로그인ลูกน้องตระกูลหลงเห็นดังนั้นก็ขยับพรวดเข้ามากระชากคอเสื้อการ์ดตระกูลเฟิ่งทันที บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุดราวกับสายกีตาร์ที่ถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะและพร้อมจะขาดสะบั้นลงทุกวินาที
“ปล่อยพวกเขาเข้ามา อาหลง” เสียงหวานใสทว่าทรงอำนาจดังมาจากโซฟาตัวใหญ่ เฟิ่งชิงโบกมือเบาๆ เชิงสั่งการ ลูกน้องตระกูลเฟิ่งจึงยอมถอยร่นเปิดทางให้ ทว่ายังคงตั้งท่าเตรียมพร้อมปะทะทุกเมื่อ
หลงเหว่ยเดินสอดมือล้วงกระเป๋าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงข้ามกับโต๊ะกระจกเตี้ยที่กั้นระหว่างเขากับเฟิ่งชิง เขากวาดสายตามองการแต่งตัวที่เปิดเผยเนื้อหนังมังสาของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะปรายตามองอี้เฉินที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ เธอ
“นึกว่าเดินเข้ามาในซ่องสลัมที่ไหน ที่แท้ก็คลับหรู แต่น่าเสียดายที่อากาศในนี้มันเริ่มเหม็นคาวของเน่าเสียซะแล้วสิ” หลงเหว่ยเปิดฉากโจมตีด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึก เขากระตุกยิ้มมุมปาก “ว่าไง เฟิ่งชิง วันนี้เปลี่ยนของเล่นชิ้นใหม่อีกแล้วเหรอ รสนิยมเธอเนี่ย... ถ้าไม่หน้าจืดเป็นเต้าหู้ ก็คงเป็นพวกแมงดาเกาะผู้หญิงกินสินะ”
อี้เฉินสะดุ้งโหยงเมื่อโดนพาดพิง เขาพยายามจะอ้าปากเถียงเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย แต่เมื่อเจอกับสายตาคมกริบดุจมีดแล่เนื้อของหลงเหว่ยที่ตวัดมามอง คำพูดทุกคำก็จุกอยู่ที่ลำคอ เฟิ่งชิงไม่ได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เธอกลับหัวเราะเสียงใสราวกับกระดิ่งเงิน มือเรียวยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตาช้อนมองหลงเหว่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วเลยไปหยุดที่ร่างบอบบางของเหม่ยหลินที่กำลังหลบอยู่ด้านหลังเขา
“แหม... ปากคอยังเน่าเฟะเหมือนหมาตายไม่เปลี่ยนเลยนะ หลงเหว่ย” เฟิ่งชิงสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กรีดลึกถึงกระดูก “นายจะมาว่าของเล่นฉันหน้าจืดได้ยังไง ในเมื่อตัวนายเองก็ควงเต้าหู้จืดชืด ที่ดูเหมือนจะหมดอายุแล้วมาด้วยเหมือนกัน... อ้อ หรือว่านี่ไม่ใช่แฟน แต่เป็นแม่ชีที่นายจ้างมาสวดส่งวิญญาณลูกน้องนายกันล่ะ แต่งตัวซะขาวจั๊วะ นึกว่าเตรียมไปงานศพ”
“เฟิ่งชิง!” หลงเหว่ยตวาดลั่น สันกรามปูดนูนด้วยความโกรธจัดที่ผู้หญิงของตนถูกพาดพิง “อย่ามาลามปามเหม่ยหลิน เธอเป็นผู้หญิงดีๆ ไม่ใช่ผู้หญิงร่านๆ ที่คอยอ้าขาให้ผู้ชายไม่ซ้ำหน้าอย่างเธอ!”
