Masuk“แวะพาลูกมานอนก่อนไหม? แกงอแงแล้ว”
เขาหันมาถามทยิดาเมื่อกำลังอยู่บนถนนเพื่อกลับไปยังบ้านที่ยังอีกไกลมาก สาวน้อยเล่นสนุกจนเพลียตื่นเต้นมากกับห้องของเล่นของลุงปริ้นซ์ แกบอกว่าหนหน้าขอให้หนมโก๋มาด้วย จะพาหนมโก๋เล่นสไลเดอร์ ตอนแรกคุณปณิตาบอกให้ค้างเลยก็ได้ แต่ทยิดาดื้อเองแหละ เธอยังไม่อยากให้ทุกอย่างมันไวเกินไปนัก เพราะเขาดูจะได้ใจเกินไปแล้วในการที่ได้ทุกอย่าง เธอคิด...เขาควรไม่ได้บ้าง
เธอดันรู้สึกผิดเมื่อเห็นยัยตัวเล็กของเธอที่เบะปากอีกแล้วตอนนี้ สาวน้อยนั่งตักแม่ จะหลับก็ไม่หลับ และไม่ยอมไปนั่งคาร์ซีท ตอนนี้ซบหน้ากับอกของทยิดาขนตาเปียกไปหมดเพราะเพิ่งจะซาร้องไห้ไป และกว่าจะถึงบ้านน่าจะค่ำมืด พี่วรรณโทรมาบอกว่าจัดการเรื่องอาหารเย็นให้กับเทิดแล้ว หนมโก๋ไปชวนคุณปู่เดินเล่นตอนเย็น บ่นคิดถึงน้องแจ้วๆ ให้เธอได้ยิน และบอกว่าจะจัดการดูแลคุณปู่ให้เองอานิ้งไม่ต้องห่วง คืนนี้จะนอนกับคุณปู่ถ้าอานิ้งไม่กลับ
“รถติดมากเลย ข้างหน้านี้จะเป็นซอยไปคอนโดของเรา”
เขาว่า ทยิดาเม้มปากแล้วพยักหน้า เธอไม่ควรทำให้ลูกลำบากเพราะทิฐิความโกรธของตัวเอง
“ค่ะ ก็ดีค่ะ วันนี้แกไม่ได้นอนกลางวันเลย ปรกติพานอนทุกวัน เลยงอแง”
ก้มลงจูบเหม่งคนงอแง ที่ทำตาปรือจะหลับไม่หลับแหล่
“ม่วงม่วงอยากนอนแย้ว นะนายก็อยากนอน”
“จ้า...เดี๋ยวไปนอนกันที่ห้องคุณพ่อนะ”
ปลอบลูกสาวที่ส่งเสียงอ้อแอ้ ปลายเสียงยังเจือสะอื้น
“ไม่นอนรถ นะนายหมุนๆ ไม่นอนรถ”
“อะไรคือหมุนๆ”
คนเป็นพ่อเร่งแซงรถข้างหน้า อีกไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว หลบรถติดเข้าซอยมาแล้วแบบนี้
“แกหมายถึงเวียนหัวน่ะค่ะ เคยนอนในรถแล้วอาเจียน แกเลยไม่ชอบ นี่คงง่วงมาก ปรกตินิ้งไม่ค่อยพานะนายไปไหนไกลๆ เท่าไหร่ นานๆ ออกบ้านทีน่ะค่ะ”
“เคยพาลูกไปทะเลไหม?”
จู่ๆ เขาก็ถามเปรยขึ้นมา
“ยังค่ะ เคยพาแต่ไปเล่นที่สวนสนุก ยังไม่ได้พาไปไหนไกล พี่วรรณชวนเหมือนกันว่าหนมโก๋ปิดเทอม พี่กายพักร้อนจะไปเที่ยวกัน”
“เดี๋ยวพี่จะพานิ้งกับลูกแล้วก็หนมโก๋ไป หลานปิดเทอมเมื่อไหร่ครับ”
“ปลายเดือนหน้าน่ะค่ะ”
“งั้นพี่จะให้เลขาจองตั๋วเครื่องบิน ไปพีพีกัน ชวนบ้านพี่วรรณไปด้วย คุณพ่อด้วย แล้วก็พวกบ้านของพี่ คุณแม่พี่กับคุณพ่อนิ้งจะได้รู้จักกัน”
“เอ่อ...”
