로그인3 วันต่อมา...
“ก่อนซ้อมดรัมเราไปกินข้าวหลังมหาลัยกันดีไหม” เอวาเก็บหนังสือเรียนเข้ากระเป๋าผ้าของตัวเองก่อนที่เธอจะหันไปถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ดี...เราก็อยากกินอยู่พอดีเลย” ซีลีนหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายเอาไว้ ก่อนที่เธอจะตอบรับคำเชิญชวนของเพื่อนรักออกมาเสียงดังฟังชัด
ร้านอาหารตามสั่งหลังมออร่อยสมคำล่ำลือ แต่ซีลีนไม่ค่อยได้ออกไปบ่อยนัก เนื่องจากเธอถูกพี่ชายทั้ง 2 คน สั่งห้ามเอาไว้โดยเฉพาะ พวกเขาให้เหตุผลว่าหลังมหาลัยค่อนข้างอันตรายนักศึกษาทั้งในและนอกมหาลัยมักจะมีเรื่องกันบริเวณนั้นเป็นประจำ ด้วยความเป็นห่วงพวกเขาจึงไม่อยากให้น้องสาวเพียงคนเดียวของพวกเขาออกมาหลังมหาวิทยาลัยหากไม่มีพวกเขาไปด้วย
“แต่จะไม่เป็นไรเหรอ”
“ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง วันนี้พี่เซนต์กับพี่เซบบ์ไม่อยู่มหาลัย...ทางสะดวก” ซีลีนยกยิ้มออกมาพร้อมกับตอบเพื่อนรักกลับไปเสียงดังฟังชัดกว่าเดิม
“จริงเหรอ”
“จริงสิ พี่เซนต์จะมารับเราตอน 5 ทุ่มหลังซ้อมเสร็จ”
“ถ้าอย่างนั้นสาวๆ ก็ออกไปเฉิดฉายกันได้แล้วน่ะสิ”
“ลุย”
ซีลีนกับเอวาพากันเดินออกมายังประตูด้านหลังมหาวิทยาลัย ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบพากันวิ่งไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวานของเด็กสาววัยแรกแย้มที่กำลังจะได้กินของอร่อยในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ แต่แล้วความฝันที่จะได้กินของอร่อยของทั้งคู่จะพังทลายทันทีที่พวกเธอเห็นกลุ่มของรุ่นพี่คณะวิศวะกำลังยืนสูบบุหรี่กันอยู่ระหว่างทางที่ซีลีนกับเอวาจำเป็นจะต้องเดินผ่าน
“อย่าไปสนใจ”
“อืม”
“เราแค่รีบเดินผ่านไปก็พอ” เอวากระซิบบอกกับเพื่อนสาวพร้อมกับกอดแขนเรียวของซีลีนเอาไว้แน่น
ซีลีนทำตามที่เพื่อนรักบอกในขณะที่มือบางอีกข้างหนึ่งของเธอก็พยายามต่อสายหาแฟนหนุ่มของเธอไปด้วย แต่ไม่ว่าเธอจะโทรไปกี่สายก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะรับโทรศัพท์เธอเลยแม้แต่น้อย
“จะรีบไปไหนกันเหรอครับคนสวย” ชายร่างสูงใหญ่เดินตามมาคว้ากระเป๋าเป้ของซีลีนเอาไว้ พร้อมกับกระชากกระเป๋าของหญิงสาวเข้าหาตัวเขาอย่างแรงจนร่างบางเซถลาเข้าไปหาเขา แต่ยังดีที่เอวาคว้าแขนเรียวของเพื่อนรักเอาไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นซีลีนคงได้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชายคนนั้นพร้อมกับกระเป๋าของเธออย่างแน่นอน
“พวกเราจะไปไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย”
“เอากระเป๋าฉันคืนมาค่ะ” ซีลีนเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงเรียบ ถึงแม้ว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอจะเต้นโครมครามราวกับว่ามันจะหลุดออกมาจากอกเสียให้ได้ก็ตาม
“ไม่อยากอยู่คุยกันก่อนเหรอครับ...น้องซีลีน” เสือเดินขึ้นมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของซีลีนและเอวา ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามหญิงสาวออกมาด้วยเสียงอ่อนหวานผิดไปจากทุกครั้ง
“ฉันไม่มีอะไรจะคุย เอากระเป๋าฉันคืนมาค่ะ”
“น้องซีลีนไม่มี แต่พวกพี่มีนี่ครับ”
“ถ้าคุณอยากได้กระเป๋าของฉันมากก็เอาไป...เราไปกันเถอะ” ซีลีนทำใจดีสู้เสือ หญิงสาวเอ่ยบอกกับคนตรงหน้ากลับไปก่อนที่เธอจะจูบมือของเพื่อนรักให้เดินตามเธอออกไปให้ห่างจากกลุ่มของเสือ
“เดี๋ยวสิจ๊ะ พี่เสือยังคุยกับพวกน้องไม่จบเลยนะจ๊ะ” หนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับซีลีนและเอวาเดินอ้อมมาขวางทั้งคู่เอาไว้ ก่อนที่เขาจะมองไปยังคงตัวเล็กตรงหน้าอย่างจงใจจะลวนลามเธอทางสายตา
“แต่พวกฉันไม่มีอะไรจะคุย” เอวาที่ยืนเงียบอยู่นานตะคอกตอบชายตรงหน้ากลับไปเสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามองที่กลุ่มของเสือเป็นตาเดียว แต่ไม่มีใครสักคนที่คิดจะช่วยพวกเธอ เพราะรู้ดีว่าครอบครัวของเสือมีอิทธิพลในย่านนี้
“ปากดีแบบนี้พวกพี่ช๊อบชอบ...”
“กิ่วววววว...”
“ออกไปนะ” ซีลีนร้องออกมาเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ไปครับน้องซีลีน เชิญไปคุยกับพี่ตรงโน้นดีกว่า...” เสือเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือออกมาจับไหล่มนของซีลีน แต่ก่อนที่มือสกปรกคู่นั้นจะโดนร่างบางของเธอ ร่างของเสือก็ถูกกระชากออกอย่างแรงจนเขาเซถลาล้มลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น
“ใครวะ”
“ผู้หญิงเขาไม่เล่นด้วยพวกมึงก็ยังไม่เลิกตอแยสักที” เฮคเตอร์เดินเข้ามาขวางร่างบางของซีลีนและเพื่อนสาวของเธอเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับชายตรงหน้าออกมาเสียงเรียบ ตาคมจ้องมองไปยังชายฉกรรจ์ตรงหน้าอย่างรอคำตอบ
“แล้วมึงเข้ามาเสือกอะไรด้วย”
“กูก็ไม่ได้อยากเสือก แต่เสียงร้องของยัยนี่มันหนวกหูว่ะ” เฮคเตอร์เอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าเสียงเรียบ เขายกมือขึ้นมาเกาหูของตัวเองเบาๆ ในขณะที่ตาคมยังคงจ้องมองไปยังคนตรงหน้าอย่างไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
“เฮ้ยยย พวกมึง” เสือเรียกพวกพ้องของเขาพร้อมกับมุมปากหนาค่อยๆ แสยะยิ้มร้ายออกมาอย่างเหนือกว่า เด็กหนุ่มตรงหน้ากล้ามากที่เข้ามาหาเรื่องพวกเขาด้วยตัวคนเดียว และยังตัวเปล่าอีกต่างหากวันนี้มันไม่มีทางรอดออกไปได้อย่างแน่นอน
“แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนเดียว มึงคิดว่าพวกกูจะกลัวมึงรึไงวะ” เสือมองไปยังพวกพ้องของตัวเองที่เดินออกมาพร้อมกับอาวุธเป็นไม้เบสบอล ชายฉกรรจ์ทั้ง 10 คนเดินมาล้อมเฮคเตอร์และสาวๆ เอาไว้
“พวกสวะนี่น่ารำคาญชิบหาย” ฟาโรห์เอ่ยออกมาเสียงเรียบพร้อมกับผลักไหล่ลูกน้องของเสือจนกระเด็นออกไปคนละทิศ ก่อนที่เขาจะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของซีลีนและเอวา
“...” ฟาโรห์ยกยิ้มหวานออกมาให้กับพวกเธอ ก่อนที่เขาจะหันหลังให้กันทั้งคู่รวมถึงเพื่อนรักของเขาด้วย สายตาที่เขามองไปยังชายตรงหน้าก็เปลี่ยนไปในทันทีราวกับคนละคน
“ไอ้เฮคเตอร์ ไอ้ฟาโรห์ปีสองอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียวนะพวกมึง”
“มาก็ดีกูอยากจะกระทืบพวกมึงมานานล่ะ อยากจะรู้จริงๆ ว่าเลือดปากไฮโซอย่างพวกมึงจะสีอะไร”
“ฮ่าฮ่าฮ่า นี่มึงฝันอยู่เหรอวะ”
“ไอ้เด็กเชี้ย!!” เสือพึมพำออกมาพร้อมกับกระโจนเข้าใส่เฮคเตอร์ แต่ยังไม่ทันที่ร่างสูงของเสือจะถึงตัวชายหนุ่ม เขาก็ถูกเฮคเตอร์ถีบจนกระเด็นถอยห่างออกไปหลายก้าว
ตุบ!!
