม่แน่นอนมาก(ตรีดาว)
อะไรอะคะพี่แต้ว(ทยิดา)
มีคนมาเทคกิจการของสำนักพิมพ์เราแล้ว เราสองคนไม่ตกงานแล้ว เย้…(ตรีดาว)
ดีจังเลยค่ะพี่แต้ว(ทยิดา)
นี่ๆ บอสคนใหม่หล่อมาก หล่อแบบ...ฝ่ายกราฟิกขอเรฟไปทำปกอะ (ตรีดาว)
โห อะไรจะปานนั้นนะพี่แต้ว แบบนี้สดใสกันทั้งสำนักพิมพ์เลยสิคะ(ทยิดา)
เธอเอ๊ย! ดอกไม้บานแฉ่งทั้งออฟฟิศเลยค่า สดใสกันปานนั้นเลย บอสมาไม่ค่อยบ่อย แหละ...นี่...ทางกองต่างประเทศไปติดต่อลิขสิทธิ์ใหม่มา ได้มาสี่เรื่อง พี่จะให้นิ้งทำพอจะทันไหม เรตค่าแปลคุณเค้าให้อัปให้นักแปลด้วย กินดีอยู่ดีกันแน่ๆ ละพวกเรา เห็นบอสบอกว่า เอ่อ เป็นแฟนนิยายแปลของนิ้งอะ(ตรีดาว)
เอ๋...เหรอคะ ตื่นเต้นแล้วนะแบบนี้(ทยิดา)
อื้อ ก็เขาถือหนังสือที่นิ้งแปลมาเลย บอกว่า ชอบคนแปลคนนี้ แล้วก็อยากให้นิ้งแปลงานยาวของเสี่ยวเฉียน โอโห สิบสี่เล่มจุกๆ จ้า ทำไปทั้งปีเลยละ กล้าทุ่มทุนซื้อลิขสิทธิ์มากเวอร์ บอสคนใหม่นี่ พวกการตลาดทำงานหัวฟูเลยแหละ อาจจะเป็นการพลิกวิกฤตให้สำนักพิมพ์เราเลยนะ เขามีทีมมาช่วยการตลาดด้วย ดีงาม…(ตรีดาว)
ดีใจไปด้วยเลยอะพี่แต้ว ไม่ตกงานแล้ว
นอกจากจะไม่ตกงานแล้ว บอสจะให้จัดงานเพื่อแนะนำตัวแล้วก็สร้างสัมพันธ์ด้วยนะ เตรียมตัวมางานละ จัดที่โรงแรม...งานนี้มีรางวัลติดมือทุกคนจ้า นิ้ง พี่อะต้องไปแก้บนพระแม่เป็นมาลัยสักเจ็ดพวง ฮือๆ จะร้อง ทำงานกับคุณธารใสมาสองปี คุณธารมณ์อีกสองปี ไม่เคยมีงานเลี้ยง ไม่เคยมีแจกของ บอสมาแป๊บเดียว ชีวิตดีงาม(ตรีดาว)
แบบนี้นิ้งจะได้ฝากชีวิตไปยาวๆ (ทยิดา)
ฝากได้แน่ๆ เลยนิ้งเอ๊ย(ตรีดาว)
ทยิดาถึงกับยิ้มไปกับข่าวดีที่ตรีดาวแจ้งมา แบบนี้เรื่องงานก็ตัดปัญหาไปได้อีกอย่าง เธอจะได้เก็บทุนไว้ก่อน ถึงจะมีฝันแต่เธอก็ยังไม่กล้าลงทุนอยู่ดี
บอสที่ว่านี้เห็นทีจะต้องตั้งชื่อว่าบอสพระแม่ประทานเสียแล้วสิ
เธอคิดอย่างขำๆ ตรีดาวบอกให้เตรียมใส่ชุดสวยๆ มีธีมงานมาด้วย แล้วก็นัดแนะกับทยิดาไปหาชุดกัน
ขบวนขันหมากถูกจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เจ้าหนมโก๋วันนี้แต่งหล่อ ตื่นเต้นไปกับพวกผู้ใหญ่เพราะนี่คือหนแรกของเด็กสิบเอ็ดขวบจะได้ร่วมพิธี แต่งงาน “โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮฮฮฮฮ” “ฮิ้วววววววววว สิ้นเสียงโฮ เสียง ฆ้องแห่แตรวงดังขึ้น หัวขบวนมีขนมหวานมงคล สินสอด กล้วยอ้อย คนที่ถือต้นกล้วยต้นอ้อยออกลีลาเมามันที่สุด รับบทโดยตรีดาว ถืออ้อย ส่วนลุงยามที่ถูกเชิญมาในพิธีนี้ด้วย ถือต้นกล้วย เต้นเซิ้งกันแบบจ้างร้อยเล่นล้าน ตรีดาวกะมาม่วนไม่ได้กะมาสวย แต่งตัวมาเป็นสีสัน เดี๋ยวกลางคืนค่อยสวยเอาก็ได้ ในพิธีแห่ขันหมาก มีญาติเจ้าบ่าวครบครัน นำทัพโดยคุณปณิตา ที่วันนี้อุ้มหลานสามขวบมาด้วย ยัยหนูณจันทร์สวยในชุดกระโปรงสีชมพูเหมือนนางฟ้าน้อยๆ ตามองคนนี้คนนั้นหัวเราะเอิ๊กๆ ใครก็อุ้มได้เพราะแม่หนูไม่หวงตัวเลย เลยต้องระวังกันหน่อยเพราะมันเสี่ยงกับการโดนอุ้มพาหนี ข่าวมีบ่อย ต้องระวังไว้ก่อน พิธีจัดขึ้นที่บ้านของทยิดา เป็นพิธีง่ายๆ มีแขกคือคนกันเอง คือคนในหมู่บ้านที่สนิทๆ ตอนนี้ชักจะตีวงกว้างเพราะช่างเทิด ที่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ
เวลาแห่งความสุข เวลาแห่งครอบครัว ที่หายไปนาน ตอนนี้ปพลและทยิดาได้กอดคว้ามันไว้อีกครั้ง... พวกเขามาพักผ่อนกันที่เกาะพีพี เป็นการมาทะเลหนแรกของเจ้าตัวน้อย...ถือโอกาสมาฉลองวันเกิดสี่ขวบเจ็ดเดือนของแกไปด้วย ตอนนี้แฟชั่นแต่งตัวเป็นสัตว์ตัวน้อยของนะนายไม่ค่อยตามใจพี่หนมโก๋แล้ว บางวันงอแงไม่ใส่แล้วด้วย...แต่ชอบใส่หมวกกระต่ายสีชมพู ที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้ ลุงปริ้นซ์นี้มาแรงแซงทางโค้งมาก เพราะทุกสิ่งที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้หลาน จะเป็นที่ถูกใจของนะนายเป็นอย่างมาก ม่วงม่วงแคร์แบร์ที่ลุงซื้อให้ ตอนนี้มอมไปบ้าง แต่ก็ยังหอบหิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด เป็นของเล่นชิ้นโปรดของสาวน้อยที่ต้องพาไปด้วยทุกที่ ที่ต้องรอจนถึงสี่ขวบเจ็ดเดือน ก็เพราะ...แพลนตอนแรก ที่จะมาหลังจากที่รอหนมโก๋สอบเสร็จต้องเลื่อน เนื่องจากเสน่ห์จันทร์คลอด รอน้องแข็งแรงจะได้มากันทั้งครอบครัวที่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวใหญ่ เนื่องจากรวมสมาชิกของบ้านอุไรวรรณเข้าไปด้วย เธอกับเขายังอยู่กันที่บ้านของเธอ...ซื้อบ้านข้างๆ เพิ่มแล้วต่อเติมให้หลังใหญ่ขึ้น เขายังคงทำงานเป็นรองประธานที่วีอาร์ เข้าบริษัทอาทิตย์ละสามวัน มีแพลนจะย้
