Share

5. ลดความอ้วน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-21 10:22:17

มู๋ชิงเหยารู้สึกชื่นชมความเอาใจใส่ของบิดาตรงหน้าเป็นอย่างมาก เสียก็แต่บิดาชอบตีตนไปก่อนไข้ และหวาดระแวงจนเกินเหตุ โดยเฉพาะเป็นเรื่องของบุตรสาว

มู๋ชิงซานเป็นแม่ทัพใหญ่ที่มีชื่อเสียง และเป็นคนที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงไว้ใจมากที่สุด ในยามที่ข้าศึกบุกโจมตีด่านชายแดนใต้ เมื่อครั้งในอดีต ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันยังทรงร่วมรบคู่กับมู๋ชิงซานและได้รับชัยชนะ จนมีฉายาว่าสองหนุ่มดรุณีผู้ไม่เคยพ่าย ต่อมาหลังจากภรรยามู๋ชิงซานจากไป เขาก็ไม่คิดที่จะแต่งงานใหม่อีกเลย หวังเพียงได้อยู่เป็นเพื่อนบุตรชายและสาวในยามเป็นไม้ใกล้ฝั่ง

ส่วนเรื่องกฎระเบียบมารยาทหญิงขั้นพื้นฐาน บิดาผู้นี้ก็ได้จ้างท่านอาจารย์ส่วนตัวมาสอนให้บุตรสาวที่จวน แต่บุตรสาวกลับปฎิเสธไม่ยอมเรียน ทั้งยังฝึกสอนให้บุตรสาวร่ำเรียนวรยุทธ เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว นางก็อ้างว่าร่างกายอ้วนฉุ และชอบอู้เรียนอยู่เป็นประจำ เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง ซึ่งได้สร้างความปวดหัวให้แก่อาจารย์ผู้สอนทุกท่านไปไม่น้อย

ยิ่งท่านแม่ทัพใหญ่คอยตามใจบุตรสาวมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้บุตรสาวหลงผิดมากขึ้นเท่านั้น ทำให้เจ้าของร่างเดิมแยกไม่ออกว่าใครเป็นศัตรู หรือใครเป็นมิตร ซึ่งเป็นสาเหตุอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้บุตรสาวกลายเป็นเครื่องมือต่อผู้ไม่หวังดี

เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนตรงหน้ายังคงนั่งร้องห่มร้องไห้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มู๋ชิงเหยาจึงทนไม่ไหวอีกต่อไป...

"ไอ๋หย๋า...ท่านพ่อ ท่านเลิกร้องไห้ฟูมฟายได้แล้ว ลูกก็แค่จำทางผิด พอรู้ตัวอีกทีก็เดินหลงเข้าไปในป่า โชคดีที่ท่านเคยสอนเรื่องทิศทางให้ ลูกจึงได้หาทางออกมาจนพบ..." มู๋ชิงเหยารีบอธิบายออกไป

"ลูกรัก...เมื่อครู่นี้เจ้าเรียกพ่อว่าอะไรนะ.....? มู๋ชิงซานถึงกับหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของบุตรสาวที่แปลกไป

"ก็ท่านพ่อไงละเจ้าคะ หรือว่าท่านไม่ใช่พ่อข้า...? มู๋ชิงเหยายังคงกล่าวย้ำคำเดิม

"เหลวไหล...ข้าจะไม่ใช่พ่อเจ้าได้อย่างไร ว่าแต่ลูกเดินหลงป่าไปที่ใด พ่อได้ส่งคนออกไปค้นหาทั่วทุกหนแห่ง เหตุใดถึงเห็นเพียงคุณหนูไป่หลิน เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...ช่วยอธิบายให้พ่อเข้าใจหน่อยได้หรือไม่....?

