LOGIN
ตอนพิเศษ 4น้อยหน้าเสด็จอาไม่ได้"อื้ม... เสด็จพี่ อ๊ะ อ๊าาา"เสียงร้องครวญครางหวานดังลอดออกมาจากในรถม้าคันใหญ่ที่วิ่งไม่พัก จูติงผู้รับหน้าที่เป็นสารภีและอาเมิ่งที่อาสามารับใช้ต่างลอบมองหน้ากันนิ่ง ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะหันหน้าไปมองทางข้างหน้า ทำราวกับไม่ได้ยินเสียงใดเลยระหว่างองค์รัชทายาทและพระชายา ด้วยการมาพักผ่อนครั้งนี้มีเดิมพันครั้งใหญ่ พระชายาจะต้องตั้งครรภ์!"อ่า... จวี๋เอ๋อร์ ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว ซี๊ดด แน่นไปหมดเลย อ๊า..."สะโพกสอบของหรงป๋อไฉ่โหมกระหน่ำเข้ามาในตัวโจวไป๋จวี๋ ตอกตรึงเข้าไปยังช่องทางคับแน่นของโจวไป๋จวี๋อย่างไม่ออมแรง ท่อนเอ็นร้อนแตะครูดไปยังผนังเนื้ออ่อนนุ่มด้านในอย่างหนักหน่วง ร่างของเขาร้อนฉ่าไปด้วยไฟราคะที่ลุกโชนดั่งเปลวเพลิง"อ๊ะ อ๊ะ อ๊าา มะ หม่อมฉันจะไม่ไหวแล้ว ขอแรงกว่านี้อีกเพคะ"ใบหน้างามแหงนหน้าร้องครางเสียงหวาน ร่างของนางสั่นคลอนไปตามการกระแทกกระทั้นเข้ามาของร่างสูง นางทั้งรู้สึกซาบซ่านและจุกเสียดตรงกึ่งกลางกายยิ่งนัก ไม่ว่าจะร่วมรักกับเขาสักกี่ครั้ง นางก็ไม่สามารถคุ้นชินได้เลย และเพราะเขาชอบพลิกแพลงท่วงท่าให้นางรู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลา ดั่งเช่นครั้งนี้ที่
ตอนพิเศษ 3หรงอ้ายเหอน้อยหนึ่งปีผ่านไปแม้โจวไป๋จวี๋จะให้กำเนิดองค์ชายน้อยแล้ว ทว่าก็ยังมีเหล่าขุนนางที่ไม่พอใจที่องค์รัชทายาทไม่คิดจะรับสตรีอื่นเข้ามาในตำหนักบูรพาอยู่ดี แม้พระองค์จะอ้างเรื่องของอนุชายาทั้งสองไปแล้ว แต่พวกเขาก็หาได้ยอมแพ้ไม่ ยังคงคิดที่จะส่งบุตรสาวของตนเข้าตำหนักบูรพาให้ได้"จวี๋เอ๋อร์... ข้าคิดว่าเราหนีไปพักร้อนที่เมืองอื่นดีหรือไม่ หรือจะไปหาเสด็จอาที่แดนเหนือดี"หรงป๋อไฉ่เข้ามาออดอ้อนพระชายาด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ แม้เขาจะปฏิเสธเสียงแข็งแต่ขุนนางเฒ่าพวกนั้นก็หาได้ยอมแพ้ไม่"การหนีไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดีนะเพคะ หม่อมฉันเองก็กำลังรอดูว่าเสด็จพี่จะทรงทำอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะตอนนี้หม่อมฉันเองก็เริ่มเบื่อหน่ายที่จะคุยเรื่องนี้กับเหล่าแล้วด้วย ตอนนี้กลายเป็นว่าหม่อมฉันเป็นสตรีจิตใจคับแคบ ไม่เห็นแก่ความมั่นคงของราชวงศ์ คิดแต่จะครอบครององค์รัชทายาทเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว""ผู้ใดกล้าเอ่ยเช่นนี้กับเจ้า! ไม่ได้การแล้วข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด เอาให้พวกเขาไม่กล้ายกเรื่องนี้มาพูดอีกต่อไป"โจวไป๋จวี๋เอียงคอยิ้มหวานด้วยความสงสัย นางชักอยากจะรู้แล้วสิว่าพระสวามีผู้นี้จะทำอย่
ตอนพิเศษ 2ความรักและความปรองดองเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงเวลาที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย หน้าประตูห้องของโจวไป๋จวี๋เต็มไปด้วยผู้คนที่เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ คนตระกูลโจวนั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องอย่างกระสับกระส่าย เช่นเดียวกับคนตระกูลหรงที่เฝ้าอยู่หน้าห้องไม่ห่าง ดูเหมือนจะมีแค่ไทเฮาเพียงพระองค์เดียวที่สงบนิ่งมากที่สุด "ยังไม่คลอดอีกหรือ นี่ก็ผ่านมาหลายชั่วยามแล้ว หรือว่าจะคลอดยากกัน" หรงป๋อเหวินผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน เช่นเดียวกับไป๋อิงฮวาผู้เป็นฮองเฮา สีหน้าของพระนางก็ร้อนใจมิต่างจากพระสวามี"นั่นน่ะสิเพคะ ตอนหม่อมฉันคลอดก็ไม่ได้ยาวนานถึงเพียงนี้เลย" "อย่าทรงร้อนใจไปเลยพ่ะย่ะค่ะ หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นองค์รัชทายาทคงเสด็จออกมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ" หรงหมิงฮ่าวเอ่ยด้วยอาการสงบ แม้ว่าขาของเขาจะขยับไปมาก็ตาม เจียงเม่ยเองก็นั่งกำมือแน่นพลางมองไปยังหน้าประตูมิต่างกัน นางรู้ดีว่าสหายของนางเก่งมากเพียงใด ทว่าการคลอดบุตรนั้นเจ็บปวดทรมานมาก อีกทั้งโจวไป๋จวี๋ยังเคยประสบเคราะห์มาก่อน ทำให้ทุกคนต่างเฝ้ารอด้วยใจลุ้นระทึกทางด้านนอกต่างนั่งไม่ติดเพราะเวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้ว ทางด้านในเองก็ลุ้
ตอนพิเศษ 1ถึงเวลาตัดสินโทษหลังจากทั้งสองปรับความเข้าใจกันแล้ว โจวไป๋จวี๋ก็คอยดูแลหรงป๋อไฉ่ไม่ได้ห่าง ทั้งอาหารการกินและยาที่ต้องดื่มนางจะมาคอยกำชับอยู่ตลอด และเพราะหรงป๋อไฉ่ต้องนอนพักฟื้นอยู่ที่ห้อง โจวไป๋จวี๋จึงมักจะมานั่งเล่นที่ห้องของเขา บางคราก็ชวนอ่านหนังสือ ดีดพิณให้เขาฟัง หรือชวนเขาเดินหมาก ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกันแทบจะตลอดเวลาหลังจากได้ปรับความเข้าใจกัน"จวี๋เอ๋อร์ ข้ายังมีอีกเรื่องที่อยากจะให้เจ้าตัดสินใจ" หรงป๋อไฉ่เอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาดื่มยาไปแล้ว เรื่องนี้เขาทอดเวลามานานมากแล้ว สมควรแก่การตัดสินบทลงโทษเสียที"เรื่องอะไรหรือเพคะ""เรื่องบทลงโทษของเฉินมู่อิ๋ง ตอนนี้นางถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวงพร้อมกับพี่ชายของนาง เจ้าเห็นควรว่าจะลงโทษนางอย่างไรดี ข้าให้เจ้าตัดสินใจด้วยตนเอง"โจวไป๋จวี๋ป้อนผลไม้ให้กับเขาแล้วนิ่งคิดไปครู่ แม้นางจะพักรักษาตัวอยู่ที่หมู่บ้านผิงอาน แต่นางก็ได้รับรู้ข่าวสารมาโดยตลอด"หม่อมฉันขอไปพบนางสักครั้งได้หรือไม่เพคะ""เจ้าแน่ใจหรือ" คิ้วกระบี่ขมวดมุ่น"แน่ใจเพคะ หม่อมฉันอยากจะได้ยินจากปากของนางเองเพคะ""แล้วเสิ่นเยว่สือเล่า ตอนนี้นางตั้งครรภ์น่าจะเกือบเจ็ดเด
"เช่นนั้นอิงเอ๋อร์ก็จะไปด้วยเจ้าค่ะ อิงเอ๋อร์เองก็จะไปช่วยดูแลพี่ชายเช่นกันเจ้าค่ะ""เด็กดี"โจวไป๋จวี๋ลูบหัวทุยเล็กด้วยเอ็นดู ก่อนที่นางจะเดินไปพูดคุยกับท่านหมอจวงเหรินและมารดาของอิงเอ๋อร์ ได้ความว่าทั้งหมดจะเดินทางไปยังเมืองหลวง ส่วนเรื่องที่พักนางจะเป็นผู้จัดการด้วยตนเอง ตอนนี้บ้านหลังน้อยได้ถูกไฟไหม้จนไม่เหลืออะไรแล้ว สมบัติทั้งหมดของพวกเขาก็ได้สูญสิ้นไปเช่นเดียวกัน โจวไป๋จวี๋ตัดสินใจจะอุปถัมภ์ครอบครัวนี้อย่างถึงที่สุด ตอบแทนที่พวกเขาช่วยชีวิตนางเอาไว้หรงป๋อไฉ่ถูกพาตัวกลับมายังตำหนักบูรพาอย่างเร่งรีบ จากที่คิดจะไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องในตำหนักบูรพาอีกแล้ว แต่กลับมีเหตุการณ์ที่นางมิอาจปลีกตัวได้ น้ำเสียงเล็กทว่าทรงอำนาจเอ่ยสั่งการทันทีที่มาถึงตำหนักบูรพา จางกงกงและสวีมามาออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ใบหน้าแก่ชรากลับปรากฏรอยยิ้มตรงมุมปากเล็ก เมื่อได้เห็นพระชายาอีกครั้งหลังจากรู้แน่ชัดว่าหรงป๋อไฉ่ปลอดภัยดีแล้ว โจวไป๋จวี๋จึงคิดจะกลับจวนตระกูลโจว แต่กลับมีบัญชามาจากฮ่องเต้กำชับให้นางช่วยดูแลองค์รัชทายาทให้ดี ส่วนหนังสือหย่าที่นางเคยเขียนเอาไว้แล้วฝากไปกับจดหมายนั้น บัดนี้หนังสื
