Se connecterอนดูมินิซีรี่ส์แนวตั้งอยู่ดีๆ ดันทะลุมิติเข้าไปเสียได้ พระเอกโง่เขลา! นางร้ายซุงแหล! ตัวประกอบชอบเผือก! บทละครไร้เหตุผล! เยว่ซานซีได้เข้าไปอยู่ในบทบาทนางเอกผู้แสนดีและอ่อนแอ รับบทเด่นไฉนเลยชีวิตถึงได้อนาถาเพียงนี้เล่า ตามบทแล้วมินิซีรี่ย์เรื่องนี้นางเอกถูกนางร้ายรังแกสารพัด หาเรื่องใส่ความไม่เว้นว่าง ที่น่าหงุดหงิดไปกว่านั้นพระเอกก็หลับหูหลับตาเชื่อนางร้าย ให้ตายเถอะ! ใครเอาสมองคนออกแล้วยัดสมองหมูใส่แทนให้พระเอก ช่างน่าเสียดายที่เยว่ซานซีไม่ได้เป็นคนแสนดีขนาดนั้น ถึงแม้จะชอบใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยเป็นปลาเค็มไม่แสดงหาความก้าวหน้า แต่เรื่องรักษาตัวรอดเป็นยอดดีถึงไหนถึงกัน ทางออกคือต้องเขี่ยพระเอกเฮงซวยออกจากชีวิตแล้วประเคนให้นางร้ายไปแบบสวยๆ ด้วยเหตุนี้ภารกิจเปลี่ยนบทนางเอกจึงบังเกิดขึ้น
Voir plus1
ทะลุมิติไปทำไม
“พระเอกเฮงซวยขนาดนี้ตอนจบนางเอกยังให้อภัยได้อีก บทละครไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด”
เยว่ซานซีคว่ำหน้าจอมือถือลงบนเตียง อยากรู้เหลือเกินว่ามินิซีรี่ส์เรื่องที่เพิ่งดูจบไปใครเป็นคนเขียนบทให้นางเอกอ่อนแอ นางร้ายสารเลว
ที่หนักไปกว่านั้นพระเอกยังเชื่อคำยุยงของนางร้าย ทำให้ลูกในท้องของนางเอกต้องตายไม่มีแม้แต่โอกาสลืมตาขึ้นมาดูโลก ส่วนนางเอกปากบอกว่าจะหย่าแต่ดันอยู่ต่อทำให้ถูกทำร้ายพร่ำเพรื่อ มิหนำซ้ำนางร้ายยังโกหกว่าป่วย ไอ้พระเอกเฮงซวยนั่นก็สั่งให้คนมาเอาเลือดหัวใจของนางเอกไปปรุงเป็นยารักษา
ยังไม่พอ เพราะความอืดอาดยืดยาดตัดใจไม่ขาด จึงเป็นสาเหตุให้ครอบครัวถูกฆ่าล้างตระกูล สรุปคนที่โง่เขลามาทั้งเรื่องคือนางเอกนี่แหละ อ่อนแอจนน่ารำคาญ นางเอกแบบนี้เยว่ซานซีสงสารไม่ลงจริงๆ
แต่ถึงจะถูกทรมานเจียนตาย ในตอนจบยิ่งเหลือเชื่อ บทละครพลิก! พระเอกเอ่ยขอโทษไม่กี่คำนางเอกดันใจอ่อนเสียอย่างนั้น ทั้งคู่หวนกลับมาคืนดีกันจบแบบโลกสวย ขอถามผู้กำกับสักคำแบบนี้ก็ได้หรือ
เป็นคนดูนี่มันช่างหงุดหงิดจริงๆ เยว่ซานซีก็นึกสงสัยเหตุใดถึงนอนดูจนตาแฉะ เสพติดมินิซีรีส์แนวนี้อย่างหนักจนขอบตาดำคล้ำ ดูไปก็ขัดแย้งไปแต่ทำไมถึงหยุดดูไม่ได้ไม่เข้าใจ
“ความสัมพันธ์นี้มัน Toxic เกินไปแล้ว”
หญิงสาวพึมพำพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง มวลเมฆก้อนใหญ่เคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติ จู่ๆ ฟ้าก็พิโรธเหมือนเทพหยูซื่อ [1] กำลังขุ่นเคือง ท้องฟ้าจากที่เคยสว่างเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม วิปริตแปรปรวนแปลกประหลาด ลมแรงพัดเข้ามาจนข้าวของที่มีน้ำหนักเบาปลิวว่อน
เมื่อเห็นอย่างนั้นเยว่ซานซีลุกจากเตียงไปปิดหน้าต่าง กว่าจะดึงหน้าต่างเข้ามาได้เล่นเอาเหนื่อยหอบ ลมข้างนอกยังคงพัดแรงถึงขั้นที่ว่าทำให้กระจกหน้าต่างเป็นรอยร้าว
เยว่ซานซีร่นถอยมาตั้งหลัก ยืนมองกระจกที่รอยร้าวค่อยๆ กระจายออกเป็นวงกว้างคล้ายใยแมงมุม ขณะที่กำลังทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้นเสียงจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น มันสั่นรุนแรงเหมือนมีคนโทรเข้า
ทว่าเมื่อยื่นมือออกไปคว้ามา ทันทีที่หงายหน้าจอขึ้นไม่ปรากฏสายเรียกเข้าแต่หน้าจอเป็นสีขาวโพลน แสงจากจอสว่างจ้าจนแสบตา จึงใช้หลังมือบังตาเอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงแสงโดยสัญชาตญาณ ฉับพลันร่างกายกลับเหมือนถูกดึงด้วยแรงมหาศาล
กรี้ดดดดดด
ตุ๊บ!
