เข้าสู่ระบบชยุตม์ไม่ได้ฟาดงวงฟาดงาให้มารดาสงสัย ทันทีที่ขับรถมาจอดหน้าเรือนหลังงาม เขาก็เดินดุ่มแยกไปอีกทางซึ่งช่างกำลังลงมือจัดการกับเรือนหลังเล็กกันอย่างตั้งใจ ชายหนุ่มมีคำสั่งให้เร่งมือ บอกเชิดด้วยว่าให้เกณฑ์คนงานที่มีฝีมือด้านการก่อสร้างมาช่วยเพิ่มอีก เพราะเรือนหลังนี้จะต้องแล้วเสร็จภายในสองสัปดาห์เป็นอย่างช้า เขาทนรอเวลาที่จะใช้มันเป็นที่คุมขังผู้หญิงหลอกลวงคนนั้นแทบไม่ไหวแล้ว!
ชยุตม์ปิดเครื่องโทรศัพท์เพื่อตัดการติดต่อ ใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่จนเย็นย่ำ เดินเตร็ดเตร่อยู่ในพื้นที่ของตัวเองจนกระทั่งใจเย็นลง แต่พอกลับขึ้นเรือนไปแล้วเห็นอัญรสนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร กำลังคุยกับมารดาของเขาอย่างออกรส เขาก็หมดอารมณ์ที่จะเดินเข้าไปร่วมโต๊ะทันที
ชายหนุ่มชายตามองคนที่กล้าหลอกลวงว่ากำลังตั้งครรภ์ด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะก้าวอาดๆ กลับไปในห้องของตัวเอง นั่นทำให้บุหลันถึงกับนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ
“ชินเป็นอะไรไปนะ กลับเข้าบ้านช้าแล้วก็ยังไม่ยอมมากินข้าวเย็นอีก” คนเป็นแม่มองตามไปด้วยความห่วงใย
“เดี๋ยวเอมไปตามให้ค่ะแม่”
อัญรสอาสา ไม่อยากให้แม่สามีต้องรอกิน
หนึ่งปีต่อมา…นับตั้งแต่ชยุตม์กับอัญรสย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านศรัญวิกาด้วยกันอีกครั้ง ทั้งคู่ก็ดูรักใคร่และเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น แน่นอนว่ามันก็ทำให้บุหลันผู้เป็นแม่ พลอยยิ้มแย้มอย่างมีความสุขตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเวลาที่ลูกชายเอาอกเอาใจสะใภ้คนสวยจนออกนอกหน้าไม่ว่าอัญรสจะเดิน ยืน นั่งหรือนอน ชายหนุ่มก็คอยรุดเข้าไปช่วยจัดแจงอยู่เกือบตลอดเวลา เขาแทบไม่ยอมอยู่ห่างไกลจากตัวเธอเลย เรียกได้ว่าเห่อทั้งลูกทั้งเมียจนใคร ๆ เห็นก็อดอิจฉาไม่ได้แม้แต่ตอนที่ต้องออกไปทำงาน เขาก็จะเทียวไปเทียวมาอยู่เกือบทั้งวัน ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน เขาก็จะพูดอยู่เสมอว่าการได้เห็นหน้าอัญรสและได้จุมพิตลงบนท้องกลมกลึงที่ใหญ่โตขึ้นทุกวัน มันทำให้เขาหายเหนื่อยแทบเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียวอัญรสยิ้มกับตัวเอง พูดคุยกับลูกในท้องอยู่ทุกวันว่าเธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ยอมใจอ่อนให้โอกาสชยุตม์และตามเขากลับมาอยู่ที่บ้านศรัญวิกาอีกครั้ง ชายหนุ่มดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของเธอ เยียวยาบาดแผลทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นจนมันสมานและหายดีในที่สุด อัญรสรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่เลือกรักและได้เขามาเป็นสามีเวลาที่ผ่านล่วงเลยมานานกว่าหนึ่งปีทำให้พยานรักตั
