Home / วาย / พันธะลับ ฉบับเลขาฯ / ตอนที่ 6: ค่ำคืนที่โรงแรมหรู

Share

ตอนที่ 6: ค่ำคืนที่โรงแรมหรู

last update publish date: 2026-10-16 10:38:01

ตอนที่ 6: ค่ำคืนที่โรงแรมหรู

บัตรจองโต๊ะอาหารและคีย์การ์ดห้องเพรสซิเดนเชียลสูทของโรงแรมแกรนด์ โอเชียน ที่วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานตั้งแต่เมื่อบ่าย คอยกวนตะกอนในใจของเจตนิพัทธ์ไม่หยุดหย่อน ลายมือเรียบร้อยบนซองเอกสารที่ระบุวันเวลาอย่างชัดเจนเป็นของธันยกร เลขาฯ คนเก่งจัดการตามคำสั่งทุกอย่างโดยไม่ถามเหตุผลแม้แต่คำเดียว ไม่มองหน้า ไม่แสดงความสงสัย มีเพียงแววตาราบเรียบใต้กรอบแว่นที่ส่งมอบเอกสารแล้วถอยออกไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

ความนิ่งเฉยของธันย์ผลักให้เจตน์ต้องพาร่างกายตัวเองมานั่งอยู่ตรงนี้

ห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นห้าสิบห้าอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความหรูหรา แสงไฟสีอำพันนวลตาสะท้อนกับประกายระยับของแก้วคริสตัล ทัศนียภาพโค้งน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟจากเรือสำราญดูโอ่อ่าสมราคาอาหารคอร์สละหลายหมื่นบาท เพลงแจ๊สจังหวะเนิบช้าคลอเคลียไปกับเสียงหัวเราะสดใสของหญิงสาวตรงข้าม

วริศราในชุดราตรีสั้นผ้าไหมซาตินสีเขียวมรกตขับผิวขาวผ่อง คอเสื้อเว้าลึกอวดสัดส่วนชัดเจน ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดกำลังขยับเล่าเรื่องงานสังคมและการเดินทางไปพักผ่อนที่มิลานอย่างออกรส

“วิเวียนชอบคอร์สปลาจานนี้มากเลยค่ะคุณเจตน์ ไวน์ขาวที่เลือกมาแพริ่งก็ลงตัวสุดๆ แต่แปลกนะคะที่คุณเจตน์แทบไม่แตะจานหลักเลย หรือว่ารสชาติไม่ถูกปากคะ”

วิเวียนเอียงคอถาม ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับ ปลายนิ้วเรียวยาวที่แต่งแต้มสีเล็บเข้าชุดเอื้อมข้ามโต๊ะมาแตะหลังมือของเจตน์เบาๆ การเชื้อเชิญผ่านสายตาและภาษากายเปิดเผยจนคนทั้งโต๊ะข้างๆ ยังสัมผัสได้

เจตน์ไม่ชักมือออก เขายกยิ้มมุมปากตามความเคยชินทางสังคม “อาหารดี แต่ช่วงนี้ผมมีเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ให้คิดเยอะไปหน่อย”

“ทำงานหนักตลอดเวลาแบบนี้ไม่ดีกับสุขภาพนะคะ” วิเวียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมแนวดอกซ่อนกลิ่นผสมวานิลลาเข้มข้นลอยมาปะทะจมูกเจตน์ระลอกใหญ่ “คืนนี้ให้วิเวียนช่วยดูแลคุณให้ผ่อนคลายดีกว่าค่ะ เรื่องเครียดๆ ทิ้งไว้ข้างล่าง… แล้วเราขึ้นไปพักผ่อนกันข้างบนเถอะนะคะ”

สายตาเย้ายวนที่ส่งมาคือรหัสที่ชัดเจนที่สุด เจตน์วางแก้วไวน์แดงลงบนโต๊ะพยักหน้ารับอย่างเรียบเฉย

“ตามใจคุณ”

ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามกรอบที่เจตน์วางแผนไว้ ดินเนอร์ระดับพรีเมียม การสนทนาที่หยั่งเชิงอย่างมีระดับ และการจบลงที่เตียงนอนเพื่อแลกเปลี่ยนความพึงพอใจทางกายภาพโดยไม่มีพันธะผูกพัน นี่คือวิถีทางที่เขาใช้ชีวิตมาตลอดก่อนที่จะมีธันยกรก้าวเข้ามา และเขาต้องการดึงตัวเองกลับเข้าสู่เส้นทางเดิมนี้ให้เร็วที่สุด

ลิฟต์ส่วนตัวพาคนทั้งสองขึ้นสู่ชั้นสูงสุดของอาคาร ประตูห้องสวีตเปิดออกสู่ความโอ่อ่าของพรมหนานุ่มและเตียงคิงไซส์ที่จัดเตรียมไว้อย่างประณีต แชมเปญแช่ในถังน้ำแข็งและช่อดอกไม้สดวางต้อนรับอยู่บนโต๊ะกระจกกลางห้อง

ทันทีที่เสียงระบบล็อกประตูปิดสนิทลง วิเวียนก็ปลดกระเป๋าคลัตช์และรองเท้าส้นสูงทิ้งอย่างไม่ไยดี ร่างระหงหมุนตัวเข้าหาเจตน์ สองแขนเรียวยกขึ้นคล้องรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้ ปลายนิ้วสัมผัสแผงอกกว้างผ่านเสื้อเชิ้ตอย่างชำนาญ

“วิเวียนรอคืนนี้มานานแล้วนะคะ…” เสียงหวานกระซิบชิดริมใบหู

เจตน์วางมือลงบนเอวคอดของหญิงสาวตามสัญชาตญาณ ออกแรงดึงร่างบางเข้ามาแนบชิด เขาสั่งตัวเองให้ก้มลงไปจูบ สั่งตัวเองให้เริ่มต้นบทรักที่คุ้นเคยเพื่อพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนไหนก็สามารถเติมเต็มความต้องการของเขาได้เหมือนกัน

ทว่า… วินาทีที่ระยะห่างลดลงจนเหลือศูนย์ กลิ่นน้ำหอมสังเคราะห์ที่หวานเลี่ยนจนฉุนกึกกลับอัดแน่นเข้าสู่โพรงจมูกอย่างรุนแรง

ลำคอของเจตน์แห้งผากขึ้นมาอย่างกะทันหัน

กลิ่นดอกซ่อนกลิ่นที่ปรุงแต่งอย่างหนักหน่วงทำให้เขาเกิดอาการมึนศีรษะ ความรู้สึกต่อต้านผุดขึ้นมาในอกจนกล้ามเนื้อหลังคอเกร็งตัว ในห้วงความคิดที่เขาไม่ได้ตั้งใจ ภาพของใครบางคนกลับซ้อนทับเข้ามาบดบังใบหน้าของวิเวียนจนมิด

กลิ่นสบู่อ่อนจางที่ไร้การปรุงแต่ง

ผิวเนื้อเนียนสะอาดที่เย็นชืดและมีรอยช้ำสีเข้ม

ความเงียบงันที่ซ่อนความสั่นไหวและเสียงครางแผ่วเบาที่พร่ำเรียกชื่อเขาด้วยความทรมาน

“อื้อ… คุณเจตน์”

วิเวียนไม่รอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่ม เธอเขย่งปลายเท้าขึ้น ประกบริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสดเข้ากับกลีบปากหยักของเจตน์ทันที ปลายลิ้นร้อนแทรกผ่านเข้ามาพยายามเกี่ยวรัดและกระตุ้นอารมณ์อย่างเชี่ยวชาญ

ความรู้สึกที่ควรจะวาบหวามกลับกลายเป็นความอึดอัดที่แล่นพล่านไปทั่วลำตัว ริมฝีปากของเจตน์ยังคงปิดสนิท ไม่ขยับตอบสนอง รสชาติของลิปสติกที่มันวาวคล้ายขี้ผึ้งและกลิ่นน้ำหอมที่ติดอยู่ตรงปลายลิ้นทำให้เขารู้สึกขมปร่าในปากจนอยากจะบ้วนทิ้ง

