LOGINกางเกงขาสั้นสีดำของเธอถูกดึงลงไปอยู่ที่ปลายเท้า เสื้อกล้ามรัดรูปถูกถลกขึ้นไปกองอยู่ที่ลำคอ เสียงครางเบาๆ เล็ดลอดออกมาทุกครั้งที่ปากหนาสีธรรมชาติของเขาดูดดึงยอดหน้าอก และตวัดเลียอย่างหื่นกระหาย
“อื้ออออออ พี่ภา” ทะเลเชิดหน้าขึ้น หายใจสะดุดเป็นช่วง ๆ มือทั้งสองจิกลงบนแขนแกร่งของภาคินแน่น จนเล็บสีอ่อนฝังลงบนผิวที่ชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ ใบหน้าสวยเหยเกอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาคู่หวานปรือสั่น ขณะที่เธอพยายามกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้เพื่อกลั้นเสียงครางที่แทบจะหลุดออกมา ลมหายใจร้อนของคนทั้งคู่ปะปนกันอยู่ภายในรถที่คับแคบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและร้อนรุ่ม จนแม้แต่ภาคินเองก็เริ่มควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ “แน่นฉิบหายเลย” เขาเองก็ไม่ต่างกัน สีหน้าทรมานนั้นแทบจะขาดใจ แค่หัวยักเข้าไปในช่องคับแคบได้ ก็แทบจะระเบิดน้ำออกมา ของเธอมันแน่นและตอดรัดไปหมด ปึก!! “พี่ภา....อื้ออออออ” ภาคินโน้มตัวจูบทะเลด้วยจังหวะที่แสนหวาน ปลอบประโลมเธอให้หายเจ็บ จากการที่เมื่อกี้เขาตัดสินใจกระแทกท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปด้านช่องทางรักของเธอ เสียงขาดเบาๆ ด้านใน ทำให้ชายหนุ่มมากประสบการณ์รู้ได้อย่างทันทีว่าเขาได้พรากสิ่งนั้นมาจากเธอได้เป็นคนแรกและนั้นก็ทำให้ครั้งแรกของเธอมันเจ็บมากกว่าอื่นได้ “ช้าๆนะพี่ภา” “เอ่อๆ แค่นี้ก็จะแตกแล้วเนี่ย” เขาสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆขยับเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ หลังจากที่กดแช่ตัวตนอยู่พักนึง ทุกจังหวะที่ท่อนเอ็นใหญ่กระแทกโดนพนัง เสียงร้องครางใสของทะเลก็ดังมากขึ้น “อะ อะ พี่ภา เอาออกไปก่อน!!!” ทะเลดันอกแกร่งของเขาเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าภายในตอดรัดอย่างรุนแรง และร่างกายเกร็งกระตุกจนถึงที่สุด ก่อนปลดปล่อยความสุขออกมาอย่างเหลือล้นจนเขาแทบจะถอดถอนตัวตนออกไม่ทัน “ฉี่แตกเลยเหรอ... หืม?” น้ำเสียงติดแซวของภาคินยิ่งทำให้ใบหน้าของทะเลร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย ก่อนกระชากเขาเข้ามาจูบอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ ริมฝีปากนุ่มบดเบียดกับเขาราวกับต้องการปิดคำพูดน่าหมั่นไส้นั้นให้หมด มือใหญ่เลื่อนขึ้นลูบแผ่นหลังของหญิงสาวช้า ๆ ขณะทะเลขยับตัวขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักของเขา ท่ามกลางพื้นที่คับแคบภายในรถ ลมหายใจของทั้งคู่ร้อนระอุจนกระจกเริ่มขึ้นฝ้า “อ่าส์!!!! ทะเล” ภาคินร้องคำรามออกมาอย่างชอบใจ สองมือจับที่เอวบางของเธอช่วยประคองเอาไว้ ในขณะที่นัยน์ตาคมจ้องมองและสูดปากเป็นระยะด้วยความเสียว เพราะเธอกำลังทำให้เขาคลั่งแทบจะตาย “อื้ออออออ แน่นจัง” เธอค่อยๆ กดตัวลงมาอย่างช้าๆ ให้ร่องสวาทค่อยๆกลืนกินเจ้าท่อนเอ็นสีธรรมชาติที่หลายล้อมไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดนูน มันใหญ่และขยายตัวขึ้นจนทำให้ด้านในของเธอมันแน่นและอึดอัดไปหมด “อะ อะ อะ อื้อ......” “โอ้!!! โคตรเสียวเลยทะเล” ภาคินร้องครางออกมาอย่างชอบใจ มือหนาทั้งสองกอบกุมหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่พอดีตัวของเธอ ทุกครั้งที่เขาบีบ เนื้อนุ่มๆก็ปลิ้นออกมาตามง้ามมือหนา ปลายนิ้วสากทั้งเขี่ย ทั้งบดขยี้ยอดหัวจนมันแข็งขึ้นเป็นไต ในขณะที่ทะเลกำลังสนุกกับการได้เป็นฝ่ายคุมเกม เธอขย่มเป็นจังหวะขึ้นลงอย่างช้าๆ และแอบแกล้งเขาด้วยการหมุนควงไปมา สร้างความเสียวซ่านให้ทั้งตัวเองและเขาเป็นอย่างมาก จนได้ยินเสียงอันหน้าพึงพอใจ “อ่าส์ ทะเล....เธอแม่งยั่วเก่งฉิบหาย” ภาคินแอบกระแทกสวนขึ้นมาอย่างเน้นๆ ใบหน้าหล่อยกยิ้มด้วยความพอใจ เมื่อเห็นคนสวยใบหน้าเหยเกเพราะความจุก ครั้งแรกของเธอมันทั้งเจ็บ เสียวและตื่นเต้นแบบสุดๆ อีกใจก็กลัวคนมาเห็น แต่อีกใจก็ตื่นเต้นอย่างมาก รถ BMW สีดำที่จอดอยู่ข้างบ้าน สั่นสะเทือนเป็นระยะ ราวกับมีใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในนั้นเป็นเวลานาน แม้บริเวณด้านหลังจะไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็น โดยเฉพาะรอบบ้านที่ทุกมุมถูกติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้แทบทั้งหมด และตอนนี้ ภายในห้องควบคุมของระบบรักษาความปลอดภัย พนักงานสามคนก็กำลังเหลือบมองภาพจากจอด้วยสีหน้าแปลก ๆไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาตรง ๆ แต่จากสายตาและรอยยิ้มมุมปากของแต่ละคน ก็ดูเหมือนว่าจินตนาการของพวกเขาจะแล่นไปไกลเกินกว่าภาพรถที่สั่นไหวอยู่บนหน้าจอเรียบร้อยแล้ว “คุณหนูคะ” เสียงของสาหร่าย ทำให้ทะเลที่เดินก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่ต้องสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองอีกฝ่ายพร้อมกับหัวคิ้วที่ชนกันเป็นเชิงตั้งคำถาม “นี่เพื่อนหร่ายเองค่ะ” เธอดันหลังของเพื่อนสาวตัวเล็กให้เดินขึ้นมาข้างหน้า “ชื่อน้ำชา” “สวัสดีค่ะ” หญิงสาวร่างเล็ก ผมสั้นประบ่า ใบหน้าจิ้มลิ้มแบบสาวหมวย ยกมือไหว้ทะเลอย่างมีมารยาท ท่าทางดูเรียบร้อยและอ่อนน้อม หากแต่ดวงตากลมใสคู่นั้นกลับแฝงความทะนงและความผยองเอาไว้ “อื้อ” ทะเลครางรับเบาๆ ก่อนหันไปหาสาหร่าย “เดี๋ยวพาเพื่อนไปนั่งรอที่ห้องรับแขกนะ” “ได้ค่ะ” ทันที่สาหร่ายรับคำ ทะเลก็เดินเบี่ยงไปอีกทาง มุ่งหน้าไปยังสวน เพราะต้องไปบอกเรื่องนี้ให้กับประมุขของบ้านได้รับรู้เสียก่อน “โอ้โห...” ทะเลอุทานออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่าสวนอังกฤษแสนสวยถูกคนงานรื้อออกหมด ตอนนี้เหลือเพียงกองดินกับอุปกรณ์ทำสวนวางกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น