LOGINฉันค่อยๆ เดินเข้าไปดูในห้องและพบเข้ากับเสียงแปลกประหลาดที่ห้องของเวกัสฉันจึงเปิดเข้าไปดูและพบเข้ากับภาพที่ไม่ควรเห็น
สิ่งที่ฉันเห็นคือภาพของเวกัสที่กำลังนัวเนียกับใครอยู่สักคนที่เตียงนอนของเขา ฉันไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะกำลังตกใจเป็นอย่างมากกับภาพที่เห็น
หัวใจของฉันมันค่อยๆ แตกสลายไปทีละน้อยๆ กับการที่ต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ ไหนเขาสัญญาว่าจะไม่พาใครมาที่ห้องแต่นี้คืออะไร ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อจึงปิดประตูห้องเขาและพยายามจะเดินเข้าไปที่ห้องของตัวเองแต่ก็ไม่ทันเวกัสที่วิ่งออกมาหาฉันทันที
"เดม"
"ไหนแกบอกจะไม่พาใครมาห้องไง แล้วนี่มันหมายความว่าไงวะกัส ทำไมแกตั้งกฎแล้วไม่ทำตามที่พูดวะ"ฉันเผลอร้องไห้ออกมากับการกระทำของเขา ฉันผิดหวังในตัวเวกัสมากๆ เลยจริงๆ
"ขอโทษ"
"ขอโทษทำเชี้ยไร ไหนมึงตั้งกฎเองแล้วมาแหกกฎวะกัส"
"เดมอย่าพูดคำหยาบ"ใช่ เพราะนี้คือในรอบหลายปีที่ฉันเผลอพ้นคำหยาบใส่เวกัสอย่างห้ามสติตัวเองไม่ได้ ฉันก้มหน้าลงและร้องไห้อยู่กับตัวเองต่อหน้าคนตัวสูงที่ยืนนิ่งๆ ก่อนที่เขาเองจะเดินเข้ามาโอบกอดฉันไว้ ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงได้ปล่อยให้เขากอดฉันแบบนี้ ทำไมฉันไม่ผลักเขาไปซะ
"กัสคะ เสร็จรึยังคะเมไม่ไหวแล้ว"เสียงเจื้อยแจ้วที่ดังออกมาทำเอาฉันถึงกับดีดตัวออกมาจากเวกัสให้ได้มากที่สุดและจ้องมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ในตอนนี้
"แกเชิญไปมีความสุขกับเขาต่อเหอะ ฉันจะไปนอนกับป๊า"พูดจบฉันก็รีบวิ่งออกไปจากคอนโดนทันที ไม่รู้ว่าหนทางต่อไปที่ฉันจะไปต่อต้องไปที่ไหนกันแน่ ฉันไม่อยากรบกวนป๊าและไม่อยากให้ป๊าเห็นว่าฉันร้องไห้เลยแม้แต่น้อย
ฉันรีบวิ่งออกไปจากคอนโดและพบเข้ากับพี่ทิวเขาที่เดินถือกระเป๋ากล้องเดินมาทางฉัน พอพี่เขาเห็นว่าฉันร้องไห้แบบนั้นเขาจึงสวมกอดฉันไว้ทันทีอย่างไม่ถามเหตุผล
ตอนนี้ฉันดูมืดมนมากนักสองมือเรียวยกขึ้นโอบกอดเขาตอบและร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนเผลอลืมตัวไป
"น้องเดมเป็นอะไรรึเปล่าคะ น้องร้องไห้ทำไม"
"พี่ทิวพาเดมไปที่สตูดิโอmdได้ไหมคะ"เขาพยักหน้าตอบและพาฉันขึ้นรถออกจากจากคอนโดนั้นทันที ระหว่างที่จะเดินขึ้นรถฉันก็เหลือบไปเห็นเวกัสที่ยืนกำหมัดมองอยู่อย่างนิ่งๆ แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรและเดินย้อนกลับไปที่คอนโดทันที
