ホーム / รักโบราณ / พระชายาแสวงพ่าย / บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 1

共有

บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 1

บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์

นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพระสนมอี้กุ้ยเฟย[1]

อี้กุ้ยเฟยนั่งอมยิ้มอยู่ที่โถงในตำหนักซึ่งตกแต่งอย่างหรูหราตระการตา นางเฝ้ารอข่าวอย่างใจจดใจจ่อพลางลูบหยกหยูอี้อย่างมีความสุข บนโต๊ะฝังมุกข้างกายเต็มไปด้วยจานอาหารว่างราคาแพงหลากหลายชนิด อี้กุ้ยเฟยใช้ตะเกียบทองคำคีบติ่มซำเนื้อปูทานเพียงครึ่งคำ ดื่มชาเหอเป่ยจากกาไข่มุกเล็กน้อย ดื่มด่ำรับรส เสพสุขตามประสาผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ นางมีบารมีถึงขั้นนางสนมทั้งหลายต้องยำเกรงเสียยิ่งกว่าอดีตฮองเฮาเสียอีก

เหลียงเฟย พระมารดาขององค์ชายแปดมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก นางไม่อยากเจอหน้าอี้กุ้ยเฟยแต่ก็จำเป็นต้องมานั่งปั้นยิ้มหวานประจบเอาใจ แม้เหลียงเฟยจะมีตำแหน่งแต่ก็ไม่ได้รับคำเชิญให้ร่วมทานอาหารว่างของอี้กุ้ยเฟยแต่อย่างใด ซึ่งอาหารว่างแต่ละครั้งของอี้กุ้ยเฟย พ่อครัวหลวงจะลงมือทำอย่างสุดฝีมือ ใช้ของดีที่สุด แพงที่สุด หายากที่สุดมาปรุงถวายจนบางมื้อเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินเดือนของกุ้ยเหรินเสียอีก แต่อี้กุ้ยเฟยไม่สนใจ สีหน้าอิ่มเอิบสบายอารมณ์

“รสชาติดีมาก”

หลีกูกู นางกำนัลคนสนิทกำลังบีบนวดข้อเท้าของพระนางอย่างนุ่มนวล บ่าวเห็นนายมีความสุข นางก็มีความสุข

“หม่อมฉันได้ข่าวว่านังผู้หญิงคนนั้นถึงกับสลบเลยเพคะเหนียงเหนียง ไม่แน่ใจว่าถึงชีวิตหรือไม่ด้วยซ้ำ นางเป็นแค่สนมชั้นต่ำ เก่งแต่ล่อลวงฝ่าบาท แถมคิดจะชูคอแย่งตำแหน่งฮองเฮากับเหนียงเหนียง กรรมตาสนองพวกไม่เจียมตัวแล้วเพคะ”

อี้กุ้ยเฟยยิ้ม สายตาอ่อนหวาน “ถ้านางตายแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า แต่ไหนๆ ข้ากับนางต่างก็รู้จักสนิทสนมมาตั้งแต่สมัยยังสาว ข้าสมควรต้องช่วยส่งศพพี่เต๋อออย่างสมเกียรติถึงจะถูก เฮ้อ... อีกไม่นานข้าก็จะได้ตำแหน่งฮองเฮาแล้ว ถ้านางตายจริง ข้าจะทูลขอฝ่าบาทให้แต่งตั้งนางย้อนหลังเป็น ‘กุ้ยเฟย’ ก็ได้”

“เหนียงเหนียงทรงเมตตา ใจกว้างดุจแม่น้ำฮวงโห บ่าวมิอาจเทียบเพคะ”

เหตุการณ์ระทึกขวัญในตำหนักเหยียนชีกงแพร่กระจายสร้างความหวาดกลัวไปทั่ว เกิดข่าวลือว่ามีนางปีศาจฟันดำโผล่ออกมาปองร้ายพระสนมเต๋อเฟยจนพระนางเป็นลมสลบ มีขันทีกับนางกำนัลนับสิบยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นนางปีศาจ คังกงกง หัวหน้าขันทีของอี้กุ้ยเฟยรีบไปสืบเสาะข่าว เมื่อได้ความจึงรีบไปรายงานเจ้านาย

