FAZER LOGIN“คุณหนูข้าไม่ได้เป็นอะไร แต่คนอื่นต่างหากที่กำลังจะเป็น...” นางรีบกล่าวลาเถ้าแก่หวังพลันหมุนกายจากไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เถ้าแก่หวังมองตามด้วยสายตาไม่เข้าใจ
สุดยอดอาหารสี่อย่าง อันได้แก่ หูฉลาม รังนก อุ้งตีนหมี และเป๋าฮื้อล้วนเป็นของดี รังนกนั้นเปรียบดั่งทองคำขาวและเป็นของโปรดปรานของฮ่องเต้ ทำให้ขุนนางใหญ่น้อยต่างนิยมชมชอบ ไม่เว้นแม้กุ้ยไป๋เทียน นอกจากจะช่วยเสริมพละกำลัง เสริมสมรรถภาพทางปอด ยังเชื่อกันว่าต่อต้านความชรา ด้วยเหตุนี้ หากท่านอัครเสนาบดีต้องเดินทางไปต่างเมือง เขามักนำรังนกกลับมาที่จวนเสมอ แต่คนที่กินรังนกได้ในจวนนี้มีเพียงสามคนเท่านั้น ย่อมต้องเป็นกุ้ยไป๋เทียน หม่าอี้หวาซึ่งเป็นฮูหยินใหญ่ และกุ้ยเหมยลี่คุณหนูใหญ่
ร่างอรชรอ้อนแอ้นแต่แฝงไว้ด้วยแววตาซุกซนเฉลียวฉลาด ในมือถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินขาวเนื้อแกร่งที่น้ำเคลือบทำจากเถ้าถ่านและหินฟันม้า ภายในถ้วยเคลือบเต็มไปด้วยรังนกต้มกับน้ำตาลกรวดผสมโสมและพุทราจีนที่นางลงมือปรุงอย่างสุดฝีมือ ของด้านในถ้วยยังอุ่นมือ ส่งกลิ่นหอมหวน นางถนอมมันอย่างดี ระมัดระวังทุกฝีก้าว
ฮุ่ยชิงได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของฮูหยินใหญ่ก็เบ้หน้า วันนี้แม่ใหญ่อยู่ในชุดสีเขียวปีกแมลงทับ เสียงเอะอะนั้นดังมาก่อนตัว คงมีใครไปบอกว่าเห็นนางแถวนี้ ขณะที่เท้าเล็กๆ รีบเดินกำลังจะเลี้ยวไปทางเรือนเล็กของมารดากลับต้องหยุดชะงักเมื่อถูกคนทั้งสามมาขวางหน้าเอาไว้ ด้านหลังของหม่าอี้หวาคือสาวใช้สองคนที่จ้องมองคุณหนูรองอย่างไม่ยำเกรง
“หยุดนะนังตัวดี ที่แท้เจ้าไม่ได้อยู่ในห้องครัวแต่แอบมาอู้แถวนี้เอง” น้ำเสียงตวาดของหม่าอี้หวาพลันทำให้นางตื่นตระหนกเกือบจะทำถ้วยรังนกตก
“แม่ใหญ่! ท่านตามหาข้าหรือเจ้าคะ”
ดวงตาเรียวเล็กที่มีร่องรอยของตีนกาจ้องไปที่ถ้วยกระเบื้องเคลือบเขม็ง พลันเพลิงโทสะกลับพวยพุ่ง
“แล้วนี่ถ้วยอะไร” กุ้ยฮูหยินมองนางอย่างดูแคลน ยิ่งเห็นร่างเล็กสีหน้าถอดสีอย่างมีพิรุธ ในถ้วยคงไม่ใช่แค่น้ำแกงธรรมดา
หม่าอี้หวาปรายตาสองสาวใช้ข้างกาย พวกนางต่างรู้งานตรงเข้ารวบตัวคุณหนูรองเอาไว้ ถ้วยกระเบื้องเคลือบที่ใส่รังนกมาถึงสามในสี่ถ้วย ถูกหัวหน้าแม่ไก่สกุลกุ้ยแย่งเอาไปถือไว้แล้วมองนางด้วยแววตาสมเพช
ฮุ่ยชิงถูกผลักเต็มแรงให้นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ร่างเล็กเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนแรง
“แม่ใหญ่ท่านจะทำอะไร...”
