登入หนิงหย่า จับผลัดจับผลูตื่นขึ้นมาในร่างของ ‘ซูหนิงหย่า’ เด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่น จากปัจจุบันหวนคืนสู่อดีต แต่กลับยังพานพบกับเจ้ากรรมนายเวรอย่างเพื่อนสนิท อีกฝ่ายรวมหัวกับแฟนทรยศหักหลังเธออย่างเจ็บแสบ เพราะอยากแก้ไขสิ่งที่เคยผิดพลาด พอเจอหน้าจึงเกลียดชังหลบหลีกไม่อยากเข้าใกล้ กระทั่งทำให้พาตัวเข้าไปใกล้ เสวียนหลาง คุณชายใหญ่ตระกูลเสวียน ทายาทหมอเทวดาที่หล่อเหลาล้ำเลิศจนพานทำให้ใจสั่น เสวียนหลาง คุณชายใหญ่ตระกูลเสวียน ท่านหมอผู้หล่อเหลาล้ำเลิศ เขาค่อยๆ ถูกซูหนิงหย่าดึงดูดโดยไม่รู้ตัว แม้นางเป็นเพียงเด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่น ทว่าความเฉลียวฉลาดท่าทางสุขุมเยือกเย็นที่ซุกซ่อนภายใต้ท่าทางยิ้มแย้มขี้เล่น รวมไปถึงความกล้ารักกล้าชังของนาง ทำให้เขามองเห็นในด้านที่หลายคนมองไม่เห็น สตรีเปิดเผยไม่แยสายตาผู้คน นางเป็นสตรีคนแรกที่เขารู้จักที่ก้าวออกมาจากขอบเขตของการเป็นสตรีในเรือนหลัง กระทั่งในที่สุดนางยังกล้าทำให้เขาปฏิเสธในสิ่งที่ตนไม่ต้องการ นั่นก็คือปฏิเสธการแต่งงานที่เขาเองก็ไม่เต็มใจ...
查看更多เดิมทีหนิงหย่ากำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หากไม่ใช่บังเอิญไปพบความลับอันน่าสะอิดสะเอียนระหว่างว่าที่เจ้าบ่าวกับเพื่อนรักเข้า หญิงสาวได้รู้ว่าทั้งสองลอบได้เสียกันมานานแล้ว ที่น่ารังเกียจกว่านั้น ทั้งสองยังวางแผนหลอกเงินจากหญิงสาว เพราะหากเขาแต่งงานกับเธอ พ่อของหญิงสาวก็จะยกโรงพยาบาลของตระกูลให้เขาดูแล
คนบัดซบสองคนถึงกับวางแผนจะหนีไปด้วยกันหลังจากปอกลอกหญิงสาวกับพ่อ เลวดีมั้ยละ?!
ถึงอย่างนั้นยังโชคดีที่ได้บังเอิญรู้เข้าเสียก่อน หนิงหย่าสามารถซ้อนแผนทำให้คนสองคนถูกจับได้คาหนังคาเขา
งานแต่งเลิกล้มแต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เต็มไปด้วยความสูญเสีย พ่อของเธอเสียใจมากจนโรคหัวใจกำเริบและสิ้นใจในเวลาต่อมา หลังงานศพ...แม้แต่หนิงหย่าเองก็เกิดอุบัติเหตุอีก
...เฮ้อ
ชั่วขณะที่ร่างกายรับรู้ถึงความว่างเปล่าเบาหวิว หญิงสาวได้แต่ก่นด่าสวรรค์ที่ไม่ยุติธรรม โทษว่าฟ้าดินที่ไม่ช่วยคนดีและไม่ลงโทษคนเลว
ไม่รู้เพราะเสียงก่นด่าดังไปถึงสวรรค์หรือไม่ ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งจากหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ด หนิงหย่ากลับพบว่าตัวเองฟื้นขึ้นมาในร่างของเด็กสาววัยสิบสามปี!!
ยัง...ยังตื่นตาไม่พอ ทุกคนรอบตัว... บรรยากาศรอบด้าน... รวมไปถึงสิ่งที่ไม่คุ้นเคยตรงหน้า คล้ายยุคสมัยที่สมควรจะผ่านไปแล้วกว่าพันๆ ปี นี่มัน....ทำให้หญิงสาวแทบตั้งรับไม่ทัน
แคว้นต้าเหลียง เมืองสั่วโจว... ใช่ที่นี่ละ แต่...มันคือส่วนไหน แล้วก็ยุคไหนของประวัติศาสตร์กันละ!!!
