Share

พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว
พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว
Auteur: กะปอมพ่นไฟ

บทนำ 1/2

last update Date de publication: 2025-12-22 00:50:10

บทนำ

รถม้าเคลื่อนไปตามเส้นทางอันขรุขระอย่างเชื่องช้า สตรีผู้งดงามที่อยู่ในรถม้าเอนตัวนั่งหลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยอ่อน วันนี้นางตัดสินใจไปยังอารามตงไห่เพื่อมาไหว้พระขอพรให้ตนเองจิตใจสงบขึ้น หลังจากเกิดเหตุการณ์มากมายภายในตำหนักบูรพา จิตใจของนางว้าวุ่นจนมิอาจจะสงบใจได้เลย

กึก!

ขณะที่นางกำลังพักสายตา รถม้าที่ควรจะเคลื่อนที่กลับหยุดชะงักลงอย่างแปลกประหลาด สาวใช้ผู้ภักดีของนางได้เปิดม่านเพื่อจะเอ่ยถามสารถีว่าหยุดรถม้าด้วยเหตุอันใด

ฉึก ๆ!

"อ๊ากก!"

ธนูมากมายพลันพวยพุ่งตรงเข้าโจมตีรถม้า นางที่ตื่นเต็มตารีบคว้าตัวสาวใช้หลบลูกธนูที่พุ่งเข้ามาได้อย่างเฉียดฉิว ร่างของพวกนางพลันกระแทกเข้ากับตัวรถม้า นางรู้สึกเจ็บและจุกจนแทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ต้องกัดฟันอดทนเอาไว้เพื่อหาหนทางเอาชีวิตรอด

"พระชายา! รีบเสด็จออกไปก่อนเพคะ หม่อมฉันจะต้านพวกมันเอาไว้ให้เองเพคะ"

สาวใช้ดึงกระบี่อ่อนที่พกติดตัวเอาไว้ออกมา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นกินดีหมีหัวใจเสือมามาหรืออย่างไร ถึงได้กล้ามาโจมตีรถม้าที่มีตราประทับของพระชายา!

"เจ้าสู้พวกมันไม่ได้หรอกอาเมิ่ง คนพวกนี้คือนักฆ่า!"

สตรีทั้งสองออกมาจากรถม้าด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้ง ภาพตรงหน้าคือกลุ่มนักฆ่าประมาณ 50 คนกำลังประมือกับองครักษ์ของตำหนักบูรพา แม้ว่าคนของฝั่งนางจะมีเพียง 10 กว่าคนแต่ก็สามารถต้านทานเหล่านักฆ่าได้อย่างสูสี แม้จะมีฝีมืออันร้ายกาจแต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ในที่สุดก็มีนักฆ่าที่ฝ่าด่านป้องกันขององครักษ์เข้ามาถึงตัวนาง

เคร้ง เคร้ง โครม!

"พระชายารีบหนีไปก่อนเพคะ หม่อมฉันจะต้านเอาไว้เอง"

อาเมิ่งตรงเข้ามาขวางนักฆ่าอย่างกล้าหาญ แม้นางจะเป็นสาวใช้แต่ก็มีวรยุทธ์ ในอดีตนางเป็นถึงหัวหน้าหน่วยทหารหญิงเลยนะ

"ระวังตัวด้วย!"

นางรีบสลัดอาภรณ์อันหนักอึ้งที่เต็มไปด้วยพิธีการโยนทิ้งข้างทางเพื่อความคล่องตัว ก่อนจะเร่งฝีเท้าวิ่งหนีไปตามชายป่าที่สลับซับซ้อน แต่กระนั้นนางก็ยังได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาจากทางด้านหลัง คาดว่าพวกนักฆ่าจำนวนหนึ่งคงซ่อนตัวเพื่อรอโอกาสนี้เอาไว้แล้ว

"อยากตายก็ดาหน้าเข้ามา"

นางกระโดดขึ้นไปบนเกาะบนกิ่งไม้ใหญ่ หลบซ่อนพวกนักฆ่าที่ตามเข้ามา ก่อนจะถลกกระโปรงแล้วหยิบเอากระบี่อ่อนที่พบติดตัวเอาไว้ออกมา ในมืออีกข้างหยิบระเบิดควันลูกเล็กที่ใส่ไว้ในถุงหอมออกมา ระเบิดควันนี้ยังผสมยาสลบอย่างรุนแรงเอาไว้ด้วย

"ไปไหนแล้ว?"

นักฆ่า 5 คนตามนางจนมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่นางหลบซ่อนตัวเอาไว้ เมื่อได้โอกาสนางจึงเขวี้ยงระเบิดควันใส่ในกลุ่มของพวกมัน

ตู้ม!