“กราบทูลเหนียงเหนียง ตอนนี้ตำหนักเหยียนชีกงวุ่นวายมาก กระหม่อมสอบถามพวกหมอหลวง ได้ความว่าเต๋อเฟยอาการกำเริบเป็นลมในสวนเพราะเจอนางปีศาจพ่ะย่ะค่ะ”

“นางปีศาจ? เป็นความจริงรึ”

“หม่อมฉันเดาว่านี่เป็นแผนการเรียกร้องความสนใจจากฝ่าบาทมากกว่านะเพคะ” เหลียงเฟยออกความเห็น แม้จะเกลียดอี้กุ้ยเฟยเพียงใดแต่เหลียงเฟยพยายามยิ้มหวานเอาใจ เพื่อปูทางให้ลูกชายได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของตำหนักฉูเชียวกงอันแสนใหญ่โตและหรูหราแห่งนี้

“นางนั้นไม่ใช่คนโง่ ฝ่าบาทไม่เชื่อเรื่องผีสาง นางไม่มีทางคิดใช้แผนตื้นเขินแบบนั้นหรอก”

“หม่อมฉันโง่เขลา ไม่ทันคิดถึงข้อนี้เลยเพคะ ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่ามีปีศาจโผล่มาจริงๆ งั้นก็น่าแปลกที่ทำไมถึงไปปรากฏในตำหนักเหยียนชีกง บรรยากาศที่นั่นแทบจะกลายเป็นวัดไปแล้วด้วยซ้ำ”

“เฮอะ! ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเต๋อเฟยเป็นพวกจิ้งจอกแปลงกาย ฉากหน้าก็ทำเป็นไหว้พระจิตใจมีกุศลสูงส่ง แต่เบื้องหลังคงจะเน่าเฟะสกปรก ภูตผีมันถึงได้เลือกไปหานาง”

“เหนียงเหนียงช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก หม่อมฉันกับลูกต้องพึ่งบารมีเหนียงเหนียงให้ช่วยคุ้มครองแล้วเพคะ”

“ฮึ! ข้าเป็นผู้อุ้มชูอุปถัมภ์พวกเจ้าสองแม่ลูกมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่อย่างนั้นตาอิ้งชั้นต่ำอย่างเจ้าคงไม่ได้มาเสนอหน้าในตำแหน่งเฟยหรอกนะ ส่วนลูกของเจ้าก็คงเป็นได้แค่เจิ้นกั๋วกง[2]กระจอกๆ ยังดีที่มีข้ายื่นมือรับเขาไว้เป็นโอรสบุญธรรม หวังว่าเจ้าคงรู้ฐานะตัวเองดีนะ”

เหลียงเฟยได้รับคำดูถูกเพียงใดก็ต้องอดทน คุกเข่าก้มหน้า “เพคะ วันใดที่อิ้นซื่อลูกของหม่อมฉันได้ครองบัลลังก์ เหนียงเหนียงจะต้องได้เป็นไทเฮาเพคะ”

“ดี รู้คุณคนดี... ข้ามีหวีทำจากหยกบรรณาการของพม่า ฝ่าบาทประทานให้ข้าเมื่อเดือนก่อน ข้าเบื่อแล้ว เจ้าเอาไปสิ”

สีหน้าของเหลียงเฟยเปลี่ยนเป็นโมโหแต่นางฉลาดพอที่จะยิ้มออกมา “ขอบพระทัยเพคะเหนียงเหนียง หม่อมฉันซาบซึ้งยิ่งนัก”

อี้กุ้ยเฟย น้องสาวของอดีตฮองเฮาโบกพัดในมืออย่างแช่มช้า มุมปากแสยะยิ้มสะใจ นับตั้งแต่พี่สาวตายไป นางคือมเหสีตำแหน่งสูงที่สุดในวังหลัง แม้ว่าฮ่องเต้จะมีรับสั่งให้เหล่ามเหสีทั้งเต๋อเฟย หรงเฟยและเหลียงเฟยร่วมกันดูแล แต่แท้จริงแล้วอี้กุ้ยเฟยมีอำนาจปกครองความสงบเรียบร้อยของวังหลังแต่เพียงผู้เดียว นางเฝ้ารอคำสั่งแต่งตั้งตนเองขึ้นเป็นฮองเฮาอยู่ทุกลมหายใจ ขณะรอก็คอยหาทางกำจัดนางสนมชั้นต่ำไปให้พ้นหูพ้นตา สำหรับสตรีชาวฮั่นอย่างเหลียงเฟยแล้วอี้กุ้ยเฟยไม่เคยมองในสายตา ส่วนหรงเฟยเจ็บออดๆ แอดๆ ก็ไม่มีกำลังพอจะต่อต้าน เหลือก็เพียงแต่เต๋อเฟย มารดาขององค์ชายผู้มากความสามารถถึงสองพระองค์

