Share

ไม่ไว้ใจข้าหรือ

last update Dernière mise à jour: 2025-12-19 11:39:32

นอกจากนางเป็นหญิงแพศยาไร้ยางอายยังพ่วงท้ายด้วยนางปีศาจด้วยเช่นนั้นรึฟังดูเป็นฉายาที่ตลกสิ้นดี แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้ นางถูกอบรมให้อยู่กับความเป็นจริง ทว่าเมื่อเจอกับตัวเองทำให้นางได้เปิดหูเปิดตากับความงมงายของจวนขุนนางใหญ่แห่งนี้

"เจ้าเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยรึ"

หลี่ชิงหยามีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องไม่ค่อยดีนักซึ่งนางก็เคยได้ยินมาบ้าง ไม่คิดว่าเหตุการณ์จริงจะเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้ มิหนำซ้ำยังถูกหมายเอาชีวิตจากคนในจวน ซึ่งระยะหลังมานี้ดูเหมือนจะถี่ขึ้น ชีวิตสตรีอ่อนแอคนหนึ่งช่างจนตรอกจริง ๆ

ระหว่างที่เดินหาซือซือในที่สุดก็ได้พบซือซือเดินถือตะกร้ามาจากข้างนอก นางเห็นหลี่ชิงหยาเดินออกมาไกลจากเรือนก็ตกใจรีบสาวเท้าเดินเข้ามาหา

"คุณหนู ออกมาไกลเกินไปแล้วเจ้าค่ะ หากฮูหยินทราบเรื่องเข้าจะเป็นอันตรายนะเจ้าคะ"

ซือซือพูดพลางมองซ้ายขวาเกรงว่าสิ่งที่นางกังวลจะเกิดขึ้นจริง หลี่ชิงหยาเพียงยิ้มบางบอกกับซือซือไม่เห็นท่าทางตื่นกลัวแสดงออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย

"ข้ามาตามหาเจ้า มีเรื่องจะพูดด้วยมาทางนี้เถิด"

นางเดินนำหน้าพาอ้อมไปทางด้านหลังจวน ซือซือถือตะกร้าตามไปมองหน้ามองหลังยังไม่ไว้ใจง่าย ๆ ถึงนางจะทำงานในจวนนี้ไม่นานแต่ก็รู้ฤทธิ์เดชของพรรคพวกฮูหยินรองได้ดี ซึ่งหลี่ชิงหยาไม่มีทางรับมือได้แน่

"คุณหนูจะไปไหนเจ้าคะ อย่าเดินสะเปะสะปะถ้าหลงเข้าไปในเรือนคุณหนูรองละก็..."

ซือซือเคยได้ยินมาว่าหลี่ชิงหยาไม่เคยออกนอกเรือน ถ้าหลงทางขึ้นมาอาจจะมีปัญหาได้ ถึงนางจะมองเห็นความกล้าหาญอย่างชื่นชมทว่าในตอนนี้ไม่แน่ใจว่านางจะเก่งได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ความไม่ไว้ใจก่อตัวขึ้นในใจซือซืออีกครั้ง นางก็ไม่แตกต่างจากคนอื่นที่เคยได้ฟังเรื่องข่าวลือของคุณหนูใหญ่ผู้นี้ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นไปในทางไม่ดีมาตลอดจึงไม่น่าแปลกที่จะไม่เชื่อใจหลี่ชิงหยา

"ข้าไม่พาเจ้าไปก่อเรื่องหรอกน่า ไม่ไว้ใจข้าก็เก็บเอาไว้ก่อน ตอนนี้ข้ามีธุระต้องคุยกับเจ้า"

ต่อให้ซือซือพยายามเก็บอาการหลี่ชิงหยาก็รู้อยู่ดี มีใครบ้างอยากสุงสิงกับคนไร้ยางอายเช่นนางกัน

ทั้งคู่เดินมาถึงหลังจวนใกล้กับห้องที่หลี่ชิงหยาถูกขังเมื่อคราวก่อน นางหยุดยืนตรงนั้นและเริ่มพูดประเด็นสำคัญ

"เจ้าทำงานที่นี่มานานหรือยัง"

ก่อนรับคนเข้าทำงานเป็นคนสนิทนางจำเป็นต้องซักถามที่มาที่ไปให้ดีเสียก่อน ถึงจะเป็นลูกสาวของเซียวซือใช่ว่านิสัยใจคอจะคล้ายกัน

"หนึ่งปีแล้วเจ้าค่ะ"

