Share

4. หลงป่า

last update publish date: 2026-05-20 16:40:40

ทิวทัศน์ในยามรุ่งสางช่างเหน็บหนาวจนถึงกระดูก แต่บรรยากาศในยามนี้กลับทำให้หญิงอ้วนรู้สึกสดชื่น ต่างกับอีกคนที่กำลังรู้สึกหดหู่

"ฮัดชิ้ว...." มู๋ชิงเหยาจามออกมาเหมือนว่ากำลังมีคนนินทาเธออยู่ ใบหน้าบุรุษผมสีเงินเริ่มแว้บผ่านเข้ามาในโสตปราสาทเธออีกครั้ง

บุรุษผู้นั่นต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน เธอสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ตอนนี้มู๋ชิงเหยาพึ่งจะข้ามภพมา คงไม่ได้ไปแตะโดนแผ่นทอง(ผู้มีอิทธิพล)หรอกน่ะ แค่คิดเธอก็รู้สึกเสียวสันหลังว๊าบ

แต่ช่างเถอะ ทฤษฎีกลยุทธ์ที่เธอใช้อยู่เป็นประจำ คือการหลบหนีเอาตัวรอด ซ่อนตัวตนอย่างไร้ร่องรอย แสร้งทำตัวโง่ต่อหน้าทุกคน เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเธอ

"หวังว่าโลกนี้คงไม่ได้กลมขนาดนั้นหรอกนะ..." มู๋ชิงเหยารีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดทิ้งไป ก่อนจะรีบเดินมุ่งหน้ากลับจวนตามความทรงจำที่ปรากฏขึ้น

มู๋ชิงเหยาเดินมาหยุดอยู่ที่ลำธารแห่งหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ แล้วหยุดนั่งพักหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ก่อนจะรีบทำความสะอาดร่างกายให้สดชื่น แล้วพยายามจับต้นชนปลายเกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิม

ความทรงจำทุกอย่างค่อยๆปรากฏไหลทะลักขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พอคิดถึงโลกที่เธอพึ่งจะจากมา ในใจก็รู้สึกเจ็บปวด เธอโดนแฟนบอกเลิก หาว่าเธอไม่มีเวลาให้ แถมยังวิจัยงานล้มเหลวพังไม่เป็นท่า และตายอย่างกะทันหัน

คิดไม่ถึงว่าเธอจะทะลุมิติมายังโลกที่เธอไม่รู้จัก อีกทั้งเจ้าของร่างยังมีชื่อเดียวกับเธอ ต่างก็แต่เพียงอายุและรูปร่างหน้าตา

มู๋ชิงเหยาเป็นบุตรสาวคนเล็กของท่านแม่ทัพใหญ่มู๋ชิงซาน มีพี่ชายนามว่ามู่ชิงเย่ พี่ชายรับราชการทหารตามบิดา แต่อยู่กันคนละหน่วย ส่วนบุตรสาวกลับไม่มีความสามารถโดดเด่นใดๆ แต่กลับถูกเพื่อนสนิทคอยยุยงส่งเสริมไปในทางที่ไม่ดี จนกลายเป็นเด็กสาวที่ชอบกลั่นแกล้งรังแกชาวบ้าน และอวดเบ่งอำนาจบารมีของบิดา ทำให้ชาวบ้านหลายคนต่างเกลียดชังมู๋ชิงเหยาเข้ากระดูกดำ

ครั้งนี้ไป่หลินหวังจะกำจัดมู๋ชิงเหยา ก็เพื่อที่จะทำลายสัญญาหมั้นหมายต่อซุนอ๋อง และทำให้ชื่อเสียงของมู๋ชิงเหยาป่นปี้ กลายเป็นหญิงสาวที่ด่างพร้อยไม่มีใครต้องการ

