เข้าสู่ระบบ‘แรกเริ่มเดิมที ผมไม่ใช่สตอล์กเกอร์ตามติดชีวิตพระเอกในนิยายหรอก ไม่ใช่และไม่มีทางเป็นพวกน่าขนลุกแบบนั้นด้วย แต่จุดเริ่มต้นมาจากตรงนี้ต่างหาก...’
“สวัสดีครับ~ สวัสดีทุกคน~”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งสวมโค้ทน้ำตาลยาวกล่าวทักทายอย่างแจ่มใส เขาส่งยิ้มให้กับกล้องจำนวนมากไม่ต่างจากพวกดารานักแสดง มือข้างหนึ่งยกขึ้นโบกให้เหล่าแฟนคลับที่มายืนรอตามทางกั้น โดยรอบๆ ตัวเขาต่างมีชายสวมชุดสูทดำเดินคุ้มกันให้
แน่นอนว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญอย่างลูกทนายความ และเป็นคนดังในโลกโซเชียลอีกต่างหาก บางทีอาจเป็นเพราะด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา หรือไม่ก็เพราะความอัธยาศัยดีเลยได้ชื่อเสียงกับแรงอวยมหาศาล
“เฮ้ย! ไอ้หมอนั่นลอดเข้าไป!”
สตาฟตะโกนขึ้นเมื่อมีคนหลุดไปตรงทางเดิน ชายสวมฮู้ดซึ่งลอดเข้ามาถือมีดตรงไปหวังแทงปลิดชีวิตเป้าหมาย แต่ชั่วขณะชายสูทดำที่คุ้มกันหลังก็หันกลับไปจับข้อมือไว้ได้ทัน แล้วยกเท้ายันเข่าจนคนปองร้ายล้มลงกองกับพื้น
“เกือบไปแล้วเชียว”
เขาถอนหายใจพูดด้วยท่าทางเอือมระอา
‘ก่อนหน้าจะมาถึงจุดนี้ ผมไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่ในโลกนี้มาแต่แรก แต่เป็นโลกยุคปัจจุบัน 20XX ผมก็แค่ชายโสดอายุ 32 ปี ทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้ไอ้ลูกคุณหนูบ้านรวยคนหนึ่งที่ต่างประเทศ มีทักษะการต่อสู้ที่จัดว่าดีเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ต้องมาตายเพราะพิษจากโรคระบาดยุคนั้น’
“ผมจะไม่รอดใช่ไหม? คุณยมบาล”
ชายหนุ่มนอนราบบนเตียงในห้องพิเศษโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง น้ำเสียงเขานั้นเรียบนิ่งอย่างกับคนหมดอาลัยตายอยาก หญิงสาวสวมชุดขาวตามเครื่องแบบพยาบาลยืนจัดแจงของต่างๆ ไม่ห่าง เธอผงะไปชั่วครู่ก่อนจะหันมาตอบ
“ฉันพยาบาลค่ะ”
ชายหนุ่มได้ยินคำตอบแบบนั้นก็ถึงกับหัวเราะเบา “อย่าทำหน้าเครียดสิครับ แค่หยอกเองหน่า~ คุณพยาบาล~” เธอส่ายหน้าอ่อนเล็กน้อยก่อนตอบกลับด้วยท่าทางจริงจัง
“เราจะทำการรักษาคุณให้เต็มที่ค่ะ เพราะงั้นไม่ต้องห่วง”
‘ผมได้กลับมาที่ประเทศบ้านเกิดและช่วงสุดท้ายของชีวิตก็ลาจากโลกไปแบบเงียบเหงา ไม่มีใครมาเยี่ยมแม้แต่เพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง แต่นั่นไม่แปลกหรอก เพราะว่าทุกคนน่ะไม่ตายไปก็ป่วยเหมือนผม’
‘นั่นคือจุดจบของผมในโลกก่อนหน้า...’