"แค่ก ๆ ในควัน มะ มี ยาสลบ!"

นักฆ่าคนหนึ่งพยายามเอ่ยเตือนพรรคพวก แต่ว่าก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพียงชั่วสามลมหายใจพวกนักฆ่าก็สลบไปกันหมด เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมานางจึงกระโดดลงมาจากบนต้นไม้ มองดูร่างของนักฆ่าที่สลบด้วยระเบิดควันด้วยสายตาลุ่มลึก

"ขออภัยด้วย"

นางใช้กระบี่อ่อนตัดเส้นเอ็นมือและเท้าทั้งสองของเหล่านักฆ่า เช่นนี้พวกมันก็จะไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ไปสังหารผู้ใดได้อีก ก่อนที่นางจะรีบวิ่งไปยังทางอื่น

ดวงตะวันคล้อยต่ำลงเรื่อย ๆ นางวิ่งมาไกลจนกระทั่งถึงแม่น้ำใหญ่ นางหยุดพักดื่มน้ำเพื่อดับความกระหายและความอ่อนล้า ใบหน้างามเหลียวมองโดยรอบ ก่อนจะสังเกตถึงความผิดปกติว่าที่นี่เงียบเกินไป ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงนกร้องหรือแมลงเลย

แกร่ก!

กลุ่มนักฆ่าทั้งสิบคนพลันออกมาจากที่ซ่อน คนผู้หนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ทางด้านหลังก้าวออกมายืนตรงหน้าของนาง แม้อีกฝ่ายจะปิดบังตัวตนแต่ก็มิอาจปกปิดว่าตนเองคือสตรีได้

"เจ้าเป็นใคร ต้องการอะไรจากข้า!" นางถามออกไปโดยที่รู้เหตุผลอยู่แล้ว

"หึ! ข้าก็ต้องการชีวิตของเจ้าอย่างไรเล่า" น้ำเสียงหวานเล็กที่ฟังดูคุ้นหูดังขึ้นจากสตรีชุดดำ ก่อนที่นางจะพยักหน้าให้กับคนของตนเพราะไม่อยากจะรั้งรออีกต่อไปแล้ว

"ขออภัยพระชายา"

คนที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้าย่างกายเข้ามาหานางอย่างข่มขวัญ ดาบใหญ่ในมือกวัดแกว่งมาทางนางอย่างมุ่งหมายเอาชีวิต นางหลบหลีกและต้านเอาไว้ได้ 3 กระบวนท่า แต่เพราะร่างกายอ่อนล้าจึงทำให้พละกำลังถดถอย ในช่วงเวลาที่นางเผยช่องโหว่ คนผู้นั้นจึงฟาดดาบลงมา ปลายดาบบาดลึกเข้าที่แก้มซีกซ้ายของนางจรดไปถึงกลางหน้าอก อีกเพียงนิดเดียวก็จะตัดเส้นเลือดใหญ่ของนางได้แล้ว

"อึก!"

นางทรุดไปทางด้านหลังด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดพลันทะลักออกมาจากรอยแผลของนาง กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนรู้สึกคลื่นเหียน

"หึ! งดงามแล้วอย่างไร มีอำนาจหนุนหลังแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือของข้า"

สตรีในชุดดำหัวเราะออกมาด้วยความสาสมใจ นางพยักหน้าให้กับหัวหน้านักฆ่าผู้นั้นเพื่อบั่นคอของสตรีที่นางแสนเกลียดชังทันที

"ข้าไม่มีวันยอมตายด้วยฝีมือของเศษสวะเช่นเจ้าหรอก"

นางลุกขึ้นยืนแล้วถือกระบี่เอาไว้มั่น และในตอนที่นักฆ่าพุ่งเข้ามาหมายจะบั่นคอของตน นางก็เขวี้ยงกระบี่อ่อนปักเข้าไปตรงกึ่งกลางกายของนักฆ่าผู้นั้นทันที

"อ๊ากกก!! แท่งหยกของข้า!!"

นักฆ่าผู้นั้นทรุดตัวลงไปกอบกุมกระบี่อ่อนที่ปักแท่งหยกของเขาด้วยความตื่นตระหนก เลือดมากมายทะลักออกมาจากบาดแผล เขาเจ็บปวดเจียนตายจนสลบไปทันที... แท่งหยกของเขาได้ถูกตัดขาดจนสิ้นความเป็นชายไปเสียแล้ว!

"ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วข้าจะกลับมาเอาชีวิตของเจ้า... หญิงอัปลักษณ์!"