มันไม่เหมือนสัมผัสที่เขาเพิ่งทำลายกฎไปเมื่อคืนวานเลยแม้แต่น้อย

ไม่มีความนุ่มหยุ่นของกลีบปากที่สั่นระริก ไม่มีรสคาวเลือดจางๆ จากการขบกัดที่ทำให้เลือดในกายเดือดพล่าน และไม่มีหยาดน้ำตาที่ไหลเปรอะเปื้อนข้างแก้มให้เขาต้องก้มลงไปเลียซับ

วิเวียนเริ่มรู้สึกถึงความเฉยชา เธอผละริมฝีปากออกช้าๆ มองใบหน้าคมคายที่ตึงเครียดและสายตาที่ว่างเปล่า ทว่าความมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองทำให้หญิงสาวยังคงยิ้มสู้ มือเรียวเลื่อนลงมาปลดกระดุมเสื้อกั๊กและเนกไทของเจตน์ออก ก่อนจะดันร่างสูงให้ถอยหลังไปนั่งลงบนขอบเตียง

“สงสัยงานจะหนักไปจริงๆ สีหน้าดูตึงเชียวค่ะ” วิเวียนทรุดตัวลงคุกเข่าบนพรมหนาระหว่างท่อนขาของเจตน์ ช้อนสายตาเย้ายวนขึ้นมอง มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปตามแนวหน้าขาแกร่งอย่างจงใจ “เดี๋ยววิเวียนช่วยผ่อนคลายให้นะคะ รับรองว่าคืนนี้คุณเจตน์จะลืมเรื่องงานไปจนหมด”

ฝ่ามืออุ่นของหญิงสาวเลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวางทาบลงบนเป้ากางเกงสแล็กเนื้อดี เธอออกแรงลูบคลึงผ่านเนื้อผ้าอย่างชำนาญเพื่อปลุกเร้าความตื่นตัว

ทว่าสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่ามือนั้นกลับสงบนิ่งและไร้การตอบสนอง

ไม่มีการขยายตัว

ไม่มีความตื่นตัวใดๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น

ร่างกายที่มักจะพร้อมจุดติดได้ในทันทีเพียงแค่ได้กลิ่นกายของเลขาฯ ส่วนตัว เวลานี้กลับสงบนิ่งราวกับไร้ความรู้สึกทางเพศโดยสิ้นเชิง

วิเวียนชะงักมือไป แววตาฉายประกายสับสนปนเสียความมั่นใจอย่างรุนแรง เธอพยายามหัวเราะกลบเกลื่อนพลางเอื้อมมือไปปลดหัวเข็มขัดหนังของเจตน์ “แหม… สงสัยจะล้าจริงๆ ให้วิเวียนช่วยใช้ปากก่อนไหมคะ เดี๋ยวก็…”

มือของเธอยังไม่ทันได้รูดซิปกางเกงลง ความอดทนของเจตน์ก็ขาดผึง

ความรู้สึกขยะแขยงสัมผัสแปลกปลอม ความอึดอัดจากกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก และความอับอายที่ร่างกายของตัวเองปฏิเสธคำสั่งของสมอง ระเบิดออกมาเป็นโทสะที่ควบคุมไม่ได้

“พอได้แล้ว!”

เจตน์คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของวิเวียน ออกแรงบีบแล้วเหวี่ยงเธอออกไปเต็มแรงโดยไม่คิดจะถนอมน้ำใจ

“ว้าย!”

วิเวียนส่งเสียงร้องลั่น ร่างบางเสียหลักล้มกระแทกกับพื้นพรมหนาข้างเตียง ผมเผ้าที่เซ็ตมาอย่างประณีตหลุดลุ่ย หญิงสาวเบิกตากว้างมองชายหนุ่มด้วยความช็อกและโกรธจัดที่ถูกผลักไสอย่างรุนแรง

“คุณเจตน์! นี่คุณทำบ้าอะไรคะ!” วิเวียนตะคอกเสียงสั่น ปลายนิ้วชี้หน้าเขาด้วยความเดือดดาล “วิเวียนอุตส่าห์ให้เกียรติคุณ เคลียร์เวลามาหา แต่คุณกลับมาทำตัวถ่อยๆ ผลักฉันเหมือนขยะแบบนี้เนี่ยนะ!”

