Masukบ้านขุนพล วันต่อมา
เมื่อน้ำตาลหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาเรียบร้อยแล้ว ขุนพลจึงเอ่ยขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "อีกสามเดือนลูกจะต้องหมั้นกับคุณพายุเขานะลูก" "หมั้นกับคุณพายุ?" เจ้าของใบหน้างดงามไร้ที่ติเอ่ยถามขึ้นอย่างตกใจและแปลกใจเมื่ออยู่ๆพ่อก็บอกให้เธอหมั้นกับเขา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอก็รู้ว่าคุณพายุจะต้องหมั้นกับพี่ลูกแพร์ แล้วทำไมอยู่ๆถึงกลายมาเป็นเธอที่จะต้องหมั้นกับเขาล่ะ "คืออย่างนี้นะลูก..." จากนั้นขุนพลจึงเล่ารายละเอียดให้น้ำตาลฟัง และบอกว่าทางฝั่งโน้นยินยอมที่จะให้เธอหมั้นกับพายุ "..." เมื่อน้ำตาลได้รู้เรื่องราวทุกอย่างก็เงียบไป พลางคิดในใจว่านี่เธอต้องหมั้นกับเขาอย่างนั้นเหรอ ถ้าไม่หมั้นก็ไม่ได้อีก เพราะการหมั้นนี้เกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวที่จะลงทุนร่วมกัน "ภายในสามเดือนนี้ลูกเตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมนะลูก" ผู้เป็นแม่เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงใจดีฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น "ค่ะแม่" เธอรับคำด้วยใบหน้าฉายแวววิตกกังวลเมื่อคิดว่าต้องหมั้นกับคนที่ตัวเองไม่รู้จัก เธอรู้จักเขาแค่ชื่อเท่านั้นเพราะได้ยินที่พ่อกับแม่พูด แต่เธอยังไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย บ้านขุนพล สามเดือนต่อมา งานหมั้น "สวมแหวนให้หนูน้ำตาลสิลูก" จิราพรที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก้มบอกกับลูกชายของตัวเองที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นที่ปูด้วยพรมราคาแพงด้านหน้าของนาง "ครับ" พายุรับคำแล้วหยิบแหวนเพชรที่อยู่ในกล่องกำมะหยี่สีแดงมาถือไว้และหันมาทางเจ้าของร่างเล็กสมส่วนที่อยู่ในชุดเดรสสีสวยพอดีตัว มือหนาเลื่อนไปจับยังมือเรียวงามของน้ำตาลขึ้นมา ชายหนุ่มสวมแหวนไปบนนิ้วนางเรียวเล็กข้างซ้ายของเธอ จากนั้นเจ้าของใบหน้าสวยก็ยกมือไหว้คนตัวสูงที่นั่งสีหน้านิ่งโดยไม่แสดงความรู้สึกใดออกมา ก่อนเสียงของกิรณาจะก้มบอกกับลูกสาวของตัวเองที่นั่งอยู่ตรงหน้า "สวมแหวนให้คุณพายุเขาสิลูก" "ค่ะ" เจ้าของเสียงหวานรับคำด้วยรอยยิ้มน้อยๆ จากนั้นจึงหยิบแหวนหมั้นที่ออกแบบมาสำหรับผู้ชายขึ้นมาถือไว้ พายุยื่นมือซ้ายให้เธอ หญิงสาวจับมือหนาพร้อมกับสวมแหวนเข้าไปที่นิ้วนางเรียวสวยของเขา เมื่อเสร็จแล้วร่างสูงจึงดึงมือกลับมาวางบนขาของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตั้งแต่เข้ามาในงานพายุก็ยังไม่ได้ชายตามองคู่หมั้นของเขาสักครั้ง เนื่องจากว่าในสมองคิดไปถึงแต่แอลลี่คนเดียวเท่านั้น พลางคิดในใจว่าป่านนี้แอลลี่คงเสียใจไม่น้อย แต่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวพอเสร็จพิธีหมั้นเขาจะไปปลอบใจเธอที่คอนโดก็แล้วกัน หลายชั่วโมงผ่านไป เมื่อพิธีเสร็จสิ้น พายุก็เดินออกไปจากบ้านของขุนพลทันที อดิศรที่เห็นจึงรีบเดินตามร่างสูงออกไปแล้วเอ่ยเรียกลูกชายเอาไว้ "พายุ" "ครับ" เสียงทุ้มขานรับพร้อมกับหันหน้ามาทางคนเป็นพ่อที่ก้าวเข้ามา "จะรีบไปไหน" "ก็เสร็จพิธีแล้วไม่ใช่เหรอครับ แล้วจะให้ผมอยู่ทำไม" "ลูกจะกลับคอนโดใช่ไหม" "เอ่อ...