ฉันเงียบนิ่งไม่ได้คุยกับพี่เขาเลยด้วยซํ้า ตอนนึ้หัวใจของฉันมันเจ็บปวดเหลือเกินไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อกับเหตุการณ์นั้นดี ฉันไม่รู้ว่าวันต่อมาจะสู้หน้าเขาได้ต่ออยู่ไหมหรือว่าฉันจะต้องหลบหน้าเขาไปแบบนี้อีกยาวงั้นหรอ
พอมาถึงที่สตูดิโอฉันก็เอ่ยคำรํ่าลากับพี่ทิวเขาและล็อกประตูอาบน้ำเข้านอนทันที ฉันมานอนค้างที่นี่บ่อยๆ เพราะขี้เกียจกลับห้องกว่าจะถ่ายงานเสร็จก็ดึกมากแล้วจึงนอนค้างที่นี่ซะ
ส่วนมากพนักงานที่นี่จะมาทำงานอาทิตย์ละ2ครั้งคือวันเสาร์และอาทิตย์ งานของสตูเรามีเพียงแค่เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น และงานที่จ้างเข้ามาก็ถือว่าเยอะอยู่พอสมควร
ฉันมีเวลาทำสตูเพียงหลังจากที่จบปี4เพราะหลังจากนั้นต้องเข้าไปช่วยงานที่บริษัทอาภูมิต่อไป ฉันไม่ได้ที่จะค้านเลยเพราะถือว่าทำงานช่วยอาภูมิที่เขาส่งเสียฉันเรียนอยู่ตอบแทน อะไรที่ตอบแทนได้ฉันก็จะทำให้กับเขา
พออาบนํ้าแต่งตัวอะไรเสร็จสิ้น ฉันก็เข้านอนทันทีโดยที่ไม่ได้สนใจโทรศัพท์ที่ดังเข้ามาเลยด้วยซํ้า ถ้าทิ้งได้ฉันก็คงจะทำแล้ว
เช้าวันต่อมาฉันก็อาบนํ้าแต่งตัวเพื่อที่จะไปเรียนในวันต่อมาโชคดีที่มาค้างที่นี่บ่อยจึงทำให้ชุดเสื้อผ้าของฉันเลยมีเยอะพอสมควรและไม่ติดปัญหาใดๆ เลย
พอมาถึงที่มหาวิทยาลัยฉันก็เดินไปรอพวกเพื่อนๆ อยู่ที่โต๊ะประจำของพวกเรา วันนี้ฉันแต่งตัวแซ่บกว่าเดิมหลายเท่าด้วยเสื้อที่รัดรูปและกระโปรงทรงเอที่สั้นเอามากๆ
ไม่รู้ว่าฉันเอาความบ้าบิ่นมาจากไหนถึงได้กล้าแต่งแบบนี้ จาก2วันก่อนกระโปรงที่ว่าสั้นแล้ว วันนี้สั้นยิ่งกว่าอีกแถมยังแหวกลึกสุดๆ
"ทำไมแต่งสั้นขนาดนี้ล่ะเดม"ฉันไม่ได้ตอบกลับคำถามของเวกัสเลยสักนิดและนั่งสนใจโทรศัพท์ที่กำลังคุยหวานอยู่กับพี่ทิวเขาอยู่ ก่อนที่เวกัสจะจับข้อแขนของฉันไว้อย่างแน่นจนมันเกิดรอยแดงขึ้น
"อ้อ หรือแต่งอ่อยใคร!"
"เรื่องของฉันไหมกัส! ทีเรื่องของแกฉันยังไม่ยุ่งเลย แกมัน....."ยังไม่ทันจะได้พูดต่อพวกเพื่อนก็เดินเข้ามาทางพวกเราและพากันจ้องมองฉันเป็นสายตาเดียวกันอย่างตกใจ
"ปล่อย!!"ฉันรีบสะบัดแขนออกจากเวกัสทันทีอย่างแรงและรีบลงไปนั่งที่เก้าอี้โดยออกห่างจากเขาให้ได้มากที่สุด
"มองเชี้ยไรกัน มาช้าชิป"
"ไอ้กัสปล่อยให้เมียกูแต่งแบบนี้ออกมาได้ไงวะ ผีเข้าสิงมึงรึไงไอ้เดม"
"กู..."