เพียงเพื่อต้องการให้มู๋ชิงเหยาสูญเสียความบริสุทธิ์ ไป่หลินจึงตั้งใจจัดฉากการลักพาตัวขึ้นมา แต่แผนการกลับพลิกผัน กลายเป็นว่าเจ้าของร่างเดิมดื่มยาเกินขนาด ทำให้ร่างกายเจ้าของร่างเดิมต้านทานฤทธิ์ยาไม่ไหว และเสียชีวิตไปในที่สุด แต่โชคยังดีที่มู๋ชิงเหยาคนปัจจุบันได้ทะลุมิติมาสิงร่างเจ้าของเดิมได้ทันท่วงที

ตอนนี้มู๋ชิงเหยาได้ประจักษ์ชัดเจนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน

หลังจากรับรู้เรื่องราวทั้งหมดจนแน่ชัด มู๋ชิงเหยาได้ถอดผ้าคลุมหน้าออก แล้วมองสะท้อนลงไปยังลำธารอันใสสะอาด ก่อนจะสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็น

"ต้ายแล้ว...นี้มันใช่ใบหน้าคนที่ไหนกัน ถึงว่าละ...พอใครเห็นใบหน้าฉันเข้า ต่างก็รู้สึกรังเกียจ ขนาดตัวฉันเองยังรู้สึกรังเกียจใบหน้านี้เลย..."

มู๋ชิงเหยาอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง เธอยกมือสัมผัสใบหน้าของตนเอง และรู้สึกสงสารเจ้าของร่างเดิมขึ้นมาจับใจ

"เฮ้ออออ...ก่อนอื่นฉันจะต้องกำจัดไขมันพวกนี้ออกก่อนเป็นอันดับแรก ร่างอ้วนนี้เดินเหินลำบากจริงๆ ส่วนใบหน้านี้ก็แค่ใช้สมุนไพรล้ำค่ารักษา ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาหลักคือจะต้องรู้ให้ได้เสียก่อน ว่าจะต้องใช้พิษชนิดใดถอนพิษที่สกัดในร่างกายนี้ออก..."

มู๋ชิงเหยามองไปที่เงาของตัวเอง ที่กำลังสะท้อนออกมาจากลำธาร เธอเห็นเงาของหญิงสาวอีกคน กำลังส่งยิ้มมาให้เธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะจางหายไป ราวกับเงาเงานั่นกำลังขอบคุณเธออย่างสุดซึ้ง..

ณ จวนตระกูลมู๋......

มู๋ชิงเหยากว่าจะเดินทางกลับมาถึงจวน เวลาก็ล่วงเลยมาถึงยามอู่(11.00-13.00) เธอรีบแกล้งเป็นลมอยู่หน้าประตูจวนท่านแม่ทัพใหญ่ได้อย่างเหมาะเจาะจริงๆ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับหัวหน้าพ่อบ้านเปิดประตูจวนเดินออกมาพอดิบพอดี

หัวหน้าพ่อบ้านรีบเรียกบ่าวรับใช้ในจวนให้เข้าไปดู ว่าหญิงสาวที่มานอนสลบอยู่หน้าประตูจวนท่านแม่ทัพใหญ่เป็นผู้ใดกันแน่

"นี้ไม่ใช่คุณหนูหรอกหรือ รีบนำตัวคุณหนูเข้าไปด้านในเร็วเข้า แล้วรีบไปแจ้งนายท่านว่าเจอตัวคุณหนูแล้ว..." ยิ่งเห็นร่างมู๋ชิงเหยานอนหมดสติแน่นิ่งไป หัวหน้าพ่อบ้านก็ยิ่งตื่นตระหนก เกรงว่าคุณหนูจะได้รับอันตรายร้ายแรงขึ้น ยิ่งทำให้หัวหน้าพ่อบ้านรู้สึกเป็นห่วงและกังวลใจขึ้นมา

มู๋ชิงเหยาได้ยินทุกประโยค นึกไม่ถึงว่าบ่าวรับใช้ในจวนทุกคน จะเป็นห่วงหญิงอัปลักษณ์คนนี้จากใจจริง ภายในใจเธอกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของคนในจวนนี้...