“พี่ชินแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ได้รักเอม เพราะเอมท้องลูกของพี่ แน่ใจใช่ไหมว่าพี่ลืมพี่มะปรางได้แล้วจริงๆ”อัญรสอยากร้องไห้ออกมาเต็มทีแล้ว แต่ยังพยายามสะกดกลั้นทำนบน้ำตาเอาไว้เต็มที่ เธอต้องการฟังคำยืนยันจากปากของเขาให้ชัดเจน เพราะเธอพร้อมแล้วที่จะกลับมาให้โอกาสและเชื่อใจในตัวผู้ชายตรงหน้าอีกครั้ง“แน่สิ ถ้าไม่รัก ไม่จริงใจ พี่จะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วปักหลักรออยู่หน้าบ้านมานานเกือบเดือนแบบนี้เหรอ พี่บ้างานแค่ไหน เอมก็รู้ แต่เพื่อเอมแล้ว พี่ทิ้งได้ทุกอย่างเลยนะ ไม่มีอะไรสำคัญกับพี่ไปมากกว่าอัญรสคนนี้แน่นอน ที่สำคัญ… พี่บอกรักเอม เพราะพี่รักเอมจริงๆ ไม่ใช่เพราะเอมท้อง ส่วนมะปราง... พี่คงลบออกไปจากใจไม่ได้หรอก แต่พี่จะเก็บผู้หญิงคนนั้นไว้ให้ลึกที่สุดเพื่อย้ำเตือนว่าที่ผ่านมา พี่มันโง่แค่ไหนที่หลงรักผู้หญิงร้ายกาจอย่างมะปราง ปล่อยให้เธอเหนี่ยวรั้งพี่เอาไว้จนพลาดไปทำร้ายคนที่รักพี่จริงๆ อย่างเอม ทำให้พี่ทำตัวร้ายกาจกับเอมจนไม่น่าให้อภัย”“ฮึก...” หญิงสาวสะอื้นจนตัวโยน ไหล่สั่นสะท้านและเม้มปากแน่นเมื่อน้ำตาไหลรินลงมา ปลายนิ้วอุ่นของสามีก็ช่วยเช็ดมันออกไปจากแก้ม เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กดริมฝ
“ขอบคุณนะที่ยอมให้พี่เข้ามาในบ้านสักที ไม่สิ... พี่งัดประตูหลังเข้ามาเองต่างหาก” ชยุตม์หัวเราะเบาๆ ในตอนที่บรรจงปลดกระดุมออกทีละเม็ด หญิงสาวแสร้งสนใจอยู่กับกล่องอุปกรณ์ทำแผล ไม่ยอมมองทรวงอกขาวโพลนบึกบึนกับแววตาเร่าร้อนของเขาให้รู้สึกประหม่า“เอมต้องขอบคุณมากกว่านะที่พี่ชินงัดประตูเข้ามา ไม่งั้นเอมคง...”เธอพูดไม่จบ เพราะเขาแทรกขึ้นเสียก่อน“จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเอมทั้งนั้น พี่ไม่มีวันทอดทิ้งเอมหรอก พี่ขอโทษนะที่หายไปจนมืดค่ำแบบนี้”“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ เอมทำให้พี่ชินทนไม่ไหวเอง”“ใช่ เอมทำให้พี่ทนไม่ไหวจริงๆ”ถ้อยคำนี้ทำให้อัญรสเงยหน้าขึ้นสบตาทันทีชยุตม์ไม่ลังเลเลยในตอนที่ดึงตัวเธอให้ขยับนั่งลงบนตัก มือใหญ่รั้งต้นคอเล็กระหงเอาไว้แน่น ก่อนจะโผเข้าไปบดจูบดูดดื่ม หญิงสาวจิกเล็บลงบนไหล่กว้าง ส่งเสียงขัดขืนในลำคอ แต่เขาไม่ปล่อย ตะโบมหิวโหยจนร่างบางสั่นสะท้านด้วยความซ่านสยิว“อื้อ” หญิงสาวครางประท้วง หากเขาไม่ยอมละริมฝีปากห่างออกไป เธอคงขาดใจตายแน่“นี่แหละที่เอมทำให้พี่ทนไม่ไหว พี่อยากจูบ อยากกอด อยาก...”ชายหนุ่มยอมปลดปล่อยเรียวปากอิ่มที่เห่อบวมขึ้นทันตาเห็นให้เป็นอิสระ เขาพึมพำชิดริมฝี
เสียงรถตำรวจแล่นมาออกันอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว อึดใจเดียวเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศก็กรูกันเข้ามาถึงสี่นาย ปืนที่จ่อเข้ามาภายในบ้านถูกลดลงไว้ข้างตัว แล้วเหน็บคืนไว้ตรงซองข้างเอว หลังจากเห็นเต็มสายตาว่าชายหนุ่มที่ยืนจังก้าอยู่กลางบ้านได้จัดการทุกอย่างเองเรียบร้อยแล้ว ผู้ร้ายแต่ละคนต่างก็หมดสติและดูไม่ได้เอาเสียเลย“เอาไอ้พวกเหี้ยนี่ออกไปให้พ้นทีครับ มันบุกรุกเข้ามาเพราะเห็นว่าเมียผมอยู่บ้านคนเดียว โชคดีที่ผมกลับมาทัน ไม่งั้น...”ชยุตม์ไม่ได้ขยายความต่อ แต่ตำรวจก็พอเดาได้ว่าพวกมันคิดจะทำอะไรกับผู้หญิง “ส่วนเรื่องให้ปากคำ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปพบที่โรงพักเอง ตอนนี้เมียผมคงเสียขวัญแย่ ผมไม่อยากทิ้งเธอไว้ที่นี่”“ได้ครับ ว่าแต่คุณต้องการให้พาไปทำแผลที่โรงพยาบาลสักหน่อยไหมครับ” ตำรวจนายหนึ่งเห็นเลือดที่ไหลจากต้นแขนยาวลงมาจนถึงปลายนิ้วก็รีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ แค่เฉียด ผมจัดการเองได้” ชายหนุ่มปฏิเสธจังหวะนั้นเองที่อัญรสรีบก้าวลงบันไดมาด้วยความเป็นห่วง เธอได้ยินเสียงร้องโวยวายดังขึ้นไปถึงชั้นบน เมื่อได้ยินเสียงรถตำรวจแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ถึงได้ตัดสินใจคลานออกมาจากใต้เตีย
