Se connecterห่างไกลออกไปหลายร้อยลี้ ณ เมืองหน้าด่านชายแดนที่ลมเหนือพัดกระโชกจนฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย บรรยากาศภายในกระโจมแม่ทัพตึงเครียดและเงียบงันจนได้ยินเสียงเปลวไฟจากตะเกียงบุรุษวัยกลางคนในชุดเกราะเต็มยศ ผู้มีใบหน้าคมเข้มและร่องรอยประสบการณ์ศึกปรากฏชัดบนหางตา เขายืนเอามือไพล่หลังจ้องมองแผนที่ยุทธศาสตร์ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เร่งรีบดังขึ้นก่อนที่ผ้าม่านกระโจมจะถูกเลิกออก สายลับในชุดรัดกุมสีเข้มคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันทีบุรุษผู้อยู่ด้านในเอ่ยเสียงต่ำแต่ทรงพลังโดยไม่หันกลับมามอง"ว่าอย่างไร เจอเบาะแสบ้างหรือไม่""เรียนท่านแม่ทัพ หน่วยของเรากระจายกำลังออกไปตามหัวเมืองรายทางทั้งหมดแล้วขอรับ แต่ร่องรอยของซื่อจื่อขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงรอยต่อเขาลึกพรมแดนตะวันออก"เขานิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "แต่มีรายงานวงในแจ้งมาว่าพบกลุ่มคนแปลกหน้าที่พยายามสะกดรอยตามหาคนลักษณะเดียวกันในเขตหมู่บ้านรอบนอกเมืองหลวงเช่นกันขอรับ ดูเหมือนพวกเขายังไม่ยอมรามือ"จ้าวจิ่วเหอกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แววตาที่ห่วงใยฉายชัดออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและด
บรรยากาศที่บ้านยามค่ำฉินมู่อิงกลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าเบิกบาน นางยื่นถุงเงินให้อาเหยียนดูพลางเล่าเรื่องที่เถ้าแก่เนี้ยชมไม่ขาดปาก"อาเหยียน เรามีเงินเยอะแล้วนะเดือนหน้านอกจากจะพาท่านไปหาหมอเทวดาแล้ว ข้าว่าเราควรซ่อมรั้วบ้านให้แข็งแรงขึ้น และซื้อเตียงนุ่ม ๆ ให้ท่านดีไหม"อาเหยียนรับถุงเงินมาวางไว้ข้างตัว เขาไม่ได้ดูดีใจเท่านาง แต่กลับดึงมือนางมาจับไว้แน่น"เงินทองพวกนี้สำคัญก็จริง แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ วันนี้ตอนเจ้าไปเมือง ข้าเห็นคนแปลกหน้ามาวนเวียนแถวรั้วบ้านเราหลายรอบ ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี"ฉินมู่อิงชะงักไป ความอบอุ่นจากมืออาเหยียนทำให้ใจนางสงบลง"ไม่ต้องกลัวนะ ข้าเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว ใครมาดีเราต้อนรับ ใครมาร้ายข้าจะเอาไม้พายกวนเผือกตีให้หัวโนเลย"บ่ายวันถัดมา ในขณะที่ฉินมู่อิงกำลังแจกขนมชิมฟรีและนับเงินอีแปะอย่างมีความสุข รถม้าหรูของคุณชายหลี่ก็มาจอดที่หน้าบ้าน เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มีอาเหมย และเสี่ยวหลันคอยเดินตามต้อย ๆ มาดูความล่มจมของนางด้วยคุณชายหลี่สะบัดพัดเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนือกว่า"แม่นางมู่อิง ข้าเห็นเจ้าขยันขันแข็งทำขนมขายตากแดดตากลมเช่นนี้แล้ว ข้าก็เวทนาจับใจ เงินไม
หลังจากที่เห็นคุณชายหลี่มาดูถูกเหยียดหยาม แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นห้าวหาญ เขาขลุกตัวอยู่แต่ในมุมห้องของบ้านเร่งมือแกะสลักกล่องเครื่องหอม เสียงมีดกรีดลงบนเนื้อไม้ดังสม่ำเสมอแสดงถึงสมาธิขั้นสูง เขาตั้งใจจะทำงานนี้ให้วิจิตรบรรจงที่สุด เพื่อให้ฉินมู่อิงนำไปแลกเงินก้อนใหญ่มาบำรุงบ้านและเตรียมตัวรักษาตัวเขาเอง ส่วนฉินมู่อิงก็ไม่ได้ย่อท้อ นางยังคงเปิดแผงขายขนมเผือกกวนหน้าบ้านเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือการใช้กลยุทธ์ใหม่ วันนี้ฉินมู่อิงจัดเต็มกว่าเดิม นางจัดเรียงขนมเผือกกวนจี่ไฟจนเหลืองทองสวยงาม และที่พิเศษคือมีถาดเล็ก ๆ วางอยู่ด้านหน้า พร้อมป้ายไม้แผ่นน้อยที่เขียนด้วยตัวบรรจงว่าชิมฟรี ไม่ซื้อไม่ว่ากัน "อ้าว แม่มู่อิง วันนี้ให้ชิมฟรีเชียวรึ ไม่กลัวขาดทุนหรือไร" ชาวบ้านคนหนึ่งเดินผ่านมาเจอพอดี ฉินมู่อิงยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับ "ไม่ขาดทุนหรอกเจ้าค่ะ ของดีต้องลองชิมดูให้รู้รส ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ ใครยังไม่พร้อมก็ชิมให้ชื่นใจก่อนได้เจ้าค่ะ ข้าทำด้วยใจ อยากให้คนในหมู่บ้านเราได้กินของอร่อย ๆ" นางตักขนมชิ้นเล็ก ๆ ส่งให้ทุกคนที่เดินผ่าน ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก ๆ หรือคนเฒ่าคนแก่ ความใจกว้างของนาง
วันต่อมาฉินมู่อิงเปิดร้านแต่เช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนออกจากบ้านจะไปขายของป่าในเมืองหรือไม่ก็กลับจากขึ้นเขาเสี่ยวหลันที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ตาเป็นประกาย รีบขยับเข้าไปเป่าหูอาเหมยและหาจังหวะยุยงมู่อิงทันที"มู่อิง ดูนั่นสิ คุณชายหลี่ที่เจ้าเคยเพ้อหามาเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านเราแล้วนะ เจ้าสวยขึ้นขนาดนี้ลองเข้าไปทักเขาสิ เผื่อเขาจะพาเจ้าไปเที่ยวในเมือง ไม่ต้องมานั่งจี่ขนมงก ๆ เลี้ยงคนป่วยอยู่ที่นี่"ในใจเสี่ยวหลันถ้าฉินมู่อิงไปหาคุณชายหลี่ นางจะได้เข้าใกล้อาเหยียนมากขึ้นคุณชายหลี่หรือใต้เท้าหลี่ซวนหยุดลงหน้าแคร่ขนม เขามองฉินมู่อิงที่ดูเปล่งปลั่งมีราศีผิดจากสาวชาวบ้านทั่วไปที่เขาเคยเมินเฉย ความเจ้าชู้ในตัวบุรุษผู้นี้ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีคุณชายหลี่เชิดหน้าพรางหุบพัด "แม่นาง ข้าได้ยินมาว่าเจ้านิยมชมชอบในตัวข้าถึงขั้นลงทุนลงแรงไปมากมาย วันนี้ข้ามาเห็นเจ้าด้วยตาตัวเอง ก็นับว่าเจ้ามีวาสนาที่ข้าจะชายตาแล หากเจ้ายังสนใจข้าอาจจะพิจารณาให้เจ้าไปอยู่เป็นอนุที่เรือนหลังของข้าในเมือง ดีกว่ามาตกระกำลำบากในกระท่อมไม้ไผ่เช่นนี้"ฉินมู่อิงกำลังจะอ้าปากด่าชุดใหญ่ แต่อยู่ ๆ สัมผัสอุ่นวาบก็พาดลงบนไหล่บอบบางขอ
หลังจากมีเรื่องพุทราป่าวันนั้นความเงียบสงบก็มาเยือนหมู่บ้านเวยเซียงอีกหลายวัน อาเหยียนตั้งใจแกะสลักอีกสองลวดลายอย่างประณีตที่สุด เขาใช้สมาธิจดจ่อกับงานสองชิ้นโดยไม่ออกไปไหน ทำให้งานของเขาเสร็จไวขึ้น"นี่มัน...ลายหงส์ นี่ลายบุปผา อาเหยียน งานฝีมือของท่านยอดเยี่ยมจริง ๆ"ฉินมู่อิงหยิบขึ้นมาดูอย่างทะนุถนอมและตื่นเต้น อาเหยียนเพียงยิ้มบางเหมือนงานอดิเรกเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุ้นชินสายตา"ไม่ต้องแกะเพิ่มแล้ว สองชิ้นนี้พร้อมขายได้"เขาเอ่ยเสียงทุ้มยิ้มบางอย่างที่ทำเป็นประจำ"เช่นนั้นข้าจะรีบเอาไปส่งแล้วจะรีบกลับมา"นางเอากล่องห่อผ้าไว้อย่างมิดชิดดั่งกลัวสินค้าจะเสียหายฉินมู่อิงสะพายตะกร้าที่ห่อกล่องไม้สองชิ้นไว้อย่างดีเยี่ยม นางเดินเข้าเมืองด้วยความมุ่งมั่น ตรงไปยังร้านเครื่องหอมหลิงยิ่วทันทีเมื่อไปถึง เถ้าแก่เนี้ยรีบกุลีกุจอมาต้อนรับ"มาแล้วรึ! ข้ากำลังรออยู่เชียว ลูกค้าคนสำคัญของข้ากำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ไหนขอดูผลงานชิ้นใหม่หน่อยสิ"ฉินมู่อิงแกะห่อผ้าออก ค่อย ๆ วางกล่องลงบนโต๊ะไม้ปูผ้ากำมะหยี่ ความละเอียดของงานทำให้บรรยากาศในร้านดูเงียบขรึมขึ้นมาทันที"นี่มัน... เหนือกว่าที่ข้าจินตนาการ
บรรยากาศในกระท่อมไม้ไผ่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นในช่วงหลังมานี้ อาเหยียน นั่งหลังตรงจดจ่ออยู่กับการตวัดปลายมีดแกะสลักไม้ชิ้นที่สองอย่างใจเย็น ลวดลายที่เขาเลือกคราวนี้ดูอ่อนช้อยและเข้ากับเครื่องประทินโฉมของผู้หญิงมากกว่าเดิม ฉินมู่อิงที่กำลังจัดระเบียบของแห้งอยู่ในครัว เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นความคืบหน้าของงาน "อาเหยียน ลายดูสูงค่ามากเลย ถ้าเถ้าแก่เนี้ยเห็นเข้า นางต้องขอผูกขาดงานของท่านแน่ ๆ" อาเหยียนหยุดมือชั่วคราว เขาไม่ได้ตอบคำชมนั้นตรง ๆ แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบถุงผ้าใบเล็กที่วางอยู่ข้างตัว แล้วยื่นส่งให้นาง "นี่คือค่าเช่าเครื่องมือช่างที่ลุงเกาเอามาคืน เจ้าเก็บไว้เถอะ" ฉินมู่อิงชะงักไป มองถุงที่มีเหรียญอีแปะจำนวนหนึ่งข้างใน นางรีบโบกมือปฏิเสธทันที "ไม่ได้ นั่นเป็นเงินที่ท่านหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการบริหารจัดการของท่าน ท่านควรมีเงินติดตัวไว้บ้างนะ เผื่ออยากได้อะไรหรืออยากกินอะไรตอนข้าไม่อยู่" สายตาเขามั่นคงและนิ่งสงบกว่าเดิม "ข้าอยู่ในบ้านหลังนี้ มีเจ้าคอยจัดหาทุกอย่างให้ ข้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินที่ไหนหรอก ให้เจ้าเก็บไว้ดีกว่า ข้าสบายใจกว่าหากรู้ว่าเงินอยู่ใ
ฉินมู่อิงเดินจากมาด้วยความสะใจ นางเดินกลับบ้านพลางคิดไปตามทาง ไม่ว่าโลกยุคไหนก็ยังมีคนที่เหยียดหยามผู้ที่ดูด้อยกว่า นางมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งติดตัวมา การโดนดูแคลนเช่นวันนี้นางจึงไม่แสดงความอ่อนแอออกมา ความทรงจำร่างเก่าผุดขึ้นมาในทันใด เมื่อก่อนฉินมู่อิงไม่เคยพบปะผู้คนมากมายขนาดนี้ หากสายตาเหล่า
นางโง่เองที่หลงเชื่อเสี่ยวหลันกับอาเหมย เพราะอีกสิบวันจะมีงานรื่นเริงในตัวเมือง นางอยากได้ชุดสวย ๆ ใส่ไปอวดกับสหายและทำตัวเหมือนเหล่าคุณหนูที่มาเที่ยวงาน เผื่อความสวยของนางจะไปถูกตาต้องใจเหล่าคุณชายตระกูลดี ๆ บ้างยิ่งนึกทบทวนก็ยิ่งปวดหัว นี่เจ้าของร่างเดิมคิดจะทิ้งสามีถึงกับวางแผนชั่วร้ายขนาดนี้เช
ฉินมู่อิงไม่ได้ดื่มยาที่อาเหยียนนำมาให้ นางนอนหลับไปจนถึงเช้าของอีกวัน อาการปวดหัวลดลงไปมาก นางลุกจากเตียงเดินออกไปข้างนอก สงสัยว่าคนเมื่อคืนหายไปไหนแล้วควันลอยออกมาจากห้องครัว แสดงว่ามีคนอยู่ในนั้น ฉินมู่อิงเดินไปดู นางเห็นอาเหยียนกำลังพัดวีเตาที่มีหม้อดินตั้งอยู่"ทำอะไรแต่เช้า"เขาเงยหน้าละสายต
อาเหยียนได้ยินเสียงโต้เถียงกันครู่หนึ่งก็สงบลง เรื่องปากร้ายใครจะสู้ภรรยาของเขา เพียงแต่นางไม่ได้ด่าเขาแต่ด่าคนอื่นแทน ที่นางบอกว่านางสวยกว่าเสี่ยวหลันนั่นก็ไม่ผิดแม้แต่น้อยนางสวยมากเกินหญิงชาวบ้านธรรมดา หากไม่นับกิริยาและมันสมองที่มีไม่มากนัก เขาก็คิดว่านางคงเป็นคุณหนูจวนขุนนางชั้นสูงสักจวน แต่เพ







