Share

เกิดภาพหลอน

Author: นรมน
last update publish date: 2026-07-23 20:40:49

ลิฟต์ส่งเสียง ติ้ง! เบา ๆ ขณะที่ประตูค่อย ๆ แยกเปิดออก

เพียงฝันเดินออกมาเธอสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อน กางเกงสแลคสีดำ แต่ในมือที่กำลังถือแฟ้มกลับกำแน่นกว่าเดิม

เพราะทั้งวันที่ทำงาน เธอพยายามไม่คิดถึงใครบางคน

แต่ภาพหมอหนุ่มที่เดินอยู่เคียงข้างผู้หญิงสวยในห้าง กลับผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จนน่ารำคาญหัวใจ

จนกระทั่งสายตาเธอปะทะกับเขา

ดวงตาคมของเขาหยุดอยู่ที่เธอราวกับโลกนิ่งสนิท

แล้วริมฝีปากเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย

เป็นรอยยิ้มที่ทั้งอบอุ่น ทั้งดื้อดึง

เหมือนกำลังบอกว่าในที่สุดผมก็ตามคุณจนเจอ

เพียงฝันดวงตากลมโตเบิกกว้าง สะดุ้งหัวใจเต้นแรงขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

“บ้าเอ๊ย!”

เธอพึมพำกับตัวเองคิดว่าตัวเองคิดถึงเขาจนเกิดภาพหลอน

เพราะไม่ควรไม่ควรเลยที่จะได้เห็นเขาที่นี่

ที่บริษัทที่เธอทำงาน

ในเวลางาน บ้าชะมัด

แต่เขากลับยืนนิ่ง มองเธอเหมือนเขาไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เจอเธอที่นี่

เพียงฝันหลบสายตาแทบไม่ทันแต่ขากลับก้าวไม่ออก

ด้านหลังเตชินีที่ยืนกอดอกรออยู่ถึงกับเบิกตากว้าง

“หืม”

ริมฝีปากเธอขยับอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

น้องชายที่ไม่เคยยอมมาบริษัทสักครั้ง

กลับยืนยิ้มให้ผู้หญิงคนหนึ่งแบบนี้

“โอ้โห ชัดเจนมาก”

เธอพึมพำเบา ๆ จนแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

เหมือนเพิ่งค้นพบความลับชิ้นใหญ่ที่สุดของหมอหนุ่มผู้เย็นชา

ส่วนเตวิชญ์ ยังคงจ้องเพียงฝันนิ่ง

รอยยิ้มที่มุมปากค่อย ๆ ลึกขึ้นเล็กน้อย

จนเหมือนกำลังบอกเธออย่างเงียบงัน

คุณธเนศพ่อของเตวิชญ์ถึงกับหลุดหัวเราะในคอ

“อ้อ…..เข้าใจแล้ว”

เตวิชญ์หันขวับ

“พ่อครับ!”

แต่คนเป็นพ่อเดินหนีไปแล้ว ทิ้งประโยคที่ทำให้แก้มของเพียงฝันร้อนขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

เตวิชญ์ก้าวเข้าหาเธอช้า ๆ

เหมือนโลกแคบลงเหลือแค่สองคน

ใบหน้าของเขาเรียบแต่แววตาไม่ปิดบังความคิดถึงเลยสักนิด

“ฟาง”

เพียงฝันใจเต้นแรง แต่เธอบังคับตัวเองให้ตั้งสติ

เธอยิ้มสุภาพ แต่เป็นรอยยิ้มที่มีระยะห่างอย่างชัดเจน

“คุณ……มาที่บริษัทได้ยังไงคะ”

เตวิชญ์ยิ้มจาง ๆ แบบที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ

“ผมก็ว่าจะถามเหมือนกัน ว่าคุณอยู่ที่นี่ได้ไง”

เพียงฝันเม้มปาก

“เอ้า เพราะมันเป็นงานของฟางค่ะ”