“ใครบอกล่ะว่าพี่ถอดใจ พี่ตะโกนบอกเอมแล้วว่ามีธุระด่วน แต่เอมไม่ตอบ พี่ก็คิดว่าเอมคงจะหลับหรือไม่ก็รำคาญ พี่ไม่อยากรบกวนก็เลยรีบกลับไปจัดการธุระสำคัญที่บ้าน งานก่อสร้างที่รีสอร์ตสาขาสองมีปัญหาน่ะ ไอ้เชิดมันจัดการเองไม่ได้ พี่ก็เลยต้องรีบกลับไปเคลียร์ กว่าจะเสร็จก็ค่ำ จะโทร. บอกเอม พี่ก็ไม่มีเบอร์ใหม่ของเอม พี่ห่วงเอมแทบตาย พอเสร็จธุระแล้วพี่ก็เลยรีบขับรถกลับมาที่นี่ แล้วรถก็ดันเสียอยู่ตรงปากทาง พี่ก็เลยทิ้งไว้นั่นแล้วเดินมาที่นี่ เห็นพวกเวรนั่นกำลังพยายามงัดประตูด้านหน้า พี่เลยปีนรั้วลัดเลาะผ่านโรงรถมาในครัวข้างล่าง แล้วก็งัดเข้ามาในตัวบ้านได้ก่อนพวกมันนี่แหละ” เขาอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด ไม่ต้องการให้เธอคิดว่าถูกเขาทอดทิ้ง เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจอีกเด็ดขาด“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็เอมเห็นพี่ชินเอากระเป๋าเสื้อผ้าโยนใส่รถไปด้วย แล้วในเต็นท์ก็ไม่มีข้าวของของพี่ชินเลย เป็นใครก็ต้องคิดว่าพี่ชินถอดใจ แล้วก็คงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”เธอยังคงโอบกอดเขาเอาไว้แน่น แต่เงยหน้าขึ้นมองสบตากันผ่านความมืด ชยุตม์เลื่อนมือขึ้นมาประคองแก้มนุ่มเนียนทั้งสองข้างเอาไว้ ยามนี้มือของเขาเ
ปกติบ้านก็เงียบเหงาอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อชยุตม์ไม่อยู่ มันก็ยิ่งวังเวงและพาให้ห่อเหี่ยวยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า ตอนนี้ดึกมากแล้ว แต่ข่มตาอย่างไรก็หลับไม่ลง หญิงสาวจึงตัดสินใจลงมาเดินรับลมอยู่หน้าบ้านว่าที่คุณแม่เอนกายลงบนเปลญวนที่สามีหนุ่มผูกทิ้งเอาไว้ แล้วแกว่งเบาๆ พลางจ้องมองดวงดาวพราวระยับที่ประดับอยู่บนฟากฟ้าไปด้วย จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงหยาดน้ำฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา เธอถึงได้ลุกขึ้นจากเปลอย่างระมัดระวังเสียงประตูรั้วกระทบกับบางอย่างจนเกิดเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงตุบหนักๆ ทำให้อัญรสนิ่วหน้า เมื่อก้าวตรงไปชะโงกมองก็พบชายสองคน ที่จำได้ดีว่าเพิ่งมาถามหาบ้านเช่ากับเธอไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนคนหนึ่งกำลังปีนป่ายประตูรั้วผ่านเข้ามาข้างใน ส่วนอีกคนเข้ามาได้แล้ว กำลังพยายามช่วยรับเพื่อนของตัวเองอยู่ ทว่าเมื่อหันหลังมาเห็นเธอเข้า มันก็รีบถลันเข้ามาหาทันที“เฮ้ย! หยุดนะนังคนสวย!” มันตะโกนลั่น“ว้าย!”อัญรสกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อถูกกระชากผมยาวสลวยเอาไว้จากทางด้านหลัง เธอดิ้นรนสุดกำลัง แต่กลับถูกรวบตัวเข้าไปกอด สายตามองไปยังคนร้ายอีกคนที่จวนจะข้ามรั้วเข้ามาได้สำเร็จอยู่ร่อมร่อ หากปล่อยให้พวกมันรุ







