เข้าสู่ระบบเสียงเบสหนักหน่วง จากลำโพงตัวยักษ์ดังสะท้อนก้องไปทั่วทุกอณูของ ‘The Obsidian’ คลับระดับซูเปอร์วีไอพีที่หรูหราที่สุดในใจกลางเมืองหลวง สถานที่ซึ่งรวบรวมเหล่ามหาเศรษฐี ทายาทนักธุรกิจ และผู้มีอิทธิพลในโลกมืดเอาไว้ภายใต้แสงไฟนีออนสลัวและแชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับ ทว่าในค่ำคืนนี้ บรรยากาศภายในคลับกลับถูกครอบงำด้วยรัศมีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากโซนวีไอพีชั้นลอย ซึ่งถูกจองเหมาไว้ครึ่งซีกโดยหญิงสาวเพียงคนเดียว
บนโซฟาบุหนังอิตาลีสีแดงเพลิง เฟิ่งชิงทายาทสาวเพียงคนเดียวของตระกูลเฟิ่ง ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของโลกใต้ดิน นั่งไขว่ห้างด้วยท่วงท่าที่ทั้งสง่างามและเย่อหยิ่งราวกับนางพญา เรือนร่างอรชรซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าไหมสีเขียวมรกตที่ผ่าลึกอวดเรียวขาขาวเนียนและสัดส่วนเย้ายวนใจ เส้นผมสีดำขลับดัดลอนใหญ่ทิ้งตัวสยายคลอเคลียแผ่นหลัง เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่งดงามจนแทบหยุดหายใจ ดวงตาเฉี่ยวคมประดับด้วยอายไลเนอร์สีเข้มรับกับริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด เป็นความงามที่อันตราย ดุดัน และพร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้าใกล้
ข้างกายของเธอคืออี้เฉิน นายแบบหนุ่มหน้าใหม่ที่กำลังโด่งดัง ชายหนุ่มรูปหล่อผู้มีใบหน้าหวานละมุนกำลังทำหน้าที่ประจบประแจงเอาใจแม่เสือสาวอย่างขยันขันแข็ง มือเรียวของเขาคอยรินแชมเปญ ราคาแพงลิบลิ่วลงในแก้วคริสตัลให้เธออย่างนอบน้อม สลับกับการหยิบผลไม้ป้อนถึงริมฝีปากเคลือบสีแดงสด เฟิ่งชิงรับการปรนนิบัตินั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก เธอไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวอี้เฉินเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มคนนี้เป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นใหม่ที่เธอควงมาเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่า เธอสามารถเปลี่ยนผู้ชายได้บ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนกระเป๋าแบรนด์เนม และเพื่อกวนประสาทใครบางคนที่เธอกำลังรอคอย
รอบโซฟาตัวใหญ่ ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทกว่าสิบชีวิตยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทีขึงขัง ทุกคนมีหูฟังไร้สายและรอยแผลเป็นที่บ่งบอกถึงประสบการณ์โชกโชน ลูกน้องตระกูลเฟิ่งเหล่านี้สร้างกำแพงมนุษย์ที่ทำให้ไม่มีแขกคนใดในร้านกล้าเฉียดเข้าใกล้รัศมีสิบเมตรแขกเหรื่อในโซนด้านล่างต่างพากันลอบมองขึ้นมายังระเบียงชั้นลอย เสียงซุบซิบดังแข่งกับเสียงดนตรี
“นั่นคุณหนูเฟิ่งใช่ไหม... ตัวจริงสวยกว่าในข่าวลืออีก” นักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนร่วมโต๊ะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหลงใหล
“สวยก็จริง แต่นายอยากตายหรือไง นั่นมันนางพญาหงส์สีเลือดนะโว้ย แค่เธอมองตานาย หัวนายก็อาจจะหลุดจากบ่าได้แล้ว ไม่เห็นไอ้พวกบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมนั่นหรือไง”
“แต่ผู้ชายข้างๆ เธอนั่นมันอี้เฉินนี่นา เพิ่งควงพระเอกหนุ่มไปสัปดาห์ก่อน วันนี้เปลี่ยนคนอีกแล้วเหรอ รสนิยมเธอไม่เบาเลยจริงๆ”
“ชู่ว! เงียบปากซะ ถ้าไม่อยากถูกโยนลงแม่น้ำ”
