تسجيل الدخولหากกิจการไปได้ดี วันหนึ่งนางอาจมีร้านเครื่องหอมเป็นของตัวเอง
เมื่อมีเงิน มีคน และมีเครือข่าย นางก็จะมีโอกาสสืบหาความจริงได้มากขึ้น
ส่วนเรื่องสุดท้าย…
มู่หว่านหว่านหันกลับไปมองถ้วยชาบนโต๊ะ
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏตรงมุมปาก แต่แววตากลับเย็นลง
ใครก็ตามที่ฆ่าเจ้าของร่างเดิม นางจะต้องหาตัวมันให้พบ
ชีวิตที่ได้รับมาใหม่นี้ นางจะไม่ยอมปล่อยให้ใครพรากไปง่าย ๆ เป็นครั้งที่สอง
มู่หว่านหว่านจึงปักเป้าหมายของตนไว้อย่างชัดเจน
หนึ่ง เอาตัวรอดจากเกมอำนาจภายในจวนอ๋อง
สอง หาเงินจากความรู้เรื่องสมุนไพรและสร้างร้านเครื่องหอมของตนเอง
และสาม ไขปริศนาการตายของเจ้าของร่างเดิมให้กระจ่าง
ไม่ว่าความจริงเบื้องหลังจะเกี่ยวข้องกับใคร นางก็จะต้องขุดมันออกมาให้ได้
เพียงแต่มู่หว่านหว่านยังไม่รู้เลยว่า การฟื้นขึ้นมาจากความตายในครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนเพียงชะตาชีวิตของนางเท่านั้น
อีกด้านหนึ่งของจวน บุรุษผู้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้กำลังเดินทางกลับมา
หลงจิ่งเฉิน… อ๋องสี่ผู้เย็นชาและไม่ชอบให้ผู้ใดเข้าใกล้
บุรุษซึ่งแบกรับพิษเรื้อรังบางอย่างอยู่ในร่างกายมานานหลายปี
และผลจากพิษนั้นทำให้เขาต้องทนทุกข์กับความลับที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
เขาได้ยินเสียงความคิดของผู้คนที่อยู่ใกล้ตัว
แต่ในอีกไม่นาน บุรุษผู้เบื่อหน่ายเสียงในใจของคนทั้งโลกกำลังจะได้พบกับสตรีคนหนึ่ง
สตรีที่ภายนอกดูสงบเสงี่ยมไม่ต่างจากพระชายารองผู้ถูกทอดทิ้ง
แต่เสียงในใจของนางกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
และนับตั้งแต่วินาทีที่หลงจิ่งเฉินได้ยินเสียงนั้น ชีวิตอันเงียบสงบของท่านอ๋องสี่ก็จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
หลังจากตัดสินใจว่าจะต้องเอาตัวรอด หาเงิน และสืบหาความจริงเรื่องการตายของเจ้าของร่างเดิม มู่หว่านหว่านก็ใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายจัดระเบียบสิ่งของภายในเรือนท้ายจวน
ถ้วยชาต้องสงสัยถูกเก็บซ่อนไว้อย่างดี ส่วนหีบไม้เก่าที่มีสัญลักษณ์ประหลาดก็ถูกย้ายไปไว้ในที่ลับตา
“เสี่ยวชุน จำไว้นะ เรื่องถ้วยชากับรอยบนหีบ ห้ามพูดกับใครเด็ดขาด”
“เจ้าค่ะ บ่าวจะปิดปากให้สนิท ต่อให้มีใครเอาเงินมาล่อ บ่าวก็ไม่พูด”
มู่หว่านหว่านปรายตามอง “ถ้าเขาเอาเงินมาล่อ เจ้ารับเงินมาก่อน”
เสี่ยวชุนตาโต “คุณหนู”
“แล้วค่อยกลับมาบอกข้าว่าใครเป็นคนจ่าย”
สาวใช้ตัวน้อยนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนยกนิ้วโป้งขึ้นอย่างชื่นชม “คุณหนูฉลาดจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“แน่นอน เงินก็ต้องเอา ความลับก็ต้องเก็บ”