นิพนธ์ที่ปกติมักดูสมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้กลับมีคราบดินเปื้อนอยู่ตามแขนเสื้อและกางเกง แม้แต่รองเท้าหนังราคาแพงก็ยังเลอะโคลนจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ “ทำอะไรกันคะเนี่ย?” ทะเลถามพลางมองภาพตรงหน้าอย่างแปลกใจ เขาดูจริงจังกับมันมากเสียจนเธออดสงสัยไม่ได้ ว่าหรือจริง ๆ แล้วเธอแค่ไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขามาก่อน ที่ผ่านมา นิพนธ์มักเป็นคนออกคำสั่ง คอยควบคุมและจัดการทุกอย่างอยู่ห่าง ๆ มากกว่า แต่ครั้งนี้เขากลับลงมือคลุกดินอยู่กับคนงานเองอย่างไม่ถือเนื้อถือตัว “ทะเลมาพอดีเลย” นิพนธ์เดินเข้ามาหา ก่อนโอบเอวบางของลูกสาวเอาไว้แน่น แล้วดันเบา ๆ ให้เธอเดินเคียงข้างไปด้วยกัน “ป๋ากำลังจะจัดสวนใหม่... เลว่าควรปลูกอะไรดี” “อื้อ...” ทะเลครางเบา ๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนเงยหน้าสบตากับเขา แต่สายตาคมของนิพนธ์กลับไม่ได้มองมาที่ดวงตาของเธอ หากแต่หยุดอยู่ตรงช่วงอกภายใต้เสื้อสายเดี่ยวบางเบาแทน “ดอกไม้ก็ได้นะคะ จะได้เอาไปจัดแจกันในบ้านด้วย” นิพนธ์รีบยกยิ้มแล้วเลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตาเธอทันที ก่อนหันไปสั่งงานชาญกับลูกน้องคนอื่น ๆ ที่กำลังช่วยกันปรับหน้าดินต่อ เมื่อครู่ เขาเกือบเผลอหลุดอารมณ์ออกมาอีกแล้ว ไม่ใช่เพราะรูปร่างเย้ายวนของทะเลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นรอยจาง ๆ บริเวณเหนืออกของเธอต่างหาก ที่ดูคล้ายคราบจากจูบของใครบางคน และมันทำให้สีหน้าเรียบนิ่งของเขาเย็นลงอย่างช้า ๆ “เอ่อ... ป๋าคะ” ทะเลเอ่ยขึ้นเบา ๆ ระหว่างเดินเคียงข้างเขา ดวงตาคู่สวยเหลือบมองสีหน้าของนิพนธ์เล็กน้อย “พอดีว่า... เพื่อนของสาหร่ายอยากมาทำงานที่บ้านเราค่ะ” “แล้วลูกว่ายังไง?” นิพนธ์ถามกลับทันที น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาคมกลับจับจ้องเธออย่างอ่านความคิด เพราะจากท่าทีของทะเล เขาดูออกว่าเธอไม่ได้เต็มใจนัก “เลว่า...” หญิงสาวเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนตอบตามตรง “ไม่น่าค่อยไว้ใจเท่าไรค่ะ กลัวว่าจะเข้ามาสร้างปัญหาให้เรามากกว่า” “ไม่เป็นไร” เขาพูดเสียงนุ่ม พลางยกมือลูบผมนุ่มของเธอเบา ๆ“เดี๋ยวป๋าจัดการเอง” แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูปะปนกับความครอบครองบางอย่างที่ทะเลเองก็เริ่มชินชาไปแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ เสียงรถยนต์คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าสวนพอดี นิพนธ์หันไปมอง ก่อนรอยยิ้มตรงมุมปากจะชัดขึ้นเล็กน้อย “อ่า... ภามาพอดีเลย” ทะเลหันไปมองตามสายตาของนิพนธ์ ก่อนจะเห็นรถของภาคินแล่นเข้ามาจอดหน้าพวกเขา เธอเผลอถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ภายในใจจะยังเต้นระส่ำไม่หยุด ยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้านี้ ภาพที่เธอกับภาคินแอบไปพลอดรักกันอยู่ในรถคันนั้น ก็ยิ่งทำให้รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเปลี่ยนไปไหมหรือทุกอย่างจะยังเหมือนเดิม “หวัดดีพ่อ” ภาคินก้าวลงจากรถ ก่อนยกมือไหว้ผู้เป็นพ่ออย่างเคย แล้วสายตาคมก็เหลือบมองหญิงสาวที่ยังยืนอยู่ในอ้อมแขนของนิพนธ์ “มาช่วยพี่ยกของดิเล ยืนเป็นหมามองเจ้านายอยู่ได้” “อ่า! ปากแบบนี้ไง ใครอยากช่วย” ทะเลสวนกลับทันที แต่กลับแอบโล่งใจขึ้นมานิดหน่อยเมื่อเห็นว่าเขายังทำตัวเหมือนเดิม ยังชอบแขวะ ชอบยั่วประสาทเธอเหมือนทุกครั้ง ความกังวลก่อนหน้าจึงค่อย ๆ จางหายไป “มาเร็ว ๆ” ภาคินเร่ง พลางโน้มตัวมุดเข้าไปหยิบของจากเบาะหลังรถ “งั้นเดี๋ยวพ่อเข้าบ้านก่อนนะ” นิพนธ์เอ่ยขึ้น ทำให้ทะเลรีบหันกลับไปหาเขา “ป๋าอย่าลืมนะ เลให้เขาไปนั่งรอที่ห้องรับแขก” “ได้ ๆ เดี๋ยวป๋าจัดการเอง” นิพนธ์ยิ้มให้ลูกสาว ก่อนเดินกลับเข้าคฤหาสน์ไปช้า ๆ เขาไม่ได้โง่จนมองอะไรไม่ออก สายตา ท่าที หรือแม้แต่บรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างภาคินกับทะเล มันชัดเจนเกินกว่าจะเรียกว่าแค่พี่น้อง คนวัยเขาผ่านอะไรมาเยอะ จะดูไม่ออกได้ยังไง แต่ถึงอย่างนั้น นิพนธ์ก็พอเข้าใจได้อยู่บ้าง ทั้งสองไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน และทะเลเองก็อยู่ในวัยที่กำลังอยากรู้อยากลอง เพียงแต่ ในความคิดของเขา ถ้าจะมีใครเป็นคนสอนเธอเรื่องพวกนั้น คนคนนั้นก็ควรเป็นเขามากกว่าใครทั้งหมด“เรื่องนี้…ผมว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของบริษัทนะครับ” นิพนธ์เอ่ยแทรกขึ้น ท่ามกลางสายตาของผู้สื่อข่าวและแขกเหรื่อทั้งงานที่กำลังจับจ้องมาทางเขา “และตามหลักแล้ว ทะเลกับภาคินไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน การที่ผมอนุญาตให้ลูกทั้งสองคนคบหากัน ก็ไม่ได้มีอะไรผิดนี่ครับ” “จริงด้วย…” เสียงซุบซิบดังขึ้นจากกลุ่มนักข่าวทันทีที่สิ้นคำพูดของนิพนธ์ หลายคนเริ่มหันไปมองหน้ากันอย่างเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น “อีกอย่าง เมื่อไม่นานมานี้ ภาคินกับทะเลเพิ่งจะหมั้นหมายกันไป” นิพนธ์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทว่า…แววตากลับทอดมองตรงไปยังฤทธิ์ชัยและไวท์ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ราวกับจงใจให้ใครบางคนได้รับรู้ถึงความหมายของคำพูดนั้น “งั้นแสดงว่าคลิปที่กำลังว่อนอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต…” นักข่าวชายคนหนึ่งรีบเอ่ยถามขึ้น “ครับ” ภาคินรับคำ น้ำเสียงของเขายังคงหนักแน่นไร้ความลังเล “วันนั้นผมกับทะเลไปเลี้ยงฉลองกันที่คลับ และการที่ผมจะจูบว่าที่ภรรยานั้น มันผิดตรงไหนครับ?” นักข่าวแต่ละคนมีสีหน้าเจื่อนลงไปตาม ๆ กัน เมื่อไม่อาจโต้แย้งคำพูดของภาคินได้ เพราะสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นความจริง ทะเลกับภาคินไม่ได้มีสายเลือดเดีย