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาหยุดยังหน้าประตูห้องกว้างขวางหรูหรา เสียงทุ้มกำลังคาดคั้นกับสาวใช้สองคนที่อยู่หน้าห้อง “เหตุใดพวกเจ้าออกมาอยู่ข้างนอก หากคุณหนูตื่นแล้วต้องการสิ่งใดเล่า!!”
หนิงหย่าอมยิ้มเพราะจำเสียงของเขาได้ ซูป๋อ...บิดาของนางเอง นางตื่นขึ้นมาในร่างของ ‘ซูหนิงหย่า’ กระทั่งพบว่าบิดาก็มีชื่อแซ่และหน้าตาเหมือนกับบิดาในโลกเดิมทุกอย่าง
“ท่านพ่อ”
หญิงสาวส่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ซูหนิงหย่าวัยสิบสามผู้นี้...ขณะพยายามกลั่นแกล้งผู้อื่นแต่กรรมดันสนองจนตัวเองมีอันต้องพลัดตกน้ำ
หลังโชคร้ายครานี้ผู้ใดจะคาดว่ากลับมีผู้อื่นเข้ามาสวมร่างแทนวิญญาณเสียแล้ว
“หยาหย่า” เสียงร้อนใจของซูป๋อทำให้ขอบตาของหญิงสาวร้อนผ่าว ใบหน้าคุ้นเคยกำลังเดินเข้ามาในห้อง ก้าวเข้ามาหยุดยังหน้าเตียง “รู้สึกอย่างไรบ้าง เจ้าทำให้พ่อตกใจแทบแย่ ฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว ดีแล้ว”
หญิงสาวในร่างของซูหนิงหย่าน้อยมองบิดาด้วยน้ำตาเอ่อคลอ “ท่านพ่อ” ครั้งสุดท้ายที่ได้พูดคุยกัน ผู้เป็นบิดานอนอยู่บนเตียงใบหน้าซีดเซียวกระทั่งจากไปในที่สุด
“ยังเจ็บที่ใดหรือ พ่อให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วอีกไม่นานคงมาถึง”
“ลูกไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี แต่อย่างไรก็ต้องให้ท่านหมอมาตรวจสักรอบก่อน” ซูป๋อยังคงกล่าวอย่างไม่วางใจ สองพ่อลูกสนทนากันอยู่ครู่หนึ่งท่านหมอก็มาตรวจอาการ จะว่าไปท่าทางหวาดกลัวของสาวใช้ก็ทำให้หญิงสาวได้แต่ลอบถอนหายใจ
ความทรงจำอันบิดเบี้ยวของซูหนิงหย่าคนเดิม พานทำให้คนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างนางได้แต่อยากหาไม้เรียวมาฟาดสักยก ความเอาแต่ใจและความร้ายกาจของซูหนิงหย่าช่างชวนให้ผู้คนเอือมระอาเหลือเกิน
ถึงอย่างนั้นซูป๋อก็ยังคงไม่สน กลับยิ่งตามใจบุตรสาว ด้วยความสงสารเห็นใจว่าอีกฝ่ายเสียมารดาไปตั้งแต่เด็ก แม้แต่อนุที่เขาแต่งเข้ามาก็ยังไม่อาจรับมือกับซูหนิงหย่าได้
น้องสาว น้องชายต่างมารดาของนาง ทุกคนล้วนหวาดกลัวไม่อยากเข้าใกล้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสาวใช้และบ่าวไพร่ในจวนที่แทบไม่กล้าสบตาด้วยซ้ำ
นึกถึงวันนั้นที่สาวใช้ซึ่งเติบโตมากับซูหนิงหย่า ยืนมองเด็กสาวจมลงไปยังก้นบึงบัว นานมากกว่าจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เหมือนพวกนางหวังให้ซูหนิงหย่าสิ้นใจไปในบึงบัวนั้น
“ท่านพ่อ”
“มีเรื่องอะไรหรือ”
หลังท่านหมอเสวียนกลับไปแล้วซูหนิงหย่าตัดสินใจที่จะจัดการเรื่องสาวใช้ ด้วยรู้ว่าบิดาสั่งโบยสาวใช้สองคนนั้นทั้งยังขังเอาไว้ที่โรงเก็บฟืน หากซูหนิงหย่าสิ้นใจไปจริงๆ เกรงว่าบิดาคงฝังสาวใช้สองคนนั้นไปกับนางอย่างแน่นอน