“ถอยไป” เฮคเตอร์หันมาบอกซีลีนกับเอวา ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง มุมปากหนาจะค่อยๆ แสยะยิ้มร้ายออกมา
“.../...” ซีลีนกับเอวาทำตามที่ชายหนุ่มสั่งอย่างว่าง่าย พวกเธอยืนดูเฮคเตอร์กับฟาโรห์สู้กับพวกของเสือ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเหนือกว่า แต่เธอก็อกเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
ตุบ!! ตุบ!! ตุบ!!
“ไอ้เฮคเตอร์”
“ระวัง!!” ซีลีนร้องบอกกับเฮคเตอร์ออกมาเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ
“มึงตาย...” เสือแย้งไม้เบสบอลมาจากเพื่อนของเขา ก่อนที่จะง้างไม้ในมือขึ้นหมายจะฟาดลงที่หัวของเฮคเตอร์ในจังหวะที่เขาเผลอ แต่ด้วยความไวและความแข็งแรงกว่าของชายหนุ่มทำให้เขาคว้าไม้นั้นไว้ได้ทัน ก่อนจะแย้งมันมาถือเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย
ตุบ!! ตุบ!! ตุบ!!
“หึหึ” เฮคเตอร์โยนไม้เบสบอลในมือให้กับซีลีนที่ยืนหลบอยู่ไม่ไกล ก่อนที่เขาจะหันกลับมาชกหน้าเสือเต็มแรง และหันกลับไปถีบลูกน้องของเสือที่กำลังวิ่งเข้ามาช่วยลูกพี่ของมัน
ตุบ!! ตุบ!! ตุบ!!
ในขณะที่ทางฟาโรห์เองก็ต่อสู้อยู่กับลูกน้องของเสืออย่างชำนาญไม่ต่างกัน ทั้งคู่มีความชำนาญในการป้องกันตัวและตอบโต้กลับคู่ต่อสู้ตรงหน้า จนพวกของเสือที่มีเยอะกว่ามากไม่สามารถทำอะไรพวกเขาทั้งคู่ได้เลย
ปรี๊ดดดดด!! ปรี๊ดดดดดด!!
“ทำอะไรกัน” อาจารย์ฝ่ายปกครองเป่านกหวีดของตัวเองดังมาแต่ไกล ก่อนที่เขาและสารวัตนักศึกษาอีกหลายคนจะรีบวิ่งเข้ามาห้ามกลุ่มของนักศึกษาที่กำลังทะเลาะวิวาทกันอยู่ที่ถนนหลังมหาวิทยาลัย
“ไปโว้ย...” กลุ่มของเสือรีบวิ่งหนีไปในทันที ในขณะที่เฮคเตอร์กับฟาโรห์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“...”
“ออกมาได้แล้ว” เฮคเตอร์หันกลับไปมองหน้าซีลีนก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับเธอเสียงเรียบ ซีลีนจูงมือเอวาออกมาจากจุดที่ทั้งคู่หลบซ่อนอยู่ ก่อนที่พวกเธอจะยกมือไหว้อาจารย์อย่างนอบน้อม
“พวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” อาจารย์เอ่ยถามทั้งคู่ออกมาด้วยความสงสัย
“คะ คือว่า”
“ไปคุยกันที่ห้องปกครองก็แล้วกัน”
“ค่ะ/ค่ะ/.../...”