“พี่โทรบอกพี่วรรณก่อน”
แล้วเธอก็ได้ยินเขาโทรศัพท์หาอุไรวรรณ นัดแนะวันกันเรียบร้อย อะไร? นี่เธอตกลงจะไปกับเขาแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่นะ
ไม่ทันได้แย้งอะไร ก็ถึงคอนโดของเขาพอดี ที่ๆ เธอเคยอยู่กับเขา เป็นสถานที่...ที่เธอและเขามีความหวานชื่นด้วยกันและมีความเจ็บปวดด้วยกัน
ทยิดาเม้มปากแน่น เมื่อรถจอดตรงลานจอดรถ เขาขออาสาอุ้มลูกสาว ที่ตอนนี้ตาของแกเกือบจะหลับแล้ว พอพ่ออุ้ม สาวน้อยก็ซบหน้ากับซอกคอของพ่อ แล้วพอเขาพาขึ้นลิฟต์ไปถึงห้องของเขาลูกสาวของเธอก็หลับสนิท
ประตูถูกเปิดออก บรรยากาศเก่าๆ วาบเข้ามาในความทรงจำ
ทยิดาเกือบกลั้นเสียงอุทานไว้ไม่ทัน เธอเอามือปิดปาก เมื่อกวาดสายตามองห้องของเราที่ไม่เหมือนเดิม...
ชายหนุ่มพาลูกไปวางตรงเตียงนุ่ม ก่อนจะเปิดแอร์และเครื่องปรับอากาศ แกหลับแล้วเรียบร้อย เขาวางม่วงม่วง หมีตัวโปรดของลูกไว้ข้างแก แกพลิกมากอดหมีตัวนุ่มหลับไปท่าทางสบาย
ทยิดาที่เอาผ้าห่มของลูกติดมาด้วย เอาไปคลุมให้กับแก ตอนนี้เธอน้ำตาคลอ...ปพลหันมาเห็นสายตาของเธอ ก็พอจะรู้ว่าเพราะอะไร
มือของเขาจับมือของเธอ ทยิดายอมให้เขาจับจูงเธอออกมาจากห้องนอน เพราะตอนนี้ลูกสาวหลับแล้ว
“ห้องของเรา ไม่เคยมีใครได้เข้ามาอีก”
เสียงทุ้มเอ่ย เขาดึงเธอไปกอดไว้ ทยิดาไม่ขัดขืน เธอยังคงมองไปรอบๆ ห้อง มีรูปของเธอเต็มไปหมด บางรูปเป็นรูปคู่ ตอนที่ยังหวานชื่นด้วยกัน รูปของยัยหนู...ผนังที่เธอเคยพ่นสีคำส่งท้ายไว้ ตอนนี้มีภาพขนาดใหญ่มาติดไว้แทน มันเป็นภาพที่รวบรวมภาพเล็กๆ ปะติดกัน โยงใยเหมือนบอกเรื่องราวระหว่างเธอกับเขา มีรูปของนะนายอยู่ตรงกลางขยายใหญ่กว่ารูปอื่น
“พี่ขอโอกาสได้ไหม?”
“ถ้านิ้งให้โอกาสพี่อีก นิ้งจะเจ็บอีกไหม?”
เสียงตอบรับจากเธอเครือสั่น
“ไม่มีทาง ไม่มีวัน”
เขาก้มลงจูบที่แก้มนวล เชยคางมนให้เงยมองหน้าเขา นัยน์ตาของเขาอบอุ่นไปด้วยความรัก เรืองรองด้วยความรู้สึกในใจ
“พี่ไม่มีทางทำให้เมียพี่ ลูกพี่ต้องเสียใจ พี่รักนิ้ง นิ้งเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พี่รัก”
เธอหลับตาพริ้ม เมื่อใบหน้าของเขาเคลื่อนมาใกล้
ริมฝีปากของชายหนุ่มแตะลงมาอย่างเบาบาง ก่อนจะค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนขึ้น ทยิดากอดตอบเขา ยอมให้เขาจูบ
มันคือความปรารถนาของเธอเช่นกัน...
