تسجيل الدخول“มาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง”
จากกำลังจะยกเข่ากับศอกเตรียมปกป้องตัวเองอีกรอบ เป็นขยับจับเสื้อผ้าให้เข้าที่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมองจ้องคนตรงหน้าไหนว่าจะไปดูเพื่อน
“ช่วย...ช่วยกันก่อนได้ไหม”
คนถูกขอให้ช่วยถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เห็นแก่เธอเป็นคนทำให้เขาเจ็บหรอกนะ มือบางจับต้นแขนแกร่งหวังช่วยพยุง ทว่ายังจับไม่มั่นคงดี วงแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกลับตวัดมาพาดไหล่เธอไว้ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง ดูคล้ายว่าเขาเหมือนจะกอดเธออยู่
บรั่นดีรีบหันมองคนตัวโตที่ทำหน้าเหมือนเจ็บมาก
"ผมเดินไม่ไหวหมัดดีหนัก ศอกดีหน่วง เข่าดีแทงเข้าน้องชายผมเกือบร่วงแล้วนะครับ"
คำก็ดี สองคำก็ดี เขาเป็นเพื่อนน้องชายเธอ แต่ไม่เคยเรียกกันว่าพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่นเลยสักครั้ง 'บอกเฮียบาร์เลิกคบดีไหมนะ'
"เลิกคบผมน้องชายดีเรียนไม่จบนะครับ"
คนยืนงอตัวลดมือลงกุมหน้าท้องของตัวเองพร้อมตวัดสายตามองอย่างนึกเคือง ทำดีขนาดนี้ทั้งพี่ทั้งน้อง...เดี๋ยวมีคิดบัญชี
ทว่าหญิงสาวกลับหันมามองทั้งทำหน้าตาอย่างนึกสงสัย จนทำให้ชายหนุ่มกลั้นยิ้มอดพอใจไม่ได้ โธ่แม่คุณน่าเอ็นดูแท้
"ดีพูดออกมา"
เอาอีกแล้วนิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอแก้ไม่หายจริงๆ เป็นทุกคนในบ้าน แต่ดูเหมือนเธอจะหนักสุด หรือไม่ก็เฮียแบรนด์
"จะไปไหนหาหมอโรงพยาบาลหรือคลินิก"
ถามเสียงแข็งแถมยังกอดอกมองกันได้ลง เธอก็ยกแขนกอดอกทั้งที่มีแขนเขากอดคล้องคอพาดโอบไว้บนไหล่เล็กนั่นแหละ แล้วนี่เขายังทำเหมือนเจ็บไม่พอหรือไง เรียนการแสดงมาจากยอดตองเลยนะ
“รักษาเองก็ได้แค่ประคบเย็นก็พอ” คนฟังยังหันมามองทั้งหรี่ตาจ้องกันอย่างจับผิด ใครจะเปิดโอกาสให้เธอได้คิดนาน
“ที่ไหน”
“ห้องผม...โอ๊ย เร็วครับดียืนไม่ไหวแล้วจุกเกิน”
จู่ๆ พิทย์ดันร้องอุทานเสียงดัง เพราะพอเขาบอกว่าจะรักษาที่ไหน เหมือนบรั่นดีกำลังจะคิดไตร่ตรอง ใครจะปล่อยให้เธอได้คิด ทั้งที่แขนเขาโอบไหล่เล็กไว้เรียกว่ากอดเธอไว้ทั้งตัวยังได้ แถมเริ่มมีคนเดินผ่านเราทั้งคู่ ยังทำท่ามองมาทางนี้ เห็นเป็นกลุ่มก้อนที่ก้มๆ เงยๆ อยู่
บรั่นดีเห็นท่าไม่ดีคนมองกันหมด คงคิดว่าเธอซ้อมเขาแน่ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ หญิงสาวรีบพยุงคนที่บอกเจ็บนักหนาเข้าห้องเจ้าตัวที่อยู่ข้างห้องน้องชายเธอ