หนำซ้ำองค์ชายสี่อิ้นเจินยังมีศักดิ์เป็นบุตรบุญธรรมของอดีตฮองเฮา ถ้าอี้กุ้ยเฟยไม่ได้ครองตำแหน่งฮองเฮา องค์ชายแปดก็ยังไม่อาจเทียบบารมีของอิ้นเจินได้เต็มที่  

อี้กุ้ยเฟยปรายตามองไปที่เหลียงเฟย ก่อนจะแค่นเสียงเยาะ “ถ้าซาบซึ้งนัก ทำไมยังไม่รีบจัดการปัดกวาดฝุ่นให้ข้าอีกเล่า”

“ตะ...แต่เหนียงเหนียงเพคะ เต๋อเฟยกับหม่อมฉันนับถือเป็นพี่น้องกัน หม่อมฉันทำร้ายพี่สาวไม่ได้”

“เจ้านับถือนางเป็นพี่ แล้วนางเห็นเจ้าเป็นน้องงั้นหรือ อีกอย่างพวกเราเหล่าสนมในวังต่างก็ถือว่าเป็นพี่สาวน้องสาว ร่วมกันถวายการรับใช้ให้ฝ่าบาทอยู่แล้ว ดูอย่างเจ้าเชี่ยวชาญการ ‘ปรุงยา’ ยิ่งนัก ที่ผ่านมาช่วยข้าบำรุงเหล่าพี่สาวน้องสาวตั้งมากมาย จริงมั้ย”

“เหนียงเหนียงอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยเพคะ” สีหน้าของเหลียงเฟยไม่สู้ดีเมื่อถูกพูดถึงแผลเก่า “หม่อมฉันเลิกปรุงยาไปนานแล้วเพคะ ส่วนเรื่องเต๋อเฟย... เหนียงเหนียงโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วย”

อี้กุ้ยเฟยหัวเราะเมื่อได้ยินคำว่าเมตตาจากปากเหลียงเฟย “ถ้าเช่นนั้นเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เจ้ากับลูกกำลังลำบาก ทำไมนางถึงไม่ช่วยเหลือล่ะ”

“ตอนนั้นพี่ซื่อหลานเพิ่งแท้ง...” เหลียงเฟยพูดเสียงอ่อยไม่เต็มปากเต็มคำนัก อี้กุ้ยเฟยจึงตัดบท

“ถ้าเจ้าลำบากใจก็พูดออกมาได้เลยตามตรง เฮ้อ... ข้าไม่ดึงเจ้าไปจมของสกปรกหรอกนะ”

“พวกไม่เจียมตัวคิดแย่งตำแหน่งฮองเฮาไปจากเหนียงเหนียง ล้วนต้องไม่ตายดีทุกคนเพคะ” หลีกูกู นางกำนัลคนสนิทประจบบ้าง อี้กุ้ยเฟยฟังแล้วถูกใจยิ่งนัก ตบรางวัลให้เสียยกใหญ่ จะมีก็เพียงแต่เหลียงเฟยที่มีสีหน้าไม่สู้ดี นางเป็นเพียงมเหสีชาวฮั่น ถึงจะไต่เต้ามาไกลและมีโอรสถวายฝ่าบาท แต่ไม่มีปากไม่มีเสียงจะโต้แย้งขัดขืนใดๆ ทำได้เพียงไหลตามกระแสคนที่มีอำนาจไปเรื่อยๆ เพื่อปกป้ององค์ชายแปด แล้วยิ่งเกิดกรณีถอดยศรัชทายาททำให้บรรยากาศในวังหลังทวีความเครียดขึ้น องค์ชายแปดบอกผู้เป็นแม่อย่างชัดเจนว่าต้องการบัลลังก์ เหลียงเฟยจึงต้องเลือกยืนข้างลูกชายเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

