Mag-log in“ใครเป็นอะไร”
"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"
พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมาก
ปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม่โทรบอกเฮียบาร์ คนที่ไม่น่าจะพึ่งพาได้ เพราะเฮียบาร์มันยุ่งมากทุกคนรู้ดี ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องร้าน เวลานอนแทบไม่มี ถึงมีมันก็เอาไปอ้อนสาวจนเพื่อนคร้านจะสนใจ พิทย์ถึงบอกให้มันพักสักหน่อยพวกที่เหลือเขาจะดูเอง
ยอดตองทั้งฟังทั้งขยับตัวเดินมานั่งบนเตียง
"อาการหนักไหม มานอนเตียงข้างกูไหมล่ะเดี๋ยวโทรชวนมัน" พอเริ่มขยับตัวทั้งขยับปากได้ก็เผยสกิลตีฝีปากกับเพื่อนเลย
"ไม่รู้ ไปดูก่อนถ้าไม่ดีขึ้นเดี๋ยวจองเตียงคู่ โรยกลีบดอกเบญจมาศให้ด้วยทั้งสองเตียง"
"ไม่ใช่งานแต่ง"
"หมายถึงงานศพ"
พอพูดจบยอดตองหันมองหน้าเพื่อนอย่างนึกเคือง ทั้งด่าไม่ออกเสียง แต่บังเอิญคนจ้องดันเป็นคนฉลาด แค่ด่าว่าเป็นสัตว์สี่ขามีเขา เดาได้ไม่ยากแถมไม่โกรธ ยังยิ้มขำๆ กลับมาให้คนป่วย
พิทย์เข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จ เขายังอยู่ในชุดเดิมน้ำยังไม่อาบอยากไปดูธารก่อนแค่ล้างหน้าแปรงฟันเป็นพอ เดินออกมาพร้อมใบหน้าเกลี้ยงเกลาดูสดชื่นขึ้นกว่าเมื่อครู่มาก แว่นตาที่มักสวมอยู่เสมอกำลังถูกเช็ดเลนส์ด้วยชายเสื้อยืดที่เจ้าตัวใส่ เช็ดเสร็จสวมแว่นตามเดิมพร้อมเดินมาหยิบกระเป๋า
"ไปนะ เดี๋ยวมา"
"โอเคมีอะไรก็โทร จะจองเตียงหรือจองโลงค่อยแจ้งมา" พิทย์ยิ้มทั้งขำส่งให้เพื่อน หยิบกระเป๋าเดินออกจากห้องคนป่วย
แวะซื้อยาลดไข้กับของที่ต้องใช้สำหรับคนป่วยตัวร้อน พร้อมอาหารเช้าให้ธารกินก่อนทานยา ได้ครบทุกอย่างขึ้นรถแล้วขับตรงไปยังคอนโดทันที
พิทย์ขับรถกลับมาคอนโดตัวเองซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของที่บ้านธาร ยังมีเพื่อนบ้านเป็นเฮียบาร์ผู้ที่ไม่ค่อยจะอยู่ห้อง รถจอดนิ่งขายาว ก้าวลงพร้อมเดินเข้าด้านใน กะจะเอาของไปเก็บห้องตัวเองก่อนถึงจะขึ้นไปดูเพื่อน
เดินเข้าประตูมาพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ต่างยิ้มทักทายเขา เพราะเห็นหน้าค่าตากันบ่อย ชายหนุ่มทำเพียงยิ้มตอบกลับพร้อมพยักหน้ารับเล็กน้อยอย่างเป็นมิตร