“แต่คุณหนู เมื่อก่อนท่านไม่เคยพูดแบบนี้”
มู่หว่านหว่านชะงักไปเล็กน้อย
แย่แล้ว ลืมไปว่าต้องแสดงเป็นเจ้าของร่างเดิม
นางกระแอมเบา ๆ ก่อนตีสีหน้าเคร่งขรึม “คนเราผ่านความเป็นความตายมาครั้งหนึ่ง ย่อมต้องเปลี่ยนไปบ้าง”
เสี่ยวชุนพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเชื่อสนิท
“จริงด้วยเจ้าค่ะ”
มู่หว่านหว่านลอบถอนหายใจ
สาวใช้คนนี้ซุ่มซ่ามก็จริง แต่ข้อดีคือเชื่อคนง่ายเหลือเกิน
ทว่ายังไม่ทันที่นางจะพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งก็ดังมาจากนอกเรือน
เสี่ยวชุนที่กำลังเก็บของอยู่พลันชะงัก
เสียงฝีเท้าเหล่านั้นหนักแน่น เป็นระเบียบ และกำลังตรงมาทางนี้
“ใครมา”
มู่หว่านหว่านถาม เสี่ยวชุนรีบชะโงกหน้าออกไปดู เพียงครู่เดียวก็หันกลับมาด้วยใบหน้าซีดเผือด
“คะ… คุณหนู”
“เป็นอะไร เห็นผีหรือ”
“น่ากลัวกว่าผีอีกเจ้าค่ะ”
“หา”
เสี่ยวชุนรีบวิ่งกลับมา แต่เพราะลนลานจนเกินไป ปลายรองเท้าจึงเกี่ยวขาตัวเอง ร่างเล็กเซไปด้านข้างจนเกือบชนโต๊ะ
มู่หว่านหว่านรีบคว้าแขนนางไว้
“ระวังหน่อย”
“ท่านอ๋องเจ้าค่ะ”
มือของมู่หว่านหว่านชะงัก
“ใครนะ”
“ท่านอ๋องกลับมาแล้ว และกำลังมาทางเรือนของเราเจ้าค่ะ”
มู่หว่านหว่านเงียบไปทันที
ความทรงจำเกี่ยวกับบุรุษผู้นั้นผุดขึ้นในหัว นั่นคือหลงจิ่งเฉิน
อ๋องสี่ผู้มีอำนาจในราชสำนัก และเป็นสามีในนามของเจ้าของร่างนี้
บุรุษที่แทบไม่เคยย่างกรายมายังเรือนท้ายจวน
กลับมาวันไหนไม่กลับ ดันกลับมาตอนนี้
“คุณหนู เร็วเข้าเจ้าค่ะ ต้องออกไปรับเสด็จ”
“รู้แล้ว”
มู่หว่านหว่านจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก
ใจเย็นไว้หว่านหว่าน แค่สามีที่ไม่เคยสนใจภรรยาเอง ไม่มีอะไรน่ากลัว
ถึงจะมีข่าวลือว่าเย็นชา โหดเหี้ยม ใครทำให้ไม่พอใจก็จบไม่สวยก็เถอะ
เดี๋ยวนะ แบบนี้เรียกว่าไม่มีอะไรน่ากลัวตรงไหน
ขณะเดียวกัน บุรุษที่นางกำลังบ่นถึงในใจก็ก้าวเข้ามาใกล้เรือนท้ายจวนมากขึ้นทุกขณะ
หลงจิ่งเฉินสวมอาภรณ์สีดำเข้มปักลวดลายเรียบง่าย เรือนร่างสูงสง่า ใบหน้าคมคายไร้อารมณ์ ดวงตาลึกล้ำเย็นเยียบจนเหล่าบ่าวไพร่ที่เดินผ่านต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา
ด้านหลังของเขาคือ เสี่ยวหลิน หัวหน้าองครักษ์คนสนิท
“ท่านอ๋อง จะเสด็จไปเรือนท้ายจวนจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม” คำตอบมีเพียงคำเดียว
เสี่ยวหลินจึงไม่ถามต่อ
หลงจิ่งเฉินเพิ่งกลับจากราชกิจนอกเมืองและได้รับรายงานว่าพระชายารองหมดสติไปเกือบสองวัน ก่อนจะฟื้นขึ้นมาอย่างผิดคาด
เดิมทีเรื่องของมู่หว่านหว่านแทบไม่อยู่ในความสนใจของเขา
