分享

4. หลงป่า

last update publish date: 2026-05-20 16:40:40

ทิวทัศน์ในยามรุ่งสางช่างเหน็บหนาวจนถึงกระดูก แต่บรรยากาศในยามนี้กลับทำให้หญิงอ้วนรู้สึกสดชื่น ต่างกับอีกคนที่กำลังรู้สึกหดหู่

"ฮัดชิ้ว...." มู๋ชิงเหยาจามออกมาเหมือนว่ากำลังมีคนนินทาเธออยู่ ใบหน้าบุรุษผมสีเงินเริ่มแว้บผ่านเข้ามาในโสตปราสาทเธออีกครั้ง

บุรุษผู้นั่นต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน เธอสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ตอนนี้มู๋ชิงเหยาพึ่งจะข้ามภพมา คงไม่ได้ไปแตะโดนแผ่นทอง(ผู้มีอิทธิพล)หรอกน่ะ แค่คิดเธอก็รู้สึกเสียวสันหลังว๊าบ

แต่ช่างเถอะ ทฤษฎีกลยุทธ์ที่เธอใช้อยู่เป็นประจำ คือการหลบหนีเอาตัวรอด ซ่อนตัวตนอย่างไร้ร่องรอย แสร้งทำตัวโง่ต่อหน้าทุกคน เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเธอ

"หวังว่าโลกนี้คงไม่ได้กลมขนาดนั้นหรอกนะ..." มู๋ชิงเหยารีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดทิ้งไป ก่อนจะรีบเดินมุ่งหน้ากลับจวนตามความทรงจำที่ปรากฏขึ้น

มู๋ชิงเหยาเดินมาหยุดอยู่ที่ลำธารแห่งหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ แล้วหยุดนั่งพักหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ก่อนจะรีบทำความสะอาดร่างกายให้สดชื่น แล้วพยายามจับต้นชนปลายเกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิม

ความทรงจำทุกอย่างค่อยๆปรากฏไหลทะลักขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พอคิดถึงโลกที่เธอพึ่งจะจากมา ในใจก็รู้สึกเจ็บปวด เธอโดนแฟนบอกเลิก หาว่าเธอไม่มีเวลาให้ แถมยังวิจัยงานล้มเหลวพังไม่เป็นท่า และตายอย่างกะทันหัน

คิดไม่ถึงว่าเธอจะทะลุมิติมายังโลกที่เธอไม่รู้จัก อีกทั้งเจ้าของร่างยังมีชื่อเดียวกับเธอ ต่างก็แต่เพียงอายุและรูปร่างหน้าตา

มู๋ชิงเหยาเป็นบุตรสาวคนเล็กของท่านแม่ทัพใหญ่มู๋ชิงซาน มีพี่ชายนามว่ามู๋ชิงเย่ พี่ชายรับราชการทหารตามบิดา มีตำแหน่งเป็นขุนพล ส่วนบุตรสาวกลับไม่มีความสามารถโดดเด่นใดๆ แต่กลับถูกเพื่อนสนิทคอยยุยงส่งเสริมไปในทางที่ไม่ดี จนกลายเป็นเด็กสาวที่ชอบกลั่นแกล้งรังแกชาวบ้าน และอวดเบ่งอำนาจบารมีของบิดา ทำให้ชาวบ้านหลายคนต่างเกลียดชังมู๋ชิงเหยาเข้ากระดูกดำ

ครั้งนี้เว่ยไป่หลินหวังจะกำจัดมู๋ชิงเหยา ก็เพื่อที่จะทำลายสัญญาหมั้นหมายต่อซุนอ๋อง และทำให้ชื่อเสียงของมู๋ชิงเหยาป่นปี้ กลายเป็นหญิงสาวที่ด่างพร้อยไม่มีใครต้องการ

