LOGINช่วงบ่ายของวันถัดมา
ทะเลดูสดใสขึ้นกว่าสองวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด อาจเพราะเมื่อคืนเธอกินยาแก้ปวดแล้วหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ ประกอบกับร่างกายที่ยังปรับเวลาไม่ทัน ทำให้หญิงสาวหลับยาวแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอตื่นขึ้นมาอีกที อาการปวดหัวก็ไม่มีแล้ว สีหน้าซีดเซียวจากก่อนหน้านี้เองก็จางลงไปไม่น้อย แต่สิ่งที่แปลกที่สุดก็คือ วันนี้นิพนธ์ไม่ได้ขึ้นมาปลุกเธอเหมือนทุกครั้ง “ป้าดวง” “คะ คุณหนู” ทะเลเดินเข้ามาในครัว ก่อนหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้บาร์หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน ดวงตาคู่สวยยังดูงัวเงียเล็กน้อยจากการเพิ่งตื่นนอน “ป๋ามีงานด่วนเหรอคะ?” “ไม่นะคะ” หญิงวัยกลางคนตอบ พลางหยิบแก้วไวน์ไปเก็บเข้าช่องอย่างเป็นระเบียบ “ป้าเห็นคุณท่านออกไปที่สวนกับตาชาญตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ” “ถึงว่า...” ทะเลพึมพำเบา ๆ “วันนี้ไม่ขึ้นไปปลุกเลเลย” “คุณท่านคงอยากให้คุณหนูพักผ่อนน่ะค่ะ เมื่อวานเหนื่อยมาทั้งวัน” หญิงสาวพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “แล้วพี่ภาล่ะคะ?” “คุณภาบอกกับป้าว่ามีประชุมค่ะ” “อ๋อ... เหรอคะ” ทะเลตอบกลับสั้น ๆ ก่อนลุกลงจากเก้าอี้บาร์ “งั้นเลไปดูหนังที่ห้องนั่งเล่นดีกว่า” ห้องนั่งเล่นถูกตกแต่งอย่างหรูหราในโทนสีขาว ครีม และทองอ่อน พื้นหินอ่อนมันวาวสะท้อนแสงจากโคมไฟระย้าดีไซน์โมเดิร์นที่ห้อยตัวลงมาจากเพดานสูง โซฟาตัวยาวทรงโค้งสีครีมขนาดใหญ่ถูกจัดวางล้อมโต๊ะกลางหินอ่อนอย่างลงตัว ฝั่งตรงข้ามคือโทรทัศน์จอขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังลายหินอ่อน พร้อมชั้นวางของตกแต่งที่มีไฟซ่อนส่องสว่างอย่างสวยงาม ทะเลนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาตัวใหญ่เพียงลำพัง มือเล็กถือรีโมตโทรทัศน์เอาไว้ แต่ดวงตาคู่สวยกลับไม่ได้จดจ่อกับหนังที่กำลังเปิดอยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะสาหร่าย สาวใช้อีกคนของบ้าน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด “คุณหนูคะ...” “มีอะไรเหรอสาหร่าย?” ทะเลเอ่ยถาม พลางขยับตัวนั่งให้เรียบร้อยมากขึ้น ส่วนหญิงสาวอีกคนยังคงนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นหินอ่อน มือทั้งสองกุมกันแน่นจนเหงื่อเริ่มชื้น เธอดูเหมือนกำลังลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่ “เอ่อ คือว่า...” “พูดมาเถอะ” ทะเลลดเสียงโทรทัศน์ลง ก่อนหันไปมองอีกฝ่ายตรง ๆ อย่างตั้งใจฟัง “คือเพื่อนของหร่ายกำลังหางานอยู่น่ะค่ะ” สาหร่ายค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “มันบอกว่าอยากทำงานแม่บ้านแบบหร่ายบ้าง เลยอยากมาขอทำงานที่นี่ด้วย” “ก็มาสิ” ทะเลตอบกลับแทบจะทันที แต่สาหร่ายกลับยิ่งทำหน้าไม่สบายใจ “แต่คุณท่านเคยบอกไว้ว่า...