Share

บทนำ 2/2

last update publish date: 2025-12-22 00:50:18

2 ปีก่อน จวนตระกูลโจว

เคร้ง เคร้ง เคร้ง!

เสียงกระบี่อ่อนทั้งสองเล่มเข้าปะทะกันจนเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณลานฝึก ร่างทั้งสองโรมรันเข้าห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ร่างสูงอันกำยำแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะทุ่มแรงไปทั้งหมดในกระบวนท่าสุดท้าย เป็นผลให้ร่างเพรียวระหงซวนเซไปทางด้านหลัง แม้นางจะหลบกระบี่อ่อนของอีกฝ่ายได้ แต่กระบี่อ่อนของนางก็ได้หลุดกระเด็นไปจากมือ

ผลการประลองครั้งนี้นางแพ้!

"พี่ใหญ่ไม่คิดจะออมแรงให้ข้าเลยสักนิดเชียวหรือเจ้าคะ"

'โจวไป๋จวี๋' คุณหนูเพียงหนึ่งเดียวของจวนตระกูลโจวมีหน้าตาบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความขัดใจที่ตัวเองแพ้พี่ใหญ่อีกแล้ว ตั้งแต่เล็กจนนางอายุได้ 18 นางก็ไม่เคยเอาชนะพี่ใหญ่ได้เลย

"หากข้ายอมอ่อนข้อให้เจ้า เช่นนั้นการประลองครั้งนี้จะมีประโยชน์อันใด มาเถอะ! พี่ใหญ่คนนี้จะสอนกระบวนท่าวายุสะบั้นวิญญาณให้กับเจ้าเอง อยากเรียนมากมิใช่หรือ กระบวนท่านี้จะทำให้เจ้าได้เปรียบสำหรับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าเจ้าเชียวนะ"

'โจวซูจิ้ง' คุณชายใหญ่แห่งจวนตระกูลโจว อายุเพียง 25 ก็สามารถขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นถึงรองแม่ทัพ ทั้งเขายังสังกัดหน่วยกิเลนทมิฬของชินอ๋องด้วย จะหาบุตรชายจากตระกูลขุนนางที่มีความสามารถยอดเยี่ยมจนต้องตาชินอ๋องได้นั้น... ช่างไม่ง่ายเลย

จากใบหน้างามที่บูดบึ้งพลันคลี่ยิ้มหวานด้วยความดีใจ โจวไป๋จวี๋รีบเข้าไปเกาะแขนผู้เป็นพี่ชายด้วยความยินดี ดวงตาของนางเป็นประกายวิบวับด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดก็จะได้เรียนกระบวนท่านี้แล้ว

"พี่ใหญ่พูดแล้วห้ามคืนคำนะเจ้าคะ"

โจวซูจิ้งยิ้มให้กับน้องสาวด้วยความเอ็นดู "คำไหนคำนั้น มาเถิดพี่จะสอนท่าแรกให้กับเจ้าเอง"

"พี่ใหญ่ดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ!"

โจวไป๋จวี๋รีบไปหยิบกระบี่อ่อนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาทันที ใบหน้างามที่เต็มไปด้วยเหงื่อตั้งท่าอย่างตั้งใจ ทุกกระบวนท่าที่พี่ใหญ่สอนนางล้วนตั้งใจฝึกอย่างไม่มีเกียจคร้าน ใช้เวลาสอนราวหนึ่งชั่วยามนางก็เรียนรู้ได้ถึงสองกระบวนท่าแล้ว ความรวดเร็วในการจดจำของนางช่างยอดเยี่ยมนัก แม้แต่โจวซูจิ้งก็มิอาจทำได้

"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถิด หากยังชักช้าเดี๋ยวท่านแม่จะดุเอาได้ เจ้ายังต้องไปเรียนเย็บปักมิใช่หรือ"

ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มพลันห่อเหี่ยวลงทันใด นี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้วที่นางจะต้องร่ำเรียนศาสตร์ของสตรี แต่ทว่าจะใช้เวลาฝึกฝนเพียงใดนางก็มิอาจทำได้ดี หากเทียบกับคุณหนูในห้องหอที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่วัยเยาว์ ตัวนางก็คงเปรียบได้แค่เด็กน้อยที่เริ่มหัดเดินเท่านั้นเอง

"ข้าไม่อยากไปเรียนเลยเจ้าค่ะ ไม่รู้ทำไมท่านแม่ต้องบังคับให้ข้าเรียนเย็บปัก ดีดพิณ วาดรูป แต่งกลอนด้วย แค่ข้าเล่นหมากล้อมและคัดอักษรได้ยังไม่พออีกหรือ"