ครับ" เขาตอบไม่เต็มเสียง เพราะเขาไม่ได้จะกลับคอนโดของตัวเอง แต่เขาจะไปคอนโดของแอลลี่ต่างหาก "งั้นก็อย่าเพิ่งไป รอหนูน้ำตาลด้วย" "ทำไมผมต้องรอ" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย "ลูกต้องพาหนูน้ำตาลไปอยู่คอนโดกับลูกด้วย" "ทำไมเขาจะต้องไปอยู่กับผมด้วยล่ะพ่อ" เขาเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าไม่พอใจเมื่อรู้ว่าคู่หมั้นที่เขาไม่ได้เลือกจะต้องไปอยู่กับเขา "พ่อกับแม่ แล้วก็คุณขุนพลกับคุณกิรณาได้ปรึกษากันแล้วว่าจะให้หนูน้ำตาลย้ายไปอยู่กับลูก เพื่อให้ลูกกับหนูน้ำตาลได้สนิทสนมกันมากขึ้น" ก่อนเสียงทุ้มไม่พอใจของพายุจะเอ่ยออกไป "ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันหรอกพ่อ เป็นแค่คู่หมั้น ยังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย" "ถึงจะยังไม่ได้แต่งงานแต่ก็อยู่ด้วยกันได้ ลูกกับหนูน้ำตาลไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ถ้าให้อยู่คนละที่แล้วเมื่อไหร่จะได้สนิทกันล่ะ" "แต่พ่อครับ..." "เอาตามที่พ่อว่านั่นแหละ" อดิศรเอ่ยตัดบทออกไปเพื่อไม่ให้ลูกชายปฏิเสธ "ครับ" เขาจำต้องรับคำด้วยความไม่เต็มใจอย่างเช่นหลายครั้งที่ผ่านมา "งั้นลูกรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพ่อจะเข้าไปบอกหนูน้ำตาลให้ออกมา" อดิศรพูดจบก็เดินเข้าไปในบ้านของขุนพล ปล่อยให้พายุที่ยืนอยู่พ่นลมหายใจออกมาอย่างเสียอารมณ์ร่างเล็กของน้ำตาลเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องพักของพายุ มือเรียวทำท่าจะยกขึ้นเคาะประตู แต่ประตูกลับถูกเปิดออกมาจากคนตัวสูง เมื่อเห็นอย่างนั้นมือเล็กจึงล้วงหยิบกล่องถุงยางอนามัยที่อยู่ในกระเป๋าสะพายออกมายื่นให้ร่างสูงที่ยืนจ้องหน้าเธอด้วยแววตานิ่ง"นี่ค่ะของที่คุณฝากซื้อ""..." พายุไม่ได้รับกล่องถุงยางที่อยู่ในมือเล็ก แต่กลับจดจ้องไปยังใบหน้าเรียวใสนิ่งอยู่อย่างนั้น"รับไปสิคะคุณพายุ" เจ้าของเรียวปากสวยจ้องหน้าบอกออกไป พายุปิดประตูห้อง มือแกร่งจับข้อมือเรียวแล้วผลักร่างของน้ำตาลไปยังห้องของเธอ ก่อนเรียวปากหนาจะขยับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เปิดประตูสิ""คะ?" เธอแสดงสีหน้าออกมาด้วยความงุนงง"เปิดประตูห้องของเธอ" เรียวปากหยักได้รูปเอ่ยย้ำพลางนัยน์ตาคมจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวสวยนิ่ง"อ เอ่อ" ตอนนี้เธอรู้สึกสับสนจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นท่าทีของเขา"รีบเปิดประตูสิ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ""อ๋อค่ะ" เมื่อได้ยินอย่างนั้น น้ำตาลก็สแกนคีย์การ์ดเข้าห้องไป พร้อมกับร่างสูงก้าวตามหลังเธอเข้ามาพายุเดินไปหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงแล้วจ้องมองมายังร่างเล็กที่ยืนอยู่ เธอยืนเก้กังทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องมาอยู่กั
ห้องพักของพายุกับแอลลี่"แอลลี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะคะพี่พายุ พี่พายุจะเข้าไปอาบกับแอลลี่ด้วยไหมคะ" เธอเอ่ยออกมาด้วยสายตาเชื้อเชิญ"ไม่ล่ะ แอลลี่เข้าไปอาบเถอะ""เราไปทำกันในห้องน้ำดีไหมคะพี่พายุ""แอลลี่เข้าไปอาบน้ำก่อนดีกว่า แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาทำกันบนเตียงดีกว่านะ" เจ้าของใบหน้าหล่อเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ"โอเคค่ะ" ว่าจบ หญิงสาวก็เข้าห้องน้ำไป ก่อนที่พายุจะออกไปจากห้องแล้วเคาะประตูห้องฝั่งตรงข้ามก๊อก! ก๊อก!