Home / รักโบราณ / พระชายาแสวงพ่าย / บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 1

Share

บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 1

บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์

นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพระสนมอี้กุ้ยเฟย[1]

อี้กุ้ยเฟยนั่งอมยิ้มอยู่ที่โถงในตำหนักซึ่งตกแต่งอย่างหรูหราตระการตา นางเฝ้ารอข่าวอย่างใจจดใจจ่อพลางลูบหยกหยูอี้อย่างมีความสุข บนโต๊ะฝังมุกข้างกายเต็มไปด้วยจานอาหารว่างราคาแพงหลากหลายชนิด อี้กุ้ยเฟยใช้ตะเกียบทองคำคีบติ่มซำเนื้อปูทานเพียงครึ่งคำ ดื่มชาเหอเป่ยจากกาไข่มุกเล็กน้อย ดื่มด่ำรับรส เสพสุขตามประสาผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ นางมีบารมีถึงขั้นนางสนมทั้งหลายต้องยำเกรงเสียยิ่งกว่าอดีตฮองเฮาเสียอีก

เหลียงเฟย พระมารดาขององค์ชายแปดมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก นางไม่อยากเจอหน้าอี้กุ้ยเฟยแต่ก็จำเป็นต้องมานั่งปั้นยิ้มหวานประจบเอาใจ แม้เหลียงเฟยจะมีตำแหน่งแต่ก็ไม่ได้รับคำเชิญให้ร่วมทานอาหารว่างของอี้กุ้ยเฟยแต่อย่างใด ซึ่งอาหารว่างแต่ละครั้งของอี้กุ้ยเฟย พ่อครัวหลวงจะลงมือทำอย่างสุดฝีมือ ใช้ของดีที่สุด แพงที่สุด หายากที่สุดมาปรุงถวายจนบางมื้อเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินเดือนของกุ้ยเหรินเสียอีก แต่อี้กุ้ยเฟยไม่สนใจ สีหน้าอิ่มเอิบสบายอารมณ์

“รสชาติดีมาก”

หลีกูกู นางกำนัลคนสนิทกำลังบีบนวดข้อเท้าของพระนางอย่างนุ่มนวล บ่าวเห็นนายมีความสุข นางก็มีความสุข

“หม่อมฉันได้ข่าวว่านังผู้หญิงคนนั้นถึงกับสลบเลยเพคะเหนียงเหนียง ไม่แน่ใจว่าถึงชีวิตหรือไม่ด้วยซ้ำ นางเป็นแค่สนมชั้นต่ำ เก่งแต่ล่อลวงฝ่าบาท แถมคิดจะชูคอแย่งตำแหน่งฮองเฮากับเหนียงเหนียง กรรมตาสนองพวกไม่เจียมตัวแล้วเพคะ”

อี้กุ้ยเฟยยิ้ม สายตาอ่อนหวาน “ถ้านางตายแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า แต่ไหนๆ ข้ากับนางต่างก็รู้จักสนิทสนมมาตั้งแต่สมัยยังสาว ข้าสมควรต้องช่วยส่งศพพี่เต๋อออย่างสมเกียรติถึงจะถูก เฮ้อ... อีกไม่นานข้าก็จะได้ตำแหน่งฮองเฮาแล้ว ถ้านางตายจริง ข้าจะทูลขอฝ่าบาทให้แต่งตั้งนางย้อนหลังเป็น ‘กุ้ยเฟย’ ก็ได้”

“เหนียงเหนียงทรงเมตตา ใจกว้างดุจแม่น้ำฮวงโห บ่าวมิอาจเทียบเพคะ”

เหตุการณ์ระทึกขวัญในตำหนักเหยียนชีกงแพร่กระจายสร้างความหวาดกลัวไปทั่ว เกิดข่าวลือว่ามีนางปีศาจฟันดำโผล่ออกมาปองร้ายพระสนมเต๋อเฟยจนพระนางเป็นลมสลบ มีขันทีกับนางกำนัลนับสิบยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นนางปีศาจ คังกงกง หัวหน้าขันทีของอี้กุ้ยเฟยรีบไปสืบเสาะข่าว เมื่อได้ความจึงรีบไปรายงานเจ้านาย