"ตาเฒ่า....นี้ท่านกำลังหยั่งเชิงลูกสาวท่านอยู่ละสิท่า...ท่านอาบน้ำร้อนมาก่อนลูก จะไม่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงได้อย่างไรละเจ้าคะ...ท่านอย่ามาแสร้งทำเป็นไขสือจะดีกว่า..." มู๋ชิงเหยารีบเปลี่ยนชื่อเรียก เมื่อผุดความทรงจำขึ้นมาได้ เกรงว่าจะเผยพิรุธ

"แต่มีคนมาแจ้งที่จวน...ว่าลูกถูกคนลักพาตัวไป....? มู๋ชิงซานเอ่ยอย่างสงสัย

"ใช่แล้ว แต่ลูกสาวท่านหนีเอาตัวรอดออกมาได้ จึงทำให้ผู้บงการโดนเล่นงานกลับซะเอง..." คำพูดมู๋ชิงเหยา ทำให้บิดาพอจะเดาออก

"หรือว่า...?

"ใช่...เป็นนางนั้นแหละ..."

"แต่นางเป็นสหายรักของลูก...?

"ชิ...ที่ผ่านมานางก็แค่หลอกใช้ลูก...ตอนนี้ลูกได้ตาสว่างแล้ว...คนทรยศเช่นนั้น...ไม่คู่ควรจะมาเป็นสหายรักของลูกหรอก...."

"ต่อให้เป็นจวนตระกูลเว่ย พ่อก็ไม่เอาไว้แน่..." มู๋ชิงซานกำหมัดแน่นอย่างโกรธเกรี้ยว เมื่อได้รู้ความจริงจากปากบุตรสาว

"นางก็ได้รับผลกรรมไปแล้วนี้เจ้าคะ แถมยังได้เสียความบริสุทธิ์ให้กับคนใต้อาณัติ ต่อไปนี้นางคงไม่กล้าเสนอหน้ามาหาเรื่องลูกอีกแล้ว ช่วงนี้นางคงจะถูกบิดาสั่งกักบริเวณไปอีกนาน..."

"จริงหรือ....?

"แน่นอน...ลูกเห็นมาเต็มสองตา ช่วงนี้ลูกอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ หากมีใครมาขอพบ ท่านพ่อก็ปฏิเสธไปให้หมด..."

"อืม...ตามใจลูก..."

"ตาเฒ่า...ท่านช่างดีกับข้าที่สุด ขอบคุณท่านนะเจ้าคะ..."

"ใครใช้ให้เจ้าเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อเล่า..." มู๋ชิงซานเอื้อมมือไปลูบศรีษะบุตรสาวอย่างทะนุถนอม

หลังจากหมอประจำตระกูลมาตรวจอาการให้มู๋ชิงเหยา ผลวินิจฉัยระบุว่านางแค่เหนื่อยล้าเกินไป ร่างกายจึงต้องการพักผ่อน หลังจากจดเทียบยาบำรุงเสร็จ ท่านหมอก็ได้ขอตัวลาจากไป

"รีบนอนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ซุนอ๋องจะเดินทางมาเยี่ยมลูกที่จวนยามสาย..."

"ซุนอ๋อง...?

"อะไรกัน ทุกครั้งพอได้ยินชื่อซุนอ๋อง ลูกจะดูมีความสุขมากมิใช่หรือไง....?

มู๋ชิงเหยาพลันยิ้มเจื่อนๆ นางจะให้ใครมาทำลายชีวิตรักสันโดษของนางไม่ได้เด็ดขาด ก่อนจะเริ่มคิดหาแผนสำรองมารับมือ และกำจัดบุรุษผู้นี้ออกไปให้พ้นทางโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะสายเกินไป

"ก็ยามนั้นลูกยังมิรู้ความนี้เจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ลูกคิดได้แล้ว ชีวิตคนเรายังอีกยาวไกล จะรีบหาเรื่องใส่ตัวไปทำไม...อีกอย่างซุนอ๋องก็ไม่ได้ชอบลูก ตาเฒ่า....ข้าอยากจะถอนหมั้น ท่านช่วยลูกสาวคนนี้ได้หรือไม่...?