“อู้ยยย เจ็บ เจ็บ เจ็บ”
ร่างบอบบางตกลงจากที่สูง เยว่ซานซีไม่ได้นอนอยู่ในห้องพักของอพาร์ทเม้นท์แต่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นแข็งๆ ในปากอมบางอย่างซึ่งมีกลิ่นหอม จึงพ่นทิ้งก่อนจะพลิกตัวนอนหงาย มองขึ้นไปด้านบนเห็นกิ่งก้านสาขาของต้นผิงกวา [2] กำลังออกผลสีแดงสด
“ผิงกวางั้นหรือ แล้วมานอนอยู่ใต้ต้นผิงกวาได้ยังไงเนี่ย”
ข้างๆ มีผิงกวาผลใหญ่ถูกกัดแหว่ง เยว่ซานซีมองสิ่งของที่เพิ่งคายทิ้งถึงรู้ว่ามันคือส่วนหนึ่งของผิงกวาผลนั้น จำได้ว่าตนไม่ได้กินผิงกวาเลยสักคำ ความทรงจำล่าสุดคือกำลังดูมินิซีรี่ส์น้ำเน่าอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ จู่ๆ นอกหน้าต่างก็เกิดลมพายุรุนแรง จากนั้นร่างกายก็หมุนเคว้ง ในสมองขาวโพลนไปหมด ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็อยู่ตรงนี้แล้ว
“น้ำ! น้ำมาแล้ว!”
ยังไม่ทันหายงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มรูปร่างอ้วนกลมหิ้วกาน้ำชาวิ่งแหกปากตะโกนมาทางนี้ เยว่ซานซีลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหายใจเหนื่อยหอบ
“ซานซานน้ำมาแล้ว”
“ซานซาน?”
“รับไป รู้ไหมกว่าข้าจะวิ่งไปถึงจวนเจ้าเมืองแล้วหาน้ำมาให้เจ้ามันลำบากแค่ไหน”
“จวนเจ้าเมืองอะไรกัน นายเป็นใครมิทราบ”
เขาสวมใส่ชุดโบราณ ทรงผมเกล้าสูง เครื่องประดับบนศีรษะเป็นเครื่องเงิน จะว่าไปหน้าตาของเจ้าแป้งก้อนใหญ่นี่ก็คุ้นๆ อยู่
“ซานซานอย่าเล่นตุกติก สัญญาต้องเป็นสัญญา”
“สัญญาอะไร”
“เจ้าเคยสัญญาว่าหากข้ายอมเป็นบ่าวรับใช้ของเจ้าเจ็ดวันจะยอมปล่อยข้าให้เป็นอิสระ”
เยว่ซานซีไม่เคยให้สัญญาบ้าบอแบบนั้นกับใครที่ไหน ยิ่งไม่ใช่คนเกกมะเหรกเกเรเอาแต่ใจ เรื่องบังคับใครให้มาเป็นทาสไม่เคยเกิดขึ้น
“ใครเคยทำแบบนั้นกันเล่า แล้วนายเป็นใคร”
“ถามแปลกๆ ข้าก็โม่สือปาอย่างไรล่ะ ไม่ใช่ว่าเจ้าตกต้นไม้จนสมองเลอะเลือนแล้วกระมัง”
เหตุใดชื่อของเขาถึงได้เหมือนในมินิซีรี่ส์ที่เพิ่งดูจบไปเมื่อครู่ ในบทโม่สือปาคือสหายของเยว่ซานซี ซึ่งตัวนางเอกของเรื่องมีชื่อแซ่เดียวกับกันเป๊ะๆ แถมโม่สือปาผู้นี้ยังเรียกชื่อเล่นของนางเอกว่าซานซาน มิหนำซ้ำเรื่องที่เขาแพ้พนันแล้วต้องยอมตกเป็นคนรับใช้ยังมีอยู่ในบทอีกด้วย
หญิงสาวเบิกตาโต ก้มลงมองเนื้อตัวตนเองบ้าง ไม่ใช้แค่เจ้าอ้วนที่สวมใส่ชุดโบราณ แต่ตนเองก็ใส่ชุดฮั่นฟูสีชมพูลายโบตั๋นที่ตัดเย็บอย่างประณีต โอ้สวรรค์! หรือว่าเมื่อครู่ถูกดูดเข้าไปในสมาร์ทโฟนแล้วมาโผล่ในมินิซีรี่ส์เรื่องแสงจันทร์สีขาวกับเหมยกุ้ยแดง
ส่วนสาเหตุที่ทะลุมิมา คาดว่านางเอกของเรื่องนี้ดันสำลักในฉากที่กำลังปีนไปเก็บกินผิงกวา เยว่ซานซีจากอีกมิติก็เลยต้องมารับบทแทนอย่างงงๆ
แต่จะอะไรก็ช่างเถอะ ทีมงานอยู่ไหน! ช่างกล้องอยู่ไหน! ผู้กำกับไปมุดหัวอยู่ที่ไหนฟะ! ทำไมไม่โผล่หัวมาสักคน ตกลงราคาค่าตัวกันก่อนสิ จะมายัดเยียดบทนางเอกซื่อบื้อให้คนตามอำเภอใจได้อย่างไร แบบนี้มันต้องมีวางมวยกันบ้างแล้ว