"เรื่องของกูไหมวะ ศุกร์นี้งานวันเกิดมึงไอ้คินผับไหนแชร์โลมาด้วย"ฉันพูดแค่นั้นและก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่ได้สนใจใครเลยด้วยซํ้าจนกระทั่งไอ้ดินกระชากโทรศัพท์ฉันไปตอนทีเผลอ
"เห้ยย เชี้ยดินเอามา!"
"มึงคุยกันหวานขนาดนี้ผัวมึงไม่ว่ารึไง"
"เรื่องของกูไหมวะ กูไปเรียนก่อนนะ"ฉันไม่รู้เลยว่าการกระทำของฉันถูกจ้องมองจากเวกัสอย่างไรบ้างเพราะฉันรีบดีดตัวออกมาทันที
"แกโอเครไหมเดม แล้วเมื่อคืนมึงพักที่ไหน ทำไมไม่ตอบแชทพวกกู โทรไปก็ไม่รับ"
"กูพักอยู่ที่สตู ไม่ต้องห่วงไปเรียนกันเถอะ"ฉันบอกเพื่อนแค่นั้นและรีบพากันไปเรียนทันที
พอถึงพักกลางวันพวกเราก็ไปทานข้าวด้วยกันตามปกติ เวกัสนั่งอยู่ข้างฉันส่วนอีกข้างก็เป็นดินตรงข้ามก็จะเป็นพายุฟ้าใสและคินที่นั่งอยู่
พวกเราต่างพากันเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยก่อนที่จะมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทางพวกเราแต่สายตากลับจ้องมองเพียงแค่เวกัสเท่านั้น
"กัสคะ คืนนี้เมไปหากัสที่ห้องนะคะ"
"ไม่ต้อง!!"
"แต่เมื่อคืนเมก็นอนอยู่ห้องกัสนะคะ แถมเมยังไม่ได้คืนเสื้อตัวนี้ให้กัสเลย"เธอยื่นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวโปรดที่ฉันซื้อให้เวกัสในงานวันเกิด ฉันมองเสื้อผืนนั้นอย่างใจเจ็บเพราะเขาเอาเสื้อที่ฉันซื้อให้ ให้ผู้หญิงคนอื่นใส่งั้นหรอ แค่ให้เธอมานอนที่ห้องมันก็มากพอแล้วแต่นี้เขากลับให้เธอยืมเสื้อตัวโปรดของเขางั้นหรอ
"เออ...ไอ้กัสรีบเก็บดิวะ"พายุสกัดเรียกเวกัสให้ได้สติในขณะที่เขากำลังเอาแต่จ้องมองฉันที่นั่งก้มหน้ามองชามก๋วยเตี๋ยวอย่างนิ่ง
"เดม..."ยังไม่ทันที่เวกัสจะพูดออกมาฉันจึงรีบตัดบทและลุกขึ้นออกไปจากโต๊ะอาหารนั้นทันทีด้วยความน้อยใจและโกรธเคือง
"เดม กัส...."