เพียงเพื่อต้องการให้มู๋ชิงเหยาสูญเสียความบริสุทธิ์ เว่ยไป่หลินจึงตั้งใจจัดฉากการลักพาตัวขึ้นมา แต่แผนการกลับพลิกผัน กลายเป็นว่าเจ้าของร่างเดิมดื่มยาเกินขนาด ทำให้ร่างกายเจ้าของร่างเดิมต้านทานฤทธิ์ยาไม่ไหว และเสียชีวิตไปในที่สุด แต่โชคยังดีที่มู๋ชิงเหยาคนปัจจุบันได้ทะลุมิติมาสิงร่างเจ้าของเดิมได้ทันท่วงที

ตอนนี้มู๋ชิงเหยาได้ประจักษ์ชัดเจนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน

หลังจากรับรู้เรื่องราวทั้งหมดจนแน่ชัด มู๋ชิงเหยาได้ถอดผ้าคลุมหน้าออก แล้วมองสะท้อนลงไปยังลำธารอันใสสะอาด ก่อนจะสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็น

"ต้ายแล้ว...นี้มันใช่ใบหน้าคนที่ไหนกัน ถึงว่าละ...พอใครเห็นใบหน้าฉันเข้า ต่างก็รู้สึกรังเกียจ ขนาดตัวฉันเองยังรู้สึกรังเกียจใบหน้านี้เลย..."

มู๋ชิงเหยาอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง เธอยกมือสัมผัสใบหน้าของตนเอง และรู้สึกสงสารเจ้าของร่างเดิมขึ้นมาจับใจ

"เฮ้ออออ...ก่อนอื่นฉันจะต้องกำจัดไขมันพวกนี้ออกก่อนเป็นอันดับแรก ร่างอ้วนนี้เดินเหินลำบากจริงๆ ส่วนใบหน้านี้ก็แค่ใช้สมุนไพรล้ำค่ารักษา ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาหลักคือจะต้องรู้ให้ได้เสียก่อน ว่าจะต้องใช้พิษชนิดใดถอนพิษที่สกัดในร่างกายนี้ออก..."

มู๋ชิงเหยามองไปที่เงาของตัวเอง ที่กำลังสะท้อนออกมาจากลำธาร เธอเห็นเงาของหญิงสาวอีกคน กำลังส่งยิ้มมาให้เธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะจางหายไป ราวกับเงาเงานั่นกำลังขอบคุณเธออย่างสุดซึ้ง..

ณ จวนตระกูลมู๋......

มู๋ชิงเหยากว่าจะเดินทางกลับมาถึงจวน เวลาก็ล่วงเลยมาถึงยามอู่(11.00-13.00) เธอรีบแกล้งเป็นลมอยู่หน้าประตูจวนท่านแม่ทัพใหญ่ได้อย่างเหมาะเจาะจริงๆ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับหัวหน้าพ่อบ้านเปิดประตูจวนเดินออกมาพอดิบพอดี

หัวหน้าพ่อบ้านรีบเรียกบ่าวรับใช้ในจวนให้เข้าไปดู ว่าหญิงสาวที่มานอนสลบอยู่หน้าประตูจวนท่านแม่ทัพใหญ่เป็นผู้ใดกันแน่

"นี้ไม่ใช่คุณหนูหรอกหรือ รีบนำตัวคุณหนูเข้าไปด้านในเร็วเข้า แล้วรีบไปแจ้งนายท่านว่าเจอตัวคุณหนูแล้ว..." ยิ่งเห็นร่างมู๋ชิงเหยานอนหมดสติแน่นิ่งไป หัวหน้าพ่อบ้านก็ยิ่งตื่นตระหนก เกรงว่าคุณหนูจะได้รับอันตรายร้ายแรงขึ้น ยิ่งทำให้หัวหน้าพ่อบ้านรู้สึกเป็นห่วงและกังวลใจขึ้นมา

มู๋ชิงเหยาได้ยินทุกประโยค นึกไม่ถึงว่าบ่าวรับใช้ในจวนทุกคน จะเป็นห่วงหญิงอัปลักษณ์คนนี้จากใจจริง ภายในใจเธอกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของคนในจวนนี้...