"ถอนหมั้น...นี้ลูกพูดจริงรึ...?

"จริงแท้แน่นอน.."

"ช่างเถอะ...ในเมื่อเป็นความต้องการของลูก อีกสามวันพ่อจะลองเข้าไปคุยเรื่องถอนหมั้นกับฝ่าบาทให้ลูกดูก็แล้วกัน..."

"ไปพรุ่งนี้เลยไม่ได้หรือเจ้าคะ...?

"พรุ่งนี้เลยหรือ....เช่นนั้นก็ได้ พรุ่งนี้พ่อจะรีบเข้าวังไปแต่เช้าตรู่ ลูกรักรีบนอนพักผ่อนก่อนเถอะ...."

"เจ้าค่ะ.."

มู๋ชิงซานเดินออกมาพร้อมกับพ่อบ้าน ก่อนจะหยุดฝีเท้าแล้วรีบเอ่ยขึ้นระหว่างเดินทางไปที่ห้องตำรา ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"เจียงลู่...เมื่อครู่นี้เหยาเหยาเรียกข้าว่าอะไร....? มู๋ชิงซานหันไปถามพ่อบ้าน พร้อมทั้งขมวดคิ้วเข้าหากัน

"ปกติคุณหนูจะเรียกนายท่านว่า...ตาเฒ่าแทบจะทุกคำ นี้เป็นครั้งแรกที่บ่าวได้ยินคุณหนูเรียกนายท่านว่า...ท่านพ่อ..."

"สั่งการข้าออกไป เมื่อวานนี้คุณหนูออกไปทำอะไร ที่ไหน กับใคร รีบให้คนไปสืบมาให้ข้ารู้ทุกอย่าง อย่าได้ตกหล่นไปแม้แต่วินาทีเดียว..."

"บ่าวจะรีบไปทำตามที่นายท่านสั่งเดี๋ยวนี้ขอรับ..."

สองนายบ่าวยืนมองหน้ากันอย่างคิดไม่ตก หลังจากที่มู๋ชิงเหยากลับมา นิสัยใจคอนางก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กสาวที่เคยหมกมุ่นในความรัก ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ.....

ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ.....

หรือว่าบุตรสาวจะคิดได้ขึ้นมาจริงๆตามที่นางพูด มู๋ชิงซานพยายามหาเหตุผลร้อยแปด จู่จู่บุตรสาวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน หรือว่าเขาจะคิดมากไป...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พระชายาสารพัดพิษ   22. พิษกลืนกระดูกมังกรดำ

    ​"ซุนอ๋อง เจ้าเอ่ยปากสุ่มสี่สุ่มห้า ไร้ความคิด จนทำให้คุณหนูมู๋ต้องเสียขวัญและเกิดความขัดแย้งกลางงานพิธี..." ฮ่องเต้หรี่พระเนตรมองซุนอ๋องด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง ก่อนจะหันมาระบายพระโอษฐ์อบอุ่นใส่มู๋ชิงเหยาและแม่ทัพมู๋ ​"ท่านแม่ทัพใหญ่มู๋...เจ้าอย่าได้กล่าววาจาลดยศถอนตำแหน่งอันใดเลย ตระกูลมู๋มีความดีความชอบต่อแคว้นเรามาเนิ่นนาน เราย่อมรู้ดีว่าพวกเจ้าจงรักภักดีเพียงใด..." ฮ่องเต้ทรงตรัสไกล่เกลี่ย "แล้วฝ่าบาทจะทรงตัดสินเช่นไรหรือพะยะค่ะ.....? มู๋ชิงซานรีบถามเข้าประเด็น "ในเมื่อคุณหนูมู๋ยังตกใจ แม่ทัพใหญ่มู๋ยังเป็นห่วงบุตรสาว เช่นนั้นเราจะยังไม่รบเร้าออกราชโองการมัดมือชกในวันนี้ ส่วนป้ายทองอาญาสิทธิ์ ท่านก็เก็บเอาไว้ใช้เมื่อถึงยามจำเป็นจริงๆเถิด..." ​ฮ่องเต้ทรงมองหน้าหนานกงจิ่งพลางแย้มพระโอษฐ์มีเลศนัย "เรื่องงานอภิเษกสมรส...ให้จิ่งอ๋องและคุณหนูมู๋ได้ศึกษานิสัยใจคอกันไปก่อน หากทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจเมื่อใด ค่อยมาขอราชโองการแต่งงานจากเราก็ยังไม่สาย...จิ่งอ๋อง เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร...? ​หนานกงจิ่งยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาจ้องมองมู๋ชิงเหยาที่แอบเช็ดน้ำตาแล้วแอบส่งยิ้มกวนประสาทกล

  • พระชายาสารพัดพิษ   21. มัดมือชก

    เสียงตึงสะท้านลานอุทยานหลวงเมื่อ มู๋ชิงซาน ก้าวออกมายืนบังร่างบุตรสาวไว้มิดชิด ใบหน้าของแม่ทัพใหญ่ผู้ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนถมึงทึง ดวงตาทอประกายแข็งกร้าว ดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกเนื้อทุกคนที่บังอาจมาแย่งชิงลูกสาวสุดที่รักไป ​ความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ร่วง เหล่าขุนนางและชายาขุนนางต่างก้มหน้าชิดอก หัวใจแทบหยุดเต้น ไม่มีใครคาดคิดว่าแม่ทัพใหญ่มู๋จะกล้าปฏิเสธราชโองการ ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้และไทเฮาเช่นนี้ ​ซุนอ๋องที่ตอนแรกหน้าเขียวคล้ำพลันจุดรอยยิ้มสะใจขึ้นที่มุมปาก ส่วนไป่หลินและหลิงซีซีต่างพากันสูดหายใจลึก แอบสะใจในความบ้าหุนหันพลันแล่นของแม่ทัพใหญ่มู๋... กล้าขัดใจจิ่งอ๋องและฮ่องเต้ คราวนี้ตระกูลมู๋ได้หัวหลุดจากบ่ากันยกครัวแน่....แต่ละคนคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ​"ตาเฒ่า..." มู๋ชิงเหยากระซิบเรียกบิดาพลางแตะแขนเบาๆ แต่นางก็แอบยกนิ้วหัวแม่มือให้ในใจ "สะใจชะมัด ตาเฒ่าใจเด็ดจริง..." มู๋ชิงเหยาแอบชื่นชมบิดาในใจ ​ฮ่องเต้หนานกงเหวินหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบกายพลันอึดอัดขึ้นมาทันตา ทว่าก่อนที่ฮ่องเต้จะทันตรัสสิ่งใด หนานกงจิ่ง กลับแค่นหัว

