Share

20. หวั่นไหว

last update publish date: 2026-09-16 15:14:52

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกราบไหว้อาจารย์ บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายด้วยรอยยิ้มก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมา

หมอเทวดาเหิงที่เอ่ยวาจาหยอกเย้าศิษย์ตัวน้อยของตนในคราแรก กลับไม่เหลือท่าทางสนุกสนานให้เห็นอีก บัดนี้ดวงตาคู่คมกำลังทอประกายความเชี่ยวชาญและจริงจังของคนเป็นหมอ ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยสั่งศิษย์คนใหม่ด้วยน้ำเสียงกังวาน

“ไม่ต้องห่วง ข้ามองดูแล้วสามีเจ้ากลับมาเดินได้แน่นอน”

ได้ยินคำของหมอเทวดา ผู้ที่อยู่ในห้องต่างก็ยิ้มร่าดีใจอย่างคนมีความหวัง โดยเฉพาะฮูหยินสวี่ที่ยามนี้น้ำตาคลอแล้ว

“ขอบคุณท่านหมอเทวดาที่เมตตาช่วยรักษาให้เจิ้นเอ๋อร์ของข้าน้อยเจ้าค่ะ” นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ

“อย่าได้เกรงใจไป ข้าเองก็เพิ่งรู้ว่าฮูหยินส่งคนไปตามหาข้ามานานหลายปีแล้ว เป็นข้าเองที่มัวแต่เที่ยวเตร่เดินทางไม่แยแสเรื่องราวของทางโลก จึงไม่รู้ว่ามีคนมากมายรอให้ช่วย”

“อ้าว! คราแรกท่านอาจารย์บอกข้าไม่ใช่หรือว่ามาหาข้า” หลี่ม่านเอ่ยแย้งพลางจ้องหน้าผู้เป็นอาจารย์อย่างจับผิด

“ข้าก็มาตามหาเจ้าด้วย แต่พอรู้ว่าเจ้าแต่งเข้าจวนหานข้าก็รีบมานี่อย่างไรล่ะ นับว่ายิงนกนัดเดียวก็ได้นกสองตัวเลย ได้ทั้งศิษย์และศิษย์เขยในเวลาเดียวกัน ฮ่าฮ่า”

“ชิ! อะไรของท่านศิษย์เขย ใครเขาเรียกแบบนี้กัน” หลี่ม่านตำหนิไม่จริงจัง ก่อนจะหันมาทางสือหวนแล้วสั่งให้เขาเข็นเอาคนป่วยกลับไปยังเรือนพักเพื่อเตรียมตัวรอฝังเข็ม

“ขอบคุณท่านหมอเทวดาเหิงขอรับ” ก่อนไป เจิ้นไฉ่ยังขยับคารวะผู้อาวุโสที่ลำบากเดินทางมาช่วยรักษาขาให้ตน

“เจ้าไปเตรียมตัวเถิด อีกไม่กี่วันเจ้าจะกลับมาเดินได้คล่องอย่างแน่นอน” เหิงเชียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อน

เจิ้นไฉ่ยิ้มรับบางเบา ก่อนจะเงยหน้ามองภรรยาสาวตนซึ่งยามนี้กำลังจ้องเขาอยู่ เขาไม่ได้เอ่ยอันใดออกมานอกจากยิ้มให้นาง นำพาความฉงนมาให้ใจดวงน้อยเป็นอย่างยิ่ง เพราะแทนที่พระรองของเรื่องจะมองเลยไปหานางเอกตามเนื้อหาที่นางเคยอ่านมา เขากลับทำตรงกันข้ามเสียอย่างนั้น

สือหวนที่ได้รับคำสั่งก็รีบกุลีกุจอเข็นรถนั่งพานายของตนตรงกลับไปยังเรือนพัก ท่ามกลางความปลื้มปีติของทุกคน

หมอเทวดาเหิงปรายตามามองหลี่ม่านที่ยืนนิ่ง พลางออกคำสั่งเสียงเข้ม “เจ้าในฐานะศิษย์รักของข้า จงตามเข้าไปดูการรักษาครั้งนี้ด้วยแล้วก็จดจำวิชาฝังเข็มนี้เอาไว้ให้มั่น”

