Accueil / รักโบราณ / พลิกชะตามาทวงแค้น / ความโชคดีในวันร้าย ๆ

Partager

ความโชคดีในวันร้าย ๆ

last update Date de publication: 2025-12-18 22:11:44

หลี่ชิงหยาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังกอกแกกตรงประตู นางลุกขึ้นไปส่องรูเล็ก ๆ ของผนังที่เป็นรอยขาด ตอนนี้ยังไม่สว่างแล้วใครมาเยี่ยมเยียนนางในยามดึกสงัดเช่นนี้ หลี่ชิงหยานั่งพิงผนังในมุมมืดหายใจแผ่วเบา นางไม่รู้ว่าผู้มาเยือนยามวิกาลมีจุดประสงค์เช่นไร หากเอะอะโวยวายขึ้นมานางอาจมีอันตรายได้เพราะไป๋เหนียงกับหลี่เจินคงยังไม่เลิกรา หรือไม่หลี่จือหลินก็อาจส่งคนมาจัดการนางเป็นการส่วนตัว

"อย่าเสียงดังนะ รีบเข้ามาแล้วปิดประตู"

หญิงสูงวัยคนหนึ่งมาพร้อมกับอีกคนที่เยาว์วัยกว่าถือตะเกียงเดินเสียงเบาเข้ามาในห้อง ภายในค่อนข้างแคบแสงสว่างมีไม่มากเมื่ออยู่ภายในห้องเล็ก ๆ จึงดูสว่างชัดเจนพอที่จะมองเห็นใบหน้าคนทั้งสอง

"คุณหนูเจ้าคะ หลับหรือไม่ ข้าเอาอาหารมาให้"

น้ำเสียงของนางทั้งนุ่มนวลอ่อนโยนแตกต่างจากบ่าวไพร่คนอื่นที่พูดกับนางทั้งดูถูกและเหยียดหยามราวกับอยู่คนละชนชั้น หลี่ชิงหยาขยับตัวเข้าไปใกล้เห็นใบหน้าทั้งสองคนได้ชัดเจน

"ซือซือ ป้าเซียว"

เซียวซือและซือซือ สองแม่ลูกเอาอาหารมาส่งให้นาง เซียวซือเป็นคนซื้อของกินของใช้ประจำจวนและซือซือเป็นลูกของนางที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน เซียวซือทอดสายตามองใบหน้าซูบเซียวรูปร่างผอมบางของหลี่ชิงหยา แววตาของนางเกิดความเศร้าสลดอยู่ไม่น้อย ดูท่าทีเหมือนเป็นห่วงนางมากกว่าคนอื่นในจวน

"คุณหนูต้องอดมื้อกินมื้อ ข้ารู้สึกผิดที่ช่วยท่านไม่ได้มาก แต่ข้าวกับไก่ตุ๋นสมุนไพรและปลานึ่งคงพอช่วยให้ร่างกายมีกำลังมากขึ้น"

เซียวซือพูดเสียงสั่นเครือสูดน้ำมูกที่เริ่มไหลออกมาพลางล้วงอาหารในตะกร้าออกมาโดยมีซือซือคอยช่วยจัดวางเอาไว้ นางจำได้ว่าป้าเซียวคนนี้เคยอยู่ในจวนช่วงเวลาหนึ่ง นางเป็นคนของมู่หนิง มารดาของนางตอนยังมีชีวิตอยู่

"ป้าเซียวเอาอาหารดี ๆ พวกนี้มาไม่กลัวคนเห็นแล้วถูกลงโทษเอาหรือ อย่าเอาชีวิตมาเสี่ยงกับข้าเลยไม่คุ้มค่าหรอก"

นางเตือนเซียวซือที่ในอดีตจงรักภักดีกับมารดาของนางจนเกือบเอาตัวไม่รอดมาแล้ว จึงไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นซ้ำอีกเพราะนางเป็นต้นเหตุ เซียวซือเผยยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอเบ้ากล่าวอย่างยินดี