“หุบปาก! นังตัวดีไม่ต้องพูดมาก หลักฐานคาตา เจ้าขโมยของยังกล้าปฏิเสธอีกหรือ”
“ข้าไม่ได้ขโมย”
เพียะ
คำพูดของฮุ่ยชิงกลืนหายไปในลำคอ เมื่อฝ่ามือหนึ่งฟาดลงบนแก้มฉ่ำด้วยเลือดฝาดอย่างเต็มแรงจนใบหน้าสวยแช่มช้อยสะบัดไปตามแรง ฮุ่ยชิงรู้สึกชาหนึบไปทั่วหน้า
หม่าอี้หวาแสยะยิ้ม แค่เห็นหน้าเจื่อนๆ ของฮุ่ยชิง นางก็หมั่นไส้เต็มทน แล้วยิ่งเห็นถ้วยรังนก นางไม่อาจเก็บอาการบันดาลโทสะไว้ได้อีกเพราะรู้ถึงจุดประสงค์เพียงเดินผ่านตรงนี้ไปได้ก็ถึงเรือนของนังแพศยาที่ยังอยู่ร่วมจวนให้ตำใจ
“นังหัวขโมย เจ้าตั้งใจขโมยรังนกถ้วยนี้ไปให้แม่เจ้ากินใช่หรือไม่ มักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัวจริงๆ ของพวกนี้ใช่ของที่พวกเจ้าแม่ลูกจะมาหยิบฉวยไปกินได้หรือ”
ที่ล้มลงไปก็จุกพอแรง นางจึงไม่คิดพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนหรือเถียงกลับ ฮุ่ยชิงก้มหน้ายอมรับ นางรู้ดีว่าบิดาไม่อยู่ แม่ใหญ่ต้องจ้องเล่นงานนางอยู่แล้ว เรื่องถูกตบไม่ใช่ครั้งแรก หากนางคิดต่อสู้แม่ใหญ่ สาวใช้ในเรือนใหญ่จะถูกสั่งให้ช่วยกันรุมทำร้ายนาง
“เจ้าค่ะ ข้าผิดไปแล้ว ข้าแค่อยากให้ท่านแม่ได้กินของดีๆ บ้างเท่านั้น ท่านแม่กำลังป่วย แต่อาหารที่ส่งไปถึงเรือนท่านแม่มีเพียงเศษผัก แล้วแบบนี้เมื่อไรท่านแม่จะหายจากอาการป่วย”
นิ้วชี้ที่มีแหวนหยกสวมอยู่ดันหน้าผากของฮุ่ยชิงออกห่างอย่างแรง “นังตัวดี สกุลกุ้ยเราปรานีหญิงแพศยาอย่างแม่เจ้า ไม่ขับไล่ออกนอกจวนนับว่าท่านอัครเสนาบดีเมตตาพวกเจ้าสองแม่ลูกมาแล้ว เจ้ามีแม่เป็นนางหญิงชั่ว แพศยา แล้วเจ้าจะเป็นลูกกตัญญูได้หรือ”
คำพูดถากถางเสียงหัวเราะเย้ยหยันทำให้มือเล็กที่กำอยู่แล้วยิ่งกำแน่นกว่าเดิม นางย่อมเจ็บแค้นเป็นธรรมดา แต่เมื่อมองรอบตัวแล้ว หากนางบันดาลโทสะลุกขึ้นตบแม่ใหญ่สักฉาด แล้วถีบสักสองทีให้ล้มหน้าคะมำ นางคงได้รับความสะใจอยู่ไม่น้อย ทว่าหลังจากนั้นคงเป็นนางเองที่ย่อยยับ ส่วนแม่ของนางคงได้รับเคราะห์กรรมนี้ไปด้วย เรื่องนี้ย่อมได้ไม่คุ้มเสีย สู้นิ่งเสียดีกว่า
เอาชนะผู้อื่นได้นั้นแข็งแกร่ง ข่มใจตัวเองได้นั้นคือผู้ยิ่งใหญ่
หม่าอี้หวายิ้มหยันเมื่อเห็นร่างเล็กเอาแต่ซ่อนหน้าเนื้อตัวสั่นเทา ฮุ่ยชิงคงจะเกรงกลัวอำนาจของนางเหมือนแม่ของมันที่ไม่เคยปกป้องลูกได้ ทำให้นางคิดอยากจะตบอีกสักสองฉาด
นางหารู้ไม่ว่าอาการแบบนั้นฮุ่ยชิงกำลังสั่นสู้ สู้ด้วยวิธีของนาง ตามแบบฉบับของนาง
ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ก้มซ่อนหน้า หาได้กลัวเกรงแต่กำลังลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
