ANMELDENทั้ง ๆ ที่พยายามอดทนแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังคงเป็นเขาที่ทำให้นางอ่อนแอ คราวนี้นางไม่ได้มองสือมู่ด้วยสายตาเย็นชาหากแต่เป็นสายตาแห่งความเจ็บปวดและแดงก่ำ ลู่รั่วซีเกือบร้องไห้ออกมา หากไม่ใช่เพราะมาถึงพระราชฐานชั้นในก่อน หญิงสาวคงร้องไห้ออกมาแล้ว
ซึ่งถ้าหากนางร้องไห้ออกมา สือมู่อาจจะวิ่งหนีเตลิดไปไกล
เขาไม่ชินกับลู่รั่วซีที่เย็นชาเพียงใด ยิ่งไม่ชินกับนางตอนที่อ่อนแอมากเพียงนั้น ในความทรงจำของผู้เป็นองค์ชาย ลู่รั่วซีเป็นสตรีที่เข้มแข็งมาก นางเป็นคนป่าเถื่อน เป็นแม่ทัพหญิงเพียงหนึ่งเดียว แล้วเขาจะทนมองน้ำตาของนางได้อย่างไร
ในห้องทรงอักษรสองร่างนั่งนิ่งคุกเข่าลง องค์ชายห้าสือมู่ค้อมกายและบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวาน รวมทั้งการกระทำที่ผิดพลาดของพระองค์ที่เป็นต้นเหตุของคำวิพากษ์วิจารณ์ของชาวเมืองในยามนี้
หลังจากเกิดการระบาดของโรคและซากศพกลับมามีชีวิต นี่เป็นช่วงเวลาที่สงบสุขที่สุดของชาวเฟิงหยวน แม้ซากศพไม่ได้หมดไปแต่สิ่งมีชีวิตประหลาดเหล่านั้นคล้ายกับอยู่ในภาวะสงบนิ่ง พวกมันส่วนมากถูกไล่ต้อนเข้าป่า อาณาจักรเฟิงหยวนกลับมาปลอดภัยและมีชีวิตชีวา ทำให้เริ่มมีการจัดงานเลี้ยงเพื่อเรียกความมั่นใจ ให้บรรยากาศกลับมาครึกครื้นมีความสุข
วังองค์ชายห้าได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดงานเลี้ยงน้ำชาในครานี้ ส่วนหนึ่งเพราะพระชายาองค์ชายห้าพึ่งแต่งงานเข้าราชวงศ์ งานเลี้ยงไม่ได้เล็กไม่ได้ใหญ่ เชิญเฉพาะบรรดาฮูหยินตระกูลขุนนาง เหมาะสำหรับการพิสูจน์ฝีมือ
ทั้งที่งานเลี้ยงภายใต้การควบคุมของลู่รั่วซีไม่มีปัญหา หรือข้อผิดพลาดใด
แต่คนที่สร้างเรื่องกลับกลายเป็นพระสนมคนหนึ่งที่ทำให้งานเลี้ยงน้ำชาที่ควรถูกพูดถึงในทางที่ดี กลับถูกตั้งคำถาม
“รู้ความผิดตนหรือไม่เจ้าห้า”
เมื่อฟังเรื่องราวจบ สีพระพักตร์ยังคงเรียบเฉย มีเพียงคำถามที่ย้อนมา นี่ทำให้ผู้เป็นองค์ชายต้องก้มศีรษะ เสด็จพ่อไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่พระองค์กำลังจะสอนสั่ง
“เจ้าเป็นเชื้อพระวงศ์ ยิ่งสมควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้ราษฎรแต่นี่กลับหูเบาไม่ฟังกระทั่งพระชายา หากแม้สตรีของตนยังควบคุมไม่ได้ แล้วจะปกครองคนหมู่มากได้อย่างไร วันหนึ่งถ้ามีคนมาใส่ร้ายพี่น้องเจ้า หรือแม้กระทั่งข้าผู้เป็นบิดา เจ้าก็จะเชื่อคนผู้นั้นง่าย ๆ โดยที่ไม่สืบหาความจริงก่อนหรือ”
“หาไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“หาไม่? แล้วเหตุใดจึงปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”
สือมู่ยอมรับ ไม่อาจจะแก้ตัวได้เลย เป็นพระองค์เองที่ปล่อยอคติให้บังตา
“อย่าลืมว่าเจ้าไม่ใช่เด็กแล้ว ทั้งยังเป็นองค์ชาย จะเอาแต่ใจตนเองไม่รู้จักคิดไม่ได้”
“ลูกเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”
“เข้าใจก็ดี...แล้วเจ้าเล่ารั่วรั่ว ให้อภัยเจ้าห้าหรือไม่” สั่งสอนพระโอรสตนจนพอใจ ก็หันมาถามไถ่ลูกสะใภ้ที่หมายมั่นปั้นมือมาเป็นอย่างดีว่าจะต้องช่วยควบคุมและขัดเกลานิสัยของบุตรชายคนนี้ได้
เจ้าห้าลื่นไหลอยู่ไม่สุข มีเพียงสตรีที่เข้มแข็งที่จะช่วยกำราบ ในสายตาของผู้เป็นพ่อ องค์ราชาสือเทียนไม่ได้มองเพียงความเหมาะสมหรือเลือกลู่รั่วซีแค่เพราะว่านางเป็นคุณหนูสกุลลู่
แต่คิดว่าลู่รั่วซีนี่แหละที่เหมาะสมกับสือมู่ที่สุด
“หม่อมฉันไม่ได้โกรธเคืององค์ชายห้า เพียงแต่ว่าคงไม่สะดวกใจที่จะอยู่กับองค์ชายห้าอีกต่อไป” น้ำเสียงเรียบนิ่งมั่นคง
บอกให้รู้ว่าทุกคำที่เอ่ยเอื้อนผ่านกระบวนความคิดมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญลู่รั่วซีไม่ใช่คนที่พูดก่อนคิด ทุกสิ่งอย่างเชื่อเถิดว่านางตรึกตรองมาเป็นอย่างดีแล้วจริง ๆ จึงพูดมันออกมา
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ไม่ใช่เพียงองค์กษัตริย์ที่ตอนนี้สีพระพักตร์ผิดแปลกไป ผู้เป็นองค์ชายเองก็หันขวับมองพระชายาแห่งตนทันที
แล้วตอนนั้นเองหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องทรงอักษรนี้ ก็เอ่ยถึงประสงค์ที่ต้องการ
“ขอองค์ราชาได้โปรดทรงเมตตาให้หม่อมฉันได้หย่าขาดกับองค์ชายห้าด้วยเพคะ”
ตลอดมาแม้จะไม่ได้พูดคุยหรือใกล้ชิด แต่ผู้เป็นองค์ชายก็รับรู้เสมอว่าลู่รั่วซียังคงอยู่ในฐานะชายาของเขา แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เนื้อความในจดหมายนั้น บอกสิ่งที่ทำลายหัวใจที่แสนจะเข้มแข็งจนพังยับเยินใช้เวลาเดินทางไม่นาน ร่างองอาจก็มาถึงที่กำแพงเหนือเดินทางมาที่นี่ครั้งแรก ไม่คิดว่าจะต้องมาด้วยเรื่องที่เลวร้าย และไม่อยากให้เกิดขึ้นทหารรักษาประตูต่างเงียบงัน พวกเขาค้อมศีรษะลงอย่างเต็มพิธีการเมื่อเห็นว่าผู้ที่เสด็จมาเยือนเป็นใคร สือมู่เดินผ่านด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อตัว จนกระทั่งมาถึงที่ลานฝึกของค่ายทหาร ที่แห่งนั้นมีผ้าสีขาวปูยาวอยู่บนพื้นดิน ไม่มีซากศพ มีเพียงเสื้อผ้าอาภรณ์“นางอยู่ที่ใด” สุรเสียงที่เอื้อนเอ่ยแหบแห้ง เพราะเดินทางมาทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้พัก แต่ถึงจะมีเวลาพักสือมู่ตอนนี้ก็กินอะไรไม่ลง“ตรงนั้นพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่หยางจื่อห่าวชี้ไป “แม่ทัพลู่สละชีวิต ช่วยชีวิตพวกพ้องให้รอดพ้นจากความตายและนำพามาซึ่งชัยชนะ”“ไม่ใช่” น้ำเสียงนั้นแข็งกระด้างแฝงไปด้วยความร้าวรานแสนสาหัส เพราะที่หย