มู๋ชิงเหยาถูกอุ้มเข้าไปในจวนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีสาวใช้วิ่งกรู่กันเข้ามาเปลี่ยนอาภรณ์ผืนใหม่ให้เธออย่างเร่งรีบ นึกไม่ถึงว่าหญิงอ้วนคนนี้ จะเป็นที่รักของทุกคนในจวน ถึงแม้ร่างเดิมจะอัปลักษณ์และอ้วนฉุเพียงใด แต่ก็ไม่เคยกดขี่ข่มเหงบ่าวไพร่ในจวนเลยสักครั้ง ซึ่งนี้ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง...

มู๋ชิงซานรีบควบม้าเร็วกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ ร่างกำยำรีบกระโจนลงจากหลังม้า พร้อมกับพุ่งตัวไปในทิศทางห้องของบุตรสาว

เสียงเปิดประตูดังปังพร้อมกับปรากฏร่างชายชราผู้หนึ่ง เขาสวมเครื่องแบบทหารชั้นสูง บ่งบอกได้ถึงยศศักดิ์ของคนสวมใส่

"ฮือ...ฮือ...แม่เทพธิดาตัวน้อยของพ่อ ในที่สุดลูกก็กลับมาหาพ่อแล้ว เจียงลู่ยังไม่รีบไปตามท่านหมอให้รีบมาตรวจอาการให้คุณหนูอีกหรือ...? มู๋ชิงซานรีบหันไปสั่งหัวหน้าพ่อบ้านอย่างร้อนใจ

"บ่าวให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วขอรับ อีกไม่ช้าก็น่าจะมาถึง.."

"อืม...."

แม่เทพธิดาตัวน้อย....?

มู๋ชิงเหยาแทบจะหลุดขำออกมา นี้เขาเรียกว่าเทพธิดาตัวน้อยที่ไหนกัน นี้มันธิดาช้างสารนะสิไม่ว่า...

มู๋ชิงเหยาแอบกรอกตามองบน ทุกคนในจวนนี้เสียสติกันไปหมดแล้วหรือ ใบหน้าอัปลักษณ์แบบนี้ แต่ละคนกลับพากันเปรียบเปรยว่านางเป็นเทพธิดาตัวน้อยเนี้ยนะ ช่างไร้สาระเกินไปแล้ว...

แต่ถึงกระนั้นมู๋ชิงซานก็แผ่ซ่านไปด้วยบารมีที่น่าเกรงขาม สมดังคำร่ำลือที่ว่า ชายชาตรีอกสามศอก ใบหน้าคมเข้มถือว่าดูดีกว่าคนรุ่นเดียวกันมากโข ถึงแม้มู๋ชิงซานอายุได้ 30ปี แต่เขากลับเริ่มมีผมสีขาวขึ้นประปราย แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น รูปลักษณ์ภายนอกของมู๋ชิงซาน กลับกดขี่คู่ต่อสู้ได้อย่างเฉียบขาด ผิดกับท่าทางที่เขาแสดงออกมายามนี้ ราวกับคนละคน

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • พระชายาสารพัดพิษ   123. จบบริบูรณ์