"เราปวดหัวอ่ะ กูปวดหัวอ่ะพวกมึงขอตัวกลับบ้านก่อนนะแล้วเจอกัน"ฉันสลัดตัวออกจากเวกัสทันทีและรีบเร่งเดินออกไปจากตรงนั้นทันที ฉันต่อรถไปที่สตูดิโอของฉันและล็อกกลอนไว้อย่างแน่นเพราะกลัวว่าเพื่อนๆ จะมาหาและเข้ามาเห็นสภาพของฉันที่มันดูแทบไม่ได้แบบนี้
ฉันน้อยใจและโกรธเคืองเขาเป็นอย่างมากทั้งๆ ที่พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันแท้ๆ แต่ทำไมฉันจึงทำแบบนี้กันล่ะ
ฉันนั่งตัดพ้ออยู่กับตัวเองจนเป็นเวลานานก่อนที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าและหยิบกล้องไปถ่ายรูปเล่น ฉันเลือกถูกจริงๆ ที่เลือกสร้างสตูดิโอที่นี่เพราะมันสวยและร่มเย็นเป็นอย่างมาก
อากาศที่นี่แจ่มใสสุดๆ ปลอดภัยจากสิ่งรบกวนเหมาะแก่การถ่ายรูปเล่นหรือเอาไว้ปิกนิกอีกด้วย ฉันเดินออกไปอยู่เหม่อๆ ก่อนที่จะพบเข้ากับพี่ทิวเขาที่ยืนยิ้มอยู่และข้าวของที่หอบมาด้วย
"พี่ทิวเขาสวัสดีค่ะ พี่มาทำไมหรอคะ"
"พอดีพี่มาหาน่ะค่ะ กินไรยังเอ่ยพี่ซื้อของมาเยอะเลยนะคะ"
"เรามาปิกนิกกันไหมคะ"ฉันเอ่ยชวนพี่ทิวเขาอย่างเป็นมิตร ในเมื่อความสัมพันธ์ของฉันและเวกัสมันไม่มีทางเป็นไปได้ฉันก็ต้องหาทางพาตัวเองออกมาจากความสัมพันธ์ที่มันtoxicและเดินหน้ากับความสัมพันธ์ใหม่ๆ ซะ
พี่เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายหรือเป็นพิษภัยต่อฉันเลยด้วยซํ้า เขาดีมาก มากกว่าที่ฉันเคยนัดไปดูตัวซะอีกด้วย
พวกเรานั่งเล่นและพูดคุยกันไป ฉันนั่งไถเฟสบุ๊คเล่นและเห็นกับรูปของฉันที่นั่งถ่ายรูปอยู่โดยเจ้าของเฟสบุ๊คก็คือคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันนั้นเอง ฉันไม่ได้ว่าหรือพูดอะไรแต่กลับกดหัวใจและเลื่อนดูอย่างอื่นแทน
พอมาถึงผับฉันก็เดินเข้าไปตามพวกเพื่อนที่วันนี้จองโต๊ะอยู่ชั้นบนห้องvip ฉันสวมใส่ชุดเดรสสีดำสั้นสายเดี่ยวรัดรูปพอมาถึงที่ฉันก็สังเกตเห็นเวกัสที่จ้องมองมาและพยายามเรียกให้ฉันไปนั่งกับเขา เพื่อนๆ ของฉันที่รู้ก็แยกตัวฉันและเวกัสออกจากกันและฉันก็ได้มานั่งข้างดินที่ริมสุด"ทำไมใส่สั้นวะ เอาเสื้อกูไปคลุมไหม""ไม่เอา กูมาผับนะมึงไม่ได้ไปวัด"ทุกการกระทำของฉันเป็นที่จับจ้องโดยเวกัสทุกอย่างอย่างไม่คลาดสายตา แต่ฉันก็เลือกที่จะไม่สนใจและดื่มเหล้าต่อไปก่อนที่ไลน์ของฉันจะเด้งเข้ามารัวๆLINE TKTK:น้องมาผับทำไมไม่บอกพี่TK:พี่จะได้ไปรับTK:แถมเรายังแต่งตัวสั้นมากเลยนะTK:พี่หวงได้ไหมคะเนี่ยTK:สะดวกไหม