คำพูดที่หยาบคายและไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ ของหลงเหว่ยทำเอาเส้นเลือดขมับของเฟิ่งชิงเต้นตุบ เธอเกลียดไอ้ผู้ชายตรงหน้านี้เข้าไส้ เกลียดความเย่อหยิ่ง เกลียดสายตาที่มองเธอราวกับเป็นขยะ และยิ่งเกลียดที่เขาเอาเธอไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงแสนดีจอมปลอมอย่างเหม่ยหลิน
“ผู้หญิงดีๆ เหรอ?” เฟิ่งชิงเหยียดยิ้มร้ายกาจ เธอจงใจขยับตัวเข้าไปแนบชิดอี้เฉิน วางมือเรียวลงบนแผงอกของนายแบบหนุ่ม ลูบไล้เบาๆ อย่างยั่วยวน “ดีแล้วไง น่าเบื่อจะตายไป สู้ผู้ชายของฉันก็ไม่ได้ ทั้งหล่อ ทั้งเอาใจเก่ง... ไม่เหมือนหมาบ้าแถวนี้ที่ดีแต่เห่า แต่ไม่มีน้ำยา!”
“คุณหนูเฟิ่งคะ... กรุณาอย่าพูดจาหยาบคายกับอาเหว่ยเลยนะคะ เขาไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณหนูหรอกค่ะ เราต่างคนต่างอยู่กันเถอะนะคะ” เหม่ยหลินชะโงกหน้าออกมาจากแผ่นหลังกว้าง พยายามทำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า ดูน่าสงสารจับใจ ทว่าในสายตาของเฟิ่งชิง นั่นคือการแสดงละครฉากใหญ่ที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุด
“หุบปากไปเลย นังเด็กเมื่อวานซืน!” เฟิ่งชิงตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาลุกวาวดุจแม่เสือ “ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน เศษสวะอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เสนอหน้าแทรก!”
“เฟิ่งชิง! เธอชักจะกำเริบหนักเกินไปแล้วนะ!” หลงเหว่ยทนไม่ได้ที่เห็นน้ำตาของแฟนสาว เขาพุ่งตัวเข้าไปเอามือเท้าโต๊ะกระจก โน้มใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยโทสะเข้าไปใกล้หญิงสาวตรงหน้า จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของกันและกัน “ถ้าเธอกล้าด่าเหม่ยหลินอีกคำเดียว ฉันจะฉีกปากเธอซะ แล้วจะจับไอ้แมงดานี่โยนลงมาจากชั้นสองให้กระดูกแหลก!”
“ก็ลองดูสิไอ้ลูกหมา! คิดว่าฉันกลัวนายหรือไง!” เฟิ่งชิงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับมังกรหนุ่มอย่างไม่ลดละ หน้าอกอวบอิ่มภายใต้ชุดไหมกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ “ตระกูลหลงของนายมันก็แค่พวกอันธพาลกระจอกๆ ที่ชอบลอบกัดลับหลัง คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่นักหรือไง!”
“ก็ยังดีกว่าตระกูลเฟิ่งที่กำลังจะถังแตก จนลูกสาวต้องมาเร่ขายตัวหาเงินบำเรอผู้ชายตามผับแบบนี้ล่ะวะ!” หลงเหว่ยพ่นคำด่าทอที่จี้จุดตายที่สุดออกมา รอยยิ้มเยาะเย้ยของเขาช่างน่าหมั่นไส้จนถึงขีดสุด
ฟางเส้นสุดท้ายในใจของเฟิ่งชิงขาดผึงลงในวินาทีนั้น ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด โดยไม่มีใครคาดคิดและไม่มีใครห้ามทัน มือเรียวของนางเอกสาวตวัดคว้าแก้ววิสกี้ชั้นดีที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วสาดของเหลวสีอำพันในแก้วใส่ใบหน้าหล่อเหลาของหลงเหว่ยอย่างแรง
ซ่า!!
วิสกี้ราคาแพงสาดกระเซ็นเข้าเต็มใบหน้าของมาเฟียหนุ่ม หยดน้ำสีอำพันไหลหยดลงจากปลายผมสีเข้ม ผ่านคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเป็นปม หยดลงบนแก้ม และไหลซึมลงไปตามเสื้อเชิ้ตสีเลือดหมูจนเป็นคราบด่างดวง กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทั้งคลับตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า ลูกน้องของทั้งสองฝั่งเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แม้แต่อี้เฉินยังอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปไข่ได้ เหม่ยหลินยกมือขึ้นปิดปากกรีดร้องเสียงหลง
“กรี๊ดดด! อาเหว่ย!”