    ความเงียบสงบอันหวานละมุนโอบล้อมโต๊ะอาหารยามเช้า มู๋ชิงซานและมู๋ชิงเย่ต่างยกจอกน้ำชาขึ้นชนกันด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ขณะที่อัลทราย่าช่วยคีบอาหารให้เด็กชายฝาแฝดทั้งสองที่มองดูตงฟางด้วยสายตาชื่นชม ​"โธ่...ข้านึกว่าจะโดนทิ้งเสียแล้ว ขอบพระทัยพระชายาและท่านอ๋องพะย่ะค่ะ.." ตงฟางถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก รอยยิ้มกะล่อนกว้างขวางฉายชัดบนใบหน้า ตงฟางรีบก้มลงคารวะหมิงเหยาและหนานกงจิ่งซ้ำๆ ก่อนจะยืดตัวขึ้นปัดฝุ่นที่เข่า พลางขยิบตาให้ชุนเถา "แม่นางชุนเถา...ยามนี้พวกเราต้องเดินทางกลับดินแดนโอสถสวรรค์ด้วยกันแล้ว ไม่ว่าจะสามข้อหรือสามร้อยข้อ ข้าพร้อมจะฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อพิสูจน์ความจริงใจให้เจ้าเห็น..." ​"หุบปาก เงื่อนไขข้อแรกของข้า...หากเจ้ายังไม่เลิกทำหน้าตากะล่อนใส่ข้า ข้าจะฟ้องคุณหนูให้กักขังเจ้าไว้เฝ้าชายแดนสวรรค์ตลอดชีวิต.." ชุนเถาค้อนสายตาใส่องครักษ์ตงฟาง ​"ไอ้หย๋า...แค่เพียงข้อแรกก็ยากเย็นถึงเพียงนี้เชียวหรือ..หน้าตาข้าเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เกิด จะให้เลิกกะล่อนได้อย่างไรเล่าแม่นาง...เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะยอมยิ้มให้ข้าวันละสามหน.." ตงฟางทำท่าเอามือทุบหน้าอก แสร้งทำสีหน้าเจ็บปวดเจียนตาย ​"เจ้าคนหน้า

  • พระชายาสารพัดพิษ   122. พระชายาโปรดบัญชามาได้เลยพะย่ะค่ะ

    ณ ห้องโถงใหญ่จวนตระกูลมู๋... ​โต๊ะอาหารยาวถูกจัดวางด้วยสำรับเช้าเลิศรสมากมาย ทว่ายังไม่ทันที่ท่านเจ้าดินแดนและเทพสงครามจะก้าวพ้นประตูห้องโถง เสียงความวุ่นวายเบื้องหลังก็ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันไปมองเป็นตาเดียว ​"โอ๊ย...แม่นางชุนเถาเบามือหน่อย กระดูกแขนข้าจะหักแล้ว..." ​ตงฟางที่เดินตามหลังมาในสภาพถืออ่างน้ำล้างหน้าทองเหลืองด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างกำลังถูกชุนเถายึดจับบิดไปข้างหลังอย่างช่ำชอง เสียงร้องโอดครวญขององครักษ์ดังลั่นจนมู๋ชิงเย่ที่กำลังยกจอกชาถึงกับสำลักออกมาคำโต ​"เกิดอะไรขึ้นรึ...? หมิงเหยาหยุดชะงัก หันไปมองสาวใช้คนสนิทด้วยความสงสัย นัยน์ตาสีมรกตฉายแววขบขัน ​ชุนเถาที่ใบหน้ายังคงอมชมพูระเรื่อ สะบัดมือปล่อยข้อมือตงฟางให้เป็นอิสระทันที ก่อนจะก้มคารวะหมิงเหยาอย่างเรียบร้อย ผิดกับท่าทางโหดเหี้ยมเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง ​"เรียนพระชายา...องครักษ์ตงฟางผู้นี้เดินไม่ดูทางเจ้าค่ะ เอาแต่จ้องหน้าข้าจนเดินชนเสาเรือนไปสองรอบ พอน้ำล้างหน้ากระฉอกใส่เสื้อตนเอง ก็ยังแกล้งร้องว่าข้าเป็นคนผลัก แล้วถือโอกาสกุมมือข้าไม่ยอมปล่อยเจ้าค่ะ..." ​"ข้าเปล่าแกล้งนะแม่นางชุนเถา ข้าปวดข้อมื