เหมือนเธอตั้งใจจะกันตัวเองออกห่างตั้งกำแพงบาง ๆ ไว้และเตวิชญ์ก็มองเห็นมันทั้งหมด

แอบกระซิบกับตัวเองเบา ๆ

“คุณหนีผมไม่พ้นหรอกฟาง”

เตชินีเธอสังเกตสีหน้าของน้องชายแบบนี้

เธอไม่เคยเห็นตั้งแต่เตวิชญ์เกิดมา อ่อนโยน และสนใจจริงจังแบบนี้ น้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มมาก โดยเฉพาะตอนพูดปลอบหรือเรียกชื่อเธอ

แต่เพียงฝันรีบเอ่ยขึ้นซะก่อน

“ถ้ามีธุระเรื่องงาน ฟางสามารถพาไปหาผู้จัดการให้ได้ค่ะ”

คำพูดนั้นสุภาพ แต่เหมือนคมมีดกรีดใจเขาเบาๆ

ทำให้เขารู้ว่าเธอยังพยายาม ลบเขาออกจากชีวิตเป็นไปได้ไงวะเธอจะลืมเรื่องคืนนั้นไปได้จริงๆ เหรอเนี่ย

เตวิชญ์ยืนนิ่งครู่หนึ่ง

ก่อนเอ่ยเสียงต่ำและนุ่มจนหัวใจเธอเกือบอ่อนไหวอีกครั้ง

“ผมไม่ได้มาหาเพราะเรื่องงานหรอกครับ”

เพียงฝันชะงักสายตาเธอสั่นไหววูบหนึ่ง

เตวิชก้าวเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด

“ผมมาตามหา คุณต่างหาก”

เพียงฝันหายใจสะดุดทั้งที่อยากจะถอยหนีแต่ขากลับขยับไม่ออก

จังหวะนั้นเองเสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น

“หมอมาร์ช! รอด้วยค่ะ!”

ทุกสายตาหันไปมองทันที

และ หมอน้ำอิง ก็ปรากฏตัว เดินเข้ามาอย่างสง่า

รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าสวยชวนให้รู้สึกอบอุ่น แต่กลับแฝงความเฉียบคมบางอย่าง

เพียงฝันหัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้

บรรยากาศรอบตัวราวกับเย็นชืดลงไปชั่วขณะ

น้ำอิงเดินเข้าหยุดตรงข้างเตวิชญ์

เธอยิ้มให้เขาอย่างสนิทสนมเสียงนุ่ม ๆ ของเธอทำให้เพียงฝันแทบกลั้นลมหายใจ

“เรายังนัดดูของชิ้นนั้นกันอยู่นะคะ จำได้ไหม”

เพียงฝันเบิกตากว้างเล็กน้อย ที่เขามากับแฟนแต่บอกว่ามาหาเธอ

หัวใจเธอเหมือนมีอะไรหล่นวูบลงกลางอก

เตวิชญ์รีบหันไปมอง

“หมออิง……รู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี่”

สายตาเขาผสมความตกใจกับความระแวดระวัง

หมอน้ำอิงหัวเราะเบา ๆ อย่างร่าเริง

“อ๋อก็อิงขับรถตามหมอมาร์ชมาน่ะสิ อยากรู้ว่าหมอมาร์ชมาทำอะไรที่บริษัทนี้”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ในแววตากลับมีประกายคาดคั้นซ่อนอยู่

เพียงฝันอดไม่ได้ที่จะหันมามอง

เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่กลางวงสนทนาที่แสนจะอึดอัด และสายตาของเตวิชญ์ ยังคงมองเธออยู่

บรรยากาศระหว่างสามคนเงียบลงชั่วครู่เพียงฝันรู้ทันที ว่าเธอควรออกไปจากตรงนี้สักที

เพียงฝันยกมือขึ้นยิ้มสุภาพเหมือนเดิม

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ ฉันไม่กวนเวลาของทั้งสองคนดีกว่า”