“ไปเรียกผู้กำกับมา”
“หา! อะไรของเจ้า ผู้กำกับคือใครเมืองนี้บิดาของเจ้าใหญ่สุด”
รู้แล้วว่านางเอกเป็นลูกสาวท่านเจ้าเมือง เรื่องบิดาเอาไว้ก่อน สิ่งสำคัญคือจะทำงานโดยไม่ได้ค่าจ้างไม่ได้เด็ดขาด เรื่องนี้ต้องถึงกรมแรงงานด่วนๆ
เยว่ซานซีพยายามกวาดมองไปจนทั่ว ไร้กล้อง ไร้ผู้คน ไม่มีทีมงานอะไรทั้งนั้น มีเพียงเจ้าอ้วนที่นั่งเหงื่อท่วมเต็มตัว
“หรือว่าจะทะลุมิติเข้ามาในซีรี่ส์แบบที่นางเอกหลายๆ เรื่องทะลุมิติเข้าไปในนิยาย นี่มันเรื่องจริง! นี่มันเรื่องจริง!”
พูดพลางหยิกแขนตัวเองไปหลายครั้ง ความรู้สึกเจ็บแปลบยิ่งตอกย้ำว่านี่เป็นเรื่องจริง ปะติดปะต่อแล้วเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงตอนที่โม่สือปาแพ้พนันแล้วต้องกลายเป็นคนรับใช้นางเอก หากเป็นเช่นนั้นแล้วละก็
“จะ…จดหมาย! สือปาเจ้าส่งจดหมายไปให้จ้าวฟู่เฉิงหรือยัง”
^เทพเจ้าแห่งสายลมและฝน
^แอปเปิ้ล
81 อ้อมกอดท่านตาก่อนที่จะเดินตามทุกคนเข้าเรือน เยว่ซานซีชะงักฝีเท้าลงครู่หนึ่งแล้วหมุนกายกลับไปมองที่กำแพงเตี้ยๆ ซึ่งกั้นระหว่างจวนเจ้าเมืองและบ้านตระกูลโม่ นางเห็นร่างอ้วนกลมของบุรุษที่ยืนเด่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามบ่ายโมสือปายกมือขึ้นโบกพร้อมกับส่งยิ้มมา เยว่ซานซีไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกไป นางเพียงแต่แย้มยิ้มกว้างตอบกลับแล้วโบกมือกลับ จากนั้นนางก็หันกลับมายังเรือนหลักแล้วก้าวเดินเข้าไปข้างในเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลาง กลิ่นหอมของอาหารก็โชยมาปะทะจมูก บนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดวางด้วยสำรับอาหารเลิศรสมากมายจนแทบไม่มีที่ว่าง ทั้งเป็ดตุ๋นน้ำแดงรสเข้มข้น ปลานึ่งซีอิ๊วที่เนื้อขาวนุ่ม และแกงผักป่า รวมไปถึงลูกพลับย่างที่เยว่ซานซีโปรดปราน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจ ด้วยความรักของบิดาที่เฝ้ารอคอยวันนี้มาตลอดสี่ปีเต็ม"มาเถิดซานซาน เวยหลง มานั่งข้างพ่อนี่ หลันเอ๋อร์นั่งบนตักตาก็ได้ ตาจะป้อนขนมโก๋น้ำตาลให้เจ้าเอง" เยว่เยี่ยนซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตันบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความรื่นเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน เสิ่นเวยหลงที่ปกติมักจะเคร่งขรึมและรักษากิริยา