‘แต่เหมือนว่าผมจะยังใช้ชีวิตไม่คุ้มแฮะ’
ทุกอย่างมืดไปนานพักใหญ่จนพอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป ชายหนุ่มมองรอบๆ เห็นว่าเป็นห้องนอนธรรมดาไม่เล็กไม่ใหญ่ ข้าวของต่างๆ มีเยอะมากจนดูรกไปหน่อย อย่างกับว่าที่นี่มีคนอาศัยอยู่มาอย่างยาวนาน
‘ที่นี่มัน...ที่นี่ไหนวะ!?’
เครื่องหมายคำถามลอยเด่นอยู่เหนือหัว ก่อนเขาจะเหลียวไปข้างๆ ก็พบกระจกบานยาวที่เห็นทั้งตัว สายตามองเข้าไปพบชายผมยาวดำสวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงขายาวดำสะท้อนกลับมา เขาลองขยับตัวนิดๆ หน่อยๆ ด้วยความงวยงง และแน่นอนว่าภาพเงาในนั้นขยับตาม
มือเสยผมยาวขึ้นพร้อมเก๊กหน้าหล่อใส่ เปลี่ยนมาจับคางกระตุกยิ้มกระชากใจ ปิดท้ายด้วยขยิบตาขวาก่อนจะชะงักไป
‘เวร... มัวแต่เล่น ว่าแต่ตรูมาอยู่ในร่างไอ้หล่อที่ไหนวะเนี่ย?’
“ลูก วันนี้พ่อต้องออกไปส่งต้นฉบั—”
ชายสวมแว่นคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาถึงกับนิ่งค้างไปทันที ครั้นเจอลูกชายตนกำลังเก๊กหน้าใส่กระจกอยู่ และดูเหมือนว่าจะทำมาพักหนึ่งแล้วด้วย แต่คนที่ตกใจไม่ได้มีแค่ผู้มาเยือน ตัวเขาเองก็เช่นกัน
“เอ่อ… ทำไมไม่เคาะประตู…ครับ?”
“โทษที ไม่ใช่สิ! แกเป็นใครเนี่ย!?”
‘ฉิบหายล่ะ!’
“ผมก็ลูกคุณไง”
“ลูกฉันไม่พูดสุภาพโว้ย! ไอ้ตัวปลอม!”
‘ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่รอด แต่พอโดนจับมาสอบสวนเลยถือโอกาสเล่าทุกอย่างไปตามความจริงแบบคร่าวๆ ยังไงก็ไม่ถึงกับบอกว่ามาจากโลกอื่นหรอก เพราะดูจากสภาพแวดล้อมกับการแต่งกายแล้ว นี่ไม่น่าใช่ยุคสมัยที่ศิวิไลซ์ทางด้านเทคโนโลยี คงเต็มไปด้วยความเชื่อศาสนา (เดาล้วนๆ) ’
‘เพราะงั้นการบอกว่าเป็นคนจากต่างมิติต่างโลก แน่นอนว่ามันออกจะเชื่อยากแล้วเสี่ยงโดนใส่ร้ายเป็นพ่อมดแม่มดอะไรพวกนั้น แบบ...เหมือนกับในหนังหรือซีรีส์ต่างประเทศพวกนั้นอะแหละ’
“สรุปแล้ว คุณตื่นมาก็มาอยู่ที่นี่ในร่างนี้แล้วสินะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบกลับไปรัวๆ หลังจากพยายามอธิบายให้เข้าใจง่าย ที่สำคัญคือไม่ล่อแหลมที่จะถูกหาว่าบ้ามากที่สุด คนตรงหน้าซึ่งคาดว่าเป็นพ่อเจ้าของร่างนี้นั่งครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกลอกตากลับมามองเขาแล้วถามอย่างจับผิด
“นี่ลูกคงไม่ได้แกล้งเล่น เพราะอยากให้พ่อคิดพล็อตนิยายเรื่องใหม่หรอกใช่ไหม?”