“เอ๋! ข้าหรือ แล้วพี่สาวนางนี้ล่ะ” หลี่ม่านขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะหันไปทางสตรีที่ตัวสูงกว่าตนเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ ตามบทนางเอกคือลูกศิษย์ของหมอเทวดาเหิง มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศไม่แพ้อาจารย์ แล้วเหตุใดหมอเทวดาถึงให้นางเข้าไปช่วยเล่า

นางกะพริบตาปริบ ๆ พลางนึกย้อนไปถึงเนื้อหาในนิยายต้นฉบับที่ตนเคยอ่าน นางเอกของเรื่องต่างหากที่จะต้องทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคอยป้อนยาและคอยดูแลพระรองอย่างใกล้ชิดในช่วงการรักษา เพราะนี่คือต้นกำเนิดความรักที่พระรองมีต่อนางเอก

หมอเทวดาเหิงหันมาถลึงตาใส่ศิษย์ตัวดีแล้วเอ่ยดุด้วยความหมั่นไส้ “หลานสาวของข้าผู้นี้ไม่เคยร่ำเรียนหรือแตะต้องวิชาแพทย์มาก่อนเลย นางจะมาช่วยงานข้าได้อย่างไรเล่า เจ้าอย่ามัวพูดมาก ไปตระเตรียมการรักษากับข้าดีกว่า” เอ่ยจบหมอเทวดาก็เอื้อมมือมาคว้าแขนเรียวของศิษย์รัก พลางออกแรงรั้งให้เดินนำทางไปยังเรือนของคนป่วยที่ล่วงหน้าออกไปก่อนแล้วเมื่อครู่

โดยที่หลี่ม่านนั้นยังคงมึนงงสับสนไปกับเนื้อหาที่ต่างออกไป ส่วนร่างกายนั้นก็ถูกผู้เป็นอาจารย์ดึงรั้งจนถึงเรือนสามี

ทว่าแม้ในใจหญิงสาวยังคงหลงเหลือความสับสนและข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับทิศทางของเรื่องราวที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม

แต่เมื่อเข้ามาในห้องนอนสามีแล้ว ความเคลือบแคลนในใจก็ถูกโยนทิ้งไป เพราะเรื่องสำคัญยามนี้คือการรักษาขาให้พระรอง

“เอาล่ะ ตั้งใจดูให้ดี จุดแต่ละจุดตื้นลึกไม่เท่ากัน ยามฝังเข็มก็ต้องจำให้แม่นจะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลัง”

“เจ้าค่ะ” หลี่ม่านตอบเสียงดังฟังชัด

จากนั้นไม่ว่าหมอเทวดาเหิงจะลงเข็มเงินไปที่จุดชีพจรใด หรือแม้แต่อธิบายเคล็ดลับอย่างไร นางก็จะรีบตวัดพู่กันจดบันทึกรายละเอียดทุกขั้นตอนลงในม้วนตำราสมุนไพรที่ทำขึ้นเอง

ขั้นตอนการรักษานั้นค่อนข้างกินเวลายาวนานพอสมควร ทำให้คนป่วยที่เปลือยร่างได้แต่นอนแน่นิ่งตัวแข็งทื่อ ดีที่ยังมีผ้าปกคลุมตรงส่วนสงวนพอไม่ให้มันดูอุจาดจนเกินไป

เจิ้นไฉ่ยังคงนอนนิ่งเกร็งตัวอย่างคนเขินอายระคนประหม่า เพราะเกิดมาเขายังไม่เคยเปลื้องอาภรณ์ต่อหน้าสตรีมาก่อน แม้ว่าบนตัวจะมีผ้าหนึ่งผืนปิดบังช่วงสำคัญเอาไว้ก็ตาม ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกกระดากอายจนต้องแสร้งหลับตา ปล่อยให้ศิษย์และอาจารย์สอนวิชาแพทย์บนเรือนร่างตนไปด้วยเนื้อตัวที่เกร็งแน่นขึ้นเป็นระยะ จนบางคราเข็มก็แทงเกือบไม่เข้ากันเลย

