LOGIN‘รู้อะไรไหม? ทั้งสองชีวิตนี้คนที่ผมเคยง้อมีแค่สามคน พี่ชายและแฟนเก่า ส่วนคนที่สามน่ะเหรอ?’
‘ใช่ มันคือไอ้พระเอกเวรนี่ไงล่ะ!’
“คุณโลฮาส ผมเอาแซนด์วิชมาให้”
คาเลนว่าแล้วโยนแซนด์วิชห่อด้วยซองน้ำตาลให้ บิทเทอยกมือขึ้นรับของอัตโนมัติ มองอาหารพกง่ายกินเร็วในมือสลับกับหนุ่มผมยาวดำซึ่งยังคงส่งยิ้มมาเหมือนเดิม ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนอยู่ในตรอกเดิมที่เจอกันครั้งแรก ช่วงนี้คาเลนมักจะแวะเวียนมาหาฮันเตอร์หนุ่มบ่อยๆ จึงไม่ยากที่จะจำเส้นทางและเขตที่อยู่ในความดูแลของคุณพระเอกได้
“...”
‘ว่าแต่ไม่คิดจะขอบคุณกันหน่อยเหรอวะ?’
เมื่อเห็นบิทเทอเงียบไป คาเลนก็อดไม่ได้ที่ตั้งคำถาม ทั้งสองจ้องหน้ากันพักหนึ่งโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไร แต่บรรยากาศมันก็ไม่ได้น่าอึดอัดเพราะรอยยิ้มพิมพ์ใจสุดกวนของคาเลน
“ไม่ใช่ว่าฉันปฏิเสธไปชัดแล้วเหรอ?”
ฮันเตอร์หนุ่มแกะซองแซนด์วิชออกแล้วกินเข้าไปทันที ปกติเขาคงไม่รับของกินจากคนแปลกหน้า แต่เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คาเลนเอาของต่างๆ มาให้เลยหยวนได้ เพราะหากย้อนไปวันก่อนหน้า สิ่งที่ฮันเตอร์หนุ่มได้รับนั้นมีตั้งแต่ตุ๊กตา เครื่องประดับ ลูกกวาด ดอกไม้ หรืออะไรต่อมิอะไรที่ประหลาดๆ
ประหลาดที่ว่าก็อย่างเช่น ก้อนหิน
‘นี่คงดีที่สุดในทุกอย่างที่ได้มาแล้ว’
บิทเทอคิดพร้อมทานแซนด์วิชไปพลาง ขนมปังไร้ขอบประกบไส้ในเนื้อย่าง ไข่ ผักสองสามอย่างและน้ำซอส ซึ่งรสชาติก็จัดว่ามาไม่ได้แย่อะไร คาเลนเห็นคุณพระเอกกินอย่างสบายใจจึงกอดอกพิงไหล่กับกำแพงมองไป
“บางทีคุณควรจะใจอ่อนนะ”
“เอาข้าวมาให้ฉันกินทุกวันฉันก็ไม่ใจอ่อนหรอก”
“ทำไมล่ะ? มันไม่อร่อยพอเหรอ?”
“อร่อยมากกว่านี้ฉันก็ไม่ไป”
“เพราะอะไรล่ะ?”