“กราบทูลเหนียงเหนียง ตอนนี้ตำหนักเหยียนชีกงวุ่นวายมาก กระหม่อมสอบถามพวกหมอหลวง ได้ความว่าเต๋อเฟยอาการกำเริบเป็นลมในสวนเพราะเจอนางปีศาจพ่ะย่ะค่ะ”

“นางปีศาจ? เป็นความจริงรึ”

“หม่อมฉันเดาว่านี่เป็นแผนการเรียกร้องความสนใจจากฝ่าบาทมากกว่านะเพคะ” เหลียงเฟยออกความเห็น แม้จะเกลียดอี้กุ้ยเฟยเพียงใดแต่เหลียงเฟยพยายามยิ้มหวานเอาใจ เพื่อปูทางให้ลูกชายได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของตำหนักฉูเชียวกงอันแสนใหญ่โตและหรูหราแห่งนี้

“นางนั้นไม่ใช่คนโง่ ฝ่าบาทไม่เชื่อเรื่องผีสาง นางไม่มีทางคิดใช้แผนตื้นเขินแบบนั้นหรอก”

“หม่อมฉันโง่เขลา ไม่ทันคิดถึงข้อนี้เลยเพคะ ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่ามีปีศาจโผล่มาจริงๆ งั้นก็น่าแปลกที่ทำไมถึงไปปรากฏในตำหนักเหยียนชีกง บรรยากาศที่นั่นแทบจะกลายเป็นวัดไปแล้วด้วยซ้ำ”

“เฮอะ! ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเต๋อเฟยเป็นพวกจิ้งจอกแปลงกาย ฉากหน้าก็ทำเป็นไหว้พระจิตใจมีกุศลสูงส่ง แต่เบื้องหลังคงจะเน่าเฟะสกปรก ภูตผีมันถึงได้เลือกไปหานาง”

“เหนียงเหนียงช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก หม่อมฉันกับลูกต้องพึ่งบารมีเหนียงเหนียงให้ช่วยคุ้มครองแล้วเพคะ”

“ฮึ! ข้าเป็นผู้อุ้มชูอุปถัมภ์พวกเจ้าสองแม่ลูกมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่อย่างนั้นตาอิ้งชั้นต่ำอย่างเจ้าคงไม่ได้มาเสนอหน้าในตำแหน่งเฟยหรอกนะ ส่วนลูกของเจ้าก็คงเป็นได้แค่เจิ้นกั๋วกง[2]กระจอกๆ ยังดีที่มีข้ายื่นมือรับเขาไว้เป็นโอรสบุญธรรม หวังว่าเจ้าคงรู้ฐานะตัวเองดีนะ”

เหลียงเฟยได้รับคำดูถูกเพียงใดก็ต้องอดทน คุกเข่าก้มหน้า “เพคะ วันใดที่อิ้นซื่อลูกของหม่อมฉันได้ครองบัลลังก์ เหนียงเหนียงจะต้องได้เป็นไทเฮาเพคะ”

“ดี รู้คุณคนดี... ข้ามีหวีทำจากหยกบรรณาการของพม่า ฝ่าบาทประทานให้ข้าเมื่อเดือนก่อน ข้าเบื่อแล้ว เจ้าเอาไปสิ”

สีหน้าของเหลียงเฟยเปลี่ยนเป็นโมโหแต่นางฉลาดพอที่จะยิ้มออกมา “ขอบพระทัยเพคะเหนียงเหนียง หม่อมฉันซาบซึ้งยิ่งนัก”