"คุณหนูทราบหรือไม่เจ้าคะว่านายท่านเป็นคนแอบส่งข่าวให้ข้านำอาหารมาให้ท่านเอง ข้าอยู่ข้างนอกไม่รู้เรื่องความลำบากของคุณหนู เมื่อนายท่านแจ้งให้รู้ข้าจึงได้รีบมา กินข้าวเถิดเจ้าค่ะจะได้มีแรง"

หลี่จือหลินแอบส่งคนมาช่วยเหลือนางลับ ๆ แสดงว่าเขารับรู้เรื่องของนางมาโดยตลอด ความหวังริบหรี่ที่มอดดับไปก่อนหน้านี้ เริ่มจุดชนวนแห่งความหวังของนางขึ้นมาอีกครั้ง

"ขอบใจป้าเซียว"

หลี่ชิงหยาลงมือกินข้าว อาหารมื้อนี้แสนอร่อยหลังจากไม่ได้กินของดีมานานจนจำไม่ได้แล้ว

"นายท่านบอกว่าอีกสองวันปล่อยตัวคุณหนูได้ข้าจะเอาข้าวมาส่งให้ทุกวันเวลาเดิมเจ้าค่ะ ระหว่างมื้อมีซาลาเปาไส้หมูกับไส้ผักแล้วก็ขนมอีกนิดหน่อยอิ่มหรือไม่เจ้าคะ ถ้าไม่พอข้าจะให้ซือซือแอบเอามาส่งให้เพิ่ม"

เซียวซือพูดพลางหันไปทางซือซือที่ผงกศีรษะยิ้มแย้มให้หลี่ชิงหยา นางชอบคุณหนูคนนี้ทั้งใจดีและกล้าหาญช่วยเหลือนางในสถานการณ์ย่ำแย่จนรอดมาได้ด้วยดี

"เท่านี้ก็พอแล้วป้าเซียว ซือซือยังเด็กนักไม่ต้องให้นางลำบากมาคนเดียว ถ้ามีคนเห็นเข้าข้าเกรงว่านางจะไม่ปลอดภัย"

ซือซือจ้องมองหลี่ชิงหยาแววตาทอประกายแวววาว ตอนเข้ามาทำงานในจวนใหม่ ๆ นางเคยได้ยินว่าคุณหนูใหญ่อ่อนแอขี้ขลาด แม้แต่สาวรับใช้ก็อยากกลั่นแกล้งนาง พอได้พบกันนางกลับกลายเป็นคนปกป้องซือซือจากความร้ายกาจของลี่เจียวและรอดพ้นเงื้อมมือหลี่เจินมาได้ ซือซือมองหลี่ชิงหยาทุกอิริยาบถด้วยความชื่นชม อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่เห็นกับสิ่งที่ได้ยินช่างแตกต่างกันยิ่งนัก

"คุณหนูอยากได้อะไรบอกข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ ข้ายินดีหามาให้ทุกอย่าง"

เสียงเล็ก ๆ พูดขึ้นหนักแน่น หลี่ชิงหยายิ้มให้ นางบอกว่านางยังไม่ต้องการสิ่งใดในตอนนี้

ทั้งสองแม่ลูกกลับไปแล้วและกลับมาในช่วงค่ำที่ไม่มีผู้พบเห็นระหว่างวัน หลี่ชิงหยาก็ได้กินอาหารทีเซียวซือเตรียมเอาไว้ให้ การที่หลี่จือหลินปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ยังพอเกิดความรู้สึกดีได้บ้าง เขาคงไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของสองแม่ลูกและคงอึดอัดไม่น้อย ทว่านางก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเป็นเพราะสาเหตุใด

นอกเสียจากว่าตระกูลไป๋ของไป๋เหนียงนั้นไม่ธรรมดาที่หลี่จือหลินยังต้องเกรงใจ ท่านพ่อของนางเป็นที่ปรึกษาในราชสำนัก ตระกูลของนางทั้งตระกูลเป็นขุนนางในราชสำนักกระจายอยู่ทั่ววังหลวง หากหลี่จือหลินจะไม่ค่อยกล้าแสดงออกว่าห่วงใยหลี่ชิงหยาอย่างเปิดเผยก็คงติดขัดเพราะเรื่องนี้เท่านั้น