80 ข้าก็จะไม่ถือสาอาเจ๋อเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาของเขาฉายแววสับสนกึ่งขัดขืน "ทำไมล่ะขอรับท่านแม่ เมื่อครู่ท่านแม่ยังบอกว่าจะจัดการนางให้ข้าอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงต้องให้ข้าขอโทษเด็กซุ่มซ่ามนี่ด้วย""หุบปากเดี๋ยวนี้" หงเป่าเป้ยถลึงตาจนดูน่ากลัว "แม่บอกให้ขอโทษก็ขอโทษ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณหนูผู้นี้เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเยว่เยี่ยนซี”คำว่าท่านเจ้าเมืองทำให้อาเจ๋อที่เคยอวดเบ่งถึงกับหดหัวลงทันที ใบหน้าที่เคยเย่อหยิงบัดนี้กลับจ๋อยสนิท ความอวดดีมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความหวาดกลัวที่แล่นพล่านขึ้นมาเขาก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองสลับกับถังหูลู่ที่เปื้อนฝุ่นบนพื้น ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแผ่วเบา "ข้า...ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้วที่วิ่งชนเจ้า และข้าขอโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เจ้าด้วย"อวี้หลันตัวน้อยยืนกอดอกมองอยู่ข้างมารดาไม่ได้ทำท่าทางเยาะเย้ย นางเพียงแต่พยักหน้าช้าๆ อย่างสำรวมตามแบบที่ได้รับการอบรมมา "ในเมื่อเจ้าสำนึกผิดข้าก็จะไม่ถือสา แต่คราวหน้าคราวหลังเจ้าควรหัดเดินให้ระวังและมีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่ใช่เอะอะก็อ้างชื่อท่านแม่ของเจ้าไปทั่ว เพราะมันจะท
79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะเยว่ซานซียืนนิ่ง มองดูเด็กชายตรงหน้าที่ยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าอย่างถือดี ท่าทางโอหังเกินวัยของเขาทำให้นางนึกระอาใจมากกว่าจะโกรธเคืองอย่างจริงจัง แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนเรื่องมารยาทให้เสียหน่อย"เจ้าหนู นอกจากจะวิ่งชนคนอื่นจนของเสียหายแล้วยังจะมาข่มขู่กันอีกรึ" เยว่ซานซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าดวงตากลับคมปลาบ "เจ้าบอกว่าถ้าบอกท่านแม่ของเจ้ารู้แล้วข้าจะไม่มีที่ซุกหัวนอน เช่นนั้นข้าขอถามหน่อยเถิดว่าตระกูลของเจ้าใหญ่โตมาจากไหน ถึงได้กล้าประกาศศักดากลางตลาดเช่นนี้"เด็กชายแค่นหัวเราะอย่างลำพองใจ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้เยว่ซานซีอีกนิด พลางชี้นิ้วใส่หน้าอวี้หลันที่ยังคงยืนจ้องเขาตาไม่กะพริบ "เหอะ! คงมาจากต่างเมืองล่ะสิถึงไม่รู้ความ ข้าจะบอกให้เอาบุญ รู้หรือไม่ว่าท่านแม่ของข้าเป็นใคร ในเมืองจี้ฉู่นี้ใครบ้างจะไม่เกรงใจนาง"เยว่ซานซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มอย่างนึกสนุก "อ้อ! แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ ไหนลองบอกข้าให้เป็นบุญหูหน่อยสิ""ท่านแม่! ท่านแม่ขอรับ! มีคนมารังแกข้า!" เด็กชายตะโกนก้องลั่นตลาดพลางหันไปทางร้านเครื่องประดับหรูหราที่ตั้งอยู่