เสียงดนตรีภายในห้องบอลรูมค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะ ก่อนแสงไฟบนเวทีจะหรี่ลง จอ LED ขนาดใหญ่ด้านหลังเวทีพลันสว่างขึ้น พร้อมตัวอักษรสีทองปรากฏบนพื้นหลังสีดำสนิท PONGWARIN 25th ANNIVERSARY 25 YEARS OF EXCELLENCE ภาพความทรงจำตลอดระยะเวลา 25 ปีค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนจอ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ Velvet Skin ผลิตภัณฑ์รุ่นแรก รางวัลและความสำเร็จต่าง ๆ ไล่เรียงมาจนถึงภาพขององค์กรในปัจจุบัน ก่อนภาพจะเปลี่ยนเป็นโลโก้ VELVET SKIN และ OCEAN GROUP ที่ปรากฏเคียงคู่กัน เสียงบรรยายดังขึ้นอย่างนุ่มนวล “ยี่สิบห้าปีแห่งความมุ่งมั่น…ยี่สิบห้าปีแห่งการเติบโต และยี่สิบห้าปีแห่งความภาคภูมิใจของพงศ์วารินทร์” ภาพสุดท้ายหยุดลงที่โลโก้ PG พร้อมภาพสมาชิกครอบครัวพงศ์วารินทร์ในอดีต ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นภาพปัจจุบัน เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งห้อง พิธีกรหญิงก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมรอยยิ้ม “และตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา บุคคลสำคัญผู้เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพงศ์วารินทร์ กรุ๊ป…” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ขณะที่แสงสปอตไลต์ค่อย ๆ สาดไปยังชายวัยกลางคนบริเวณที่นั่งด้านหน้า “ขอเรียนเชิญ คุณนิพนธ์ พงศ์วารินท
ช่วงเช้าของวันใหม่ ข่าวของทะเลและภาคินยังคงแพร่กระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง หากแต่ทั้งสองคนกลับไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะมีทีมกฎหมายและทีมไอทีคอยจัดการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ภายในห้องแต่งตัว นิพนธ์กำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ พลางจัดเนกไทให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุม “งานเริ่มหกโมงเย็น” เขาพูดขึ้นเสียงเรียบ ขณะตรวจความเรียบร้อยของตัวเองผ่านเงาสะท้อนในกระจก “แต่พวกเธอสองคนต้องไปถึงก่อน เข้าใจไหม?” “แต่คุณท่านคะ…” สาหร่ายเดินเข้ามาพร้อมเสื้อสูทตัวนอก ก่อนจะชะงักเล็กน้อย “ให้หร่ายกับชาไปด้วยจะดีเหรอคะ?” “แล้วจะอยู่บ้านทำอะไร?” นิพนธ์หันกลับมามอง ก่อนเลิกคิ้วเล็กน้อย รับเสื้อสูทจากมือของเธอ แล้วเอื้อมไปจัดปกเสื้อให้เข้าที่ “ไปช่วยงานที่นั่นแหละ อย่างน้อยก็อยู่เป็นเพื่อนทะเลด้วย” “เปล่าหรอกค่ะ…” สาหร่ายยิ้มหวาน ก่อนเอ่ยเสียงออดอ้อน “ที่หร่ายค้านเพราะหร่ายกับชาไม่มีชุดสวย ๆ ที่เหมาะกับงานต่างหากค่ะ” นิพนธ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ จริงด้วย เขาเกือบลืมไปว่าสองคนนี้เป็นสาวใช้ จะไปมีชุดราตรีสวย ๆ สำหรับออกงานใหญ่ได้อย่างไร “งั้นก็ไปที่ห้องเ