"แกชอบมันงั้นหรอวะเดม"ฉันถึงกับเงียบในคำถามของดินจะปฏิเสธก็คงยากแถมเพื่อนก็คงดูออกเพราะการกระทำของพวกฉันมันย้อนแย้งมาตั้งนานแล้วกับคำว่าเพื่อนแต่แสดงอาการหึงหวงกันเหมือนกับแฟน"ว่าไง""ฉัน.....ไม่ได้ชอบเวกัสหรอก"เสียงถอนหายใจของคนข้างกายดังออกมาแต่ก็ยังคงจ้องมองหน้าฉันอย่างกดดันพร้อมกับมือที่กัดกันแน่นจนเลือดสีแดงเกือบไหลออกมาจนเป็นแผลมือหนาของคนข้างกายค่อยๆ ยื่นมาจับมือฉันให้ผ่อนคลายก่อนที่ฉันจะพุ่งเข้าไปสวมกอดดิน เพราะตอนนี้ไม่รู้เป็นบ้าอะไรฉันถึงได้ร้องไห้แบบนี้กัน".....""ฉันไม่รู้ว่ะดิน ฉันไม่รู้ว่าต้องทำไงดีอะ"ฉันเผลอร้องไห้ออกมาและสวมกอดคนตรงหน้าอย่างลืมตัว เพราะตอนนี้ความเสียใจมันครอบงำซะมากกว่า"ไม่เป็นไรนะ มีอะไรก็บอกฉันได้ เราเป็นเพื่อนกันนะเว้ยเดม"แต่ในขณะนั้นเองเสียงเจื้อยแจ้วของใครคนหนึ่งก็พูดดังออกมาจนทำทั้งฉันและดิ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานพี่ทิวเขาก็ยังคงไม่ได้กลับบ้านเขาอาสาทำอาหารเย็นให้กับฉันได้ทานและฉันก็ไม่ได้ติดอะไรเพราะเขาตั้งใจที่อยากจะทำจริงๆ"ให้เดมช่วยไหมคะ""เสร็จแล้วค่ะ พี่ทำข้าวผัดให้ทาน""พี่ทิวเขาก็เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนได้เหมือนกันนะคะเนี่ย ใครได้เป็นสามีคงโชคดีแย่"ฉันเผลอพูดออกมาตามความรู้สึกและไม่ได้คิดอะไร เขานั่งจ้องมองฉันนิ่งในขณะที่ฉันกำลังนั่งตักข้าวเข้าปาก"พี่จ้องเดมทำไหมคะ มีอะไรรึเปล่า""น้องเดมเปิดโอกาสให้พี่ได้จีบน้องเดมได้ไหมครับ ในเมื่อน้องก็ยังไม่มีใครแถมพ่อน้องเดมก็เปิดช่องให้เราแล้วพี่เลยอยากจะขอจีบน้องเดม....ได้ไหมครับ"ฉันไม่ได้ให้คำตอบเขาเลยและนั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่เขาเองจะเงียบลงไปและนั่งตักข้างเข้าปากต่อไป"พี่คิดว่าจะจีบเดมได้หรอคะ คงยากหน่อยนะคะถ้าจะจีบเดม""ยังไงหรอ
ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปดูในห้องและพบเข้ากับเสียงแปลกประหลาดที่ห้องของเวกัสฉันจึงเปิดเข้าไปดูและพบเข้ากับภาพที่ไม่ควรเห็นสิ่งที่ฉันเห็นคือภาพของเวกัสที่กำลังนัวเนียกับใครอยู่สักคนที่เตียงนอนของเขา ฉันไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะกำลังตกใจเป็นอย่างมากกับภาพที่เห็นหัวใจของฉันมันค่อยๆ แตกสลายไปทีละน้อยๆ กับการที่ต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ ไหนเขาสัญญาว่าจะไม่พาใครมาที่ห้องแต่นี้คืออะไร ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อจึงปิดประตูห้องเขาและพยายามจะเดินเข้าไปที่ห้องของตัวเองแต่ก็ไม่ทันเวกัสที่วิ่งออกมาหาฉันทันที"เดม""ไหนแกบอกจะไม่พาใครมาห้องไง แล้วนี่มันหมายความว่าไงวะกัส ทำไมแกตั้งกฎแล้วไม่ทำตามที่พูดวะ"ฉันเผลอร้องไห้ออกมากับการกระทำของเขา ฉันผิดหวังในตัวเวกัสมากๆ เลยจริงๆ"ขอโทษ""ขอโทษทำเชี้ยไร ไหนมึงตั้งกฎเองแล้วมาแหกกฎวะกัส"