อี้กุ้ยเฟย น้องสาวของอดีตฮองเฮาโบกพัดในมืออย่างแช่มช้า มุมปากแสยะยิ้มสะใจ นับตั้งแต่พี่สาวตายไป นางคือมเหสีตำแหน่งสูงที่สุดในวังหลัง แม้ว่าฮ่องเต้จะมีรับสั่งให้เหล่ามเหสีทั้งเต๋อเฟย หรงเฟยและเหลียงเฟยร่วมกันดูแล แต่แท้จริงแล้วอี้กุ้ยเฟยมีอำนาจปกครองความสงบเรียบร้อยของวังหลังแต่เพียงผู้เดียว นางเฝ้ารอคำสั่งแต่งตั้งตนเองขึ้นเป็นฮองเฮาอยู่ทุกลมหายใจ ขณะรอก็คอยหาทางกำจัดนางสนมชั้นต่ำไปให้พ้นหูพ้นตา สำหรับสตรีชาวฮั่นอย่างเหลียงเฟยแล้วอี้กุ้ยเฟยไม่เคยมองในสายตา ส่วนหรงเฟยเจ็บออดๆ แอดๆ ก็ไม่มีกำลังพอจะต่อต้าน เหลือก็เพียงแต่เต๋อเฟย มารดาขององค์ชายผู้มากความสามารถถึงสองพระองค์

หนำซ้ำองค์ชายสี่อิ้นเจินยังมีศักดิ์เป็นบุตรบุญธรรมของอดีตฮองเฮา ถ้าอี้กุ้ยเฟยไม่ได้ครองตำแหน่งฮองเฮา องค์ชายแปดก็ยังไม่อาจเทียบบารมีของอิ้นเจินได้เต็มที่  

อี้กุ้ยเฟยปรายตามองไปที่เหลียงเฟย ก่อนจะแค่นเสียงเยาะ “ถ้าซาบซึ้งนัก ทำไมยังไม่รีบจัดการปัดกวาดฝุ่นให้ข้าอีกเล่า”

“ตะ...แต่เหนียงเหนียงเพคะ เต๋อเฟยกับหม่อมฉันนับถือเป็นพี่น้องกัน หม่อมฉันทำร้ายพี่สาวไม่ได้”

“เจ้านับถือนางเป็นพี่ แล้วนางเห็นเจ้าเป็นน้องงั้นหรือ อีกอย่างพวกเราเหล่าสนมในวังต่างก็ถือว่าเป็นพี่สาวน้องสาว ร่วมกันถวายการรับใช้ให้ฝ่าบาทอยู่แล้ว ดูอย่างเจ้าเชี่ยวชาญการ ‘ปรุงยา’ ยิ่งนัก ที่ผ่านมาช่วยข้าบำรุงเหล่าพี่สาวน้องสาวตั้งมากมาย จริงมั้ย”

“เหนียงเหนียงอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยเพคะ” สีหน้าของเหลียงเฟยไม่สู้ดีเมื่อถูกพูดถึงแผลเก่า “หม่อมฉันเลิกปรุงยาไปนานแล้วเพคะ ส่วนเรื่องเต๋อเฟย... เหนียงเหนียงโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วย”

อี้กุ้ยเฟยหัวเราะเมื่อได้ยินคำว่าเมตตาจากปากเหลียงเฟย “ถ้าเช่นนั้นเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เจ้ากับลูกกำลังลำบาก ทำไมนางถึงไม่ช่วยเหลือล่ะ”

“ตอนนั้นพี่ซื่อหลานเพิ่งแท้ง...” เหลียงเฟยพูดเสียงอ่อยไม่เต็มปากเต็มคำนัก อี้กุ้ยเฟยจึงตัดบท

“ถ้าเจ้าลำบากใจก็พูดออกมาได้เลยตามตรง เฮ้อ... ข้าไม่ดึงเจ้าไปจมของสกปรกหรอกนะ”