เธอนั้นก็รักแต่เขา และยังมีเขามาตลอด เธอไม่หนีหัวใจตัวเองอีกแล้ว
ขบวนขันหมากถูกจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เจ้าหนมโก๋วันนี้แต่งหล่อ ตื่นเต้นไปกับพวกผู้ใหญ่เพราะนี่คือหนแรกของเด็กสิบเอ็ดขวบจะได้ร่วมพิธี แต่งงาน “โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮฮฮฮฮ” “ฮิ้วววววววววว สิ้นเสียงโฮ เสียง ฆ้องแห่แตรวงดังขึ้น หัวขบวนมีขนมหวานมงคล สินสอด กล้วยอ้อย คนที่ถือต้นกล้วยต้นอ้อยออกลีลาเมามันที่สุด รับบทโดยตรีดาว ถืออ้อย ส่วนลุงยามที่ถูกเชิญมาในพิธีนี้ด้วย ถือต้นกล้วย เต้นเซิ้งกันแบบจ้างร้อยเล่นล้าน ตรีดาวกะมาม่วนไม่ได้กะมาสวย แต่งตัวมาเป็นสีสัน เดี๋ยวกลางคืนค่อยสวยเอาก็ได้ ในพิธีแห่ขันหมาก มีญาติเจ้าบ่าวครบครัน นำทัพโดยคุณปณิตา ที่วันนี้อุ้มหลานสามขวบมาด้วย ยัยหนูณจันทร์สวยในชุดกระโปรงสีชมพูเหมือนนางฟ้าน้อยๆ ตามองคนนี้คนนั้นหัวเราะเอิ๊กๆ ใครก็อุ้มได้เพราะแม่หนูไม่หวงตัวเลย เลยต้องระวังกันหน่อยเพราะมันเสี่ยงกับการโดนอุ้มพาหนี ข่าวมีบ่อย ต้องระวังไว้ก่อน พิธีจัดขึ้นที่บ้านของทยิดา เป็นพิธีง่ายๆ มีแขกคือคนกันเอง คือคนในหมู่บ้านที่สนิทๆ ตอนนี้ชักจะตีวงกว้างเพราะช่างเทิด ที่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ
เวลาแห่งความสุข เวลาแห่งครอบครัว ที่หายไปนาน ตอนนี้ปพลและทยิดาได้กอดคว้ามันไว้อีกครั้ง... พวกเขามาพักผ่อนกันที่เกาะพีพี เป็นการมาทะเลหนแรกของเจ้าตัวน้อย...ถือโอกาสมาฉลองวันเกิดสี่ขวบเจ็ดเดือนของแกไปด้วย ตอนนี้แฟชั่นแต่งตัวเป็นสัตว์ตัวน้อยของนะนายไม่ค่อยตามใจพี่หนมโก๋แล้ว บางวันงอแงไม่ใส่แล้วด้วย...แต่ชอบใส่หมวกกระต่ายสีชมพู ที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้ ลุงปริ้นซ์นี้มาแรงแซงทางโค้งมาก เพราะทุกสิ่งที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้หลาน จะเป็นที่ถูกใจของนะนายเป็นอย่างมาก ม่วงม่วงแคร์แบร์ที่ลุงซื้อให้ ตอนนี้มอมไปบ้าง แต่ก็ยังหอบหิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด เป็นของเล่นชิ้นโปรดของสาวน้อยที่ต้องพาไปด้วยทุกที่ ที่ต้องรอจนถึงสี่ขวบเจ็ดเดือน ก็เพราะ...แพลนตอนแรก ที่จะมาหลังจากที่รอหนมโก๋สอบเสร็จต้องเลื่อน เนื่องจากเสน่ห์จันทร์คลอด รอน้องแข็งแรงจะได้มากันทั้งครอบครัวที่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวใหญ่ เนื่องจากรวมสมาชิกของบ้านอุไรวรรณเข้าไปด้วย เธอกับเขายังอยู่กันที่บ้านของเธอ...ซื้อบ้านข้างๆ เพิ่มแล้วต่อเติมให้หลังใหญ่ขึ้น เขายังคงทำงานเป็นรองประธานที่วีอาร์ เข้าบริษัทอาทิตย์ละสามวัน มีแพลนจะย้