หลงเหว่ยหลับตาลงนิ่งงันไปชั่วอึดใจ สันกรามของเขาบดเข้าหากันจนเกิดเสียงกรอดๆ มือหนายกขึ้นลูบหยดน้ำออกจากใบหน้าอย่างเชื่องช้า ทว่ารังสีฆ่าฟันที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกายนั่นรุนแรง จนแทบจะบีบคอคนรอบข้างให้ขาดใจตาย เมื่อเขาลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
“เธอ-รน-หา-ที่-ตาย!” หลงเหว่ยคำรามลอดไรฟันด้วยเสียงที่แหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก
ไวกว่าความคิด หลงเหว่ยพุ่งตัวข้ามโต๊ะกระจกเข้าไปหาเฟิ่งชิงอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ตะครุบเหยื่อ มือหนาที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กตวัดคว้าเข้าที่ข้อมือบางของหญิงสาวที่ยังคงกำแก้วเปล่าค้างไว้ในอากาศ เขากำมันแน่น... แน่นจนกระดูกข้อศอกของเธอส่งเสียงลั่นเป๊าะ
“โอ๊ย!” เฟิ่งชิงหลุดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แก้วคริสตัลในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมเสียงดังตุบ ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากข้อมือขึ้นมาถึงหัวไหล่ ราวกับว่าเขาตั้งใจจะหักแขนเธอให้ขาดคามือ ผิวเนื้อขาวเนียนรอบข้อมือของเธอเริ่มปรากฏรอยแดงช้ำเป็นจ้ำๆ ทันที
“ปล่อยมือคุณหนูเดี๋ยวนี้นะโว้ย!” หัวหน้าการ์ดตระกูลเฟิ่งคำรามลั่น ชักกระบองเหล็กยืดหดออกมาจากเอวแล้วพุ่งเข้าใส่หลงเหว่ย
“ใครกล้าแตะต้องนายน้อย กูจะฆ่าทิ้งให้หมด!” มือขวาของหลงเหว่ยก็ไม่น้อยหน้า ชักสนับมือเหล็กสวมเข้าที่นิ้วแล้วพุ่งเข้าปะทะทันที
ตูม! เพล้ง! โครม!
สงครามขนาดย่อมระเบิดขึ้นในชั่วพริบตา ลูกน้องชุดดำของทั้งสองฝั่งกระโจนเข้าห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงหมัดกระทบเนื้อ เสียงกระบองเหล็กฟาดเข้ากับท่อนแขน เสียงโต๊ะกระจกถูกทุ่มจนแตกกระจาย และเสียงขวดเหล้าปลิวว่อนไปทั่วร้านกลายเป็นซิมโฟนีแห่งหายนะ การปะทะกันครั้งนี้ไม่มีใครยอมใคร เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปตามพรมและโซฟาราคาแพง ไม่มีใครกล้าใช้ปืนตามกฎเหล็กของวงการมาเฟียที่ตกลงกันไว้ แต่เพียงแค่อาวุธระยะประชิดก็เพียงพอที่จะทำให้พื้นที่วีไอพีกลายเป็นสมรภูมินรกได้แล้ว ท่ามกลางความโกลาหลและการตะลุมบอน หลงเหว่ยไม่ได้สนใจลูกน้องที่กำลังตีกันตาตั้ง เขาสนใจเพียงแค่ผู้หญิงอวดดีตรงหน้าที่กล้าหยามเกียรติเขา ด้วยแรงโทสะที่พุ่งทะลุขีดจำกัด หลงเหว่ยกระชากข้อมือที่บีบเอาไว้อย่างแรง รั้งร่างอรชรของเฟิ่งชิงให้ถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง
รุ่งเช้าวันต่อมา ข่าวการหลบหนีของหลงเหว่ยและการแหกคุกพานักโทษกบฏอย่างเหม่ยหลินหนีไป กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำสมาพันธ์หลง-เฟิ่ง! ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง เฟิ่งชิงที่ยังคงมีอาการแพ้ท้องและร่างกายอ่อนเพลียจากความเครียดสะสม กำลังนั่งจิบซุปบำรุงครรภ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียวลงไปมากตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ แต่เธอก็ยังพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกในท้อง“กริ๊ง!”เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าหลิวรีบรับสายก่อนจะหน้าถอดสี หญิงวัยกลางคนรีบเดินตัวสั่นเข้ามาหาเฟิ่งชิง “คะ... คุณผู้หญิงคะ อาเฉินโทรมาแจ้งข่าวจากคฤหาสน์หลักค่ะ...”“มีอะไร ป้าหลิว ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” เฟิ่งชิงวางช้อนซุปลง ขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ“นะ... นายน้อยแหกคุกหนีออกไปแล้วค่ะ... แถมยัง... ยังลอบเข้าไปในเซฟเฮาส์ใต้ดิน พาตัวนังเหม่ยหลินหลบหนีไปด้วยกันแล้วค่ะ!”เพล้ง!!ชามซุปกระเบื้องเคลือบถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย น้ำซุปร้อนๆ หกเลอะเทอะ แต่เฟิ่งชิงไม่รู้สึกถึงความร้อนนั้นเลย ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า โลกทั้งใบหมุนคว้างราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ด
“เพียะ!”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้น เฟิ่งชิงฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ มือบางของเธอสั่นระริก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความรวดร้าวที่แสนสาหัส“นายมันสารเลว หลงเหว่ย...” เฟิ่งชิงเค้นเสียงรอดไรฟัน น้ำตานองหน้า “นายลืมทุกอย่างไปแล้ว... ลืมความรู้สึกของเรา ลืมคำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ ลืมแม้กระทั่งลูกของตัวเอง นายจำได้แต่ความเกลียดชังงั้นเหรอ! ได้ ในเมื่อนายอยากให้ฉันเป็นนังแพศยา ฉันก็จะเป็นนังแพศยาให้สมใจนายเลย!”เฟิ่งชิงหมุนตัววิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว เธอรับไม่ได้กับสายตาและคำพูดที่แสนจะโหดร้ายของผู้ชายที่เธอรัก แม้หมอจะวิ่งสวนเข้ามาและพยายามอธิบายว่าหลงเหว่ยมีอาการ ความจำเสื่อมชั่วคราว จากสมองกระทบกระเทือน ทำให้ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงที่เขายังเกลียดชังเธออยู่ แต่เหตุผลเหล่านั้นมันก็ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เฟิ่งชิงวิ่งออกไป หลงเหว่ยที่กำลังสับสนและหงุดหงิดก็หันไปตวาดใส่ลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง“อาเฉิน เหม่ยหลินอยู่ไหน ฉันอยากเจอเ
ตึง! กรวบ!แรงอัดมหาศาลกระแทกเข้ากับร่างของหลงเหว่ยอย่างจัง เศษเหล็กแหลมคมแทงทะลุเบาะหนังเข้ามาเสียบเข้าที่แผ่นหลังและสีข้างของมังกรหนุ่ม เลือดสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วห้องโดยสาร หลงเหว่ยกระอักเลือดออกมา ร่างกายของเขารับแรงกระแทกทั้งหมดแทนภรรยาจนกระดูกหลายซี่หักสะบั้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสพุ่งทะลุขีดจำกัดจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ทว่า แม้ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน สองแขนของเขาก็ยังคงกอดรัดร่างของเฟิ่งชิงเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชะ... ชิงชิง... ปะ... ปลอดภัยไหม...” หลงเหว่ยเค้นเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของหญิงสาว เลือดหยดลงบนใบหน้าของเธอ “ระ... รักษา... ลูกของเรา... ให้ดี...”ดวงตาเคยทรงอำนาจค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่รวยริน ร่างกำยำที่เคยเป็นที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ทรุดฮวบลงทับร่างของเฟิ่งชิงอย่างหมดสติ“หลงเหว่ย! หลงเหว่ย!” เฟิ่งชิงกรีดร้องเสียงหลง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและความรวดร้าวทะลักล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ ร่างกายของเธอปลอดภัย ไม่ได้บาดเจ็บมาก เพราะได้รับการปกป้องจากชายผู้เป็นสามีอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าหัวใจของเธอกลับถูกฉ