“โอ๊ย เจ็บนะดีเบามือกับผมหน่อยสิครับ”
“เสียงดังอะไรนัก กลัวคนไม่ได้ยินรึไง”
เจ้าของห้องร้องโวยวายโอดครวญเสียงดัง เมื่อบรั่นดีพยุงเขามาถึงโซฟาที่ตั้งอยู่หน้าทีวี พร้อมปัดมือชายหนุ่มปล่อยให้เขานั่งลง ดูเหมือนจะผลักให้เขาถอยจากตัวเธอมากกว่า ใจร้ายจริงๆ ยัยวัวแก่
หญิงสาวยังยืนกอดอกมองคนที่กอดเธอไว้เสียแน่นก่อนหน้า มือเหนียวอย่างกับตุ๊กแก กว่าจะสลัดออกได้เล่นเอาหอบ
“ห้องผมเก็บเสียงคราง เอ๊ย! เสียงร้องครับ ร้องดังแค่ไหนก็ไม่ได้ยิน” คนฟังตวัดตามองแรงใส่คนพูดยังมายิ้มตาใสให้กัน ไม่ตบไม่ตีไม่ดีขึ้นเลยเด็กพวกนี้
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วกลับนะ”
คร้านจะสนใจคนพูดมาก สายตาเขาที่มันอ่านไม่ออกแต่มองเธอเหมือนเป็นเหยื่อชั้นดี ไม่ติดว่าเจ็บแม่จะยกนิ้วจิ้มลูกตาเข้าให้
“เดี๋ยวสิครับ...ดีช่วยหยิบน้ำแข็งแล้วก็ผ้ามาประคบเย็นให้หน่อยได้ไหม”
คนฟังถอนหายใจอีกหนึ่งทีปล่อยแขนที่กอดอก มองซ้ายมองขวาหาของที่เขาบอก ดูจากตำแหน่งที่ตั้งวางของจัดโซนภายในไม่ต่างจากห้องน้องชายเธอมากนัก
บรั่นดีเดินไปยังโซนครัวเปิดตู้เย็นหยิบของที่ต้องใช้ทั้งน้ำแข็งใส่อ่างเล็ก พร้อมเปิดประตูตู้เก็บของได้ผ้าขนหนูผืนนุ่มติดมือมาด้วย
เจ้าของห้องมองตามทุกย่างก้าวด้วยใบหน้าติดยิ้ม แม่วัวของเขาสองปี สองปีที่ไม่ได้เจอหน้าเธอเลย เสียงหวานแทบไม่ได้ยิน มีเพียงตอนที่บรั่นดีโทรวิดีโอคอลหาเฮียบาร์ ถึงได้เห็นแวบๆ กับได้ยินเสียงแป๊บเดียว พอเขาขอคุยขอคอลด้วย แม่คุณกดวางสายตลอด แม่คนใจดำ
“โอ๊ย” พิทย์อุทานขึ้นอีกครั้ง จนคนประคบเย็นให้อยู่สะดุ้งโหยงตามเสียงเขา
“เป็นอะไร...ตกใจหมด”
เธอนั่งลงข้างเขาตั้งนานแล้ว แถมยังหยิบน้ำแข็งจากอ่างเล็กห่อด้วยผ้าขนหนูเนื้อนุ่ม ประคบเย็นให้เจ้าตัวอยู่ ใจลอยไปไหนถึงได้พึ่งรู้ตัวว่าเธออยู่ตรงนี้
“เจ็บครับดี เบามือกับผมหน่อยไม่ได้เหรอ”
“ตัวใหญ่อย่างกับยักษ์ เจ็บอะไรนัก”
“เจ็บสิเจ็บมาก...เจ็บตรงนี้”
ปากนะพูดแต่มือหนากลับเอื้อมมาจับมือเธอ ที่ถือผ้าขนหนูห่อน้ำแข็งเพื่อประคบเย็นให้เจ้าตัวอยู่ นำพาไปวางลงตรงหน้าอกข้างซ้าย ตำแหน่งของหัวใจเขา
“เจ็บที่ดีเมินเฉยใส่กัน”
เสียงทุ้มติดนุ่มนวลพูดแผ่วเบา นัยน์ตาสีอ่อนยังมองดวงตากลมสวยของหญิงสาว
เราทั้งคู่นั่งอยู่โซฟาแถมยังหันหน้าเข้าหากัน พิทย์คิดว่าเธอต้องเคลิ้มแน่เขาลงทุนใช้เสียงสองออดอ้อนเลยนะ ไอ้ตองกับเฮียบาร์สอนมาอย่างดีนานแล้วด้วย
“เลิกเรียกฉันว่าดีเฉยๆ สักที ฉันเป็นพี่นายสี่ปีตอนนายเกิดฉันเดินแล้วด้วย”