เมื่อเห็นว่าเธอไม่เปิดเขาจึงเคาะอีกสองครั้งก๊อก! ก๊อก! แต่เธอก็ยังไม่เปิด เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงโทรหาเธอทันทีตู๊ด'ค่ะคุณพายุ''เธออยู่ในห้องไหม''น้ำตาลอยู่ข้างนอกค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า''เธอ...อยู่กับใคร''น้ำตาลอยู่กับเฟิร์สค่ะ''งั้นฉันฝากเธอซื้อของหน่อยสิ' มุมปากหยักกระตุกขึ้นเล็กน้อย'คุณจะซื้ออะไรเหรอคะ''ถุงยางอนามัย' เรียวปากหนาเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม'...' น้ำตาลถึงกับนิ่งงันเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เขาให้ซื้อนั้นตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยซื้อมาก่อน เธอเคยเห็นในร้านสะดวกซื้อที่วางขายอยู่หน้าเคาน์เตอร์หรือร้านต่างๆในห้างสรรพสินค้า แต่ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาซื้อถุงยางอนาม
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา จ.xxx ในภาคเหนือโรงแรมห้าดาวเมื่อทั้งสามคนลงจากเครื่องบินก็พากันไปขึ้นรถเช่าที่พายุได้ติดต่อล่วงหน้าแล้วเมื่อหลายวันก่อน ตอนอยู่บนเครื่องบินพายุได้นั่งติดกับแอลลี่ ส่วนน้ำตาลนั่งแถวหลังของเขากับแฟนเมื่อทั้งสามมาถึงโรงแรม พายุก็ไปเอาคีย์การ์ดที่หน้าฟร้อนซึ่งมีสองใบ เขานอนห้องเดียวกับแอลลี่ ส่วนคู่หมั้นของเขาก็นอนอีกห้อง"นี่คีย์การ์ดห้องของเธอ" เสียงทุ้มบอกพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้เธอ น้ำตาลรับคีย์การ์ดจากมือหนา ก่อนที่พายุกับแอลลี่จะเดินไปเข้าลิฟต์ โดยร่างเล็กของน้ำตาลเดินตามหลังคนทั้งสองไปพายุสแกนคีย์การ์ดเข้าห้องของตัวเองแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับแฟนสาว ก่อนที่น้ำตาลจะสแกนคีย์การ์ดห้องที่อยู่ตรงข้ามเข้าไปข้างในตอนเย็นน้ำตาลที่รู้สึกหิวออกจากห้องมาเพื่อจะลงข้างล่างไปหาอะไรกินก็เห็นคนตัวสูงกับแฟนสาวออกจากห้องมาเหมือนกัน พายุกับแอลลี่พากันเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนที่น้ำตาลจะก้าวตามหลังคนทั้งสองไป แต่จู่ๆห้องพักห้องหนึ่งก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับร่างสูงคุ้นเคยของใครคนหนึ่ง เมื่อชายหนุ่มหันหน้ามา น้ำตาลจึงได้เห็นว่าร่างสูงที่เธอคิดว่าคุ้นๆนั้นคือเพื่อนที่เคยเรียนสาขาเดียว
บริษัทเมื่อทั้งสองขึ้นมายังชั้นของผู้บริหารที่อยู่ชั้นบนสุด เจ้าของใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์ของรองประธานบริษัทก็หันบอกกับร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างตัวเองด้วยสีหน้านิ่ง"นี่คือโต๊ะทำงานของเธอ""ค่ะ" เธอรับคำด้วยท่าทีนอบน้อม"เดี๋ยวเอากาแฟเข้าไปให้ฉันด้วย""ได้ค่ะ" ว่าแล้ว ร่างแกร่งของพายุก็เปิดประตูเข้าห้องทำงานไป น้ำตาลวางกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะ จากนั้นจึงไปทำกาแฟ เสร็จแล้วจึงพาเข้าไปให้ชายหนุ่มที่อยู่ในห้องทำงาน"กาแฟค่ะ" น้ำตาลวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานหรูพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ร่างสูงที่นั่งดูเอกสารอยู่ก็ไม่ได้ใส่ใจเสียงใสที่เอ่ยบอก ก่อนที่ร่างเล็กจะออกจากห้องทำงานของเขาไปหนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่พายุกับน้ำตาลอาศัยอยู่ด้วยกัน และเป็นเวลาสามอาทิตย์แล้วที่น้ำตาลทำงานเป็นเลขาของเขา พายุจะพูดกับน้ำตาลเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆที่นอกเหนือจากงานก็ไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกันคอนโดแอลลี่ 21.50 น.