ตลอดเวลาหนึ่งปีที่อภิเษกสมรสกับลู่รั่วซี สือมู่ไม่เคยได้ใกล้ชิดหรือสนิทสนมกับผู้เป็นชายา แม้จะรู้จักนางมาตั้งแต่เยาว์วัย กระนั้นก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าแตกหัก จนกระทั่งวันที่พระองค์สั่งลงโทษผู้เป็นชายาต่อหน้าธารกำนัล เหตุเพราะหญิงสาวทำร้ายพระสนมตงอิงด้วยการผลักอีกฝ่ายตกน้ำ ชื่อเสียงของแม่ทัพหญิงป่นปี้ ถูกคนนินทาว่าร้าย จากวีรชนผู้กล้ากลายเป็นเพียงสตรีที่หึงหวงไร้สาระตอนที่สั่งลงโทษลู่รั่วซี สือมู่ไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์เช่นนี้ เขาเพียงโกรธที่นางรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ตงอิงเป็นเพียงหญิงที่ไร้พลังเท่านั้น แต่สุดท้ายเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ผู้คนตราหน้าและมองลู่รั่วซีไม่ดีสือมู่ควรดีใจ นั่นเป็นสิ่งที่คนตระกูลลู่สมควรได้รับแต่เขาไม่ได้รู้สึกดีสักนิดเพราะจากวันนั้นลู่รั่วซีก็ไม่กลับมาเหยียบที่วังองค์ชายห้าอีกเลย นางยังคงเป็นพระชายาของเขา แต่ทั้งสองกลับต้องไกลห่างหนึ่งเดือนต่อมา สือมู่ถึงได้รู้ความจริงว่าตงอิงโกหก ทั้งหมดเป็นแผนการของหญิงสาวที่เขามองว่าอ่อนแอและไร้เดียงสา สาวใช้ที่ร่วมมือกับนางตัดสินใจเปิดโปงความจริงเพราะหึงหวงที่ตงอิงใกล้ชิดกับซุนเจิง
ลู่รั่วซีเองก็ไม่ได้พูดหรือตอบรับ ไม่อยากจะถือสาหาความคนเมา นางปล่อยผ่าน แต่ตอนที่จะเดินเลี่ยงไปฝ่ายนั้นกลับเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสแน่นอนว่าแม่ทัพหญิงเบี่ยงตัวหลบได้ทัน มือหนาไม่ได้แตะแม้ชายผ้า แต่เมื่อเขาจู่โจมเข้าหา ทหารทั้งสี่ก็ชักอาวุธทันที ไม่ใช่เพียงเขา เหนือกำแพงเมืองพลธนูต่างก็เล็งเป้า ชายร่างท้วมถูกหมายหัวด้วยลูกศรแหลมคมนี่ราวกับน้ำเย็นที่สาดใส่ร่างจนคนเมาพลันได้สติ รู้ทันทีว่าเผลอล่วงเกินคนที่สำคัญมากแห่งเฟิงหยวนเข้าให้แล้ว“เผ่าปู้?” ในความทรงจำของหญิงสาวดูเหมือนจะไม่รู้เกี่ยวกับเผ่านี้เลย อาจจะเป็นเพียงเผ่าเล็ก ๆ ที่พึ่งได้ออกมาเผชิญโลกกว้าง ลู่รั่วซีพึมพำเสียงเบา แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ“ดูเหมือนว่าจะต้องไปเยือนสักครา”“แม่นางได้โปรดละเว้นด้วย!” บุรุษร่างท้วมรีบทรุดกายคุกเข่าแต่คนที่เขาขอร้องเป็นผู้ใด นี่คือแม่ทัพหญิงที่เด็ดขาดที่สุด “เย่เหลียงลากกลับไปที่เผ่าปู้ ให้ผู้นำเผ่าจัดการให้ดี มิฉะนั้นแล้วข้าจะเดินทางไปจัดการด้วยตนเอง”“พ่ะย
หลังจากคลอดองค์ชายน้อย ลู่รั่วซีก็มีความคิดอยากจะกลับไปประจำตำแหน่งแม่ทัพปกป้องกำแพงเมือง ซึ่งสือมู่ก็เห็นด้วย เพราะพระองค์ชื่นชอบตอนที่พำนักอยู่ที่จวนแม่ทัพมากกว่าตอนที่อยู่ในเขตเมืองชั้นในที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์มากมายและสายตาที่จับจ้อง กระนั้นก็ไม่อยากให้ผู้เป็นชายาไปประจันหน้ากับพวกซากศพอีกแล้วด้วยเหตุนี้เองจึงต้องคิดหาวิธีรั้งนางเอาไว้ ให้อยู่ติดจวนแล้ววิธีใดเล่าจะดีที่สุด นอกจากทำให้นางตั้งท้องอีกครั้งองค์ชายห้าวางแผนอย่างแยบยล เมื่อบุตรชายอายุได้ห้าเดือน ก็เริ่มบำรุงร่างกายภรรยาให้พรั่งพร้อม ลู่รั่วซีไม่รู้ตัวเลย