เจตน์ไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หายใจหอบกระชั้น มือหนาสั่นเทาขณะรีบติดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยกลับเข้าที่อย่างลนลาน สภาพของประธานหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบเวลานี้ไม่ต่างจากคนที่กำลังจะสำลักอากาศตาย

เขาทนอยู่ในห้องนี้ต่อไปไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

“คืนนี้พอกันที” เจตน์เค้นเสียงตอบผ่านลำคอ สายตามองตรงไปที่ประตูด้วยความเย็นชา “ห้องนี้ผมจ่ายเงินไว้หมดแล้ว คุณจะนอนต่อหรือจะสั่งอะไรเพิ่มก็เชิญ”

“คุณคิดว่าเอาเศษเงินมาโยนให้แล้วเรื่องมันจะจบเหรอ!” วิเวียนลุกขึ้นยืน กรีดร้องตามหลังด้วยความเคียดแค้นที่ศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำ “คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร เจตนิพัทธ์! นกเขาไม่ขัน ร่างกายไร้น้ำยาเองแล้วมาพาลใส่ฉัน ทุเรศที่สุด! คนอย่างคุณมันน่าสมเพช!”

คำด่าทอที่กรีดแทงศักดิ์ศรีดังไล่หลังมาอย่างบ้าคลั่ง แต่เจตน์ไม่สนใจแม้แต่น้อย ชายหนุ่มคว้าเสื้อสูทตัวนอกและกุญแจรถยนต์บนโต๊ะ แล้วก้าวยาวๆ ตรงดิ่งออกจากห้องทันที

ปัง!

เสียงประตูกระแทกปิดลงอย่างรุนแรง ตัดขาดเสียงกรีดร้องของหญิงสาวไว้เบื้องหลัง

เจตน์ก้าวเดินไปตามโถงทางเดินยาวของโรงแรมด้วยจังหวะที่ร้อนรน ลมหายใจติดขัดจนหน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างหนัก มือข้างหนึ่งยกขึ้นกระชากเนกไทออกจากคอเสื้อแล้วเหวี่ยงทิ้งลงบนพื้นพรมอย่างไม่ใส่ใจ ปลดกระดุมคอเสื้อออกสามเม็ดเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอด

เหงื่อเย็นซึมตามไรผมและขมับ

เขากดลิฟต์ส่วนตัว ร่างสูงก้าวเข้าไปยืนพิงผนังด้านใน หายใจหอบโยน หัวใจเต้นกระหน่ำจนเจ็บแปลบในอก

ความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อครู่กำลังตอกย้ำความล้มเหลวลงกลางใจ

เขาไม่ได้แค่เคยชิน… แต่ร่างกายของเขา ‘ปฏิเสธ’ คนอื่นไปแล้วโดยสิ้นเชิง

สัมผัสของวิเวียน รสจูบของหญิงสาว หรือความสวยงามระดับพรีเมียม ไม่อาจปลุกเร้าความต้องการในตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ทำให้เลือดในกายของเขาร้อนพล่านได้ สิ่งเดียวที่ร่างกายของเขากระหาย… มีเพียงแค่คนคนเดียวเท่านั้น

ธันยกร

“บ้าเอ๊ย!”

เจตน์สบถลั่นในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดิน มือหนาทุบเข้ากับราวจับโลหะจนเกิดเสียงดังก้อง ความมั่นใจ ความเย่อหยิ่ง และกำแพงแห่งการควบคุมที่เขาสร้างมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี

ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ลานจอดรถ เจตน์กึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงไปที่รถซูเปอร์คาร์คันหรู ปลดล็อกแล้วกระชากประตูก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับทันที

เสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่มก้องไปทั่วชั้นใต้ดินเมื่อปลายนิ้วกดปุ่มสตาร์ต เจตน์เหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะยานออกจากโรงแรมด้วยความเร็วสูง ล้อรถบดกับพื้นยางส่งเสียงดังลั่น

ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาบนกระจกหน้ารถในคืนวันศุกร์ แสงไฟนีออนริมถนนสุขุมวิทพร่ามัวผ่านม่านน้ำฝน

สมองของเขาสั่งให้ขับรถกลับเพนต์เฮาส์ สั่งให้เขากลับไปสงบสติอารมณ์และลืมเรื่องน่าสมเพชในคืนนี้ไปเสีย