‘พูดอะไรวะครับพ่อ’ คนถูกถามคิดในใจพลางยิ้มค้างไปครู่หนึ่ง
“ลูกคุณเป็นคนแบบไหนเนี่ย?”
“แปลกพอๆ กับคุณนั่นแหละ แต่ก็ไม่คนที่แย่อะไร”
“งั้นเหรอครับ”
‘โอเค ลูกเขาต้องเป็นคนที่แย่ถึงขนาดเทียบกับผมได้’
ณ ตอนนี้ทั้งสองพ่อลูก (ปลอม) นั่งอยู่ในห้องรับแขกกว้างขนาดกลางๆ ท่าทางอีกฝ่ายดูเหมือนว่าจะไม่ได้ต่อต้านและไม่ได้หาว่าเขาบ้าอะไร เหตุที่ยอมรับฟังอาจเป็นเพราะนี่เป็นร่างของลูกเขา ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดว่าจะเอายังไงต่อก็นึกบางอย่างขึ้นได้
“คุณพอจะบอกอะไรเกี่ยวกับลูกคุณได้ไหม?”
อีกฝ่ายชายหางตามองแล้วตอบกลับ “ลูกฉันชื่อ ‘คาเลน แบรนดอน’ อายุประมาณ...เอ่อ สัก 20 ปีได้มั้ง ตอนนี้กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่”
‘ไม่ ไม่ ไม่! จะมาอยู่ร่างคนอื่นทั้งทีทำไมต้องได้เรียนอีกเนี่ยนะ! บ้าไปแล้วรึไง!?’
“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ”
“ครับ สบายมากครับ~”
ชายต่างโลกในร่างคนแปลกหน้าตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม (ขมขื่น) แต่ขณะเดียวกันสีหน้ากลับตึงสุดๆ เพราะจากนี้ไปเขาจะต้องหาทางใช้ชีวิตในโลกนี้ให้ได้ซะแล้ว โลกที่เขาไม่รู้จักแล้วยังได้มาอยู่ร่างลูกของนักเขียนที่ไหนก็ไม่รู้อีกต่างหาก
ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ใช้ชีวิตในฐานะคาเลนมาเป็นเวลา 5 ปี โดยพักอาศัยอยู่กับ ‘คาเบิล แบรนดอน’ ซึ่งเป็นพ่อเจ้าของร่างนี้เอง แม้ว่าเขาจะอยู่ที่นี่จนเคยชินมากแล้ว แต่ก็ยังหาความจริงเกี่ยวกับเหตุผลที่เขาหลุดมายังโลกนี้ไม่ได้ อย่างไรก็ช่าง มีสิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มแน่ใจดีเลยคือ…
‘นี่มันโลกนิยายแน่ๆ!’
ชายหนุ่มนึกคิดพร้อมกับทิ้งตัวนอนลงบนเตียงกว้าง ‘ผมจำได้ว่าคาเบิล แบรนดอนเป็นหนึ่งในตัวละครลับจากนิยายเรื่อง ‘นักล่าสาปบาป’ เป็นเรื่องที่อ่านนานแล้วแถมอ่านไม่จบด้วย’
‘เนื้อเรื่องคร่าวๆ คือพระเอกเป็นฮันเตอร์มากฝีมือมีอาการเสพติดการล่าภูต แต่เขาไม่ได้พยายามจะหาทางรักษานิสัยเสพติดแปลกๆ นี้หรอก กลับกัน สิ่งที่เขาอยากรักษาคือคำสาปที่อยู่ในตัวเขาเองต่างหาก ตอนจบยังไม่ทราบเพราะผมอ่านไม่ถึง แล้วก็ชัดเลยว่ายุคนี้มีเทคโนโลยีล้ำๆ เต็มไปหมด ผมเพิ่งเห็นจรวดบินผ่านไปด้วยเมื่อกี้ (ประชด) ’
‘เอาล่ะ ชีวิตฉิบหายกว่าเดิมแล้วค้าบท่าน~’
ก๊อกๆ ๆ ๆ
“นี่ ออกมาคุยด้วยหน่อย”
เสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงพ่อกล่าวเรียก ตอนนี้เขาเผลอคิดด้วยซ้ำว่าตนเป็นลูกของชายคนนี้ไปแล้วจริงๆ คาเลนยันตัวลุกเดินออกจากห้องไปหาคาเบิลที่ชั้นล่าง เขานั่งลงบนโซฟาตรงข้ามชายวัยกลางคนสวมแว่นกรอบบางในห้องรับแขก จากนั้นเป็นฝ่ายออกปากถามธุระก่อนทันที
“มีอะไรเหรอ?”
