Se connecterเต๋อเฟยหยิบพัดกลมเขียนลวดลายกระต่ายเคียงคู่ให้อีกอย่าง “จงดูพัดนี้แล้วพิจารณาความหมายให้ดี
บุรุษร่างสูงสง่าเอนไหล่พิงเสาศิลา สองแขนกอดนางกำนัลน้อยไว้แน่น เขารู้ดีว่ามีพลังอำนาจที่ไม่อาจต้านทานจะพรากนางไปจากเขา พรากชีวิตของนาง อิ้นเจินคิดอย่างโกรธเกรี้ยวขณะมองแสงตะวันเรืองรองที่แผ่ซ่านมาจับต้องผิวกายนวลผ่อง และในที่สุดเขาก็คิดออก“ข้าคิดว่าข้าพอจะมีวิธีแก้ปัญหาให้เจ้าแล้ว”“ทำยังไงเพคะ”“ปล่อยให้เป็นธุระของข้าเอง น่าจะต้องใช้เวลาสักพัก” เขาไม่ลืมที่จะย้ำอีกครั้ง แววตาจับนิ่งที่นางกำนัลตัวน้อย “จำไว้แค่ว่าเจ้าต้องเป็นเมียข้า”“เอ๊ะ! หม่อมฉันไม่ยินยอมเป็นเมียของท่าน”เขาพูดต่อโดยไม่สนใจ “และข้าเป็นคนขี้หึงพอตัว”แล้วจะบอกนางทำไมวะคะ “ท่านนี่ช่างพูดไม่รู้เรื่อง บอกว่าไม่ก็ไม่สิเพคะ หม่อมฉันดูแลตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องแต่งกับท่าน หากต้องการยืดชีวิตของหม่อมฉัน ขอหม่อมฉันอยู่เงียบๆ อย่างสงบ ไม่เปิดเผยตัวตนเถอะ”“แต่ข้าต้องการให้คนทั่วหล้ารู้ว่าเจ้าเป็นเมียข้า”คนผี!!ยิ่งเขาพูดนางก็ยิ่งแสดงอาการหายใจติดๆ ขัดๆ เพราะเขาโ
“แต่ถ้าแกอยู่ที่นี่ แกจะมีอันตราย ทีมสังหารกำลังจะเดินทางมาเพื่อกำจัดแกแล้ว นี่เป็นโอกาสสุดท้าย พี่ขอร้อง กลับบ้าน!” พี่แทนคุณถลึงตาดุดันใส่อิ้นเจิน อีกฝ่ายก็จ้องตากลับอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน“ข้าไม่ให้นางไป!”“แต่น้องของฉันต้องกลับ!”“พอเถอะหวังเย๋ หม่อมฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ หม่อมฉันไม่เสียใจเลยที่ได้เจอท่าน เวลาที่ได้คุยกับท่าน หม่อมฉันสนุกมากเลยล่ะ ยินดีที่เราเคยได้พบกันนะเพคะ ลาก่อน”“ไม่” เขากอดนางแน่นขึ้น ดวงตากร้าวกระด้างปานจะฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้า น้ำเสียงที่ลอดไรฟันดุดันกร้าวกระด้างกว่าครั้งใดที่ผ่านมาในชีวิต อิ้นเจินแสดงความเป็นปรปักษ์ฉายชัดพุ่งตรงไปที่แทนคุณอย่างรุนแรง “ข้าจะไม่มีวันเสียนางไป ลองเจ้ากลับมาอีกครั้งสิ ข้าจะฆ่าเจ้า!”ชายทั้งสองจ้องมองกันอย่างตึงเครียดขั้นสุด แทนคุณโยนสิ่งหนึ่งคืนให้ สิ่งนั้นคือสร้อยพลอยของนารา“จงใช้มันปกป้องน้องสาวของฉัน” ช่องว่างมิติหดเล็กลงจนไม่สามารถเข้าไปได้อีก ก่อนที่ช่องว่างนั้นจะปิดลงโดยไม่รู้วันเปิด เสียงพี่
พี่แทนคุณกระโดดออกมาจากช่องว่างนั้น “ว่าไงล่ะเรา” “ก็ไม่ว่าไงหรอก” นาราตอบกวนแล้วเบือนหน้าหนี นึกอยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปแบบนี้ นางยังพูดอะไรไม่ออก รีบลูบหน้าตาตัวเองเพื่อปรับความปั่นป่วนในใจให้สงบลง ปรับจังหวะชีพจรและลมหายใจคืนมาอย่างยากลำบากทั้งๆ ที่แข้งขาอ่อนจนแทบจะล้มได้ทุกขณะ“เรื่องทักทายเอาไว้ทีหลัง เราต้องทำเวลาหน่อย เร็วเข้า”“พี่มารับหนิงแล้วเหรอ”“ใช่ โครงการวิจัยของเรามีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้ว” พี่แทนคุณเตรียมจัดการลบความทรงจำของทุกคนที่นางเคยเกี่ยวข้องในยุคสมัยนี้ทั้งหมด เพียงแค่โยนอุปกรณ์ล้างความทรงจำไว้ที่นี่ ปล่อยให้เครื่องทำงานของมันไปและจะทำลายตัวเองเมื่อเสร็จสิ้น ส่วนนารายังลังเล เผลอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของยงชินหวังไว้แน่น“ส่งสร้อยพลอยมาให้พี่ เราลบความทรงจำเขาแล้วยัง” พี่แทนคุณชี้ไปที่อิ้นเจิน“ยังค่ะ” นาราตอบเสียงเรียบๆ จู่ๆ น้ำตามันก็ร่วงคำตอบเดียวที่ค้นหาให้ตัวเองได้ว่าเหตุใดจึงร่ำไห้ นั่นเป็นเพราะไม่อยากไร้ตัวตนในความท