สักวันข้าจะต้มแม่ไก่สกุลกุ้ยกิน
ฮุ่ยชิงลอบประเมินสถานการณ์ตรงหน้าแล้วพร่ำบ่นอยู่ในใจ หากนางใจร้ายสักนิด ฮูหยินใหญ่คงลาโลกไปแล้ว ฮูหยินใหญ่เกลียดนางแต่กลับชื่นชอบอาหารที่นางเป็นคนลงมือปรุง ความน่าสมเพชของแม่ใหญ่ทำให้นางได้แต่ลอบถอนใจ
เกลียดข้าแต่มองรังนกในชามที่ข้าปรุงตาเป็นมัน
ฮุ่ยชิงเงยหน้าขึ้นมองถ้วยเคลือบใบนั้นราวกับแสนเสียดาย หม่าอี้หวาหันไปสบตาอย่างรู้กันกับสาวใช้คนสนิทแต่ยังคงเชิดหน้าไว้อย่างถือตัว ดวงตาของสาวใช้คนสนิทเปล่งประกายน่ากลัว จมูกงุ้ม ปากหนา สาวใช้ผู้นี้ ฮูหยินใหญ่ซื้อตัวมาได้ปีกว่าแต่ทำงานถูกใจ โดยเฉพาะงานกลั่นแกล้งกาฝากสองแม่ลูก
หม่าอี้หวาตวัดสายตามองร่างบอบบางตรงหน้าแล้วสั่งเสียงเข้ม “หลิ่งอี้ ลากนางออกไปโบย โทษฐานขโมยรังนกของท่านอัครเสนาบดี”
“ฮูหยินใหญ่จะให้ข้าโบยนางสักกี่ไม้เจ้าคะ”
ไม่ถึงห้าไม้รูปร่างอ้อนแอ้นอย่างนางคงเจ็บหนักปางตาย เผลอๆ อาจสลบไปตั้งแต่สามไม้แรก
“หากข้าไม่สั่งหยุด เจ้าห้ามเลิกโบยนาง” สิ้นเสียงคำสั่ง สาวใช้หลิ่งอี้ก้าวออกมาใช้สายตาจ้องคุณหนูรองตาเขม็งอย่างไร้ความเกรงใจ ราวกับคุณหนูรองเป็นลูกกระต่ายน้อยเคราะห์ร้าย หลิ่งอี้ตรงเข้ามาหมายลากจะคุณหนูรองไปทำโทษตามที่ฮูหยินใหญ่สั่งการ
ทว่าเสียงอ่อนหวานจากร่างเล็กดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
“แม่ใหญ่เจ้าคะ ท่านได้กลิ่นหอมมาจากห้องครัวหรือไม่เจ้าคะ”
อาหารที่ขึ้นโต๊ะแต่ละวันมีของดีนับสิบอย่างแต่ของที่แม่ใหญ่โปรดปรานที่สุดนั้นคือขาหมูน้ำแดงกลิ่นหอมฉุย เนื้อยุ่ยๆ ละลายในปาก ในเมืองเกาซานแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดที่ตุ๋นขาหมูน้ำแดงอร่อยเทียมนาง ฮูหยินใหญ่เคยหลุดปากพูดออกมา
สูตรที่นางเคยทำขึ้นโต๊ะจนแม่ใหญ่ติดใจเห็นแล้วตะเกียบสั่น คีบไม่หยุดจนท่านพ่อมองหน้ามาแล้ว เป็นสูตรเดียวกับที่ห้องเครื่องในวังหลวงทำขึ้นโต๊ะเสวยฮ่องเต้ เพราะตระกูลฟากมารดานางหลายคนทำงานและมีตำแหน่งใหญ่โตในห้องเครื่อง
“กลิ่นขาหมูน้ำแดง วันนี้เจ้าปรุงขาหมูน้ำแดงขึ้นตั้งโต๊ะหรือนังตัวดี”
“ไม่เพียงแต่ขาหมูน้ำแดงเท่านั้น ข้ายังเตรียมอกไก่น้ำข้นไว้ขึ้นโต๊ะ พรุ่งนี้ข้าก็ตั้งใจจะตุ๋นเอ็นกวางที่ท่านสี่จวนสกุลหวังนำมาฝากท่านพ่อ”
“พอไม่ต้องพูดแล้ว”