โดยเฉพาะยามที่เขาเปิดเปลือกตาขึ้นมาเห็นภรรยาตัวน้อยจ้องสำรวจทุกสัดส่วนและทุกจุดฝังเข็มอย่างละเอียดลออ

ในขณะที่หานเจิ้นไฉ่ใบหน้าร้อนผ่าวและหัวใจเต้นรัวด้วยความเขินอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว หลี่ม่านกลับเผยแววตาที่จริงจังไร้ซึ่งความเขินอายไร้ซึ่งความคิดอกุศล ยามนี้ดวงตาคู่งามมีเพียงการศึกษาหาความรู้เท่านั้น

เจิ้นไฉ่จึงได้แต่นอนกัดฟันยอมรับชะตากรรม ท่ามกลางความเงียบที่เต็มไปด้วยความเขินอายที่เกิดกับเขาเพียงผู้เดียว

หลังจากขั้นตอนการฝังเข็มอันยาวนานสิ้นสุดลงในเวลาเกือบครึ่งชั่วยาม สือหวนบ่าวคนสนิทก็รีบก้าวเข้ามาช่วยสวมอาภรณ์ชุดใหม่ให้กับผู้เป็นนายอย่างรู้หน้าที่

ในขณะเดียวกันที่โต๊ะมุมห้อง หมอเทวดาเหิงและศิษย์ตัวน้อยก็กำลังนั่งหารือเรื่องยาที่ต้องใช้รักษาอาการภายใน ไม่นานหมอเทวดาเหิงก็จรดพู่กันเขียนเทียบยาชุดใหม่ ที่ใช้สำหรับปรับเส้นลมปราณภายในร่างกายคนป่วย เมื่อเรียบร้อยแล้วเขาก็ขอตัวออกไปพักผ่อนยังเรือนพักที่ฮูหยินสวี่จัดหาไว้ให้

หลี่ม่านนางก็ไม่รอช้ารีบแยกตัวไปปรุงยาตามเทียบที่อาจารย์เขียน เพื่อนำยานั้นมาให้สามีดื่มในช่วงที่ลมปราณหลังการฝังเข็มกำลังแล่นพล่านไปทั่วร่างของเขา

ผ่านไปพักใหญ่ กลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรลึกล้ำก็ลอยตลบอบอวลไปทั่วห้อง หลี่ม่านเดินตรงไปหาสามีพร้อมถาดยา

เจิ้นไฉ่นั่งพิงหัวเตียงรอคอยอย่างรู้หน้าที่ เมื่อเห็นภรรยาตัวน้อยเดินเข้ามาเขาก็เผยยิ้มอ่อนให้นาง “ลำบากเจ้าแล้วนะ” เขาเอ่ยทันทีที่ร่างเล็กยอบกายลงนั่งบนเตียง

“เกรงใจไปไย ท่านแค่รีบรักษาตัวให้หายดีก็พอ หายดีแล้วจะได้หอบเอาลาภยศมาให้ข้า” หลี่ม่านเอ่ยแล้วก็ยิ้มร่า

เจิ้นไฉ่ยิ้มเอ็นดูคำพูดภรรยาที่มักเอ่ยกรอกหูเขาอยู่ทุกวัน ราวกับกลัวว่าเขาจะไม่ยอมทำอันใดหลังจากหายดี แววตาคมเข้มจึงทอดมองนางด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ เขายอมรับว่ายามนี้นางคือแสงสว่างเดียวที่ก้าวเข้ามาฉุดรั้งทำให้เขาอยากลุกขึ้นมาต่อสู้

ในขณะที่เจิ้นไฉ่ยังคงจมดิ่งอยู่กับห้วงความรู้สึกซาบซึ้งที่ภรรยามอบให้ หลี่ม่านกลับยังคงความสงสัย เกี่ยวกับเส้นเรื่องของนิยายที่ตนอ่านไปได้เพียงแค่ครึ่งเดียว