“พวกไม่เจียมตัวคิดแย่งตำแหน่งฮองเฮาไปจากเหนียงเหนียง ล้วนต้องไม่ตายดีทุกคนเพคะ” หลีกูกู นางกำนัลคนสนิทประจบบ้าง อี้กุ้ยเฟยฟังแล้วถูกใจยิ่งนัก ตบรางวัลให้เสียยกใหญ่ จะมีก็เพียงแต่เหลียงเฟยที่มีสีหน้าไม่สู้ดี นางเป็นเพียงมเหสีชาวฮั่น ถึงจะไต่เต้ามาไกลและมีโอรสถวายฝ่าบาท แต่ไม่มีปากไม่มีเสียงจะโต้แย้งขัดขืนใดๆ ทำได้เพียงไหลตามกระแสคนที่มีอำนาจไปเรื่อยๆ เพื่อปกป้ององค์ชายแปด แล้วยิ่งเกิดกรณีถอดยศรัชทายาททำให้บรรยากาศในวังหลังทวีความเครียดขึ้น องค์ชายแปดบอกผู้เป็นแม่อย่างชัดเจนว่าต้องการบัลลังก์ เหลียงเฟยจึงต้องเลือกยืนข้างลูกชายเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

สิ่งแรกที่ต้องทำคือแสดงความภักดีต่ออี้กุ้ยเฟย ช่วยพระนางกำจัดขวากหนามแม้ว่าเต๋อเฟยทรงมีน้ำใจไมตรีให้มาโดยตลอดก็ตาม

“เอ่อ... งั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่เพคะ สองเดือนหน้าก็จะถึงวันเกิดขององค์ไทเฮาแล้ว ทางกรมพิธีการตระเตรียมงิ้วสิบกว่าคณะจากทั่วแผ่นดินมาเพื่อถวายความสำราญ หม่อมฉันจะใช้โอกาสนั้นทูลขอฝ่าบาทให้แต่งตั้งเหนียงเหนียงขึ้นเป็นฮองเฮา และหม่อมฉันจะกำจัดเสี้ยนหนามให้เรียบร้อยในคราวเดียว... เพื่อเหนียงเหนียงเพคะ”

“ดี เจ้าก็ไปจัดการซะ ทำให้ได้อย่างปากว่าล่ะ ไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่จำเป็นต้องมีปากไว้ฉอเลาะข้าอีก” อี้กุ้ยเฟยหมุนกำไลหยกล้ำค่าไปมา ดวงตาเป็นประกายร้ายกาจขณะจ้องมองนางสนมชาวฮั่นต่ำต้อย “กลับไปได้แล้วไป ข้าเหนื่อยแล้ว จะพักผ่อน”

“เพคะ”

[1] พระสนมขั้นที่ 4 ซึ่งลำดับขั้นของสนมในสมัยชิงมีทั้งหมด 8 ขั้น ไล่จากสูงไปต่ำได้แก่ ฮองเฮา, หวงกุ้ยเฟย, กุ้ยเฟย, เฟย, ผิน, กุ้ยเหริน, ฉางไจ้, และตาอิ้ง

[2] ตำแหน่งองค์ชายชั้น 5 ซึ่งเป็นโอรสที่ประสูติจากนางสนม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝู 2

    เราต้องใช้เวลาเดินทางร่วมๆ ครึ่งชั่วยาม ระหว่างทางน่าจะทำอะไรได้บ้าง ตอนที่ม้าควบเร็วๆ คงจะไม่มีใครทันสังเกตอะไรหรอก แต่เสียงครางหวานๆ ของเจ้านี่สิจะทำอย่างไรดี...”สีหน้าของเขาจริงจังมากจนนาราสำลัก คนผี! พูดออกมาได้ไม่อายปาก เขาตั้งใจจะร่วมรักกับนางบนม้ากลางวันแสกๆ และนางก็เกลียดตัวเองที่ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว“ก็งับชายเสื้อไว้ไงเพคะ”“เออ จริง” เขาทำหน้าเหมือนตาเฒ่าผู้บรรลุโลก “งั้นเราต้องลองซ้อมดูก่อนนะ”ในที่สุดนาราก็จับไต๋ได้แล้ว! เขาเป็นสาวกโยว่ผูถวนตัวพ่อเลยชัดๆ ปกติแล้วอิ้นเจินเป็นราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ นิ่งขรึมลึกซึ้งและพูดน้อย แต่พอเขาพูดเรื่องหวาดเสียวเช่นนี้ออกมาหน้าตาเฉย แถมยังกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงแหบห้าวตรงไปตรงมา นาราก็หน้าแดงจัดจนน่าขบขันและถลึงตาใส่เขาจนตาปูดตาโปน“หยางตง ขับรถวนรอบเมือง” เขาเอ่ยสั่งคนขับรถม้า นารารู้ทันทีว่าเขาคิดจะทำอะไร“ไม่เอานะท่านพี่”นาราดิ้นรนหนีลงจากตักแกร่ง แต่ไม่นานนักเสียงครวญครางแว่วหวานดังแผ่ว อิ้นเจินกำลังตั้งใจผลิตทายาท

