로그인นังตัวดีเจียงโย่วหนิงผู้นี้ คิดจะทำร้ายจวนเจิ้นกั๋วกงของพวกเขาทั้งจวนเลยหรืออย่างไร!“ท่านแม่ หากท่านอยากให้ข้าคุกเข่า ข้าก็จะคุกเข่า ขอเพียงท่านอย่าได้โมโหเลยเจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงคุกเข่าลงดังตุบด้วยท่าทางหวาดกลัวสุดขีด พลางสะอื้นไห้เอ่ยว่า “ท่านจะลงโทษข้าเพื่อระบายโทสะอย่างไรก็ได้ทั้งสิ้น แต่ที่ท่านกล่าวถึงข้ากับท่านพี่นั้น เป็นเรื่องที่มิอาจเป็นไปได้โดยเด็ดขาด ท่านจะมาใส่ไคล้ท่านพี่เช่นนี้มิได้นะเจ้าคะ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ย่อมส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของท่านพี่เป็นแน่...”ยิ่งนางหวาดกลัวเพียงไร ความคิดกลับยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นเท่านั้น นางรู้ดีว่าเรื่องนี้ต่อให้ต้องตายก็ยอมรับมิได้เด็ดขาดนางหานไม่มีหลักฐาน จึงมิอาจลงมือกับนางได้โดยง่ายหากนางยอมรับ ก็เท่ากับถึงคราวตายของนางแล้ว“เจ้ายังรู้ด้วยหรือว่าจะเป็นผลเสียต่อชื่อเสียงของเขา?”นางหานถูกคำพูดของนางยั่วโมโหจนโกรธจัด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรงช่างกล้าพูดนัก! เช่นนั้นไฉนนางยังใช้มารยาจิ้งจอกพวกนั้นอยู่อีก!นังตัวชั้นต่ำที่ดูไม่ได้ความแถมยังขี้ขลาดตาขาวผู้นี้ เดิมทีคิดว่าจะรับมือได้ง่ายดายนัก เมื่อต้องมาประจันหน้ากันจริง
นางหลุบขนตาที่งอนยาวลง ท่าทีสงบเสงี่ยมเชื่อฟัง เพียงชั่วพริบตาก็กลับกลายเป็นบุตรีบุญธรรมแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงผู้ขลาดเขลาและอ่อนแอเฉกเช่นกาลก่อนการกระทำเช่นนี้ย่อมลดทอนความหวาดระแวงของนางหานลงได้ทันทีที่จ้าวหยวนเช่อจากไป รอบด้านก็พลันเงียบสงัดลงรอยยิ้มบนใบหน้าของนางหานเลือนหายไป สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม“เจ้าตามข้าเข้ามา”นางเดินนำหน้ามุ่งไปยังเรือนเยาเยว่เจียงโย่วหนิงเดินตามไปเงียบ ๆนางหานชิงชังนางมาโดยตลอดและมักลอบกลั่นแกล้งนางอยู่ลับ ๆ ทว่านางหานนั้นหน้าเนื้อใจเสือ แทบจะไม่เคยแสดงท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อนางอย่างโจ่งแจ้ง ล้วนแต่ใช้เล่ห์เหลี่ยมลอบกัดทั้งสิ้นยามนี้กลับสะบัดหน้าปั้นตึงใส่ หรือว่าจับได้แล้วจริง ๆ ว่านางกับจ้าวหยวนเช่อมีเรื่องอันใดต่อกัน?ฟู่อวี้เห็นดังนั้นจึงเดินตามไปฮูหยินเจิ้นกั๋วกงจะกล่าวสิ่งใดกับคุณหนูนั้น นางไม่สนใจหน้าที่ของนางคือการปกป้องคุณหนู มิให้ผู้ใดมาทำร้ายได้คำว่าผู้ใดที่ว่านี้ ย่อมรวมถึงทุกคนในจวนเจิ้นกั๋วกงด้วยนางหานเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ที่ว่างเปล่า ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไท่ซือในตำแหน่งประธาน ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามของนายหญิง
รถม้าหยุดลงจ้าวหยวนเช่อก้าวลงไปเป็นคนแรก แล้วหันกลับมายื่นมือประคองนางเจียงโย่วหนิงบีบมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่น เม้มริมฝีปาก ไม่อยากมีท่าทีสนิทสนมกับเขาต่อหน้าผู้คนที่นี่มิใช่ข้างนอก ทว่ากลับมาถึงจวนเจิ้นกั๋วกงแล้วพวกเขาคือพี่น้องจ้าวหยวนเช่อเงยใบหน้าหล่อเหลาหมดจดขึ้น ดวงตาคมเข้มจดจ้องนางอย่างร้อนแรง ยังคงดื้อดึงยื่นมือไปตรงหน้านางอีกคราเจียงโย่วหนิงสูดลมหายใจเข้าลึก ท้ายที่สุดก็ยอมยื่นมือออกไป วางแหมะลงบนปลายนิ้วของเขาอย่างแผ่วเบาหากนางไม่ยอมทำตาม เขาก็คงจะขุ่นเคืองขึ้นมาอีก“อวี้เหิง เจ้ากลับมาแล้ว!”ขณะที่เจียงโย่วหนิงกำลังจับมือของจ้าวหยวนเช่อ และเท้าข้างหนึ่งเพิ่งเหยียบลงบนพื้น เสียงของนางหานก็พลันดังขึ้นในใจนางตื่นตระหนก หวาดกลัวว่านางหานจะมาเห็นภาพนี้เข้า ชั่วขณะนั้นนางไม่สนใจสิ่งใด รีบชักมือกลับอย่างรวดเร็วทว่าร่างกายของนางยังยืนไม่มั่นคง เมื่อชักมือกลับเช่นนี้ ร่างทั้งร่างจึงถลาคะมำไปเบื้องหน้าจ้าวหยวนเช่อยืนอยู่ตรงหน้านางพอดีเขาสายตาไวและมือไว จึงประคองนางเอาไว้ได้อย่างง่ายดายคงเป็นเพราะนางหานอยู่ที่นี่ เขาจึงมิได้โอบเอวของนาง แต่กลับรักษามารยาทประ
“เช่นนั้นไปอยู่เรือนอวี้ชิงกับข้าหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อเลิกนัยน์ตาสีเข้มดุจน้ำหมึกขึ้นมองนางสีหน้าของเขาเรียบเฉยเยือกเย็น ทว่าวาจาที่เอ่ยออกมากลับมิใคร่จริงจังนัก“ข้าอยากกลับไปอยู่เรือนเสี่ยวอิ่น”เจียงโย่วหนิงหน้าแดงซ่านโดยพลัน เผลอขึ้นเสียงสูงอย่างลืมตัวหากเป็นเมื่อก่อน ไม่ว่าอย่างไรนางย่อมไม่มีทางเชื่อว่า พี่ใหญ่ผู้ผ่าเผยสง่างามจะเอ่ยเช่นนี้กับนางนี่ยังเป็นเขาอยู่หรือ?“ที่นั่นห่างไกลเกินไป”จ้าวหยวนเช่อไม่เห็นด้วย“ข้าชอบที่นั่น”เจียงโย่วหนิงลอบมองเขาด้วยความหวาดหวั่น ทว่ายังคงยืนกรานตามความคิดตนนางติดตามเขาเล่าเรียนหนังสือ คล้ายได้เปิดหูเปิดตา ทั้งยังเบิกสติปัญญา จู่ ๆ ก็มองเรื่องราวมากมายได้อย่างปรุโปร่งทว่าอาจเป็นเพราะสวรรค์สร้างให้นางมิชอบเสวนาวิสาสะกับผู้ใด นางจึงยังคงคุ้นชินกับการนำพาตนเองไปหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดที่ไร้ผู้คนสนใจเรือนเสี่ยวอิ่นนั้นดีมากแล้วไม่สะดุดตาผู้คน เข้าออกก็สะดวกสบาย“กลับเรือนเยาเยว่ไปก่อน” จ้าวหยวนเช่อดึงมือนางมาจับไว้ “เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”เจียงโย่วหนิงเม้มริมฝีปากเงียบงันนางยังคงไม่ค่อยยินยอมพร้อมใจนักแต่ในเมื่อเขาเอ่