“เพราะไม่อยากไป”
‘ปฏิเสธทันทีเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนจริงๆ’
คาเลนคิดแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มมุมปาก อันที่จริงเขาคงยอมรับคำปฏิเสธไม่มายุ่งกับคุณพระเอกตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว แต่ที่เขายอมเสียเวลาตามง้อผู้ชายคนนี้ไม่มีเบื่อไม่มีท้อ เพราะว่าคาเบิลดันมาคอยถามหาแต่บิทเทอทุกวี่ทุกวัน ซึ่งแน่นอนว่าบอดี้การ์ดจากต่างโลกคนนี้จะไม่ใช่คนเดียวที่ยอมโดนตื้อหรอก
เขาโดน คุณพระเอกก็ต้องโดนนะครับ
แฟร์สุดๆ เลยแบบนี้
“ถ้าวันหนึ่งคุณไม่เห็นผมมาหาเหมือนทุกวัน คุณจะเสียใจเอาหน่า~”
“เสียใจอะไร”
“อาหารเช้าไง ผมเป็นคนเดียวที่ทำให้คุณกินทุกวันเลยนะ”
บิทเทอกำลังจะอ้าปากกินต่อถึงกับหยุด แล้วเบือนหน้าเพ่งมองกลับ “แค่อาหารเช้า ฉันหากินเองได้หรอก” คาเลนได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มอย่างขบขัน แต่สักพัก…
โครกกกก…
ทั้งสองนิ่งไปเมื่อได้ยินเสียงคำรามนั้น มันไม่ใช่เสียงสัตว์ประหลาดน่ากลัวที่ไหน แต่มันมาจากท้องคาเลนที่ร่ำร้องหาอาหารซึ่งยังไม่ตกถึงกระเพาะตั้งแต่เช้า บิทเทอหรี่ตามองพร้อมขมวดคิ้ว ส่วนทางคาเลนเองที่แม้หน้าหนาพอจะมาตื้ออีกคนเรื่องเดิมๆ ทุกวัน แต่กับเรื่องภาพลักษณ์มันคนละอย่างกัน
“ไร้มารยาท”
คำพูดต่อว่าอย่างตรงไปตรงมาของอีกฝ่าย แทบจะทำเอาคาเลนกระอักเลือดด้วยความอับอาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำได้เพียงหัวเราะเบาๆ แล้วตอบกลับไป
“ของแบบนี้เขาคุมได้ที่ไหนล่ะ คุณโลฮาส”
“ได้สิ”
คาเลนเลิกคิ้ว “ยังไงครับ?”
“แบบนี้...”
บิทเทอว่าแล้วเดินตรงเข้ามาใกล้ ก่อนจะยื่นแซนด์วิชที่เหลือยัดเข้าปากคาเลน ไม่ใช่จ่อหรือป้อนแต่ ‘ยัด’ เข้าปาก ชายหนุ่มเกือบจะสำลักแต่พอได้รับรสของแซนด์วิช เขาจึงค่อยๆ เคี้ยวกินส่วนที่เหลือเข้าไปด้วยความหิว บิทเทอเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจอ่อนพลางลูบผมบลอนด์ขาวตนเอง
“คราวหน้าจะทำอาหารเช้าให้คนอื่นกินก็กินเองก่อนสิ”
‘ข้อดีของพระเอกที่ผมเห็น นอกจากความเก่งในการสู้กับพวกสัตว์ประหลาดแล้ว ก็คงเป็นการสร้างจังหวะตกหลุมรักเก่งเนี่ยแหละ’
“คุณโลฮาส”
“อะไรอีก”
“ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วง แต่จะดีมากถ้าคุณยอมไปเจอ—”
“ไม่ไป”
ดูเหมือนยังไงคุณพระเอกคนนี้ก็ยังเป็นพวกปฏิเสธเก่งเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม คาเลนมองตามแผ่นหลังอีกฝ่ายทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ พาลให้มุมปากเขาเชิดยิ้มเล็กน้อย ครั้นนึกถึงสถานการณ์เมื่อครู่ที่บิทเทอใช้นัยน์ตาสีฟ้ามองมาอย่างเรียบเฉย สวนทางกับการกระทำแสดงถึงความใส่ใจ
‘พระเอกนี่มันมีออร่าตั้งแต่หน้าตายันเงาจริงๆ’
ในวันต่อๆ มาคาเลนก็ยังคงคอยแวะมาที่เขตนี้บ่อยครั้ง แต่ในวันนี้มันกลับไม่เหมือนกับวันอื่นๆ ที่ผ่านมา เขาเดินเข้ามาในตรอกเดิมอย่างทุกครั้ง หากเป็นปกติมักจะเห็นบิทเทอสูบบุหรี่อยู่จุดนี้เป็นประจำ ชายหนุ่มมองรอบๆ ก่อนจะพบว่าที่พื้นมีก้นกรองบุหรี่เกลื่อนเต็มไปหมด
‘ใครมันมาสูบข้ามวันข้ามคืนกันเนี่ย?’