เฟิ่งชิงได้ยินเสียงนินทาเหล่านั้นแว่วมาตามสายลม แต่เธอหาได้ใส่ใจ มือเรียวสวยที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดงามยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตูทางเข้าคลับราวกับกำลังรอคอยให้เหยื่อเดินมาติดกับดัก และแล้ว... ราวกับสวรรค์ (หรือนรก) เป็นใจ บานประตูไม้โอ๊กสลักลายบานใหญ่ของคลับก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้มาใหม่ วินาทีที่ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา อุณหภูมิภายในคลับก็ราวกับจะลดฮวบลงกะทันหัน เสียงดนตรีที่ดังกึกก้องดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยเสียงกลืนน้ำลายและความเงียบงันที่น่าอึดอัด
หลงเหว่ยทายาทสายตรงแห่งตระกูลหลง มังกรหนุ่มผู้มีนิสัยดุดัน ใจร้อน และไร้ความปรานี ปรากฏตัวในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตด้านในสีเลือดหมูถูกปลดกระดุมออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยเงินเส้นหนา ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักของเทพเจ้ากรีกนั้นเรียบตึง สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวสีนิลทอประกายเย็นชาและเย่อหยิ่ง เขาแผ่กลิ่นอายของความเป็นผู้นำและความอันตรายออกมาจนผู้คนรอบข้างต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา
ข้างกายของพญามังกรคือเหม่ยหลิน หญิงสาวร่างเล็กบอบบางในชุดเดรสลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ยาวกรอมเท้า ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีอ่อนดูเป็นธรรมชาติ เธอกอดแขนแกร่งของหลงเหว่ยเอาไว้แน่นราวกับลูกนกที่หวาดกลัวต่อโลกภายนอก ท่ามกลางดงมาเฟียและแสงสีเสียง เหม่ยหลินดูขัดหูขัดตาประหนึ่งดอกลิลลี่สีขาวที่หลงมาขึ้นอยู่กลางดงหนามพิษ
ด้านหลังของหลงเหว่ยคือลูกน้องตระกูลหลงร่างยักษ์นับสิบคน แต่ละคนแผ่รังสีฆ่าฟันออกมาอย่างไม่ปิดบัง แขกในร้านที่เมื่อครู่ยังนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศ บัดนี้เริ่มหน้าถอดสี หลายคนรีบวางแก้วเหล้า คว้ากระเป๋า และสะกิดคู่ควงให้รีบลุกออกจากโต๊ะโดยไม่ต้องรอเช็คบิล เพราะใครๆ ในวงการต่างก็รู้ดีว่า ตระกูลหลงและตระกูลเฟิ่งคือศัตรูคู่อาฆาตที่ฟาดฟันกันมาตั้งแต่รุ่นปู่แย่งชิงเขตแดนและผลประโยชน์กันอย่างดุเดือด และการที่มังกรหนุ่มกับหงส์สาวมาปรากฏตัวในสถานที่เดียวกัน ในเวลาเดียวกัน... นั่นหมายถึงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดว่าสงครามกำลังจะเกิด
“ฉิบหายแล้ว... คุณชายหลงมา! หนีเร็วพวกเรา ก่อนที่ลูกหลงจะโดนหัว!”
“ผู้จัดการร้านไปไหนวะ! ทำไมปล่อยให้สองตระกูลนี้มาเจอกันในร้านได้!”
เสียงฝีเท้าอึกทึกดังขึ้นเมื่อแขกกว่าครึ่งร้านพากันแหวกทางและวิ่งหนีออกไปทางประตูหลังราวกับผึ้งแตกรัง ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเศษแก้วที่หล่นแตกประปราย
หลงเหว่ยไม่ได้สนใจพวกมดปลวกที่วิ่งหนีตาย ดวงตาคมกริบของเขาตวัดมองขึ้นไปยังชั้นลอยวีไอพี และทันทีที่สายตาของเขากระทบเข้ากับร่างอรชรในชุดสีเขียวมรกตที่นั่งไขว่ห้างส่งยิ้มยียวนมาให้ มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียดหยามที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและเกลียดชัง เขาล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เดินนำลูกน้องพุ่งตรงไปยังบันไดที่เชื่อมสู่ชั้นลอยวีไอพี เหม่ยหลินที่กอดแขนเขาอยู่ต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไปจนหอบฮัก
“อาเหว่ยคะ... เราไปนั่งโซนอื่นกันดีไหมคะ ตรงนั้นดูอันตรายจังเลย” เหม่ยหลินบีบเสียงเล็กเสียงน้อยช้อนตามองแฟนหนุ่มด้วยความหวาดกลัว แต่หลงเหว่ยกลับทำเพียงแค่ตบหลังมือเธอเบาๆ เชิงปลอบโยน ทว่าสายตายังคงจับจ้องไปที่ศัตรูสาวไม่วางตา
“ไม่ต้องกลัวเหม่ยหลิน ฉันแค่จะไปทักทายเพื่อนบ้าน ที่ชอบทำตัวขวางหูขวางตาเสียหน่อย” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังพอที่จะทำให้ลูกน้องตระกูลเฟิ่งที่ยืนเฝ้าบันไดอยู่ขยับตัวเข้าหากันเพื่อบล็อกทางเดินทันที
“หยุดอยู่ตรงนั้น คุณชายหลง โซนนี้คุณหนูเฟิ่งเหมาหมดแล้ว” หัวหน้าการ์ดตระกูลเฟิ่งเอ่ยเสียงแข็ง มือขวาขยับไปแตะที่เอวด้านหลังซึ่งซ่อนอาวุธไว้
กลับมาที่โรงพยาบาลเอกชนเฟิ่งชิงค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดหนึบที่หน้าท้องและศีรษะยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือความอ่อนเพลียที่กัดกินร่างกายจนขยับตัวแทบไม่ได้ หญิงสาวกะพริบตาเพื่อปรับแสงสว่างภายในห้องพักฟื้นวีไอพี“ชิงชิง... เธอฟื้นแล้ว!”เสียงทุ้มที่คุ้นหูและเต็มไปด้วยความดีใจดังขึ้นข้างเตียง เฟิ่งชิงหันไปมองภาพตรงหน้า... หลงเหว่ยในสภาพเสื้อผ้าชุดเดิมที่เปื้อนเลือด บาดแผลบนศีรษะถูกพันด้วยผ้าพันแผล ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเคร่งขรึมและเกรี้ยวกราด บัดนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ ชายหนุ่มจับมือเธอไว้แน่น สองมือของเขาสั่นระริกความทรงจำสุดท้ายก่อนสลบหลั่งไหลเข้ามาในหัว เฟิ่งชิงเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้เธอรีบใช้มืออีกข้างลูบหน้าท้องของตัวเองอย่างลนลาน“ลูก... ลูกของฉัน... หลงเหว่ย... ลูกของเรายังอยู่ใช่ไหม!” เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและหวาดกลัวที่สุดในชีวิต“ใจเย็นๆ ชิงชิง... ลูกยังอยู่... ลูกของเราปลอดภัยแล้ว” หลงเหว่ยรีบลุกขึ้น โ
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่วันใหม่ เฟิ่งชิงยังคงหลับใหลด้วยฤทธิ์ยา เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขยับเขยื้อน หลงเหว่ยเฝ้าดูอาการของเธอตลอดคืนไม่ยอมหลับยอมนอน จนกระทั่งรุ่งเช้า เมื่อหมอเข้ามาตรวจอาการและยืนยันว่าสภาวะครรภ์เริ่มคงที่ มังกรหนุ่มจึงยอมผละออกจากข้างเตียงมีหนี้แค้นอีกหนึ่งบัญชีที่เขายังไม่ได้สะสาง... หนี้เลือดที่ต้องชดใช้ด้วยเลือด!ณ คุกใต้ดินของคฤหาสน์หลักตระกูลหลงสถานที่แห่งนี้มืดมิด เย็นยะเยือก และอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ฝังแน่นอยู่ในกำแพงหิน เหม่ยหลินถูกจับโยนลงไปในห้องขังเดี่ยวที่ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงแสงไฟนีออนสลัวๆ ดวงเดียวที่ส่องสว่าง ร่างบอบบางที่เคยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนม บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบเลือดจากการถูกกระชากลากถู เธอสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและหวาดกลัวสุดขีดแอ๊ดดด...เสียงประตูกรงเหล็กถูกเปิดออกอย่างเชื่องช้า แต่เสียงนั้นกลับเสียดแทงแก้วหู และกระชากความหวาดกลัวของเหม่ยหลินให้พุ่งทะลุขีดสุด หญิงสาวถดตัวหนีไปจนชิดมุมห้อง กอดเข่าตัวเองแน่นร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้องขัง หลงเหว