“ท่านพี่ ท่านว่าคุณหนูจ้าวผู้นั้นงามหรือไม่” หลี่ม่านเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และยังคอยลอบสังเกตปฏิกิริยาและประกายแววตาสามีว่ามีความหวั่นไหวหรือผิดปกติหรือเปล่า

เจิ้นไฉ่ได้ยินคำถามของภรรยากลับเข้าใจไปคนละทาง เขาคิดว่านางกำลังนึกหวาดระแวงและเกิดอาการหึงหวงตามประสา

‘หลี่ม่านถามเช่นนี้ นางคงไม่ได้คิดว่าข้าสนใจคุณหนูจ้าวหรอกนะ’ เขานึกในใจ ก่อนจะรีบละล่ำละลักเอ่ยปฏิเสธออกไปด้วยความร้อนรน “สตรีใดก็ไม่อาจงามสู้เจ้าได้”

คำตอบที่หลุดออกมาจากปากของสามีอย่างรวดเร็วทั้งยังแฝงความจริงจัง ทำเอาหลี่ม่านที่ถือถ้วยยาอยู่ถึงกับไปไม่เป็น นางชะงักค้างนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ปล่อยให้สมองประมวลผลคำพูดที่คนตรงหน้าเอ่ยปฏิเสธทันทีราวกับในหัวมีคำตอบอยู่แล้ว

เจิ้นไฉ่เห็นภรรยานิ่งเงียบไป เขาก็ยิ่งกลัวนางจะเข้าใจผิด จึงรีบขยับมือขึ้นมากุมมือน้อยของนางไว้แน่น พร้อมกับจับจ้องใบหน้านางโดยไม่มีหลบเลี่ยงสายตาไปทางอื่น

หลี่ม่านที่ไม่ทันตั้งรับกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว รีบชักมือกลับอย่างไม่ทันระวัง ใจดวงน้อยเริ่มเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ สมองที่เคยฉลาดเฉลียวและประมวลผลเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เริ่มหาทางหลีกหนีจากบรรยากาศที่ชวนให้ใจปั่นป่วนทันที “ขะ... ข้าลืมยกหม้อต้มยาลงจากเตาไฟ ประเดี๋ยวข้ากลับมานะเจ้าคะ” เอ่ยจบ หลี่ม่านก็รีบลุกพรวดพราดหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกจากห้องพักไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกชะตาตัวประกอบสู่ยอดหญิงอันดับหนึ่ง    33. สกายรัก /4

    เหลียนเฉิงชะงักค้างอยู่นาน เมื่อหันมาเห็นพระพักตร์ดุดันของฮ่องเต้ เขาก็รีบคุกเข่าลงตรงหน้า พลางเอ่ยอย่างละล้ำละลัก“ฝ่าบาทกระหม่อมเปล่านะพ่ะย่ะค่ะ”เจิ้นไฉ่ยกยิ้มและเขาก็ไม่คิดจะปล่อยโอกาสให้สหายได้หาข้อแก้ต่าง “เรื่องที่ข้อสอบบังเอิญนำบทประพันธ์ของข้ามาใช้ เจ้าคงต้องไปถามเอากับผู้ที่นำบทประพันธ์ของข้ามาออกข้อสอบ มิใช่โยนเรื่องทั้งหมดมาใส่ข้า ข้าเองก็เป็นบัณฑิตที่เพิ่งเดินทางมาเมืองหลวงได้ไม่กี่เดือน ไหนเลยจะมีเส้นสายทำให้ผู้ออกข้อสอบนำบทประพันธ์ของตนเองมาเป็นหัวข้อหลักได้ เจ้าที่ได้เป็นขุนนางรับราชการมานาน เรื่องแค่นี้ก็คิดไม่ได้หรือ ถึงได้กล้าเอาเรื่องนี้มาทำลายข้า” น้ำเสียงเจิ้นไฉ่เริ่มแข็งกร้าวขึ้น“ขะ... ข้า” เหลียนเฉิงทำได้เพียงอึกอัก“ข้าได้ยินว่าบัณฑิตหานเดินทางมาจากเมืองเจี้ยน ไม่มีญาติพี่น้องในเมืองหลวงแม้แต่คนเดียวมิใช่หรือ” ขุนนางผู้หนึ่งเอ่ย“ใช่ ๆ เห็นว่าเช่าเรือนเล็กของตระกูลจ้าวอยู่นี่”“ใช่ที่ไหนกัน เขาเป็นศิษย์ของหมอเทวดาเหิงที่เพิ่งถูกรับมาต่างหาก เลยได้อาศัยอยู่กับหมอเทวดาเหิงอย่างไรเล่า”“จริงหรือ เช่นนั้นคำพูดเขาก็เชื่อถือได้น่ะสิ”เหล่าขุนนางเริ่มกล่าวเอนเอียงมา

