LOGIN"เรื่องในวันนั้น ข้าทำผิดต่อเจ้า ต้องขออภัยเจ้าด้วยนะคุณหนูโจว เดิมทีแล้วคนที่ข้าควรจะเลือกให้เป็นพระชายาเอกก็คือเจ้ามาตั้งแต่แรก แต่ข้า..."โจวไป๋จวี๋รีบเอ่ยขัดคำพูดของเขา "หม่อมฉันรู้ดีว่าหัวใจของคนเรามิอาจฝืนบังคับกันได้ และหม่อมฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพคะ""จริงหรือ เช่นนั้นเจ้าจะให้อภัยในความไม่รู้จักคิดของข้าได้หรือไม่""เพคะ"โจวไป๋จวี๋ยิ้มให้กับเขาอย่างอ่อนโยน ซึ่งรอยยิ้มนั้นกลับทำให้หรงป๋อไฉ่เผลอชะงักค้างไปชั่วขณะ เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่านางมีรอยยิ้มที่หวานมาก ใบหน้าของนางที่เขาเคยคิดว่างดงามสูงค่ากลับดูอ่อนหวานเมื่อนางแย้มยิ้ม"เจ้า... ยินดีที่จะแต่งงานกับข้าหรือไม่" จู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย"เพคะ หม่อมฉันยินดีจะแต่งงานกับพระองค์เพื่อแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ แม้เราทั้งสองมิอาจจะใช้ชีวิตอย่างสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันได้ แต่พวกเราก็สามารถเป็นสามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้เพคะ"หรงป๋อไฉ่เหม่อมองโจวไป๋จวี๋ด้วยความคาดไม่ถึง นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่านางจะมีความคิดเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเหตุผลและเข้าอกเข้าใจผู้อื่นยิ่ง
บทที่ 4สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกันนับตั้งแต่วันคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาท หลังจากโจวไป๋จวี๋เก็บตัวมาหลายวันก็ได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก โดยครั้งนี้นางได้นัดพบกับเจียงเม่ย สหายสนิทเพียงหนึ่งเดียวของตน"สีหน้าของเจ้าไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรืออาเม่ย" โจวไป๋จวี๋เอ่ยถามหลังจากทานขนมจิบน้ำชาไปแล้วเจียงเม่ยถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มใจ "ดูเหมือนว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าข้าจะต้องแต่งงานแล้วน่ะสิ""ว่าอย่างไรนะ! อย่าบอกนะว่าเป็นชินอ๋อง"เจียงเม่ยพยักหน้ารับ "ฝ่าบาททรงมอบสมรสพระราชทานให้ข้ากับชินอ๋อง กำหนดงานแต่งงานเรียบร้อยแล้วด้วย ต่อไปข้าคงไม่ว่างมาพบเจ้าอีก""เจ้า... ดีใจหรือไม่""ก็... ข้าก็ไม่ได้เสียใจนะอาจวี๋ แต่ก็ไม่ได้ดีใจนัก เพียงแต่รู้สึกว่าการได้แต่งงานกับชินอ๋องก็ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยท่านอ๋องก็รับปากข้าว่าจะไม่รับสตรีอื่นเข้าจวน ข้าจึงสบายใจที่ไม่ต้องไปตบตีแย่งชิงความรักจากท่านอ๋องกับผู้ใด"ใบหน้าของโจวไป๋จวี๋พลันเศร้าหมองลงเมื่อนึกถึงเรื่องของตนเอง "เจ้าช่างโชคดีนัก ข้าชักจะรู้สึกอิจฉาเจ้าแล้วสิ"เจียงเม่ยรีบกุมมือสหายสนิทเอาไว้ นางรู้ดีเลยล่ะว่าไม่มีใครเหมาะสมกับตำ