คนใช้เสียงสองพูดด้วยก่อนหน้าถึงกลับคิ้วขมวด กับเธอเขาต้องใช้วิธีไหนเพื่อจะหว่านล้อมได้กันนะ นอกจากแม่คุณจะไม่เคลิ้มตามแล้ว ยังมาทำหน้าดุเสียงแข็งใส่ เหมือนแม่ดุลูกที่ไม่รู้ความ
“ดีควรภูมิใจที่ผมโตตามดีทัน จนสามารถหักคานทองดีได้นะครับ” คานทองที่เธอสร้างเสริมฐานด้วยพ่อเธอ เขาจะโค่นมันให้ดู
“พิทย์!”
“ดีไม่เอาน่า”
“คิดอะไรอยู่ครับ คิดถึงคืนนั้นอยู่เหรอ”คิ้วสวยขมวดเข้าหากันนิด ยิ่งทำหน้างงแม่งยิ่งน่าจูบ ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งกลืนน้ำลายลงคอ“คืนนั้นผมตั้งใจมาก ดีอาจจะมองว่าพลาดแต่ผมตั้งใจ”“ทำไมต้องพูดถึงมัน ช่วยลืมมันไปได้ไหม”“ดีลืมได้”แน่นอนว่าไม่ เธอไม่มีวันลืมเรื่องเมื่อสองปีก่อน เพราะความเมาและความอ่อนแอของเธอเองทำให้เราได้กัน แต่นั่นมันเป็นอดีตเสียไปแล้วเอากลับมาไม่ได้ และที่สำคัญเราไม่ได้รักกัน“ผมจะทำให้ดีรักผม”บรั่นดีหันมองหน้าพิทย์ทันทีเมื่อความคิดสะดุด นิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอกำเริบอีกแล้วสินะ“ฉันพูดออกไปเหรอ”“เปล่าครับผมพูดเอง ดีคิดอะไร”คนฟังกะพริบตาปริบๆ ในหัวเริ่มประมวลผลอีกที ‘สรุปเมื่อครู่เธอไม่ได้พูดออกไป’“ครับ” สายตาเธอกลับตวัดมองเขาอีกแล้วอย่างคนนึกสงสัย“ดีเป็นอะไร...ไปหาหมอไหม” เธอดูสับสนคิ้วสวยขมวดดวงตากลิ้งกลอกไปมา คนมองก็งงไปด้วย“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร ปล่อยได้แล้วหายใจไม่ออก กอดอะไรนัก”“กอดเมีย”&n
“ดีไม่เอาน่า”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเพื่อปรามให้ฟังกันบ้าง ชายหนุ่มกลับขยับเข้ามาใกล้ มือซ้ายของเขายังจับมือเธอวางไว้ตรงช่วงอกแกร่งตำแหน่งหัวใจเช่นเดิมไม่ยอมปล่อย แต่ผ้าที่ถือไว้ประคบเย็นให้หายจากมือเธอไปไหนไม่รู้ ส่วนมือขวายังมาจับเอวบางรั้งเข้าหาตัวเองบรั่นดียังพยายามยื้อตัวออกจากมือตุ๊กแก คนกอดก็พยายามปลอบให้เธอนิ่ง คนดื้อก็พยายามดิ้นให้หลุดจากเขา ยื้อกันอยู่นานจนเหนื่อย“นี่...หยุดรุ่มร่าม แล้วอีกอย่างทำไมไม่เรียกพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่น”ถ้าจะกอดกันไว้แน่นจับกันไม่ปล่อยขนาดนี้ เธอยอมแพ้ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่าห้ามก็แล้ว แต่ขอถามสักคำทำไมไม่ยอมเรียกกันว่าพี่สักครั้งพอสบนัยน์ตาคู่คมเขาทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าเธอตลอด ยังมายิ้มน้อยๆ ส่งให้กันเหมือนคนนึกขำกับคำถามเธอ“ผมก็เพิ่งรู้ว่าดี...อยากให้สามีเรียกตัวเองว่าพี่ รสนิยมใหม่เหรอครับ”ยายวัวแกลืมคืนเร่าร้อนของเราไปได้ยังไง เขาตั้งใจทำขนาดนั้นเพื่อให้เธอจดจำแต่ดันทำเป็นลืม“หยุดพูด!”เหมือนสายฟ้าฟาดหญิงสาวพยายามเลี่ยง พยายามลืมเรื่องนี้มาตลอดแต่เขากลับพูดอยู่ได้ว
“มาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง” จากกำลังจะยกเข่ากับศอกเตรียมปกป้องตัวเองอีกรอบ เป็นขยับจับเสื้อผ้าให้เข้าที่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมองจ้องคนตรงหน้าไหนว่าจะไปดูเพื่อน“ช่วย...ช่วยกันก่อนได้ไหม” คนถูกขอให้ช่วยถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เห็นแก่เธอเป็นคนทำให้เขาเจ็บหรอกนะ มือบางจับต้นแขนแกร่งหวังช่วยพยุง ทว่ายังจับไม่มั่นคงดี วงแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกลับตวัดมาพาดไหล่เธอไว้ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง ดูคล้ายว่าเขาเหมือนจะกอดเธออยู่บรั่นดีรีบหันมองคนตัวโตที่ทำหน้าเหมือนเจ็บมาก"ผมเดินไม่ไหวหมัดดีหนัก ศอกดีหน่วง เข่าดีแทงเข้าน้องชายผมเกือบร่วงแล้วนะครับ"คำก็ดี สองคำก็ดี เขาเป็นเพื่อนน้องชายเธอ แต่ไม่เคยเรียกกันว่าพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่นเลยสักครั้ง 'บอกเฮียบาร์เลิกคบดีไหมนะ'"เลิกคบผมน้องชายดีเรียนไม่จบนะครับ" คนยืนงอตัวลดมือลงกุมหน้าท้องของตัวเองพร้อมตวัดสายตามองอย่างนึกเคือง ทำดีขนาดนี้ทั้งพี่ทั้งน้อง...เดี๋ยวมีคิดบัญชีทว่าหญิงสาวกลับหันมามองทั้งทำหน้าตาอย่างนึกสงสัย จนทำให้ชายหนุ่มกลั้นยิ้มอดพอใจไม่ได้ โธ่แม่คุณน่าเอ็นดูแท้"ดีพูดออกมา" เอาอีกแล้วนิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอแก้ไม
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่างเสี่ยเบียร์ ส่วนอีกสองตัวก็เฮียแบรนด์และเฮียบาร์ แต่ไอ้พิทย์ไอ้ห่าไอ้พญาเหยี่ยวพญาครุฑ บินมาจากฟากฟ้าฝั่งไหนไม่รู้ได้ ใช้เท้าหยิบเธอไปจากอกพ่ออย่างเขาได้จริงเหรอ ไม่อยากจะคิดให้ปวดกระบาลบรั่นดีเองสำหรับพิทย์เธอไม่ได้คิดอะไร สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดคือแฟนเด็ก หญิงสาวชอบคนที่โตกว่าหรือไม่อย่างน้อยก็วัยเดียวกัน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีแฟน มีเพียงคนคุยแต่ใครก็รู้เสี่ยเบียร์พ่อของเธอดุมาก ท่านบอกไม่ก้าวก่ายแต่ตามดูทุกฝีก้าวจนใครเขาก็เข็ดขยาดหวาดกลัวเธอไปหมดบางทียังคิดว่าหรือการอยู่เป็นโสดก็ดี ได้ดูแลเสี่ยเบียร์ดูแลน้องชายไปแบบนี้ก็ไม่แย่ เดี๋ยวสองตัวนั้นก็แต่งงานเพราะโตกันหมดแล้ว เธอยินดีจะเลี้ยงหลานต่อไหนๆ ก็เลี้ยงรุ่นพ่อมาแล้ววันนี้บรั่นดีมาดูแลความเรียบร้อยที่ห้องให้เฮียบาร์ ส่วนเฮียแบรนด์ไ
