LOGINนาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้ง
เฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...
นาราอึกอักเมื่อเห็นเขาหยิบกล่องถุงยางอนามัยขึ้นมาพิจารณา เขาฉีกซองแล้วหยิบมันมาส่องแสงตะวันอย่างสนอกสนใจเพราะเนื้อวัสดุเหนียวแต่ทนทานมาก ของสิ่งนี้ช่างแปลกประหลาด อิ้นทีพยายามใช้ความคิดอย่างหนักร่วมกับพี่น้องอีกหลายคน ช่วยกันดูว่ามันคืออะไร
“มันไม่ใช่ไม้ ไม่ใช่โลหะ ไม่ได้ทำมาจากหินด้วย”
“มันทำจากอาหารหรือเปล่า” องค์ชายเก้าออกความเห็น องค์ชายสิบได้ยินดังนั้นจึงหยิบเข้าปาก กุลสตรีร้องเฮ้ยเบาๆ องค์ชายเคี้ยวๆ ได้สองสามคำก็ทำตาโต บอกว่าหอมกลิ่นผลไม้มากๆ
“รสส้ม!”
“ไหนให้ข้าลองบ้างสิ”
มันไม่ได้มีไว้กินโว้ย! นาราอยากจะตะโกนออกไป พวกเขาเล่นหยิบถุงยางออกมาแบ่งกันเคี้ยวเล่นแบบนี้ใครจะกล้าโผล่หน้าออกไปกันคะ?!
“ข้าไม่เคยเห็นตัวอักษรประหลาดแบบนี้มาก่อน ส่งไปให้ฝ่ายกรมการทูตตรวจสอบดูว่าตัวอักษรของชาติไหน อ่านว่าอะไร” ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่คนก็ยิ่งมากขึ้นจนแทบจะปูพรมค้นหาทุกตารางนิ้ว หญิงไทยใจคอไม่ดีเมื่อเห็นเหล่าองค์ชายทั้งหลายมารวมตัวกันราวกับวงบอยแบนด์ แต่ละคนหน้าตาดีหล่อเหลาอยู่หรอกแต่นางไม่ได้อยากเจอตอนนี้!
นาราครางด้วยความกลุ้ม ตอนนี้มีพระสนมจากตำหนักต่างๆ รุดมาปลอบขวัญพระสนมเต๋อเฟย จากนั้นดวงตาของนางพลันเบิกกว้างเมื่อชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเสด็จมาถึงพร้อมด้วยขบวนเกียรติยศ ท่วงท่าทุกย่างก้าวของคนผู้นี้งามสง่าและผึ่งผาย นาราสังเกตเห็นพระมาลาติดแผ่นทองคำฉลุลายล้อมด้วยไข่มุก ฉลองพระองค์หลงผาวสีเหลืองสด ปักลายมังกรห้าเล็บจำนวนเก้าตัว เข็มขัดจี๋ฝูไต้แบบกลม เป็นเข็มขัดลำลองซึ่งจะประดับด้วยมุกและมีกระเป๋าผ้าไหมร้อยติดไว้อย่างวิจิตร
จักรพรรดิคังซี!
องค์คังซีก็เสด็จมาต้อนรับนังหนุงหนิงด้วย! นาราแอบกรีดร้องเบาๆ โดยปกติแล้วพระองค์ทรงมีรอยยิ้มแต่งแต้มบนพระพักตร์เสมอ แต่ตอนนี้แววตาเกรี้ยวกราดระดับสิบเพราะเต๋อเฟยเป็นสนมคนสำคัญอันดับต้นๆ พระองค์จึงออกคำสั่งจับคนที่บังอาจล่วงเกินเต๋อเฟยมาลงโทษให้จงได้ ภายในวังจึงยิ่งโกลาหลวุ่นวายกันยกใหญ่ ทหารองครักษ์กับพวกขันทีร่างใหญ่บึ้กถือทวนควานตามพุ่มไม้ทุกตารางนิ้ว ปลายทวนแหลมคมเฉียดศีรษะนางไปนิดเดียวเท่านั้นเอง
“จะมาทำไมกันเยอะแยะว้า...” จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะรอความช่วยเหลือที่ภูเขาจำลองเงียบๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ทุกคนในวังพร้อมใจกันคิดถึงนาง ชุดใหญ่ไฟกะพริบเลยนังหนุงหนิง
ทันใดนั้นนางก็สังเกตเห็นชายท่าทางองอาจสง่างามผู้หนึ่ง แต่งกายด้วยชุดไหมต่วน ปักลวดลายทรงกลมเป็นรูปงูยักษ์สี่เล็บ คนผู้นี้มียศเป้ยเล่อ... องค์ชายแปด