สูบหนักอย่างกับสูบทั้งคืนได้ขนาดนี้ก็มีคนเดียวที่เขานึกออก นั่นคงไม่พ้นคุณพระเอกซึ่งหายหัวไปไหนไม่รู้แต่เช้า ถ้าคาดการณ์ตามหน้าที่การงานก็รู้ได้เลยว่าเขาออกไป ‘ล่า’ แล้ว คาเลนในทีแรกกะจะยืนพิงกำแพงรออยู่ตรงนี้
แต่…
‘ตามเนื้อเรื่องที่ผมจำได้ ไม่มีทางที่บิทเทอจะล่าในเขตตัวเองได้แบบลอยหน้าลอยตาหรอก แต่ช่วงนี้มาหาหมอนี่กี่ครั้งก็ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง หมายความว่าเนื้อเรื่องนิยายมันยังไม่เริ่ม’
‘หรือบางทีมันอาจจะเพิ่งเริ่มด้วยซ้ำไป’
คาเลนเดินตรงเข้าไปในตรอกซอยลึก เป็นโชคดีที่ผังเมืองนี้ไม่ได้ประหลาดอะไรมาก ซอยต่างๆ เลยไม่ได้เยอะจนน่าสับสน เขาสาวเท้าเดินไปพลางใช้ดวงตาสีน้ำตาลสอดส่อง เสียงปืนและเสียงฟันดาบดังแว่วมาแต่ไกล
แอร่กกก!
เสียงกรีดร้องดังฟังชัดทำเขาสะดุ้งแม้เตรียมใจมาแล้วก็ตาม คาเลนถอนหายใจพร้อมกับลูบเสยผมดำตนขึ้น จากนั้นเริ่มเร่งฝีเท้าหาต้นเสียงที่คาดว่าดังอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้
‘ในที่สุดก็เจอสักที’
คาเลนมาถึงกลับต้องประหลาดใจ ครั้นเห็นบิทเทอยืนนิ่งไม่ต่อสู้ทั้งที่มีภูตอยู่ตรงหน้า เขาเริ่มสำรวจฝ่ายตรงข้าม หัวศัตรูมีรากไม้พันเต็มไปหมดยกเว้นส่วนปาก ตามลำตัวท้วมบวมผิวหนังซีดหย่อนยาน เหนือสิ่งอื่นใดคืออาวุธในมือทั้งสองของมันเป็นมีดคู่ คม ใหญ่ และกว้างพอจะพาคนไปเฝ้ายมบาลได้ในฉับเดียว ชายผมดำรีบวิ่งพร้อมคว้าอิฐหักครึ่งข้างทางมาถือไว้มั่น
‘ภูตนั่นเหลือตัวเองเดียว จริงสินะ! ถ้าตรงนี้เป็นฉากแรกในนิยาย งั้นเลี้ยวขวาตรอกหน้านี้ไปต้องเจอภูตหลอนอีกหนึ่ง’
ตึก ตึก ตึก!
พอเร่งฝีเท้าถึงทางแยกจึงหันไปทางซอยขวา พบอีกตัวอย่างที่คาดไว้ มันคือภูตล่อลวง รูปร่างสูงพอๆ กับคนแต่ผอมแห้งจนผิวหนังซีดหดติดกระดูก ทีเด็ดมันไม่ได้อยู่ที่พละกำลัง ความน่ากลัวเจ้านี่อยู่ตรงตาแดงฉานซึ่งทำให้ศัตรูที่สบตามันขยับไม่ได้ เช่นเดียวกับบิทเทอซึ่งโดนตอนนี้
คาเลนตวัดสายตาปรายไป เห็นภูตธรรมดาอีกตัวกลายเป็นศพ เหลืออีกตัวซึ่งกำลังจะพุ่งเข้าโจมตีฮันเตอร์ที่ยืนนิ่ง คาเลนเห็นแบบนั้นก็ง้างแขนปาก้อนอิฐอัดหัวภูตล่อลวงจนหน้ามันสะบัด
แกร่ก!?