  • พระชายาสารพัดพิษ   20. จิ่งหวางเฟย

    ​"พิธีปักปิ่นของคุณหนูมู๋นับเป็นนิมิตหมายอันดี ตระกูลมู๋จงรักภักดีต่อแคว้นเรามาหลายชั่วอายุคน วันนี้เสิ่นหม่ามาทำหน้าที่เป็นผู้ปักปิ่นระย้าให้อย่างทรงเกียรติ..." ไทเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงเมตตา ทรงทอดพระเนตรมองมู๋ชิงเหยาในชุดอาภรณ์ปักลายหงส์คู่ด้วยความพึงพระทัย ​ทว่าในตอนนั้นเอง ขันทีด้านนอกกลับขานนามเสียงดังยิ่งกว่าเดิม ทำเอาคนทั้งลานพิธีสะดุ้งสุดตัว ​"ท่านจิ่งอ๋องเสด็จ..." ​เสียงพึมพำดังขึ้นเซ็งแซ่ เหตุใดองค์ชายผู้พิการที่แทบไม่เคยปรากฏตัวในงานเลี้ยงสมาคมใดๆ ทั้งยังครอบครองกองกำลังทหารนับแสนนาย ถึงได้เดินทางมาร่วมงานพิธีปักปิ่นของบรรดาคุณหนูตระกูลเหล่าขุนนางเช่นนี้...? ​รถเข็นไม้แกะสลักลวดลายมังกรดำค่อยๆ ถูกเคลื่อนเข้ามาโดยองครักษ์ตงฟาง บุรุษบนรถเข็นสวมชุดคลุมถักทอด้วยไหมสีดำปักดิ้นทอง หน้าตาหล่อเหลาดั่งเทพบุตร ทว่าดวงตากลับคมกริบเย็นชาแผ่รังสีอำนาจกดดันจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ ​ไป่หลินและหลิงซีซีแอบยิ้มในใจ จิ่งอ๋องขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไม่ชอบสตรี มู๋ชิงเหยาบังอาจสวมชุดลายหงส์คู่ซึ่งเป็นลายระดับพระชายา คงต้องโดนจิ่งอ๋องสั่งตัดหัวกลางงานเป็นแน่แท้.... ​ซุนอ๋องที่

  • พระชายาสารพัดพิษ   19. ขยะไร้ค่า

    ​"อีกสามวันจะถึงพิธีปักปิ่นแล้ว..." มู๋ชิงซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง "เจ้าค่ะ..." "พวกคนในวังที่เคยลบหลู่ลูก จะต้องตื่นตะลึงเมื่อได้เห็นมู๋ชิงเหยาคนใหม่ แค่คิดพ่อก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาแล้ว..." ​"ลูกก็อยากจะรู้นักเจ้าค่ะ...ว่าคนพวกนั้นจะมีสีหน้าอย่างไร เมื่อเหยื่อที่พวกเขาคิดว่าจะขย้ำได้ง่ายๆ กลายเป็นคนที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะมอง..." มู๋ชิงเหยายิ้มพราย ดวงตาเปล่งประกายคมกริบ เช้าวันพิธีปักปิ่น ณ อุทยานหลวง..... วังหน้าอากาศร่มรื่นไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ แต่บรรยากาศรอบลานพิธี กลับอบอวลไปด้วยรังสีแห่งการชิงดีชิงเด่นของเหล่าคุณหนูตระกูลขุนนางชั้นสูง ​มู๋ชิงเหยา ปรากฏกายในชุดอาภรณ์ผ้าไหมหรูหราปักลวดลายหงส์คู่สยายปีกอย่างประณีต ตัวเสื้อตัดเย็บเข้าชุดรับกับเรือนร่างอ้อนแอ้นกลมกลึง ผิวพรรณของนางผุดผ่องไร้ไฝฝ้า เครื่องหน้ากะทัดรัดงดงามดั่งรูปสลัก ใบหน้าที่เคยหมองคล้ำและเจ้าเนื้อ บัดนี้ก้าวล้ำนำความงามของคุณหนูทุกคนในงานไปไกลลิบ ​"นั่นใช่คุณหนูมู๋จริงๆ หรือ...? เสียงพึมพำกระซิบกระซาบดังขึ้นทั่วบริเวณ บรรดาบุตรชายขุนนางต่างเหลียวมองตาค้าง ขณะที่เหล่าคุณหนูริษยาจนหน้