โจวซูจิ้งลูบเรือนผมดำขลับของน้องสาวด้วยความเอ็นดู "ท่านแม่คงอยากจะให้เจ้ามีวิชาติดตัวเอาไว้เท่านั้นเอง"

โจวไป๋จวี๋มองหน้าพี่ชายอย่างคาดคั้น คิดว่านางไม่รู้หรือว่าท่านแม่ต้องการสิ่งใดกันแน่

"พี่ใหญ่คิดว่าข้าคือเด็กน้อยไร้เดียงสาหรือเจ้าคะ มิใช่ว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะถึงวันคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาทหรือ นี่ท่านแม่ก็คงพูดคุยเรื่องนี้กับฮองเฮาเป็นแน่"

"ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้วเจ้าจะทำอย่างไร"

"ก็... คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องไหลไปตามน้ำนี่เจ้าคะ"

ใบหน้างามพลันแดงซ่านด้วยความเขินอาย แม้นางจะก้มหน้าแต่ก็มิอาจปิดบังสายตาอันคมกริบดังเหยี่ยวของพี่ใหญ่ไปได้ คนในจวนนี้มีใครไม่รู้บ้างว่านางนั้นหลงรักองค์รัชทายาทมานานแล้ว แม้มิรู้ว่าไปรักปักใจตั้งแต่เมื่อไหร่ก็เถอะ

"หึ! เด็กโกหก เจ้าเองก็อยากจะแต่งเข้าตำหนักบูรพามิใช่หรือ"

"พี่ใหญ่! ห้ามพูดนะเจ้าคะ"

โจวไป๋จวี๋หน้าแดงก่ำเมื่อถูกพี่ชายเปิดเผยความในใจของตนเอง ก่อนจะรีบวิ่งหนีพี่ใหญ่เข้าไปในเรือนทันที ทว่านางยังได้ยินเสียงหัวเราะจากพี่ใหญ่ที่ดังไล่หลังนางมาอยู่เลย... พี่ใหญ่ผู้นี้ชอบกลั่นแกล้งนางเสมอเลย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 4 สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน 2/2

    "เรื่องในวันนั้น ข้าทำผิดต่อเจ้า ต้องขออภัยเจ้าด้วยนะคุณหนูโจว เดิมทีแล้วคนที่ข้าควรจะเลือกให้เป็นพระชายาเอกก็คือเจ้ามาตั้งแต่แรก แต่ข้า..."โจวไป๋จวี๋รีบเอ่ยขัดคำพูดของเขา "หม่อมฉันรู้ดีว่าหัวใจของคนเรามิอาจฝืนบังคับกันได้ และหม่อมฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพคะ""จริงหรือ เช่นนั้นเจ้าจะให้อภัยในความไม่รู้จักคิดของข้าได้หรือไม่""เพคะ"โจวไป๋จวี๋ยิ้มให้กับเขาอย่างอ่อนโยน ซึ่งรอยยิ้มนั้นกลับทำให้หรงป๋อไฉ่เผลอชะงักค้างไปชั่วขณะ เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่านางมีรอยยิ้มที่หวานมาก ใบหน้าของนางที่เขาเคยคิดว่างดงามสูงค่ากลับดูอ่อนหวานเมื่อนางแย้มยิ้ม"เจ้า... ยินดีที่จะแต่งงานกับข้าหรือไม่" จู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย"เพคะ หม่อมฉันยินดีจะแต่งงานกับพระองค์เพื่อแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ แม้เราทั้งสองมิอาจจะใช้ชีวิตอย่างสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันได้ แต่พวกเราก็สามารถเป็นสามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้เพคะ"หรงป๋อไฉ่เหม่อมองโจวไป๋จวี๋ด้วยความคาดไม่ถึง นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่านางจะมีความคิดเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเหตุผลและเข้าอกเข้าใจผู้อื่นยิ่ง

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 4 สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน 1/2