ฉับพลันบิทเทอหลุดจากการควบคุมภูตล่อลวง หันไปตั้งรับการโจมตีใบมีดใหญ่ได้ทันท่วงที
“อย่าลืมตอบแทนนะ คุณโลฮาส!”
คาเลนตะโกนบอกฮันเตอร์พร้อมกับปาอิฐใส่หัวภูตล่อลวงต่อจังๆ จนมันไม่มีเวลาตั้งตัวโต้กลับ ระหว่างนั้นจึงสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้อย่างชะล่าใจพอตัว
‘หวานหมูล่ะทีนี้~’
พอถึงตัวภูตล่อลวงได้ประมาณหนึ่งก็หยุดปาอิฐ “ดูไม่จืดเลยนะ ยาหยี~” คาเลนเอ่ยอย่างขบขันครั้นเห็นสภาพศัตรูตรงหน้าหัวแตกจนเลือดไหลอาบ เขาเริ่มตั้งการ์ดตามฉบับมวยสากล ก่อนจะยกหมัดซ้ายชี้ไปยังเบ้าตาศัตรูเพื่อบดบังไม่ให้สบตากับมัน
‘เป็นภูตที่แข่งจ้องตาด้วยแล้วแพ้แน่ๆ’
การจ้องตากับภูตล่อลวงจะทำให้ถูกควบคุมจิตใจ เรื่องนั้นเขารู้ดีเพราะเคยอ่านมาก่อนแล้ว (เป็นประโยชน์จริงๆ เลย เหมือนมีสูตรโกง) คาเลนดึงหมัดซ้ายกลับก่อนชั่วเสี้ยววิจะออกหมัดขวาต่อยท้องภูตจนกระเด้งลอยเหนือพื้น พอศัตรูผงะงอตัวด้วยความเจ็บปวด เขาเลยดึงตัวภูตมาแล้วใช้รักแร้หนีบคอมันไว้ จากนั้นประสานสองมือเพื่อออกแรงรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
แอ่ก...อึก!
ในขณะเดียวกัน ทางด้านบิทเทอกำลังถูกภูตร่างท้วมใช้มีดคู่ใหญ่ไล่ฟันต่อเนื่อง ถึงอย่างนั้นเขาก็เอนตัวหลบได้ทั้งหมดอย่างคล่องแคล่ว จังหวะหนึ่งใบมีดใหญ่ง้างฟันแนวเฉียงใส่ เขาไหวตัวหลบทัน คมมีดจึงปักติดกับกำแพงแทน ฮันเตอร์หนุ่มก้าวเท้าเหยียบมือภูตแล้วกระโดดขึ้นยืนบนแขนใหญ่ของมัน
หึ...
เสียงหัวเราะในลำคอดังลอดออกมา ก่อนบิทเทอจะแทงดาบตนลงแขนมันจนเลือดกระเซ็นไหลนองออกไปทั่วพื้น มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แล้วกำลังจะง้างมีดอีกข้างฟันคืน บิทเทอสังเกตได้จึงผละตัวลงจากแขนมันทันใด จากที่มันจะฟันใส่บิทเทอจึงกลายเป็นฟันมีดใหญ่ตัดแขนตัวเองซะงั้น
อ๊ากกกกกก!!
เสียงกรีดร้องดังลั่นพร้อมของเหลวดำไหลจากส่วนฉีกขาด บิทเทอที่ยืนอยู่ไม่ห่างพลอยโดนเลือดดำสาดใส่ไปด้วย เส้นผมบลอนด์ขาวตอนนี้เปรอะไปด้วยโลหิตสีคล้ำ กระนั้นแววตาก็ยังดูกระหายเลือดไม่มีเปลี่ยน
พลั่ก!
โชคร้ายเพราะคาเลนที่กำลังรัดคอภูตล่อลวง กลับต้องมาลื่นล้มเพราะเหยียบใส่กองเลือดดำเข้า ร่างของเขากับภูตกลิ้งไปพร้อมกัน ชายหนุ่มกัดฟันสกัดกั้นความเจ็บก่อนหันไปต่อว่าพระเอกตัวดีทันที “ให้มันน้อยๆ เดี๋ยวก็ปล่อยให้ไอ้เวรนี้ไปแข่งจ้องตาซะเลยหนิ!”