ผนังกระดาษถูกเจาะเป็นรูเล็กดวงตาสุกใสทอประกายขี้เล่นจ้องมองหลี่ชิงหยาขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอย่างเหม่อลอย พลันสายตาทั้งสองสบประสานกัน นางลุกขึ้นมองรูที่ถูกเจาะอย่างระแวดระวังทว่าทุกอย่างกลับหายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว

"ใครกัน"

จวนเสนาบดีแห่งนี้เริ่มมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแล้ว ทั้งที่เป็นจวนขุนนางธรรมดาทว่ากลับเริ่มดูสลับซับซ้อนที่ไม่น่าเป็นไปได้

สามวันต่อมาหลี่ชิงหยาถูกปล่อยตัวเงียบ ๆ หลี่จือหลินต้องการพบ นางจึงเดินทางไปยังห้องหนังสือทันที

"ท่านพ่อ ลูกมาแล้วเจ้าค่ะ"

หลี่จือหลินกำลังยืนหันหลังรอคอยอยู่หมุนตัวกลับมา

"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ"

สายตาของหลี่จือหลินมองบุตรสาวคนโตที่ไม่ค่อยสดใสในใจเกิดความรู้สึกมากมาย หลี่ชิงหยารับรู้ได้ถึงความลำบากใจของบิดาผ่านแววตาหม่นหมองคู่นั้น เขาคงมีเรื่องในใจที่ยากจะบรรยายออกมา

"ลูกยังเป็นเช่นเดิมเจ้าค่ะ เรื่องเมื่อสามวันก่อนท่านพ่อเข้าใจผิดเจ้าค่ะ"

หลี่จือหลินตั้งใจฟังนาง เขาไม่คาดหวังคำตอบใด ๆ เพราะรู้ดีว่านางเป็นคนขี้ขลาดและอ่อนแอ เพียงแต่อยากฟังนางระบายความรู้สึกเท่านั้น ดูเหมือนว่าเขาทำได้ไม่มากไปกว่านี้จริง ๆ

"เข้าใจผิด? สิ่งที่ข้าเห็นวันนั้นมิใช่อย่างที่เข้าใจหรือ"

แต่เขาก็อดคิดถึงข่าวลือของนางขึ้นมาไม่ได้ว่าบุตรสาวเสนาบดีหลี่จือหลินทำตัวเป็นหญิงงามเมือง ทอดกายให้บุรุษมาแล้วนับไม่ถ้วน เสแสร้งเป็นคนอ่อนแอแต่ข้างในเน่าเฟะสร้างความอับอายไปทั่วเมืองหลวงจนไม่มีบุรุษดี ๆ มาสู่ขอ จนป่านนี้แล้วยังมิได้ออกเรือนกับตระกูลใด

"บ่าวคนนั้นโผล่เข้ามาในห้องของลูกอย่างไม่เกรงใจอีกทั้งยังพูดจาสามหาว ดูหมิ่นลูก เขายังบอกว่าฮูหยินยกข้าให้เขาจากนั้นหลี่เจินก็ตามมาให้คนถอดเสื้อคลุมของเขาออก แสร้งว่าเขากับลูกมีอะไรกันกลางวันแสก ๆ เจ้าค่ะ"

เมื่อมีโอกาสได้พูดนางก็เก็บรายละเอียดให้หมดไม่ให้ตกหล่นแม้แต่คำเดียว

"ท่านพ่อ ลูกไม่เคยออกนอกจวน ไปได้ไกลที่สุดก็แค่ลานหน้าเรือนของตัวเอง ท่านให้คนพาข้าไปขังเอาไว้ข้ายังไม่รู้จักว่าคือห้องใด แล้วข้าจะออกไปนัดแนะผู้ชายมาทำบัดสีที่เรือนได้หรือเจ้าคะ ข้าเป็นลูกสาวท่านเขาเป็นคนรับใช้ในเรือนเท่านี้น่าจะเข้าใจได้แล้ว ข้าจะทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้นให้ตัวเองและท่านพ่อเสื่อมเสียชื่อเสียงได้อย่างไร คนเราทุกคนมีศักดิ์ศรี ข้าก็ไม่แตกต่างจากคนอื่นเจ้าค่ะ"