บทที่ 42ชีวิตนี้มอบให้เจ้าเงาร่างสูงใหญ่บุกเข้าไปยังตัวบ้านที่ไฟโหมกระหน่ำอย่างน่าหวาดหวั่น เขาพุ่งตัวไปยังห้องนอนของสตรีอันเป็นที่รักอย่างไม่ลังเล โชคดีที่บริเวณนี้ไฟยังไหม้ไม่เยอะนัก ทำให้เขาสามารถบุกเข้ามาหาโจวไป๋จวี๋ได้อย่างหวุดหวิด"จวี๋เอ๋อร์ จวี๋เอ๋อร์"น้ำเสียงร้อนรนเอ่ยเรียกโจวไป๋จวี๋ สายตาคู่คมกวาดตามองเข้าไปในห้อง ก่อนจะพบว่านางกำลังนอนอยู่โดยไม่รับรู้ถึงอันตรายเลย ควันสีเทาลอยคลุ้งไปในอากาศ ไม่รู้ว่านางสูดดมไปมากน้อยเพียงใดแล้ว ไวเท่าความคิดหรงป๋อไฉ่รีบพุ่งตัวไปหานางทันที เขาเขย่าปลุกเรียกโจวไป๋จวี๋ให้รู้สึกตัว ภายในใจปวดหนึบเกรงว่าจะเสียนางไปอีกครั้ง"จวี๋เอ๋อร์ จวี๋เอ๋อร์ เจ้ารีบลืมตาขึ้นมาสิ!!""อื้อ.."โจวไป๋จวี๋ปรือตาขึ้นมามองด้วยความงุนงง ก่อนจะรู้สึกแสบคอและจมูกด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ นางไอออกมาไม่หยุดด้วยความทรมาน ในแววตามองมาทางหรงป๋อไฉ่ด้วยความงุนงงเขายื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางใช้ปิดจมูก "เรารีบออกไปที่นี่กันก่อนเถิด" หรงป๋อไฉ่ช้อนร่างของโจวไป๋จวี๋เข้ามาในอ้อมแขนอย่างปกป้อง เขารีบมองหาช่องทางที่จะหลบหนีออกไป ตอนนี้ไฟได้ลามมายังห้องนอนของนางแล้ว ไฟสีแดงอมส้มโลมเลียมายัง
บทที่ 4สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกันนับตั้งแต่วันคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาท หลังจากโจวไป๋จวี๋เก็บตัวมาหลายวันก็ได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก โดยครั้งนี้นางได้นัดพบกับเจียงเม่ย สหายสนิทเพียงหนึ่งเดียวของตน"สีหน้าของเจ้าไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรืออาเม่ย" โจวไป๋จวี๋เอ่ยถามหลังจากทานขนมจิบน้ำชาไปแล้
สวีหรูอิงมองหน้าบุตรสาวและบุตรชายด้วยความปวดใจ เพราะโจวไป๋จวี๋เกิดมาในตระกูลที่มีอำนาจที่จะช่วยส่งเสริมองค์รัชทายาท นางจึงมิอาจมีชีวิตเป็นของตัวเองได้ ดังนั้นที่ผ่านมานางจึงได้ยอมให้บุตรสาวทำตามใจตนเอง"จวี๋เอ๋อร์ เจ้าจะยอมเห็นแก่ความสุขของตนเองก็ได้นะ อย่างไรตระกูลโจวของเราก็จะยืนอยู่ฝั่งเจ้าเสมอ"
บทที่ 3จุดยืนของโจวไป๋จวี๋โจวไป๋จวี๋กลับมาถึงก็ในยามเย็นแล้ว นางตรงดิ่งกลับเข้าไปยังเรือนนอนของตัวเองทันที ไม่แม้แต่จะเดินเข้าไปคารวะมารดาที่ห้องโถงของเรือนหลักก่อนเลย อาเมิ่งที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคุณหนูก็ปวดใจนัก นางทำได้เพียงออกไปจากห้องเพื่อให้คุณหนูได้อยู่ในห้องเพียงลำพัง ก่อนจะนำเรื่องราวท
เมื่อคุณหนูทุกคนแสดงความสามารถของตนหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทุกคนต่างเฝ้ารอด้วยหัวใจอันเต้นระทึก อยากจะรู้ว่าสตรีนางใดที่จะได้คว้าตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาท ทว่าบางคนก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นโจวไป๋จวี๋หรงป๋อไฉ่เดินไปหยิบปิ่นหยกที่แกะสลักด้วยลวดลายนกยูงรำแพนหางอย่างงดงามมาถือในมือ จากนั้นเขาก็เดิน