จะไม่รับคนที่เป็นญาติหรือรู้จักกันมาก่อนเข้ามาทำงานค่ะ” “นั้นสิ!” ทะเลบ่นกับตัวเองเบาๆ จำได้ว่านิพนธ์ไม่อยากรับสาวใช้ที่เป็นญาติหรือคนรู้จักกัน เพราะไม่อยากให้คนอื่นมองว่าใช้เส้นสายเข้ามาทำงาน ไม่อยากให้เกิดความลำเอียงขึ้น เดี๋ยวจะมีปัญหากันในภายหลัง “งั้นเอาอย่างนี้นะ” ทะเลพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ให้เพื่อนเธอมาก่อนละกัน เดี๋ยวฉันจะเป็นด่านแรกในการสัมภาษณ์ ถ้าเพื่อนเธอโอเค ฉันจะช่วยพูดกับคุณป๋าให้” “ขอบคุณนะคะคุณหนู” สาหร่ายยกมือไหว้ เจ้านายสาว ทะเลเกือบจะยกมือไหว้ตอบรับแถมจะไม่ทัน “เดี๋ยวหร่ายจะพามันมาหาวันนี้เลยค่ะ” ทะเลพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปสนใจหนังที่กำลังฉายอยู่บนหน้าจออีกครั้ง มือเรียวหยิบรีโมตขึ้นมากดเพิ่มเสียง เพราะเนื้อเรื่องกำลังเดินมาถึงช่วงสำคัญพอดี แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งใจดูต่อ ครืด... ครืด... โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกตัวเล็กด้านหน้าก็สั่นแรง พร้อมเสียงเรียกเข้าที่ดังขึ้น จนแก้วน้ำบนโต๊ะกระทบกันเกิดเสียงเบา ๆ “เฮ้ย...” ทะเลสบถออกมาเบา ๆ ก่อนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ดวงตาคู่สวยยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ ขณะที่นิ้วยาวกดรับสายแทบจะทันที “ฮัลโหล?” (อยู่บ้านรึเปล่า?) เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากปลายสาย ทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย “พี่ภาเหรอ?” (ออกมาหาพี่หน่อย) น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนคำสั่งมากกว่าการขอร้อง จนทะเลต้องเอี้ยวตัวหันไปมองทางหน้าต่างที่เปิดม่านไว้ แต่กลับไม่เห็นรถของภาคินจอดอยู่หน้าบ้านเลย “มีอะไรก็เข้ามาคุยในบ้านสิ” (พี่อยู่ข้างบ้าน) “ข้างบ้าน?” เธอทวนอย่างงง ๆ (ออกมาเร็ว ๆ แล้วอย่าให้พ่อรู้นะ) “หืม... วุ่นวายจริง” ทะเลบ่นพึมพำอย่างหมั่นไส้ โทษฐานที่อีกฝ่ายโทรมาขัดจังหวะช่วงสนุกของหนังพอดี “รอแป๊บนึง” ไม่นานนัก ทะเลในชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อสายเดี่ยวสีขาวเข้ารูปกับกางเกงขาสั้นสีดำ ผมยาวสีดำถูกมัดลวก ๆ เอาไว้ด้านหลัง เผยให้เห็นต้นคอขาวเนียนสะอาดตา เธอแอบเดินออกทางประตูห้องครัว ก่อนลัดเลาะไปทางด้านหลังของเรือนคนใช้ เสียงรองเท้าแตะกระทบพื้นเบา ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของช่วงบ่าย เมื่อมาถึงประตูเล็กด้านข้าง เธอก็ค่อย ๆ ผลักมันออก แล้วชะโงกหน้าออกไปมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเห็นรถบีเอ็มดับเบิลยูสีดำคันหรูของภาคินจอดอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น