บิทเทอที่ได้ยินอีกคนโวยวายเพียงแค่ยักไหล่ตอบด้วยท่าทางเรียบเฉยนั่น
‘จบจากตรงนี้เมื่อไร เดี๋ยวพ่อจะเฆี่ยนซะให้เข็ดเลย!’
คาเลนค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นพร้อมกับภูตล่อลวงที่หลุดจากการถูกรัดคอไปได้ แต่ตอนนี้ระยะห่างเขากับภูตนั่นค่อนข้างใกล้เลยทีเดียว “ไม่จ้องตานะ เขิน” คาเลนว่าแล้วก็ยื่นมือซ้ายผลักปิดตามัน ก่อนจะง้างหมัดขวาต่อยกลางหน้าศัตรูทันที
แอร่กกก!
มันเหลียวหน้ากลับมาหวังจะจ้องตากลับ แต่ก็พบว่าคาเลนยื่นมือขวามาค้างบังไว้ก่อนแล้ว เขายิ้มอย่างมีชัยตามด้วยต่อยเสยคาง ภูตตัวลอยคว้างกลางอากาศก่อนจะร่วงลงไปชักบนพื้น คาเลนมองไปทางศัตรูหมดสภาพอย่างอดสู
“โอ๋เอ๋~ ไปเกิดใหม่ในฟาร์มแกะนะ เจ้าหนู~”
ว่าจบก็ยกเท้าเหยียบลงบนลำคอ จากนั้นออกแรงบดจนได้ยินเสียงกระดูกดังลั่น
แกร่ง!
ณ ตอนนี้พระเอกกำลังถูกไล่ฟันคล้ายจนตรอก แต่จริงๆ เขาเลือกที่จะไม่โจมตีแล้วหลบอย่างเดียวมากกว่า ภูตเหลือแขนข้างเดียวฟาดอาวุธคมบ้าคลั่ง จนกระทั่งมันง้างมีดขึ้นสูงจะฟันใส่ บิทเทอก็รับมีดใหญ่ได้ไม่สะทกสะท้าน เพราะการต่อสู้ยืดเยื้อและออกแรงอย่างเปล่าประโยชน์ของมัน ทำให้ศัตรูเหนื่อยล้าไปเอง
ฉะนั้นการที่เขารับแรงโจมตีได้จึงไม่มีอะไรแปลก บิทเทอมองไปทางคู่ต่อสู้ตรงหน้าก่อนเหยียดยิ้มกว้างจนเผยลักยิ้มจาง
ตุบ!?
แต่จู่ๆ ศีรษะภูตตรงหน้ากลับขาดออกไปซะดื้อๆ ฮันเตอร์หนุ่มยืนงงอยู่อย่างนั้นพักหนึ่ง พอร่างท้วมล้มลงจึงเผยให้เห็นคาเลนยืนอยู่เบื้องหลัง โดยในมือถือแขนภูตซึ่งถูกตัดออกเมื่อครู่ และเขาใช้มีดใหญ่จากมือที่ขาดนั้นมาบั่นหัวภูตเอง
‘คุณพระเอกรู้ตัวไหมนะ ว่าเมื่อกี้ตัวเองทำหน้าเหวอขนาดไหน’
“ทาด๊าาาา~”
“แกแย่งเหยื่อฉัน”
บิทเทอว่าแล้วเพ่งสายตามองกลับอย่างเคืองใจไม่น้อย คาเลนได้ยินแบบนั้นถึงกับถอนหายใจออกมา ขัดกับบนใบหน้าซึ่งเปื้อนยิ้มบาง เขาทิ้งแขนของภูตลงบนพื้นเจิ่งเลือดดำไหลไปทุกตารางนิ้ว
“ตอบแทนผมสิ”
“...?”