เจ้ากระต่ายน้อยสีชมพู หยีตาขึ้นแล้วลุกขึ้นอย่างงัวเงีย แกมองไปรอบๆ ห้อง เห็นรูปตัวเอง รูปแม่นิ้ง กับรูปพ่อจ๋าเต็มไปหมด ที่นี่ที่ไหนนะ? คว้าม่วงม่วงได้ ก็เดินลงจากเตียง ห้องไม่ได้ปิดประตูแง้มไว้ เลยเปิดออกมาข้างนอก เสียงเล็กๆ เรียกดัง “แม่ขา แม่ขา อยู่หนาย อยู่หนาย” “อุ๊ย” เสียงเรียกของลูกทำให้ทยิดาสะดุ้ง เธอขยับตัวในอ้อมแขนของสามี แล้วมองสบตากัน ก่อนที่ทยิดาจะหน้าแดงก่ำ มือคว้าเอาเสื้อผ้าที่ตกเกลื่อนมาสวมอย่างลนลาน เป็นการสวมเสื้อผ้าที่เร็วที่สุด เธอกระโดดออกจากตัวของเขา แล้วขานตอบลูกสาว ที่พอได้ยินเสียงแกก็เดินอุ้มม่วงม่วง มาหาแม่ “อยู่นี่จ้ะ แม่อยู่นี่” “แม่ขา ที่ไหน...” แกถาม มองแม่กับพ่อตาแป๋ว ปพลสวมกางเกงแล้วแต่ยังไม่ได้ใส่เสื้อ เผยให้เห็นอกเปลือยล่ำ ที่มีร่องรอยข่วนจางๆ คนทำตอนนี้หน้าแดงตัวแดง รับลูกสาวมากอด “ห้องของพ่อค่ะ” “นะนายเห็นรูป เต็มหมดเลย” เจ้าตัวเล็กว่า ปพลลุกขึ้นยืน เขามองหาเสื้อมันหล่นอยู่ตรงนี้นี่เอง ก่อนจะคว้ามาสวม เขาไปยืนซ้อนหลังของทยิดาถือโอกาสกอดไว้ทั้งแม่ลูกก้มลงหอมทยิ
ริมฝีปากของเขาและเธอบดเคล้า ดูดดื่มกันอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้น “พี่รักนิ้ง” เขาบอกย้ำ เมื่อถอนจูบแค่หายใจ ก่อนจะจูบอีก และอีก เหมือนไม่พอ ไม่หยุด ทยิดานั้นจูบตอบเขา ไม่พอ ไม่หยุด...เธอกับเขา บาดหมางไม่เข้าใจ โหยหากันและกันมานานเหลือเกิน ตอนนี้ความปรารถนาไหลหลั่งทะลักทะลาย ไม่มีอะไรมากั้นได้อีกแล้ว เขาช้อนอุ้มเธอขึ้น ขณะที่ยังคงจูบกัน วางเธอลงบนโซฟาเบธ ตัวเดิม ที่เดิม...ที่เคยมีประสบการณ์แสนสุขด้วยกัน มือร้อนๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอและของตัวเองไปพร้อมกัน ทุกขณะที่ทำทุกสิ่งนั้น ปากของคนทั้งคู่ยังไม่เคลื่อนจากกัน ความปรารถนาอันเร่งร้อนและเร่งเร้า ทำให้เธอเปียกชื้น ร้อนผ่าวด้วยความปรารถนาเขาเองก็เช่นกัน เมื่อเธอและเขาเปลือยเปล่า เพียงแค่มองสบตา...เขาเลื่อนมือลงไปคลี่แย้มกลีบกุหลาบที่แสนฉ่ำของทยิดา เธอพร้อมแล้ว เขาก็เกินจะกลั้น เขาต้องการเธอมานานเกินไป ทยิดาเองก็เช่นกัน “อื้อ” “นิ้ง นิ้งของพี่” เสียงครางของเธอดังคลอกับเสียงบอกรักของเขา เมื่อเขาสอดประสานเข้ามา ยังคงแนบแน่น
