FAZER LOGIN
เมืองเกาซาน แคว้นจ้าว
ห่างจากกำแพงวังสูงตระหง่านไม่เกินสามสิบลี้ เลี้ยวผ่านถนนซือเป่าที่คึกคักตั้งแต่รุ่งสางจนกระทั่งอาทิตย์ลับขอบฟ้า ถนนเส้นนี้มีทั้งโรงเตี๊ยม โรงน้ำชาที่แย่งกันผุดขึ้นในยามกลางคืน แสงจากไฟโคมแข่งกันแย่งแสงจากดวงดาวมองดูสว่างไสว ทิ้งระยะห่างมาอีกสองหัวมุมถนน จวนใหญ่โตตั้งตระหง่านกินบริเวณเนื้อที่กว้างขวาง เจ้าของจวนคืออัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายนามว่า ‘กุ้ยไป๋เทียน’
เรือนใหญ่และเรือนเล็กที่ตั้งอยู่รวมกันล้อมรอบด้วยต้นไม้มงคลมากมาย ทั้งกุ้ยฮวา ปลูกแซมด้วยสามสหายแห่งเหมันต์ ไผ่ สน และเหมย เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่จวนและผู้เป็นนายเรือน ทุกจวนได้รับการดูแลอย่างดีเพราะมีบ่าวไพร่ใช้สอยนับร้อย
ทว่าเรือนเล็กหลังหนึ่งที่ไม่ได้ตั้งโดดเด่นนัก ด้านหลังสวนสมุนไพรกลับไร้การเหลียวแล แม้แต่หลังคาที่มีรอยรั่วจนทุกคราที่ฝนตกรั่วซึมลงไปเปียกชื้นเครื่องนอน กลับไม่เคยมีคำสั่งให้ปรับปรุงซ่อมแซม ร่างอรชรอ้อนแอ้น กิริยาแช่มช้อยนุ่มนวล มองซ้ายมองขวา ไม่เห็นมีบ่าวไพร่จากเรือนใหญ่ผ่านไปมาทางนี้นางจึงวิ่งกลับมาที่หน้าต่าง คว้าตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่ภายในบรรจุไข่ต้มที่ปรุงขึ้นพิเศษไว้เต็มตะกร้าแล้วค่อยๆ แง้มบานประตูออกจากเรือน เร้นกายลอบออกไปอย่างรวดเร็ว…
เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นที่หน้าประตูครัวเมื่อไม่เห็นร่างบอบบางที่มักจะขลุกอยู่ประจำหน้าเตาไฟ หม่าอี้หวาหรือฮูหยินเอกของกุ้ยไป๋เทียนถลึงตามองหาร่างเล็กอย่างดุร้าย
“นังตัวดีหายไปไหน มีใครเห็นฮุ่ยชิงบ้าง”
สาวใช้ในครัวต่างหลุบตาซ่อนหน้า เห็นทีวันนี้คุณหนูรองคงถูกหาเรื่องอีกตามเคย คุณหนูรองดีต่อพวกนางมาก แม้พวกนางจะรู้ว่าคุณหนูคิดลอบออกจากจวนไปที่โรงน้ำชาแต่ไม่กล้าปริปากพูด แม้จะถูกเฆี่ยนตีพวกนางก็ยอมทน มารดาของคุณหนูรองเป็นเพียงอนุ ซ้ำยังเป็นอนุที่ท่านกุ้ยไป๋เทียนชังน้ำหน้า ทำให้ชีวิตของคุณหนูรองกุ้ยฮุ่ยชิงลำบากไม่ต่างจากสาวใช้ในจวน
น้ำเสียงของฮูหยินใหญ่เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบระหว่างคิดหาทางกลั่นแกล้งให้คุณหนูรองแต่งกับคนไม่เอาไหน เพราะเวลานี้สามีของนางกำลังรู้สึกอับอายที่ยังไม่มีใครมาขอแต่งฮุ่ยชิงออกไปทั้งที่ถึงวัยออกเรือนแล้ว หรือควรจะยุแยงให้เฉดนางตัวดีเข้าไปอยู่ในหอคณิกาด้วยข้อหาชอบลักลอบออกไปทำเรื่องเสื่อมเสียนอกจวน เห็นทีคราวนี้ฮุ่ยชิงคงต้องมีสามีนับร้อย
หม่าอี้หวาคิดอย่างอารมณ์ดี “พวกเจ้าไม่บอกก็ไม่เป็นไร”
แววตาคมแฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บิดขึ้นทีละนิดอย่างชั่วร้าย
“ไปปิดประตูจวนทุกด้าน ห้ามใครเข้าออกจวนจนกว่าข้าจะสั่งให้เปิด เห็นทีคราวนี้ท่านพี่อาจจะส่งตัวนังลูกอนุชั่วไปอยู่ในหอนางโลม เลี้ยงเอาไว้ก็ดีแต่เปลืองข้าวสุก แค่ลูกอนุแพศยาหายออกไปจากจวนสักคน คงไม่มีใครสนใจกระมัง”
เรื่องกลั่นแกล้งลูกเลี้ยงขอให้บอกนางเถอะ นางยอมได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงใจยักษ์แต่ไม่มีทางให้ลูกเลี้ยงอยู่อย่างมีความสุข นางเกลียดตั้งแต่แม่ของฮุ่ยชิงแล้วดังนั้นความเกลียดนี้จึงส่งต่อมาถึงฮุ่ยชิงด้วย
ฮุ่ยชิงไม่ใช่บุตรสาวของนาง มันเป็นเพียงพยานชิ้นเอกย้ำเตือนว่าท่านพี่เคยนอกใจนางจนแต่งหญิงอื่นเข้ามาเป็นอนุ
หลังจากพ้นหัวมุมถนน จนลับตาคนแล้ว ร่างเล็กของฮุ่ยชิงก็ลอบมองซ้าย มองขวา จนแน่ใจแล้วว่าไม่เจอคนรู้จัก นางจึงเลือกใช้เส้นทางลัดเพื่อให้ไปถึงโรงน้ำชาเร็วที่สุด เวลานี้ทั่วทั้งเมืองเกาซาน ชายหนุ่ม หญิงสาวกำลังพากันติดนิยายของบัณฑิตหนุ่มเจ้าสำราญจนเถ้าแก่หรงและคุณหนูสามแห่งจวนสกุลฉินที่ร่ำลือกันว่าเป็นผู้แต่งต่างพากันร่ำรวย
บรรดาชายหนุ่มที่ซื้อหนังสือนิยายไปอ่านต่างเกิดอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว ต้องการอาหารชนิดพิเศษไปบำรุงกำลังวังชา เถ้าแก่หวังที่โรงน้ำชาเป็นคนหัวดี มองเห็นช่องทางค้าขาย จึงมีงานง่ายๆ แต่จ่ายงามให้นางแอบทำอย่างลับๆ ทว่าเวลานี้กลับกลายเป็นสินค้าขาดตลาด มีเท่าไรก็ขายหมดไม่เหลือ
กุ้ยฮุ่ยชิงเป็นธิดาคนรองของกุ้ยไป๋เทียน อัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ข้าราชบริพารในราชสำนักแคว้นจ้าว นางไม่ใช่ธิดาที่เกิดจากฮูหยินหลวง แต่เกิดจากฮูหยินรองที่งดงาม กุ้ยไป๋เทียนเคยหลงใหล แต่เวลานี้ฮูหยินรองกลายเป็นฮูหยินที่สามีไม่ต้องการแต่ก็ยังชุบเลี้ยงไว้ในบ้าน ด้วยสาเหตุอันใด ฮุ่ยชิงเองก็สุดรู้ ด้วยบิดาเป็นคนที่เดาใจยากคนหนึ่ง
ทุกวันนี้ชีวิตของนางลำบากเสียยิ่งกว่าบ่าวไพร่ในบ้าน หลายปีผ่านไปเลยวัยปักปิ่นจนอายุ19ปี นางต้องอยู่แบบเจียมเนื้อเจียมตัว พูดอะไรก็ผิดหูท่านพ่อไปเสียหมด เงินทองของขวัญอย่าหวังจะได้รับ แค่มีข้าวกินครบสามมื้อก็นับว่าได้รับความเมตตามากแล้ว
บิดารักพี่สาวคนโตที่ออกเรือนแต่งงานไปกับขุนนางขั้นสามที่ทำให้บิดามีหน้ามีตามากขึ้นหลายส่วน ผิดกับนางที่ยังไม่มีแม่สื่อจากบ้านไหนมาส่งเทียบให้เลย