อีกอย่างพิทย์เป็นคนยิ้มง่าย ปรับตัวตามสถานการณ์ตรงหน้าได้ดี ไม่ถึงกับนิ่งจนตึงเหมือนชีวินและชีวี ไม่ถึงกับทะเล้นจนน่าหมั่นไส้เหมือนยอดตองกับเฮียบาร์ นิ่งบ้างในบางทียิ้มได้ตามความจำเป็นคล้ายธาร
ชายหนุ่มร่างสูงทั้งเดินทั้งยกมือนวดหลังลำคอตัวเอง รู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหนื่อยล้าจากการนอนเฝ้าเพื่อนที่โรงพยาบาล มันไม่ค่อยสะดวกเหมือนเตียงนอนตัวเอง ที่คิดไว้เอายาไปให้ธาร แล้วเข้ามหา'ลัยต่อรีบเคลียร์งานให้เสร็จ จะได้กลับมาพักสักหน่อย
พอเดินมาถึงทางรอขึ้นลิฟต์เงยหน้ามอง เห็นผู้หญิงเอวบางร่างเล็กอยู่ในชุดกางเกงยีนเอวสูงโชว์เรียวขาสวย กับเสื้อแฟชั่นแขนยาวสีขาวผ้าบางแต่งเปิดไหล่สองข้าง ด้านหน้าเขาไม่เห็นเพราะเธอหันหลัง ทั้งยังสวมรองเท้าส้นสูงสีขาว ซึ่งแต่ก่อนมักเห็นอยู่บ่อยครั้งเพราะเป็นคนตัวเล็ก คนในบ้านเธอสูงหมดทั้งพ่อทั้งน้องชาย แต่ดันตัวสั้นอยู่คนเดียว
พอหญิงสาวหันข้างทำให้เห็นใบหน้าสวยเพียงนิด ริมฝีปากบางที่ยกยิ้มน้อยๆ อยู่เสมอ เขาไม่ได้เจอเธอมากี่ปีแล้วนะ
ขายาวของชายหนุ่มกำลังจะก้าวเดินเข้าไปใกล้ แต่กลับต้องชะงักเมื่อจู่ๆ ไหล่เล็กมีมือหนาพาดมาโอบทั้งจับไว้ คนยืนมองคิ้วขมวดทันที เธอมากับใครถ้ามาที่นี่แน่นอนว่ามาหาน้องชาย แต่เฮียบาร์ไม่อยู่มันบอกเขาว่าจะเข้าร้าน
พิทย์รีบเดินไปหวังจะขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกันแต่เหมือนจะไม่ทัน เมื่อลิฟต์ที่เธอขึ้นไปกับผู้ชายคนนั้นปิดลง ใจคนรอร้อนรน รีบกดลิฟต์อีกตัวทั้งบ่นในใจ ‘คอนโดไอ้ธารลิฟต์รอนานจังวะ’
มือหนากดย้ำๆ ซ้ำๆ อยู่หลายทีอย่างคนใจร้อนซึ่งเขาไม่เคยเป็น เพราะปกติเป็นคนใจเย็นพูดอะไรมีเหตุมีผลอยู่เสมอ จนเอาเพื่อนทั้งกลุ่มอยู่พูดอะไรก็โน้มน้าวใจพวกมันได้หมด บางทีโกหกยังเชื่อกันได้ เพื่อนใครถ้าไม่ใช่เพื่อนเขา
รอลิฟต์ยังไม่ถึงสิบวินาทีดี แต่พิทย์รู้สึกว่านานเกินที่จะทนรอ ตัดสินใจวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ขายาวๆ ก้าวทีละสองขั้นสามขั้น ไม่ได้กลัวตกลงมาตายแม้แต่น้อย กลัวไม่รู้มากกว่าว่าพี่สาวเพื่อนมาทำอะไรที่นี่ แล้วเธอมากับใคร