กระจกรถสีเข้มสนิทแทบมองไม่เห็นด้านใน “เลเร็ว!!” เขาลดกระจกเรียกเธอจากที่นั่งเบาะหลัง ยิ่งทำให้ทะเลขมวดคิ้วหนักด้วยความสงสัย หรือจะใช้ให้เธอมาช่วยหาของ?? ปึง!!! เสียงประตูรถปิดลงเบา ๆ ทันทีที่ทะเลก้าวเข้ามานั่งบนเบาะ กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ภายในรถผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ แถมเบาะที่นั่งอยู่ก็ถูกปรับเป็นพื้นราบ แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยถามว่ามีเรื่องอะไร มือใหญ่ของภาคินก็จับใบหน้าของเธอเอาไว้ ก่อนดึงเข้าไปรับจูบของเขาอย่างรวดเร็ว “อื้อ...!” ทะเลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กรีบดันไหล่ของเขาเอาไว้ แต่ภาคินกลับจูบซ้ำลงมาอีกครั้งช้า ๆ หนักแน่นกว่าเดิม ราวกับกำลังระบายความคิดถึงที่อัดแน่นอยู่ในใจออกมาทั้งหมด ปลายจมูกของเขาเสียดสีกับแก้มนุ่มเบา ๆ ลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกันอยู่ในพื้นที่แคบภายในรถ กว่าที่ภาคินจะยอมผละออก เขาก็ยังคงจ้องมองริมฝีปากสีชมพูของเธออยู่ใกล้ ๆ “พี่คิดถึงเธอชะมัด...” ภาคินพึมพำเสียงแหบพร่า ปลายนิ้วโป้งค่อย ๆ เกลี่ยมุมปากของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ขณะสายตาคมเข้มจับจ้องเธอไม่วาง นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความต้องการที่ปิดไม่มิด ก่อนที่ภาคินจะโน้มตัวเข้ามาอีกครั้ง แล้วจูบเธอซ้ำอย่างรวดเร็วและร้อนแรงกว่าเดิม มือใหญ่เลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยของทะเลเอาไว้ ขณะที่หญิงสาวเผลอลูบหน้าอกแกร่งของเขาด้วยความหลงใหล เคลิ้มไปกับจูบที่ดูดเดือดที่กำลังมอบให้เธอ ลิ้นหนาเกี่ยวตวัดหยอกล้อกับอวัยะเดียวกัน มือหนาเริ่มสอดเข้ามาให้ชายเสื้อกล้ามของเธอ ปลายนิ้วร้อนของภาคินแตะผ่านช่วงเอวของเธอเพียงแผ่วเบา ก็ทำให้ทะเลสะดุ้งเล็กน้อย ร่างบางเผลอเกร็ง ก่อนแอ่นตัวเข้าหาเขาโดยไม่รู้ตัว “พี่ภา...” เสียงเรียกแหบพร่าหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอ เมื่อทั้งสองผละจูบออกจากกันชั่วครู่ หน้าผากของภาคินยังคงแนบชิดกับเธอ ลมหายใจร้อนจัดปะทะกันไปมาอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ โน้มศีรษะลงไปซุกที่ลำคอระหงของหญิงสาว ปลายจมูกโด่งสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผิวเนียนละเอียดของเธอ ราวกับกำลังเสพติดมันอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ “อื้ออออ” ริมฝีปากหนากดจูบแผ่วเบาลงบนต้นคอ ก่อนเม้มช้า ๆ อย่างอ้อยอิ่ง แล้วค่อยลากต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนทะเลเผลอสะดุ้งเล็กน้อย ลมหายใจเริ่มสั่นไหว ขณะที่หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ เขาเหลือบตามองเธอเล็กน้อย ยิ่งเห็นทะเลหลับตาเชิดหน้าร้องคราง ความอดทนของเขาก็ยิ่งหมดลง ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ราวกับมีแผนในหัว และเสี้ยววินาทีนั้นก็ทำให้ทะเลพลันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “อ่าส์พี่ภา” น้ำเสียงของเธอแฝงดุเล็กน้อย เมื่อเขาแกล้งตวัดปลายลิ้นโดนยอดประทุมถันสีหวานของเธอ และดูดดึงผ่านเนื้อผ้าเบาแรงสลับกัน “โนบรามาหาพี่แบบนี้ ต้องโดนสักสองสามน้ำแล้วมั้ง” มือหนาล้วงเข้าไปยังด้านในของเสื้อกล้ามรัดตัว ทันทีที่สัมผัสโดนเนินเนื้ออวบอิ่ม เขาก็บีบขยำด้วยแรงที่อ่อยอิ่งสลับกัน “อ่าส์ พี่ภา!! อื้อออออออ” ทะเลแอ่นหน้าอกเข้าหาเขาอย่างลืมตัว แล้วดึงเขาเข้ามาจูบแลกลิ้นอีกครั้งอย่างดูดเดือด ในขณะที่มือหนาทั้งบีบ ทั้งขยำ และเขี่ยสะกิดปลายยอดอกสีธรรมชาติของเธอ ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มซุกซน ลูบไล้ต้นขาขาวเนียนอย่างช้าๆ เนินเนื้ออวบไร้ขนน่าสัมผัส ก้านนิ้วยาวจงใจกรีดลงใจกลางสาว ความฉ่ำเยิ้มนั้น ทำให้เขาพอใจเป็นอย่างมาก “น้ำเยอะแฉะไปหมดเลยนะ” ใบหน้าหล่อเหลาเจ้าเล่ห์ยิ้มออกมา พร้อมกับมือข้างนั้นที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำหล่อลื่นสีใส “แล้วพี่ชอบไหม?” เธอเอ่ยถามพร้อมกัดปากอย่างยั่วยวน ในขณะที่มือนุ่มๆ เริ่มเลื่อนไปสัมผัสสิ่งที่กำลังตื่นตัวในกางเกงสแล็กราคาแพงของเขา “อ่าส์ ทะเล” เขาเชิดหน้าคำราม “ลูบแบบนี้พี่ก็แตกสิวะ”เสียงดนตรีภายในห้องบอลรูมค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะ ก่อนแสงไฟบนเวทีจะหรี่ลง จอ LED ขนาดใหญ่ด้านหลังเวทีพลันสว่างขึ้น พร้อมตัวอักษรสีทองปรากฏบนพื้นหลังสีดำสนิท PONGWARIN 25th ANNIVERSARY 25 YEARS OF EXCELLENCE ภาพความทรงจำตลอดระยะเวลา 25 ปีค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนจอ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ Velvet Skin ผลิตภัณฑ์รุ่นแรก รางวัลและความสำเร็จต่าง ๆ ไล่เรียงมาจนถึงภาพขององค์กรในปัจจุบัน ก่อนภาพจะเปลี่ยนเป็นโลโก้ VELVET SKIN และ OCEAN GROUP ที่ปรากฏเคียงคู่กัน เสียงบรรยายดังขึ้นอย่างนุ่มนวล “ยี่สิบห้าปีแห่งความมุ่งมั่น…ยี่สิบห้าปีแห่งการเติบโต และยี่สิบห้าปีแห่งความภาคภูมิใจของพงศ์วารินทร์” ภาพสุดท้ายหยุดลงที่โลโก้ PG พร้อมภาพสมาชิกครอบครัวพงศ์วารินทร์ในอดีต ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นภาพปัจจุบัน เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งห้อง พิธีกรหญิงก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมรอยยิ้ม “และตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา บุคคลสำคัญผู้เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพงศ์วารินทร์ กรุ๊ป…” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ขณะที่แสงสปอตไลต์ค่อย ๆ สาดไปยังชายวัยกลางคนบริเวณที่นั่งด้านหน้า “ขอเรียนเชิญ คุณนิพนธ์ พงศ์วารินท
