เข้าสู่ระบบพลอยใจรู้ว่าสิงห์หมายถึงอะไร เธอจึงเลือกนิ่งเงียบไม่ตอบกลับ<
“ลุงคนงานอุ้มเก็บเหมือนพี่เก้าใช่ไหมครับ คนสวยของพ่อ” แทนก้มหน้าคุยกับลูกสาวพร้อมรับพวงองุ่นมาถือในมือ “ใช่ค่ะ ลุงใจดีช่วยทิชากับพี่เก้า” เด็กหญิงทิชาบอกพ่อ “แล้วขอบคุณคุณลุงรึยังคะ” นภษรถามลูกทั้งสอง “ยังครับ” “ยังค่ะ” “งั้นก็ไปขอบคุณคุณลุงนะลูก ขอบคุณที่ช่วยหนูนะลูก” แทนบอกลูกทั้งสอง “ครับ / ค่ะ” แล้วสองพี่น้องก็พากันเดินกลับไปทางเดิม “คุณลุงขา...ทิชาขอบคุณนะคะที่ช่วยอุ้มทิชาเก็บองุ่นค่ะ” สาวน้อยเอ่ยขอบคุณพร้อมยกมือไหว้ แม้ว่าจะเพิ่งสามขวบ แต่หนูน้อยทิชาก็ฉลาดเกินวัยและพูดเก่ง ทำให้คนงานในไร่หลงรักทุกครั้งเวลาเข้ามาในไร่ “ไม่เป็นไรครับคุณหนูคนสวย” ลุงคนงานเอ่ยพร้อมกับหยิบองุ่นที่ตนตัดใส่ตะกร้ามาให้หนูน้อยแล้วพูด “อันนี้ลุงให้หนูทิชานะครับ” “ขอบคุณนะคะคุณลุง” หนูน้อยยกมือไหว้อีกครั้งพร้อมรับพวงองุ่นมาถือไว้ในมือ “ผมก็ขอบคุณคุณลุงด้วยนะครับ ที่อุ้มผมเก็บองุ่นให้แม่” นพเก้าเอ่ยขอบคุณต่อหลังจากน้องสาวขอบคุณไปแล้ว “ยินดีครับคุณหนูน้อย” ลุงใจดีตอบ “แล้วไม่ให้องุ่นในตะกร้าผมแบบทิชาเหรอครับ” นพเก้าถามเมื่อคุ
“อื้อ...ษรจะขย่มคุณแทนแล้วนะคะ” “อย่าชักช้าสิทูนหัว จัดการให้ไว อ่า...เสียว” “อะ...อื้อ” แล้วนภษรก็กระดกก้นขึ้นแล้วกดแนบก้นกลมกลึงกับเอ็นเนื้อร้อนกลืนกินแท่งเนื้อใหญ่ยาวสามีเข้ามาในกายสาวจนจุกแน่นเสียวภายในท้องน้อย “อ่า...โยกเลยทูนหัว โยกผัว อูว์...” “อือ...ค่ะ ษรจะโยกขย่มคุณแทน อื้อ...” แล้วเธอก็ยืดตัวขึ้นนั่งตรงคร่อมทับเขาแล้วสองมือกดดันหน้าท้องแข็งแรงเพื่อทุ่นแรงตัวเองยามขยับขย่มเอ็นเนื้อร้อน “อ่า...ดีเหลือเกินษร แน่นเสียว” แทนจับเอวเล็กคอดแอ่นเด้งกระแทกรับแรงขย่มของนภษรพร้อมกับมองสองเต้าอวบใหญ่ที่กวัดแกว่งยามเธอขยับคลึงตัวเอง พั่บ! พั่บ! พั่บ! เสียงกระทบกระทั่งเนื้อของทั้งสองดังหนักหน่วงประสานกับเสียงครวญครางของพวกเขาในยามดึกและกายเปลือยก็อาบชื้นโชกไปด้วยเหงื่อไคลแห่งราคะรักของทั้งคู่ พั่บ! พั่บ! พั่บ! เด็กชายนพเก้า วัยแปดขวบเดินจูงมือน้องสาว วัยสามขวบเดินนำหน้าพ่อกับแม่ในยามพลบค่ำในไร่องุ่นที่ตอนนี้เหล่าคนงานกำลังทำโอทีกันอยู่ “พ่อครับ ผมช่วยคนงานเก็บองุ่นได้ไหมครับ” “ได้สิลูก ดูแลทิชาด้วยนะ” “ครั
“ทำไมถึงให้เก้าไปนอนกับพ่อกับแม่คะ พ่อกับแม่แก่แล้วนะคะคุณแทน” เมื่ออาบน้ำเสร็จเปิดประตูห้องน้ำออกมา เธอก็ถามสามีที่นอนเปลือยรอท่าตนบนเตียง แม้จะรู้ว่าเพราะอะไรวันนี้ถึงให้พ่อกับแม่นอนค้างที่บ้านตนหลังจากทานมื้อเย็นเลี้ยงฉลองวันเกิดของเขาเสร็จ “ก็นอนห้องข้างๆ นี่เอง อีกอย่างคืนนี้เราทำลูกสาวกันนะ” “แน่ใจนะคะว่าษรจะท้อง” “ไม่ท้องวันนี้ วันหน้าก็ต้องท้องแหละ อีกอย่างฉันแข็งแรงขนาดนี้ ฉันไม่ยอมแพ้หรอก ถอดเสื้อคลุมษร!” คนที่นอนแก้ผ้ารอภรรยาบนเตียงสั่งคนที่เพิ่งเดินใส่เสื้อคลุมอาบน้ำออกมาจากห้องน้ำถอดเสื้อคลุมออกแล้วขึ้นมาจัดการตนเองบนเตียง “แล้วทำไมถึงมั่นใจว่าถ้าษรท้อง ลูกคนที่สองจะเป็นลูกสาวคะ” “ก็ฉันอยากได้ลูกสาวน่ารักแบบษรนี่” “แล้วถ้าเป็นชายอีกล่ะคะ” “ก็หล่อแบบฉันเหมือนเก้าไง โตขึ้นหล่อแล้วยังรวยอีก สาวแย่งแน่นอน” “กลัวซ้ำรอยกับพ่อน่ะสิคะ” เธอตอบกลับแล้วก็ถอดเสื้อคลุมอาบน้ำตัวเองออกแล้วนำไปวางพาดไว้ที่เก้าอี้นั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วพากายเปลือยเพรียวระหงของตัวเองพาเดินไปยังเตียงแล้วคลานขึ้นเตียงไปคร่อมทับคนที่รอท่าตนบน