“วันนี้นายช่วยไปชวนฮันเตอร์คนหนึ่งมาเจอฉันหน่อย”
“ใคร?”
“บิทเทอ โลฮาส”
‘แค่พูดถึงชื่อนั้นก็ขนลุกแล้วนะเนี่ย ชื่อของคุณพระเอกพูดน้อยต่อยหนักคนนั้น’
“คุณเป็นนักเขียนไม่ใช่เหรอ มีเหตุผลปริศนาซ่อนเงื่อนอะไรถึงได้ต้องคุยมากับฮันเตอร์กันเนี่ย?”
“เขาก็แค่มีส่วนช่วยในงานของฉันน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
‘เท่าที่จำได้ในช่วงต้นเนื้อเรื่อง พระเอกกับคาเบิลไม่ได้เจอกันช่วงนี้หนิ เดี๋ยวสิ...ถ้านี้เป็นโลกเป็นนิยายจริง ตอนนี้เนื้อเรื่องมันถึงไหนแล้ววะเนี่ย ...ช่างเถอะ’
‘บางทีถ้าไปเจอพระเอกกับตัวอาจจะได้รู้อะไรดีๆ ก็ได้’
“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวจะลองไปชวนดู”
ชายหนุ่มตกปากรับคำไปแล้ว พอถึงช่วงเย็นวันนั้นเขาก็ออกจากบ้านเดินทางไปยังเขตที่บิทเทอน่าจะเป็นคนรับผิดชอบ ฝีเท้าย่างสวนกับผู้คนจัดการกิจวัตรตนเอง ภาพเหล่านี้เคยแปลกตาสำหรับเขาเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ตอนนี้มันกลับเป็นบรรยากาศที่คุ้นชินไปเสียแล้ว นัยน์ตาสีน้ำตาลมองบ้านเรือนเรียงเป็นแนวยาวตามทาง รวมถึงรถม้าสัญจรผ่านกันไปมาบนถนนกว้าง
คาเลนเหลียวมองตรอกซอยข้างทางก่อนจะเดินเลี้ยวเข้าไป แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าซึ่งปรายมองมาอย่างเยือกเย็น เจ้าของสายตาคู่นี้เป็นชายผมบลอนด์ขาวสวมใส่เครื่องแบบฮันเตอร์ยืนพิงกำแพงสูบบุหรี่อยู่ คาเลนยืนนิ่งตรงนั้นครู่หนึ่งอย่างตกตะลึง
เพราะนี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเจอคนหน้าตาดีนอกจากตัวเอง (ความมั่นคือลาภอันประเสริฐ)
‘เวร… เมื่อกี้มันจังหวะตกหลุมรักเหรอ?’
ชายหนุ่มนึกในใจแล้วกระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากเรียกชายตรงหน้า
“คุณคือบิทเทอ โลฮาสใช่ไหม?”
“มีธุระอะไร?”
“คาเบิลฝากให้ผมพาคุณไปคุยกับเขาที่บ้านน่ะ”
“ไม่คุย”
บิทเทอตอบปฏิเสธทันทีทันใดพร้อมกับหันหลังเดินเข้าตรอกไปอย่างไม่แยแส ปล่อยให้คาเลนที่ยืนอยู่ตรงปากทางตรอกมองตามซะอย่างนั้น
‘ไอ้พระเอกเหี้ยนี่!’
“อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านคาเลน”“อรุณสวัสดิ์~ ยินดีต้อนรับกลับ~”เมื่อยามเช้ามาถึงราวิน นั่มนั่ม และเบนจามินก็กลับมายังบ้านแบรนดอน ทั้งสองคนเห็นเจ้าบ้านสวมเชิ้ตขาวกับกางเกงขายาวดำคล้ายภาพลักษณ์เดิม แต่ที่ต่างออกไปหน่อยคือวันนี้คาเลนปล่อยผมยาวดำ ซึ่งปกติปล่อยทีไรก็บ่นรำคาญ แล้วขณะนี้อีกฝ่ายนั้นกำลังกินขนมปังทาแยมกับนมในห้องรับแขกชั้นล่างพอดี ท่าทีดูคารมดีมากกว่าทุกๆ ครา พลันให้อัศวินหนุ่มกับอดีตขอทานสาวต้องมองหน้ากันเองอย่างสงสัย‘อารมณ์ดีเกินคาด’อย่างกับว่าเข้าใจความคิดตรงกันได้โดยไม่ต้องปริปากพูด พวกเขาละสายตาจากกันเอง ก่อนเบนจามินจะเดินไปนั่งตรงข้าม คว้าขนมปังที่อีกคนเพิ่งทาเสร็จมากินหน้าตาเฉย แต่ชายผมยาวกลับไม่ถือโทษ แถมยังยอมมอบให้โดยไม่ต่อว่าอะไรอีกต่างหาก“หิวเหรอ~ เอานมเพิ่มด้วยเลยไหม? เดี๋ยวฉันจะเทให้เอง~”‘ปกติก็ทำตัวประหลาดกวนนั่นกวนนี่แท้ๆ มาทำดีแบบนี้ชวนน่าขนลุกชะมัด’การตอบสนองอีกคนทำเบนจามินที่หวังจะกวนบาทาถึงกับแสดงสีหน้าเหยเกอึ้งไป ราวินซึ่งเดินมานั่งเย
“คาเลน?”บิทเทอซึ่งนอนหงายอยู่บนเตียงกว้างเอ่ยเรียกเสียงแหบ สายตาช้อนมองชายผมยาวดำคร่อมบนตัวช่วงหน้าตักอย่างเสน่หา นัยน์ตาสีน้ำตาลเพ่งมองกลับด้วยท่าทางขุ่นเคือง“เมื่อกี้...แฮ่ก กล้ามากที่รุกทีเผลอ”คุณพระเอกมองนิ่งไม่มีท่าสำนึกผิด จากนั้นจึงค่อยๆ ไล่สายตาตั้งแต่ใบหน้าแดงระเรื่อปรกด้วยเส้นผมดำกระเซิง ลงมาเห็นช่วงล่างเปลือยเปล่าเผยขาเรียวขาว บิทเทอยันตัวลุกกำลังจะยื่นหน้าไปประกบปากอีกครั้ง แต่ต้องพลาดเพราะฝ่ามือคาเลนที่ดันให้เอนล้มลงนอนหงายอย่างเดิม“ยังไม่หยุดอีก”“เมื่อกี้นายรู้สึกดี”“...แต่มันทำฉันตกใจ”ไม่ได้ปฏิเสธแต่เลือกจะเบี่ยงประเด็นไปทางอื่น คาเลนกระแอมไอแก้อาการกระด้างอายตนเอง ก่อนครู่ต่อมาสายตาจะหลุบมองส่วนชูชันคุณพระเอก ตั้งแต่เสร็จจากเมื่อครู่ผ่านไม่กี่นาทีมันก็ผงาดอีกครั้ง“ครั้งนี้ฉันรับเอง”“รับ?”บิทเทอเลิกคิ้วมองกลับคล้ายไม่เข้าใจมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นอีกคนก็ไม่ได้อธิบายเพิ่ม ลุกไปคว้าเอาถุงยางมาสวมส