หัวใจเธอเหมือนถูกบีบช้า ๆ แต่แววตากลับนิ่ง

เธอค้อมศีรษะให้

“ขอตัวก่อนนะคะ คุณมายด์”

แล้วเธอก็เดินผ่านเตวิชญ์ไป

โดยไม่หันกลับมาอีกเลย

เตชินีลอบหันไปกระซิบกับน้องชายทันที

“งานนี้นายคงหนีไม่พ้นแล้วล่ะ หมอมาร์ช”

เพราะแววตาที่หมอหนุ่มมองตามเพียงฝันไปนั้น

เวลาเขามองเพียงฝันจะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนแววตาอบอุ่นเกือบจะละลายใจเธอได้

การตามมาที่บริษัทวันนี้ มันทำให้เขา อยากรู้จักเธอมากกว่าเดิม

หมอน้ำอิงรีบยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเกาะแขนเตวิชญ์อย่างสนิทสนม

แม้จริง ๆ เตวิชญ์ไม่เคยแสดงว่ามีอะไรเกินเลย แต่ท่าทางนั้นก็แสดงความเป็น เจ้าของ ชัดเจน

จนเตชินีเลิกคิ้วตรงไปยังน้องชายทันที

“แฟนเหรอ”

น้ำเสียงชัดเจน ตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม

เตวิชญ์สบตาเพียงฝันสั้น ๆ ก่อนหันมาตอบน้ำเสียงเรียบเฉย

“หมอน้ำอิง เป็นเพื่อนครับ ไม่ใช่แฟน”

น้ำอิงยกมุมปากขึ้นนิดเดียว รอยยิ้มจาง ๆ ที่ดูไม่ต่างจากการฝืนใจ

แต่ในดวงตากลับสั่นวูบ รำคาญปนไม่พอใจจนปิดไม่มิด

เธอหันไปมองเตชินีช้า ๆ เหมือนถูกตำหนิต่อหน้าคนอื่นโดยไม่ทันตั้งตัว

ความอึดอัดตีขึ้นมาจุกในอก ราวกับเพิ่งโดนหักหน้าแบบไม่ให้ตั้งตัวเลย

เตวิชญ์ยืนตรง สายตาเรียบเฉย แต่มีความแน่นอนในน้ำเสียง

“เราก็แค่เพื่อนกันจริง ๆ”

คำพูดนั้นหนักแน่นจนทั้งเตชินีและน้ำอิงต้องหยุดคิด

น้ำอิงกัดริมฝีปากเบา ๆ แต่ก็รู้ว่าเตวิชญ์พูดจริง

เตชินีชะงักเล็กน้อย แล้วยกคิ้วขึ้นอย่างไม่ปิดบัง

สายตาของเธอจับจ้องไปที่น้ำอิงอย่างพิจารณา

ราวกับกำลังประเมินว่า ผู้หญิงคนนี้ ไม่ธรรมดาแน่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ตอนพิเศษ จบบริบูรณ์