หลี่จือหลินนิ่งเงียบฟังเหตุผลของหลี่ชิงหยา สิ่งที่นางพูดเป็นความจริงทั้งหมดนางไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกไปไกลกว่านี้ย่อมไม่รู้จักการไปเสาะหาคนมาทำเรื่องต่ำทรามได้และบ่าวคนนั้นก็ทำงานผ่าฟืนอยู่อีกด้าน แต่สิ่งที่เขาประหลาดใจคือนางกล้าลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองไร้ท่าทางหวาดกลัว ยืนไหล่ตั้งตรงเชิดใบหน้าขึ้นดูสง่างามต่างจากเมื่อก่อนที่นางชอบยืนหดตัวและยอมรับทุกความผิดที่ถูกกล่าวหา

การกระทำเช่นนี้ของหลี่ชิงหยานับว่าจริงบ้างปดบ้าง นางจะบอกว่าไม่เคยออกไปไกลก็คงพูดไม่ได้เต็มปากนักเพราะออกสำรวจจวนแห่งนี้จนรู้จักทุกซอกทุกมุมแล้ว ที่สำคัญยังเป็นช่วงเวลากลางดึกสงัดอีกด้วย

หลี่จือหลินทอดถอนหายใจ ความกดดันของบุตรสาวนำไปสู่ความเจ็บปวดในใจลึก ๆ ของเขาได้เช่นกัน เขาจึงยื่นขอเสนอให้กับนาง

"เจ้าต้องการคนรับใช้หรือไม่"

แม้จะยินดีแต่นางก็ไม่กระโตกกระตากยืนก้มหน้าทำตัวนอบน้อมกับบิดาเอ่ยว่า

"แล้วแต่ท่านพ่อเห็นสมควรเจ้าค่ะ"

นางตอบด้วยอาการนิ่งสงบที่หลี่จือหลินต้องหยุดมองอีกครั้ง หลี่ชิงหยาดูนิ่งสงบจนไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความดีใจหรือเสียใจ นางเองก็รู้สึกเช่นนั้นว่าตั้งแต่ได้ชีวิตใหม่มา นางนิ่งสุขุมมากขึ้นต่างจากหยางเฉี่ยวชิวในอดีตที่ใจร้อนและเอาแต่อารมณ์ตนเองเป็นใหญ่

"เช่นนั้นเจ้าก็คัดเลือกเอาเองเถิดหากข้าเลือกให้อาจจะไม่ถูกใจ หาคนที่เจ้าคิดว่าเหมาะสมก็แล้วกัน"

"ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ ถ้าไม่มีเรื่องอื่นแล้วลูกขอตัวไปพักผ่อนก่อนเจ้าค่ะ"

"อืม"

หลี่ชิงหยาค้อมกายให้หลี่จือหลินแล้วหมุนกายเดินกลับเรือน การมาพบกันครั้งนี้นับว่าไม่สูญเปล่า นอกจากเขารับฟังนางยังช่วยเหลือนางให้มีคนรับใช้ อย่างน้อยการมีคนข้างกายก็ช่วยปกป้องนางจากอันตรายที่คาดไม่ถึงในวันข้างหน้าได้อีกทางหนึ่ง

หลี่จือหลินมองตามร่างผอมบางจนลับหายไปในที่สุด คนที่พูดกับเขาเมื่อครู่ช่างแตกต่างจากหลี่ชิงหยายิ่งนัก แววตามั่นใจคำพูดหนักแน่นฟังดูเป็นเหตุเป็นผลที่ไม่เคยพานพบในตัวบุตรสาวมาก่อน เขาจับสังเกตได้คราหนึ่ง นางมีแววตาดื้อรั้นฉายวาบออกมาและปรับเป็นว่างเปล่าได้รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นางมองเขาเหมือนไม่ใช่บิดาและเขาไม่คุ้นเคยกับแววตาเช่นนี้