มู๋ชิงเหยาถูกอุ้มเข้าไปในจวนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีสาวใช้วิ่งกรู่กันเข้ามาเปลี่ยนอาภรณ์ผืนใหม่ให้เธออย่างเร่งรีบ นึกไม่ถึงว่าหญิงอ้วนคนนี้ จะเป็นที่รักของทุกคนในจวน ถึงแม้ร่างเดิมจะอัปลักษณ์และอ้วนฉุเพียงใด แต่ก็ไม่เคยกดขี่ข่มเหงบ่าวไพร่ในจวนเลยสักครั้ง ซึ่งนี้ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง...

มู๋ชิงซานรีบควบม้าเร็วกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ ร่างกำยำรีบกระโจนลงจากหลังม้า พร้อมกับพุ่งตัวไปในทิศทางห้องของบุตรสาว

เสียงเปิดประตูดังปังพร้อมกับปรากฏร่างชายชราผู้หนึ่ง เขาสวมเครื่องแบบทหารชั้นสูง บ่งบอกได้ถึงยศศักดิ์ของคนสวมใส่

"ฮือ...ฮือ...แม่เทพธิดาตัวน้อยของพ่อ ในที่สุดลูกก็กลับมาหาพ่อแล้ว เจียงลู่ยังไม่รีบไปตามท่านหมอให้รีบมาตรวจอาการให้คุณหนูอีกหรือ...? มู๋ชิงซานรีบหันไปสั่งหัวหน้าพ่อบ้านอย่างร้อนใจ

"บ่าวให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วขอรับ อีกไม่ช้าก็น่าจะมาถึง.."

"อืม...."

แม่เทพธิดาตัวน้อย....?

มู๋ชิงเหยาแทบจะหลุดขำออกมา นี้เขาเรียกว่าเทพธิดาตัวน้อยที่ไหนกัน นี้มันธิดาช้างสารนะสิไม่ว่า...

มู๋ชิงเหยาแอบกรอกตามองบน ทุกคนในจวนนี้เสียสติกันไปหมดแล้วหรือ ใบหน้าอัปลักษณ์แบบนี้ แต่ละคนกลับพากันเปรียบเปรยว่านางเป็นเทพธิดาตัวน้อยเนี้ยนะ ช่างไร้สาระเกินไปแล้ว...

แต่ถึงกระนั้นมู๋ชิงซานก็แผ่ซ่านไปด้วยบารมีที่น่าเกรงขาม สมดังคำร่ำลือที่ว่า ชายชาตรีอกสามศอก ใบหน้าคมเข้มถือว่าดูดีกว่าคนรุ่นเดียวกันมากโข ถึงแม้มู๋ชิงซานอายุได้ 30ปี แต่เขากลับเริ่มมีผมสีขาวขึ้นประปราย แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น รูปลักษณ์ภายนอกของมู๋ชิงซาน กลับกดขี่คู่ต่อสู้ได้อย่างเฉียบขาด ผิดกับท่าทางที่เขาแสดงออกมายามนี้ ราวกับคนละคน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระชายาสารพัดพิษ   22. พิษกลืนกระดูกมังกรดำ