เรื่องนี้ทำให้บิดาชิงชังนางมากขึ้นไปอีกที่อยู่เป็นสาวแก่คาบ้าน ไม่มีชายใดหมายปอง ทำให้ครอบครัวต้องอับอาย นางคิดว่าอยากตัดปัญหาด้วยการไปบวชเป็นชีแต่ก็สงสารมารดาที่ร่างกายไม่แข็งแรงจึงทำได้แต่รอให้บิดาหาคนที่จะมาเป็นสามีให้นาง ถึงตอนนั้นนางก็จะทำตามแต่โดยดีไม่อิดออดเพราะอย่างน้อยก็ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณของบิดา ไม่ทำให้ท่านต้องอับอายไปมากกว่านี้
หญิงสาวลอบออกจากจวนตรงมาตามตรอกที่เต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง แล้วเลี้ยวหายไปหลังโรงน้ำชาซึ่งในอดีตที่นี่เคยคึกคักอยู่พักใหญ่ และภายหลังซบเซาลงจนเกือบจะปิดกิจการ แต่เวลานี้โรงน้ำชาของเถ้าแก่หวังมีคนเข้าอย่างครึกครื้นขึ้นมาก็เพราะของดีที่อยู่ในตะกร้า
“คุณหนูมาถึงแล้วหรือ แขกของข้ากำลังรอซื้อไข่ต้มสูตรพิเศษของท่านอยู่พอดีเลย” เฒ่าแก่พูดอย่างดีอกดีใจ
หลังจากเสี่ยวหลงไปกระซิบบอกว่าคุณหนูรองกุ้ยฮุ่ยชิงนำของมาส่ง ตอนนี้กำลังรออยู่หลังร้าน เถ้าแก่หวังเจ้าของโรงน้ำชาก็หน้าบาน ในมือกำถุงเงินแล้วเดินออกมาทางหลังร้าน ด้วยรูปร่างอ้วนลงพุงทำให้เขาเดินได้ช้า
เถ้าแก่หวังปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเฉกเช่นคนใจดี เขามองสตรีที่อำพรางใบหน้าด้วยผ้าแพรแล้วเห็นใจในชะตาอาภัพ หากบิดาของนางรู้ว่าแอบต้มไข่สูตรพิเศษนี้มาขายให้กับลูกค้าในโรงน้ำชา ทั้งนางและเขาคงได้ถูกเล่นงานอย่างหนัก แต่ไข่ต้มสูตรพิเศษจากฝีมือนางซึ่งมีเขาเป็นผู้บอกสูตรกำลังเป็นสินค้าที่ขายดิบขายดีในหมู่บุรุษที่ชอบมาเสพสำราญ มีเท่าไรก็ขายหมด พวกเขาเชื่อกันว่ากินไข่ต้มกับฉี่เด็กชายบริสุทธิ์สูตรนี้เข้าไปจะทำให้ฮูหยินและเหล่าอนุฮูหยินติดอกติดใจในรสรัก
“คุณหนู พรุ่งนี้จะมีไข่ต้มฉี่เด็กบริสุทธิ์มาส่งให้ข้าอีกหรือไม่ ลูกค้าต่างพากันติดใจไข่ต้มของท่าน พวกเขาเล่าให้ข้าฟังว่าบรรดาเมียใหญ่ เมียรอง ต่างชมกันไม่ขาดปาก บางคนถึงกับเรียกหาช่างไม้เข้าไปเสริมขาเตียง”
ร่างเล็กตรงหน้าที่ยืนหน้าแดงระเรื่อเมื่อฟังถึงสรรพคุณไข่ต้มที่นางหอบหิ้วมาขายดีมาก ไข่ต้มของนางมีสรรพคุณหลายอย่างแต่ที่เด่นมากคือเรื่องอุ่นเตียง เห็นว่าเถ้าแก่หวังยังอยากคุยด้วย นางจึงปลดผ้าแพรคลุมใบหน้าออก
“เถ้าแก่หวัง วันนี้ข้ามาส่งไข่แทนคุณหนู คุณหนูบอกให้ท่านฝากเงินไปกับข้า”
“ที่แท้เจ้าเอง สาวใช้จวนสกุลกุ้ย เหตุใดเจ้าจึงต้องสวมรอยเป็นคุณหนู หรือคุณหนูของเจ้าป่วย” เถ้าแก่หวังถามอย่างห่วงใย
สาวใช้ร่างเล็กดวงหน้าสดใสยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วรับถุงผ้าบรรจุเงินซ่อนเก็บเข้าไปในแขนเสื้ออย่างมิดชิด