ณดาไม่กล้ามองร่างเปลือยบุรุษตรงหน้า เธอมองเห็นเสื้อผ้าของเขาถอดกองรวมกับที่ข้างเท้าของเขา ณดาขยับมือขึ้นมาปลดยกทรงสีขาวที่ปิดบังอกอวบอูมตัวเองแล้วก็ก้มหน้าซ่อนความอายมองเท้าตัวเองแล้วเคลื่อนมือสั่นเทาถอดกางเกงชั้นในและกางเกงซับในสีเนื้อออกพร้อมกันไปกองรวมกับชุดแต่งงานลายลูกไม้ รชฏมองออกว่าหล่อนอาย ก็ตอนนี้หน้าของเธอที่ถูกแต่งแต้มนั้นแดงกว่าเดิมแดงลามไปถึงใบหู เท้าใหญ่ก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าร่างเปลือยแล้วก็ยกมือเชยคางมนเรียวให้แหงนเงยขึ้นสบตาตัวเองแล้วก็ยกยิ้ม “มองฉันสิ มองว่าผัวของเธอหุ่นดีแค่ไหนณดา” เขาสั่งเธอเสียงพร่าเมื่อได้มองเห็นเรือนร่างสวยงามน่าปรารถนาของหล่อน ณดายังคงเม้มปากแน่นเงียบไม่ปริปากเอ่ยแม้แต่คำเดียวตั้งแต่เหลือกันสองคนกับเจ้าบ่าวตัวเอง เธอกล้ำกลืนฝืนทนกับความจริงตรงหน้าและยอมรับทุกคำดูถูกของเจ้าบ่าวในคืนนี้ที่พูดตอกหน้าตนเอง “เป็นใบ้รึไง!” เห็นเธอเอาแต่เม้มปากเงียบไม่ตอบ
หึ! รชฏ มากบารมี วัย 31 ปี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ทายาทตระกูลมากบารมีมองดูเจ้าสาวของตัวเองแล้วก็อดแค่นขำไม่ได้ “น่าสมเพช! ขายตัวใช้หนี้ คิดว่าตัวเองมีราคาค่างวดมากถึงสี่สิบล้านรึไงกันแม่คุณถึงได้เอาตัวเองมาประเคนให้ฉัน...หึหึ” น้ำคำดูถูกดังลอดออกมาจากริมฝีปากหนาพร้อมกับเสียงขำในลำคอของเขา ณดา เครือทรัพย์ วัย 23 ปี คุณหนูผู้เพียบพร้อมมาทุกอย่างตั้งแต่เกิด แต่ตอนนี้กลับไม่เหลืออะไรสักอย่าง แม้แต่บ้านที่เคยอยู่ ตอนนี้ก็ถูกธนาคารยึดไปแล้ว พ่อที่เป็นครอบครัวคนเดียวก็มาล้มป่วยนอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลจนตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น ชีวิตของเธอมันน่าสมเพชอย่างที่เจ้าบ่าวของเธอพูดจริงๆ นั่นแหละ “ทำไมเงียบล่ะ แต่ก็อย่างว่าแหละ มันคือความจริงที่เธอต้องยอมรับว่าตัวเองไร้ราคาแค่ไหน ไม
“ป้อขา...ป้อขา...” เสียงเล็กหวานของเด็กหญิงพรกมล คึกคะนอง หรือน้องมล วัยห้าขวบของพ่อกับแม่กำลังเรียกพ่อของตัวเอง “ขา...คนสวยของพ่อสิงห์” สิงห์ขานรับแล้วรีบเดินก้าวขายาวๆ ไปหาลูกสาวตัวน้อยที่กำลังเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นมาหาตนเอง ซึ่งจะเป็นแบบนี้ทุกวันหลังเลิกงาน เขาจะมีลูกสาวตัวน้อยออกมาต้อนรับประจำ “ดูสิ รองเท้าหลุดแล้วคนสวยของพ่อสิงห์” สิงห์เดินมาอุ้มลูกสาวแก้มยุ้ยขึ้นแนบอกแล้วเดินไปก้มหยิบรองเท้าที่หลุดเท้าลูกสาวขณะเดินมาหาตนเองขึ้นมาใส่ให้ “ป้อขา...ปู่ย่ารอใน” หนูน้อยจะบอกว่าคุณปู่คุณย่ารอพ่อในห้องนั่งเล่น “แล้วแม่พลอยกับน้องล่ะลูก” “ในๆ” สาวน้อยตอบอย่างไวและชี้มือไปในห้องนั่งเล่นบอกว่าแม่กับน้องก็อยู่ด้วยเช่นกัน &l