ซือซือยืนนอบน้อมคอยตอบคำถาม

"เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นอย่างไร"

คำถามของหลี่ชิงหยาชวนให้กระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่านางต้องการคำตอบเช่นไร ให้ตอบว่าดีกรือไม่ดีถึงจะถูกใจนาง หลี่ชิงหยามองแววตาหลุกหลิกก้มลงต่ำของซือซือก็เข้าใจว่าคงถามตรงเกินไปและคำตอบที่นางได้ก็คงเหมือนกับคนอื่นที่ต้องการอยู่รอด

"พูดมาตามตรงเถิดข้ายอมรับได้"

ซือซือไม่เคยได้ยินเจ้านายในจวนพูดกับนางอย่างนี้ จะมีสักกี่คนที่รับฟังความคิดเห็นของทาสรับใช้เช่นนาง เสียงของพวกนางไม่เคยมีความหมายในชีวิตพบเจอแต่คำสั่งกับบทลงโทษ แล้วคุณหนูผู้นี้มีสิ่งใดแอบแฝงถึงได้กล่าวเช่นนี้ออกมา

"ข้า...ข้าไม่รู้อะไรมากเจ้าค่ะ"

นางรีบออกตัวอย่างนี้เอาไว้ก่อนหากเกิดเรื่องร้ายขึ้นอย่างน้อยคำพูดเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่คุ้มครองนางได้ หลี่ชิงหยาเหลียวมองรอบด้านจากนั้นจึงชวนซือซือไปที่เรือนของตนเอง

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ไปทำความสะอาดเรือนให้ข้า"

ซือซือที่ยืนก้มหน้ามาตั้งแต่แรกเงยหน้าพรวดขึ้นมา คุณหนูใหญ่เป็นคนที่ถูกห้ามมีคนรับใช้ การที่นางทำเช่นนี้เท่ากับไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่นหากเกิดเรื่องขึ้นจะทำอย่างไรได้ ทว่าซือซือก็เป็นเพียงเด็กรับใช้คนหนึ่งและอายุยังน้อยเมื่อเจ้านายสั่งนางก็ต้องทำตามแม้ในใจจะคัดค้านมากก็ตาม

หลี่ชิงหยาพาซือซือเดินลัดเลาะอย่างคล่องแคล่วหลบเลี่ยงเส้นทางผ่านเรือนอื่น ๆ มาได้โดยที่ไม่มีคนมองเห็น คนในจวนนี้หูตาสับปะรดหากนางไม่ฉุกคิดขึ้นมาก่อนคงดำเนินการลำบาก

"ข้าไม่ได้เตรียมตัวมาคุณหนูมีผ้าใช่หรือไม่เจ้าคะ"

ซือซือยังคงมึนงงถามออกไปซื่อ ๆ หลี่ชิงหยาส่ายหน้าพลางยิ้มบางออกมา นึกถึงตัวเองในเมื่อก่อนที่ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ซือซือหลงเชื่อนางแต่นางหลงเชื่อคำหลอกลวงของผู้ชายคนหนึ่ง

"เรื่องที่ข้าจะพูดกับเจ้าข้ายังไม่ลืมจึงพามาพูดที่นี่จะสะดวกกว่า เจ้ายังไม่ตอบคำถามของข้าเอาแต่ถามไปเรื่อยเปื่อย คราวนี้ข้าจะรอฟังคำตอบจากเจ้า"

นางเดินไปที่เก้าอี้ไม้ตัวเก่ารอฟังคำตอบที่ถามออกไป ก่อนเดินมาที่เรือน ซือซือทำหน้าครุ่นคิดชั่วครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นวิตกกังวลอย่างเปิดเผย

"ท่านต้องการคำตอบว่าอะไรเจ้าคะ"

"พูดความจริงกับข้า"

เสียงหนักแน่นมีพลังทรงอำนาจของหลี่ชิงหยาทำให้เด็กสาวขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว

"ข้าคิดว่า...ที่นี่ไม่ค่อยปลอดภัยเจ้าค่ะ ข้าต้องคอยระวังตัวแทบตลอดเวลา"

คำตอบพร้อมกับสายตาหวาดกลัวเผยออกมาชัดเจนช่วยให้เข้าใจบางอย่างได้ดี

"ถ้าเจ้าทำงานแล้วไม่มีความสุขอยากมาอยู่กับข้าหรือไม่ ทำงานกับข้าคนเดียวไม่ต้องเป็นทาสรับใช้คนทั้งจวนเหมือนทุกวันนี้"