สิ่งแรกที่ต้องทำคือแสดงความภักดีต่ออี้กุ้ยเฟย ช่วยพระนางกำจัดขวากหนามแม้ว่าเต๋อเฟยทรงมีน้ำใจไมตรีให้มาโดยตลอดก็ตาม

“เอ่อ... งั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่เพคะ สองเดือนหน้าก็จะถึงวันเกิดขององค์ไทเฮาแล้ว ทางกรมพิธีการตระเตรียมงิ้วสิบกว่าคณะจากทั่วแผ่นดินมาเพื่อถวายความสำราญ หม่อมฉันจะใช้โอกาสนั้นทูลขอฝ่าบาทให้แต่งตั้งเหนียงเหนียงขึ้นเป็นฮองเฮา และหม่อมฉันจะกำจัดเสี้ยนหนามให้เรียบร้อยในคราวเดียว... เพื่อเหนียงเหนียงเพคะ”

“ดี เจ้าก็ไปจัดการซะ ทำให้ได้อย่างปากว่าล่ะ ไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่จำเป็นต้องมีปากไว้ฉอเลาะข้าอีก” อี้กุ้ยเฟยหมุนกำไลหยกล้ำค่าไปมา ดวงตาเป็นประกายร้ายกาจขณะจ้องมองนางสนมชาวฮั่นต่ำต้อย “กลับไปได้แล้วไป ข้าเหนื่อยแล้ว จะพักผ่อน”

“เพคะ”

[1] พระสนมขั้นที่ 4 ซึ่งลำดับขั้นของสนมในสมัยชิงมีทั้งหมด 8 ขั้น ไล่จากสูงไปต่ำได้แก่ ฮองเฮา, หวงกุ้ยเฟย, กุ้ยเฟย, เฟย, ผิน, กุ้ยเหริน, ฉางไจ้, และตาอิ้ง

[2] ตำแหน่งองค์ชายชั้น 5 ซึ่งเป็นโอรสที่ประสูติจากนางสนม

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 42 แท้งบุตร 1

    บทที่ 42 แท้งบุตร “หากข้าดึงตัวหวังเย๋กลับไปนอนค้างที่เรือนใหญ่บ้าง เจ้าคงจะไม่โกรธข้านะ” นารายิ้มให้คำถามนั้น “ท่านเป็นพระชายาเอกไม่ใช่หรือเพคะ เหตุใดหม่อมฉันต้องโกรธเคืองท่านด้วย หากเราทั้งสองฝ่ายปรองดองกันได้ก็ย่อมเป็นเรื่องดีเพคะ” “เจ้าช่างมีน้ำใจและใจกว้างยิ่งนัก” ขณะอยู่ในรถม้า จวินอี้พยายามแสดงความมิตร นาราก็ตอบตามมารยาทและเริ่มผิดสังเกตมากขึ้นเมื่อเห็นเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากจวินอี้ นาราใช้อุปกรณ์ตรวจสสารจากลมหายใจของจวินอี้ ผลรายงานออกมาว่าเป็นจื่อเสี่ยฮวา หงฮวาตัน[1]มันคือยาขับเลือด จินจูกดดันมานาน พอรู้ว่ายาที่ตนเองต้มให้พระชายาดื่มคืออะไรถึงกับหน้าซีด หมดเรี่ยวแรง“พระชายา ท่านทำอะไรลงไปเพคะ”“ก็สม