คาเลนกล่าวพลางยื่นมือไปลูบเช็ดของเหลวดำออกจากเส้นผมขาวคุณพระเอก บิทเทอมองตามฝ่ามือคนตรงหน้าอย่างวยงง ก่อนจะหันมาสบเข้ากับนัยน์ตาน้ำตาลคาเลน ชายหนุ่มมองพระเอกตรงหน้า รู้สึกได้เลยบรรยากาศตอนนี้เหมาะแก่การ...
“ช่วยไปเจอกับคาเบิ—”
“ไม่”
‘ไอ้หมอนี่ไม่คิดจะขออย่างอื่นนอกจากพาไปเจอคาเบิลเลยรึไง...’
“อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านคาเลน”“อรุณสวัสดิ์~ ยินดีต้อนรับกลับ~”เมื่อยามเช้ามาถึงราวิน นั่มนั่ม และเบนจามินก็กลับมายังบ้านแบรนดอน ทั้งสองคนเห็นเจ้าบ้านสวมเชิ้ตขาวกับกางเกงขายาวดำคล้ายภาพลักษณ์เดิม แต่ที่ต่างออกไปหน่อยคือวันนี้คาเลนปล่อยผมยาวดำ ซึ่งปกติปล่อยทีไรก็บ่นรำคาญ แล้วขณะนี้อีกฝ่ายนั้นกำลังกินขนมปังทาแยมกับนมในห้องรับแขกชั้นล่างพอดี ท่าทีดูคารมดีมากกว่าทุกๆ ครา พลันให้อัศวินหนุ่มกับอดีตขอทานสาวต้องมองหน้ากันเองอย่างสงสัย‘อารมณ์ดีเกินคาด’อย่างกับว่าเข้าใจความคิดตรงกันได้โดยไม่ต้องปริปากพูด พวกเขาละสายตาจากกันเอง ก่อนเบนจามินจะเดินไปนั่งตรงข้าม คว้าขนมปังที่อีกคนเพิ่งทาเสร็จมากินหน้าตาเฉย แต่ชายผมยาวกลับไม่ถือโทษ แถมยังยอมมอบให้โดยไม่ต่อว่าอะไรอีกต่างหาก“หิวเหรอ~ เอานมเพิ่มด้วยเลยไหม? เดี๋ยวฉันจะเทให้เอง~”‘ปกติก็ทำตัวประหลาดกวนนั่นกวนนี่แท้ๆ มาทำดีแบบนี้ชวนน่าขนลุกชะมัด’การตอบสนองอีกคนทำเบนจามินที่หวังจะกวนบาทาถึงกับแสดงสีหน้าเหยเกอึ้งไป ราวินซึ่งเดินมานั่งเย
“คาเลน?”บิทเทอซึ่งนอนหงายอยู่บนเตียงกว้างเอ่ยเรียกเสียงแหบ สายตาช้อนมองชายผมยาวดำคร่อมบนตัวช่วงหน้าตักอย่างเสน่หา นัยน์ตาสีน้ำตาลเพ่งมองกลับด้วยท่าทางขุ่นเคือง“เมื่อกี้...แฮ่ก กล้ามากที่รุกทีเผลอ”คุณพระเอกมองนิ่งไม่มีท่าสำนึกผิด จากนั้นจึงค่อยๆ ไล่สายตาตั้งแต่ใบหน้าแดงระเรื่อปรกด้วยเส้นผมดำกระเซิง ลงมาเห็นช่วงล่างเปลือยเปล่าเผยขาเรียวขาว บิทเทอยันตัวลุกกำลังจะยื่นหน้าไปประกบปากอีกครั้ง แต่ต้องพลาดเพราะฝ่ามือคาเลนที่ดันให้เอนล้มลงนอนหงายอย่างเดิม“ยังไม่หยุดอีก”“เมื่อกี้นายรู้สึกดี”“...แต่มันทำฉันตกใจ”ไม่ได้ปฏิเสธแต่เลือกจะเบี่ยงประเด็นไปทางอื่น คาเลนกระแอมไอแก้อาการกระด้างอายตนเอง ก่อนครู่ต่อมาสายตาจะหลุบมองส่วนชูชันคุณพระเอก ตั้งแต่เสร็จจากเมื่อครู่ผ่านไม่กี่นาทีมันก็ผงาดอีกครั้ง“ครั้งนี้ฉันรับเอง”“รับ?”บิทเทอเลิกคิ้วมองกลับคล้ายไม่เข้าใจมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นอีกคนก็ไม่ได้อธิบายเพิ่ม ลุกไปคว้าเอาถุงยางมาสวมส