ณ ห้องคลอด“เจ็บไหมครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามภรรยาที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่หลังฉากกั้นคุณหมอและพยาบาลกำลังช่วยกันทำผ่าคลอดให้กับเธออยู่“ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ แต่ซีนหนาวมากกว่า”“อุ่นขึ้นบ้างไหม” มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมออกมากุมไหล่มนของคนตัวเล็กเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง“ค่ะ”“หนาวแบบนี้ถือว่าปกติไหม” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนที่เขาจะหันไปถามพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ“ค่ะ ถ้าคุณแม่คลอดแล้วยังรู้สึกหนาวอยู่เรามียาให้ทานค่ะ”“ไหวไหม”“ไหวค่ะ” ซีลีนยกยิ้มหวานออกมาก่อนที่เธอจะตอบคำถามของเขากลับไป“รู้สึกเหมือนกำลังขึ้นเขียงเลยค่ะ”“หึหึ”“เลขที่ออก...”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ลูกชายออกมาก่อนครับ”“ซะ ซีนลูกคลอดแล้วครับ” เฮคเตอร์พึมพำออกมาเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น“ตามมาด้วย...ลูกสาวครับ”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ออกแล้ว” ซีลีนเอ่ยขึ้นพร้อมกับร้องไห้ออกมาในขณะที่ใบหน้าเธอยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ตอนนี้เธอทั้งรู้สึกตื่นเต้นและดีใจไปพร้อมๆ กัน“เฮค เฮคเตอร์...”“คะ ครับ ละ ลูกออกมาแล้
7 เดือนต่อมา...“เฮคเตอร์!!!”“ครับ...!!” เฮคเตอร์รีบวิ่งออกมาจากห้องแต่งตัวก่อนจะเดินตรงมาหาภรรยาของเขาที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงด้วยความตกใจ“ปวดเท้ามากเลยค่ะ” ซีลีนเอ่ยออกมาพร้อมกับพยายามชันตัวลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง มือบางลูบลงที่หน้าท้องของตัวเองเบาๆ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเท้าบวมขึ้นมาก และรู้สึกปวดอย่างบอกไม่ถูก“ปะ ปวดเท้า ตะ ต้องไปหาหมอครับ”“เฮคเตอร์ใจเย็นๆ ค่ะ” ซีลีนกุมมือหนาของสามีเอาไว้พร้อมกับเอ่ยบอกเขาอย่างใจเย็น ตอนนี้นอกจากปวดเท้าแล้วก็ยังไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลดีที่สุด“ช่วยพยุงซีนขึ้นหน่อยค่ะ”“เราไปหาหมอกัน”“ค่ะ”เฮคเตอร์ประคองร่างบางของซีลีนเดินไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกลอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ชายหนุ่มดูแลซีลีนเป็นอย่างดี ยิ่งรู้ว่าเธอท้องเขาก็แทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเลย ส่วนตัวของเขาทำงานอย่างหนัก จะมีก็แค่ช่วงไตรมาสสุดท้ายที่เขาแทบจะไม่ออกไปไหนเลย ในทุกเช้าลูกน้องของเขาจะเอางานมาให้ที่บ้าน และตอนเย็นก็จะมารับคืนกลับไป“กลัวเหรอคะ” ซีลีนมองสามีของตัวเองก่อนจะเอ่ยถามเขาออกมาอย่างรู้ทัน มือบางบีบแก้มของชาย
วันต่อมา...“อากาศดีจังเลยเนอะ” ซีลีนเดินนำเฮคเตอร์ออกมาจากภายในบ้านก่อนที่เธอจะหยุดยืนอยู่ที่ริมระเบียง วิวลำธารกับหมอกจางๆ ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ รวมถึงเสียงน้ำไหลทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“อยากอยู่ต่อไหม” เฮคเตอร์เดินเข้ามากอดซีลีนเอาไว้จากทางด้านหลัง ก่อนที่เขาจะกระซิบถามเธอออกมาเสียงกระเส่า พร้อมกับมือหนาทั้งสองข้างของเขาลูบลงที่หน้าท้องของคนรักอย่างอ่อนโยน“อยากค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเราก็อยู่ต่อ”“วันนี้คงไม่ได้ค่ะ อีกไม่กี่วันก็งานแต่งแล้วขืนอยู่ต่อกลับไปเฮคคงเตรียมงานจนไม่มีเวลานอนแน่ๆ” ซีลีนหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง มือบางลูบลงที่แก้มเนียนของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนตั้งแต่วันแรกที่เธอตอบตกลงแต่งงานกับเฮคเตอร์จนกระทั่งคุณแม่ของเธอและเขาพากันไปหาฤกษ์งามยามดีมาให้ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้ก็เป็นคนจัดการงานเองแทบทุกอย่าง ถึงแม้ว่าพวกเราจะจ้างออแกไนซ์ก็ตาม แต่เขาก็ยังคงควบคุมและดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”“...” ซีลีนยกยิ้มออกมาพร้อมกับมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของว่าที่สามีของตัวเองด้ว
ณ นครนายก“มีรีสอร์ทอยู่ในป่าลึกขนาดนี้ด้วยเหรอ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะรีบลงจากรถ และเดินลงไปใกล้กับลำธารที่ยังคงมีน้ำไหลอยู่ตลอดถึงแม้ว่าจะไม่มากเท่ากับช่วงน้ำหลากก็ตาม“คุณพาซีนมาที่นี่ทำไมเหรอคะ” ซีลีนมองไปรอบๆ ก่อนจะหันไปถามร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัยที่อยู่ดีๆ เขาก็พาเธอขับรถเข้ามาในป่าหลายสิบนาทีกว่าจะมาถึงที่นี่“มาพักผ่อนไงครับ”“หืม...”“เราวุ่นกับการเตรียมงานแต่ง เฮคกลัวซีนจะเหนื่อยเกินไปก็เลยพามาพักที่สงบๆ ไงครับ” เฮคเตอร์เดินตามมาโอบไหล่มนของแฟนสาวเอาไว้อย่างห่วงแหน ก่อนที่เขาจะหันไปมามองคนตัวเล็กข้างกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก“ใครวุ่นคะ งานแต่งของเราเฮคเป็นคนจัดการเองทั้งหมดเลยไม่ใช่หรือไง ซีนยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”“หึหึ”“ไหนๆ พวกเราก็มาถึงที่นี่กันแล้ว วันนี้ก็พักผ่อนกันให้เต็มที่ไปเลยเนอะ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเดินจูงมือของชายหนุ่มให้เดินตามเธอไปยังบ้านต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ...เดินดีๆ นะระวังล้ม”“ไม่ล้มหรอกค่ะ มือเฮคคอยประคองซีนอยู่ไม่ห่างเลยนี่ วางใจได้...” ซีลีนก้มลงไปมองมือหนาของชายหนุ
2 วันต่อมา...“ลุงเพิร์ชเมื่อไหร่เฮคจะได้ออกไปจากห้องนี้ล่ะครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาอย่างร้อนใจ ถึงความดันของเขาจะยังไม่คงที่ และยังเจ็บแผลอยู่มากก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้อยากอยู่ในห้องไอซียูนี่แล้ว เขาอยากออกไปเจอหน้าซีลีนจะแย่แล้ว“จะรีบออกไปไหน”“ก็รีบออกไปหาเมียของเฮคไงครับ”“พูดเมียเต็มปากเต็มคำเขารับเฮคเป็นสามีแล้วเหรอครับ” หมอเพิร์ชเอ่ยถามหลานชายออกมาด้วยความสงสัย“...”“ได้ข่าวว่าก่อนหน้านี้ทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่หรือไง”“ก็ใช่ครับ แต่เดี๋ยวนะลุงหมอพูดแบบนี้แสดงว่ารู้เรื่องแล้วเหรอครับ”“ใช่”“แล้วเรื่อง...” เฮคเตอร์พึมพำออกมาอย่างคิดไม่ตก หรือว่าเมื่อคืนก่อนเขาเผลอพูดออกไป คืนนั้นเขาพึ่งฟื้นและยังมึนยาสลบจึงทำให้พูดอะไรออกไปไม่ทันรู้ตัว“เรื่องที่หนูซีนท้องลูกแฝดน่ะเหรอ”“...” เฮคเตอร์พยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับชายวัยกลางคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมาอีกครั้งเสียงดังลั่นห้องทันทีที่เขาพึ่งนึกอะไรขึ้นมาได้“คุณพ่อกับคุณแม่ก็รู้แล้วเหรอครับ อะ โอ้ยยยยย!!!” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นแต่แล้วความเจ็บปวดบริเวณกลางอกแกร่งของเขาก็ทำให้เขาต้องกลับลงไปนอนอีกครั้