หลี่ชิงหยากลับมาถึงเรือนนางขบคิดถึงการมีคนรับใช้ตามข้อเสนอของหลี่จือหลิน ความจำเป็นเช่นนี้ควรมีตั้งแต่แรกเพราะเหตุใดเขาถึงเพิ่งคิดถึงนางเอาตอนนี้ หากเป็นเพราะคำพูดเมื่อครู่ก็นับว่าได้ผลเกินความคาดหมาย สมองของหลี่ชิงหยาวิ่งวนไปมาจนกระทั่งนึกถึงคนผู้หนึ่ง

"ป้าเซียว ซือซือ"

ทว่าป้าเซียวอายุมากแล้วดูเหมือนคนป่วย คงมีแต่ซือซือคนนี้เท่านั้นที่นางจะลองชักชวนดู

การตามหาซือซือเป็นเรื่องยาก คนรับใช้มีมากมายเต็มจวนแล้วซือซือก็ถูกใช้งานไปทุกที่รอบ ๆ จวน นางไม่มีพรรคพวกจึงถูกใช้งานหนักและทำแทนคนอื่นโดยไม่ได้ค่าจ้างเพิ่ม

สายตาบ่าวไพร่มองดูหลี่ชิงหยาแสดงความประหวั่นพรั่นพรึงและถอยห่างจากนาง

"มองข้าอย่างนั้นทำไม"

นางเดินพึมพำไปตามทางและได้ยินคนพูดกันหลังพุ่มไม้ในสิ่งที่นางสงสัย

"ข้าว่าหลี่ชิงหยาเป็นปีศาจตามคำทำนายที่แม่ข้าเคยเล่าให้ฟังแน่ หาไม่แล้วเฉี่ยวฉู่คงไม่โดนโบยจนตายแบบนี้หรอก"

"แต่นางเป็นคุณหนูใหญ่นะ หากนายท่านไม่ทำเช่นนี้ต่อไปเรื่องอาจบานปลาย"

"เขาเป็นคนของฮูหยินนะ นายท่านไม่เคยทำกับคนของฮูหยินเช่นนี้ แสดงว่านางอาจจะมีมนตร์ดำทำให้นายท่านหลงผิดไปชั่วขณะ"

ทั้งสามคนต่างถกเถียงกันถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ ชายคนนั้นชื่อเฉี่ยวฉู่ถูกโบยจนตายแล้ว ส่วนคนผิดก็คือนางเป็นต้นเหตุก็ยิ่งทำให้แน่ใจว่าเรื่องนี้สองแม่ลูกไม่ยอมรามือกับนางง่าย ๆ เป็นแน่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ตอนจบ

    หลี่ชิงหยา เจิ้นซื่อหมิง หยางเยว่ มารวมตัวกันที่จวนอ๋องสี่ หารือกันถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมา "ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะทำงานได้รวดเร็วเช่นนี้ เจ้าทำเหมือนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว" นางเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยขึ้น "ข้ารู้มาสักระยะหนึ่งแล้ว" หยางเยว่จึงถามถึงเรื่องหยางเฉี่ยวชิว "แล้วศพเล่า เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร" นางสะดุดกับคำพูดของหยางเยว่อยากบอกความจริงแก่เขาแต่มันคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป "ข้าเริ่มสืบเงียบ ๆ มาตั้งแต่วันที่เห็นเครื่องประดับของนางแล้ว ข้าสงสัยจึงหาทางสืบจนรู้ความจริง" ไม่ว่านางจะมีวิธีการอธิบายเช่นไรแต่อาจารย์หย่งหยวนก็ดูออกทั้งคำพูดและท่าทาง นางจะสงบนิ่งเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของอาจารย์ไปได้แต่อาจารย์ก็เลือกที่จะเงียบรอดูท่าทีของหลี่ชิงหยาต่อไป "ข้าบอกพี่ใหญ่แล้วว่านางไม่ธรรมดา" เจิ้นซื่อหมิงเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มบาง ๆ ให้หลี่ชิงหยา "เรื่องทุกอย่างลงตัวแล้ว คงถึงเวลาที่ข้าจะกลับเสียที" อาจารย์เอ่ยขึ้น "ท่านอาจารย์ไม่กลับไปได้หรือไม่ขอรับ การเดินทางยากลำบากข้าอยากให้ท่านอยู่ที่นี่ อยู่ในจวนตระกูลหยาง" หยางเยว่เป็นห่วงอาจารย์ที่ต้องเดินทางไกลอีกเป็นเดือน อาจารย์