  • พลิกชะตาตัวประกอบสู่ยอดหญิงอันดับหนึ่ง    32. สหายรัก /3

    เจิ้นไฉ่หันกลับมามองสหายที่ยืนอยู่ทางด้านหลังเพียงครู่ เขาก็หันกลับมาพร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน เขายังคงนั่งนิ่งรอดูว่าสหายรักเมื่อครั้งยังเยาว์จะกล่าวเอาผิดอันใดตนเองด้านบนนั้น ฮ่องเต้ที่ทรงชะงักกำลังเลิกพระขนงขึ้นด้วยความสงสัย “เรื่องใหญ่อันใด ถึงทำให้เจ้ากล้าขัดขึ้นในยามนี้”“เรื่องทุจริตสอบจอหงวนพ่ะย่ะค่ะ” เหลียนเฉิงกล่าวพลางรีบดึงเอากระดาษปึกหนึ่งที่ซ่อนไว้ออกมาจากสาบเสื้อ แล้วชูขึ้นเหนือศีรษะ “กระหม่อมได้รับรายงานและหลักฐานจากผู้คุมสอบท่านหนึ่ง กล่าวว่าในการสอบรอบสุดท้ายที่ผ่านมา หานเจิ้นไฉ่มีพฤติกรรมทุจริตในการคัดลอกบทความและเนื้อหาข้อสอบจากคลังเอกสารเก่าของสำนักตรวจการพ่ะย่ะค่ะ”ข้อกล่าวหานั้นทำให้เหล่าขุนนางในท้องพระโรงส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที การทุจริตในการสอบจอหงวนถือเป็นความผิดร้ายแรงที่สั่นคลอนรากฐานการคัดเลือกคนของราชสำนักหากข้อกล่าวหานี้เป็นความจริงอย่างที่เหลียนเฉิงเอ่ยอ้าง ต่อให้หานเจิ้นไฉ่มีความสามารถมากเพียงใด ฐานะบัณฑิตก็ย่อมต้องถูกถอดถอน ทั้งยังถูกลงโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงและยังถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าสอบทั้งตระกูลอีกด้วยแต่ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น