ทว่าสองมือที่จับพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด กลับหักเลี้ยวรถมุ่งหน้าไปอีกเส้นทางหนึ่งโดยไม่ฟังคำสั่งของสมอง

เส้นทางที่นำพาเขาตรงดิ่งไปยัง… คอนโดมิเนียมเก่าในซอยลึก ที่พักอาศัยของเลขาฯ คนสนิท

เจตน์เหยียบคันเร่งจนมิด ความเร็วพุ่งทะยานขึ้นไปตามแรงกระหายที่ปะทุขึ้นมาจนแทบคลั่ง ค่ำคืนนี้เขาต้องการคำตอบ และเขาต้องการมันจากคนที่เป็นต้นเหตุของความปั่นป่วนทั้งหมดนี้คนเดียวเท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 25 (ตอนจบ) : พันธะนิรันดร์ [20+]

    ตอนที่ 25 (ตอนจบ) : พันธะนิรันดร์ [20+]ลมทะเลสายัณห์พัดพากลิ่นไอเค็มจางๆ ผสมผสานกลิ่นหอมของดอกลั่นทมเข้ามาทางระเบียงไม้สักของบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมชายหาดปราณบุรี แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดลำแสงสีส้มทองอมชมพูพาดผ่านผืนน้ำระยิบระยับ เสียงเกลียวคลื่นซัดกระทบแนวสันทรายสม่ำเสมอ แผ่วเบาและเงียบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายในเมืองหลวงและชั้นสี่สิบสองของตึกอัศว คอร์ปอเรชัน อย่างสิ้นเชิงบนระเบียงกว้างที่ยื่นออกไปรับลมทะเล ธันยกรยืนเท้าแขนอยู่กับราวไม้สัก ร่างโปร่งสวมเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวตัวหลวมที่ปลดกระดุมคอลงมาสองเม็ด ชายเสื้อสะบัดพลิ้วตามแรงลม กางเกงผ้าฝ้ายขาสั้นสีเบจเผยให้เห็นเรียวขาขาวสะอาด สองเท้าเปลือยเปล่าย่ำอยู่บนพื้นไม้ที่ยังคงอุ่นจากแดดบ่าย กรอบแว่นสายตาถูกถอดวางไว้บนโต๊ะข้างแก้วน้ำส้มคั้น ใบหน้าขาวสะอ้านผ่อนคลาย ดวงตาคู่เรียวทอดมองเส้นขอบฟ้าด้วยความสงบที่แท้จริงเสียงฝีเท้าก้าวเหยียบบนพื้นไม้อย่างเชื่องช้า ก่อนที่อ้อมแขนแกร่งจะค่อยๆ สอดเข้ามาโอบรัดรอบเอวบางจากทางด้านหลัง แผ่นอกกว้างที่สวมเพียงเสื้อยืดคอกลมสีดำแนบชิดเข้ากับแผ่นหลังของธันย์อย่างนุ่มนวล กลิ่นสบู่อ่อนๆ และไออุ่นคุ้นเค

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 24: สอบสัมภาษณ์ตลอดชีวิต

    ตอนที่ 24: สอบสัมภาษณ์ตลอดชีวิตบรรยากาศการประชุมคณะกรรมการบริหารฝ่ายยุทธศาสตร์และการเงินบนชั้นสี่สิบเอ็ดในบ่ายวันอังคาร ดำเนินไปด้วยความเคร่งเครียดตามปกติของการจัดสรรงบประมาณประจำไตรมาสใหม่ หลังจากการถอนตัวจากโครงการมิกซ์ยูสริมแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านพ้นไป บริษัทจำเป็นต้องปรับโครงสร้างกระแสเงินสดและกระจายความเสี่ยงไปยังที่ดินแปลงอื่นในแถบระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนรายย่อยหัวหน้าแผนกสี่ฝ่ายหลักนั่งล้อมรอบโต๊ะประชุมกระจกรูปวงรี เอกสารตัวเลขงบดุลและแผนภูมิความเสี่ยงถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหน้า เจตนิพัทธ์นั่งประจำตำแหน่งหัวโต๊ะในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ชายหนุ่มสวมบทบาทประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้สุขุมและเด็ดขาด ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนแฟ้มหนังขณะรับฟังรายงานผลการดำเนินงานจากผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจข้างกายทางขวามือของเจตน์… คือตำแหน่งของธันยกรเลขาฯ หนุ่มอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้มพอดีตัว คอเสื้อเชิ้ตกลัดกระดุมมิดชิด แว่นสายตากรอบบางรับกับใบหน้าขาวสะอ้าน นิ้วเรียวยาวขยับจดบันทึกสาระสำคัญของการประชุมลงในแท็บเล็ตอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าสงบและเปี่ยมไปด้วยความ