  • พระชายาสารพัดพิษ   121. ทบต้นทบดอกคืน

    ความผูกพันและสายใยที่ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในดินแดนเซียนหรือในโลกมนุษย์ ต่างก็หยั่งรากลึกอย่างงดงาม ไม่เพียงแต่ความรักระหว่างหนานกงจิ่งและหมิงเหยาที่ผ่านพ้นกาลเวลาและอุปสรรค แต่รวมถึงความจริงใจของตงฟางที่คอยโอบอุ้มชุนเถาในยามที่นางโดดเดี่ยวที่สุด ความผูกพันที่เงียบสงบแต่หนักแน่นนี้ พลอยสุกงอมขึ้นอย่างละมุนละไมเช่นกัน ​แม้หน้าห้องบรรทมจะตกอยู่ในความเงียบสงบยามดึกสงัด แสงจันทร์นวลตาฉาบทาทั่วระเบียงไม้หอม ลมราตรีพัดพาเอากลิ่นหอมของดอกไม้และกลิ่นอายสวรรค์ลอยเอื่อย ตงฟางที่นั่งอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากของชุนเถา นัยน์ตาของตงฟางพลันฉายแววอบอุ่นและอ่อนโยน ​"เจ้าแอบยิ้ม...แปลว่าใจอ่อนให้ข้าบ้างแล้วใช่หรือไม่ แม่นางชุนเถา...? ตงฟางเอ่ยกระซิบเบาๆ น้ำเสียงไร้ซึ่งความกะล่อน หากแต่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ​ชุนเถาชะงักไปเล็กน้อย พวงแก้มแดงระเรื่อในความมืด นางไม่สะบัดหน้าหนีเหมือนเคย หากแต่ทอดสายตามองไปทางดวงจันทร์บนท้องฟ้า ถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่ไม่ค่อยได้เอ่ยบ่อยนัก ​"ตลอดเวลาหลายปีที่คุณหนูของข้าไม่อยู่...หากไม่ได้เจ้าคอยช่วยจัดการเรื่อ

  • พระชายาสารพัดพิษ   120. ข้าคอยอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ

    หนานกงจิ่งวางภรรยาลงบนฟูกนุ่มอย่างนุ่มนวล นัยน์ตาสีทองจ้องมองนัยน์ตาสีมรกตด้วยความจริงใจ ​"ข้ารู้ว่าเจ้ายังคงสับสนกับความทรงจำในอดีต..แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นท่านเจ้าดินแดนโอสถสวรรค์ หรือจะเป็นเหยาเอ๋อร์บุตรสาวของตระกูลมู๋...สำหรับข้าแล้ว เจ้าคือดวงใจเพียงดวงเดียวของข้าตลอดไป.." หนานกงจิ่งใช้นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่บดบังใบหน้างามให้อย่างอ่อนโยน ​หมิงเหยามองสบสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักบริสุทธิ์ตรงหน้า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความอบอุ่น นางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ซุกใบหน้าหวานลงกับอกแกร่งของสามี ​"รู้แล้ว...รีบไปอาบน้ำก่อนเถอะ คืนนี้ให้ข้านอนพักผ่อนอย่างสงบจริงๆนะ ห้ามเจ้าฉวยโอกาสยามข้านอนหลับเด็ดขาด..." ​"น้อมรับคำสั่งภรรยาข้า..." หนานกงจิ่งยกยิ้มมุมปากอย่างงดงาม ประทับจุมพิตแผ่วเบา ก่อนจะเดินหันหลังจากไปตามคำของภรรยา พายุกลิ่นสุราและสายตาหยอกเย้าเหือดหายไปพร้อมกับร่างสูงในอาภรณ์หรูหราที่ยอมถอยทัพไปอาบน้ำชำระกายแต่โดยดี ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบภายในห้องบรรทมเดิมที่คุ้นเคย ​หมิงเหยานอนตะแคงอยู่บนเตียงไม้หอม มือเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังคงหลงเหลือความอบอุ่นจากจุมพิตของสามี

  • พระชายาสารพัดพิษ   119. พักอยู่ที่จวนต่ออีกสักคืนสองคืนได้หรือไม่...?