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ส่งมอบหน้าที่

    บรรยากาศในห้องโถงกลับกลายเป็นเงียบงัน ทุกคนที่เคยมาร่วมงานสมรสขององค์ชายสามและพระชายาต่างก็ยืนนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้ ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกใจและความไม่เชื่อ หัวใจของพวกเขาหยุดไว้ในชั่วขณะ ทุกสายตาต่างหันไปที่ฮ่องเต้ที่ยืนนิ่งไม่ตรัสคำใดออกมา ว่าที่พระสนมที่เคยยิ้มแย้มท่ามกลางงานสมรส กลับกลายเป็นคนแรกที่ไม่สามารถทนต่อความจริงได้ นางลุกขึ้นจากที่นั่ง ร่างบางสั่นสะท้านปากสั่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ "ไม่จริง องค์ชายสามไม่ทำเช่นนี้!" น้ำตาของหลี่เจินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ข้าราชบริพารที่อยู่ข้างๆ พยายามเข้าไปปลอบโยน แต่นางกลับสะบัดมือออกอย่างแรง นางยืนเงียบ ๆ มองไปที่องค์กลุ่มคนที่ซุบซิบและมองมาที่นางด้วยความรู้สึกหลากหลาย นางเป็นถึงหลานสาวที่ปรึกษาขุนนาง มาจากตระกูลร่ำรวย บิดาเป็นขุนนางระดับสูงและนางกำลังจะมีชีวิตที่ใฝ่ฝัน คราแรกที่รู้ว่าจะได้แต่งงานเป็นพระสนมนางยังชูคอได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่สนใจเรื่องของท่านตาและท่านแม่หันมาสนใจเพียงตำแหน่งพระสนมที่นางกำลังจะสมหวัง แล้วเป็นอย่างไรงานแต่งงานที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ก็พังครืนลงต่อหน้าต่อตาโดยคนกลุ่มหนึ่ง ฮองเฮาแ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ถูกลงโทษ

    ขุนนางฝ่ายตรวจสอบทำงานกันอย่างเข้มข้น คนในงานต่างเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ "ทูลฝ่าบาท หลักฐานที่ได้มาเป็นของจริงพะย่ะค่ะ บางอย่างมีของปลอมให้เปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าตระกูลหยางถูกใส่ร้าย" ฮองเฮากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาของนางแสดงถึงความตื่นตระหนกและไม่พอใจ แม้จะพยายามดิ้นรนด้วยคำพูดที่เคยชิน "ไม่จริง! หลักฐานพวกนี้ต้องถูกปลอมแปลง!" นางปฏิเสธรุนแรง แต่คำพูดนั้นกลับดูเปราะบางเกินไปในตอนนี้ หลี่ชิงหยายิ้มเล็กน้อย โดยไม่สะทกสะท้านกับการดิ้นรนของฮองเฮา "ฮองเฮาสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง หม่อมฉันมีคำรับรองจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบันทึกการเคลื่อนไหวที่สามารถยืนยันการทำงานร่วมกันของฮองเฮากับบุคคลภายนอก" เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ฮองเฮาก็รู้สึกอึดอัดยิ่งขึ้น นางพยายามหาทางปฏิเสธต่อไป แต่ทุกคำพูดกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้นจนไม่อาจหาทางหลบหนีได้ ในขณะที่ฮองเฮาพยายามดิ้นรนต่อไป หยางเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ เขาก้าวไปข้างหน้าและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ฝ่าบาท เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ตั้งใจเท่านั้น กระหม่อมเองก็มีข้อมูลที่พิสูจน์ได้ถึงความเชื่อมโยงระห