    ​"ซุนอ๋อง เจ้าเอ่ยปากสุ่มสี่สุ่มห้า ไร้ความคิด จนทำให้คุณหนูมู๋ต้องเสียขวัญและเกิดความขัดแย้งกลางงานพิธี..." ฮ่องเต้หรี่พระเนตรมองซุนอ๋องด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง ก่อนจะหันมาระบายพระโอษฐ์อบอุ่นใส่มู๋ชิงเหยาและแม่ทัพมู๋ ​"ท่านแม่ทัพใหญ่มู๋...เจ้าอย่าได้กล่าววาจาลดยศถอนตำแหน่งอันใดเลย ตระกูลมู๋มีความดีความชอบต่อแคว้นเรามาเนิ่นนาน เราย่อมรู้ดีว่าพวกเจ้าจงรักภักดีเพียงใด..." ฮ่องเต้ทรงตรัสไกล่เกลี่ย "แล้วฝ่าบาทจะทรงตัดสินเช่นไรหรือพะยะค่ะ.....? มู๋ชิงซานรีบถามเข้าประเด็น "ในเมื่อคุณหนูมู๋ยังตกใจ แม่ทัพใหญ่มู๋ยังเป็นห่วงบุตรสาว เช่นนั้นเราจะยังไม่รบเร้าออกราชโองการมัดมือชกในวันนี้ ส่วนป้ายทองอาญาสิทธิ์ ท่านก็เก็บเอาไว้ใช้เมื่อถึงยามจำเป็นจริงๆเถิด..." ​ฮ่องเต้ทรงมองหน้าหนานกงจิ่งพลางแย้มพระโอษฐ์มีเลศนัย "เรื่องงานอภิเษกสมรส...ให้จิ่งอ๋องและคุณหนูมู๋ได้ศึกษานิสัยใจคอกันไปก่อน หากทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจเมื่อใด ค่อยมาขอราชโองการแต่งงานจากเราก็ยังไม่สาย...จิ่งอ๋อง เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร...? ​หนานกงจิ่งยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาจ้องมองมู๋ชิงเหยาที่แอบเช็ดน้ำตาแล้วแอบส่งยิ้มกวนประสาทกล

  • พระชายาสารพัดพิษ   21. มัดมือชก

    เสียงตึงสะท้านลานอุทยานหลวงเมื่อ มู๋ชิงซาน ก้าวออกมายืนบังร่างบุตรสาวไว้มิดชิด ใบหน้าของแม่ทัพใหญ่ผู้ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนถมึงทึง ดวงตาทอประกายแข็งกร้าว ดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกเนื้อทุกคนที่บังอาจมาแย่งชิงลูกสาวสุดที่รักไป ​ความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ร่วง เหล่าขุนนางและชายาขุนนางต่างก้มหน้าชิดอก หัวใจแทบหยุดเต้น ไม่มีใครคาดคิดว่าแม่ทัพใหญ่มู๋จะกล้าปฏิเสธราชโองการ ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้และไทเฮาเช่นนี้ ​ซุนอ๋องที่ตอนแรกหน้าเขียวคล้ำพลันจุดรอยยิ้มสะใจขึ้นที่มุมปาก ส่วนไป่หลินและหลิงซีซีต่างพากันสูดหายใจลึก แอบสะใจในความบ้าหุนหันพลันแล่นของแม่ทัพใหญ่มู๋... กล้าขัดใจจิ่งอ๋องและฮ่องเต้ คราวนี้ตระกูลมู๋ได้หัวหลุดจากบ่ากันยกครัวแน่....แต่ละคนคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ​"ตาเฒ่า..." มู๋ชิงเหยากระซิบเรียกบิดาพลางแตะแขนเบาๆ แต่นางก็แอบยกนิ้วหัวแม่มือให้ในใจ "สะใจชะมัด ตาเฒ่าใจเด็ดจริง..." มู๋ชิงเหยาแอบชื่นชมบิดาในใจ ​ฮ่องเต้หนานกงเหวินหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบกายพลันอึดอัดขึ้นมาทันตา ทว่าก่อนที่ฮ่องเต้จะทันตรัสสิ่งใด หนานกงจิ่ง กลับแค่นหัว