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 41 กบใต้บ่อน้ำ 2

    นาราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง นางตื่นตอนรุ่งสางทุกเช้าด้วยสัมผัสอ่อนโยนในอ้อมแขนแกร่ง ดื่มด่ำความอบอุ่นดั่งแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณและความเย้ายวนจากกลิ่นกายหอมๆ ของเขา นาราตื่นก่อนจึงแกล้งไต่นิ้วไปมาบนแนวกล้ามหน้าท้องแข็งแกร่ง ไล่เลื้อยไปตามแนวขนรัญจวน หายลับไปใต้ผ้าห่ม คุ้ยๆ เขี่ยๆ เดี๋ยวเดียวก็กิ๊วก๊าว...“Are you sleeping? Are you sleeping? Brother’s Jhone… Brother’s Jhone? Morning bell are ringging. Morning bell are ringging… Ding ding dong ding ding dong. ท่านพี่... ปูไต่... ปูไต่...”“นอนซะ ปูไม่ไต่แล้ว ปูจะนอน”ผู้ชายของนางจูบไหล่เปล่าเปลือยของนางแล้วถอนหายใจเฮือกพลางหลับต่อ มีหลายครั้งที่ยงชินหวังผู้องอาจผ่าเผยนอนเละเทะด้วยอาการลำพองตามประสาผู้ชาย ร่างเครียดเขม็งตาตั้งชันเซย์เฮลโหล นาราก็มักจะอดใจไม่ไหว หยอกเย้าเขาและบรรเลงความสุขปริ่มล้นที่ไม่มีวันหมด แต่ถ้าวันไหนเขานอนเรียบร้อยดี นาราก็จะนอนมองจนกว่าดวงตาสีเข้มคมกริบจะเปิดปรือขึ้นประสานสายตา ริมฝีปากเรียวยก

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 41 กบใต้บ่อน้ำ 1

    บทที่ 41 กบใต้บ่อน้ำ ยามราตรีมีเสียงนกร้องดังก้องเสียดแก้วหู แมวดำตัวหนึ่งเดินอ้อยอิ่งไปตามหลังคาแล้วเริ่มร้องครวญครางไม่หยุด ตอนนี้เป็นเวลาดึกสงัดไร้ร้างผู้คน ตั้งแต่จวินอี้กลับจากวังก็เอาแต่เก็บตัวเงียบ ไม่พูดไม่จา สายตาเหม่อลอยนิ่งมองเปลวเทียน สองมือลูบครรภ์นูนใหญ่ของตนเองอย่างเชื่องช้า “ข้าจะนอนแล้ว” “พะ...เพคะ” จินจูนั่งอยู่เป็นเพื่อน ถ้าเจ้านายไม่นอน บ่าวก็ห้ามนอนก่อน จินจูรีบวางมือจากงานตัดเย็บผ้าอ้อม ลุกขึ้นมาประคองจวินอี้ไปส่งที่เตียง จินจูกระชับผ้าห่มและปลดม่านมุ้งลง ส่วนตัวเองนั้นนอนที่พื้นข้างเตียง ด้วยความอ่อนเพลียเพราะแทบไม่ได้พักผ่อน แค่เอนหลังแล้วหลับตาลงไม่กี่อึดใจ จินจูก็หลับไป แต่ดวงตาลึกโหลของจวินอี้ยังเบิกกว้างมองเพดานเตียง ในใจสับสนวุ่นวายเมื่อนึกถึงค

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 40 งัดข้อ 3

    ฤดูร้อนกำลังจะลาจากไปแทนที่ด้วยฤดูใบไม้ร่วง แม้ว่าดอกเบญจมาศจะเริ่มโรยรา แต่เบญจมาศยอมตายบนต้น ไม่ยอมถูกลมหานวเย็นพัดพาไปไกล มันมีเกียรติและยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว ยามนี้วังหลวงก็มีสีสันงดงามตระการตา เสมือนจิตรกรเอกแต่งแต้มพรรณไม้ด้วยสีเหลืองสด สีแดงส้มและสีเลือดหมู ตามพื้นอุทยานเริ่มมีใบไม้สีทองอร่ามร่วงหล่นงามดุจปูพรม ยามเดินส่งเสียงกรอบแกรบแข่งกับเสียงเจ้ากระรอกที่วิ่งโผไปมาตามกิ่งไม้แห้งอย่างรวดเร็วไม่มีพลาดเต๋อเฟยทรงกำลังสวดมนต์นับลูกประคำอย่างสงบในศาลา ส่วนเฉินกูกูเติมน้ำมันใส่ตะเกียงหน้าพระและคอยโบกแส้ขนหางจามรีปัดแมลงป้องกันมิให้ระคายเคืองพระวรกาย จวินอี้อดทนนั่งรออย่างกระฟัดกระเฟียด จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว สั่งให้จินจูประคองพาตนเองไปยังศาลา การจะก้าวเดินแต่ละก้าวสร้างความปวดร้าวให้จวินอี้สุดจะพรรณนา อาการปวดท้องมีแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ จนข่มไม่ไหว จวินอี้ใช้มือประคองครรภ์ของตนเองไว้ด้วยสีหน้าทุกข์ทรมาน ในใจนึกก่นด่าสาปแช่งเด็กในท้องไปร้อยแปด&nbs