“ช่วยข้าด้วยเถอะ” ไม่คิดเลยว่าคนมีฝีมืออย่างเขาจะพลาดได้ถึงเพียงนี้เพราะความไม่ระวังจึงถูกจู่โจมทั้งที่ท่านประมุขสั่งให้เตรียมพร้อมตลอดเวลา“ข้าช่วยท่าน แต่ท่านต้องซื้อสมุพนไพรของข้า”นางเป็นคนประเภทไหนกัน เสียสติ ฟั่นเฟือน หรือเป็นคนดีที่มีแผนการร้ายเขามองนางไม่ออก สีหน้าคึกคักดูมีชิวิตชีวาไม่เกรงกลัวเลือดที่ไหลทะลักของฮุ่ยชิงชี้ไปที่ตะกร้าสีหน้านางเต็มไปด้วยความหวัง“ข้าขายไม่แพง”หน้าสิ่วหน้าขวานกลางคนเข่นฆ่ากันแม่นางน้อยคนนี้ยังคิดขายสมุนไพรของนาง “ตกลงซื้อก็ซื้อ ช่วยข้าเถอะ”นางพูดไปเรื่อยเปื่อยเพื่อไม่ให้เขาเผลอมองบาดแผล ทั้งที่มือทำแผลและฉีกสมุนไพรไม่หยุด “สมุนไพรของข้าเก็บมาสดใหม่ มันจะช่วยให้แผลของท่านดีขึ้น”มารดาของนางเป็นบุตรสาวของหมอเทวดา ท่านตาของนางไม่สนใจเรื่องการทำอาหารอย่างคนในตระกูลจึงเรียนรู้เรื่องสมุนไพรอย่างแตกฉาน มารดาพร่ำสอนเสมอว่ารู้วิชาแพทย์ไว้เพื่อช่วยเหลือคน หาไม่แล้ววิชาแพทย์ก็ไร้ประโยชน์แต่น่าแปลกโรคที่มารดานางเป็นกลับยังรักษาไม่หายน่าจะเป็นเพราะมารดาของนางตรอมใจมานานเกินไปฮุ่ยชิงเลิกคิดถึงเรื่องมารดา แล้วเร่งโปะยาสมุนไพรพันแผลเสร็จ ก็วิ่งไปช่วยเหลือบุร
หยางต้าหลงยกมือปาดเหงื่อ คุ้มครองความปลอดภัยคนครั้งนี้นับว่าเป็นอีกงานหนึ่งที่ต้องเสี่ยงชีวิต แต่เมื่อรับงานมาแล้วก็ต้องยอม ดวงตาเฉียบคมกวาดมองศิษย์ในสำนักคุ้มภัย บาดเจ็บไปห้าคน ล้มตายไปหนึ่งคน ยังเหลือต่อสู้กับพวกโจรอีกสี่คน แต่โจรมีมากถึงยี่สิบคนต่อให้พวกเขามีปีกก็ยากจะบินหนี พวกคนคุ้มภัยที่บ้านเจ้าสาวที่จ้างมาต่างหากต่างตายเกลื่อนดังใบไม้ปลิดปลิวไปหมดหยางต้าหลงยืนอยู่กลางวงล้อมโจรป่าท่าทางเด็ดเดี่ยว ใบหน้าหล่อเหลายังสงบนิ่ง ไม่มีแวววิตกพาดผ่าน เขาเหลือบตาเพียงนิดเดียว มองให้แน่ใจว่าเจ้าสาวยังอยู่ในเกี้ยวอย่างปลอดภัยไม่มีโจรป่าคนไหนไปยุ่ง แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว คนยังไม่ตายนับว่างานยังสำเร็จอยู่“เจ้ายอมแพ้พวกเราเถอะท่านประมุขหยาง สิบต่อหนึ่งยังไงท่านก็เอาชนะเราไม่ได้”หยางต้าหลงเดาว่าคนที่พูดน่าจะเป็นลูกพี่ของพวกมัน เขาแค่นยิ้มเย็นชาครั้งหนึ่ง แต่แค่นั้นก็ทำให้คนมองขนคอตั้งชัน“ว่ายังไง ยอมแพ้เถอะ ส่งตัวเจ้าสาวกับสมบัติมาให้พวกเราเดี๋ยวนี้”“พวกสมองสุกร ตาสุนัข ข้าไม่มีวันให้ในสิ่งที่พวกเจ้าต้องการ ต่อให้พวกเจ้ามามากกว่านี้ข้าก็ไม่กลัว” หยางต้าหลงถีบตัวขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ปลายเท
เนื่องจากไม่สามารถเหนี่ยวรั้งความสนใจของบุตรชายให้อยากออกเรือนแต่งคุณหนูสกุลใหญ่ทั้งหลายมาเป็นสะใภ้ได้ บางทีหากหยางต้าหลงได้ชิมไข่ต้มสูตรพิเศษที่บุรุษหนุ่มในเกาซานที่ต่างหามากินกัน เลือดในกายหนุ่มของเขาอาจจะถวิลหาความอ่อนนุ่มของสตรี“นี่มันไข่อะไรหรือขอรับ กลิ่นหอมแปลกๆ”นางชำเลืองมอง เกรงลูกชายจะไม่กิน “กินสิ เจ้ากินให้หมดก่อนแล้วแม่จะเล่าให้ฟัง”หยางต้าหลงดมดูรู้สึกกลิ่นของไข่หอมดี แต่เขาไม่ใช่นักชิม เมื่อดมอีกทีทำให้นึกถึงไข่ต้มโสม‘คงเป็นไข่ต้มโสม’เรื่องที่เขาใส่ใจมากที่สุดคือการฝึกปรือวรยุทธ์ เรื่องกินนั้นหาได้สนใจ กินอะไรท้ายสุดแล้วมันก็ไปรวมกันในท้อง“กินเถอะ เจ้ากินแล้วจะต้องติดใจ”เมื่อถูกคะยั้นคะยอมากๆเข้า เขาก็ยอมตามใจมารดา เมื่อไข่เข้าไปในปากรสชาติเค็มปะแล่มแต่ก็ชวนกินทำให้เขากินใบแรกและกินใบที่สองสามตามเข้าไปจนหมด “ไข่ต้มกับใบชาหรือขอรับท่านแม่รสชาติดีนัก งั้นข้าจะกินให้หมด”ฮูหยินผู้เฒ่าสีหน้าเหมือนกลืนยาขมเห็นหยางต้าหลงกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วขมคอแทน“ไข่นี่ไม่ได้ถูกต้มกับใบชา”“ถ้าเช่นนั้นกลิ่นหอมแปลกนั่นเป็นสมุนไพรชนิดใด หรือจะนำไปต้มกับโสม แต่กลิ่นไม่คล้ายโสม”“ไม่ใช่โ
หม่าอี้หวาแม้จะพยายามรักษาเรือนร่าง แต่ตะเกียบของนางไวกว่าใครทุกคน ทุกครั้งยามฮุ่ยชิงตุ๋นขาหมูน้ำแดงขึ้นโต๊ะหม่าอี้หวาจะกินจนหมด ยามนี้จมูกเจ้ากรรมของนางกลับได้กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอทำให้ท้องนางร้องจ๊อกๆ กลิ่นของน้ำซุปคละเคล้ากับเครื่องเทศ นางจำได้ดียามคีบเนื้อของมันวางลงในปากนั้นแทบจะละลายทันทีฮุ่ยชิงเห็นสายตาโกรธเคืองของฮูหยินใหญ่เมื่อครู่ผ่อนลงจึงรีบรายงานเสียงหวาน “เมื่อเช้า สาวใช้ไปตลาด นางได้ขาหมูมา ขาอวบอ้วน ข้าเห็นว่าแม่ใหญ่ชอบกินเลยเอามาตุ๋นกับสมุนไพรด้วยไฟอ่อนๆ หากท่านสั่งโบยข้า เห็นทีวันนี้ข้าคงไม่มีเรี่ยวแรงปรุงขาหมูขึ้นตั้งโต๊ะให้ท่าน ช่างน่าเสียดายขาหมูเหล่านั้นที่ต้องถูกเททิ้งไป”ครั้งหนึ่งนางป่วยหนัก หม่าอี้หวาอยากกินขาหมูจึงให้สาวใช้ปรุง แต่แล้วกลับต้องเททิ้งทั้งหม้อเพราะไม่ถูกปากอย่างที่ฮุ่ยชิงทำฮูหยินใหญ่เหลือกตาใส่นางทีหนึ่ง “นังตัวแสบ เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าเห็นแก่กินนักหรือไง ถึงได้เอาของกินมาล่อ”แต่มันก็ใช้ได้ผลไม่ใช่หรือเจ้าคะดวงตาตื่นตระหนกอย่างชัดเจน นางเงยหน้าขึ้นมองอย่างเจ็บปวด “ข้าไม่กล้าคิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ”หม่าอี้หวามองฮุ่ยชิงที่นั่งกองอยู่ที่พื้นแล้วเหยียด