สวีหรูอิงมองหน้าบุตรสาวและบุตรชายด้วยความปวดใจ เพราะโจวไป๋จวี๋เกิดมาในตระกูลที่มีอำนาจที่จะช่วยส่งเสริมองค์รัชทายาท นางจึงมิอาจมีชีวิตเป็นของตัวเองได้ ดังนั้นที่ผ่านมานางจึงได้ยอมให้บุตรสาวทำตามใจตนเอง"จวี๋เอ๋อร์ เจ้าจะยอมเห็นแก่ความสุขของตนเองก็ได้นะ อย่างไรตระกูลโจวของเราก็จะยืนอยู่ฝั่งเจ้าเสมอ"สองพี่ชายพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของมารดา พวกเขาเป็นบุรุษจะต้องให้โจวไป๋จวี๋มาเสียสละตนเองเพื่อตระกูลหรือไรโจวไป๋จวี๋คลี่ยิ้มบางให้กับทุกคน นางคว้ามือของมารดาและพี่ชายทั้งสองมาจับเอาไว้มั่น "ลูกตัดสินใจแล้วเจ้าค่ะ ลูกอยากเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทเจ้าค่ะ" น้ำเสียงอันหนักแน่นมั่นคงดังมาจากหญิงสาวผู้มีจิตใจอันเข้มแข็งเกิดในตระกูลชนชั้นสูงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมาถึง 18 ปีก็นับว่ามีดีมากแล้ว หากในภายภาคหน้าจะต้องใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อคนที่นางรักจะเป็นอะไรไปเล่า"จวี๋เอ๋อร์ของแม่ เจ้าช่างรู้ความและแสนดียิ่งนัก"สวีหรูอิงคว้าตัวบุตรสาวเข้ามากอดแนบอก โจวซูจิ้งและโจวเมิ่งหยวนก็เข้ามาสวมกอดทั้งสองเช่นเดียวกัน ก่อนที่พวกเขาจะรู้สึกถึงไออุ่นอันแข็งกร้าวจากชายร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนวดเครา
บทที่ 3จุดยืนของโจวไป๋จวี๋โจวไป๋จวี๋กลับมาถึงก็ในยามเย็นแล้ว นางตรงดิ่งกลับเข้าไปยังเรือนนอนของตัวเองทันที ไม่แม้แต่จะเดินเข้าไปคารวะมารดาที่ห้องโถงของเรือนหลักก่อนเลย อาเมิ่งที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคุณหนูก็ปวดใจนัก นางทำได้เพียงออกไปจากห้องเพื่อให้คุณหนูได้อยู่ในห้องเพียงลำพัง ก่อนจะนำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปเรียนฮูหยินใหญ่"ฮึก ๆ ฮือ ๆ"โจวไป๋จวี๋ฟุบหน้าร้องไห้กับหมอนของตนเอง ร่างเพรียวระหงของนางสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งร่างจากการร้องไห้อย่างหนัก น้ำเสียงที่เล็ดลอดออกมามีแต่ความรู้สึกขมขื่น หัวใจดวงน้อยพลันแตกซ่านเป็นผุยผง นางไม่เคยรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าได้เท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต รู้สึกเหมือนตัวเองเข้ามาแทนที่คนของใจของเขา เพียงเพราะเขามิอาจคว้ามาได้ก็เท่านั้นเอง แต่นางหาได้รู้สึกเกลียดชังเจียงเม่ยผู้เป็นสหายไม่ เพราะนางรู้ดีว่าเรื่องความรู้สึกนั้นมิอาจบังคับฝืนใจกันได้"ฮือ ๆ"ก๊อก ๆ"จวี๋เอ๋อร์ แม่ขอเข้าไปข้างหน่อยได้หรือไม่" ทันทีที่รู้เรื่องสวีหรูอิงก็รีบตรงมาหาบุตรสาวทันที นางไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ไหนเลยจะรู้ว่าองค์รัชทายาทมีเจียงเม่ยอยู่ในใจแล้ว "ฮึก ๆ