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 40 งัดข้อ 2

    “เก๋อเก๋อ... เก๋อเก๋อเพคะ ทรงปฏิเสธคำสั่งเช่นนี้ พระชายาก็เลยอาละวาดใหญ่เลยเพคะ” เจียวเจียววิ่งตามหลังมาอย่างตื่นตระหนก นารายักไหล่ ตบบ่าบ่าวคนสนิทให้ใจเย็นๆ“ข้าก็ไม่ได้ปฏิเสธคำสั่งของนางเสียหน่อย นางไม่ได้บอกว่าจะต้องทำเสร็จก่อนตะวันตกดินวันไหน เอาไว้เดือนหน้าข้าค่อยทำ”เจียวเจียวหัวเราะ “กว่าจะถึงวันนั้น พวกนกกาก็คงจะเก็บกินไปหมดแล้วนะเพคะ”“ก็ทำไงได้ล่ะ ข้าว่างเดือนหน้านี้นี่นา เอาล่ะ ไปทำซาลาเปากันต่อดีกว่า”“แต่ถ้าพระชายาทรงไม่ยอมรามือล่ะเพคะ”“เขาจะไม่สนใจข้าอีกหรอก เขามีสิ่งสำคัญที่ต้องสนใจกว่า”นาราแอบถอนหายใจเบาๆ เพราะมองแค่แวบเดียวก็สังเกตเห็นว่า สุขภาพของจวินอี้นับวันจะถอยหลังลงเรื่อยๆ และมีอาการปวดท้องถี่ขึ้น น่าจะปวดจนไม่ปวดแล้วแต่ร่างกายยังร้องลั่นอยู่ ดูจากเหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก มีอาการหน้าและมือบวมหนักมาก นาราสังเกตเห็นข้อมือของจวินอี้ เดิมทีผิวพรรณผุดผ่องงดงาม แต่ตอนนี้ขาวซีดและเป็นจ้ำเขียวแล้ว นั่นล้วนไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย หากทานยาเร่งคลอดออกมา

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 40 งัดข้อ 1

    บทที่ 40 งัดข้อในเมื่ออยากให้มาก็มานาราเดินเนิบๆ มาถึงเรือนใหญ่โดยมีสูเชิ่นกับตวนรั่วตามติดแจมาด้วย เนื้อตัวของทั้งสามเปรอะแป้งสาลีเต็มชุดตัวสวยเพราะตอนที่จินจูไปตาม นารากับเด็กๆ กำลังหัดทำซาลาเปาเป็นตัวอย่างก่อนทดลองขาย เมื่อมาพบหน้าพระชายาเอกซึ่งแต่งกายอย่างประณีตหรูหรา นาราจึงย่อกายคำนับ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร จวินอี้ก็ตวาดใส่เสียก่อน“ใครสั่งให้พวกเจ้าลุกมิทราบ!”นาราชะงัก แม้แต่ท่านหญิงน้อยทั้งสองก็ต้องย่อกายค้างอยู่เช่นนั้น จวินอี้ขยับพัดกลม มุมปากยกขึ้นสูงขณะเอ่ยเสียงนุ่มนวล “กว่าจะมาพบข้าได้นะนังตัวดี คิดว่าทำเป็นอิดออดแล้วข้าจะปล่อยเจ้างั้นรึ”จวินอี้เอนกายบนตั่งตัวยาว หน้าท้องนูนเด่น ส่วนนาราท้องแฝดสี่ แม้จะเพิ่งสามเดือนแต่ก็เริ่มนูนชัด จวินอี้จึงจ้องเขม็ง ริมฝีปากบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเคือง นาราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมุ่งร้าย นางจึงพยายามปกป้องไว้และเลือกกล่าวคำอย่างนบนอบที่สุดเพราะไม่อยากมีเรื่อง“ไม่ทราบว่าพระชายาทรงมีธุระอ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 2

    “อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 3

    เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 2

    “พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 3

    นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status