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ห้าทุ่มกว่า ฤทธิ์ชัยยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ภายในห้องนั่งเล่น ในมือของชายวัยกลางคนถือแก้วไวน์สีแดงเข้ม ค่อย ๆ แกว่งมันไปมาอย่างไร้จุดหมาย ใบหน้าเคร่งเครียด หัวคิ้วขมวดแน่นไม่คลาย สายตาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังเป็นระยะ ราวกับกำลังรอใครบางคน แกร๊ก…เสียงประตูบ้านเปิดออก “เอ้า…” ไวท์เดินเข้ามาพร้อมสีหน้าอ่อนล้า เสื้อผ้ายังคงเป็นชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน เพียงแต่ยับยู่ยี่จนดูออกว่าเจ้าตัวไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน “ยังไม่นอนอีกเหรอพ่อ?” ฤทธิ์ชัยเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่เย็นเยียบ “ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก” เขาชี้ไปยังโซฟาฝั่งตรงข้าม “นั่งลง” “เฮ้อ…” ไวท์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนทิ้งตัวลงนั่ง “อะไรอีกล่ะพ่อ พรุ่งนี้ค่อยคุยไม่ได้เหรอ ผมเหนื่อย” “มึงไปทำเรื่องอะไรมา” “เรื่องอะไร?” “ไอ้ไวท์!” ฤทธิ์ชัยตวาดเสียงลั่น “อย่ามาทำเป็นไม่รู้ กูถามว่ามึงไปทำอะไรมา!” “ก็บอกแล้วไง…ไปดื่มกับเพื่อน เมาจนกลับไม่ไหว ก็เลยนอนห้องมัน” “แล้วมึงไปทำอะไร…นอกจากนั้น!” ปัง! แก้วไวน์ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะจนของเหลวกระเพื่อม “มึงรู้ไหม…วันนี้กูต้องเจออะไรบ้าง!”
หกโมงเย็นของวัน หลังเลิกงาน ภาคินแยกตัวจากทะเล โดยอ้างว่าจะไปทำธุระกับสิงห์ เพื่อนสนิทที่เป็นนายตำรวจ ส่วนทะเลก็ออกไปพร้อมกับเกวลิน โดยไม่เอะใจแม้แต่น้อย ไม่นานนัก รถยนต์สีดำคันหรูก็แล่นมาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านพักของฤทธิ์ชัย บรรยากาศยามเย็นเงียบสงบ ตัดกับสีหน้าของชายทั้งสองที่เคร่งเครียดผิดปกติ ภาคินเอนตัวพิงเบาะ หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนออกช้า ๆ ราวกับกำลังสะกดอารมณ์ของตัวเอง “กูว่า…” สิงห์เอ่ยทำลายความเงียบ พลางมองบ้านหลังใหญ่เบื้องหน้า “ต่อให้มึงมีหลักฐาน ไอ้ไวท์มันก็ไม่ยอมรับหรอก” เขาหันมามองเพื่อนด้วยแววตาเป็นห่วง “กลับกันเถอะวะ กูว่ามันไม่คุ้ม ถ้ามันยอมรับง่าย ๆ ป่านนี้คงไม่กล้าปล่อยคลิปตั้งแต่แรกหรอก” ภาคินยังคงนิ่ง สายตาคมจับจ้องไปยังประตูรั้วของบ้าน ก่อนกำหมัดแน่นอยู่บนหน้าตัก “กูไม่ได้มาเพื่อให้มันยอมรับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ก่อนเปิดประตูรถลงไป “กูมาเพื่อให้มันรับผิดชอบกับสิ่งที่มันทำ” ว่าจบ ภาคินก็ผลักประตูรถลงไปทันที สิงห์รีบเปิดประตูตามลงไป พลางเร่งฝีเท้าไล่หลังเพื่อน ก่อนจะเห็นภาคินยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านของฤทธิ์ชัย