เมื่อคุณหนูทุกคนแสดงความสามารถของตนหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทุกคนต่างเฝ้ารอด้วยหัวใจอันเต้นระทึก อยากจะรู้ว่าสตรีนางใดที่จะได้คว้าตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาท ทว่าบางคนก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นโจวไป๋จวี๋หรงป๋อไฉ่เดินไปหยิบปิ่นหยกที่แกะสลักด้วยลวดลายนกยูงรำแพนหางอย่างงดงามมาถือในมือ จากนั้นเขาก็เดินไปยังเหล่าสตรีทั้งหลายที่ยืนรอเขาอยู่ที่ลานด้านล่าง เขาค่อย ๆ เดินไปยังเหล่าสตรีพวกนั้นก่อนที่ฝีเท้าจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของโจวไป๋จวี๋ ทุกสายตาต่างจึงจับจ้องมาทางนางเป็นตาเดียว ในขณะที่ตัวนางเองตื่นเต้นจนไม่กล้าจะหายใจ แต่แล้วก็เหมือนกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางแสกหน้า"คุณหนูใหญ่เจียง ปิ่นหยกอันนี้ข้าขอมอบให้เจ้า""...!?"ทุกคนต่างตกตะลึงกับการตัดสินใจของหรงป๋อไฉ่ เช่นเดียวกับเจียงเม่ยที่เป็นผู้ถูกเลือกเช่นกัน ในขณะที่โจวไป๋จวี๋ชาวาบไปทั้งตัว นางพยายามฝืนยิ้มให้กับเจียงเม่ยเป็นอย่างมาก แม้ในใจจะรู้สึกปวดร้าวจนยากจะฝืนยืนอยู่ตรงนี้ได้"เอ่อ... หม่อมฉัน..."ในขณะที่เจียงเม่ยรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก ไทเฮาก็ได้เข้ามาขัดขวาง"องค์รัชทายาทสตรีผู้นี้ไม่ได้!""เพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ" คิ้วกระบี่ขมวดมุ่นด้ว
บทที่ 2มิอาจได้หัวใจมาครองสตรีผู้กำลังเข้ารับการคัดเลือกต่างมองมาทางโจวไป๋จวี๋ด้วยแววตาริษยา โดยเฉพาะสตรีผู้มีเครื่องหน้าที่รับกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้นางมิได้งดงามมากเฉกเช่นโจวไป๋จวี๋ ทว่าตัวนางกลับโดดเด่นด้วยผิวกายที่ขาวเนียนละเอียดดั่งหยก รูปร่างทรวดทรงมีน้ำมีนวลแม้จะตัวเล็กไปเสียหน่อยก็ตามหากเทียบกับโจวไป๋จวี๋"หึ! ฝีมือเช่นนี้ยังกล้ามาคัดเลือกพระชายาอีกหรือ ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเสียบ้างเลย"'เสิ่นเยว่สือ' บุตรีของท่านเสนาบดีกรมคลังเอ่ยกับสหายข้างกายอย่างไม่สบอารมณ์ ตัวนางถือว่ามีความสามารถเป็นเลิศในทุกด้าน เช่นนี้นางจึงมองโจวไป๋จวี๋อย่างเหยียดหยาม"เจ้าอย่าได้พูดจาว่าร้ายผู้อื่นสิสือเอ๋อร์ หากไม่ระวังคำพูดอาจจะถูกคัดออกก็ได้นะ เจ้าก็รู้ว่าตระกูลโจวมีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตระกูลเสิ่นของเจ้าเลย และฮองเฮาเองก็ทรงเอ็นดูนางด้วย ข้าว่านางอาจจะคว้าตำแหน่งพระชายาเอกเพราะฮองเฮาก็เป็นได้"'เฉินมู่อิ๋ง' บุตรีของรองเสนาบดีกรมพิธีการ นางถือว่าเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามผู้หนึ่ง ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มพริ้มเพราชวนให้คนมองให้ความเอ็นดู กอปรกับน้ำเสียงหวานไพเราะและจิตใจที่แสนอ่อนโยน ทำให้ผู้คนต่างยก