"กรี๊ดดด!!" สตรีชุดดำกรีดร้องลั่นด้วยความแค้นใจ

ตู้ม!!

ร่างเพียงระหงของนางพลันกระโดดลงไปในแม่น้ำอันเชี่ยวกราก ก่อนที่ร่างของนางจะจมหายไปกับม่านน้ำอันหนาแน่น แม้สตรีชุดดำจะพยายามสอดส่องสายตาเพียงใด แต่ก็มิอาจมองหาร่างของนางพบได้

"แม่น้ำว่านทั้งเชี่ยวและลึก ต่อให้เก่งกล้าเพียงใดก็มิอาจรอดชีวิตไปได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ อีกทั้งพระชายายังบาดเจ็บถึงเพียงนั้นด้วย คงตายไปแล้วเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ" คนสนิทผู้ยืนอยู่ทางด้านหลังของสตรีชุดดำก้าวออกมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของนาง

"ข้ามิอาจวางใจ ต่อให้มันตายไปแล้ว เจ้าก็ต้องหาศพของมันมายืนยันต่อหน้าข้าให้จงได้ มิเช่นนั้นข้าก็มิอาจข่มตาหลับได้อย่างสงบใจได้"

"รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ"

คนผู้นั้นน้อมรับคำสั่งของเจ้านายสาว ก่อนจะเร่งระดมกำลังคนออกตามหาร่างของพระชายา ผู้เป็นเสี้ยนหนามอันสำคัญของเจ้านายพวกเขา หากแม้นพระชายาตายไปแล้ว เจ้านายของพวกเขาก็จะได้ครอบครองในสิ่งที่ต้องการทั้งหมด!!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 4 สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน 2/2

    "เรื่องในวันนั้น ข้าทำผิดต่อเจ้า ต้องขออภัยเจ้าด้วยนะคุณหนูโจว เดิมทีแล้วคนที่ข้าควรจะเลือกให้เป็นพระชายาเอกก็คือเจ้ามาตั้งแต่แรก แต่ข้า..."โจวไป๋จวี๋รีบเอ่ยขัดคำพูดของเขา "หม่อมฉันรู้ดีว่าหัวใจของคนเรามิอาจฝืนบังคับกันได้ และหม่อมฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพคะ""จริงหรือ เช่นนั้นเจ้าจะให้อภัยในความไม่รู้จักคิดของข้าได้หรือไม่""เพคะ"โจวไป๋จวี๋ยิ้มให้กับเขาอย่างอ่อนโยน ซึ่งรอยยิ้มนั้นกลับทำให้หรงป๋อไฉ่เผลอชะงักค้างไปชั่วขณะ เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่านางมีรอยยิ้มที่หวานมาก ใบหน้าของนางที่เขาเคยคิดว่างดงามสูงค่ากลับดูอ่อนหวานเมื่อนางแย้มยิ้ม"เจ้า... ยินดีที่จะแต่งงานกับข้าหรือไม่" จู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย"เพคะ หม่อมฉันยินดีจะแต่งงานกับพระองค์เพื่อแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ แม้เราทั้งสองมิอาจจะใช้ชีวิตอย่างสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันได้ แต่พวกเราก็สามารถเป็นสามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้เพคะ"หรงป๋อไฉ่เหม่อมองโจวไป๋จวี๋ด้วยความคาดไม่ถึง นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่านางจะมีความคิดเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเหตุผลและเข้าอกเข้าใจผู้อื่นยิ่ง

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 4 สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน 1/2

    บทที่ 4สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกันนับตั้งแต่วันคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาท หลังจากโจวไป๋จวี๋เก็บตัวมาหลายวันก็ได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก โดยครั้งนี้นางได้นัดพบกับเจียงเม่ย สหายสนิทเพียงหนึ่งเดียวของตน"สีหน้าของเจ้าไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรืออาเม่ย" โจวไป๋จวี๋เอ่ยถามหลังจากทานขนมจิบน้ำชาไปแล้วเจียงเม่ยถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มใจ "ดูเหมือนว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าข้าจะต้องแต่งงานแล้วน่ะสิ""ว่าอย่างไรนะ! อย่าบอกนะว่าเป็นชินอ๋อง"เจียงเม่ยพยักหน้ารับ "ฝ่าบาททรงมอบสมรสพระราชทานให้ข้ากับชินอ๋อง กำหนดงานแต่งงานเรียบร้อยแล้วด้วย ต่อไปข้าคงไม่ว่างมาพบเจ้าอีก""เจ้า... ดีใจหรือไม่""ก็... ข้าก็ไม่ได้เสียใจนะอาจวี๋ แต่ก็ไม่ได้ดีใจนัก เพียงแต่รู้สึกว่าการได้แต่งงานกับชินอ๋องก็ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยท่านอ๋องก็รับปากข้าว่าจะไม่รับสตรีอื่นเข้าจวน ข้าจึงสบายใจที่ไม่ต้องไปตบตีแย่งชิงความรักจากท่านอ๋องกับผู้ใด"ใบหน้าของโจวไป๋จวี๋พลันเศร้าหมองลงเมื่อนึกถึงเรื่องของตนเอง "เจ้าช่างโชคดีนัก ข้าชักจะรู้สึกอิจฉาเจ้าแล้วสิ"เจียงเม่ยรีบกุมมือสหายสนิทเอาไว้ นางรู้ดีเลยล่ะว่าไม่มีใครเหมาะสมกับตำ