“ช่วยข้าด้วยเถอะ” ไม่คิดเลยว่าคนมีฝีมืออย่างเขาจะพลาดได้ถึงเพียงนี้เพราะความไม่ระวังจึงถูกจู่โจมทั้งที่ท่านประมุขสั่งให้เตรียมพร้อมตลอดเวลา“ข้าช่วยท่าน แต่ท่านต้องซื้อสมุพนไพรของข้า”นางเป็นคนประเภทไหนกัน เสียสติ ฟั่นเฟือน หรือเป็นคนดีที่มีแผนการร้ายเขามองนางไม่ออก สีหน้าคึกคักดูมีชิวิตชีวาไม่เกรงกลัวเลือดที่ไหลทะลักของฮุ่ยชิงชี้ไปที่ตะกร้าสีหน้านางเต็มไปด้วยความหวัง“ข้าขายไม่แพง”หน้าสิ่วหน้าขวานกลางคนเข่นฆ่ากันแม่นางน้อยคนนี้ยังคิดขายสมุนไพรของนาง “ตกลงซื้อก็ซื้อ ช่วยข้าเถอะ”นางพูดไปเรื่อยเปื่อยเพื่อไม่ให้เขาเผลอมองบาดแผล ทั้งที่มือทำแผลและฉีกสมุนไพรไม่หยุด “สมุนไพรของข้าเก็บมาสดใหม่ มันจะช่วยให้แผลของท่านดีขึ้น”มารดาของนางเป็นบุตรสาวของหมอเทวดา ท่านตาของนางไม่สนใจเรื่องการทำอาหารอย่างคนในตระกูลจึงเรียนรู้เรื่องสมุนไพรอย่างแตกฉาน มารดาพร่ำสอนเสมอว่ารู้วิชาแพทย์ไว้เพื่อช่วยเหลือคน หาไม่แล้ววิชาแพทย์ก็ไร้ประโยชน์แต่น่าแปลกโรคที่มารดานางเป็นกลับยังรักษาไม่หายน่าจะเป็นเพราะมารดาของนางตรอมใจมานานเกินไปฮุ่ยชิงเลิกคิดถึงเรื่องมารดา แล้วเร่งโปะยาสมุนไพรพันแผลเสร็จ ก็วิ่งไปช่วยเหลือบุร
หยางต้าหลงยกมือปาดเหงื่อ คุ้มครองความปลอดภัยคนครั้งนี้นับว่าเป็นอีกงานหนึ่งที่ต้องเสี่ยงชีวิต แต่เมื่อรับงานมาแล้วก็ต้องยอม ดวงตาเฉียบคมกวาดมองศิษย์ในสำนักคุ้มภัย บาดเจ็บไปห้าคน ล้มตายไปหนึ่งคน ยังเหลือต่อสู้กับพวกโจรอีกสี่คน แต่โจรมีมากถึงยี่สิบคนต่อให้พวกเขามีปีกก็ยากจะบินหนี พวกคนคุ้มภัยที่บ้านเจ้าสาวที่จ้างมาต่างหากต่างตายเกลื่อนดังใบไม้ปลิดปลิวไปหมดหยางต้าหลงยืนอยู่กลางวงล้อมโจรป่าท่าทางเด็ดเดี่ยว ใบหน้าหล่อเหลายังสงบนิ่ง ไม่มีแวววิตกพาดผ่าน เขาเหลือบตาเพียงนิดเดียว มองให้แน่ใจว่าเจ้าสาวยังอยู่ในเกี้ยวอย่างปลอดภัยไม่มีโจรป่าคนไหนไปยุ่ง แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว คนยังไม่ตายนับว่างานยังสำเร็จอยู่“เจ้ายอมแพ้พวกเราเถอะท่านประมุขหยาง สิบต่อหนึ่งยังไงท่านก็เอาชนะเราไม่ได้”หยางต้าหลงเดาว่าคนที่พูดน่าจะเป็นลูกพี่ของพวกมัน เขาแค่นยิ้มเย็นชาครั้งหนึ่ง แต่แค่นั้นก็ทำให้คนมองขนคอตั้งชัน“ว่ายังไง ยอมแพ้เถอะ ส่งตัวเจ้าสาวกับสมบัติมาให้พวกเราเดี๋ยวนี้”“พวกสมองสุกร ตาสุนัข ข้าไม่มีวันให้ในสิ่งที่พวกเจ้าต้องการ ต่อให้พวกเจ้ามามากกว่านี้ข้าก็ไม่กลัว” หยางต้าหลงถีบตัวขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ปลายเท