ร่างกายที่ร้อนผ่าวของเขานั้น ไม่อาจเพิกเฉยได้เลยแม้แต่น้อยนางรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในเตาผิงก็มิปาน ความร้อนอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก“เจ้ากับตู้จิ่งเฉินไปพบกันที่ใด?”ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด จู่ ๆ จ้าวหยวนเช่อก็เอ่ยถามนางขึ้นมา“บนถนนหลวงเจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงบอกตำแหน่งที่ตั้งอย่างละเอียดแก่เขาตามความจริงนางหลุบตาลงด้วยความเศร้าหมองท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่เชื่อใจนาง คิดว่านางกับตู้จิ่งเฉินมีเรื่องพัวพันกัน“วันหน้าไม่อนุญาตให้ไปมาหาสู่กับเขาอีก”จ้าวหยวนเช่อลูบเส้นผมของนางอย่างแผ่วเบาเจียงโย่วหนิงมิได้เอ่ยสิ่งใดแม้นางจะมิได้ใส่ใจตู้จิ่งเฉินถึงเพียงนั้น แต่นางก็ไม่มชอบที่ถูกจ้าวหยวนเช่อตีกรอบเช่นนี้“พูดสิ”จ้าวหยวนเช่อขยี้ศีรษะนางเบา ๆ เป็นเชิงเร่งเร้าเจียงโย่วหนิงตอบรับสั้น ๆ ว่า “อืม” เสียงเบานางมิได้ตอบตกลงเขาสักหน่อยจะไปมาหาสู่กับผู้ใดล้วนเป็นเรื่องของนาง นางไม่ต้องการให้เขามาบงการ“ขอไปทีเช่นนี้เชียว...”จ้าวหยวนเช่อขยี้ศีรษะนางอีกคราแต่ก่อนยามที่ยังมิได้สอนให้นางอ่านออกเขียนได้ นางทั้งขี้ขลาดและหวาดกลัว ผู้ใดก็รังแกนางได้ นางทำได้เพียงโอ
นางกอดตัวเอง ขดตัวนอนตะแคงหันหลังให้เขาร่างขาวผ่องนอนหมอบอยู่อย่างน่าสงสาร ราวกับลูกแกะน้อยที่รอถูกเชือดนางแทบจะขบกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เพื่อกลั้นมิให้หลุดเสียงสะอื้นออกมาด้านหลัง ฟูกที่นอนยุบตัวลงเป็นเขาที่ขยับกายเข้ามาแนบชิดเนื้อผ้าที่เย็นเยียบทำให้นางอดมิได้ที่จะตัวแข็งทื่อนางได้ยินเสียงสวบสาบบางที เขาคงกำลังถอดเสื้อผ้ากระมัง?น้ำตาของนางยิ่งรินไหลอาบแก้มอย่างรวดเร็วในสายตาของเขา นางมีไว้เพื่อทำเรื่องเช่นนี้เท่านั้น เขามิได้มีเยื่อใยต่อนางเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจนางก็มิได้ต่างอันใดกับสิ่งของชิ้นหนึ่งเขาคว้าจับข้อเท้าของนางเอาไว้เจียงโย่วหนิงไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ปล่อยโฮออกมาในที่สุดทว่าความเจ็บปวดแสบร้อนดังที่คาดคิดกลับมิได้เกิดขึ้น แต่กลับกลายเป็นความรู้สึกเย็นวาบและลื่นไหลที่ค่อย ๆ บรรเทาความเจ็บปวดและรอยบวมแดงให้จางหายไปจมูกได้กลิ่นหอมหวานของยาที่คุ้นเคยนางชะงักไปชั่วครู่ ลืมเลือนกระทั่งการร้องไห้ไปชั่วขณะเขากำลังทายาให้นางหรือ?มันคือยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ที่เขามักจะใช้กับนางเป็นประจำนางอดนึกถึงครั้งแรกมิได้ ครานั้นมันเจ็
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค
นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด
เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เ