“เดือนนี้ประจำเดือนมารึยังลูกหนูดี” บรั่นดีขมวดคิ้วคิดตามเดือนนี้เหรอ“น่าจะยังนะคะ”“เรียกหมอมาตรวจให้แน่ใจดีกว่านะคะ” คุณพิหันไปหาเสี่ยเบียร์เพื่อเรียกหมอมาตรวจดูให้มั่นใจ“แม่ครับดีเป็นอะไร”“คุณพิลูกสาวผมเป็นอะไรครับ”ทั้งพิทย์ทั้งเสี่ยเบียร์ ผู้ชายบ้านนี้และผู้ชายบ้านเธอต่างมองมาทางนี้กันหมดจริงๆ เลย คุณพิแม่ของพิทย์ยังยิ้มน้อยๆ กลับไปให้“ที่เคยเห็นมา”คนพูดหันมาหาเจ้าตัวคือบรั่นดีที่คุณพิจับมือเธอไว้แน่น มือนุ่มนิ่มหญิงวัยกลางคนลูบไล้มือของลูกสะใภ้อย่างรักใคร่เอ็นดู คนรอลุ้นให้พูดก็ตัวเกร็งไปหมด โดยเฉพาะลูกชายตน“หนูดีน่าจะตั้งท้อง แล้วมีอาการแพ้กลิ่นสามี แต่ดูท่าทางแล้วน่าจะแพ้กลิ่นผู้ชายทุกคน”“ฮะ!!!” คราวนี้เสียงผู้ชายทั้งบ้านอุทานดังลั่น เธอแพ้กลิ่นผู้ชาย ซวยกันหมดการ์ดยังเหงื่อออกกลัวตกงาน“ดี...ดีครับ”พิทย์แทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ พึ่งจะขอแต่งงานลูกโผล่ได้ไง เขาพึ่งทำแบบจริงจังไปวันก่อน แต่มีบ้างที่เวลาทำเธอแล้วไม่ได้ใส่เครื่องป้องกันตอนต้นเดือนก่อน หรือสองเดือนหลัง หรือสามเดือนนู้นเขาไม่แน่ใจ ท
“เฮียบาร์ทำไมไม่ห้าม ถ้าเป็นตัวเองลองดูบ้างจะรู้สึกยังไง”“เฮียแบรนด์เจ้ไม่ตลก ใช้วิธีอื่นบอกกันดีๆ ก็ได้” คนที่พี่สาวหันมาตำหนิยังยืนนิ่งได้แต่คิดในใจ 'โธ่เวลาเกือบปีบอกจนปากจะฉีก'“ได้ยินนะ ไม่รู้ตัวเหรอว่าเป็นคนคิดไปด้วยพูดไปด้วยนะ”“ขอโทษครับ” เสียงน้องชายสองคนพูดออกมาพร้อมกัน“ป๋าไม่ได้ตั้งใจ”“ถ้าป๋าตั้งใจพิทย์คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ดีรู้ค่ะ”“อ้าว ป๋าถือปืนพวกผมแค่ยืนดูไม่เห็นเจ้จะงอนป๋าเลย”“หุบปาก” เสี่ยเบียร์สวนลูกชายทันทีกูจะรอดอยู่แล้วเชียว“พิทย์ก็อีกคน”“แต่ผมรักดี”“มันมีวิธีอื่น”“ผมรักดีมาก”“บอกไม่ฟังดื้อกับดีตลอด”“ใจของผมมีแค่ดี”“เล่นอะไรแบบนี้อยากตายมากใช่ไหม”“ชีวิตพิทย์ก็ให้ดีได้”บรั่นดีชะงักไป เธอด่าเขาทุกคำแต่เจ้าตัวทำหน้าเหมือนเธอกำลังชม ทุกประโยคที่พูดสวนกลับมีแต่คำว่ารักเธอ จนสุดท้ายชีวิตเขาก็ให้เธอได้“พิทย์รักดีมาก แล้วจะรักตลอดไปแต่งงานกันนะครับ”“เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ยังจะมาขอแต่งงาน”“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย”