“เสี่ยวชีกับเสี่ยวหรูเล่าเจ้าคะ”
“งั้นพ่อก็ให้คุณอาหมอปั้นเขาให้เป็นหมอมือหนึ่งของโรงพยาบาลได้เลยค่ะ เพราะนี่ละเขยตระกูลซูละ”ซูป๋อหัวเราะ “ให้มันแน่เถอะ ไม่ใช่คบสองสามเดือนแล้วมาบ่นว่ามีแฟนหมอแล้วเขาไม่มีเวลาให้”“หนูไม่ใช่ผู้หญิงไร้สาระแถมไม่รู้จักแยกแยะพวกนั้นเสียหน่อย อีกอย่างทำงานที่เดียวกันแอบไปเจอตอนไหนก็ได้ สะดวกจะตาย”เลิกงานแล้ว...ซูหนิงหย่าเดินออกมาที่ลานจอดรถ ชายหนุ่มหล่อเหลายืนรออยู่ที่ข้างรถยนต์ของเธอ หญิงสาวยิ้มกว้างวิ่งเข้าไปหาเขาทั้งที่สวมรองเท้าส้นสูงปรี๊ด“คิดถึงจังเลยค่ะ!”เสวียนหลางยื่นสองแขนออกไปรับเธอ หญิงสาวกอดเขาแน่น สูดกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยอย่างแสนคิดถึง เขาเข้าเวรส่วนเธอก็ทำงานจนแทบไม่ได้เจอกันทั้งที่อยู่โรงพยาบาลเดียวกัน"ผมมีเวลาสามชั่วโมง ทำอะไรให้คุณกินดีมั้ย ผมเตรียมของเอาไว้แล้ว”“ได้ค่ะ เหนื่อย...วันนี้ค้างที่อพาร์ทเม้นของคุณดีกว่า”เขาออกมาทำงานช่วงกลางคืน บางครั้งเธอก็จะไปค้างที่อพาร์ทเม้นของเขา ดังนั้นข้าวของบางอย่างก็เลยทิ้งเอาไว้ที่ห้องของเขาเสียเลย“เอาสิ เหนื่อยเหรอ ตัวคุณอุ่นๆ เมื่อวานฝนตกตากฝนหรือเปล่า”“นิดหน่อยค่ะแต่กินยาแล้วนอนพักน่าจะดีขึ้น”“งั้นรีบกลับกันเถอะ ผมขับเอง”
“ตอนนี้รู้แล้วจะถอยเหรอคะ แต่บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ถอยแน่นอน ฉันจะจีบคุณหมอเสวียนดังนั้นเตรียมใจเอาไว้ให้ดีนะคะ”เขาเบิกตาอ้าปากค้าง “หยาหย่า คุณ...” เขามองไปรอบๆ เห็นพยาบาลสองคนที่อยู่แถวนั้นปิดปากแอบหัวเราะ“กลัวถูกมองเป็นหนูตกถังข้าวสารเหรอคะ ไม่ลองดูหน่อยเหรอ เป็นหนูตกถังข้าวสารอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ อีกอย่าง...ข้าวสารบ้านฉันอร่อยนะ”เขากลอกตาอย่างยอมแพ้ คว้าข้อมือของเธอเดินออกไปด้านนอก สวนนี้เองที่เขากับเธอเจอกันครั้งแรก “ผมขอโทษครับ กะทันหันผมเลยทำอะไรไม่ถูก แต่...”“ฉันอยากมีแฟนเป็นหมอค่ะ แล้วก็ต้องเป็นหมอแซ่เสวียนด้วย คุณละคะอยากลองมีแฟนเป็นลูกสาวท่านประธานโรงพยาบาลมั้ย สวยด้วยนะ”เธอจริงจังมากจนเขาหลุดหัวเราะออกมา “อย่าเที่ยวประกาศว่าจะจีบใครต่อหน้าคนอื่นสิครับ อีกอย่างผมต่างหากที่จีบคุณ”“ฉันเป็นคนขอแลกวีแชต”“แต่คืนนั้นผมจะให้นามบัตรคุณอยู่แล้ว ไม่งั้นคงไม่ใจง่ายพาใครไปที่อพาร์ทเม้นตั้งแต่พบกันวันแรก กลัวจะแย่ว่าจะถูกหาว่าล่อลวง”“ฉันไม่กลัวถูกล่อลวงค่ะ เพราะฉันจะเป็นฝ่ายล่อลวงคุณหมอเอง”เขาได้แต่จนใจ เห็นดวงตาคู่สวยนั่นแล้วบอกตามตรงว่าเขาไม่อยากขัดใจเธอ ไม่อยากทำให้