    บทที่ 4สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกันนับตั้งแต่วันคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาท หลังจากโจวไป๋จวี๋เก็บตัวมาหลายวันก็ได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก โดยครั้งนี้นางได้นัดพบกับเจียงเม่ย สหายสนิทเพียงหนึ่งเดียวของตน"สีหน้าของเจ้าไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรืออาเม่ย" โจวไป๋จวี๋เอ่ยถามหลังจากทานขนมจิบน้ำชาไปแล้วเจียงเม่ยถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มใจ "ดูเหมือนว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าข้าจะต้องแต่งงานแล้วน่ะสิ""ว่าอย่างไรนะ! อย่าบอกนะว่าเป็นชินอ๋อง"เจียงเม่ยพยักหน้ารับ "ฝ่าบาททรงมอบสมรสพระราชทานให้ข้ากับชินอ๋อง กำหนดงานแต่งงานเรียบร้อยแล้วด้วย ต่อไปข้าคงไม่ว่างมาพบเจ้าอีก""เจ้า... ดีใจหรือไม่""ก็... ข้าก็ไม่ได้เสียใจนะอาจวี๋ แต่ก็ไม่ได้ดีใจนัก เพียงแต่รู้สึกว่าการได้แต่งงานกับชินอ๋องก็ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยท่านอ๋องก็รับปากข้าว่าจะไม่รับสตรีอื่นเข้าจวน ข้าจึงสบายใจที่ไม่ต้องไปตบตีแย่งชิงความรักจากท่านอ๋องกับผู้ใด"ใบหน้าของโจวไป๋จวี๋พลันเศร้าหมองลงเมื่อนึกถึงเรื่องของตนเอง "เจ้าช่างโชคดีนัก ข้าชักจะรู้สึกอิจฉาเจ้าแล้วสิ"เจียงเม่ยรีบกุมมือสหายสนิทเอาไว้ นางรู้ดีเลยล่ะว่าไม่มีใครเหมาะสมกับตำ

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 3 จุดยืนของโจวไป๋จวี๋ 2/2

    สวีหรูอิงมองหน้าบุตรสาวและบุตรชายด้วยความปวดใจ เพราะโจวไป๋จวี๋เกิดมาในตระกูลที่มีอำนาจที่จะช่วยส่งเสริมองค์รัชทายาท นางจึงมิอาจมีชีวิตเป็นของตัวเองได้ ดังนั้นที่ผ่านมานางจึงได้ยอมให้บุตรสาวทำตามใจตนเอง"จวี๋เอ๋อร์ เจ้าจะยอมเห็นแก่ความสุขของตนเองก็ได้นะ อย่างไรตระกูลโจวของเราก็จะยืนอยู่ฝั่งเจ้าเสมอ"สองพี่ชายพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของมารดา พวกเขาเป็นบุรุษจะต้องให้โจวไป๋จวี๋มาเสียสละตนเองเพื่อตระกูลหรือไรโจวไป๋จวี๋คลี่ยิ้มบางให้กับทุกคน นางคว้ามือของมารดาและพี่ชายทั้งสองมาจับเอาไว้มั่น "ลูกตัดสินใจแล้วเจ้าค่ะ ลูกอยากเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทเจ้าค่ะ" น้ำเสียงอันหนักแน่นมั่นคงดังมาจากหญิงสาวผู้มีจิตใจอันเข้มแข็งเกิดในตระกูลชนชั้นสูงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมาถึง 18 ปีก็นับว่ามีดีมากแล้ว หากในภายภาคหน้าจะต้องใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อคนที่นางรักจะเป็นอะไรไปเล่า"จวี๋เอ๋อร์ของแม่ เจ้าช่างรู้ความและแสนดียิ่งนัก"สวีหรูอิงคว้าตัวบุตรสาวเข้ามากอดแนบอก โจวซูจิ้งและโจวเมิ่งหยวนก็เข้ามาสวมกอดทั้งสองเช่นเดียวกัน ก่อนที่พวกเขาจะรู้สึกถึงไออุ่นอันแข็งกร้าวจากชายร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนวดเครา

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 3 จุดยืนของโจวไป๋จวี๋ 1/2

    บทที่ 3จุดยืนของโจวไป๋จวี๋โจวไป๋จวี๋กลับมาถึงก็ในยามเย็นแล้ว นางตรงดิ่งกลับเข้าไปยังเรือนนอนของตัวเองทันที ไม่แม้แต่จะเดินเข้าไปคารวะมารดาที่ห้องโถงของเรือนหลักก่อนเลย อาเมิ่งที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคุณหนูก็ปวดใจนัก นางทำได้เพียงออกไปจากห้องเพื่อให้คุณหนูได้อยู่ในห้องเพียงลำพัง ก่อนจะนำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปเรียนฮูหยินใหญ่"ฮึก ๆ ฮือ ๆ"โจวไป๋จวี๋ฟุบหน้าร้องไห้กับหมอนของตนเอง ร่างเพรียวระหงของนางสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งร่างจากการร้องไห้อย่างหนัก น้ำเสียงที่เล็ดลอดออกมามีแต่ความรู้สึกขมขื่น หัวใจดวงน้อยพลันแตกซ่านเป็นผุยผง นางไม่เคยรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าได้เท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต รู้สึกเหมือนตัวเองเข้ามาแทนที่คนของใจของเขา เพียงเพราะเขามิอาจคว้ามาได้ก็เท่านั้นเอง แต่นางหาได้รู้สึกเกลียดชังเจียงเม่ยผู้เป็นสหายไม่ เพราะนางรู้ดีว่าเรื่องความรู้สึกนั้นมิอาจบังคับฝืนใจกันได้"ฮือ ๆ"ก๊อก ๆ"จวี๋เอ๋อร์ แม่ขอเข้าไปข้างหน่อยได้หรือไม่" ทันทีที่รู้เรื่องสวีหรูอิงก็รีบตรงมาหาบุตรสาวทันที นางไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ไหนเลยจะรู้ว่าองค์รัชทายาทมีเจียงเม่ยอยู่ในใจแล้ว "ฮึก ๆ