คำพูดของหลี่ชิงหยาออกจะน่าหัวร่อไปสักหน่อยหากคนอื่นได้ฟัง แต่ซือซือกลับรู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้เป็นอันมาก

"มารับใช้คุณหนูหรือเจ้าคะ ฮูหยินคงไม่ยอมเจ้าค่ะ หากไม่เห็นหน้าข้าคงให้พี่ลี่เจียวมาตามหาแล้วลงโทษข้าแน่นอนเจ้าค่ะ"

หลี่ชิงหยายิ้มให้ซือซือนางสัมผัสได้ว่าเป็นรอยยิ้มที่จริงใจกว่าที่เคยพบมาตั้งแต่มาอยู่ในจวนนี้

"ใครจะกล้าเล่า เจ้าไม่มั่นใจในตัวข้าแล้วหรือ คิดว่าข้าปกป้องเจ้าไม่ได้ใช่หรือไม่"

คำพูดของหลี่ชิงหยาเสียดแทงเข้าไปในใจของซือซือ ช่างเป็นคนพูดตรงเสียจริงไม่มีการอ้อมค้อมให้เสียเวลาหรือปล่อยให้นางได้เพ้อเจ้อเลยสักนิด ซือซือเพียงก้มหน้านิ่งไม่เอ่ยอะไรออกมานั่นเท่ากับเข้าใจได้แล้วว่าสิ่งที่หลี่ชิงหยาพูดเป็นความจริงทั้งหมด

"ไม่ต้องกลัวใครทั้งสิ้นอยู่กับข้าดีที่สุดแล้ว ข้ารับรองว่าจะไม่ปล่อยให้ใครมารังแกเจ้าได้ หากไม่แน่ใจเจ้ากลับไปคิดดูก่อนก็ได้ข้าไม่บังคับ"

หลังจากนั้นหลี่ชิงหยาก็เงียบลงไม่พูดเรื่องอื่นต่อ นางเข้าใจได้ว่าการโน้มน้าวให้คนที่รับข่าวลือด้านลบของนางมาตลอดจะเชื่อถือขึ้นมาเพียงฟังคำพูดไม่กี่ประโยคได้ หากไม่ได้ซือซือมาเป็นคนรับใช้ได้จริงนางคงต้องออกไปเสาะหาเอาข้างนอก

การจะมีใครสักคนมาเป็นพรรคพวกไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนาง ด้วยข่าวลือที่ถูกปล่อยออกไปมากมายในระยะเวลานับสิบปี เพราะฉะนั้นนางจึงไม่รีบร้อนในการคัดเลือกคนที่ไว้ใจได้ที่สุด หากให้บิดาเป็นคนเลือกมาให้ก็คงไม่พ้นคนในจวนนี้นอกจากไว้ใจไม่ได้นางอาจได้หอกข้างแคร่มาทดแทน

ในที่สุดถึงเวลาซือซือกลับไปที่บ้านครุ่นคิดอย่างเป็นกังวลตลอดเวลา เซียวซือสังเกตเห็นบุตรสาวของนางมีอาการผิดปกติไปจึงเอ่ยถามขึ้น

"เจ้าเป็นอะไรถึงได้นอนกระสับกระส่าย ทำให้ข้าพลอยนอนไม่หลับไปด้วย มีเรื่องไม่สบายใจอย่างนั้นรึ"

ในแต่ละวันนางไม่มีคนให้คำปรึกษามีเพียงเซียวซือคนเดียวจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เซียวซือจึงบอกนางว่า

"ไปดูแลคุณหนูใหญ่เถิด นางไม่มีใครอย่างน้อยก็อยู่เป็นเพื่อนกัน"

ซือซือนิ่งเงียบไปมองหน้ามารดาด้วยความเคลือบแคลงถึงที่สุด คุณหนูใหญ่มีชื่อเสียงร้ายกาจเป็นหญิงงามเมือง เป็นปีศาจในคราบมนุษย์ ถึงจะช่วยให้นางพ้นภัยจากคุณหนูรองก็ตามแต่เมื่อเทียบกับคำร่ำลือไปทั่วเมืองหลวงนับว่าเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น เซียวซือมองตาซือซือก็เข้าใจความหมายจึงอบรมนางต่อไป

"เจ้ากลัวสิ่งใดอยู่ เชื่อข่าวลือเช่นนั้นหรือ"

"แล้วท่านแม่ไม่เชื่อหรือ"

"นางน่าเห็นใจมากนะ หากเจ้าโตขึ้นอีกหน่อยมีความคิดลึกซึ้งกว่านี้เจ้าจะเข้าใจนาง การอยู่ใกล้ชิดนางจะทำให้เจ้าเห็นความจริง เชื่อแม่สิ"

แววตาของเซียวซือมีความมั่นใจในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนประกอบกับน้ำเสียงหนักแน่นที่ซือซือคลายความต่อต้านที่มีต่อหลี่ชิงหยาลงได้

"ข้าจะลองดูเจ้าค่ะ แต่ถ้าหากมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นจริงข้าจะลาออกไม่ไปทำงานที่จวนเสนาบดีอีก"

ซือซืออยู่ในวัยเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง เซียวซือพยักหน้าเข้าใจมองบุตรสาวอย่างใจเย็นไม่ขัดข้องและไม่ส่งเสริมใด ๆ

รุ่งเช้าซือซือไปที่เรือนของหลี่ชิงหยาตามคำแนะนำของมารดา นางเดินวนรอบด้านหน้าห้องไม่นานก็ตัดสินใจเคาะประตู

"ใครมาเคาะประตูแต่เช้า"

หลี่ชิงหยาตื่นแต่เช้าแล้วนางนั่งอ่านตำราที่ไปหยิบมาจากห้องอักษรแก้เหงาเมื่อมีเสียงดังขึ้นจึงปิดตำราและเดินไปเปิดประตู

"เซียวซือ มีเรื่องอะไรรึ"

เซียวซือสะพายห่อผ้ามาด้วย ลังเลครู่หนึ่งจึงตัดสินใจพูดออกมา

"ข้ามาทำงานเจ้าค่ะ ข้ารับปากเป็นคนรับใช้ของคุณหนูเจ้าค่ะ ท่านสั่งงานข้าได้เลยตั้งแต่ตอนนี้"

ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่หลี่ชิงหยามองออกไปด้านนอกรอบลานเรือนแล้วเอ่ยขึ้น

"เจ้าไปกินข้าวกินปลาก่อนเถิด พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นข้าก็ไม่รู้จะให้ทำอะไร เอาของเข้ามาเก็บข้างในก่อน"

"เจ้าค่ะ"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ตอนจบ

    หลี่ชิงหยา เจิ้นซื่อหมิง หยางเยว่ มารวมตัวกันที่จวนอ๋องสี่ หารือกันถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมา "ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะทำงานได้รวดเร็วเช่นนี้ เจ้าทำเหมือนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว" นางเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยขึ้น "ข้ารู้มาสักระยะหนึ่งแล้ว" หยางเยว่จึงถามถึงเรื่องหยางเฉี่ยวชิว "แล้วศพเล่า เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร" นางสะดุดกับคำพูดของหยางเยว่อยากบอกความจริงแก่เขาแต่มันคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป "ข้าเริ่มสืบเงียบ ๆ มาตั้งแต่วันที่เห็นเครื่องประดับของนางแล้ว ข้าสงสัยจึงหาทางสืบจนรู้ความจริง" ไม่ว่านางจะมีวิธีการอธิบายเช่นไรแต่อาจารย์หย่งหยวนก็ดูออกทั้งคำพูดและท่าทาง นางจะสงบนิ่งเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของอาจารย์ไปได้แต่อาจารย์ก็เลือกที่จะเงียบรอดูท่าทีของหลี่ชิงหยาต่อไป "ข้าบอกพี่ใหญ่แล้วว่านางไม่ธรรมดา" เจิ้นซื่อหมิงเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มบาง ๆ ให้หลี่ชิงหยา "เรื่องทุกอย่างลงตัวแล้ว คงถึงเวลาที่ข้าจะกลับเสียที" อาจารย์เอ่ยขึ้น "ท่านอาจารย์ไม่กลับไปได้หรือไม่ขอรับ การเดินทางยากลำบากข้าอยากให้ท่านอยู่ที่นี่ อยู่ในจวนตระกูลหยาง" หยางเยว่เป็นห่วงอาจารย์ที่ต้องเดินทางไกลอีกเป็นเดือน อาจารย์