    เช้าวันแต่งงานค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นกันเองแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านม่านโปร่งสีขาวแสงนั้นไหลเอื่อยลงบนพื้นห้อง ทอประกายอบอุ่นจนทุกอย่างดูนุ่มละมุนไปหมดเหมือนเช้าวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเริ่มต้นของวันใหม่ของชีวิตคู่แต่เป็นการเริ่มต้นของคำสัญญาของทั้งสองชีวิตที่กำลังจะเดินเคียงกันไปจากนี้ในความเงียบสงบของยามเช้า หัวใจทุกดวงค่อย ๆ ตื่นขึ้นพร้อมความรัก ความหวัง และความฝันที่ถูกโอบอุ้มไว้อย่างแผ่วเบาราวกับโลกทั้งใบกำลังยิ้มให้กับการเริ่มต้นครั้งสำคัญนี้ดอกไม้สีขาวและชมพูอ่อนถูกจัดเรียงอย่างประณีตตลอดแนวทางเดินกลิ่นหอมบางเบาลอยคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีแผ่ว ๆงานนี้ไม่ได้หวือหวา ไม่ยิ่งใหญ่ในสายตาใครแต่กลับอบอวลไปด้วยความหมายเพราะแขกที่มาร่วมเป็นสักขีพยานมีเพียงเพื่อนสนิทและญาติของทั้งสองฝ่ายคนที่รู้จักรอยยิ้ม น้ำตา และเส้นทางความรักของทั้งคู่เป็นอย่างดีเพียงฝันก้าวเข้ามาในชุดเจ้าสาวมือของพ่อเธอจับมือเธอไว้แน่นไม่ใช่เพราะไม่อยากปล่อยแต่เพราะอยากส่งเธอไปด้วยความมั่นใจที่สุดดวงตาของแม่เพียงฝันแดงนิด ๆ รอยยิ้มสั่นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มของคนเป็นแม่ที่มองเห็นลูกสาวเติบโตและกำลังจ

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ตอนจบ 2/2

    คำพูดเรียบง่ายแต่ทำเอานับดาวหน้าอุ่นขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเพียงฝันที่เดินผ่านมาพอดีเหลือบเห็นเพื่อนสนิททำหน้าทำตาแปลก ๆก็ยกคิ้วแซวเบา ๆ“อ้าว…..นี่วันเกิดคุณแม่หรือวันเปิดตัวคู่รักใหม่กันแน่นะ”นับดาวรีบทำหน้าแข็ง“หยุดเลย!”แต่หมอเป้กลับยิ้มกว้างกว่าเดิม“ถ้าเปิดตัววันนี้ยังไม่ทันขอเริ่มจากขอไลน์ก่อนได้ไหมครับ”นับดาวมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้พร้อมเสียงบ่นกลบเขิน“แค่ไลน์นะคะ อย่าเหลิง”หมอเป้รับโทรศัพท์ไปพิมพ์อะไรบางอย่างแล้วคืนให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“ไม่เหลิงครับแค่ดีใจ ที่คุณไม่ปฏิเสธ”ในขณะที่ค่ำคืนนั้นค่อย ๆ ดำเนินไปไม่ใช่แค่ความรักของเพียงฝันกับเตวิชญ์ที่ชัดเจนขึ้นแต่หัวใจของใครหลายคนก็เริ่มเปิดรับความรู้สึกใหม่อย่างเงียบ ๆ และอ่อนโยนไม่แพ้กันเลยลานระเบียงด้านข้างเงียบกว่าด้านในบ้านแสงไฟสีอุ่นทอดยาวบนพื้นไม้นทีนั่งอยู่คนเดียว มือหมุนแก้วในมือช้า ๆน้ำแข็งกระทบแก้วดังแผ่ว ๆเหมือนจังหวะความคิดที่วนซ้ำไม่รู้จบเขาไม่ได้เมา แค่ใจมันหนักเสียงส้นรองเท้าเบา ๆ ดังขึ้นก่อนร่างสูงโปร่งจะหยุดยืนข้าง ๆ“ไม่เข้าไปข้างในเหรอคะ”นทีเงยหน้าขึ้นเตชินียืนอยู่ตรงนั้น สีหน้า