  • พลิกชะตาตัวประกอบสู่ยอดหญิงอันดับหนึ่ง    31. สหายรัก /2

    หลายวันต่อมา... การสอบจอหงวนรอบสุดท้ายก็มาถึงบรรยากาศภายในโถงสอบเต็มไปด้วยความตึงเครียด เหล่าบัณฑิตนับร้อยต่างก้มหน้าก้มตาเขียนคำตอบลงบนกระดาษอย่างขะมักเขม้น ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมาจากแผ่นกระดาษแม้แต่น้อยเหล่าขุนนางผู้มีหน้าที่ตรวจสอบ ต่างก็คอยจับจ้องดูท่าทีของเหล่าบัณฑิต ซึ่งหนึ่งในนั้นมีว่านเหลียนเฉิงนั่งปะปนอยู่ด้วย ในฐานะขุนนางผู้คอยจดเก็บบันทึกรายละเอียดยิบย่อยในการสอบในจังหวะที่การสอบดำเนินไปได้ครึ่งทาง ก็ถึงเวลาที่ผู้คุมสอบต้องเดินตรวจดูความเรียบร้อย หนึ่งในนั้นมีว่านเหลียนเฉิงคอยเดินจดบันทึกตามหน้าที่ สายตานั้นคอยปรายมองเจิ้นไฉ่เสมอเมื่อเดินมาถึงจุดที่สหายนั่งสอบ เขาก็เริ่มแผนการร้ายที่เตรียมไว้ ปล่อยแมลงป่องตัวโตออกมาเกาะบนแขนเสื้อขุนนางที่เดินอยู่ด้านหน้า จากนั้นก็แสร้งร้องโวยวายตื่นตกใจ ทำให้ใต้เท้าผู้นั้นตระหนกจนต้องถอยหนีสะบัดแขนเสื้อเป็นพัลวัน หลายคนก็หันมาสำรวจตนเอง ทั้งยังปัดไม้ปัดมือไปโดนกระดาษของบัณฑิตตกลงพื้น บางคนกระแทกโต๊ะจนแท่นหมึกร่วงหล่นแตกกระจาย หนึ่งในนั้นคือโต๊ะของหานเจิ้นไฉ่ซึ่งยามนี้กระดาษสอบเขานอกจากจะร่วงหล่นลงพื้น มันยังเปื้อนเปรอะเต็มไปด้วยน้ำหมึกท

  • พลิกชะตาตัวประกอบสู่ยอดหญิงอันดับหนึ่ง    30. สหายรัก /1

    หนึ่งเดือนต่อมา...ในขณะที่ตระกูลฟานปลาบปลื้มกับที่อยู่ใหม่ในเมืองหลวง ด้านตระกูลหาน ก็พลิกฟื้นกลับมามีชีวิตปกติเช่นเดิมแล้วตรงบริเวณประตูข้างของจวนยังคงเนืองแน่นเต็มไปด้วยหมอยาและผู้ดูแลร้านยาจากหลากหลายตำบล ที่มายืนรอซื้อสมุนไพรและยาเม็ดสำเร็จรูปเพื่อนำไปจำหน่ายต่อที่ร้านตน ราวกับว่าเมื่อเดือนก่อนไม่เคยเกิดเรื่องยาปลอมเสียอย่างนั้นหากจะว่าไป... ดูเหมือนเหตุการณ์นี้ได้ทำให้ชื่อเสียงของหมอเทวดาน้อยเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ ผลลัพธ์ของการรักษาอันล้ำเลิศที่นางคิดค้นขึ้นมาแก้สถานการณ์ในครานี้ได้ผลดีนักอีกทั้งทางการยังออกหนังสือรับรองคุณภาพยาของนาง เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผู้คนที่เคยลังเลกลับมาใช้ยาของนางอีกครั้ง ที่สำคัญยาของนางก็ดีนัก ไม่ว่าจะป่วยด้วยโรคใด กินยานางเข้าไปหากไม่หายขาดก็จะอาการดีขึ้นทั้งนั้น นอกจากคนที่ป่วยหนักด้วยโรครุมเร้าเกาะกินร่างกายมานานจึงจะรักษายากยาที่ได้ไปส่วนมากก็เป็นแบบเม็ด ไม่ต้องยุ่งยากเอาไปต้มรอให้ออกฤทธิ์เหมือนชุดยาครั้งก่อน ที่สร้างปัญหาจนตระกูลหานเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทั้งยาเหล่านี้ก็มีรสชาติหอมกินง่ายแม้แต่เด็กน้อยก็ยังชอบ ที่สำคัญยาที่นางปรุงขึ้นสามารถพกพ