ชายวัยฉกรรจ์เช่นเขาดูดีมีชาติตระกูล แววตาเป็นประกายเจิดจ้าเปี่ยมล้นด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง ใบหน้าของเขาหล่อเหลาอ่อนโยนน่าซบไหล่ไม่ใช่เล่น ถ้ามีผู้ชายหุ่นแบบนี้เบ้าหน้าแบบนี้เดินเตร็ดเตร่ในยุคของนาง รับรองว่าโดนผู้หญิงฉุดแน่นอน แต่ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขาตรงข้ามกับภาพลักษณ์อย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของเขามีรอยยิ้ม แต่แววตาไม่ยิ้ม
ดวงตาคมปลาบของเขามองมาทางพุ่มไม้ที่นาราซ่อนอยู่ จ้องอยู่ไม่นานก่อนจะเรียกคนมาถาม “หาทางนั้นแล้วหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายแปดไม่เชื่อ เขาไม่เคยเชื่อใจใครทั้งสิ้นดังนั้นจึงขยับกายตรงเข้ามาโดยที่จ้องมองพุ่มไม้เล็กๆ นั้นไม่ปล่อยเพราะสังเกตเห็นแสงระยิบระยับสะท้อนออกมา นาราตื่นตกใจและเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้แสงตะวันกำลังสาดส่อง ย่อมเกิดแสงสะท้อนจากสร้อยทอง นางจึงรีบกุมข้อมือตัวเอง ปิดบังสร้อยข้อมือคู่กายไว้พลางนึกใช้พลอยสีเขียวพรางตัว แต่มันใช้ได้อีกเพียงสองครั้งเท่านั้นแล้วจะระเบิดตัวเอง ไม่รู้พี่แทนคุณจะติดตั้งระบบปัญญาอ่อนนี้มาทำไม งามไส้!!
เขาเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่นารายังตัดสินใจไม่ได้
หรือว่านางควรจะปรากฏตัวออกไปแล้วสาดแสงจากพลอยสีแดงเพื่อแทรกซึมสมองของพวกเขาดี? แล้วถ้าพลาดล่ะ? พวกเขาจะจับนางต้มกินเลยรึเปล่า? ปวดหัวว้อย! นาราลังเล เริ่มกลัวจนต้องยกมือขึ้นปิดปากไว้แน่น พยายามเงียบเสียงไว้ไม่งั้นตายแน่ ในขณะเดียวกันองค์ชายแปดก็กำลังตรงดิ่งเข้ามา
“พี่แปด”
เสียงเรียกทำให้องค์ชายชะงัก เมื่อหันกลับไปมองก็เจอองค์ชายสิบสามอิ้นเสียงประสานมือคารวะอยู่ไม่ไกล
“ว่าไงน้องสิบสาม”
“วันก่อนอาซ้อแปดฝากขนมมาให้ชายาของข้า นางฝากขอบคุณมาถึงท่านด้วย”
“อืม รู้แล้ว” องค์ชายแปดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแปลกๆ ร้อยวันพันปีเขากับอิ้นเสียงไม่เคยสุงสิงกัน แล้วจู่ๆ เหตุใดชายาของเขาจึงส่งขนมให้ชายาของน้องสิบสาม เขาสั่งให้พวกนางอยู่ห่างๆ คนของฝั่งตรงข้ามไปแล้วไม่ใช่หรือ? องค์ชายแปดเก็บความสงสัยไว้ก่อนจะฉุกใจคิดขึ้นได้ รีบหันไปยังแสงประกายในพุ่มไม้นั้น แต่ทว่าพบเพียงความว่างเปล่า
“พี่แปดคงกำลังงานยุ่ง ข้าจะลองไปช่วยตามหาคนร้ายทางด้านโน้นก็แล้วกันนะ ขอตัวก่อน” อิ้นเสียงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินจากไป องค์ชายแปดรู้สึกถึงความผิดปกติแต่ยังค้นหาไม่พบว่าคืออะไร
ช่างน่าสงสัยเสียจริง