ช่วงเช้าของวันใหม่ ข่าวของทะเลและภาคินยังคงแพร่กระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง หากแต่ทั้งสองคนกลับไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะมีทีมกฎหมายและทีมไอทีคอยจัดการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ภายในห้องแต่งตัว นิพนธ์กำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ พลางจัดเนกไทให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุม “งานเริ่มหกโมงเย็น” เขาพูดขึ้นเสียงเรียบ ขณะตรวจความเรียบร้อยของตัวเองผ่านเงาสะท้อนในกระจก “แต่พวกเธอสองคนต้องไปถึงก่อน เข้าใจไหม?” “แต่คุณท่านคะ…” สาหร่ายเดินเข้ามาพร้อมเสื้อสูทตัวนอก ก่อนจะชะงักเล็กน้อย “ให้หร่ายกับชาไปด้วยจะดีเหรอคะ?” “แล้วจะอยู่บ้านทำอะไร?” นิพนธ์หันกลับมามอง ก่อนเลิกคิ้วเล็กน้อย รับเสื้อสูทจากมือของเธอ แล้วเอื้อมไปจัดปกเสื้อให้เข้าที่ “ไปช่วยงานที่นั่นแหละ อย่างน้อยก็อยู่เป็นเพื่อนทะเลด้วย” “เปล่าหรอกค่ะ…” สาหร่ายยิ้มหวาน ก่อนเอ่ยเสียงออดอ้อน “ที่หร่ายค้านเพราะหร่ายกับชาไม่มีชุดสวย ๆ ที่เหมาะกับงานต่างหากค่ะ” นิพนธ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ จริงด้วย เขาเกือบลืมไปว่าสองคนนี้เป็นสาวใช้ จะไปมีชุดราตรีสวย ๆ สำหรับออกงานใหญ่ได้อย่างไร “งั้นก็ไปที่ห้องเ
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ห้าทุ่มกว่า ฤทธิ์ชัยยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ภายในห้องนั่งเล่น ในมือของชายวัยกลางคนถือแก้วไวน์สีแดงเข้ม ค่อย ๆ แกว่งมันไปมาอย่างไร้จุดหมาย ใบหน้าเคร่งเครียด หัวคิ้วขมวดแน่นไม่คลาย สายตาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังเป็นระยะ ราวกับกำลังรอใครบางคน แกร๊ก…เสียงประตูบ้านเปิดออก “เอ้า…” ไวท์เดินเข้ามาพร้อมสีหน้าอ่อนล้า เสื้อผ้ายังคงเป็นชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน เพียงแต่ยับยู่ยี่จนดูออกว่าเจ้าตัวไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน “ยังไม่นอนอีกเหรอพ่อ?” ฤทธิ์ชัยเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่เย็นเยียบ “ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก” เขาชี้ไปยังโซฟาฝั่งตรงข้าม “นั่งลง” “เฮ้อ…” ไวท์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนทิ้งตัวลงนั่ง “อะไรอีกล่ะพ่อ พรุ่งนี้ค่อยคุยไม่ได้เหรอ ผมเหนื่อย” “มึงไปทำเรื่องอะไรมา” “เรื่องอะไร?” “ไอ้ไวท์!” ฤทธิ์ชัยตวาดเสียงลั่น “อย่ามาทำเป็นไม่รู้ กูถามว่ามึงไปทำอะไรมา!” “ก็บอกแล้วไง…ไปดื่มกับเพื่อน เมาจนกลับไม่ไหว ก็เลยนอนห้องมัน” “แล้วมึงไปทำอะไร…นอกจากนั้น!” ปัง! แก้วไวน์ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะจนของเหลวกระเพื่อม “มึงรู้ไหม…วันนี้กูต้องเจออะไรบ้าง!”