  • พลิกชะตาตัวประกอบสู่ยอดหญิงอันดับหนึ่ง    29. ความสุขบนความทุกข์ผู้อื่น

    ทว่าเพียงแค่ชายตัวโตยื่นตราบางอย่างออกมา หัวหน้าผู้ตรวจการก็รีบเก็บดาบเข้าฝัก พร้อมกับตั้งท่าจะคารวะ“ไม่ต้อง ข้ามาเพื่อรับตัวหมอเทวดา ที่เมืองเสียนมีคนป่วยสำคัญต้องการให้เขาไปรักษา” ชายที่มาเอ่ยเสียงเข้มบรรดาหมอรวมถึงหลี่ม่านต่างก็หันมามองเขาเป็นตาเดียวหลี่ม่านได้ยินชายร่างโตเอ่ยถึงตน นางก็ก้าวออกมาหยุดยืนต่อหน้าเขา อีกฝ่ายก็จ้องด้วยสายตาคมดุทันที“อย่าบอกนะว่าหมอเทวดาคือเจ้าเด็กน้อยนี่ ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าหรอกนะ” ชายร่างโตเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะกวาดสายตามองหาผู้ที่น่าจะเป็นหมอเทวดาน้อยตามคำเลื่องลือมากที่สุด“คนที่เรือนท่านป่วยเป็นอะไร โรคเดียวกันกับชาวบ้านหรือไม่ หากใช่ท่านให้เขากินยาที่เรากำลังปรุงอยู่ก็พอ ไม่จำเป็นต้องให้ข้าเดินทางไปดูอาการกระมัง” หลี่ม่านเอ่ยเสียงเรียบ แววตาที่จ้องมองอีกฝ่ายก็มิได้เผยความหวาดหวั่นเลย“นะ... นี่เจ้าคือหมอเทวดาน้อยหรือ”“เป็นนางขอรับใต้เท้า” หลัวเจิ้งเอ่ยบอก“ใช่ ๆ นี่แหละหมอเทวดาหาน หรือหมอเทวดาน้อย” หมอชราที่ยืนอยู่ห่างออกไปกล่าวสมทบเพราะเกรงอีกฝ่ายไม่เชื่อ“แต่นางเหมือนเพิ่งผ่านวัยปักปิ่นมา” ชายร่างโตยังแย้ง“ใต้เท้า ข้าไม่มีเวลามาเถียงกับท

  • พลิกชะตาตัวประกอบสู่ยอดหญิงอันดับหนึ่ง    28. ภัยพิบัติตระกูลหาน

    เจ็ดวันต่อมา...บรรยากาศหน้าจวนตระกูลหานก็เต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงร้องแรกแหกกระเชอของชาวบ้านและญาติผู้ป่วยดังระงมผสมปนเปไปกับเสียงโอดครวญเพราะความเจ็บปวดร่างของชาวบ้านหลายสิบชีวิตนอนซมที่หน้าทางเข้าจวน แต่ละคนใบหน้าซีดเซียวริมฝีปากม่วงคล้ำดูน่ากลัว บางคนกำลังถูกหามมาวางที่หน้าจวน บางคนก็นอนอยู่บนรถเข็นที่จอดเอาไว้เรียงราย บรรยากาศยามนี้ตึงเครียดเป็นอย่างมาก“ท่านหมอ! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”“ใช่! ออกมาดูว่ายาของเจ้าทำอะไรกับสามีของข้า” ท่านป้าผู้หนึ่งตะโกนแทรกฝูงชนเข้ามา ข้างกายนางคือสามีที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ข้างกันก็เป็นมารดาที่ป่วยด้วยอาการเดียวกัน“ออกมานะ! นางหมอชั่ว” ชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังตะโกนซ้ำ ในอ้อมกอดเขาคือภรรยาที่ลมหายใจรวยรินเต็มทีทว่าแม้พวกเขาจะตะโกนมากเพียงใด ประตูจวนหานก็ยังไม่ยอมเปิดออกมาอยู่ดี จากที่มีชาวบ้านเพียงสิบ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนทางการต้องมาปิดล้อมเอาไว้ ถึงกระนั้นตระกูลหานก็ยังไม่เปิดประตูออกมารับผิดชอบอันใด นำพาให้ชาวเมืองยิ่งแค้นหนัก“แม่ม่านเอ๋อร์ เราจะทำอย่างไรดี จะส่งคนไปบอกม่านเอ๋อร์ก็ไม่ได้ ไม่รู้ยามนี้ลูกของเราอยู่ที่ใด” ฮูหยินสวี่เอ่ยอย่างเป็นก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status