แต่การที่คนผู้หนึ่งเกือบเสียชีวิตภายในจวนของตนโดยไม่มีหมอถูกเรียกมาตรวจ ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
ยิ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นในจวนของเขาเองโดยไม่มีผู้ใดรายงานอย่างจริงจัง หลงจิ่งเฉินจึงตัดสินใจมาดูด้วยตนเอง
ยิ่งเดินเข้าใกล้บริเวณที่มีบ่าวไพร่มากขึ้น คิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดแน่น
ท่านอ๋องกลับมาแล้ว เหตุใดไม่มีใครบอกข้าก่อน
สีพระพักตร์น่ากลัวเหลือเกิน อย่าทรงมองมาทางนี้เลย
ได้ยินว่าคนจากเรือนท้ายจวนเกือบตาย ไม่รู้จะเกี่ยวกับเรื่องอะไรหรือไม่
หากท่านอ๋องอารมณ์ไม่ดี พวกเราจะโดนลงโทษด้วยหรือเปล่า
“มีคนสืบทอดแล้ว”เด็กน้อยพยักหน้าอย่างภูมิใจ หว่านหว่านมองสองพ่อลูกก่อนหลุดหัวเราะตาม สามคนพ่อแม่ลูกนั่งอยู่ใต้แสงจันทร์เด็กน้อยนั่งตรงกลาง กินขนมไปพลางนับเงินของตัวเองไปพลางหว่านหว่านมองพระจันทร์เต็มดวง ความทรงจำมากมายย้อนกลับมาวันที่นางลืมตาขึ้นในร่างของมู่หว่านหว่านถ้วยชาที่มีสิ่งผิดปกติ หีบผ้าเก่า สัญลักษณ์ประหลาด สมุดบัญชีลับ การลอบสังหาร คดีกบฏ และบุรุษเย็นชาผู้สามารถได้ยินความคิดของทุกคนรอบตัวในตอนนั้น นางคิดเพียงสามอย่าง เอาชีวิตรอดหาเงิน และหาความจริงให้เจ้าของร่างเดิม แต่โชคชะตากลับพานางมาไกลกว่านั้นนางได้สร้างกิจการที่เป็นของตัวเอง ได้คืนความเป็นธรรมให้เจ้าของร่างเดิม ได้ช่วยให้ตระกูลมู่พ้นจากข้อกล่าวหาได้พบผู้คนที่กลายเป็นครอบครัว และเหนือสิ่งอื่นใดนางได้พบคนคนหนึ่ง คนที่ครั้งหนึ่งเคยรู้ทุกอย่างที่นางคิด แต่กลับรักนางได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในวันที่เขาไม่ได้ยินความคิดของนางอีกแล้วหลงจิ่งเฉินหันมามอง“คิดอะไรอยู่”หว่านหว่านยิ้ม“อยากรู้หรือ”“อืม”“เดาสิ”เขาส่ายหน้า“ไม่เดา”“ทำไม”“ถามง่ายกว่า”หว่านหว่านหัวเราะ“ฉลาดขึ้นนะเพคะ”“ข้าเรียนจากเจ้า”“ถ้าอย่างนั้นข้า
“หลงจิ่งเฉิน”“อืม”“ท่านจำครั้งแรกที่มาที่เรือนนี้ได้ไหม”“จำได้”“ตอนนั้นข้ากลัวท่านมาก”เขาหันมอง“เจ้าไม่ได้คิดเช่นนั้น”หว่านหว่านชะงัก ก่อนนึกขึ้นได้ว่าในเวลานั้นเขายังได้ยินความคิดของนาง“ก็ข้ากลัวอยู่ส่วนหนึ่ง”“อีกส่วนหนึ่ง?”นางกระแอม“ไม่สำคัญ”“ข้าจำได้”“ลืมไปเสีย”“เจ้าเคยคิดว่าข้าหน้าตาเหมือนคนที่ทุกคนติดหนี้”หว่านหว่านยกมือปิดหน้า“ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ท่านยังจำอีกหรือ”“จำ”“เรื่องดี ๆ มีตั้งเยอะ ทำไมจำแต่เรื่องแบบนี้”“ยังมีอีก”นางรีบยกมือห้าม“พอเลยเพคะ”หลงจิ่งเฉินหัวเราะ หว่านหว่านลดมือลงแล้วมองเขา ใบหน้าของชายตรงหน้ายังคงเหมือนคนที่นางพบในวันแรก แต่แววตาเปลี่ยนไปมากไม่มีความเย็นชาและความระแวงเหมือนเมื่อก่อนไม่มีความเหนื่อยล้าจากเสียงความคิดของผู้คนที่ดังอยู่ในหัวไม่หยุดเหลือเพียงความสงบ และความอ่อนโยนที่เขาไม่คิดจะปิดบังจากนางอีกแล้ว“แล้วท่านเล่า”หว่านหว่านถาม“ตอนนั้นคิดอย่างไรกับข้า”“เสียงดัง”นางขมวดคิ้ว“ข้ายังแทบไม่ได้พูด”“เสียงในใจ”หว่านหว่านตีแขนเขา“ท่านนี่”หลงจิ่งเฉินยิ้ม“แต่ข้าชอบ”นางหยุด“ชอบอะไร”“ความจริงใจของเจ้า”เขามองนาง“ตอนนั้นทุกคน