บรรยากาศภายในงานเลี้ยงหรูหรากำลังรื่นเริงสุขสำราญ เสียงอวยพรดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าผสานกับเสียงดนตรีบรรเลง สุขสดชื่นจนนาราเองก็ยังตื่นตาตื่นใจไปด้วย แต่ทว่านางเริ่มสังเกตว่าอิ้นเจินนั่งหน้าเครียด คือปกติหน้าตาก็ดูเคร่งขรึมดุดันอยู่แล้วแต่นาราดูออกว่าเขากำลังกระวนกระวาย “ท่านพี่ เป็นอะไรไปเพคะ” นาราสะกิดไหล่พลางกระซิบ “หม่อมฉันขอโทษที่ไปแหย่พระชายานะ อย่าเครียดสิ” “เปล่า ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วเรื่องอะไร” “ข้าอยากกินแปะก๊วยกับเม็ดบัว” อิ้นเจินเม้มริมฝีปาก เคาะนิ้วลงบนโต๊ะรัวแรง “จู่ๆ มันก็อยากกินขึ้นมา” “หา?”โอเ
ชินหวังตี้ฝูจิ้นสะบัดหน้าเชิดขึ้นอย่างทระนง พัดด้ามหยกขาวในมือโบกพัดเป็นระวิงตามอารมณ์รุ่มร้อน เพราะเหล่าแม่บ้านสมาคมเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายต่างหันไปซุบซิบนินทา คาดเดาไปต่างๆ นานาว่าองค์ชายสี่ไม่โปรดพระชายาเอก จวินอี้จึงตวัดสายตาแข็งกร้าวมองกลุ่มคนนินทาจนกลุ่มแตกกระเจิง อารมณ์ของจวินอี้เริ่มแปรปรวนอีกแล้ว“ฮึ! งานเลี้ยงวันนี้เป็นงานใหญ่ มีชายาวังโน้นวังนี้มาร่วมงานมากมาย ท่านควรจะพาข้าร่วมงานเพียงผู้เดียว ฮึ! ไม่ใช่พามันมาฉีกหน้าหม่อมฉันด้วย!”จินจูพยายามกระซิบปรามนายหญิง “พระชายาเพคะ... เก๋อเก๋อเป็นชายาคนหนึ่ง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เก๋อเก๋อเข้าเฝ้าไทเฮา...”“อ้อ! แล้วข้าไม่ใช่พระชายาของหวังเย๋หรือไง! ฮึ! ข้าเป็นพระชายาเอกที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง!”“พระชายา เบาเสียงลงหน่อยเพคะ”“ก่อนตะวันตกดิน มันจะต้องไสหัวออกไปจากยงหวังฝู!” นางยื่นคำขาด ปลายนิ้วจิกเกร็งบนหน้าท้องของตัวเอง ส่วนอีกมือคว้าจอกเหล้าฤทธิ์แรง เตรียมจะดื่มลงไป ประกาศชัดเจนว่าหากไม่ได้ทุกสิ่งตามที่ตนต้องการ จวินอี้จะทรมานเด็ก
บทที่ 31 หวัง ฟัน เจ้า งานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนม์ของเหรินเซี่ยนหวงไทเฮาจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สนุกสนาน ภายในโถงพลับพลาจัดงานเลี้ยงกลางอุทยาน บ่าวไพร่ได้รับชุดตัดใหม่และมีขนมแจกจ่ายจนล้นเหลือ มีงิ้วหลวงนับสิบคณะแข่งประชันกันอย่างคึกคักท่ามกลางหมู่แมกไม้บานสะพรั่ง เหล่านางรำแสดงคีตลีลาบนเวทีกลางน้ำ บรรเลงเพลงอวยพรสดชื่นสดใส เหล่าราชนิกุลคนสำคัญแต่งกายงดงามหรูหราเข้าเฝ้าไทเฮาและร่วมเสวยอาหารไล่เรียงไปตามลำดับชั้นยศ ต่างมอบของขวัญที่เตรียมถวายแด่เหรินเซี่ยนหวงไทเฮาในวโรกาสการเฉลิมฉลองพระชนมายุครบเจ็ดสิบพรรษาจนล้นหลามจวินอี้มาถึงงานโดยมีจินจูช่วยเดินประคอง ตามด้วยนารากับยงชินหวัง ทั้งสามก็กลายเป็นจุดสนใจของงานเลี้ยง ต่างพากันคาดการณ์ต่างๆ นานาว่า ระหว่างเก๋อเก๋อผู้เป็นที่รักยิ่งกับพระชายาเอกผู้ตั้งครรภ์ ใครกันแน่ที่จะเป็นอันดับหนึ่งในยงหวังฝู“ยินดีด้วยนะเพคะพระชายาจวินอี้ หวังเย๋ช่างโชคดีนัก เด็กในท้องคนนี้ต้องน่ารักเหมือนท่าน
“ต้องการให้ดับเทียนก่อนหรือไม่”“มะ...ไม่ต้องเพคะ” นาราก้มหน้างุดๆ “หม่อมฉันชอบมองผิวกายของท่านอาบแสงเทียน... เร้าใจดี”เขาเป็นฝ่ายหน้าแดงก่ำขึ้นจากคำชมตรงไปตรงมาของนารา ความปรารถนาร้อนรุ่มเท่าทวี อิ้นเจินจุมพิตหว่างอก ครอบครองและลิ้มรสยอดทรวงสีหวาน พลางลดฝ่ามือลงไปสอดไซ้ปลายนิ้วสู่ความชุ่มชื้น นาราจึงเบียดต้นขาเข้าหากันและขยับกระสับกระส่ายอย่างไม่สบายใจ“นับตั้งแต่ข้าตัดสินใจที่จะดึงรั้งเจ้าไว้ในยุคนี้ ข้าก็สาบานแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าต้องอยู่อย่างต่ำต้อย” ทรงขบต้นคอและเป่าลมหายใจร้อนๆ บนผิวเปลือยขาวผ่อง “เจ้าตกลงใจเดินไปด้วยกันกับข้าแล้ว ข้าอนุญาตให้กลัวได้แต่ข้าไม่ยอมให้เจ้าถอย... ถ้าไม่มั่นใจเมื่อไหร่ก็มาให้ข้ากอด แค่นี้ทำได้ใช่มั้ย”“อืม”ทรงอ้าแขนรับร่างสั่นเทานั้นมาสวมกอด ความอ่อนโยนของเขาทำให้นางมีแรงก้าวต่อไป ร่างบางค่อยๆ สงบลงและยอมเงยหน้าขึ้นสบตา ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกผู้ชายคนนี้เป็นคู่ชีวิต นาราขอเลือกตอบว่าเป็นเพราะเขาเป็นผู้เดียวที่วางแผนเรื่องอนาคตกับนาง
“ท่านพี่ยังมีลูกแอบไว้อีกหรือเปล่า หม่อมฉันจะได้เรียกมาจับทำสัญญาให้หมด”“ไม่มีแล้ว หมดแล้ว ขอบคุณที่เจ้าโอบกอดเด็กทั้งสองคนนี้”“ไม่ใช่เด็กทั้งสอง แต่เป็นลูกทั้งสองต่างหากเพคะ และในอนาคตก็ต้องมีคนที่สาม สี่ ห้า...”นาราถอนใจที่เขาเป็นฝ่ายทำหน้าเหมือนถูกปิดบังเสียเอง นางรับไหสุรามากระดกดื่มต่อและคุยเปิดอกกันแบบแมนๆ “อย่าทำเหมือนตวนรั่วกับสูเชิ่นเป็นตัวปัญหาสิ ในเมื่อหม่อมฉันยอมรับตำแหน่งเมียของท่าน ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องมีวันนี้ ลูกของท่านก็คือลูกของหม่อมฉันด้วย ไม่ต้องคิดมากหรอกเพคะ ในเมื่อพระชายาไม่ต้องการลูกสาว หม่อมฉันก็จะรับดูแลให้เอง อีกอย่างให้พระชายาเป็นผู้คลอดทายาทให้ท่านก็ดีแล้ว บอกตามตรงว่าหม่อมฉันไม่ปรารถนาที่จะมีลูก” “ทำไม” น้ำเสียงดุดันของเขาเข้มขึ้น แต่นาราไม่สนใจ “เมียรองกับเมียเอก ตำแหน่งนี้กำหนดชีวิตของผู้หญิง ตัวหม่อมฉันไม่สนใจเรื่
“ท่านพี่... ยังมีความลับอะไรที่ต้องการจะสารภาพหรือเปล่า?” “มีอีกเรื่องที่ข้าไม่ได้บอกเจ้าก่อนหน้านี้” เขาพานางไปนั่งในศาลา ก่อนจะกวักมือเรียกใครบางคนให้ออกมา ตอนนี้ตกค่ำแล้วนาราจึงมองไม่ค่อยถนัด รู้แต่ว่าหลังเสาต้นใหญ่มีอะไรบางอย่างแอบอยู่ แรกทีเดียวนางเห็นรองเท้าปักลายโบตั๋นคู่เล็กๆ โผล่ออกมา ชายกระโปรงที่สวมใส่มีรอยเปื้อนนิดหน่อย นาราหรี่ตาจ้องถึงสังเกตเห็นมือป้อมๆ เกาะเสาอยู่ ตามด้วยดวงตากลมโตใสแจ๋ว แต่พอสบตานาราก็หลบแอบอยู่หลังเสาเช่นเดิม “สูเชิ่น... ออกมาหาพ่อ” พ่อ? นาราเบิกตากว้าง อีหมีซุกลูก! นารายังอึ้งไม่ครบกระบวนท่า อิ้นเจินก็กวักมือเรียกอีก “ตวนรั่ว เจ้าก็ออกมาหาพ่อด้วย”&nb
บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา
“อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ
บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพร
เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่