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกินไป เกินหน้าเกินตาลูกชายเขามาก แต่เรื่องแบบนี้โทษใครไม่ได้โทษลูกชายตัวเองก็แล้วกัน ใครจะไปโทษตัวเอง“พวกผมนึกว่าใคร เห็นคุณพิทย์ทั้งเดินทั้งวิ่งตามเสี่ยกับคุณบรั่นดีขึ้นมา”ลูกน้องหนึ่งในสองบอกเล่าให้นายฟัง เพราะพวกเขาเห็นชายหนุ่มคนนี้ยืนมองตั้งแต่หน้าลิฟต์ พอเห็นท่าทางดูลุกลี้ลุกลนอย่างคนร้อนใจตอนวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ทั้งสองคนเห็นอย่างนั้นเลยรีบตามมา กลัวจะเป็นคนคิดร้ายกับนายตน แต่ต่างกันตรงที่ผู้ติดตามเสี่ยเบียร์ใช้ลิฟต์เลยถึงช้านิดหน่อย พวกเขาไม่คิดว่าแค่จะกลับมาห้องตัวเองเพื่อนเฮียบาร์ต้องรีบขนาดนี้ เหมือนกลัวห้องหายอย่างไรอย่างนั้นผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนา ลูกสาวคนโตเสี่ยเบียร์ พี่สาวคนสวยของเฮียแบรนด์และเฮียบาร์ เธอยืนฟังอยู่ได้แต่นึกขำให้เขา“แล้ว...” เสี่ยเบียร์พยักพเยิดหน้ามาทางชายหนุ
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตรงประตูหนีไฟ เห็นว่าเป็นเลขชั้นห้องเพื่อนทั้งห้องตัวเอง ถึงได้หยุดฝีเท้าการวิ่งเป็นเดินถอยกลับมา เพราะเกือบเลยผ่านชั้นตัวเองไป บังเอิญวิ่งเพลินไปหน่อยนานๆ วิ่งทีแรงดีเหมือนกันนะเราสะบัดหัวไล่ความคิดวุ่นวาย และความเหนื่อยเมื่อยล้า เปิดประตูกึ่งเดินกึ่งวิ่งเลี้ยวขวามาตามทาง ตรงไปยังห้องตัวเองซึ่งข้างๆ เป็นห้องเพื่อนไม่รู้ว่าเขาวิ่งเร็วหรือลิฟต์ขึ้นช้า เพราะสายตามองเห็นทั้งสองคนชายหญิงก่อนหน้า เดินโอบไหล่กันมากำลังจะถึงห้องเพื่อนเขาอย่างเฮียบาร์หญิงสาวทั้งเดินทั้งพูดหันหน้ามายิ้มให้ผู้ชายตัวสูงใหญ่ แต่งตัวดีเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาวเรียบง่ายดูภูมิฐาน แขนแกร่งยังโอบไหล่เล็กไว้ เดินไปพูดไปทำอย่างกับสนิทสนมกันมานาน บางทีหญิงสาวยังเอาหัวเอียงซบ บางครั้งผู้ชายคนนั้นยังยกมือใหญ่จับศีรษะเธอพร้อมโยก
โรงพยาบาลภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขา
“ใครเป็นอะไร”"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมากปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม

![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