เด็กน้อยยื่นถุงหอมให้“ข้าทำเอง”หว่านหว่านรับมาดู ถุงผ้าใบเล็กถูกมัดจนเบี้ยว รูปร่างแทบดูไม่ออกว่าเป็นถุงหอมนางพลิกดูด้านหน้า“เจ้าทำเองจริงหรือ”เด็กชายพยักหน้าแรง ๆ“เสี่ยวชุนช่วยนิดเดียว”เสียงเสี่ยวชุนดังมาจากหน้าประตู“ไม่นิดนะเจ้าคะ”เด็กน้อยหันขวับ“นิดเดียว”“บ่าวเย็บให้เกือบทั้งหมดเจ้าค่ะ”เด็กชายรีบวิ่งไปกอดแขนมารดา“ท่านแม่ นางใส่ร้ายข้า”หว่านหว่านหลุดหัวเราะ“แล้วเจ้าทำส่วนไหน”เด็กน้อยคิด ก่อนตอบอย่างมั่นใจ“ข้าเลือกกลิ่น”“เท่านั้น?”“แล้วก็ตรวจ”“ตรวจอะไร”“ตรวจว่านางเย็บดีหรือไม่”เสี่ยวชุนอ้าปาก“คุณชายน้อย”หว่านหว่านหัวเราะจนไหล่สั่น เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังมาจากอีกด้าน“รู้จักใช้คนตั้งแต่อายุเท่านี้ โตไปคงไม่ธรรมดา”หลงจิ่งเฉินเดินเข้ามา เด็กน้อยเห็นบิดาก็รีบวิ่งไปหา“ท่านพ่อ”ชายหนุ่มก้มลงอุ้มลูกขึ้น“วันนี้ก่อเรื่องอะไร”“ไม่มี” คำตอบรวดเร็วจนน่าสงสัยหลงจิ่งเฉินมองหว่านหว่าน นางยักไหล่“วันนี้แค่พยายามเอาถุงหอมที่ตัวเองไม่ได้เย็บไปอ้างว่าทำเอง”เด็กชายรีบแก้“ข้าเลือกกลิ่น”“แม่รู้แล้ว”“สำคัญมาก”หลงจิ่งเฉินพยักหน้า“จริง”หว่านหว่านหันขวับ“อย่าเข้าข้างลูก”“
เด็กน้อยตอบอย่างมั่นใจ“เพราะเงินซื้อขนมได้”เหตุผลชัดเจนจนหว่านหว่านเถียงไม่ออก เสียงหัวเราะของหลงจิ่งเฉินดังขึ้นจากด้านหลังนางหันไป“ท่านมาตั้งแต่เมื่อไร”“ทันได้ยินเรื่องเงินซื้อขนม”เด็กน้อยรีบวิ่งไปหา“ท่านพ่อ”หลงจิ่งเฉินอุ้มลูกขึ้นเด็กชายกระซิบ“ท่านพ่อมีเงินเยอะไหม”“พอมี”หว่านหว่านเลิกคิ้ว พอมีของเขากับพอมีของคนทั่วไปคงไม่เหมือนกันเด็กน้อยถามต่อ“ให้ข้าได้ไหม”“เอาไปทำอะไร”“ซื้อขนม”“ไม่ได้”เด็กน้อยนิ่งหลงจิ่งเฉินถาม“ทำไมไม่ขอท่านแม่”เด็กชายหันไปมองหว่านหว่านก่อนกระซิบเบาลง“ท่านแม่ถามเยอะ”หว่านหว่านได้ยินเต็มสองหู“เจ้าว่าอะไรนะ”เด็กน้อยรีบกอดคอบิดา“ท่านพ่อ กลับบ้าน”หลงจิ่งเฉินหัวเราะ“ที่นี่ก็บ้าน”“ไปอีกบ้าน”“หนีแม่หรือ”เด็กน้อยพยักหน้า หว่านหว่านเท้าเอว“หลงจิ่งเฉิน ถ้าท่านพาลูกหนี วันนี้ทั้งพ่อทั้งลูกไม่ต้องกินขนม”ชายหนุ่มหยุดทันที เด็กน้อยมองบิดาอย่างคาดหวัง“ท่านพ่อ”หลงจิ่งเฉินถอนหายใจ ก่อนเดินกลับมาหาภรรยา“พ่อช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว”หว่านหว่านหัวเราะ“ดีมาก”เด็กชายทำหน้าผิดหวัง เสี่ยวชุนซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ หัวเราะจนตัวสั่น“คุณชายน้อย คราวนี้เลือกฝ่ายผิด