หลังจากที่ทั้งสองทำกิจกรรมบนเตียงเสร็จไปหนึ่งรอบ พายุก็ดึงถุงยางอนามัยออกจากแก่นกายหนาแล้วโยนทิ้งในถังขยะที่อยู่ไม่ไกล ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวนอนลงข้างแอลลี่ซึ่งนอนเปลือ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่น้ำตาลอาศัยอยู่กับพายุในฐานะคู่หมั้นจำเป็น หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้นอนคอนโดทุกคืน ที่เธอรู้เพราะตอนเช้าเธอออกจากห้องนอนก็เห็นเขาเปิดประตูเข้ามาในคอนโด ซึ่งสามครั้งแล้วที่เธอเห็น เธอจึงสงสัยว่าเขาไปนอนที่ไหนกันนะ หรือว่าเขาจะออกไปเที่ยวผู้หญิงตามประสาผู้ชายด้านพายุในขณะที่พายุนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานหรูในห้องที่มีขนาดกว้างขวางอยู่นั้น โทรศัพท์ราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะก็ส่งเสียงดังขึ้น เขาเหลือบไปดูเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของพ่อตัวเองจึงหยิบขึ้นมากดรับสาย'ครับ''พรุ่งนี้หนูน้ำตาลจะเข้าไปเป็นเลขาให้ลูกนะ''เลขาของผมก็มีอยู่แล้วนะครับ ไม่จำเป็นต้องให้เขามาเป็นเลขาของผมหรอก''เลขาคนเก่าของลูก พ่อจะย้ายให้เขามาเป็นเลขาของพ่อ และพ่อจะให้หนูน้ำตาลไปเป็นเลขาของลูกแทน' อดิศรอยากให้ลูกชายของตัวเองได้มีความสนิทสนมกับคู่หมั้นมากขึ้น ดังนั้นจึงคิดว่าให้น้ำตาลไปเป็นเลขาของลูกชายจะดีกว่าเมื่อได้ยินอย่างนั้น พายุก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับความพยายามของคนเป็นพ่อที่จะให้เขาได้สนิทกับคู่หมั้นที่เขาไม่ได้ต้องการ ก่อนที่เรียวปากหยักได้รูปจะเอ
คอนโดพายุรถหรูของพายุเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในลานจอดรถขนาดใหญ่ของคอนโดหรูใจกลางเมือง โดยระหว่างทางก่อนมาถึงคอนโด ทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกัน ต่างคนต่างเงียบเพราะไม่รู้จะคุยอะไร เนื่องจากทั้งสองเพิ่งจะได้เห็นหน้ากันวันนี้ ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ต่างก็รู้จักชื่อของกันและกันเท่านั้น แต่เขากับเธอไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรเมื่อทั้งสองเข้ามาในคอนโดที่มีขนาดกว้างขวาง เจ้าของห้องที่มีใบหน้าอันหล่อเหลาก็หันบอกกับร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย"เธออยากนอนห้องเดียวกับฉัน หรือจะแยกกันนอน" เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจเธอ เพราะอยากรู้ว่าเธอจะตอบยังไง"ก็แยกกันนอนสิคะ" เธอตอบออกไปอย่างไม่ต้องคิด พลางนึกในใจว่าทำไมเขาต้องถามแบบนั้น"หึ ฉันคิดว่าเธออยากจะนอนกับฉันซะอีก" ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มเอ่ยออกไปพลางไล่สายตามองร่างเล็กสมส่วนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วคิดในใจว่าเธอตัวเล็กกว่าแอลลี่มาก แอลลี่สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบ ส่วนเธอน่าจะสูงไม่ถึงหนึ่งร้อยหกสิบด้วยซ้ำ"ทำไมคุณพายุถึงได้คิดแบบนั้นล่ะคะ" เธอเอ่ยถามออกไปเพราะรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของเขา และอีกอย่างสีหน้าที่เขาแสดงและน้ำเ