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 2 มิอาจได้หัวใจมาครอง 2/2

    เมื่อคุณหนูทุกคนแสดงความสามารถของตนหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทุกคนต่างเฝ้ารอด้วยหัวใจอันเต้นระทึก อยากจะรู้ว่าสตรีนางใดที่จะได้คว้าตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาท ทว่าบางคนก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นโจวไป๋จวี๋หรงป๋อไฉ่เดินไปหยิบปิ่นหยกที่แกะสลักด้วยลวดลายนกยูงรำแพนหางอย่างงดงามมาถือในมือ จากนั้นเขาก็เดินไปยังเหล่าสตรีทั้งหลายที่ยืนรอเขาอยู่ที่ลานด้านล่าง เขาค่อย ๆ เดินไปยังเหล่าสตรีพวกนั้นก่อนที่ฝีเท้าจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของโจวไป๋จวี๋ ทุกสายตาต่างจึงจับจ้องมาทางนางเป็นตาเดียว ในขณะที่ตัวนางเองตื่นเต้นจนไม่กล้าจะหายใจ แต่แล้วก็เหมือนกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางแสกหน้า"คุณหนูใหญ่เจียง ปิ่นหยกอันนี้ข้าขอมอบให้เจ้า""...!?"ทุกคนต่างตกตะลึงกับการตัดสินใจของหรงป๋อไฉ่ เช่นเดียวกับเจียงเม่ยที่เป็นผู้ถูกเลือกเช่นกัน ในขณะที่โจวไป๋จวี๋ชาวาบไปทั้งตัว นางพยายามฝืนยิ้มให้กับเจียงเม่ยเป็นอย่างมาก แม้ในใจจะรู้สึกปวดร้าวจนยากจะฝืนยืนอยู่ตรงนี้ได้"เอ่อ... หม่อมฉัน..."ในขณะที่เจียงเม่ยรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก ไทเฮาก็ได้เข้ามาขัดขวาง"องค์รัชทายาทสตรีผู้นี้ไม่ได้!""เพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ" คิ้วกระบี่ขมวดมุ่นด้ว

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 2 มิอาจได้หัวใจมาครอง 1/2

    บทที่ 2มิอาจได้หัวใจมาครองสตรีผู้กำลังเข้ารับการคัดเลือกต่างมองมาทางโจวไป๋จวี๋ด้วยแววตาริษยา โดยเฉพาะสตรีผู้มีเครื่องหน้าที่รับกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้นางมิได้งดงามมากเฉกเช่นโจวไป๋จวี๋ ทว่าตัวนางกลับโดดเด่นด้วยผิวกายที่ขาวเนียนละเอียดดั่งหยก รูปร่างทรวดทรงมีน้ำมีนวลแม้จะตัวเล็กไปเสียหน่อยก็ตามหากเทียบกับโจวไป๋จวี๋"หึ! ฝีมือเช่นนี้ยังกล้ามาคัดเลือกพระชายาอีกหรือ ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเสียบ้างเลย"'เสิ่นเยว่สือ' บุตรีของท่านเสนาบดีกรมคลังเอ่ยกับสหายข้างกายอย่างไม่สบอารมณ์ ตัวนางถือว่ามีความสามารถเป็นเลิศในทุกด้าน เช่นนี้นางจึงมองโจวไป๋จวี๋อย่างเหยียดหยาม"เจ้าอย่าได้พูดจาว่าร้ายผู้อื่นสิสือเอ๋อร์ หากไม่ระวังคำพูดอาจจะถูกคัดออกก็ได้นะ เจ้าก็รู้ว่าตระกูลโจวมีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตระกูลเสิ่นของเจ้าเลย และฮองเฮาเองก็ทรงเอ็นดูนางด้วย ข้าว่านางอาจจะคว้าตำแหน่งพระชายาเอกเพราะฮองเฮาก็เป็นได้"'เฉินมู่อิ๋ง' บุตรีของรองเสนาบดีกรมพิธีการ นางถือว่าเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามผู้หนึ่ง ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มพริ้มเพราชวนให้คนมองให้ความเอ็นดู กอปรกับน้ำเสียงหวานไพเราะและจิตใจที่แสนอ่อนโยน ทำให้ผู้คนต่างยก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status