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ส่งมอบหน้าที่

    บรรยากาศในห้องโถงกลับกลายเป็นเงียบงัน ทุกคนที่เคยมาร่วมงานสมรสขององค์ชายสามและพระชายาต่างก็ยืนนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้ ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกใจและความไม่เชื่อ หัวใจของพวกเขาหยุดไว้ในชั่วขณะ ทุกสายตาต่างหันไปที่ฮ่องเต้ที่ยืนนิ่งไม่ตรัสคำใดออกมา ว่าที่พระสนมที่เคยยิ้มแย้มท่ามกลางงานสมรส กลับกลายเป็นคนแรกที่ไม่สามารถทนต่อความจริงได้ นางลุกขึ้นจากที่นั่ง ร่างบางสั่นสะท้านปากสั่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ "ไม่จริง องค์ชายสามไม่ทำเช่นนี้!" น้ำตาของหลี่เจินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ข้าราชบริพารที่อยู่ข้างๆ พยายามเข้าไปปลอบโยน แต่นางกลับสะบัดมือออกอย่างแรง นางยืนเงียบ ๆ มองไปที่องค์กลุ่มคนที่ซุบซิบและมองมาที่นางด้วยความรู้สึกหลากหลาย นางเป็นถึงหลานสาวที่ปรึกษาขุนนาง มาจากตระกูลร่ำรวย บิดาเป็นขุนนางระดับสูงและนางกำลังจะมีชีวิตที่ใฝ่ฝัน คราแรกที่รู้ว่าจะได้แต่งงานเป็นพระสนมนางยังชูคอได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่สนใจเรื่องของท่านตาและท่านแม่หันมาสนใจเพียงตำแหน่งพระสนมที่นางกำลังจะสมหวัง แล้วเป็นอย่างไรงานแต่งงานที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ก็พังครืนลงต่อหน้าต่อตาโดยคนกลุ่มหนึ่ง ฮองเฮาแ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ถูกลงโทษ

    ขุนนางฝ่ายตรวจสอบทำงานกันอย่างเข้มข้น คนในงานต่างเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ "ทูลฝ่าบาท หลักฐานที่ได้มาเป็นของจริงพะย่ะค่ะ บางอย่างมีของปลอมให้เปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าตระกูลหยางถูกใส่ร้าย" ฮองเฮากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาของนางแสดงถึงความตื่นตระหนกและไม่พอใจ แม้จะพยายามดิ้นรนด้วยคำพูดที่เคยชิน "ไม่จริง! หลักฐานพวกนี้ต้องถูกปลอมแปลง!" นางปฏิเสธรุนแรง แต่คำพูดนั้นกลับดูเปราะบางเกินไปในตอนนี้ หลี่ชิงหยายิ้มเล็กน้อย โดยไม่สะทกสะท้านกับการดิ้นรนของฮองเฮา "ฮองเฮาสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง หม่อมฉันมีคำรับรองจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบันทึกการเคลื่อนไหวที่สามารถยืนยันการทำงานร่วมกันของฮองเฮากับบุคคลภายนอก" เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ฮองเฮาก็รู้สึกอึดอัดยิ่งขึ้น นางพยายามหาทางปฏิเสธต่อไป แต่ทุกคำพูดกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้นจนไม่อาจหาทางหลบหนีได้ ในขณะที่ฮองเฮาพยายามดิ้นรนต่อไป หยางเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ เขาก้าวไปข้างหน้าและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ฝ่าบาท เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ตั้งใจเท่านั้น กระหม่อมเองก็มีข้อมูลที่พิสูจน์ได้ถึงความเชื่อมโยงระห

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   งานอภิเษกสมรส

    สองเดือนต่อมา งานสมรสระหว่างองค์ชายสามกับหลี่เจินเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของชนชั้นสูงในราชสำนัก พื้นที่จัดงานถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีทองและสีแดงสด มีการประดับประดาด้วยผ้าที่มีลวดลายงดงามกินบริเวณกว้างถึงนอกจวน ท่ามกลางแสงไฟจากโคมระย้าและตะเกียงส่องแสงสว่างทั่วห้อง คนในราชสำนักต่างแต่งตัวอย่างงดงาม มีการร่ายรำและดนตรีประกอบบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหรูหรา พระราชวังล้วนอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความปีติ บรรดาธงไหมสีชาดประดับมุกปลิวไสวตามสายลม เผยให้เห็นลวดลายมงคลที่ถักทอด้วยด้ายทองคำ ประตูเปิดกว้างขบวนแห่เจ้าสาวแลเห็นมาแต่ไกล ล้อมรอบด้วยเหล่านางกำนัลผู้ถือโคมไฟแดง ส่องทางแห่งชีวิตคู่ให้สว่างไสว หลี่เจินในชุดวิวาห์ไหมแดงลายมังกรทอง งดงามประหนึ่งเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์ สายคาดเอวปักลวดลายเมฆมงคลพลิ้วไหวทุกย่างก้าว ผ้าคลุมหน้าไหมโปร่งสีแดงฉลุลายดอกเหมยบดบังดวงหน้างามพริ้มเพรา ยามเจ้าสาวก้าวข้ามกระถางไฟเพื่อความเป็นสิริมงคล เสียงฆ้องกลองก็ดังกึกก้อง บรรเลงเพลงมงคลประสานเสียงพิณก้องไปทั่วบริเวณ องค์ชายสามทรงยืนประทับใต้แท่นพิธี ในฉลองพระองค์ปักลายมังกรห้าเล็บ ท่วงท่าทรงสง่า สายตาแน่วนิ่ง