หกโมงเย็นของวัน หลังเลิกงาน ภาคินแยกตัวจากทะเล โดยอ้างว่าจะไปทำธุระกับสิงห์ เพื่อนสนิทที่เป็นนายตำรวจ ส่วนทะเลก็ออกไปพร้อมกับเกวลิน โดยไม่เอะใจแม้แต่น้อย ไม่นานนัก รถยนต์สีดำคันหรูก็แล่นมาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านพักของฤทธิ์ชัย บรรยากาศยามเย็นเงียบสงบ ตัดกับสีหน้าของชายทั้งสองที่เคร่งเครียดผิดปกติ ภาคินเอนตัวพิงเบาะ หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนออกช้า ๆ ราวกับกำลังสะกดอารมณ์ของตัวเอง “กูว่า…” สิงห์เอ่ยทำลายความเงียบ พลางมองบ้านหลังใหญ่เบื้องหน้า “ต่อให้มึงมีหลักฐาน ไอ้ไวท์มันก็ไม่ยอมรับหรอก” เขาหันมามองเพื่อนด้วยแววตาเป็นห่วง “กลับกันเถอะวะ กูว่ามันไม่คุ้ม ถ้ามันยอมรับง่าย ๆ ป่านนี้คงไม่กล้าปล่อยคลิปตั้งแต่แรกหรอก” ภาคินยังคงนิ่ง สายตาคมจับจ้องไปยังประตูรั้วของบ้าน ก่อนกำหมัดแน่นอยู่บนหน้าตัก “กูไม่ได้มาเพื่อให้มันยอมรับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ก่อนเปิดประตูรถลงไป “กูมาเพื่อให้มันรับผิดชอบกับสิ่งที่มันทำ” ว่าจบ ภาคินก็ผลักประตูรถลงไปทันที สิงห์รีบเปิดประตูตามลงไป พลางเร่งฝีเท้าไล่หลังเพื่อน ก่อนจะเห็นภาคินยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านของฤทธิ์ชัย
“อะ ๆ” นิพนธ์ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ก่อนวางไอแพดไว้ข้างตัว แล้วคลี่ผ้าเช็ดปูตักออกอย่างเป็นระเบียบ จังหวะเดียวกับที่น้ำชายกชามข้าวต้มมาวางตรงหน้า ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนหันไปพูดกับลูกทั้งสอง “วันนี้พ่อมีนัดกับคุณเอกที่ห้องวิจัย ส่วนคุณสายจะเอาชุดเข้ามาให้ลอง” “ตอนไหนครับพ่อ?” ภาคินเงยหน้าถาม “วันนี้ผมกับเลมีประชุมกับฝ่ายการตลาดที่โอเชี่ยน กรุ๊ปเหมือนกัน” “งั้นเดี๋ยวพ่อให้คุณสายเอาชุดไปที่โอเชี่ยน กรุ๊ปก็แล้วกัน ยังไงพ่อก็ต้องแวะไปดูสถานที่จัดงานอยู่แล้ว” ภาคินกับทะเลพยักหน้ารับพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสามจะหันกลับมาตั้งใจรับประทานอาหารเช้าต่ออย่างเงียบ ๆ ทว่า…ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น ทำให้สายตาของนิพนธ์และทะเลหันไปมองพร้อมกัน ขณะที่ภาคินรีบเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงครู่เดียว ก่อนกดปิดเสียง แล้วเงยหน้ามองทั้งสองคน “ผมขอตัวสักครู่นะครับ” พูดจบ ภาคินก็ลุกจากโต๊ะอาหาร ก่อนเดินออกมาทางโซนห้องครัว เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสาวใช้หรือคนของบ้านอยู่แถวนั้น ก่อนก้านนิ้วยาวจะเลื่อนรับสาย “ว่ายังไงคุ