“แวะพาลูกมานอนก่อนไหม? แกงอแงแล้ว” เขาหันมาถามทยิดาเมื่อกำลังอยู่บนถนนเพื่อกลับไปยังบ้านที่ยังอีกไกลมาก สาวน้อยเล่นสนุกจนเพลียตื่นเต้นมากกับห้องของเล่นของลุงปริ้นซ์ แกบอกว่าหนหน้าขอให้หนมโก๋มาด้วย จะพาหนมโก๋เล่นสไลเดอร์ ตอนแรกคุณปณิตาบอกให้ค้างเลยก็ได้ แต่ทยิดาดื้อเองแหละ เธอยังไม่อยากให้ทุกอย่างมันไวเกินไปนัก เพราะเขาดูจะได้ใจเกินไปแล้วในการที่ได้ทุกอย่าง เธอคิด...เขาควรไม่ได้บ้าง เธอดันรู้สึกผิดเมื่อเห็นยัยตัวเล็กของเธอที่เบะปากอีกแล้วตอนนี้ สาวน้อยนั่งตักแม่ จะหลับก็ไม่หลับ และไม่ยอมไปนั่งคาร์ซีท ตอนนี้ซบหน้ากับอกของทยิดาขนตาเปียกไปหมดเพราะเพิ่งจะซาร้องไห้ไป และกว่าจะถึงบ้านน่าจะค่ำมืด พี่วรรณโทรมาบอกว่าจัดการเรื่องอาหารเย็นให้กับเทิดแล้ว หนมโก๋ไปชวนคุณปู่เดินเล่นตอนเย็น บ่นคิดถึงน้องแจ้วๆ ให้เธอได้ยิน และบอกว่าจะจัดการดูแลคุณปู่ให้เองอานิ้งไม่ต้องห่วง คืนนี้จะนอนกับคุณปู่ถ้าอานิ้งไม่กลับ “รถติดมากเลย ข้างหน้านี้จะเป็นซอยไปคอนโดของเรา” เขาว่า ทยิดาเม้มปากแล้วพยักหน้า เธอไม่ควรทำให้ลูกลำบากเพราะทิฐิความโกรธของตัวเอง “ค่ะ ก็ดีค่ะ วันนี้แ
“ไหนๆ ยัยหนูนะนาย อุ๊ยตายแล้ว...หลานย่า น่ารักจังเลย ใครแต่งตัวให้หลานย่ากันคะ? ตาปายส่งรูปมาอวดทุกวันเลย แต่งตัวน่ารักทุกวัน” เสียงอุทานดังทักทาย ทำให้แม่หนูมองหน้าบิดา แล้วถามเสียงใส “คุณย่าเหรอคะ? พ่อจ๋า” “คุณย่าตัวจริงไงคะ ที่หนูคุยด้วยบ่อยๆ” “ลูกสาวแกน่ารักจริงๆ ตาปาย” คุณปณิตาตอนนี้มองจ้องหลานตาวาว เห็นในรูปในคลิปน่ารักแล้ว ตัวจริงยิ่งกว่า ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้าวันรอที่ปพลจะพายัยหนูมาที่บ้าน เมื่อเปิดตัวไปแล้วว่ามีลูกสาว ทั้งคุณ ปณิตาและปภพ และเสน่ห์จันทร์ก็ลุ้นเอาใจช่วยว่าน้องชายจะง้อเมีย ทวงลูกคืนมาได้ไหม... “คนมีลูกสาวคือคนเจ้าชู้” ประโยคนี้มาจากพี่ชาย ที่ขยิบตาให้กับน้องชายตัวแสบ ที่แอบไปมีลูกมีเมียไม่บอกใคร ด้วยประโยคที่เคยโดนน้องชายว่าเอา “หึๆ ไม่เคยเจ้าชู้ต่างหากครับ โดนเมียทิ้งด้วย” เขาหันไปมองทยิดา ที่ทำเป็นไม่ได้ยิน เธอยกมือไหว้คุณปณิตา สายตาของเธอยังมองท่านอย่างขลาดๆ เพราะเคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อนและทักทายกันไม่กี่คำ หลังจากที่ยอมให้ปพลเข้าไปในบ้านไปอยู่กับลูกสาวของเธอแล้ว เป็นการยอม..ท