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   รักษาองค์ชายสี่

    เกือบหนึ่งเดือนต่อมา ในยามสาย แสงแดดทอดผ่านต้นเหมยหน้าจวนท่ามกลางสายลมเย็นเอื่อย อาจารย์หย่งหยวนก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ท่วงท่าของผู้เฒ่ามากประสบการณ์ยังคงมั่นคง สายตาคมกวาดมองรอบจวนองค์ชายสี่ที่ส่งเกี้ยวไปรับในเขตชายแดนของแคว้นซีหนาน "นานกี่ปีแล้วที่ข้าไม่ได้กลับมาเมืองหลวง" เขาพึมพำเบา ๆ ภาพในอดีตผุดขึ้นในห้วงคิด ครั้งหลังสุดบนภูเขาสูงยามเขาถ่ายทอดความรู้เรื่องเครื่องสมุนไพรให้แก่ศิษย์หญิงนางหนึ่ง มือเล็ก ๆ เคยคัดแยกสมุนไพรด้วยความตั้งใจ คำถามฉลาดเฉลียวของนางยังติดอยู่ในใจเขาเสมอ นางคือคนที่เขายอมรับในพรสวรรค์รองจากหยางเฉี่ยวชิว เจิ้นซื่อหมิงและหยางเยว่เดินออกมาต้อนรับ บุรุษทั้งสองคนโล่งใจที่อาจารย์เดินทางมาถึงจวนโดยปลอดภัย "ท่านอาจารย์เดินทางมาเหนื่อยเขิญพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ" หยางเยว่เดินตรงเข้าประคองอาจารย์เขาอาจจะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่ก็ยังไม่อยากพักผ่อน "ข้าไม่เป็นไร องค์ชายมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง" อาจารย์หย่งหยวนสังเกตได้ว่าเจิ้นซื่อหมิงมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมากเขาเพียงอยากรู้สถานการณ์ระหว่างรักษาตัวช่วงที่ไม่ได้ดูแล "ข้าทำตามคำแนะนำของท่านอาการเริ่มดีขึ้นเ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   พบรองแม่ทัพหยาง

    "เจ้าเตรียมตัวรับโทษเป็นคนต่อไป" ไป๋เหนียงถูกลากออกไป นางกรีดร้องดิ้นรน แต่ไม่มีผู้ใดสนใจอีก หลี่เจินเห็นมารดาถูกจับตัวนางจึงไปขอร้องบิดา แต่หลี่จือหลินบอกกับนางว่า "เจินเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะได้เป็นสนมอย่ายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า ตาของเจ้ากับแม่ของเจ้ามีความผิดก็ต้องว่าตามผิด เจ้ายังเด็กนักข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องได้รับโทษไปด้วย" หลี่เจินได้ฟังดังนั้นนางก็เกิดความหวาดกลัวจึงเชื่อฟังบิดาไม่กล้าแผลงฤทธิ์ทำตัวสงบเสงี่ยมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเท่านั้น หลี่ชิงหยามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ส่องกระทบใบหน้าของนาง คล้ายกับเงาสะท้อนของชัยชนะที่กำลังปรากฏขึ้นในที่สุด พลบค่ำแล้วแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศยังคงเคร่งเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ภายในห้องหนังสือ หลี่ชิงหยานั่งสงบนิ่งอยู่หน้าชั้นตำรา ทว่าความคิดของนางยังคงหมุนวนไปมา ตั้งแต่เรื่องของไป๋เหอหยุน ไป๋เหนียง แม้ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ แต่ก็ปฏิเสธมิได้ว่านางเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย ทันใดนั้น เสียงรายงานจากคนรับใช้หน้าประตูดังขึ้น "คุณหนูใหญ่ ท่านอ๋องมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ" หลี่ชิงหยาช

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status