“อะ ๆ” นิพนธ์ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ก่อนวางไอแพดไว้ข้างตัว แล้วคลี่ผ้าเช็ดปูตักออกอย่างเป็นระเบียบ จังหวะเดียวกับที่น้ำชายกชามข้าวต้มมาวางตรงหน้า ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนหันไปพูดกับลูกทั้งสอง “วันนี้พ่อมีนัดกับคุณเอกที่ห้องวิจัย ส่วนคุณสายจะเอาชุดเข้ามาให้ลอง” “ตอนไหนครับพ่อ?” ภาคินเงยหน้าถาม “วันนี้ผมกับเลมีประชุมกับฝ่ายการตลาดที่โอเชี่ยน กรุ๊ปเหมือนกัน” “งั้นเดี๋ยวพ่อให้คุณสายเอาชุดไปที่โอเชี่ยน กรุ๊ปก็แล้วกัน ยังไงพ่อก็ต้องแวะไปดูสถานที่จัดงานอยู่แล้ว” ภาคินกับทะเลพยักหน้ารับพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสามจะหันกลับมาตั้งใจรับประทานอาหารเช้าต่ออย่างเงียบ ๆ ทว่า…ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น ทำให้สายตาของนิพนธ์และทะเลหันไปมองพร้อมกัน ขณะที่ภาคินรีบเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงครู่เดียว ก่อนกดปิดเสียง แล้วเงยหน้ามองทั้งสองคน “ผมขอตัวสักครู่นะครับ” พูดจบ ภาคินก็ลุกจากโต๊ะอาหาร ก่อนเดินออกมาทางโซนห้องครัว เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสาวใช้หรือคนของบ้านอยู่แถวนั้น ก่อนก้านนิ้วยาวจะเลื่อนรับสาย “ว่ายังไงคุ
ทะเลถูกภาคินพาเดินออกจากห้องท่านประธาน มายังอีกฝั่งของชั้นเก้า ซึ่งอยู่ในระนาบเดียวกันกับห้องของนิพนธ์ ระหว่างสองห้องนั้น มีห้องประชุมบอร์ดบริหารระดับสูงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง ราวกับถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมการทำงานของคนทั้งสองเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบทันทีที่เข้ามาถึงหน้าห้องทำงานของรองประธาน ภาคินก็ใช
ทะเลมองพื้นบริเวณหน้าโซฟาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำใสด้วยสายตารู้สึกผิด แก้มยังแดงระเรื่อไม่หาย เธอแทบไม่กล้าเงยหน้าสบตาแม่บ้านที่กำลังก้มเช็ดทำความสะอาดอยู่ตรงหน้า ต่างจากคนต้นเรื่องที่ตอนนี้กลับนั่งเอนหลังอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายอารมณ์ แถมยังยกยิ้มมุมปากเหมือนผู้ชนะอย่างเห็นได้ชัด “เล... ขอโทษนะคะ
เช้าของวันใหม่ไม่ได้สดใสสำหรับทะเลเลยแม้แต่น้อย เธอนอนไม่หลับแทบทั้งคืน อาจเพราะเวลาระหว่างประเทศไทยกับอเมริกาต่างกันมากเกินไป จนร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน และตอนนี้อาการปวดตุบ ๆ บริเวณขมับก็เริ่มเล่นงานเธอหนักขึ้นเรื่อย ๆ“อะ!! ป๋า” หญิงสาวสะดุ้งร้องออกมาเบา ๆ มือเรียวกำผ้าขนหนูแน่น เมื่อเดินออกมาจาก
สนามบินในช่วงเที่ยงคืนเงียบงันกว่าทุกวัน มีเพียงเสียงล้อกระเป๋าลากครูดไปกับพื้น และเสียงประกาศเที่ยวบินที่ดังแว่วมาจากไกล ๆ ทันทีที่ธารารินทร์ หรือ ทะเล หญิงสาววัยยี่สิบสองปีก้าวลงจากเครื่อง เธอก็รีบร้อนตรงกลับบ้านทันที หลังได้รับโทรศัพท์ด่วนจากนิพนธ์ พ่อเลี้ยงของเธอ ว่าแม่แท้ ๆ ของเธอเสียชีวิตแล้ว