บ้านพงศ์วารินทร์ “เหนื่อยไหมคะ คุณท่าน” น้ำเสียงหวานของน้ำชาดังขึ้น พร้อมสองมือที่ค่อย ๆ บรรจงนวดคลึงไหล่กว้างของชายวัยกลางคนอย่างแผ่วเบา “อือ…” นิพนธ์ครางรับในลำคอ หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความเมื่อยล้าจากทั้งวันค่อย ๆ คลายลงท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ กระทั่งสัมผัสที่หัวไหล่หายไป เขาจึงลืมตาขึ้น ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวเลื่อนตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า “จะทำอะไร” นิพนธ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ น้ำชาเพียงเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมส่งรอยยิ้มหวาน ก่อนค่อย ๆ วางมือทั้งสองลงบนหน้าขาของเขา ลูบผ่านเนื้อผ้าอย่างแผ่วเบา “ชาก็แค่อยากช่วยนวดให้คุณท่านค่ะ” เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย พลางยิ้มอ่อน “จะได้รู้สึกสบายตัว…หายเหนื่อยไงคะ” “หึ!” นิพนธ์หัวเราะในลำคอเบาๆ พลางเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเธออย่างเอ็นดู “เธอรู้ตัวไหม? ว่าเธอร่านขนาดไหน?” “คุณท่านเองก็ชอบไม่ใช่เหรอคะ?” เธอถามกลับตาใส พลางสองมือลูบไล้เลยๆ จนไปสัมผัสเข้ากับของต้องห้ามที่มันกำลังหลับใหลอยู่ภายใต้กางเกงนอนราคาแพงนั้น “ไม่อย่างนั้น~ คุณท่านคงไม่เรียกให้ชาขึ้นมานวดทุกคืน” นิพนธ์ยกยิ้มขึ้นมุมปาก ก่อนจะสูดปากร้องครางออกม
ทะเลถูกภาคินพาเดินออกจากห้องท่านประธาน มายังอีกฝั่งของชั้นเก้า ซึ่งอยู่ในระนาบเดียวกันกับห้องของนิพนธ์ ระหว่างสองห้องนั้น มีห้องประชุมบอร์ดบริหารระดับสูงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง ราวกับถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมการทำงานของคนทั้งสองเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบทันทีที่เข้ามาถึงหน้าห้องทำงานของรองประธาน ภาคินก็ใช
ทะเลมองพื้นบริเวณหน้าโซฟาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำใสด้วยสายตารู้สึกผิด แก้มยังแดงระเรื่อไม่หาย เธอแทบไม่กล้าเงยหน้าสบตาแม่บ้านที่กำลังก้มเช็ดทำความสะอาดอยู่ตรงหน้า ต่างจากคนต้นเรื่องที่ตอนนี้กลับนั่งเอนหลังอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายอารมณ์ แถมยังยกยิ้มมุมปากเหมือนผู้ชนะอย่างเห็นได้ชัด “เล... ขอโทษนะคะ
“เฮ้ย!!” ทะเลสะดุ้งสุดตัว รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดใบหน้าส่วนล่างเอาไว้แทบจะทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและเขินอาย เพราะจู่ ๆ นิพนธ์ก็มานั่งอยู่ข้างเตียงตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ชายวัยกลางคนกำลังมองเธอด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ทั้งอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเอ็นดู“ป๋า... เลตกใจหมดเลย” เสียงหวานอู้อี้ลอดผ
นั่งพูดคุยกันได้ไม่นาน พนักงานก็เริ่มทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟทีละจาน กลิ่นหอมของสเต๊ก เนื้อย่าง และไวน์ชั้นดีลอยคลุ้งไปทั่วโต๊ะ แสงไฟสีส้มอ่อนภายในร้านสะท้อนลงบนแก้วคริสตัลและช้อนส้อมสีเงินจนดูหรูหรายิ่งขึ้น“ทะเลทานอันนี้สิ” นิพนธ์พูดขึ้น พลางเลื่อนจานสลัดกุ้งตัวใหญ่ไปไว้ตรงหน้าเธอ ก่อนหยิบช้อนกลางตักอ