  • พระชายาสารพัดพิษ   20. จิ่งหวางเฟย

    ​"พิธีปักปิ่นของคุณหนูมู๋นับเป็นนิมิตหมายอันดี ตระกูลมู๋จงรักภักดีต่อแคว้นเรามาหลายชั่วอายุคน วันนี้เสิ่นหม่ามาทำหน้าที่เป็นผู้ปักปิ่นระย้าให้อย่างทรงเกียรติ..." ไทเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงเมตตา ทรงทอดพระเนตรมองมู๋ชิงเหยาในชุดอาภรณ์ปักลายหงส์คู่ด้วยความพึงพระทัย ​ทว่าในตอนนั้นเอง ขันทีด้านนอกกลับขานนามเสียงดังยิ่งกว่าเดิม ทำเอาคนทั้งลานพิธีสะดุ้งสุดตัว ​"ท่านจิ่งอ๋องเสด็จ..." ​เสียงพึมพำดังขึ้นเซ็งแซ่ เหตุใดองค์ชายผู้พิการที่แทบไม่เคยปรากฏตัวในงานเลี้ยงสมาคมใดๆ ทั้งยังครอบครองกองกำลังทหารนับแสนนาย ถึงได้เดินทางมาร่วมงานพิธีปักปิ่นของบรรดาคุณหนูตระกูลเหล่าขุนนางเช่นนี้...? ​รถเข็นไม้แกะสลักลวดลายมังกรดำค่อยๆ ถูกเคลื่อนเข้ามาโดยองครักษ์ตงฟาง บุรุษบนรถเข็นสวมชุดคลุมถักทอด้วยไหมสีดำปักดิ้นทอง หน้าตาหล่อเหลาดั่งเทพบุตร ทว่าดวงตากลับคมกริบเย็นชาแผ่รังสีอำนาจกดดันจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ ​ไป่หลินและหลิงซีซีแอบยิ้มในใจ จิ่งอ๋องขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไม่ชอบสตรี มู๋ชิงเหยาบังอาจสวมชุดลายหงส์คู่ซึ่งเป็นลายระดับพระชายา คงต้องโดนจิ่งอ๋องสั่งตัดหัวกลางงานเป็นแน่แท้.... ​ซุนอ๋องที่

  • พระชายาสารพัดพิษ   19. ขยะไร้ค่า

    ​"อีกสามวันจะถึงพิธีปักปิ่นแล้ว..." มู๋ชิงซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง "เจ้าค่ะ..." "พวกคนในวังที่เคยลบหลู่ลูก จะต้องตื่นตะลึงเมื่อได้เห็นมู๋ชิงเหยาคนใหม่ แค่คิดพ่อก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาแล้ว..." ​"ลูกก็อยากจะรู้นักเจ้าค่ะ...ว่าคนพวกนั้นจะมีสีหน้าอย่างไร เมื่อเหยื่อที่พวกเขาคิดว่าจะขย้ำได้ง่ายๆ กลายเป็นคนที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะมอง..." มู๋ชิงเหยายิ้มพราย ดวงตาเปล่งประกายคมกริบ เช้าวันพิธีปักปิ่น ณ อุทยานหลวง..... วังหน้าอากาศร่มรื่นไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ แต่บรรยากาศรอบลานพิธี กลับอบอวลไปด้วยรังสีแห่งการชิงดีชิงเด่นของเหล่าคุณหนูตระกูลขุนนางชั้นสูง ​มู๋ชิงเหยา ปรากฏกายในชุดอาภรณ์ผ้าไหมหรูหราปักลวดลายหงส์คู่สยายปีกอย่างประณีต ตัวเสื้อตัดเย็บเข้าชุดรับกับเรือนร่างอ้อนแอ้นกลมกลึง ผิวพรรณของนางผุดผ่องไร้ไฝฝ้า เครื่องหน้ากะทัดรัดงดงามดั่งรูปสลัก ใบหน้าที่เคยหมองคล้ำและเจ้าเนื้อ บัดนี้ก้าวล้ำนำความงามของคุณหนูทุกคนในงานไปไกลลิบ ​"นั่นใช่คุณหนูมู๋จริงๆ หรือ...? เสียงพึมพำกระซิบกระซาบดังขึ้นทั่วบริเวณ บรรดาบุตรชายขุนนางต่างเหลียวมองตาค้าง ขณะที่เหล่าคุณหนูริษยาจนหน้