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 3 จุดยืนของโจวไป๋จวี๋ 2/2

    สวีหรูอิงมองหน้าบุตรสาวและบุตรชายด้วยความปวดใจ เพราะโจวไป๋จวี๋เกิดมาในตระกูลที่มีอำนาจที่จะช่วยส่งเสริมองค์รัชทายาท นางจึงมิอาจมีชีวิตเป็นของตัวเองได้ ดังนั้นที่ผ่านมานางจึงได้ยอมให้บุตรสาวทำตามใจตนเอง"จวี๋เอ๋อร์ เจ้าจะยอมเห็นแก่ความสุขของตนเองก็ได้นะ อย่างไรตระกูลโจวของเราก็จะยืนอยู่ฝั่งเจ้าเสมอ"สองพี่ชายพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของมารดา พวกเขาเป็นบุรุษจะต้องให้โจวไป๋จวี๋มาเสียสละตนเองเพื่อตระกูลหรือไรโจวไป๋จวี๋คลี่ยิ้มบางให้กับทุกคน นางคว้ามือของมารดาและพี่ชายทั้งสองมาจับเอาไว้มั่น "ลูกตัดสินใจแล้วเจ้าค่ะ ลูกอยากเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทเจ้าค่ะ" น้ำเสียงอันหนักแน่นมั่นคงดังมาจากหญิงสาวผู้มีจิตใจอันเข้มแข็งเกิดในตระกูลชนชั้นสูงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมาถึง 18 ปีก็นับว่ามีดีมากแล้ว หากในภายภาคหน้าจะต้องใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อคนที่นางรักจะเป็นอะไรไปเล่า"จวี๋เอ๋อร์ของแม่ เจ้าช่างรู้ความและแสนดียิ่งนัก"สวีหรูอิงคว้าตัวบุตรสาวเข้ามากอดแนบอก โจวซูจิ้งและโจวเมิ่งหยวนก็เข้ามาสวมกอดทั้งสองเช่นเดียวกัน ก่อนที่พวกเขาจะรู้สึกถึงไออุ่นอันแข็งกร้าวจากชายร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนวดเครา

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 3 จุดยืนของโจวไป๋จวี๋ 1/2

    บทที่ 3จุดยืนของโจวไป๋จวี๋โจวไป๋จวี๋กลับมาถึงก็ในยามเย็นแล้ว นางตรงดิ่งกลับเข้าไปยังเรือนนอนของตัวเองทันที ไม่แม้แต่จะเดินเข้าไปคารวะมารดาที่ห้องโถงของเรือนหลักก่อนเลย อาเมิ่งที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคุณหนูก็ปวดใจนัก นางทำได้เพียงออกไปจากห้องเพื่อให้คุณหนูได้อยู่ในห้องเพียงลำพัง ก่อนจะนำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปเรียนฮูหยินใหญ่"ฮึก ๆ ฮือ ๆ"โจวไป๋จวี๋ฟุบหน้าร้องไห้กับหมอนของตนเอง ร่างเพรียวระหงของนางสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งร่างจากการร้องไห้อย่างหนัก น้ำเสียงที่เล็ดลอดออกมามีแต่ความรู้สึกขมขื่น หัวใจดวงน้อยพลันแตกซ่านเป็นผุยผง นางไม่เคยรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าได้เท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต รู้สึกเหมือนตัวเองเข้ามาแทนที่คนของใจของเขา เพียงเพราะเขามิอาจคว้ามาได้ก็เท่านั้นเอง แต่นางหาได้รู้สึกเกลียดชังเจียงเม่ยผู้เป็นสหายไม่ เพราะนางรู้ดีว่าเรื่องความรู้สึกนั้นมิอาจบังคับฝืนใจกันได้"ฮือ ๆ"ก๊อก ๆ"จวี๋เอ๋อร์ แม่ขอเข้าไปข้างหน่อยได้หรือไม่" ทันทีที่รู้เรื่องสวีหรูอิงก็รีบตรงมาหาบุตรสาวทันที นางไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ไหนเลยจะรู้ว่าองค์รัชทายาทมีเจียงเม่ยอยู่ในใจแล้ว "ฮึก ๆ