นารายังไม่รู้ตัวว่าตนตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำทุกวิธีทางให้เขายอมรับว่านางมาจากอนาคต“ท่านเคยเห็นใครนุ่งซิ่นห่มสไบอย่างหม่อมฉันหรือเปล่า ทุกอย่างเป็นเพราะหม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ เป้าหมายที่หม่อมฉันจะต้องไปคือกรุงศรีอยุธยา เซียนหลัว... แต่มีเหตุผิดพลาดเกิดขึ้น ผลก็เป็นอย่างที่เห็น...”ความลับที่อยู่ในใจมาเนิ่นนาน พอมีคนสักคนรับฟังเงียบๆ นาราก็เผลอระบายความเครียดที่ไม่เคยให้ใครรับรู้ออกมาจนหมดสิ้น นางบอกตัวเองแค่ว่าต้องการใครสักคนรับฟัง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่าง นางไม่ได้เล่าให้เขาเพราะไว้ใจในตัวเขาหรอกนะ นางพูดถึงสงครามแย่งชิงทรัพยากร มลภาวะ โรคระบาด การทำลายล้างธรรมชาติและการล่มสลายทางวัฒนธรรม นาราร่ายยาวจนเหนื่อย จำต้องหยุดพักปรับจังหวะลมหายใจและเบือนสายตาไปทางอื่น ก่อนจะเคลื่อนสายตามาตรงกับดวงตาคมปลาบเป็นประกายเพลิงคู่นั้นอีกครั้งคราวนี้ถูกตรึงแน่นไม่ปล่อย“ทรงเชื่อหม่อมฉันหรือไม่”คำตอบของเขาคือ...“อืม”บ๊ะ! ไอ้องค์ชายสี่ไม่ได้ช่วยรับฟัง แต่กวนประสาทนางต่างหากเข
บทที่ 19 ข้ารักเจ้าเมื่อครู่นี้เขาพูดว่าอะไรนะ... เว้าอีหยัง ฟังบ่ฮู้เฮื่อง นาราเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยความประหลาดใจสุดขีด ดวงตาดำขลับส่องประกายแวววาวดุจดวงดารานับพัน ริมฝีปากวาดโค้งขึ้นอย่างสวยงามและเหวี่ยงมือขึ้นพร้อมหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล“หวังเย๋เล่นหนักเกินไปแล้ว ฮ่าๆ” นาราหัวร่องอหาย นางไม่ใช่หญิงงามผู้วิเศษลอยลมมาจากไหน ไม่ใช่เจ้าหญิงที่เขาต้องบุกตีปราสาทเพื่อมารับตัวไปแต่งงาน และที่ผ่านมานางมั่นใจว่ากวนตีนเขาแทบจะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ดังนั้นนาราจึงไม่เชื่อคำพูดของเขาเลยสักนิด ทว่าร่างสูงสง่ายังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง แววตาหนักแน่นมั่นคงประดุจศิลา สลักคำนั้นไว้มิเปลี่ยนแปรเสียงหัวเราะของนาราค่อยๆ เบาลงเพราะเครื่องจับเท็จไม่มีปฏิกิริยาต่อคำพูดของเขาเลยสักนิด ร่างบางเกาแก้มและเริ่มทำตัวไม่ถูกแทน“ผู้อื่นครอบครองตำแหน่งพระชายาไปแล้ว ข้าเองก็มิอาจเปลี่ยนแปลงรับสั่งของเสด็จพ่อได้ แต่สำหรับตำแหน่งเมีย ข้ายังไม่เคยคิดมอบให้ใครนอกจากเจ้า” น้ำเสียงของเขาเยื
“หนิงเอ๋อร์” เต๋อเฟยรับสั่งเรียกเสียงเย็นเยียบ นาราจึงย่อกายคำนับ“เพคะเหนียงเหนียง”“เรื่องระหว่างเจ้ากับองค์ชายสี่ใช่ว่าข้าจะไม่รับรู้ ไม่ว่าเจ้าจะคิดหรือไม่คิดข้าไม่สนเพราะเจ้าเองก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง แต่จวินอี้นับได้ว่าเป็นนายหญิงของเจ้าคนหนึ่ง ฐานะของนางสามารถฆ่าเจ้าได้ จงอย่าปะทะกับนางเช่นนั้นอีก เจ้าอาศัยอยู่ในวังหลังก็เห็นแล้วว่าสงครามของผู้หญิงที่กำลังหึงหวงน่ากลัวเพียงใด การยั่วโมโหอีกฝ่ายรังแต่จะยิ่งทำให้ชีวิตของเจ้าวุ่นวายยิ่งขึ้น จงสำรวมตนในฐานะนางกำนัลให้จงหนัก”“เพคะเหนียงเหนียง ขอทรงอภัยให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันจะจำคำของเหนียงเหนียงไว้เพคะ”นารารับโทษคุกเข่าในศาลาหลังน้อย คิดทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งภารกิจที่ล้มเหลว การหาหนทางกลับสู่ห้วงกาลเวลา การดิ้นรนเอาตัวรอด การแทรกแซงความเป็นความตายของคนในยุคนี้และสุดท้ายเรื่องที่ตกค้างในใจจนไม่อาจลบล้างคือเรื่องคนผู้นั้น เมื่อผ่านไปเกือบชั่วยามร่างกายก็เริ่มประท้วง ขยับตัวกระดุ๊กกระดิ๊กเพราะเมื่อยและคนที่ทำให้นางโมโหที่สุดก็ยืนอย
บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา
นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...
“อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ
บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพร