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 23: ใต้บัญชาการของเลขาฯ [20+]

    ตอนที่ 23: ใต้บัญชาการของเลขาฯ [20+]เวลาหนึ่งทุ่มสามสิบห้านาทีแสงไฟนีออนตามแนวตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครส่องประกายระยิบระยับอยู่เบื้องล่าง ทว่าภายในห้องทำงานประธานกรรมการบริหารบนชั้นสี่สิบสอง ม่านม้วนไฟฟ้าสีเทาเข้มได้ถูกกดเลื่อนลงมาปิดทึบจนบดบังทัศนียภาพภายนอกไปจนหมดสิ้น แสงสลัวสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งพื้นมุมห้องทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงเดียว ขับเน้นบรรยากาศเงียบสงัดและเป็นส่วนตัวจนได้ยินเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานแผ่วเบาเสียงระบบล็อกประตูดัง คลิก เมื่อธันยกรกดปุ่มล็อกอัตโนมัติจากรีโมตในมือร่างโปร่งหมุนตัวกลับมา ชายหนุ่มไม่ได้เดินไปหยิบแฟ้มงาน และไม่ได้ยืนประสานมือรอรับคำสั่งเหมือนในเวลากลางวัน ทว่าธันย์กลับก้าวเท้าช้าๆ อ้อมโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ ตรงเข้าไปยังเก้าอี้หนังพนักสูงของประธานบริษัทธันย์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นอย่างผ่อนคลาย แผ่นหลังพิงพนักหนังแท้ที่โอบรับสรีระ ชายหนุ่มยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไขว่ห้าง ปลายนิ้วเรียวยื่นไปปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทั้งสองข้าง พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก ก่อนจะดึงเนกไทให้คลายออกแล้วปลดกระดุมคอเสื้อสองเม็ดบน เผยให้เห็นแนวไหปลาร้าขาวเนีย

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 22: สลับขั้วอำนาจ

    ตอนที่ 22: สลับขั้วอำนาจกลิ่นหอมสะอาดของชาขาวพีชที่คุ้นเคยกลับมาอบอวลอยู่บริเวณโถงทางเดินชั้นสี่สิบสองอีกครั้งในเช้าวันพฤหัสบดีโต๊ะทำงานไม้สีอ่อนตัวเดิมหน้าห้องประธานกรรมการบริหาร ซึ่งเคยว่างเปล่าและเย็นชืดมานานหลายสัปดาห์ บัดนี้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แฟ้มเอกสารประจำวันถูกคัดแยกตามลำดับความเร่งด่วนด้วยแถบสี ปากกาหมึกซึม แท็บเล็ตประจำตำแหน่ง และแก้วเซรามิกสีขาววางอยู่ในตำแหน่งองศาเดิมอย่างพอดิบพอดี ราวกับช่วงเวลาแห่งความบาดหมางและการแยกย้ายไม่เคยเกิดขึ้นจริงธันยกรนั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะทำงาน สวมเสื้อเชิ้ตคัตติ้งเนี้ยบสีกรมท่าเข้ม พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงกึ่งกลางปลายแขนอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าขาวสะอ้านใต้กรอบแว่นสายตามีชีวิตชีวา ผิวพรรณสดใส ปราศจากร่องรอยความหม่นหมองที่เคยแบกรับมาตลอดหนึ่งปีหลังจากค่ำคืนแห่งพายุฝนและการยอมจำนนที่คอนโดมิเนียม ธันย์ตัดสินใจกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งเดิมตามเงื่อนไขใหม่ที่เขาเป็นคนร่างขึ้นมาเอง สัญญาที่ปรึกษาโครงการเก้าสิบวันถูกยกเลิกไปพร้อมกับดีลมิกซ์ยูสที่พับโต๊ะลง และถูกแทนที่ด้วยสัญญาจ้างงานเลขาธิการบริหารฉบับใหม่ที่ผ่านการปรับแก้เงื่อนไขโดยไ