ประตูรั้วเหล็กเปิดออกกลับมีรถหลายคันจอดอยู่ หรือป๋ามีแขกแต่ปกติเสี่ยเบียร์ไม่พาแขกมาที่บ้าน ยิ่งขับเข้าไปใกล้ยิ่งเห็นความชุลมุน บรั่นดีรีบลงจากรถเดินตรงไปหาพ่อเธอ ดันได้ยินเสียงตวาดดังลั่นจนหญิงสาวห่อไหล่สะดุ้งโหยง“ไอ้ห่าพิทย์มึง”ปัง ปัง ปังแล้วเสียงปืนหลายนัดที่ดังไม่หยุดแต่...“ไอ้พิทย์หลบลูกกระสุนกูเป็นลูกปิงปองเลยนะมึง”“ป๋า! เกิดอะไรขึ้นคะ นั่นพิทย์กับเพื่อนเขาไม่ใช่เหรอ ป๋าวางปืนลงก่อนได้ไหม”ลูกสาวรีบมาคว้ามือพ่อที่ถือปืนเล็งไปยังกลุ่มก้อน ที่ยืนรวมกันอยู่กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน เธองงไปหมดทั้งตกใจเอามากๆ“มันปากดีป๋าไม่ทนมันแล้ว”ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอ็นดูพิทย์อย่างกับอะไรดี ทั้งบอกให้เธอเข้าใจเขาเวลาทะเลาะกัน รู้แม้กระทั่งว่าที่ลูกเขยคนนี้ชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้น“ป๋าใจเย็นๆ ก่อนสิคะ มันจะถูกตัวเขาจริงๆ นะ”“ดีเป็นห่วงมันมากเหรอ”เฮียแบรนด์ที่ยืนเอียงตัวพึงกรอบประตูหน้าบ้านอยู่ เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเล่นอย่างนึกเคือง เสี่ยเบียร์ห้าวหาญเหี้ยมโหด มือถือปืนอย่างดุดัน แต่คุยกับลูกสาวส
“พิทย์คะ ลึกเกิน”เสียงครางกระเส่าบอกออกไปแทบไม่เป็นภาษา เพราะตัวที่ถูกกระทั้นจนโยกโยน เขาล็อกเธอไว้ทุกส่วน สวนความเป็นเขาเข้ามาทั้งแรงทั้งรัวเร็ว มันเสียดสีไปกับโพรงนุ่ม ทั้งถูกเติมเต็มจนไม่มีที่ว่างและคับแน่น“อื้อ พิทย์ดีไม่ไหวแล้ว” เธอจุกเขาเข้ามาลึกมาก ร่างกายเธอเกร็งเสียวซ่านไปทั้งตัว จนในที่สุดก็สุขสม“อื้อ” สะโพกสวยสั่นกระตุกถี่รัว น้ำรักไหลออกมาชโลมความเป็นเขาสุดความยาวเงาวับ“พิทย์ พิทย์คะ”“ดีอีกทีครับที่รัก”บรั่นดียังกระตุกไม่หาย เธอกลับถูกเขานำพามาที่โต๊ะทำงาน จับเรียวขาสวยข้างหนึ่งขึ้นวางไว้บนโต๊ะ นำความเป็นเขาสวนเข้าจนสุด“อา พิทย์” บรั่นดีที่จุกจนเอามือวางกุมไว้หน้าท้องตัวเอง กลับสัมผัสถึงมันขยับขึ้นลงยามเขาเข้าออก“ดีอย่ากังวล ไม่ตายหรอกนะครับผมทำมาบ่อยแล้ว”อิตานี่คิดว่าเธอไม่รู้เหรอ แต่เขาทำได้ยังไงมันต้องใหญ่แค่ไหนแล้วเข้าลึกมากเท่าไหร่ ถึงแสดงฤทธิ์เดชให้เห็นกันขนาดนี้“อื้อ” เพราะเธอเอาแต่คิดเตลิด มือหนาเลื่อนมาจับลำคอเล็กด้านหน้าบังคับให้เธอเผยออ้าปากรับจูบจากเขาลิ้นชื้นส