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 2 มิอาจได้หัวใจมาครอง 2/2

    เมื่อคุณหนูทุกคนแสดงความสามารถของตนหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทุกคนต่างเฝ้ารอด้วยหัวใจอันเต้นระทึก อยากจะรู้ว่าสตรีนางใดที่จะได้คว้าตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาท ทว่าบางคนก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นโจวไป๋จวี๋หรงป๋อไฉ่เดินไปหยิบปิ่นหยกที่แกะสลักด้วยลวดลายนกยูงรำแพนหางอย่างงดงามมาถือในมือ จากนั้นเขาก็เดินไปยังเหล่าสตรีทั้งหลายที่ยืนรอเขาอยู่ที่ลานด้านล่าง เขาค่อย ๆ เดินไปยังเหล่าสตรีพวกนั้นก่อนที่ฝีเท้าจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของโจวไป๋จวี๋ ทุกสายตาต่างจึงจับจ้องมาทางนางเป็นตาเดียว ในขณะที่ตัวนางเองตื่นเต้นจนไม่กล้าจะหายใจ แต่แล้วก็เหมือนกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางแสกหน้า"คุณหนูใหญ่เจียง ปิ่นหยกอันนี้ข้าขอมอบให้เจ้า""...!?"ทุกคนต่างตกตะลึงกับการตัดสินใจของหรงป๋อไฉ่ เช่นเดียวกับเจียงเม่ยที่เป็นผู้ถูกเลือกเช่นกัน ในขณะที่โจวไป๋จวี๋ชาวาบไปทั้งตัว นางพยายามฝืนยิ้มให้กับเจียงเม่ยเป็นอย่างมาก แม้ในใจจะรู้สึกปวดร้าวจนยากจะฝืนยืนอยู่ตรงนี้ได้"เอ่อ... หม่อมฉัน..."ในขณะที่เจียงเม่ยรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก ไทเฮาก็ได้เข้ามาขัดขวาง"องค์รัชทายาทสตรีผู้นี้ไม่ได้!""เพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ" คิ้วกระบี่ขมวดมุ่นด้ว

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 2 มิอาจได้หัวใจมาครอง 1/2

    บทที่ 2มิอาจได้หัวใจมาครองสตรีผู้กำลังเข้ารับการคัดเลือกต่างมองมาทางโจวไป๋จวี๋ด้วยแววตาริษยา โดยเฉพาะสตรีผู้มีเครื่องหน้าที่รับกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้นางมิได้งดงามมากเฉกเช่นโจวไป๋จวี๋ ทว่าตัวนางกลับโดดเด่นด้วยผิวกายที่ขาวเนียนละเอียดดั่งหยก รูปร่างทรวดทรงมีน้ำมีนวลแม้จะตัวเล็กไปเสียหน่อยก็ตามหากเทียบกับโจวไป๋จวี๋"หึ! ฝีมือเช่นนี้ยังกล้ามาคัดเลือกพระชายาอีกหรือ ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเสียบ้างเลย"'เสิ่นเยว่สือ' บุตรีของท่านเสนาบดีกรมคลังเอ่ยกับสหายข้างกายอย่างไม่สบอารมณ์ ตัวนางถือว่ามีความสามารถเป็นเลิศในทุกด้าน เช่นนี้นางจึงมองโจวไป๋จวี๋อย่างเหยียดหยาม"เจ้าอย่าได้พูดจาว่าร้ายผู้อื่นสิสือเอ๋อร์ หากไม่ระวังคำพูดอาจจะถูกคัดออกก็ได้นะ เจ้าก็รู้ว่าตระกูลโจวมีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตระกูลเสิ่นของเจ้าเลย และฮองเฮาเองก็ทรงเอ็นดูนางด้วย ข้าว่านางอาจจะคว้าตำแหน่งพระชายาเอกเพราะฮองเฮาก็เป็นได้"'เฉินมู่อิ๋ง' บุตรีของรองเสนาบดีกรมพิธีการ นางถือว่าเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามผู้หนึ่ง ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มพริ้มเพราชวนให้คนมองให้ความเอ็นดู กอปรกับน้ำเสียงหวานไพเราะและจิตใจที่แสนอ่อนโยน ทำให้ผู้คนต่างยก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status