เช้าวันต่อมาฉันตื่นเช้ามากเพื่อที่จะได้ออกจากห้องเร็วๆ เพื่อที่จะไม่ต้องได้ไปเจอเขาและจะพยายามหลีกเลี่ยงการพบเจอให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ฉันจะตัดใจจากเขาซะเพื่อที่ทุกอย่างมันจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม คำว่าเพื่อนของเราจะได้คงไว้อยู่แบบนี้ตลอดไปฉันนั่งรถต่อไปที่มหาลัยทันทีและเดินไปนั่งที่ไกลๆ จากโต๊ะเดิมของพวกเรา ตอนนี้มันเช้ามากจริงๆ กว่าทุกคนจะมาก็อีกนานฉันจึงเปิดเกมเข้าโหลดเล่นเพื่อฆ่าเวลา ก่อนที่ฟ้าใสและพายุจะตามมาติดๆ"อ้าวววทำไมพวกแกมาเช้าจัง ฉันยังเล่นไม่ถึงไหนเลยเนี่ย""ฉันรู้หมดแล้วนะเดม"พอพายุพูดจบฉันก็ปิดหน้าจอลงทันทีและพยายามฝืนยิ้มให้กับพวกเพื่อนๆ เพราะไม่อยากให้เขาคิดมาก"แกชอบมันตั้งแต่เมื่อไหร่วะ""ก็น่าจะนานแล้วอ่ะ แต่ฉันพึ่งรู้ว่าชอบมัน""ไม่เป็นไรนะ แกยังมีพวกฉันเดี๋ยวฉันทำ
เช้าวันต่อมาฉันรีบลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวเพื่อที่จะไปหาป๊าที่อยู่ที่ร้าน ป๊าฉันเคร่งเรื่องผิวพรรณเป็นอย่างมากเพราะท่านนั้นเปิดร้านบำรุงหน้าและดังมากๆอีกด้วย ป๊าจึงอยากให้ฉันนั้นสวยเปล่งปลั่งอยู่สมํ่าเสมอฉันเลือกสวมใส่กระโปรงยีนสีดำและเสื้อครอปปาดไหล่สีขาวด้วยการแต่งหน้าทำผมที่ดูเป็นลูกคุณหนูตามที่ถูกสอนมาอย่างดีฉันเดินทางมาที่ห้างด้วยแท็กซี่และรีบขึ้นไปหาป๊าทันทีเพราะนี้ก็สายมากพอแล้ว พนักงานที่นี่ต้อนรับฉันดีมากพวกเขายิ้มแย้มแจ่มใสกันทั่วทุกคน"ป๊าสวัสดีค่ะ คิดถึงจังเลย สวัสดีค่ะอาภูมิ"อาภูมิสามีใหม่ของป๊า ป๊ามีผิวพรรณที่สวยงามเปล่งปลั่งมีออร่าแต่ยังคงอยู่ในร่างของเพศชายทุกประการเพราะท่านไม่อยากที่จะแปลงเพศสักเท่าไหร่ ขนาดฉันบอกให้ป๊าไปทำป๊ายังไม่ยอมทำเลยด้วยซํ้า"วันนี้ไม่มีเรียนหรอลูก""ไม่มีค่ะอาภูมิ วันนี้เลยแวะมาหาป๊ากับอาภูมิสักหน่อยค่ะ"ฉันยืนกอดแขนป๊าอย่างเคยชินและยกยิ้มให้กับพวกเขาอย่างเป็นมิตร อาภูมิเอ็นดูฉันเหมือนลูกคนหนึ่งท่านไม่เคยคิดที่จะรังเกียจหรือทำอะไรฉันเลยแถมท่านยังบอกช่วยป๊าเรื่องค่าใช้จ่ายของฉันเสียอีก"วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะลูก ป๊ามีคนจะแนะนำ"พอได้ยินแบบนั้