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 21: คืนที่ไร้แผนการ & การคุกเข่า [20+]

    ตอนที่ 21: คืนที่ไร้แผนการ & การคุกเข่า [20+]สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เม็ดฝนหนาทึบกระทบกระจกหน้าต่างห้องนั่งเล่นบนชั้นเจ็ดของคอนโดมิเนียมในซอยอารีย์สัมพันธ์จนเกิดเสียงเปาะแปะสะท้อนก้อง ลมกรรโชกแรงพัดกิ่งไม้ข้างรั้วด้านล่างไหวเอน ไอความเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านรอยต่อของหน้าต่างเข้ามาจนห้องพักเงียบสงัดธันยกรยืนกอดอกอยู่ริมกระจกบานใหญ่ในความมืด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟถนนเบื้องล่างส่องสะท้อนผิวน้ำที่เจิ่งนองเต็มพื้นถนนและตรงใต้เสาไฟริมรั้วหน้าทางเข้าโครงการ… เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมานานกว่าสองชั่วโมงเจตนิพัทธ์ไม่ได้นั่งหลบฝนอยู่ในรถเก๋งสีดำที่จอดดับเครื่องอยู่ข้างทาง ชายหนุ่มยืนตากฝนอยู่ริมทางเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวแนบลู่ติดไปกับแผงอกกว้างและแผ่นหลังหนาจนเห็นรอยกล้ามเนื้อชัดเจน เนื้อผ้าเปียกชุ่มจนโปร่งแสง เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงมาปรกหน้าผากและข้างแก้ม หยาดน้ำฝนไหลรินผ่านสันกรามคมหยดลงบนพื้นซีเมนต์ไม่ขาดสาย ทว่าสองเท้าคู่นั้นกลับปักหลักนิ่ง ไม่ยอมขยับก้าวไปหลบใต้ชายคาของร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามแม้แต่ก้าวเดียวในมือข้างหนึ่งของเจตน์ มีถุงกระดาษที่ถูกห่อหุ้มด

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 20: “ไม่อยากเป็นคนแบบนั้นอีกแล้ว”

    ตอนที่ 20: “ไม่อยากเป็นคนแบบนั้นอีกแล้ว”พาดหัวข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจและสื่อออนไลน์ด้านเศรษฐกิจประจำเช้าวันอังคาร กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนแวดวงการลงทุนระดับประเทศ‘สะบั้นดีลยักษ์ริมเจ้าพระยา อัศว คอร์ปอเรชัน ประกาศถอนตัวจากโครงการมิกซ์ยูสหมื่นล้าน ยอมจ่ายค่าปรับผิดสัญญาบอร์ดบริหาร’ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอแท็บเล็ตทำให้บรรยากาศภายในแผนกยุทธศาสตร์บนชั้นสี่สิบเอ็ดเงียบสงัดจนน่าอึดอัด พนักงานหลายคนจับกลุ่มส่งสายตาให้กันด้วยความตระหนก ทุกคนต่างรู้ดีว่านี่คือโครงการเรือธงที่บริษัททุ่มเทสรรพกำลังมาตลอดทั้งปี และเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่คาดหมายว่าจะดันมูลค่าบริษัทให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดทว่าสำหรับธันยกร… ความเงียบสงัดนั้นกลับนำมาซึ่งคำถามที่ไร้คำตอบธันย์นั่งมองหนังสือแจ้งการใช้สิทธิบอกเลิกข้อตกลงเบื้องต้นที่ส่งตรงมาจากสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบริหาร คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ในฐานะคนที่ลงมือร่างโมเดลทางการเงินและร่วมเจรจากับฝ่ายกฎหมายของกลุ่มทุนวรโภคินทร์มาตั้งแต่ต้น ธันย์รู้ดีที่สุดว่าโครงการนี้ไม่มีความเสี่ยงทางการเงินใดๆ ที่ร้ายแรงพอจะนำไปสู่การล้มโต๊ะเจรจาแบบกะทันหันเช่นนี้จนกร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status