“เปื่อยชะมัด”คาเลนบ่นขณะนอนบนโซฟาในห้องรับแขกอย่างเอื่อยเฉื่อย แล้วความขี้เกียจก็ได้เข้ามาครอบงำเป็นที่เรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องประหลาด เพราะหลังจากหายไปเป็นเดือน พอกลับมาอีกทีก็ต้องเคลียร์งานมหาศาลที่คั่งค้าง เช่นเดียวกันกับบิทเทอซึ่งปล่อยให้เขตตัวเองอยู่ในความดูแลคนอื่นมานาน เลยต้องกลับไปรับผิดชอบหน้าที่ฮันเตอร์ต่อตามเดิม“เป็นไงบ้าง~ ไอ้คนหนีงาน”“คนไม่มีงานทำอย่างเธออย่าบ่นให้มากเลย”คาเลนว่าแล้วปัดมือไล่เบนจามินที่ยืนพิงขอบประตู ก่อนเธอจะถอนหายใจอ่อน “วันนี้ฉันจะออกไปทำธุระกับราวินนะ นายเองก็หยุดนอนเปื่อยได้แล้ว เดี๋ยวคุณพระเอกสุดหวานใจจะมาหาแล้วไม่ใช่รึไง”“อะ นั่นสิ!”พูดถึงคุณพระเอกไม่ถึงวิ เขาก็ผุดลุกขึ้นเร็วจนเบนจามินสะดุ้งโหยง “ชิ เหม็นคนคลั่งรักพระเอก”“ขอโทษที่ความรักของฉันมันทำร้ายคนโสดแบบเธอ~”พอชายหนุ่มเสริมด้วยท่าทางสุดเสียใจ (แบบปลอมๆ) เบนจามินก็กลอกตามองบนพร้อมถอนหายใจ เธอส่ายหัวก่อนจะผละตัวเดินจากไปโดยทิ้งท้ายไว้แค่ว่า…“เอาเถอะ ขอให้รักกันนานๆ แล้วกันน้า~ พ่อหนุ่ม”เจ้าบ้านไม่ตอบอะ
“จริงๆ แล้วผมแพ้ครับ ท่านคาเลน”ราวินเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ยังคงร่องรอยความผิดหวังเอาไว้ ถ้าหากเป็นหมาคงเห็นหางกับหูที่ลู่ตกลงหมด คาเลนเลิกคิ้วมองเล็กน้อย พักหนึ่งก็เข้าใจได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวถึงคืออะไร‘ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไร’ชายผมยาวกอดอกก่อนจะถามไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนหรือตำหนิในตัวอัศวิน“แล้วทำไมแมนดิวถึงบอกว่านายชนะล่ะ?”“ตอนนั้นผมหมดสภาพสู้ต่อแต่ไม่ยอมแพ้ เขาเลยยอมแพ้เพื่อจบการต่อสู้”‘นี่มันโคตรจะหยามเลยนี่หว่า~ ตาแก่บ้านั่น’พอได้ฟังคำบอกเล่าจากราวินก็อดหลุดปากอุทานออกมาไม่ได้ คาเลนจึงถอนหายใจอดสูต่อการกระทำของแมนดิว ชายผู้ครองตำแหน่งคนที่ฝึกสอนพระเอกและลาสต์บอสอย่างเขา แล้วเพิ่งจะได้สู้กับอัศวินเมื่อไม่นานมานี้“ผมต้องขออภัยหากท่านคาเลนผิดหวัง”“ไม่เป็นไ—”“คราวหน้าผมจะคว้าชัยชนะมาให้ได้ครับ”“...”ยังไม่ทันจะพูดปลอบใจอะไร ราวินกลับด่วนสรุปหวังจะลองประมือใหม่เสียแล้ว คาเลนได้แต่มองนิ่งพักหนึ่งก่อนจะยื่นมือ