เจ้ากระต่ายน้อยสีชมพู หยีตาขึ้นแล้วลุกขึ้นอย่างงัวเงีย แกมองไปรอบๆ ห้อง เห็นรูปตัวเอง รูปแม่นิ้ง กับรูปพ่อจ๋าเต็มไปหมด ที่นี่ที่ไหนนะ? คว้าม่วงม่วงได้ ก็เดินลงจากเตียง ห้องไม่ได้ปิดประตูแง้มไว้ เลยเปิดออกมาข้างนอก เสียงเล็กๆ เรียกดัง “แม่ขา แม่ขา อยู่หนาย อยู่หนาย” “อุ๊ย” เสียงเรียกของลูกทำให้ทยิดาสะดุ้ง เธอขยับตัวในอ้อมแขนของสามี แล้วมองสบตากัน ก่อนที่ทยิดาจะหน้าแดงก่ำ มือคว้าเอาเสื้อผ้าที่ตกเกลื่อนมาสวมอย่างลนลาน เป็นการสวมเสื้อผ้าที่เร็วที่สุด เธอกระโดดออกจากตัวของเขา แล้วขานตอบลูกสาว ที่พอได้ยินเสียงแกก็เดินอุ้มม่วงม่วง มาหาแม่ “อยู่นี่จ้ะ แม่อยู่นี่” “แม่ขา ที่ไหน...” แกถาม มองแม่กับพ่อตาแป๋ว ปพลสวมกางเกงแล้วแต่ยังไม่ได้ใส่เสื้อ เผยให้เห็นอกเปลือยล่ำ ที่มีร่องรอยข่วนจางๆ คนทำตอนนี้หน้าแดงตัวแดง รับลูกสาวมากอด “ห้องของพ่อค่ะ” “นะนายเห็นรูป เต็มหมดเลย” เจ้าตัวเล็กว่า ปพลลุกขึ้นยืน เขามองหาเสื้อมันหล่นอยู่ตรงนี้นี่เอง ก่อนจะคว้ามาสวม เขาไปยืนซ้อนหลังของทยิดาถือโอกาสกอดไว้ทั้งแม่ลูกก้มลงหอมทยิ
ริมฝีปากของเขาและเธอบดเคล้า ดูดดื่มกันอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้น “พี่รักนิ้ง” เขาบอกย้ำ เมื่อถอนจูบแค่หายใจ ก่อนจะจูบอีก และอีก เหมือนไม่พอ ไม่หยุด ทยิดานั้นจูบตอบเขา ไม่พอ ไม่หยุด...เธอกับเขา บาดหมางไม่เข้าใจ โหยหากันและกันมานานเหลือเกิน ตอนนี้ความปรารถนาไหลหลั่งทะลักทะลาย ไม่มีอะไรมากั้นได้อีกแล้ว เขาช้อนอุ้มเธอขึ้น ขณะที่ยังคงจูบกัน วางเธอลงบนโซฟาเบธ ตัวเดิม ที่เดิม...ที่เคยมีประสบการณ์แสนสุขด้วยกัน มือร้อนๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอและของตัวเองไปพร้อมกัน ทุกขณะที่ทำทุกสิ่งนั้น ปากของคนทั้งคู่ยังไม่เคลื่อนจากกัน ความปรารถนาอันเร่งร้อนและเร่งเร้า ทำให้เธอเปียกชื้น ร้อนผ่าวด้วยความปรารถนาเขาเองก็เช่นกัน เมื่อเธอและเขาเปลือยเปล่า เพียงแค่มองสบตา...เขาเลื่อนมือลงไปคลี่แย้มกลีบกุหลาบที่แสนฉ่ำของทยิดา เธอพร้อมแล้ว เขาก็เกินจะกลั้น เขาต้องการเธอมานานเกินไป ทยิดาเองก็เช่นกัน “อื้อ” “นิ้ง นิ้งของพี่” เสียงครางของเธอดังคลอกับเสียงบอกรักของเขา เมื่อเขาสอดประสานเข้ามา ยังคงแนบแน่น