เสียงล้อรถเข็นฉุกเฉินบดเบียดกับพื้นกระเบื้องยาง ของโรงพยาบาลดังก้องสะท้อนไปตามโถงทางเดินที่สว่างไสว แข่งกับเสียงตะโกนสั่งการของทีมแพทย์และพยาบาล ที่วิ่งกรูมารับตัวผู้ป่วยฉุกเฉินระดับวีไอพี หลงเหว่ยในสภาพชุ่มโชกไปด้วยเลือดทั้งของตนเองและของเฟิ่งชิง วิ่งขนาบข้างเตียงเข็น มือหนาที่เปื้อนเลือดสั่นระริกแต่ยังคงกุมมือที่เย็นเฉียบของภรรยาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชิงชิง... อดทนไว้นะ เธอถึงมือหมอแล้ว... ลูกของเราต้องปลอดภัย... อดทนนะ...” หลงเหว่ยพร่ำกระซิบเสียงเครือ น้ำตาของลูกผู้ชายไหลอาบแก้มที่เปื้อนเลือด คนเคยเย่อหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต“กรุณารออยู่ด้านนอกค่ะคุณชายหลง ทีมแพทย์ของเราจะดูแลคุณผู้หญิงอย่างดีที่สุด!” พยาบาลหัวหน้าเวรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะดึงเตียงเข็นของเฟิ่งชิงผ่านประตูห้องผ่าตัดฉุกเฉินเข้าไป และประตูกระจกบานใหญ่ก็ปิดลง ปิดกั้นเขาออกจากโลกของเธอหลงเหว่ยทรุดตัวลงคุกเข่า หน้าประตูห้องผ่าตัดราวกับคนหมดแรง สองมือกุมศีรษะที่ปวดร้าวอย่างแสนสาหัส ร่างกายของเขาบาดเจ็บสาหัส จากการถูกขวดไวน์ฟาดและอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ แต่ความเจ็บปวดทางกา
เพล้ง!เสียงขวดแก้วหนาแตกกระจายดังกึกก้องไปทั่วโถงใหญ่ เฟิ่งชิงฟาดขวดไวน์ลงบนศีรษะของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงเกิด แรงฟาดมหาศาลบวกกับความแค้นที่อัดแน่น ทำเอาขวดไวน์แตกละเอียดคามือ น้ำไวน์สีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ผสมปนเปกับเลือดสดๆที่พุ่งทะลักออกจากบาดแผลฉกรรจ์บนศีรษะของมังกรหนุ่ม“โอ๊ย!” หลงเหว่ยร้องเสียงหลง โลกทั้งใบหมุนคว้างอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นแปลบจากศีรษะลงมาถึงกระดูกสันหลัง ร่างสูงใหญ่เซถลา ขาที่เคยแข็งแกร่งหมดเรี่ยวแรง ทรุดฮวบล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อนอย่างหมดสภาพ เลือดสีแดงข้นไหลอาบใบหน้าหล่อเหลา หยดแหมะๆ ลงบนพื้น“กรี๊ดด! อาเหว่ย!” เหม่ยหลินกรีดร้องเสียงแหลมปรี๊ดด้วยความสยดสยองเมื่อเห็นเลือดอาบร่างคนรัก เธอรู้ตัวทันทีว่าสถานการณ์พลิกผันแล้ว ความตายกำลังมาเยือน หญิงสาวหันหลังเตรียมจะวิ่งหนีออกประตูคฤหาสน์“จับนังงูพิษนั่นไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!” หลงเจี้ยนตวาดลั่น บอดี้การ์ดนับสิบคนพุ่งเข้าตะครุบตัวเหม่ยหลิน กดร่างของเธอลงกับพื้นอย่างรุนแรงจนหมดทางหนีเฟิ่งชิงยืนหอบหายใจหนักหน่วงอยู่เหนือร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของหลงเหว่ย มือที่กำคอขวดแก้วที่แตกเป็นปากฉลามสั่นระริก
เวลาผ่านไปสองสัปดาห์บาดแผลภายนอกของเหม่ยหลินเริ่มสมานตัวและดีขึ้นมาก หลงเหว่ยตัดสินใจว่าถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องโบยบินออกจากกรงทองที่แสนโสมมนี้เสียที ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดและหมวกแก๊ป ปิดบังใบหน้ามิดชิด พาเหม่ยหลินนั่งแท็กซี่ไปที่เอเจนซี่ทัวร์ส่วนตัวเพื่อจองตั๋วเครื่องบินเหมาลำเดินทางออกนอกประเทศ“ผมต้องการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว บินตรงไปปารีสคืนนี้เลย นี่แบล็กการ์ดของผม รูดได้ไม่จำกัดวงเงิน” หลงเหว่ยโยนบัตรเครดิตใบหรูลงบนเคาน์เตอร์ด้วยความมั่นใจพนักงานรับบัตรไปรูด ทว่า... เสียงสัญญาณเตือนสีแดงก็ดังขึ้น “เอ่อ... ขออภัยครับคุณลูกค้า บัตรใบนี้ถูกระงับการใช้งานครับ”“อะไรนะ เครื่องพังหรือเปล่า เอาใบนี้ไปรูด!” หลงเหว่ยหัวเสีย ควักบัตรอีกสามใบออกมาโยนให้ แต่ผลลัพธ์ก็คือ... ถูกระงับทุกใบ บัญชีธนาคารทุกบัญชีไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ ชื่อของหลงเหว่ยถูกอายัดทั้งหมด!“เวรเอ๊ย ป๊าสั่งอายัดบัตรฉัน!” หลงเหว่ยสบถลั่น ทุบเคาน์เตอร์จนพนักงานสะดุ้ง เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า การเป็นทายาทมาเฟียนั้น หากไร้ซึ่งการสนับสนุนจากตระกูล เขาก็ไม่ต่างอะไรจากหมาจนตรอกที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อตั๋วเครื่องบินขณะที่หลงเหว่ยกำ