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝู 1

    บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝูระหว่างทางนั่งรถม้ากลับจวนยงหวังฝู อิ้นเจินอยู่ในสภาวะทิ้งตัว เอนไหล่อันหนากำยำพิงตัวนางพลางมองเก๋อเก๋อตัวน้อยดีดลูกคิดบัญชีรายการของขวัญที่ได้รับมาทั้งหมด ดีดจนปวดนิ้วก็ยังไม่ครบจำนวน นาราหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวเมื่อเห็นตัวเลข นับว่ามีผัวแล้วแฮปปี้เวรี่มัชยิ่งนัก แดนซ์ๆ ขยับต้นคอยึกๆ ยักๆ“ไอ๊หยา รวยเละ! ต่อไปนี้ท่านต้องเรียกหม่อมฉันว่าเถ้าแก่เนี้ยแล้วนะ”“อย่ามัวแต่สนใจเงินสิ สนใจข้าบ้างนารา” เขาประท้วงพลางดึงลูกคิดออกจากมือ “รวยแล้วอย่าทิ้งข้าล่ะ”“โถ ท่านพี่ วางใจเถอะเพคะ หม่อมฉันยังต้องอยู่ไถเงินท่านไปอีกนานแสนนาน”นารากวักมือเรียกพระสวามีเหมือนอาเสี่ยเรียกหนูๆ พลางตบตักให้มานอนหนุนตัก ปกตินางนั่งเฉยๆ ก็ถูกร่างกำยำเบียดจนแทบจะสิงอยู่แล้ว แต่อิ้นเจินต้องการมากนั้น ท่อนแขนแกร่งโอบรัดเอวบางแล้วลากให้มานั่งบนตัก นาราดิ้นขอนั่งเอง นางไม่ใช่เด็กเล็กๆ จะขออุ้มอะไรกันหนักหนาวะคะ“ไม่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 28 แค่ชักธงรบก็ชนะศึก 7

    เรื่องแขวะกันด้วยคำพูดหวานชื่นต้องยกให้ป้าเหลียงเป็นยอดฝีมือ แต่นาราโปรยยิ้มระดับนางงามเวทีประกวดธิดาลำไย แขวะมาแขวะกลับ ไม่โกง“เหนียงเหนียงทรงพำนักในวังแต่ยังอุตส่าห์สอดส่องดูแลพระชายาจวินอี้และหม่อมฉันยิ่งนัก หากหม่อมฉันประสบปัญหาเช่นนั้นจริง ลูกนกลูกกาอย่างหม่อมฉันยังมีร่มไม้เย็นสบายอย่างเสด็จแม่เต๋อเฟยเป็นที่พึ่ง และมีองค์หญิงหรงเซี่ยนทรงเอ็นดู หวังเย๋คงมิกล้านอกลู่นอกทางเป็นแน่ หม่อมฉันซาบซึ้งในน้ำพระทัยของเหนียงเหนียงเพคะ”ความหมายของนาราคืออย่าเสือกเรื่องบ้านคนอื่นค่ะ ตัวเหลียงเฟยเองยังเอาตัวไม่รอด เหตุใดจึงเสนอหน้าให้ความช่วยเหลือ คนเส้นลึกอย่างองค์หญิงหรงเซี่ยนฟังวาจาของนาราเข้าไปก็ลอบยิ้มขัน แทบไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆ เลยว่าจะแอบหัวเราะลับหลังกันขนาดไหน เหลียงเฟยเดือดแทบเต้น แต่ใบหน้ายังคงฉาบรอยยิ้มไม่เปลี่ยนแปร“นี่เป็นเครื่องหอมสูตรโบราณ กลิ่นหอมล้ำลึกและติดทนทาน เครื่องหอมนี้ล้ำค่าและปรุงออกมาได้เพียงน้อยนิด แต่ข้ายินดีมอบให้เจ้าทั้งหมดเลย”“ขอบพระทัยเพคะเหนียงเหนียง” นารายิ้มหวานและรับเครื่องหอมนั้นโดยไม่รู้