เนื่องจากไม่สามารถเหนี่ยวรั้งความสนใจของบุตรชายให้อยากออกเรือนแต่งคุณหนูสกุลใหญ่ทั้งหลายมาเป็นสะใภ้ได้ บางทีหากหยางต้าหลงได้ชิมไข่ต้มสูตรพิเศษที่บุรุษหนุ่มในเกาซานที่ต่างหามากินกัน เลือดในกายหนุ่มของเขาอาจจะถวิลหาความอ่อนนุ่มของสตรี“นี่มันไข่อะไรหรือขอรับ กลิ่นหอมแปลกๆ”นางชำเลืองมอง เกรงลูกชายจะไม่กิน “กินสิ เจ้ากินให้หมดก่อนแล้วแม่จะเล่าให้ฟัง”หยางต้าหลงดมดูรู้สึกกลิ่นของไข่หอมดี แต่เขาไม่ใช่นักชิม เมื่อดมอีกทีทำให้นึกถึงไข่ต้มโสม‘คงเป็นไข่ต้มโสม’เรื่องที่เขาใส่ใจมากที่สุดคือการฝึกปรือวรยุทธ์ เรื่องกินนั้นหาได้สนใจ กินอะไรท้ายสุดแล้วมันก็ไปรวมกันในท้อง“กินเถอะ เจ้ากินแล้วจะต้องติดใจ”เมื่อถูกคะยั้นคะยอมากๆเข้า เขาก็ยอมตามใจมารดา เมื่อไข่เข้าไปในปากรสชาติเค็มปะแล่มแต่ก็ชวนกินทำให้เขากินใบแรกและกินใบที่สองสามตามเข้าไปจนหมด “ไข่ต้มกับใบชาหรือขอรับท่านแม่รสชาติดีนัก งั้นข้าจะกินให้หมด”ฮูหยินผู้เฒ่าสีหน้าเหมือนกลืนยาขมเห็นหยางต้าหลงกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วขมคอแทน“ไข่นี่ไม่ได้ถูกต้มกับใบชา”“ถ้าเช่นนั้นกลิ่นหอมแปลกนั่นเป็นสมุนไพรชนิดใด หรือจะนำไปต้มกับโสม แต่กลิ่นไม่คล้ายโสม”“ไม่ใช่โ
หม่าอี้หวาแม้จะพยายามรักษาเรือนร่าง แต่ตะเกียบของนางไวกว่าใครทุกคน ทุกครั้งยามฮุ่ยชิงตุ๋นขาหมูน้ำแดงขึ้นโต๊ะหม่าอี้หวาจะกินจนหมด ยามนี้จมูกเจ้ากรรมของนางกลับได้กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอทำให้ท้องนางร้องจ๊อกๆ กลิ่นของน้ำซุปคละเคล้ากับเครื่องเทศ นางจำได้ดียามคีบเนื้อของมันวางลงในปากนั้นแทบจะละลายทันทีฮุ่ยชิงเห็นสายตาโกรธเคืองของฮูหยินใหญ่เมื่อครู่ผ่อนลงจึงรีบรายงานเสียงหวาน “เมื่อเช้า สาวใช้ไปตลาด นางได้ขาหมูมา ขาอวบอ้วน ข้าเห็นว่าแม่ใหญ่ชอบกินเลยเอามาตุ๋นกับสมุนไพรด้วยไฟอ่อนๆ หากท่านสั่งโบยข้า เห็นทีวันนี้ข้าคงไม่มีเรี่ยวแรงปรุงขาหมูขึ้นตั้งโต๊ะให้ท่าน ช่างน่าเสียดายขาหมูเหล่านั้นที่ต้องถูกเททิ้งไป”ครั้งหนึ่งนางป่วยหนัก หม่าอี้หวาอยากกินขาหมูจึงให้สาวใช้ปรุง แต่แล้วกลับต้องเททิ้งทั้งหม้อเพราะไม่ถูกปากอย่างที่ฮุ่ยชิงทำฮูหยินใหญ่เหลือกตาใส่นางทีหนึ่ง “นังตัวแสบ เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าเห็นแก่กินนักหรือไง ถึงได้เอาของกินมาล่อ”แต่มันก็ใช้ได้ผลไม่ใช่หรือเจ้าคะดวงตาตื่นตระหนกอย่างชัดเจน นางเงยหน้าขึ้นมองอย่างเจ็บปวด “ข้าไม่กล้าคิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ”หม่าอี้หวามองฮุ่ยชิงที่นั่งกองอยู่ที่พื้นแล้วเหยียด