“.../.../.../...” ทุกคนชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จีซัสจะอุทานออกมาด้วยความยินดี“น่ายินดีจริงๆ นี่ป๊ากำลังจะได้เป็นคุณตาแล้วเหรอเนี่ย” จีซัสยกยิ้มกว้างออกมา ก่อนที่มือหนาของเขาจะบีบแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวตัวน้อยเอาไว้อย่างเอ็นดู“จริงด้วยค่ะ ตอนนี้ลูกยังไม่ต้องคิดอะไรมากทำใจให้สบายนะคะ” กะทิเอ่ยบอกกับลูกสาวคนเล็กของตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ก่อนที่เธอจะดึงร่างบางของลูกสาวเข้ามากอด“ทุกคนไม่โกรธหนู ไม่อยากดุด่าหนูจริงๆ เหรอคะ” ซีลีนเงยหน้าขึ้นไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ของตัวเอง ก่อนที่เธอจะหันไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ของเฮคเตอร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างรอคำตอบ“พวกเราเคยดุด่าลูกที่ไหนกันซีลีน ป๊ามั่นใจว่าทุกอย่างที่ลูกเลือกมันต้องดีสำหรับลูกแล้ว”“ใช่ค่ะ แม่รักหนูนะ”“พวกเราก็รู้สึกดีใจมากๆ นะซีลีนที่กำลังจะมีหลาน” ตะวันยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับลูกสะใภ้ออกมาตามความรู้สึกจริง อย่างน้อยในวันที่โชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมาบ้าง“แต่ว่าเฮคเตอร์...”“ตาเฮคไม่เป็นอะไรหรอกครับ ก่อนเข้ามาพ่อไปคุยกับหมอมาแล้วเขาบอกว่ากระสุนไม่ได้เข้าจุดสำคัญไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง” ฮันเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยบอ
2 วันต่อมา...ณ พื้นป่าคาเฟ่“ซีนมาถึงแล้วนะคะ” ซีลีนกดส่งข้อความไปให้กับเอวาและปิ่น ก่อนที่เธอจะหยิบรายงานที่พึ่งทำเสร็จออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า วันนี้เธอมีนัดไปส่งรายงานกับเพื่อนๆ ถ้ารายงานฉบับนี้ไม่มีปัญหาอะไรเธอคงจะได้จบพร้อมเพื่อนๆ ของเธออย่างแน่นอน“ไปสืบ...เฮคเตอร์ให้ธนาไปสืบอะไรกันแน่นะ” ซี
“รู้ด้วยเหรอคะว่าซีนอยู่ที่นี่” ซีลีนมองไปป้ายทางเข้าหมู่บ้านที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก่อนที่เธอจะหันกลับไปถามเขาด้วยความสงสัย เธอยังไม่เคยเอ่ยปากบอกกับเขาออกมาเลยแม้แต่คำเดียวว่าตัวเองพักอยู่ที่ไหน แล้วทำไมเขาถึงมาส่งเธอที่ล่ะ...“หืม...”“ทางนี้เป็นทางผ่านไปบ้านของคุณยายของเอวาค่ะ”“อย่างนั้นเหรอ
บ่ายวันต่อมา...“เอเดนเราจะไปทำงานกลุ่มกันที่ไหนดี” ซีลีนเดินเข้ามาถามเพื่อนร่วมคลาสด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างเช่นทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ดวงตากลมของเธอที่บวมซ้ำไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่าเธอพึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก“ที่สวนหลังคณะดีไหมครับ” เอเดนตอบกลับหญิงสาวตรงหน้ากลับไปอย่
“พี่เป็นผู้ชายนะซีลีน พี่ก็มีความอยากเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ”“ที่พี่ต้องหาเศษหาเลยแบบนี้ ก็เพราะน้องให้พี่ไม่ได้ไง”“เหตุผลของคุณฟังดูแย่มากอะ ความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานของความรัก แต่คุณไม่มีให้ฉันเพราะฉะนั้น...”“เราเลิกกับเถอะค่ะ”“ซะ ซีลีน”“ต่อไปนี้หวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันอีก” ซีลีนเอ่ยบอกกับชายต