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 28 แค่ชักธงรบก็ชนะศึก 6

    “ขอบพระทัยเพคะ ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ”นาราย่อกายถวายพระพร แม้คังซีจะมิได้เอ่ยรับสั่งใดเกี่ยวกับคำตอบของนาราอีก แต่ทุกคนรู้ว่านาราผ่านฉลุย เก๋อเก๋อมีฮ่องเต้ทรงหนุนหลังเช่นนี้ ต่อไปไม่ว่าใครก็ไม่กล้ารังแกนาราอีก องค์หญิงหรงเซี่ยนตวัดสายตามองไปรอบโถงงานเลี้ยง เห็นชัดเจนว่ามีพวกเชื้อพระวงศ์ชายเบ้ปากองค์หญิงหรงเซี่ยนนึกหัวเราะหยันสังคมอันแสนยอกย้อน ประวัติศาสตร์ล้วนยกย่องสตรีมีปัญญา แต่ในชีวิตจริงผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงฉลาด พวกเขาชอบผู้หญิงสวยที่ไม่ต้องเรียนสูงๆ เพราะกลัวจะคุมไม่อยู่ แม้แต่พวกบัณฑิตก็ยังสนแต่สาวงามดั่งภาษิตว่า ‘อัจฉริยะชมชอบหญิงงาม’ แต่น้องสี่เลือกเมียได้ทั้งงดงามและฉลาด นับว่าตาแหลมและให้เกียรติลูกผู้หญิงยิ่งนัก ถ้านาราไม่ได้แต่งกับน้องสี่ ความฉลาดเฉลียวเจ้าปัญญาของนาราก็คงจะถูกข่มทับให้กลายเป็นเพียงตุ๊กตาประดับบารมีของผู้ชายไปแล้วเป็นแน่ หรงเซี่ยนจึงนึกชื่นชมบ่าวสาวคู่นี้เต็มที่“ดี หญิงงามคือเทพธิดาผู้บันดาลจินตนาการให้อัจฉริยะ เจ้านี่แหละเหมาะสมกับน้องสี่ ผู้หญิงอย่างเราๆ มีอะไรนิดหน่อยก็ร้องไห้ฟูมฟาย แต่เจ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 28 แค่ชักธงรบก็ชนะศึก 5