“คุณหนูข้าไม่ได้เป็นอะไร แต่คนอื่นต่างหากที่กำลังจะเป็น...” นางรีบกล่าวลาเถ้าแก่หวังพลันหมุนกายจากไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เถ้าแก่หวังมองตามด้วยสายตาไม่เข้าใจสุดยอดอาหารสี่อย่าง อันได้แก่ หูฉลาม รังนก อุ้งตีนหมี และเป๋าฮื้อล้วนเป็นของดี รังนกนั้นเปรียบดั่งทองคำขาวและเป็นของโปรดปรานของฮ่องเต้ ทำให้ขุนนางใหญ่น้อยต่างนิยมชมชอบ ไม่เว้นแม้กุ้ยไป๋เทียน นอกจากจะช่วยเสริมพละกำลัง เสริมสมรรถภาพทางปอด ยังเชื่อกันว่าต่อต้านความชรา ด้วยเหตุนี้ หากท่านอัครเสนาบดีต้องเดินทางไปต่างเมือง เขามักนำรังนกกลับมาที่จวนเสมอ แต่คนที่กินรังนกได้ในจวนนี้มีเพียงสามคนเท่านั้น ย่อมต้องเป็นกุ้ยไป๋เทียน หม่าอี้หวาซึ่งเป็นฮูหยินใหญ่ และกุ้ยเหมยลี่คุณหนูใหญ่ร่างอรชรอ้อนแอ้นแต่แฝงไว้ด้วยแววตาซุกซนเฉลียวฉลาด ในมือถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินขาวเนื้อแกร่งที่น้ำเคลือบทำจากเถ้าถ่านและหินฟันม้า ภายในถ้วยเคลือบเต็มไปด้วยรังนกต้มกับน้ำตาลกรวดผสมโสมและพุทราจีนที่นางลงมือปรุงอย่างสุดฝีมือ ของด้านในถ้วยยังอุ่นมือ ส่งกลิ่นหอมหวน นางถนอมมันอย่างดี ระมัดระวังทุกฝีก้าวฮุ่ยชิงได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของฮูหยินใหญ่ก็เบ้หน้า วันนี้แม่ใ
เมืองเกาซาน แคว้นจ้าวห่างจากกำแพงวังสูงตระหง่านไม่เกินสามสิบลี้ เลี้ยวผ่านถนนซือเป่าที่คึกคักตั้งแต่รุ่งสางจนกระทั่งอาทิตย์ลับขอบฟ้า ถนนเส้นนี้มีทั้งโรงเตี๊ยม โรงน้ำชาที่แย่งกันผุดขึ้นในยามกลางคืน แสงจากไฟโคมแข่งกันแย่งแสงจากดวงดาวมองดูสว่างไสว ทิ้งระยะห่างมาอีกสองหัวมุมถนน จวนใหญ่โตตั้งตระหง่านกินบริเวณเนื้อที่กว้างขวาง เจ้าของจวนคืออัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายนามว่า ‘กุ้ยไป๋เทียน’เรือนใหญ่และเรือนเล็กที่ตั้งอยู่รวมกันล้อมรอบด้วยต้นไม้มงคลมากมาย ทั้งกุ้ยฮวา ปลูกแซมด้วยสามสหายแห่งเหมันต์ ไผ่ สน และเหมย เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่จวนและผู้เป็นนายเรือน ทุกจวนได้รับการดูแลอย่างดีเพราะมีบ่าวไพร่ใช้สอยนับร้อยทว่าเรือนเล็กหลังหนึ่งที่ไม่ได้ตั้งโดดเด่นนัก ด้านหลังสวนสมุนไพรกลับไร้การเหลียวแล แม้แต่หลังคาที่มีรอยรั่วจนทุกคราที่ฝนตกรั่วซึมลงไปเปียกชื้นเครื่องนอน กลับไม่เคยมีคำสั่งให้ปรับปรุงซ่อมแซม ร่างอรชรอ้อนแอ้น กิริยาแช่มช้อยนุ่มนวล มองซ้ายมองขวา ไม่เห็นมีบ่าวไพร่จากเรือนใหญ่ผ่านไปมาทางนี้นางจึงวิ่งกลับมาที่หน้าต่าง คว้าตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่ภายในบรรจุไข่ต้มที่ปรุงขึ้นพิเศษไว้เต็มตะกร้าแล้วค่อยๆ แง้มบา







![สองพยัคฆ์ขย่มนางพญามังกร (3p) - [PWP] - [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)