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ตอนจบ 1/2

    ส่วนเตวิชญ์ยังคงเป็นหมอที่ยุ่งเหมือนเดิม แต่ไม่ว่าเวรจะหนักแค่ไหนเขาจะไม่ลืมแวะมารับเธอ หรืออย่างน้อยก็โทรมาบอก “วันนี้ผมอาจช้านิดนะ แต่ผมคิดถึงคุณ” บางวันเขาเข้ากะดึกเพียงฝันจะเตรียมข้าวกล่องง่าย ๆ ให้ บางคืนเธอหลับไปก่อน ตื่นมาอีกทีจะเจอเขานั่งอยู่ปลายเตียง ลูบผมเธอเบา ๆ เหมือนกลัวเธอหายไป หมอน้ำอิงเองก็เปลี่ยนไป เธอถอยออกมาอย่างมีระยะ ไม่ใช่เพราะยอมแพ้ แต่เพราะเข้าใจว่า ความรู้สึกที่ฝืนไว้ ไม่เคยพาใครไปถึงความสุขจริง ๆ และหมอไท ก็ยังคงอยู่ข้าง ๆ เธอ อย่างเงียบ ๆ แต่มั่นคง เย็นวันหนึ่ง เตวิชญ์พาเพียงฝันไปทานข้าวที่บ้าน คุณธเนศกับคุณวาสนายังแซวเหมือนเดิม เตชินียิ้มมองทั้งคู่ด้วยสายตาเอ็นดู “ดูแลกันแบบนี้ แม่ว่าบ้านเราจะคึกคักขึ้นเยอะเลยนะ” เพียงฝันยิ้มมือของเธอถูกเตวิชญ์จับไว้แน่น ไม่ใช่เพราะกลัวหลุดหายไป แต่เพราะเขาเลือกจะไม่ปล่อย หลายเดือนที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ แต่ทำให้ทั้งสองคนมั่นใจว่า ความรักที่ไม่ต้องแย่งไม่ต้องพิสูจน์ไม่ต้องเจ็บซ้ำ มันกำลังเติบโตอย่างนุ่มละมุนและจริงใจ วันนี้บ้านของเตวิชญ์อบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันเ

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ช่วยอธิบายหน่อย

    เตชินีไม่ได้เปิดฉากด้วยคำตำหนิเธอเพียงเลื่อนแท็บเล็ตไปตรงกลางโต๊ะภาพจากกล้องวงจรปิดหยุดอยู่ตรงจังหวะที่คุ้นตาเกินไป“แก้ว”น้ำเสียงเรียบ แต่หนัก“ช่วยอธิบายหน่อย ว่าคุณเข้าไปในห้องทำงานของเพียงฝันทำไมในช่วงเวลาที่ไฟล์งานถูกลบพอดีแบบนี้”แก้วกัลยาหน้าซีดวูบริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน“แก้วแค่เข้าไปหยิบเอกสารค่ะอาจจะเผลอโดนอะไรเข้าโดยไม่ตั้งใจก็ได้”เตชินีไม่ได้ตอบทันทีเพียงแตะหน้าจออีกครั้งคลิปเดินต่อชัดเจนการคลิกเมาส์การเลือกโฟลเดอร์การกดลบอย่างตั้งใจและไม่ลังเลความเงียบในห้องหนักอึ้งเพียงฝันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไรเธอแค่มองสายตานิ่งไม่โกรธไม่สะใจมีเพียงความผิดหวังบาง ๆ ที่คนอีกฝ่ายเลือกทางนี้“ฉันไม่ได้โกรธที่เธอไม่ชอบใคร”เตชินีพูดช้า ๆ“แต่ฉันรับไม่ได้ถ้าเธอใช้การทำงานเป็นเครื่องมือทำร้ายคนอื่น”แก้วกัลยาน้ำตาคลอแต่ไม่มีใครเอื้อมมือไปปลอบ“บริษัทให้โอกาสคนทำงานเท่านั้นไม่ใช่คนเล่นเกมสกปรกแบบนี้”เตชินีสรุปเสียงนิ่ง“ฉันจะให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการตามระเบียบและคุณจะถูกพักงานระหว่างสอบสวน”คำว่าพักงานเหมือนฟาดลงกลางอกแก้วกัลยาลุกขึ้นอย่างสั่น ๆ มองเพ