เพราะสิ่งที่สือมู่ใช้บำรุงก็คืออาหาร จวบจนวันที่หญิงสาวมีความคิดจะออกไปลาดตระเวนสำรวจป่า วันนั้นเรือนร่างงดงามก็เป็นลมล้มพับอีกครั้ง ก่อนที่ท่านหมอกงจะตรวจพบว่าแม่ทัพหญิงตั้งครรภ์อีกแล้วลูกคนแรกยังไม่ขวบปี คนที่สองก็ตามมาติด ๆ ลู่รั่วซีได้แต่มองพระสวามีอย่างสับสน ขณะที่ตัวต้นเรื่องยิ้มกริ่ม เขาสามารถรั้งนางได้อีกปีพอนางคิดจะไปอีก ก็ทำให้ท้องอีกสุดท้ายแม่ทัพหญิงจำต้องวางมือ ให้คนที่พร้อมทำหน้าที่ขึ้นมาประจำการแทนและคนผู้นั้น
สือมู่เคยถูกเล่นงานด้วยสมุนไพรหลายครั้ง ทั้งที่ตัวเองศึกษาด้านสมุนไพรมามาก ทั้งที่ตงอิงให้สาวใช้ของนางใช้หญ้ารากแฝดเพื่อตบตาในการใส่ร้ายลู่รั่วซีและที่ตงอิงคิดใช้สมุนไพรในการวางยาลู่รั่วซี เข็มเงินจับพิษไม่ได้ โชคดีที่ผ้าไหมเมฆขาวจับได้ พระชายาของเขาถึงได้รอดพ้นไม่เกิดเรื่องร้ายหลังเหตุการณ์ทั้งสองสือมู่เตือนตัวเองเสมอว่าต้องเด็ดขาด เขาไม่ใจดีกับผู้อื่นอีกต่อไปองค์ชายห้าไม่อยากทะเลาะกับพระชายาต้วนหร่านถูกลากไปโบย ท้ายที่สุดก็ถูกขับไล่ออกไปจากค่ายอุดรอย่างหมดสภาพ สำนึกเถิดว่าไล่ออกไปจากค่ายทหารยังดีกว่าถูกไล่ออกไปจากเมืององค์ชายห้าไม่สนใจสตรีผู้นั้นอีก ร่างกำยำพาตนเองมาแช่ในน้ำเย็นจนเรือนกายแกร่งสั่นระริก กระนั้นก็ไม่เรียกร้องให้ผู้เป็นชายามาช่วยเหลือเนื่องจากนางกำลังตั้งครรภ์และพึ่งฝ่าฟันการต่อสู้ที่หนักหน่วงมาจำเป็นต้องพักผ่อนเพียงยาปลุกกำหนัด ผู้เป็นองค์ชายเอาตัวรอดได้แน่นอนชายหนุ่มกัดฟันทนแต่ในระหว่างที่กำลังต่อสู้กับอารมณ์ใคร่ที่กำลังพลุ่งพล่านตอนนั้นแม่ทัพหญิงก็เดินเข้ามา“เกิดเรื่องขึ้นทำไมไม่ให้คนไปตามหม่อมฉัน” ร่
ช่วงก่อนที่ลู่รั่วซีจะเดินทางกลับเมืองชั้นใน หลังจากที่ได้รับชัยชนะกลับมา แม้จะถูกสั่งให้หยุดพักห้ามทำงาน แต่เพราะต้องส่งมอบภาระหน้าที่มากมายให้จี้เหวินอี้ ทำให้แม่ทัพหญิงจำเป็นต้องรั้งอยู่ที่กำแพงเหนือเพื่อจัดแจงความเรียบร้อยก่อน เพราะครั้งนี้นางน่าจะต้องพักยาวถึงอย่างนั้นนางก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากสือมู่เป็นอย่างดีความรักของคนทั้งคู่เป็นที่ประจักษ์หลายคนนึกอิจฉาตาร้อน กระนั้นก็มีคนที่คิดว่ายังคงมีหวังจะแทรกแซง เป็นต้วนหร่าน สตรีผู้นี้คิดว่าเพราะลู่รั่วซีตั้งครรภ์คงปรนนิบัติดูแลองค์ชายไม่ได้ นางจึงหาโอกาสทำหน้าที่แทนต้วนหร่านแอบใช้ธูปปลุกกำหนัด ในระหว่างที่สือมู่เข้าไปในห้องปรุงยา เพื่อต้มยาบำรุงร่างกายให้ชายารัก เพราะมีความรู้เรื่องสมุนไพรเพียงไม่นานเขาที่ได้กลิ่นแปลกปลอม ก็รีบพาตัวเองออกมาจากห้องปรุงยาทันทีต้วนหร่านไม่คิดว่าองค์ชายห้าจะรู้ตัวเร็ว นางรีบวิ่งตาม“องค์ชายเพคะ!” หญิงสาวเรียกร้อง ก่อนจะขวางทาง“หม่อมฉันอยากจะปรึกษาเรื่องการหลอมโอสถสักเล็กน้อย” นางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว ปรึกษาผู้เป็นองค์ชายเกี่ยวกับศ