  • พระชายาสารพัดพิษ   18. พิษสลายปราณผสมพิษอัมพาต

    "รีบไปทำอาหารมาให้เปิ่นหวางกิน อย่าให้เปิ่นหวางต้องพูดซ้ำ..." น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ชิ...คิดว่าจวนฉันเป็นโรงทานหรือไง..." มู๋ชิงเหยากัดฟันพูดเสียงเบา พร้อมเดินมุ่งหน้าไปทางห้องครัว หนานกงจิ่งมองตามแผ่นหลังมู๋ชิงเหยา มุมปากพลางยกยิ้ม พร้อมกับทำเสียง หึ ในลำคอ ตงฟางแทบจะตาถลน นี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเจ้านายของเขาแอบอมยิ้มออกมาในรอบหลายปี ท่านอ๋องเคยบอกเองมิใช่หรือ ว่าไม่ได้ชอบคุณหนูมู๋ เหตุใดการกระทำกับคำพูดถึงได้ย้อนแย้งกัน แม้กระทั่งสิ่งของล้ำค่าในจวนอ๋อง ท่านอ๋องยังไม่เคยจะประทานให้ใคร แต่กลับประทานสิ่งของล้ำค่ามากมายให้แก่คุณหนูมู๋เพียงคนเดียว นี้เขาเรียกว่าเป็นการแก้แค้นอย่างนั้นหรือ.....? หนานกงจิ่งยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น เมื่อเห็นมู๋ชิงเหยาเดินถือถาดอาหารตรงดิ่งมาทางเขา หนานกงจิ่งจึงวางถ้วยชาลง พร้อมกับก้มลงมองอาหารที่วางอยู่เบื้องหน้าอยู่ชั่วครู่ "สิ่งนี้เรียกว่าอะไร....? "บะหมี่เกี๊ยวหมูสับเพคะ ถ้้วยเล็กๆนี้เรียกว่าน้ำพริกเผา ช่วยเพิ่มรสชาติมากยิ่งขึ้น แต่อย่าใส่ลงไปเยอะนะเพคะ เพราะอาจจะทำให้เผ็ดร้อนจนปากชา...รีบเสวยเถอะเพคะ.." มู๋ชิงเหยานั่งลงข้า

  • พระชายาสารพัดพิษ   17. ความลับทางการทหาร

    "เย่เอ๋อร์...เรื่องในวันนี้ห้ามแพร่งพรายให้คนอื่นรู้เป็นอันขาด หากคนอื่นถาม..ห้ามบอกว่าน้องสาวเจ้าเป็นคนทำ เรื่องนี้รอพ่อส่งฏีกาถวายให้ฝ่าบาทเสียก่อน สิ่งของพวกนี้ถือเป็นความลับทางการทหาร หากศัตรูรู้เข้า เกรงว่าจะไม่เป็นผลดีต่อแคว้นเรา...." มู๋ชิงซานเริ่มมีสีหน้าเป็นกังวล "ลูกทราบแล้วขอรับท่านพ่อ..." "ร้ายแรงเพียงนั้นเชียว...? มู๋ชิงเหยาหันไปมองบิดา "ใช่....หากคนอื่นล่วงรู้ว่าลูกมีความสามารถ จะไม่เป็นผลดีต่อการใช้ชีวิตของลูกด้วย ศัตรูอยู่ในที่ลับเราอยู่ในที่แจ้ง จะทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของลูก เรื่องในวันนี้ลูกรักก็อย่าได้เอาไปบอกใครเด็ดขาด...เข้าใจที่พ่อพูดหรือไม่....? "ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ...." "ดีมาก..." มู๋ชิงซานถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ อีกใจก็พลอยเป็นกังวลเรื่องของบุตรสาว นับวันความสามารถของบุตรสาวยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าหนานกงจิ่ง ก็คงจะมองเห็นแล้วเหมือนกัน เมื่อสามพ่อลูกกล่าวร่ำลากันเสร็จ หลิงเซียวก็ควบม้าเร็วมาถึงจวนตระกูลมู๋พอดี มู๋ชิงเหยาไม่ลืมที่จะเตรียมสัมภาระห่อหนึ่งมอบให้กับหลิงเซียว เสียงเกือกม้าขาดหายไปในที่สุด สองพ่อลูกจึงพากันเดินกล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status