“เปื่อยชะมัด”คาเลนบ่นขณะนอนบนโซฟาในห้องรับแขกอย่างเอื่อยเฉื่อย แล้วความขี้เกียจก็ได้เข้ามาครอบงำเป็นที่เรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องประหลาด เพราะหลังจากหายไปเป็นเดือน พอกลับมาอีกทีก็ต้องเคลียร์งานมหาศาลที่คั่งค้าง เช่นเดียวกันกับบิทเทอซึ่งปล่อยให้เขตตัวเองอยู่ในความดูแลคนอื่นมานาน เลยต้องกลับไปรับผิดชอบหน้าที่ฮันเตอร์ต่อตามเดิม“เป็นไงบ้าง~ ไอ้คนหนีงาน”“คนไม่มีงานทำอย่างเธออย่าบ่นให้มากเลย”คาเลนว่าแล้วปัดมือไล่เบนจามินที่ยืนพิงขอบประตู ก่อนเธอจะถอนหายใจอ่อน “วันนี้ฉันจะออกไปทำธุระกับราวินนะ นายเองก็หยุดนอนเปื่อยได้แล้ว เดี๋ยวคุณพระเอกสุดหวานใจจะมาหาแล้วไม่ใช่รึไง”“อะ นั่นสิ!”พูดถึงคุณพระเอกไม่ถึงวิ เขาก็ผุดลุกขึ้นเร็วจนเบนจามินสะดุ้งโหยง “ชิ เหม็นคนคลั่งรักพระเอก”“ขอโทษที่ความรักของฉันมันทำร้ายคนโสดแบบเธอ~”พอชายหนุ่มเสริมด้วยท่าทางสุดเสียใจ (แบบปลอมๆ) เบนจามินก็กลอกตามองบนพร้อมถอนหายใจ เธอส่ายหัวก่อนจะผละตัวเดินจากไปโดยทิ้งท้ายไว้แค่ว่า…“เอาเถอะ ขอให้รักกันนานๆ แล้วกันน้า~ พ่อหนุ่ม”เจ้าบ้านไม่ตอบอะ
“จริงๆ แล้วผมแพ้ครับ ท่านคาเลน”ราวินเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ยังคงร่องรอยความผิดหวังเอาไว้ ถ้าหากเป็นหมาคงเห็นหางกับหูที่ลู่ตกลงหมด คาเลนเลิกคิ้วมองเล็กน้อย พักหนึ่งก็เข้าใจได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวถึงคืออะไร‘ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไร’ชายผมยาวกอดอกก่อนจะถามไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนหรือตำหนิในตัวอัศวิน“แล้วทำไมแมนดิวถึงบอกว่านายชนะล่ะ?”“ตอนนั้นผมหมดสภาพสู้ต่อแต่ไม่ยอมแพ้ เขาเลยยอมแพ้เพื่อจบการต่อสู้”‘นี่มันโคตรจะหยามเลยนี่หว่า~ ตาแก่บ้านั่น’พอได้ฟังคำบอกเล่าจากราวินก็อดหลุดปากอุทานออกมาไม่ได้ คาเลนจึงถอนหายใจอดสูต่อการกระทำของแมนดิว ชายผู้ครองตำแหน่งคนที่ฝึกสอนพระเอกและลาสต์บอสอย่างเขา แล้วเพิ่งจะได้สู้กับอัศวินเมื่อไม่นานมานี้“ผมต้องขออภัยหากท่านคาเลนผิดหวัง”“ไม่เป็นไ—”“คราวหน้าผมจะคว้าชัยชนะมาให้ได้ครับ”“...”ยังไม่ทันจะพูดปลอบใจอะไร ราวินกลับด่วนสรุปหวังจะลองประมือใหม่เสียแล้ว คาเลนได้แต่มองนิ่งพักหนึ่งก่อนจะยื่นมือ