รุ่งเช้าวันต่อมา ข่าวการหลบหนีของหลงเหว่ยและการแหกคุกพานักโทษกบฏอย่างเหม่ยหลินหนีไป กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำสมาพันธ์หลง-เฟิ่ง! ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง เฟิ่งชิงที่ยังคงมีอาการแพ้ท้องและร่างกายอ่อนเพลียจากความเครียดสะสม กำลังนั่งจิบซุปบำรุงครรภ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียวลงไปมากตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ แต่เธอก็ยังพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกในท้อง“กริ๊ง!”เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าหลิวรีบรับสายก่อนจะหน้าถอดสี หญิงวัยกลางคนรีบเดินตัวสั่นเข้ามาหาเฟิ่งชิง “คะ... คุณผู้หญิงคะ อาเฉินโทรมาแจ้งข่าวจากคฤหาสน์หลักค่ะ...”“มีอะไร ป้าหลิว ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” เฟิ่งชิงวางช้อนซุปลง ขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ“นะ... นายน้อยแหกคุกหนีออกไปแล้วค่ะ... แถมยัง... ยังลอบเข้าไปในเซฟเฮาส์ใต้ดิน พาตัวนังเหม่ยหลินหลบหนีไปด้วยกันแล้วค่ะ!”เพล้ง!!ชามซุปกระเบื้องเคลือบถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย น้ำซุปร้อนๆ หกเลอะเทอะ แต่เฟิ่งชิงไม่รู้สึกถึงความร้อนนั้นเลย ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า โลกทั้งใบหมุนคว้างราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ด
หลงเหว่ยยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีไม่ยี่หระ แม้ว่ามุมปากของเขาจะมีรอยช้ำและโหนกแก้มจะมีพลาสเตอร์ยาปิดอยู่ก็ตาม เขาปรายตามองเอกสารบนพื้นแล้วแค่นหัวเราะในลำคอ“ป๊าจะโวยวายไปทำไม ก็แค่เด็กตีกัน ผมไม่ได้พกปืนไปด้วยซ้ำ ถือว่าปรานีพวกมันมากแล้วนะที่ผมไม่สั่งให้ลูกน้องเผาคลับนั่นทิ้ง ยัยผู้หญิงแพศยานั่
ลูกน้องตระกูลหลงรีบเข้าไปพยุงร่างที่สั่นเทาของเหม่ยหลินขึ้นมา แล้วพาเดินตามหลังผู้เป็นนายออกไปทางประตูวีไอพีด้านหลังอย่างรวดเร็ว เฟิ่งชิงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของโซนวีไอพี มือบางทิ้งเศษแก้วลงบนพื้น เธอกุมข้อมือที่บวมเป่งของตัวเองเอาไว้แน่น นัยน์ตาคมเฉี่ยวมองตามแผ่นหลังกว้างของหลงเหว่ยไปจน
“อ๊ะ! ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ!” เฟิ่งชิงดิ้นรนสุดชีวิต เธอใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ระดมทุบตีลงบนบ่าและหน้าอกของเขาอย่างไม่ยั้งแรง เล็บแหลมคมข่วนเข้าที่ต้นคอของเขาจนได้เลือด ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน เขากลับรวบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งเพียงข้างเดียว ดึงร่างบางเข้ามาเบียดชิดจนแทบจะหลอมรวม
ลูกน้องตระกูลหลงเห็นดังนั้นก็ขยับพรวดเข้ามากระชากคอเสื้อการ์ดตระกูลเฟิ่งทันที บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุดราวกับสายกีตาร์ที่ถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะและพร้อมจะขาดสะบั้นลงทุกวินาที“ปล่อยพวกเขาเข้ามา อาหลง” เสียงหวานใสทว่าทรงอำนาจดังมาจากโซฟาตัวใหญ่ เฟิ่งชิงโบกมือเบาๆ เชิงสั่งการ ลูกน้องตระกูลเฟิ่งจึงยอมถอยร