  • พระชายาสารพัดพิษ   18. พิษสลายปราณผสมพิษอัมพาต

    "รีบไปทำอาหารมาให้เปิ่นหวางกิน อย่าให้เปิ่นหวางต้องพูดซ้ำ..." น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ชิ...คิดว่าจวนฉันเป็นโรงทานหรือไง..." มู๋ชิงเหยากัดฟันพูดเสียงเบา พร้อมเดินมุ่งหน้าไปทางห้องครัว หนานกงจิ่งมองตามแผ่นหลังมู๋ชิงเหยา มุมปากพลางยกยิ้ม พร้อมกับทำเสียง หึ ในลำคอ ตงฟางแทบจะตาถลน นี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเจ้านายของเขาแอบอมยิ้มออกมาในรอบหลายปี ท่านอ๋องเคยบอกเองมิใช่หรือ ว่าไม่ได้ชอบคุณหนูมู๋ เหตุใดการกระทำกับคำพูดถึงได้ย้อนแย้งกัน แม้กระทั่งสิ่งของล้ำค่าในจวนอ๋อง ท่านอ๋องยังไม่เคยจะประทานให้ใคร แต่กลับประทานสิ่งของล้ำค่ามากมายให้แก่คุณหนูมู๋เพียงคนเดียว นี้เขาเรียกว่าเป็นการแก้แค้นอย่างนั้นหรือ.....? หนานกงจิ่งยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น เมื่อเห็นมู๋ชิงเหยาเดินถือถาดอาหารตรงดิ่งมาทางเขา หนานกงจิ่งจึงวางถ้วยชาลง พร้อมกับก้มลงมองอาหารที่วางอยู่เบื้องหน้าอยู่ชั่วครู่ "สิ่งนี้เรียกว่าอะไร....? "บะหมี่เกี๊ยวหมูสับเพคะ ถ้้วยเล็กๆนี้เรียกว่าน้ำพริกเผา ช่วยเพิ่มรสชาติมากยิ่งขึ้น แต่อย่าใส่ลงไปเยอะนะเพคะ เพราะอาจจะทำให้เผ็ดร้อนจนปากชา...รีบเสวยเถอะเพคะ.." มู๋ชิงเหยานั่งลงข้า

  • พระชายาสารพัดพิษ   17. ความลับทางการทหาร

    "เย่เอ๋อร์...เรื่องในวันนี้ห้ามแพร่งพรายให้คนอื่นรู้เป็นอันขาด หากคนอื่นถาม..ห้ามบอกว่าน้องสาวเจ้าเป็นคนทำ เรื่องนี้รอพ่อส่งฏีกาถวายให้ฝ่าบาทเสียก่อน สิ่งของพวกนี้ถือเป็นความลับทางการทหาร หากศัตรูรู้เข้า เกรงว่าจะไม่เป็นผลดีต่อแคว้นเรา...." มู๋ชิงซานเริ่มมีสีหน้าเป็นกังวล "ลูกทราบแล้วขอรับท่านพ่อ..." "ร้ายแรงเพียงนั้นเชียว...? มู๋ชิงเหยาหันไปมองบิดา "ใช่....หากคนอื่นล่วงรู้ว่าลูกมีความสามารถ จะไม่เป็นผลดีต่อการใช้ชีวิตของลูกด้วย ศัตรูอยู่ในที่ลับเราอยู่ในที่แจ้ง จะทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของลูก เรื่องในวันนี้ลูกรักก็อย่าได้เอาไปบอกใครเด็ดขาด...เข้าใจที่พ่อพูดหรือไม่....? "ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ...." "ดีมาก..." มู๋ชิงซานถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ อีกใจก็พลอยเป็นกังวลเรื่องของบุตรสาว นับวันความสามารถของบุตรสาวยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าหนานกงจิ่ง ก็คงจะมองเห็นแล้วเหมือนกัน เมื่อสามพ่อลูกกล่าวร่ำลากันเสร็จ หลิงเซียวก็ควบม้าเร็วมาถึงจวนตระกูลมู๋พอดี มู๋ชิงเหยาไม่ลืมที่จะเตรียมสัมภาระห่อหนึ่งมอบให้กับหลิงเซียว เสียงเกือกม้าขาดหายไปในที่สุด สองพ่อลูกจึงพากันเดินกล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status