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   งานอภิเษกสมรส

    สองเดือนต่อมา งานสมรสระหว่างองค์ชายสามกับหลี่เจินเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของชนชั้นสูงในราชสำนัก พื้นที่จัดงานถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีทองและสีแดงสด มีการประดับประดาด้วยผ้าที่มีลวดลายงดงามกินบริเวณกว้างถึงนอกจวน ท่ามกลางแสงไฟจากโคมระย้าและตะเกียงส่องแสงสว่างทั่วห้อง คนในราชสำนักต่างแต่งตัวอย่างงดงาม มีการร่ายรำและดนตรีประกอบบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหรูหรา พระราชวังล้วนอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความปีติ บรรดาธงไหมสีชาดประดับมุกปลิวไสวตามสายลม เผยให้เห็นลวดลายมงคลที่ถักทอด้วยด้ายทองคำ ประตูเปิดกว้างขบวนแห่เจ้าสาวแลเห็นมาแต่ไกล ล้อมรอบด้วยเหล่านางกำนัลผู้ถือโคมไฟแดง ส่องทางแห่งชีวิตคู่ให้สว่างไสว หลี่เจินในชุดวิวาห์ไหมแดงลายมังกรทอง งดงามประหนึ่งเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์ สายคาดเอวปักลวดลายเมฆมงคลพลิ้วไหวทุกย่างก้าว ผ้าคลุมหน้าไหมโปร่งสีแดงฉลุลายดอกเหมยบดบังดวงหน้างามพริ้มเพรา ยามเจ้าสาวก้าวข้ามกระถางไฟเพื่อความเป็นสิริมงคล เสียงฆ้องกลองก็ดังกึกก้อง บรรเลงเพลงมงคลประสานเสียงพิณก้องไปทั่วบริเวณ องค์ชายสามทรงยืนประทับใต้แท่นพิธี ในฉลองพระองค์ปักลายมังกรห้าเล็บ ท่วงท่าทรงสง่า สายตาแน่วนิ่ง

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   รักษาองค์ชายสี่

    เกือบหนึ่งเดือนต่อมา ในยามสาย แสงแดดทอดผ่านต้นเหมยหน้าจวนท่ามกลางสายลมเย็นเอื่อย อาจารย์หย่งหยวนก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ท่วงท่าของผู้เฒ่ามากประสบการณ์ยังคงมั่นคง สายตาคมกวาดมองรอบจวนองค์ชายสี่ที่ส่งเกี้ยวไปรับในเขตชายแดนของแคว้นซีหนาน "นานกี่ปีแล้วที่ข้าไม่ได้กลับมาเมืองหลวง" เขาพึมพำเบา ๆ ภาพในอดีตผุดขึ้นในห้วงคิด ครั้งหลังสุดบนภูเขาสูงยามเขาถ่ายทอดความรู้เรื่องเครื่องสมุนไพรให้แก่ศิษย์หญิงนางหนึ่ง มือเล็ก ๆ เคยคัดแยกสมุนไพรด้วยความตั้งใจ คำถามฉลาดเฉลียวของนางยังติดอยู่ในใจเขาเสมอ นางคือคนที่เขายอมรับในพรสวรรค์รองจากหยางเฉี่ยวชิว เจิ้นซื่อหมิงและหยางเยว่เดินออกมาต้อนรับ บุรุษทั้งสองคนโล่งใจที่อาจารย์เดินทางมาถึงจวนโดยปลอดภัย "ท่านอาจารย์เดินทางมาเหนื่อยเขิญพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ" หยางเยว่เดินตรงเข้าประคองอาจารย์เขาอาจจะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่ก็ยังไม่อยากพักผ่อน "ข้าไม่เป็นไร องค์ชายมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง" อาจารย์หย่งหยวนสังเกตได้ว่าเจิ้นซื่อหมิงมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมากเขาเพียงอยากรู้สถานการณ์ระหว่างรักษาตัวช่วงที่ไม่ได้ดูแล "ข้าทำตามคำแนะนำของท่านอาการเริ่มดีขึ้นเ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   พบรองแม่ทัพหยาง