    “ว่าอย่างไรเก๋อเก๋อ หากไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ นี่แหละผู้รู้”คังซีวางถ้วยชาลงพลางกอดพระอุระรอคำตอบ ทุกคนในงานเลี้ยงรับไหว้น้ำชาจึงต่างมุ่งความสนใจมาที่นาราอย่างเต็มที่ หากนาราตอบได้ถูกพระทัย เก๋อเก๋อแห่งยงหวังฝูจะทะยานขึ้นเป็นสะใภ้คนโปรดอันดับหนึ่ง แต่ถ้าพลาดหรือทำให้คังซีกริ้ว ไฟที่กำลังจ้องจะเผาผลาญก็พร้อมจะลุกฮือ ดังนั้นเหลียงเฟยจึงยิ้มเยาะด้วยความสะใจยิ่งนัก ตั้งใจรอซ้ำเต็มที่“ฝ่าบาทเพคะ เก๋อเก๋อคงจะตอบไม่ได้หรอก เดิมทีนางก็มีพื้นเพเป็นแค่สามัญชนคนทั่วไป ถึงแม้ว่าจะเป็นธิดาขุนนาง แต่เก๋อเก๋อจะไปรู้เรื่องอะไรได้เพคะ” เหลียงเฟยยกพัดกลมขึ้นป้องปาก แอบซ่อนรอยยิ้มหยันไว้ คำกล่าวของเหลียงเฟยฟังดูเหมือนกำลังช่วยทูลให้คังซีทรงปล่อยนารา แต่ที่จริงแล้วยิ่งต้อนให้นาราเข้ามุมอับจนมากขึ้นต่างหาก“เหนียงเหนียงทรงกล่าวถูกต้องแล้วเพคะ แต่หม่อมฉันจะขอลองใช้ความเป็นสามัญชนทั่วไปลองตอบคำถามของฝ่าบาทดูเพคะ”นารายิ้มหวาน สามัญชนคนนี้นี่แหละจะตบเชื้อพระวงศ์ให้คว่ำ นาราคุกเข่าคำนับ ค้อมศีรษะลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบ ดวงตาคู่งามเป็นประกา

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 28 แค่ชักธงรบก็ชนะศึก 4

    องค์ชายผู้นั้นก็คืออู่เอ่อร์กุน เป็นโอรสองค์รองของจุ้นหวังแห่งเผ่าปาหลิน เผ่าเล็กนิดเดียว และองค์ชายผู้นั้นยังมีศักดิ์เป็นเพียงไท่จี๋ขั้นสองหรือเชื้อพระวงศ์มองโกลชั้นล่างอีกต่างหากแต่คังซีทรงถูกพระทัย จะต่ำศักดิ์แค่ไหนก็ไม่เห็นเป็นอะไรคังซีตรัสเรียกหาองค์ชายอู่เอ่อร์กุนให้เข้าเฝ้าที่เมืองหลวง จังหวะนั้นเองที่ความรักหนุ่มสาวผลิบาน คังซีทรงเห็นชอบพร้อมประกาศยกองค์หญิงหรงเซี่ยนให้ เหล่าเชื้อพระวงศ์มองโกลหลายคนที่ตั้งใจจะทูลขอองค์หญิงสามไปประดับบารมีเผ่าตนก็ถึงกับอึ้ง เพราะไม่คิดว่าคังซีจะยกลูกรักให้เชื้อพระวงศ์มองโกลชั้นล่างผู้นั้นจอมกษัตริย์อย่างคังซีพูดจริงทำจริง ยกให้แต่งงานกันเพราะทั้งคู่เหมาะสมกันมาก อีกทั้งสองคนเคยรู้จักสนิทสนมกันเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ไม่ยากที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และอีกหนึ่งเหตุผลที่จักรพรรดิคังซียกองค์หญิงให้เผ่าปาหลินซึ่งเป็นเผ่าเล็ก ด้วยว่าไม่ประสงค์จะให้องค์หญิงถูกใช้เป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง พร้อมพระราชทานนาม ‘หรงเซี่ยน’ และยศเจ้าฟ้าหญิงชั้นสูงสุดชนิดที่เรียกว่าไม่มีองค์หญิงคนไหนเทียบเท่า และย้ายตามพระสวามีไปอยู่ที่เผ่าปา

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 2

    “พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 1

    บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 3

    ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 2

    เดิมทีคังซีกำหนดตัวองค์ชายสี่ให้เป็นเพื่อนคอยดูแลรัชทายาท เสมือนคอยรับใช้ใกล้ชิดรัชทายาท เพื่อให้ในอนาคตเมื่อรัชทายาทโตขึ้นจะได้มีเพื่อนที่รู้ใจคอยช่วยเหลืองาน หลังจากนั้นองค์ชายสี่จึงกลายเป็นคนที่ได้เดินตามหลังรัชทายาทไปในทุกๆ ที่ ที่ไหนรัชทายาทไป ที่นั่นชายสี่ก็จะได้ไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย รัชทาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status