“แวะพาลูกมานอนก่อนไหม? แกงอแงแล้ว” เขาหันมาถามทยิดาเมื่อกำลังอยู่บนถนนเพื่อกลับไปยังบ้านที่ยังอีกไกลมาก สาวน้อยเล่นสนุกจนเพลียตื่นเต้นมากกับห้องของเล่นของลุงปริ้นซ์ แกบอกว่าหนหน้าขอให้หนมโก๋มาด้วย จะพาหนมโก๋เล่นสไลเดอร์ ตอนแรกคุณปณิตาบอกให้ค้างเลยก็ได้ แต่ทยิดาดื้อเองแหละ เธอยังไม่อยากให้ทุกอย่างมันไวเกินไปนัก เพราะเขาดูจะได้ใจเกินไปแล้วในการที่ได้ทุกอย่าง เธอคิด...เขาควรไม่ได้บ้าง เธอดันรู้สึกผิดเมื่อเห็นยัยตัวเล็กของเธอที่เบะปากอีกแล้วตอนนี้ สาวน้อยนั่งตักแม่ จะหลับก็ไม่หลับ และไม่ยอมไปนั่งคาร์ซีท ตอนนี้ซบหน้ากับอกของทยิดาขนตาเปียกไปหมดเพราะเพิ่งจะซาร้องไห้ไป และกว่าจะถึงบ้านน่าจะค่ำมืด พี่วรรณโทรมาบอกว่าจัดการเรื่องอาหารเย็นให้กับเทิดแล้ว หนมโก๋ไปชวนคุณปู่เดินเล่นตอนเย็น บ่นคิดถึงน้องแจ้วๆ ให้เธอได้ยิน และบอกว่าจะจัดการดูแลคุณปู่ให้เองอานิ้งไม่ต้องห่วง คืนนี้จะนอนกับคุณปู่ถ้าอานิ้งไม่กลับ “รถติดมากเลย ข้างหน้านี้จะเป็นซอยไปคอนโดของเรา” เขาว่า ทยิดาเม้มปากแล้วพยักหน้า เธอไม่ควรทำให้ลูกลำบากเพราะทิฐิความโกรธของตัวเอง “ค่ะ ก็ดีค่ะ วันนี้แ
“ไหนๆ ยัยหนูนะนาย อุ๊ยตายแล้ว...หลานย่า น่ารักจังเลย ใครแต่งตัวให้หลานย่ากันคะ? ตาปายส่งรูปมาอวดทุกวันเลย แต่งตัวน่ารักทุกวัน” เสียงอุทานดังทักทาย ทำให้แม่หนูมองหน้าบิดา แล้วถามเสียงใส “คุณย่าเหรอคะ? พ่อจ๋า” “คุณย่าตัวจริงไงคะ ที่หนูคุยด้วยบ่อยๆ” “ลูกสาวแกน่ารักจริงๆ ตาปาย” คุณปณิตาตอนนี้มองจ้องหลานตาวาว เห็นในรูปในคลิปน่ารักแล้ว ตัวจริงยิ่งกว่า ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้าวันรอที่ปพลจะพายัยหนูมาที่บ้าน เมื่อเปิดตัวไปแล้วว่ามีลูกสาว ทั้งคุณ ปณิตาและปภพ และเสน่ห์จันทร์ก็ลุ้นเอาใจช่วยว่าน้องชายจะง้อเมีย ทวงลูกคืนมาได้ไหม... “คนมีลูกสาวคือคนเจ้าชู้” ประโยคนี้มาจากพี่ชาย ที่ขยิบตาให้กับน้องชายตัวแสบ ที่แอบไปมีลูกมีเมียไม่บอกใคร ด้วยประโยคที่เคยโดนน้องชายว่าเอา “หึๆ ไม่เคยเจ้าชู้ต่างหากครับ โดนเมียทิ้งด้วย” เขาหันไปมองทยิดา ที่ทำเป็นไม่ได้ยิน เธอยกมือไหว้คุณปณิตา สายตาของเธอยังมองท่านอย่างขลาดๆ เพราะเคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อนและทักทายกันไม่กี่คำ หลังจากที่ยอมให้ปพลเข้าไปในบ้านไปอยู่กับลูกสาวของเธอแล้ว เป็นการยอม..ท