78 ขนมนั่นสีแดงสวยจังทั้งสี่เดินออกมาจากโรงเตี้ยม จ้าวฟู่เฉิงจ้องมองเงาร่างของเสิ่นเวยหลงที่ควบม้าเคียงข้างรถม้าคันใหญ่ และภาพใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเสิ่นอวี้หลันที่โผล่พ้นหน้าต่างมาโบกมืออำลาอย่างร่าเริง จ้าวฟู่เฉิงยืนนิ่งราวรูปสลักหิน สายตาของเขาทอดมองตามฝุ่นที่ตลบอบอวลอยู่เบื้องหลังขบวนเดินทางนั้นจนกระทั่งมันค่อยๆ เลือนหายไปลับตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและเสียงกระดิ่งลมที่พัดไหวเบาๆ"เถ้าแก่มีที่ว่างสำหรับพวกเราสามคนหรือไม่" เสียงตะโกนของกลุ่มนักเดินทางชุดใหม่ที่เพิ่งลงจากเกวียนดังขึ้น ปลุกจ้าวฟู่เฉิงให้ตื่นจากภวังค์เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รับเอาอากาศเข้าเต็มปอด ก่อนจะละสายตาจากถนนที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า รอยยิ้มที่ดูสงบและจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เหันกลับไปหาแขกผู้มาใหม่"มีแน่นอนขอรับ เชิญด้านในเลยขอรับ แดดข้างนอกแรงนักเข้าไปจิบชาให้คลายเหนื่อยก่อนเถิด"หลังจากเดินทางผ่านขุนเขาและทุ่งกว้างมาอีกหนึ่งอาทิตย์เต็ม ในที่สุดขบวนรถม้าของตระกูลเสิ่นก็เคลื่อนผ่านประตูเมืองจี้ฉู่เข้าสู่เขตย่านการค้าที่คุ้นตา เสียงอึกทึกของตลาดทำให้เยว่ซานซีรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก นางมองออกไปนอกหน้
68 เจ้ามีอะไรรึหัวโจกขมวดคิ้ว มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปคว้าถุงเงินขึ้นมาเปิดดู แสงไฟจากกองไฟสะท้อนกับประกายทองคำจนดวงตาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวของมันเบิกกว้าง"ทองคำแท้ เจ้าไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหนแม่นาง" มันถามพลางลูบถุงเงินอย่างทะนุถนอม "เงินจำนวนนี้ เจ้าคงไม่ได้มาจ้างให้ข้าไปลักไก่เพื่อน
61 ฮูหยินควรจะเป็นข้าซวงเอ๋อร์หยุดพูดพลางสังเกตปฏิกิริยาของคุณหนูของตน นางอยากจะพูดมากกว่านี้ อยากจะเตือนว่าให้ระวังน้ำแกงทุกถ้วยหรือเสื้อผ้าทุกชิ้นที่ผ่านมือสวีจูเจียวผู้นั้น แต่เมื่อเห็นท่าทีที่นิ่งสงบเกินไปของเยว่ซานซี ซวงเอ๋อร์ก็ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเยว่ซานซีไม่ได้ตอบคำถามในทันที นางเพียงแต่ปั
60 ตามหมอมาเร็วเข้าเสียงโคมไฟกระทบพื้นดังสนั่น เศษแก้วและน้ำมันตะเกียงกระจายเกลื่อน เยว่ซานซีที่ถูกผลักจนล้มลงไปอีกด้านมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง นางเห็นสวีจูเจียวนอนคุดคู้ใบหน้าซีดเผือด มีเลือดซึมออกมาจากบาดแผลที่ไหล่และรอยถลอกปอกเปิกตามแขนขวา"จูเจียวเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!"เยว่ซานซีรีบถลาเข้าไ
58 จงมองข้าให้ดีทุกเช้าก่อนดวงตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้า สวีจูเจียวจะตื่นขึ้นมาจัดแจงงานในส่วนของตนจนเรียบร้อยสะอาดตา นางอาสาทำงานหนักที่ผู้อื่นรังเกียจ ไม่ว่าจะเป็นการขัดล้างถังปฏิกูล หรือการคัดแยกเศษฟืนในห้องครัวที่มีฝุ่นคลุ้ง นางทำทุกอย่างด้วยความประณีตเพื่อหวังให้ชื่อของนางไปถึงหูของเยว่ซานซีในฐานะ

