ซูหนิงหย่าหัวใจเต้นแรงมาก แน่นอนว่าเธอต้องไปอยู่แล้ว “ไปค่ะ”“งั้นก็ขึ้นรถเมล์เถอะครับมาแล้ว”โชคร้าย...ร้านโจ๊กดันมาปิดวันนี้พอดี“เอ่อ...” เสวียนหลางดูอึดอัด “ไม่งั้น...ผมหมายถึงผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดี อพาร์ทเม้นของผมพอจะมีวัตถุดิบ ผม...ทำอะไรให้คุณกินเป็นมื้อเช้าได้นะครับ ผมไม่ได้คิดไม่ดีนะครับ จริงๆ!”เธอต่างหากที่กำลังคิดไม่ดีกับเขา “ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย ไปสิคะ มาแล้วต้องไม่เสียเที่ยวสิ ยังไงต่อไปก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้ว”เขาดูโล่งใจมากจนซูหนิงหย่ากลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ สองข้างแก้มรู้สึกเจ็บๆ เพราะเอาแต่แอบยิ้ม ยิ่งตอนเห็นอพาร์ทเม้นว่างๆ ของเขาไม่มีข้าวของของผู้หญิง ไม่มีร่องรอยของคนอื่น เหมือนเขาเพิ่งเริ่มผ่อนที่นี่จริงๆ และยังไม่เคยพาใครมา หญิงสาวก็ยิ่ง...ดีใจมาก“ผมมีหนังสือ ถ้ายังไงคุณนั่งอ่านหนังสือไปก่อนผมจะรีบเข้าครัว”“ได้ค่ะ”เห็นผู้ชายเข้าครัวอย่างคล่องแคล่ว ซูหนิงหย่าอ่านนิยายสืบสวนที่ถืออยู่แทบไม่รู้เรื่อง ในใจก็กำลังกังวลว่าจะทำให้เขาดูถูกหรือเปล่า เพิ่งรู้จักกันเขาชวนมาก็มากับเขา แถมยังขึ้นห้องมาโดยไม่มีใครรู้อีกด้วย!เห็นเสวียนหลางสับไข่เยี่ยวมา มือไม้ขยับคล่องแคล่ว
“ทำไมละคะ”“เพราะพยาบาลที่ผมรู้จักส่วนใหญ่...ไม่มีใครชอบกดโคล่าจากตู้กดน่ะครับ”“จริงเหรอคะ” โดนจับได้แล้วหรือยังนะ!! “ก็...เห็นคุณจากตรงนั้น” หญิงสาวชี้ไปที่หน้าต่างกระจก “นอนไม่หลับน่ะค่ะก็เลยหาเพื่อนคุย แล้วถ้าไม่ชอบโคล่าคุณหมอชอบดื่มอะไรคะ”“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลครับ”“อ่อ แต่ฉันชอบชามากกว่า”“ชาผมก็ชอบนะครับ ยี่ห้อXXX กลิ่นหอมรสชาติดี”“ไว้จะลองหามาดื่มนะคะ แต่ฉันคงแนะนำกาแฟให้คุณหมอตอบแทนไม่ได้”“กาแฟที่นี่ก็อร่อยนะครับ”“ที่นี่?”“ครับ ที่ร้านอาหารสวัสดิการของโรงพยาบาล”“งั้นไว้มีโอกาสจะลองนะคะ แต่คงไม่ใช่กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล” เธอหัวเราะเขาเองก็ยิ้ม พระเจ้า...คิดถึงรอยยิ้มของเขาชะมัดเสียงมือถือของเขาดังขึ้นขัดจังหวะ เขากดรับสายจากนั้นรีบร้อนลุกขึ้น “ผมต้องไปแล้วครับ”“อ้อ...เอ่อค่ะ” เธอลุกขึ้นยืนกำลังลังเล “คือคุณหมอคะ!” ปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด!! “ขอแลกวีแชตได้มั้ยคะ”“เอ่อ” เขาเลิกคิ้วตอนหันกลับมา มือของเขายังลูบไปมาที่กระเป๋าเสื้อ “ดะได้ครับ” เขากดมือถือสแกนแลกวีแชต[1]กับเธอ“ไว้ค่อยเจอกันนะครับ”แล้วเขาก็ต้องวิ่งแบบวิ่งสู้ฟัดไปจากสวน ตอนผ่านหน้าต่างกระจกเขาหันมามองเธอแล้วโบ






評論