ควันซิการ์สีเทาหม่นลอยอวล อยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดมิด และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายของ หลงหยง เขากำแก้วบรั่นดีในมือแน่นจนข้อศอกสั่นสะท้าน นัยน์ตาที่เคยเจ้าเล่ห์และเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน บัดนี้แดงก่ำและเบิกโพลงด้วยโทสะที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุดเมื่อได้รับสายข่าวลับจากสายสืบที่แฝงตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ใต้ดินของตระกูลหลง“หมายความว่ายังไงที่นังเหม่ยหลินมันคายชื่อฉันออกมา นังแพศยาโง่เง่า! ฉันให้เงินมันไปตั้งสิบล้านเพื่อปิดปากและทำลายหลงเหว่ย แต่มันกลับสารภาพทุกอย่างให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นฟังจนหมดเปลือกงั้นเรอะ!” หลงหยงแผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะเขวี้ยงแก้วบรั่นดีคริสตัลเจียระไนราคาแพงอัดเข้ากับผนังห้องจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ของเหลวสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซียประดุจหยาดเลือด“นายท่านครับ ตอนนี้นายน้อยหลงเหว่ยและคุณหนูเฟิ่งชิงรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดนายท่านต่อหน้าสภาสมาพันธ์ เราจะเอายังไงกันดีครับ ถ้าขืนปล่อยไว้ นายท่านอาจจะถูกท่านประมุขหลงเจี้ยนสั่งเก็บในข้อหากบฏสายเลือดได้นะครับ&rdq
หลงเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ “ผลอัลตราซาวนด์นั่นมันก็แค่ของปลอมที่ใช้เงินฟาดหัวหมอเถื่อนให้ทำขึ้นมา ส่วนหน้าท้องที่นูนป่องนั่น... มันก็แค่ก้อนซิลิโคนซ่อนรูปเกรดเอ ที่แปะติดกาวไว้กับหน้าท้องแบนๆ เท่านั้นแหละ!”เฟิ่งชิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของชายหนุ่ม ก่อนที่ดวงตาของหงส์สาวจะเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ ความเศร้าโศกเสียใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ ถูกแทนที่ด้วยโทสะอันรุนแรงที่ลุกโชนดั่งไฟป่า“นังแพศยานั่น... มันกล้าหลอกฉัน! มันกล้าทำให้ฉันต้องเสียน้ำตาให้ก้อนซิลิโคนโง่ๆ นั่นงั้นเหรอ!” เฟิ่งชิงแผดเสียงก้องห้อง ลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความโกรธจัด อาการแพ้ท้องหรือความอ่อนแอหายเป็นปลิดทิ้ง “อยู่ไหน เหม่ยหลินอยู่ที่ไหน หลงเหว่ย! ฉันจะไปถลกหนังหัว ฉันจะเอาก้อนซิลิโคนนั่นยัดใส่ปากนังนั่นเดี๋ยวนี้แหละ!”หลงเหว่ยรีบลุกขึ้นคว้าเอวภรรยาที่ทำท่าจะพุ่งออกไปนอกห้องเอาไว้ “ใจเย็นๆ ชิงชิง! เธอท้องอยู่นะ อย่าอารมณ์เสียสิ เดี๋ยวสะเทือนถึงลูก” เขากอดรัดร่างบางไว้แน่น หัวเราะร่วนอย่างมีความ