หลงจิ่งเฉินนิ่งเด็กน้อยรีบเอามือปิดปากบิดา“ท่านพ่อไม่ต้องถามแล้ว”หลงจิ่งเฉินมองมือน้อยที่ปิดปากตัวเองก่อนเงยหน้ามองหว่านหว่าน“เหมือนเจ้า”“ตรงไหน”“เรื่องเงิน”หว่านหว่านวางถ้วยดังขึ้นเล็กน้อย“ท่านพูดใหม่อีกที”“ฉลาดเหมือนเจ้า”สีหน้าของนางดีขึ้นทันที“ค่อยน่าฟังหน่อย”หลงจิ่งเฉินยกมุมปากเด็กน้อยมองบิดาที มารดาที ก่อนกระซิบข้างหูหลงจิ่งเฉิน“ท่านพ่อกลัวท่านแม่หรือ”ห้องเงียบ เสี่ยวชุนหันไปอีกทาง หว่านหว่านเลิกคิ้ว หลงจิ่งเฉินตอบโดยไม่ลังเล“ไม่เรียกว่ากลัว”เด็กน้อยถาม“เรียกว่าอะไร”“ให้เกียรติ”หว่านหว่านยิ้ม“ตอบดี”เด็กน้อยพยักหน้าเหมือนจดจำความรู้สำคัญ“ข้าจะจำไว้”เสี่ยวชุนพึมพำ“โตไปน่าจะเอาตัวรอดเก่งนะเจ้าคะ”หว่านหว่านหัวเราะ แม้ชีวิตในจวนจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่มีเรื่องหนึ่งที่หว่านหว่านไม่เคยรู้ตลอดเกือบสามปีที่ผ่านมา หลงจิ่งเฉินมีความกลัวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในใจเขาไม่เคยพูดออกมากระทั่งวันหนึ่ง หมอหลวงมาตรวจสุขภาพเด็กตามปกติหลังตรวจเสร็จ หมอกล่าว“ร่างกายแข็งแรงดีพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล”หว่านหว่านพยักหน้า“ขอบคุณท่านมาก”เด็กน้อยนั่งกินขนมอยู่ด้านข้างอย่างไม
หว่านหว่านหลับตาลงในอ้อมแขนของเขาครั้งหนึ่งนางทะลุมิติมายังโลกนี้พร้อมปริศนาการตายของเจ้าของร่างเดิมนางเคยคิดเพียงว่าจะเอาชีวิตรอด หาเงิน และหาความจริงไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะมีบ้าน มีคนที่รัก มีธุรกิจที่สร้างขึ้นด้วยมือตัวเอง และกำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคนส่วนหลงจิ่งเฉินที่เคยถูกเสียงความคิดของคนทั้งโลกทรมานมาตลอดหลายปี บัดนี้กลับเฝ้ารอเพียงเสียงเดียวเสียงร้องของลูกที่จะถือกำเนิดขึ้นในอีกหลายเดือนข้างหน้าและดูจากท่าทางของท่านอ๋องสี่แล้วหว่านหว่านก็เริ่มแน่ใจว่า ก่อนเด็กจะคลอดนางคงต้องรับมือกับ สามีผู้ตื่นตระหนก ให้รอดเสียก่อนสามปีผ่านไปจวนอ๋องสี่ที่ครั้งหนึ่งเคยเงียบสงบจนได้ยินแม้แต่เสียงใบไม้ไหว บัดนี้กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นแทบทุกเช้า“จับให้ได้สิ” เสียงหัวเราะของเด็กน้อยดังมาจากทางเดิน ตามด้วยเสียงของเสี่ยวชุน“คุณชายน้อย อย่าวิ่งเจ้าค่ะ”เด็กชายวัยเกือบสามขวบวิ่งผ่านลานเรือนด้วยขาสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว ในมือกำถุงหอมใบเล็กเอาไว้แน่นด้านหลัง เสี่ยวชุนวิ่งตามจนแทบหอบ“เอาคืนบ่าวก่อนเจ้าค่ะ”เด็กน้อยหันกลับมาใบหน้ากลมขาว ดวงตาคมคล้ายบิดา แต่แววตาซุกซนและรอยยิ