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   จัดการบางอย่าง

    เมื่อกลับเข้ามาในห้อง งานยังคงต้องเดินต่อเธอจัดลำดับความสำคัญใหม่แก้งานจากไฟล์สำรองบันทึกทุกขั้นตอนอย่างรัดกุมไม่นานนักเสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังใกล้เข้ามาแก้วกัลยาโผล่หน้าเข้ามายิ้มบาง ๆ แบบที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“อ้าวยังอยู่อีกเหรอนึกว่างานหายไปหมดแล้วซะอีก”น้ำเสียงใส ๆ แต่คำพูดกลับแฝงเข็มเพียงฝันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาเธอโดยไม่หลบน้ำเสียงเรียบ นุ่ม แต่มั่นคง“ยังอยู่นะ แต่งานบางส่วนหายไปจริง ๆ”เพียงฝันเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายก่อนจะถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ“เดี๋ยวนะ….เธอรู้ได้ยังไงว่าไฟล์งานของฉันหาย”รอยยิ้มของแก้วกัลยาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะรีบกลบเกลื่อนกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“เอ่อ….แก้วก็แค่เดาเอาน่ะค่ะ พี่ฟาง”“อ่อเหรอ….นึกว่าเธอเป็นคนลบมันซะอีก”เพียงฝันยิ้มตอบเป็นรอยยิ้ม แฝงอะไรไว้บางอย่างแก้วกัลยาเม้มปากแน่นก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ“พูดซะน่ากลัวเลยนะคะ ใครจะกล้าล่ะคะ”เพียงฝันไม่ตอบเพียงก้มหน้ากลับไปทำงานต่อแก้วกัลยาหันหลังเดินออกไปฝีเท้าเร็วกว่าเดิมเล็กน้อยภายในห้องเพียงฝันถอนหายใจเบา ๆเหมือนปล่อยความอึดอัดออกจากอกไม่นานนักโทรศัพท์บนโต๊ะก็สั่นขึ้นช

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ถูกแกล้ง

    อีกด้านหนึ่งเตวิชญ์ยืนรอเพียงฝันอยู่หน้าโรงพยาบาล วันนี้เธอมาหาเขาทันทีที่เธอเดินมาเขาก็ยกมือรับกระเป๋าให้โดยอัตโนมัติ“วันนี้เหนื่อยไหม” เขาถามเสียงอ่อนเพียงฝันยิ้มบาง ๆ“นิดหน่อย แต่พอเห็นหน้าหมอแล้วก็หาย”เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือเธอไว้แน่นขึ้นนิดหนึ่งเหมือนยืนยันบางอย่างโดยไม่ต้องพูดระหว่างทางไปลานจอดรถเตวิชญ์เล่าเรื่องที่เขาคุยกับน้ำอิงให้ฟังทั้งหมดเพียงฝันฟังเงียบ ๆ ก่อนจะบีบมือเขาเบา ๆ“หมอทำถูกแล้วค่ะ”เธอพูดเสียงนุ่มเตวิชญ์มองเธอด้วยสายตาอบอุ่นสายตาของคนที่รู้ตัวชัดเจนว่าเขาเลือกคนไม่ผิดเลยจริงๆในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองน้ำอิงยืนมองสองคนนั้นจากระยะไกลเห็นมือที่จับกันแน่นเห็นรอยยิ้มที่ไม่ต้องฝืนหัวใจเธอเจ็บแปลบเล็กน้อยแต่ไม่ใช่ความโกรธเป็นความเข้าใจและการยอมรับในที่สุดบางความรู้สึกไม่ได้หายไปเพราะไม่ได้สมหวังแต่หายไปเพราะเรายอมปล่อยมือและยอมรับมันและนั่นอาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีกว่าสำหรับทุกคนค่ำวันนั้นฝนตกปรอย ๆไม่หนัก แต่ทำให้เมืองดูเงียบลงกว่าปกติเตวิชญ์ขับรถช้าลงเล็กน้อยมือข้างหนึ่งยังจับพวงมาลัย อีกข้างวางทับมือเพียงฝันไว้หลวม ๆเป็นท่าทางเคย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status