ความเงียบงันยามวิกาล ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลงถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด หลงเหว่ยถูกกักบริเวณอยู่ในห้องนอนกว้างขวาง ประตูล็อกแน่นหนาจากด้านนอกโดยมีบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตเฝ้ายามตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทว่าสำหรับทายาทมาเฟียผู้ถูกฝึกฝนสัญชาตญาณนักล่ามาตั้งแต่จำความได้ การถูกขังในบ้านตัวเองไม่ใช่เรื่องที่เหนือความสามารถในการหลบหนีความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกกระชากทิ้ง ทำให้สมองของหลงเหว่ยบิดเบี้ยว ภาพสุดท้ายที่เขาสลักลึกในหัวใจคือใบหน้าหวานจิ้มลิ้มของ ‘เหม่ยหลิน’ หญิงสาวที่เขารักและทะนุถนอม ขณะที่เฟิ่งชิงคือนางมารร้ายที่คอยแต่จะทำลายชีวิตเขา อาการปวดหนึบที่ขมับแล่นริ้วขึ้นมาทุกครั้งที่เขาพยายามนึกถึงอุบัติเหตุ แต่ความห่วงหาที่มีต่อเหม่ยหลินกลับมีอานุภาพเหนือกว่าความเจ็บปวดทางกาย เขาได้ยินจากลูกน้องที่เผลอหลุดปากว่า เหม่ยหลินถูกขังและถูกทรมานอยู่ในคุกใต้ดินของเซฟเฮาส์ตระกูลหลง ความโกรธเกรี้ยวและร้อนรนแผดเผาจิตใจของมังกรหนุ่มจนลุกเป็นไฟ เขาต้องไปช่วยเธอ!หลงเหว่ยเริ่มแผนการด้วยการทุบทำลายข้าวของในห้องจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะแสร้งล้มลงชักเกร็งอยู่บนพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด บอ
เสียงเบสหนักหน่วง จากลำโพงตัวยักษ์ดังสะท้อนก้องไปทั่วทุกอณูของ ‘The Obsidian’ คลับระดับซูเปอร์วีไอพีที่หรูหราที่สุดในใจกลางเมืองหลวง สถานที่ซึ่งรวบรวมเหล่ามหาเศรษฐี ทายาทนักธุรกิจ และผู้มีอิทธิพลในโลกมืดเอาไว้ภายใต้แสงไฟนีออนสลัวและแชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับ ทว่าในค่ำคืนนี้ บรรยากาศ
บทนำในโลกของมาเฟีย... มีกฎเหล็กที่ทุกคนต่างรู้ดีว่า ‘ตระกูลหลง’ และ ‘ตระกูลเฟิ่ง’ คือเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ มังกรและหงส์ที่เกิดมาเพื่อฟาดฟันและแย่งชิงความเป็นใหญ่ หากฝ่ายหนึ่งยืนหยัด อีกฝ่ายต้องพินาศย่อยยับไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่ง ทายาทเพียงคนเดียวของสองขั้วอำนาจจะต้องมาจรดปลายปากกาเซ็นใบทะเบี
เหม่ยหลินโผเข้ากอดหลงเหว่ยแน่น ซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจและแววตาเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิดภายใต้คราบน้ำตา “ฉันจะรอคุณค่ะอาเหว่ย นานแค่ไหนฉันก็จะรอ...”หลายวันต่อมา หลังจากความวุ่นวายเรื่องการเตรียมงานแต่งงานเริ่มซาลง บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินของเฟิ่งชิงก็ถูกปลดล็อกอีกครั้งเพื่อใช้เตรียมตัวสำหรับการเป็นเจ้าสาว ห
“อ๊ะ! ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ!” เฟิ่งชิงดิ้นรนสุดชีวิต เธอใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ระดมทุบตีลงบนบ่าและหน้าอกของเขาอย่างไม่ยั้งแรง เล็บแหลมคมข่วนเข้าที่ต้นคอของเขาจนได้เลือด ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน เขากลับรวบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งเพียงข้างเดียว ดึงร่างบางเข้ามาเบียดชิดจนแทบจะหลอมรวม