เมื่อพิทย์ใช้มือที่นวดคลึงหน้าอก ลูบไล้ลงมาหาจุดอ่อนไหว พร้อมกับวางปลายนิ้วบดขยี้สร้างความเสียวซ่าน ยิ่งเขาออกแรงบดมากเท่าไหร่เธอยิ่งถูกมวลอารมณ์ที่ตื้นจนควบคุมไม่อยู่ พร้อมน้ำหวานที่ไหลออกมาชโลมความเป็นเขาพิทย์ไม่ได้บังคับเอาที่เธออยากทำ เขามีหน้าที่ช่วย“อื้อ”“อา ดี”จู่ๆ บรั่นดีกลับกดตัวเธอลงจนสุดความยาวของชายหนุ่ม เธอจุกจนตัวกระตุกสั่นอยู่บนตัวเขา พิทย์เองก็ครางคำรามต่ำเพราะเสียวซ่านไม่ต่างกันเขาปล่อยเธอเป็นอิสระ สองแขนเท้าไว้ด้านหลังกับเตียงเพื่อพยุงตัวเอง มองแม่คุณเริ่มร่อนเอวบดกายเข้าหาเขาใบหน้าสวยแดงก่ำ ผมสยายยุ่งเหยิง แต่สายตากับท่าทางทำเอาคนมองแทบบ้า พิทย์กลืนน้ำลายลงคอจนลูกกระเดือกขยับขึ้นลง“อื้อ”คนตัวโตนั่งมองทั้งขบกรามไปด้วย อารมณ์เธอมากเท่าไหร่เขายิ่งมากกว่านั้นเท่าตัว แต่ยังอดทน บรั่นดีกัดปากล่างไว้แน่น พอเขาจ้องดันยกหลังมือขึ้นปิด ส่วนอีกมือวางไว้หน้าท้องที่มีมัดกล้ามขึ้นลอนแข็งของเขาสายตาที่มองมาหรี่เล็กลง เหมือนกำลังอ้อนวอนและร้องขอบทรักจากเขา“เคล้นนมสิครับดี ผมอยากเห็น”พิทย์พูดแค
“งอนเหรอคะ”“เปล่าครับผมแค่ง่วง” คนพูดยังหลับตา บรั่นดีที่ยังอยู่ในอ้อมกอดเงยหน้ามองคนงอนเก่งทั้งยิ้มน้อยๆ“อ๋อ...จุ๊บ”“ดีอย่าดื้อกับผม”พิทย์ถึงกลับลืมตาตื่นอย่างรวดเร็ว เมื่อแม่ตัวดียื่นหน้ามาจุ๊บปากเขาเร็วๆ แค่จุ๊บพอทน แต่มือเล็กยังวางลงบนความเป็นเขา แถมยังลูบขึ้นลงซึ่งเป็นการกระตุ้นตัวตนเขาชั้นดี“นอนไปสิคะ ดีจะให้รางวัลพิทย์ที่เรียนจบไง”บรั่นดีรู้สึกถึงแรงกอดแน่นขึ้น มือเขาที่ยังโอบไหล่มนไว้อยู่บีบลงเนื้อนุ่มนิ่มของเธอ เพราะกำลังควบคุมอารมณ์เมื่อถูกมือเล็กสัมผัสแล้วตรงนั้นที่เธอจับมันก็ร้อนผ่าว พร้อมกับขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนคนจับรับรู้ได้ บรั่นดียังนึกขำ กับเธอเขามักเป็นแบบนี้เสมอ ขึ้นเร็วแต่ลงช้า“ดอกไม้ที่เอามาให้ตั้งหลายดอก กะให้พิทย์ตอกดี อื้อ” ปากอวบอิ่มโดนปิดทันที แม่คุณพูดอะไรใครจะทนฟังได้พิทย์จูบปิดปากนุ่มนิ่มครู่หนึ่งแล้วผละถอยออกมานิด“ดีขอร้อง ผมจะเสร็จอย่าพูดอย่าเอ่ยคำพวกนี้จากปากหวานๆ ของดีอีกเลย”แค่ได้กลิ่นหอมอ่อนจากตัวเธอเขาก็มีอารมณ์ นับประสาอะไรกับได้กอดอยู่แบบนี้ แถมยังมีคำพูดยั่ว
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่าง
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกิน
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตร
โรงพยาบาลภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขา







