Share

ทวงหนี้

last update Tanggal publikasi: 2026-06-20 22:38:01

นางโง่เองที่หลงเชื่อเสี่ยวหลันกับอาเหมย เพราะอีกสิบวันจะมีงานรื่นเริงในตัวเมือง นางอยากได้ชุดสวย ๆ ใส่ไปอวดกับสหายและทำตัวเหมือนเหล่าคุณหนูที่มาเที่ยวงาน เผื่อความสวยของนางจะไปถูกตาต้องใจเหล่าคุณชายตระกูลดี ๆ บ้าง

ยิ่งนึกทบทวนก็ยิ่งปวดหัว นี่เจ้าของร่างเดิมคิดจะทิ้งสามีถึงกับวางแผนชั่วร้ายขนาดนี้เชียวหรือ เมื่อวานนางถูกปล้นเอาเงินไปหมด เงินที่กู้ยืมมาก็อยู่ในถุง ตอนนี้นางไม่เหลืออะไรแล้ว

นางหันมองสองสหายที่หัวเราะเยาะเย้ยตนที่หน้าบ้านก็เข้าใจทุกอย่าง

"ท่านลุง ท่านป้า ข้ายังไม่มีเงินคืนท่านตอนนี้ ขอเวลาสี่ห้าวันให้ข้าเอาของป่าไปขายก่อนแล้วข้าจะทยอยคืนให้"

นางพูดชัดถ้อยชัดคำแววตามั่นใจจนเจ้าหนี้สองคนขมวดคิ้วมองหน้ากัน

ฉินมู่อิงคนเก่าไม่กล้าพูดขนาดนี้ นอกจากด่าสามีแล้ว นางก็ไม่มีความสามารถอะไรเลย อาเหยียนมองนางนิ่งนานราวกับกำลังประเมินเช่นเดียวกัน

"คนอย่างเจ้าเนี่ยนะจะไปค้าขาย อย่าคิดตุกติกกับข้า ข้ามีสัญญาที่เจ้าประทับลายนิ้วมือเองนะ"

ฝ่ายสามีเริ่มข่มขู่

"เช่นนั้นข้าขอดูได้หรือไม่"

อาเหยียนเอ่ยขึ้น

"เจ้าเกี่ยวอะไร ไอ้คนพเนจร!"

เขาตวาดลั่นบ้านพร้อมส่งสายตาเหยียดหยาม

"หยุดนะ! ข้าเป็นลูกหนี้ท่านเพราะความผิดพลาด แต่ไม่ใช่ขี้ข้าให้ท่านมาด่าเสีย ๆ หาย ๆ"

"อ้าวนังหนู จะมากเกินไปแล้วนะ"

เขาชี้หน้านางท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน สายตาที่ผู้อื่นมองนางล้วนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

"คนจนตรอก หมดหนทางก็ใช้ความหยาบคายด่าผู้มีพระคุณ"

เสี่ยวหลันเบ้ปาก

"ข้าไม่มีรายได้ข้าก็ไปหาของป่ามาขายใช้หนี้ มันเป็นวิธีเดียวที่ข้าทำได้ตอนนี้ ถ้าพวกท่านไม่เอาข้าก็ไม่มีปัญญาแล้ว อยากฟ้องทางการก็เชิญ ข้าก็จะฟ้องกลับว่าพวกท่านมันหน้าเลือด!"

"อย่ามาขู่ข้า!"

"ข้าไม่ได้ขู่ ข้าเสนอทางเลือก หากท่านไม่รับข้อเสนอนี้ก็ไม่มีทางอื่น"

อาเหยียนที่ยืนพิงประตูอยู่เพราะเริ่มเหนื่อยขยับกายเล็กน้อย เสียงทุ้มต่ำดังกังวานขึ้นตัดบท

 "ท่านลุง ภรรยาข้าพูดถูก หากท่านเอาเรื่องถึงทางการ ท่านอาจได้ไม่คุ้มเสีย แต่ถ้าท่านรอสี่วัน ข้ากับภรรยาของข้าจะไม่เบี้ยวหนี้ท่านแม้แต่อีแปะเดียว"

เจ้าหนี้ทั้งสองมองหน้ากันอย่างชั่งใจ สุดท้ายก็ยอมรับข้อเสนอ

 "ก็ได้ ให้สี่วัน หากข้าไม่ได้เงิน ข้าจะมารื้อบ้านเจ้าทิ้งซะ!"

เมื่อฝูงชนแยกย้าย รวมถึงเสี่ยวหลันกับอาเหมยที่เดินฟึดฟัดสะบัดหน้าหนีเพราะอดดูเรื่องตลก ความเงียบก็กลับมาปกคลุมกระท่อมหลังน้อยอีกครั้ง

ฉินมู่อิงถอนหายใจยาว พิงหลังกับรั้วไม้อย่างหมดแรง

 "ขอบคุณท่านนะที่ช่วยพูด"

อาเหยียนไม่ตอบ เขาเพียงมองดูสตรีตรงหน้าที่ดูแปลกตาไปจนน่าใจหาย 

"เจ้าไปเอาความกล้ามาจากไหน แล้วกู้เงินไปทำอะไร"

นางอึกอักไม่ได้ตอบคำถามบอกเพียงว่า

"ข้าต้องรับผิดชอบสิ่งที่ก่อขึ้น"

คำพูดนั้นทำให้อาเหยียนอึ้งไปครู่ใหญ่ หัวใจที่เคยด้านชาเพราะถูกทุบตีและดูหมิ่นกลับสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็น

 "เจ้าปวดหัวจนเลอะเลือนไปแล้วหรือ"

นางเอาฟืนกับตะกร้าไปเก็บพลางเอ่ยขึ้น

"เอาเถอะน่า ข้าไม่รบกวนท่านหรอก"

"ไม่ได้ ข้าจะช่วยเจ้าเอง"

นางชะงักเล็กน้อยก่อนยิ้มบางแล้วขนของออกจากตะกร้าโดยไม่ต่อปากต่อคำ

รุ่งเช้านางนำเห็ดหอมและโสมป่าที่เก็บได้แบ่งใส่ตะกร้าเดินทางเข้าเมือง ส่วนหัวมันนางทำอาหารไว้ให้อาเหยียนกิน วันนี้เขารับจ้างซ่อมบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ พอได้เงินมาช่วยใช้หนี้

ฉินมู่อิงขายของป่าหมดแต่นางไม่สามารถซื้อของกลับบ้านได้เพราะเงินก้อนแรกนำไปใช้หนี้ได้เพียงครึ่งหนึ่ง

"ท่านไม่น่าลำบากเลย ส่วนของท่านควรเก็บไว้รักษาตัว ข้าหาใช้หนี้เอง พอหมดหนี้ข้าจะได้ช่วยท่านหาเงินเข้าบ้านบ้าง"

นางเอ่ยขึ้นในคืนนั้น อาเหยียนนิ่งเงียบ อาการของเขารักษายาก ไม่รู้ต้องใช้เงินมากน้อยแค่ไหนถึงจะเพียงพอ

"ข้า...ไม่เป็นไร"

เขาตอบเพียงสั้น ๆ 

"ข้าจะพักผ่อนแล้ว"

นี่เป็นการไล่นางกลาย ๆ นางจึงเดินออกจากห้องเงียบ ๆ โดยไม่คิดอะไร รอเขาหลับสนิทก่อนนางถึงจะเข้ามาใหม่

อาเหยียนนอนมองเพดาน สายตาของเขาว่างเปล่านึกถึงเมื่อก่อนที่เคยร่างกายแข็งแรงกว่านี้

"หากไม่หาย ก็คงเป็นเช่นนี้ตลอดไป"

เขาเอ่ยกับตัวเองเพียงสั้น ๆ แล้วหลับตาลง คิดเพียงว่าปล่อยให้กาลเวลาค่อย ๆ ผ่านพ้นไปก็พอ

ฉินมู่อิงเทียวขึ้นเขาและหาของป่าไปขายทุกวันจนกระทั่งนางใช้หนี้จนหมดพร้อมดอกเบี้ยจนเจ้าหนี้แปลกใจ

"ปกติเด็กคนนี้ไม่ใช่อย่างนี้ อาเหวินเลี้ยงลูกสาวอย่างกับไข่ในหิน ไม่คิดว่าพอพ่อตายนางกลับแข็งแกร่งขึ้น"

"นั่นนะสิ ข้าก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกัน"

ทั้งคู่หารือกันถึงจะไม่เข้าใจในตัวนางแต่ก็ทำได้เพียงแค่สงสัยและได้เพียงเหตุผลว่านางขาดที่พึ่งจึงกลายเป็นคนกล้าหาญขึ้นมา

เช้าวันรุ่งขึ้นขณะที่ฉินมู่อิงกำลังแยกโสมป่าเอาไปขาย อีกส่วนหนึ่งจะเก็บไว้ทำยา พลันเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น

"พี่เหยียนอยู่หรือไม่"

ฉินมู่อิงเงยหน้าขึ้นพบเสี่ยวหลันยืนชูคออยู่ตรงหน้านาง เสื้อผ้าสีหวานเหมือนเพิ่งใส่ครั้งแรก ผมเผ้าเกล้าขึ้นเรียบร้อย นางแต่งหน้าอ่อน ๆ ดูสดใสเหมือนจงใจมาบ้านนี้โดยเฉพาะ

"เจ้าเข้ามาได้อย่างไร"

เสี่ยวหลันมองนางแล้วหันไปมองประตูหน้าบ้าน

"ข้าก็เปิดประตูเข้ามานะสิถามโง่ ๆ"

ฉินมู่อิงจำได้ว่าร่างเดิมเคยหลงเชื่อเสี่ยวหลันอยู่หลายเรื่อง ตั้งแต่ยุยงให้นางเกลียดอาเหยียนรวมถึงแนะนำให้ไปกู้เงินซื้อชุดสวย ๆ ไปหาสามีใหม่ เพื่อที่นางจะได้เข้าหาอาเหยียนได้สะดวก

นางมีแผนการแย่งสามีฉินมู่อิงมาตั้งแต่ต้นแล้ว

"มีธุระสำคัญหรือถึงได้มาตั้งแต่ไก่โห่"

"มู่อิง พูดกับข้าให้ดีหน่อย อย่าทำตัวเหมือนคนเนรคุณ"

ฉินมู่อิงยืนขึ้นกอดอกมองอดีตสหาย คนที่ผ่านโลกมาสามสิบปีอย่างนางเหตุใดจะอ่านใจเด็กสาววัยเพียงสิบเจ็ดปีไม่ออก

"ข้าต้องเนรคุณงูพิษด้วยเหรอ"

"มู่อิง!"

เสี่ยวหลันโกรธจนหน้าแดงจ้องหน้าฉินมู่อิง ความชิงชังฉายออกมาอย่างปิดไม่มิด

"มีอะไรกัน"

อาเหยียนเดินออกมาหยุดมองสตรีทั้งสองคน

"พี่เหยียน ข้า...ข้าเอาไก่อบมาฝากท่านเจ้าค่ะ เมื่อวานที่บ้านข้าฆ่าไก่จึงแบ่งมาให้ท่าน"

สาวน้อยเสี่ยวหลันพูดเสียงอ่อนหวานต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว อาเหยียนมองฉินมู่อิงแวบหนึ่งจึงพูดว่า

"ขอบใจเจ้ามากที่มีน้ำใจ ของกินดี ๆ เจ้าเก็บไว้กินเถิด ข้ามีอาหารที่ภรรยาข้าทำเอาไว้แล้ว"

แม้น้ำเสียงไม่กระด้างแต่กลับเชือดเฉือนหัวใจ เขาใช้คำว่าภรรยาเหมือนจะเน้นย้ำให้เสี่ยวหลันรู้จักผิดชอบชั่วดี นางหน้าร้อนวูบไม่เคยคิดว่าอาเหยียนจะพูดจาเช่นนี้

"แต่ข้าตั้งใจ..."

"ไม่เป็นไร ฝากขอบคุณท่านป้าด้วยช่วยบอกว่าข้าไม่รบกวนท่าน"

เสี่ยวหลันหน้าชาเพราะความอับอายที่ถูกปฏิเสธ ยังไม่ทันที่นางจะพูดต่ออาเหยียนก็ขอตัวไปกินยา

"เสี่ยวหลัน เจ้าเห็นหรือไม่ว่าสามีข้าเขาไม่ได้สนใจ กลับบ้านไปกินข้าวเป็นเพื่อนแม่เจ้าที่ป่วยกระเสาะกระแสะไม่ดีกว่าหรือ ถ้าท่านป้ารู้ว่าเจ้าทำตัวหน้าไม่อายมาอ่อยสามีชาวบ้านแบบนี้ท่านคงเสียใจจนทรุดแน่"

"เจ้านี่มัน..."

อดีตสหายชี้หน้านาง กัดฟันแน่นจนใจจะหาคำพูดมาด่าทอ ฉินมู่อิงยิ้มหวานยกมือกอดอกพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้

"ข้าทำไมหรือ อ้อแน่นอนว่าข้าสวยกว่าเจ้า"

พูดจบนางก็หัวเราะเยาะจนอีกฝ่ายพูดไม่ออก

เสี่ยวหลันหน้าแดงทั้งอับอายและโมโห แต่นางก็ทำได้เพียงกระทืบเท้าแล้วสะบัดหน้าเดินออกไป

 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะรักเร้นกาย   คืนสู่ฐานันดร

    เสียงดาบกระทบกันเริ่มเบาบางลงเหลือเพียงเสียงคร่ำครวญของผู้แพ้ ทหารองครักษ์ผู้ภักดีต่อฮ่องเต้ทรราชถูกสยบจนหมดสิ้น จ้าวจิ้งเซียนในชุดเกราะที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดยืนเด่นอยู่หน้าบัลลังก์ทอง ดาบในมือชี้ตรงไปที่คอของอดีตฮ่องเต้ที่ยามนี้มงกุฎหลุดลุ่ย สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอกอดีตฮ่องเต้ตัวสั่นด้วยความขลาดเขลา "จิ้งเซียน ข้าเป็นอาของเจ้านะ เจ้าจะฆ่าสหายแท้ ๆ ของพ่อเจ้าเพื่อบัลลังก์เย็นชานี่รึ"จ้าวจิ้งเซียนสายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง"ท่านไม่ใช่ญาติของข้า ท่านคือฆาตกรที่พรากทุกอย่างไปจากข้า บัลลังก์นี้ข้าไม่ได้อยากได้ แต่มันต้องถูกทำลายทิ้งพร้อมกับความชั่วช้าของท่าน ทหาร! ลากตัวมันไปขังคุกใต้ดินที่มืดที่สุด รอวันประหารเจ็ดชั่วโคตร!"เสียงโซ่ตรวนที่ลากไปกับพื้นหินขัดดังก้องไปทั่วโถง เป็นสัญญาณว่ารัชสมัยแห่งความหวาดกลัวได้สิ้นสุดลงแล้วในขณะที่ข้างนอกรบกันจนแผ่นดินสะเทือน ฮองเฮาทรงกักตัวอยู่ในห้องรับรองพร้อมฉินมู่อิงและข้าราชบริพารบางส่วนฉินมู่อิงนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ในความมืด นางไม่ได้กลัวความตาย แต่นางเป็นห่วง อาเหยียนจนหัวใจจะขาด นางภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอเพียงให้เขารอดกลับมาหานางก็พอ

  • พันธะรักเร้นกาย   แผนปลิดชีพ

    งานเลี้ยงส่วนพระองค์แสงโคมส่องสว่างไปทั่วโถงใหญ่ กลิ่นสุราเลิศรสและเสียงดนตรีดังก้อง ฮ่องเต้แคว้นหยวนประทับบนบัลลังก์ทองด้วยรอยสรวลที่ดูเมตตา แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับงูพิษที่รอจังหวะฉกในงานเลี้ยงนี้มีแขกจากแคว้นโฮ่วเว่ยที่ได้รับคำเชิญเป็นกรณีพิเศษ แม้สายลับของพวกเขาจะยังสืบหาเบื้องลึกเบื้องหลังไม่ได้ชัดเจน แต่การมาร่วมงานครั้งนี้ก็เพื่อจับตาดูดุลอำนาจที่กำลังจะเปลี่ยนไปฮ่องเต้ยกจอกสุราขึ้นกล่าวเปิดงาน "วันนี้เป็นวันมงคลยิ่งนักที่เหล่ามิตรประเทศมารวมตัวกัน และยังเป็นวันที่ข้าจะได้ประกาศข่าวดีเรื่องการเกี่ยวดองระหว่างราชวงศ์กับจวนกั๋วกง จิ้งเซียน เจ้าจงมาดื่มสุรามงคลนี้ร่วมกับองค์หญิงสามเสีย"ในขณะที่หน้าฉากดูชื่นมื่น แต่ในใจของฮ่องเต้กลับวางหมากไว้หมดแล้ว พระองค์ตรัสกับขันทีคนสนิทเบา ๆ ในมุมมืด "ให้จิ้งเซียนแต่งงานไปก่อนเถิด ข้าไม่อยากให้มือตัวเองเปื้อนเลือดหลานในงานมงคล ให้องค์หญิงสามเป็นคนลงมือในคืนเข้าหอ ยาพิษที่ข้ามอบให้นางจะทำให้เขาสิ้นใจเหมือนเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน ใคร ๆ ก็จะคิดว่าซื่อจื่อผู้น่าสงสารสิ้นใจเพราะร่างกายอ่อนแอจากการรบ ส่วนข้าก็จะได้ครองอำนาจจวนกั๋วกงทั้งหมดโ

  • พันธะรักเร้นกาย   รับสมรสพระราชทาน

    จ้าวจิ้งเซียนยืนตัวตรงนิ่งสง่า เขาพยักหน้ารับราชโองการสมรสพระราชทานด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก ท่ามกลางความดีใจของท่านกั๋วกงและฮูหยินที่คิดว่าลูกชายยอมสยบต่ออำนาจแล้ว"กระหม่อมจ้าวจิ้งเซียน น้อมรับพระมหากรุณาธิคุณพะย่ะค่ะ"ในขณะที่เขากล่าวคำนั้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นฉินมู่อิงที่ยืนปะปนอยู่กับกลุ่มสาวใช้ท้ายแถว นางก้มหน้าลงต่ำ แต่เขาก็ยังเห็นหยดน้ำตาที่หยดลงบนพื้นดิน หัวใจของพยัคฆ์หนุ่มเหมือนถูกกรีด แต่เขาต้องต้องกลั้นใจ เขาต้องทำให้นางไร้ตัวตนที่สุดในสายตาฮ่องเต้ เพื่อให้นางปลอดภัยจากพายุที่กำลังจะมาจ้าวจิ้งเซียนลอบเข้ามาหาฉินมู่อิงที่ห้องพักสาวใช้เหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้เขากลับคุกเข่าลงต่อหน้านางและกุมมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักของนางขึ้นมาแนบแก้ม"มู่อิงยกโทษให้ข้าด้วย วันนี้ที่ข้าต้องเมินเฉยต่อเจ้า และยอมรับสมรสกับสตรีผู้นั้น ทั้งหมดคือละครฉากหนึ่ง ข้าต้องเข้าใกล้ฮ่องเต้ให้มากที่สุดในวันพิธี เพื่อจะปลิดชีพฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ข้า"ฉินมู่อิงสะอื้นไห้แต่ลูบผมเขาอย่างเบามือ "อาเหยียน ข้าเข้าใจ แม้ข้าจะเจ็บที่ต้องเห็นท่านยืนเคียงคู่ผู้อื่น แต่ข้ารู้ว่าหัวใจของท่านอยู่กับข้า ข้าจะรอวั

  • พันธะรักเร้นกาย   แผนการสำคัญ

    จ้าวจิ้งเซียนเดินออกมาจากการหารือกับท่านกั๋วกงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ฝีเท้าของเขากลับชะงักเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังคุกเข่าขัดพื้นหินอ่อนอย่างโดดเดี่ยว ฉินมู่อิงตัวสั่นเทา ผิวแก้มซูบซีด และที่สะดุดตาที่สุดคือรอยแดงพองจากการถูกน้ำร้อนลวกที่แขน ซึ่งนางพยายามใช้แขนเสื้อปกปิดไว้"มู่อิง!" จ้าวจิ้งเซียนถลาเข้าไปประคองร่างนางขึ้นมาทันที เมื่อสัมผัสถูกตัวนางถึงกับสะดุ้งด้วยความเจ็บปวดจ้าวจิ้งเซียนเสียงสั่นด้วยความโกรธ "นี่มันอะไรกัน! ใครทำเจ้าบาดเจ็บขนาดนี้"ฉินมู่อิงส่ายหน้าทั้งน้ำตาพยายามจะดึงแขนกลับ "ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแค่ซุ่มซ่ามเอง"แต่ซื่อจื่อผู้เฉลียวฉลาดมีหรือจะเชื่อ เขาเหลือบไปเห็นเสี่ยวชิวที่ยืนถือแส้อยู่ไม่ไกล แววตาของจ้าวจิ้งเซียนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาอุ้มฉินมู่อิงขึ้นแนบอกแล้วเดินดิ่งเข้าไปในห้องของฮูหยินกั๋วกงทันทีโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากบ่าวไพร่ปัง! เสียงประตูถูกถีบเปิดออก ฮูหยินกั๋วกงที่กำลังจิบชาถึงกับสะดุ้งโหยงจ้าวจิ้งเซียนตวาดลั่นจนแจกันสั่นสะเทือน "ท่านแม่! ท่านทำอะไรลงไป! ข้าบอกแล้วว่านางคือภรรยาของข้า แต่ท่านกลับปฏิบัติกับนางเยี่ยงสัตว์เด

  • พันธะรักเร้นกาย   จวนกั๋วกงที่หนาวเหน็บ

    ทันทีที่รถม้าหยุดสนิท ท่านกั๋วกง ยืนหน้าดำคร่ำเครียดรออยู่พร้อมกับเหล่าผู้ติดตาม แววตาของเขาฉายชัดถึงความกริ้วโกรธที่บุตรชายขัดคำสั่งไปนานวัน และเมื่อเห็นจ้าวจิ้งเซียนประคองฉินมู่อิงลงจากรถม้าอย่างทะนุถนอม โทสะของเขาก็พุ่งถึงขีดสุด "จิ้งเซียน! เจ้ายังมีหน้าพาแม่นางผู้นี้กลับมาอีกรึ รู้หรือไม่ว่าเจ้าทำให้ตระกูลจ้าวต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงใดเพราะความดื้อรั้นของเจ้า!"จ้าวจิ้งเซียนประสานมือคารวะ แต่ท่าทางยังคงนิ่งสงบ"ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้วตามความประสงค์ของท่าน และที่ข้าพานางมาด้วย เพราะนางคือภรรยาของข้า ข้าไม่มีวันทิ้งนางไว้ข้างหลัง"ฮูหยินกั๋วกง ที่นั่งรออยู่ด้านในถึงกับลุกพรวดเมื่อได้ยินคำว่าภรรยา นางจ้องมองฉินมู่อิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาหยามเหยียด"ภรรยางั้นหรือ จิ้งเซียน เจ้าสับสนอะไรอยู่หรือไม่ สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้จะเป็นสะใภ้จวนกั๋วกงได้อย่างไร ตำแหน่งภรรยาเอกของเจ้ามีไว้ให้องค์หญิงสามเท่านั้น""ข้าไม่สนตำแหน่งที่ใครยัดเยียดให้ ข้าสนเพียงสตรีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับข้าในยามที่ข้าเจ็บหนักเจียนตายเท่านั้น"ฮูหยินกั๋วกงแค่นหัวเราะ "ดี! ในเมื่อเจ้าจะพานางเข้าจวนให้ได้

  • พันธะรักเร้นกาย   พานางกลับจวน

    ท่านกั๋วกงนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ต่อหน้าพระราชโองการที่แฝงไปด้วยคำขู่ ฮ่องเต้ทรงใช้ไม้ตายสุดท้ายด้วยการบังคับ สมรสพระราชทานกับองค์หญิงสาม โดยไม่สนข่าวลือเรื่องอาการวิปริตหรือไร้สมรรถภาพของจ้าวจิ้งเซียนแม้แต่น้อย"หากจิ้งเซียนไม่กลับมารับตำแหน่งและสมรสตามกำหนดจวนกั๋วกงทั้งหมดต้องรับโทษฐานขัดพระราชโองการ"ด้วยความกลัวอาญาและห่วงในอำนาจของตระกูล ท่านกั๋วกงจึงรีบเขียนจดหมายลับสั่งให้บุตรชายกลับเมืองหลวงทันที โดยหารู้ไม่ว่าจดหมายฉบับนี้คือชนวนเหตุแห่งความร้าวรานในขณะที่จ้าวจิ้งเซียนและจ้าวจิ่วเหอกำลังเคร่งเครียดกับการหารือแผนรับมือการลอบสังหารที่อาจจะส่งมาอีกระลอก รวมถึงแผนการอารักขาท่านอาที่จ้องจะกำจัดทิ้ง จ้าวจิ้งเซียนตัดสินใจไม่บอกใครเรื่องที่เขารู้แผนสังหารตนเองในงานโคมไฟ เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปถึงหูคนในจวนกั๋วกงฉินมู่อิงที่กำลังจะยกน้ำแกงเข้ามาให้ บังเอิญเห็นจดหมายจากจวนกั๋วกงที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะหน้ากระโจม นางหยิบขึ้นมาอ่านด้วยความสงสัย แต่แล้วมือของนางก็เริ่มสั่นเทาเนื้อความในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า"จิ้งเซียน เจ้าจงรีบกลับมารับสมรสพระราชทานกับองค์หญิงสามตามกำหนดการเดิม อย่าปล่อยให

  • พันธะรักเร้นกาย   บัณฑิตพบสาวงาม

    บรรยากาศในห้องนอนแคบ ๆ เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนที่มองไม่เห็น ฉินมู่อิงถอนหายใจทิ้งเบา ๆ พลางเหลือบมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้ นางค่อย ๆ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาเข้าไปใกล้โต๊ะหัวเตียงเพื่อจัดการกับตะเกียงน้ำมันที่ส่องแสงสว่างจ้าเกินจำเป็นอาเหยียนยังคงนอนนิ่งประหนึ่งก้อนหิน เปลือกตาปิดสนิทแต่แพขน

  • พันธะรักเร้นกาย   คำถามจากป้าเจี่ย

    นางนับเงินในมือได้ไม่มากนัก แต่ก็พอให้ใจชื้น พอเดินผ่านร้านรวงที่มีผ้าสวย ๆ และขนมหน้าตาน่ากิน แต่นางข่มใจไม่ซื้อแม้แต่อย่างเดียว "ต้องรอพุทราตากแห้งรอบหน้า ถ้าขายให้ร้านยาได้ราคาดีกว่านี้ค่อยซื้อยาและของกินดี ๆ กลับไปให้อาเหยียน" นางเดินกลับบ้านด้วยความหวัง ทิ้งปริศนาไว้ที่สายตาของคุณชายผู้จากไป

  • พันธะรักเร้นกาย   หญิงงามในคราบแม่ค้า

    ฉินมู่อิงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แสงไฟจากตะเกียงในห้องครัวสว่างราง ๆ ก่อนใครในละแวกนี้ นางอุ่นซุปเมื่อคืนที่ยังเหลือครึ่งหม้อและเคี่ยวยาให้อาเหยียนไปด้วย "เขาถูกพิษร้ายแรงหรือไรถึงต้องใช้หมอเทวดา" นางไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้แต่นางมีวิธีบริหารจัดการเพื่อเสาะหาหมอดี ๆ มารักษาเขาได้ "หมอเก่ง ๆ ใน

  • พันธะรักเร้นกาย   คำถามที่ไม่มีคำตอบ

    ฉินมู่อิงเดินจากมาด้วยความสะใจ นางเดินกลับบ้านพลางคิดไปตามทาง ไม่ว่าโลกยุคไหนก็ยังมีคนที่เหยียดหยามผู้ที่ดูด้อยกว่า นางมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งติดตัวมา การโดนดูแคลนเช่นวันนี้นางจึงไม่แสดงความอ่อนแอออกมา ความทรงจำร่างเก่าผุดขึ้นมาในทันใด เมื่อก่อนฉินมู่อิงไม่เคยพบปะผู้คนมากมายขนาดนี้ หากสายตาเหล่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status