ในช่วงเวลากลางวันปรากฏอัศวินหนุ่มยืนกลางทุ่งโล่งซึ่งห่างออกไปจากบ้านแมนดิว นัยน์ตาสีมรกตทอดมองวิวทิวทัศน์อย่างเหม่อลอย เห็นภูเขาเต็มไปด้วยผืนป่าทึบต่างกับสถานแห่งนี้ที่ทั้งโล่งทั้งปลอดโปร่ง รับอากาศสดชื่นและแสงแดดได้สบาย ก่อนชั่วขณะนั้นใบหน้าคมจะเบือนหันมองคนก้าวเข้ามาในบริเวณ“รอนานไหม ท่านอัศวิน”“ไม่ครับ”ความเงียบเข้ามาปกคลุมชั่วครู่ โดยต่างฝ่ายต่างประจันหน้าสร้างบรรยากาศหนัก แมนดิวจดจ้องเข้าไปในดวงตาเยือกเย็นคู่นั้นพักหนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น“เราต้องสู้กันแบบเอาเป็นเอาตายและไม่มีกฎเกณฑ์ ส่วนการตัดสินนั้น…” รอยยิ้มจากอดีตกรงเล็บเพลิงเผยออกมา “ถ้าทำให้ใครหมอบหรือพูดว่ายอมแพ้ได้ก็ชนะไป”“...”“หวังว่ากฎแบบนี้จะไม่ทำให้นายกลัวแล้วกันนะ”ราวินสบตามองกลับพร้อมตะเบ็งเสียงเรียบนิ่ง “ผมไม่พูดคำว่ายอมแพ้หรอกครับ” ได้ฟังแบบนั้น คู่สนทนาจึงพลันยิ้มกว้างออกมาทันใด“มั่นใจซะจริง งั้นมาดูแล้วกัน”“จะตายแล้ว…”คาเลนบ่นออกมาขณะนอนหงายบนเตียงเดี่ยวในห้องห
เริ่มแรกเป็นเพียงความมืด สักพักพอเปลือกตาเลื่อนเปิดก็เห็นเพดานไม้มีแสงส่องตกกระทบ ปกติแล้วเขาพอจะรู้ว่าตั้งแต่ออกเดินทางทำลายแท่นศิลาคำสาปเป็นไปได้ที่จะเจอแต่เรื่องประหลาด แต่เหมือนการเดินทางครั้งนี้จะเจอเรื่องเหนือความคาดหมายเยอะเป็นพิเศษ“ตื่นมาก็ทำหน้าอย่างกับปลาตายเลยนะ”เสียงคุ้นหูพลันให้คาเลนปรายตามอง ก่อนจะเห็นหญิงสาวนั่งกินใบไม้มองมาทางเขาด้วยท่าทางใจเย็นสุดๆ เธอก็คือเบนจามินนั่นเอง เขาขมวดคิ้วยันกายลุกขึ้นนั่ง ใช้นัยน์ตาสีน้ำตาลมองรอบข้าง“นี่ ฉันอยู่ที่ไหน”เธอขมวดคิ้วมอง “นายจำไม่ได้เหรอ?”คาเลนเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อที่จะรื้อฟื้นความทรงจำทั้งหมด สายตาเหม่อมองไล่เรียงสิ่งที่เกิดหลายต่อหลายอย่าง ก่อนในที่สุดเขาจะร้อง “อ๋อ~” ออกมาหลังจำทุกๆ อย่างได้“ฉันกับบิทเทอเดินตามนั่มนั่มมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็มาถึงบ้านของแมนดิว เพอร่า”“อะฮะ”“แต่พอมาถึงฉันก็สลบ”“เพราะเหนื่อย…”“ไม่ ฉันสลบไปเพราะเห็นหน้าเธอต่างหาก”เบนจามินได้ยินแบบนั้นถึงกับยิ้มแหย่ออกมา “ทำไม~ ความสวยของฉันมันแยงตานายจนทนมองไม่ไ