    "เจ้าเตรียมตัวรับโทษเป็นคนต่อไป" ไป๋เหนียงถูกลากออกไป นางกรีดร้องดิ้นรน แต่ไม่มีผู้ใดสนใจอีก หลี่เจินเห็นมารดาถูกจับตัวนางจึงไปขอร้องบิดา แต่หลี่จือหลินบอกกับนางว่า "เจินเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะได้เป็นสนมอย่ายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า ตาของเจ้ากับแม่ของเจ้ามีความผิดก็ต้องว่าตามผิด เจ้ายังเด็กนักข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องได้รับโทษไปด้วย" หลี่เจินได้ฟังดังนั้นนางก็เกิดความหวาดกลัวจึงเชื่อฟังบิดาไม่กล้าแผลงฤทธิ์ทำตัวสงบเสงี่ยมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเท่านั้น หลี่ชิงหยามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ส่องกระทบใบหน้าของนาง คล้ายกับเงาสะท้อนของชัยชนะที่กำลังปรากฏขึ้นในที่สุด พลบค่ำแล้วแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศยังคงเคร่งเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ภายในห้องหนังสือ หลี่ชิงหยานั่งสงบนิ่งอยู่หน้าชั้นตำรา ทว่าความคิดของนางยังคงหมุนวนไปมา ตั้งแต่เรื่องของไป๋เหอหยุน ไป๋เหนียง แม้ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ แต่ก็ปฏิเสธมิได้ว่านางเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย ทันใดนั้น เสียงรายงานจากคนรับใช้หน้าประตูดังขึ้น "คุณหนูใหญ่ ท่านอ๋องมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ" หลี่ชิงหยาช

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ความลับของท่านอ๋อง

    ความไม่สบายใจเพราะยังคงเป็นห่วงความปลอดภัยของหลี่ชิงหยาทำให้รั่วหลานนอนไม่หลับ ถึงนางจะรู้ว่าคุณหนูใหญ่ผู้นี้มีวรยุทธซ่อนเร้นเอาไว้ภายใต้ความอ่อนแอ อาจเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะความประมาทของจางไห่นางถึงพลิกมาเป็นผู้รอดชีวิตได้ รั่วหลานมาที่จวนตระกูลหลี่เพื่อคอยสอดส่องหลี่ชิงหยา ยังไม่วางใจเรื่องนางถูกล

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   มาเอาของคืน

    จางไห่ถูกเรียกตัวเข้าพบเป็นการด่วนเมื่อเจิ้นหย่วนสงสัยเรื่องก่อนหน้านี้ไม่หาย "เจ้าแน่ใจนะว่าจัดการหยางเฉี่ยวชิวเรียบร้อยแล้ว" "แน่ใจขอรับนายท่าน ไม่มีผู้ใดพบเห็นได้แน่นอน" จางไห่เป็นทาสผู้ซื่อสัตย์และไว้ใจได้ได้ฟังถ้อยคำหนักแน่นเจิ้นหย่วนก็รู้สึกเบาใจขึ้นมา จางไห่เคยบอกสถานที่และวิธีการจัดการไป

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ได้ประโยชน์ทุกทาง

    หลี่เจินกำลังจะเดินกลับห้องเท้าของนางเหยียบแผ่นกระดาษยับ ๆ แผ่นหนึ่งบนพื้นจึงก้มลงหยิบขึ้นมาอ่าน "สาเหตุมาจากกระดาษแผ่นนี้หรือเจ้าคะท่านแม่ ท่านทำเช่นนี้จริงหรือเจ้าคะ" นางเดินกลับไปหามารดาที่เตียงนอนเพื่อไขข้อข้องใจของตนเอง ไป๋เหนียงไม่ตอบคำถามเพียงแต่พยักหน้าพร้อมกับเสียงสะอื้น "ท่านหน้าบวมเป่

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ความทุกข์ของใต้เท้าหลี่

    เสียงฝีเท้ากระทบพื้นเสียงดังเดินเข้ามาแต่ไกล เสี่ยวจูที่สติกระเจิดกระเจิงไปพร้อมกับหลี่เจินรู้สึกตัววิ่งออกไปแอบดูและรีบวิ่งกลับมา "นายท่านกับฮูหยินมาเจ้าค่ะ" หลี่ชิงหยาดึงตัวหลี่เจินขึ้นลากมาที่โต๊ะ นางยกโต๊ะไม้ที่ล้มอยู่ขึ้นตั้งตรงเช่นเดิมด้วยมือเพียงข้างเดียว จากนั้นดึงปิ่นปักผมออกมา "อยากเป็

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status