ในช่วงเวลากลางวันปรากฏอัศวินหนุ่มยืนกลางทุ่งโล่งซึ่งห่างออกไปจากบ้านแมนดิว นัยน์ตาสีมรกตทอดมองวิวทิวทัศน์อย่างเหม่อลอย เห็นภูเขาเต็มไปด้วยผืนป่าทึบต่างกับสถานแห่งนี้ที่ทั้งโล่งทั้งปลอดโปร่ง รับอากาศสดชื่นและแสงแดดได้สบาย ก่อนชั่วขณะนั้นใบหน้าคมจะเบือนหันมองคนก้าวเข้ามาในบริเวณ“รอนานไหม ท่านอัศวิน”“ไม่ครับ”ความเงียบเข้ามาปกคลุมชั่วครู่ โดยต่างฝ่ายต่างประจันหน้าสร้างบรรยากาศหนัก แมนดิวจดจ้องเข้าไปในดวงตาเยือกเย็นคู่นั้นพักหนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น“เราต้องสู้กันแบบเอาเป็นเอาตายและไม่มีกฎเกณฑ์ ส่วนการตัดสินนั้น…” รอยยิ้มจากอดีตกรงเล็บเพลิงเผยออกมา “ถ้าทำให้ใครหมอบหรือพูดว่ายอมแพ้ได้ก็ชนะไป”“...”“หวังว่ากฎแบบนี้จะไม่ทำให้นายกลัวแล้วกันนะ”ราวินสบตามองกลับพร้อมตะเบ็งเสียงเรียบนิ่ง “ผมไม่พูดคำว่ายอมแพ้หรอกครับ” ได้ฟังแบบนั้น คู่สนทนาจึงพลันยิ้มกว้างออกมาทันใด“มั่นใจซะจริง งั้นมาดูแล้วกัน”“จะตายแล้ว…”คาเลนบ่นออกมาขณะนอนหงายบนเตียงเดี่ยวในห้องห
เริ่มแรกเป็นเพียงความมืด สักพักพอเปลือกตาเลื่อนเปิดก็เห็นเพดานไม้มีแสงส่องตกกระทบ ปกติแล้วเขาพอจะรู้ว่าตั้งแต่ออกเดินทางทำลายแท่นศิลาคำสาปเป็นไปได้ที่จะเจอแต่เรื่องประหลาด แต่เหมือนการเดินทางครั้งนี้จะเจอเรื่องเหนือความคาดหมายเยอะเป็นพิเศษ“ตื่นมาก็ทำหน้าอย่างกับปลาตายเลยนะ”เสียงคุ้นหูพลันให้คาเลนปรายตามอง ก่อนจะเห็นหญิงสาวนั่งกินใบไม้มองมาทางเขาด้วยท่าทางใจเย็นสุดๆ เธอก็คือเบนจามินนั่นเอง เขาขมวดคิ้วยันกายลุกขึ้นนั่ง ใช้นัยน์ตาสีน้ำตาลมองรอบข้าง“นี่ ฉันอยู่ที่ไหน”เธอขมวดคิ้วมอง “นายจำไม่ได้เหรอ?”คาเลนเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อที่จะรื้อฟื้นความทรงจำทั้งหมด สายตาเหม่อมองไล่เรียงสิ่งที่เกิดหลายต่อหลายอย่าง ก่อนในที่สุดเขาจะร้อง “อ๋อ~” ออกมาหลังจำทุกๆ อย่างได้“ฉันกับบิทเทอเดินตามนั่มนั่มมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็มาถึงบ้านของแมนดิว เพอร่า”“อะฮะ”“แต่พอมาถึงฉันก็สลบ”“เพราะเหนื่อย…”“ไม่ ฉันสลบไปเพราะเห็นหน้าเธอต่างหาก”เบนจามินได้ยินแบบนั้นถึงกับยิ้มแหย่ออกมา “ทำไม~ ความสวยของฉันมันแยงตานายจนทนมองไม่ไ