    บรรยากาศภายในจวนตระกูลมู๋ที่เคยเงียบเหงาอึมครึมมาหลายปี บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและความครึกครื้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ​มู๋ชิงเย่เร่งสั่งการให้บ่าวรับใช้ประดับโคมไฟมงคลทั่วทั้งจวน พร้อมจัดเตรียมสำรับอาหารรสเลิศเต็มโต๊ะใหญ่ ชวนให้นึกถึงวันวาน เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ มู๋ชิงซานอดีตท่านแม่ทัพใหญ่ที่บัดนี้ขอปลดเกษียณ เขาเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมไม้เท้า เมื่อเห็นร่างของบุตรสาวและลูกเขย นัยน์ตาฝ้าฟางของบิดาก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะยื่นไปกุมมือเรียวของหมิงเหยาเอาไว้แน่น พร้อมขยี้ตาดูอีกครั้งให้แน่ใจ ​"เหยาเอ๋อร์...ลูกสาวของข้า...สวรรค์เมตตาตระกูลมู๋โดยแท้ที่พาเจ้ากลับมา พ่อคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ฮือออๆๆ..." มู๋ชิงซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือตื้นตันใจ ร่ำไห้ปานจะขาดใจรีบสวมกอดบุตรสาวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะด้วยตัวเอง ราวกับนางเป็นบุตรสาวแท้ๆของเขาจริงๆ ​หมิงเหยามองภาพครอบครัวตรงหน้า ทั้งบิดาบุญธรรมที่มองนางด้วยสายตารักใคร่ลึกซึ้ง พี่ชายอย่างมู๋ชิงเย่ที่คอยตักอาหารใส่จานให้นางไม่ขาด พี่สะใภ้อัลทราย่าที่คอยชวนคุยอย่างอ่อนโยน ตลอดจนหลานชายฝาแฝดตัวน้อยที่หัวเราะเจ

  • พระชายาสารพัดพิษ   118. ท่านคือ...พี่ใหญ่ของข้ารึ...?

    ​"แอบหนีลงมาเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์คนเดียวเช่นนี้...ไม่คิดจะชวนสามีมาเป็นเพื่อนคลายเหงาบ้างเลยหรือ เหยาเอ๋อร์..." ​เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับอ้อมกอดแกร่งที่โอบรัดเอวบางของนางเข้าหาอกกว้างอย่างถือสิทธิ์ หนานกงจิ่งปรากฏกายขึ้นในอาภรณ์หรูหราของมนุษย์ ใบหน้าคมคายยิ้มพราวเสน่ห์ สายตาสีทองทอประกายความรักใคร่และความเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด ​"หนานกงจิ่ง เจ้า...เจ้าตามข้ามาถึงที่นี้ได้อย่างไร...? หมิงเหยาสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าแดงผ่าวด้วยความตื่นตระหนก นางรีบหมุนตัวสะบัดออกจากอ้อมกอดเขา แต่หนานกงจิ่งกลับโอบกระชับแน่นขึ้น ไม่ยินยอมให้นางถอยห่างไปแม้แต่นิ้วเดียว ​"คิดหรือว่าร่องรอยสลักรักที่ข้าประทับไว้ทั่วเรือนร่างเจ้าตลอดสามวันสามคืน จะบดบังอักขระอำพรางเพียงแค่นี้ได้ ต่อให้เจ้าหนีไปจนสุดขอบฟ้า...ข้าก็ตามหาเจ้าเจอเสมอภรรยาข้า..." หนานกงจิ่งก้มลงกระซิบชิดใบหูอย่างหยอกเหย้า ​หมิงเหยากัดริมฝีปากแน่น หน้าร้อนฉ่าจนแทบระเบิดเมื่อนึกถึงรอยรักสีม่วงแดงใต้เสื้อผ้า แต่นางยังไม่ทันได้ด่าทอสามีตัวดี สายตาของหนานกงจิ่งก็เบนไปมองยังประตูจวนตระกูลมู๋เบื้องหน้า แววตาขี้เล่นของเทพสงครามพลัน

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status