“คุณหนูข้าไม่ได้เป็นอะไร แต่คนอื่นต่างหากที่กำลังจะเป็น...” นางรีบกล่าวลาเถ้าแก่หวังพลันหมุนกายจากไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เถ้าแก่หวังมองตามด้วยสายตาไม่เข้าใจสุดยอดอาหารสี่อย่าง อันได้แก่ หูฉลาม รังนก อุ้งตีนหมี และเป๋าฮื้อล้วนเป็นของดี รังนกนั้นเปรียบดั่งทองคำขาวและเป็นของโปรดปรานของฮ่องเต้ ทำให้ขุนนางใหญ่น้อยต่างนิยมชมชอบ ไม่เว้นแม้กุ้ยไป๋เทียน นอกจากจะช่วยเสริมพละกำลัง เสริมสมรรถภาพทางปอด ยังเชื่อกันว่าต่อต้านความชรา ด้วยเหตุนี้ หากท่านอัครเสนาบดีต้องเดินทางไปต่างเมือง เขามักนำรังนกกลับมาที่จวนเสมอ แต่คนที่กินรังนกได้ในจวนนี้มีเพียงสามคนเท่านั้น ย่อมต้องเป็นกุ้ยไป๋เทียน หม่าอี้หวาซึ่งเป็นฮูหยินใหญ่ และกุ้ยเหมยลี่คุณหนูใหญ่ร่างอรชรอ้อนแอ้นแต่แฝงไว้ด้วยแววตาซุกซนเฉลียวฉลาด ในมือถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินขาวเนื้อแกร่งที่น้ำเคลือบทำจากเถ้าถ่านและหินฟันม้า ภายในถ้วยเคลือบเต็มไปด้วยรังนกต้มกับน้ำตาลกรวดผสมโสมและพุทราจีนที่นางลงมือปรุงอย่างสุดฝีมือ ของด้านในถ้วยยังอุ่นมือ ส่งกลิ่นหอมหวน นางถนอมมันอย่างดี ระมัดระวังทุกฝีก้าวฮุ่ยชิงได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของฮูหยินใหญ่ก็เบ้หน้า วันนี้แม่ใ
เมืองเกาซาน แคว้นจ้าวห่างจากกำแพงวังสูงตระหง่านไม่เกินสามสิบลี้ เลี้ยวผ่านถนนซือเป่าที่คึกคักตั้งแต่รุ่งสางจนกระทั่งอาทิตย์ลับขอบฟ้า ถนนเส้นนี้มีทั้งโรงเตี๊ยม โรงน้ำชาที่แย่งกันผุดขึ้นในยามกลางคืน แสงจากไฟโคมแข่งกันแย่งแสงจากดวงดาวมองดูสว่างไสว ทิ้งระยะห่างมาอีกสองหัวมุมถนน จวนใหญ่โตตั้งตระหง่านกินบริเวณเนื้อที่กว้างขวาง เจ้าของจวนคืออัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายนามว่า ‘กุ้ยไป๋เทียน’เรือนใหญ่และเรือนเล็กที่ตั้งอยู่รวมกันล้อมรอบด้วยต้นไม้มงคลมากมาย ทั้งกุ้ยฮวา ปลูกแซมด้วยสามสหายแห่งเหมันต์ ไผ่ สน และเหมย เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่จวนและผู้เป็นนายเรือน ทุกจวนได้รับการดูแลอย่างดีเพราะมีบ่าวไพร่ใช้สอยนับร้อยทว่าเรือนเล็กหลังหนึ่งที่ไม่ได้ตั้งโดดเด่นนัก ด้านหลังสวนสมุนไพรกลับไร้การเหลียวแล แม้แต่หลังคาที่มีรอยรั่วจนทุกคราที่ฝนตกรั่วซึมลงไปเปียกชื้นเครื่องนอน กลับไม่เคยมีคำสั่งให้ปรับปรุงซ่อมแซม ร่างอรชรอ้อนแอ้น กิริยาแช่มช้อยนุ่มนวล มองซ้ายมองขวา ไม่เห็นมีบ่าวไพร่จากเรือนใหญ่ผ่านไปมาทางนี้นางจึงวิ่งกลับมาที่หน้าต่าง คว้าตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่ภายในบรรจุไข่ต้มที่ปรุงขึ้นพิเศษไว้เต็มตะกร้าแล้วค่อยๆ แง้มบา





![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางเอก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

