تسجيل الدخول“ดีไม่เอาน่า”
หญิงสาวเรียกชื่อเขาเพื่อปรามให้ฟังกันบ้าง ชายหนุ่มกลับขยับเข้ามาใกล้ มือซ้ายของเขายังจับมือเธอวางไว้ตรงช่วงอกแกร่ง ตำแหน่งหัวใจเช่นเดิมไม่ยอมปล่อย แต่ผ้าที่ถือไว้ประคบเย็นให้หายจากมือเธอไปไหนไม่รู้ ส่วนมือขวายังมาจับเอวบางรั้งเข้าหาตัวเอง
บรั่นดียังพยายามยื้อตัวออกจากมือตุ๊กแก คนกอดก็พยายามปลอบให้เธอนิ่ง คนดื้อก็พยายามดิ้นให้หลุดจากเขา ยื้อกันอยู่นานจนเหนื่อย
“นี่...หยุดรุ่มร่าม แล้วอีกอย่างทำไมไม่เรียกพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่น”
ถ้าจะกอดกันไว้แน่นจับกันไม่ปล่อยขนาดนี้ เธอยอมแพ้ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่าห้ามก็แล้ว แต่ขอถามสักคำทำไมไม่ยอมเรียกกันว่าพี่สักครั้ง
พอสบนัยน์ตาคู่คมเขาทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าเธอตลอด ยังมายิ้มน้อยๆ ส่งให้กันเหมือนคนนึกขำกับคำถามเธอ
“ผมก็เพิ่งรู้ว่าดี...อยากให้สามีเรียกตัวเองว่าพี่ รสนิยมใหม่เหรอครับ”
ยายวัวแกลืมคืนเร่าร้อนของเราไปได้ยังไง เขาตั้งใจทำขนาดนั้นเพื่อให้เธอจดจำแต่ดันทำเป็นลืม
“หยุดพูด!”
เหมือนสายฟ้าฟาดหญิงสาวพยายามเลี่ยง พยายามลืมเรื่องนี้มาตลอดแต่เขากลับพูดอยู่ได้วันนั้นเธอแค่พลาด
“ทำไมรับไม่ได้”
คนตัวโตชักจะโมโห เธอจะมาทำเป็นลืมเรื่องของเราได้ยังไง ถ้าลืมเขาจะรื้อฟื้นให้
“ดีคงยังไม่ลืมผัวคนแรกใช่ไหมครับ”
ปากพูดครับน้ำเสียงทั้งอ่อนโยนและนุ่มนวล แต่สายตาที่เริ่มแข็งอย่างคนไม่ยอมนั่นคืออะไร
“อย่ามาหยาบคายกับฉัน”
พิทย์กดยิ้มมุมปากแทนตัวว่าฉันอย่างห่างเหินแปลว่าเริ่มมีอารมณ์โกรธจริง โกรธก็โกรธไป เขามีเวลาง้อเธอทั้งชีวิต
“ผมหยาบคายได้มากกว่านี้ ถ้าดียังดื้อกับผม”
คนพูดจ้องนัยน์ตาคู่สวยแขนแกร่งยังออกแรงรั้งให้ตัวเธอเข้ามาใกล้เขาอีกนิด หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีแถมยังอยู่ใกล้กันขนาดนี้ เธอจะยอมถอยให้ คนอย่างเขายิ่งต่อต้านก็เหมือนยิ่งต้อนให้เราจนมุม
“อยู่นิ่งๆ จะประคบไหมไม่ประคบจะกลับ” บรั่นดีพูดพร้อมหยิบผ้าห่อน้ำแข็งในอ่างมาถือไว้
ชายหนุ่มก้มหน้ายิ้มอย่างพอใจ เธอทันเขาทุกอย่างมาตลอดรู้สินะว่ายิ่งดื้อเขาจะยิ่งดึงดัน
พิทย์ปล่อยวงแขนจากเอวบางมาวางลงโซฟาข้างสะโพกเธอ เขาไม่ได้แตะไม่ได้จับแค่วางเพื่อพยุงตัว พร้อมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ให้คนใจดีช่วยประคบความบอบช้ำ จากฝีมือเธอเอง
หญิงสาวถอนหายใจหนักๆ เพื่อระงับอารมณ์ แค่ประคบเย็นให้เขาเท่านั้นท่องไว้ ปกติเธอเป็นคนใจดี ทั้งใจเย็น ยิ้มง่ายบ้างในบางเวลา ใครทำให้โกรธหรือโมโหบรั่นดีจะไม่พูดด้วยจนกว่าจะสำนึก แต่มันใช้กับเขาไม่ได้
ต่อให้เธอเงียบถ้าตัวเราอยู่ใกล้กัน เสียงเธอไม่สำคัญเขาทำให้เอ่ยออกมาได้ ไม่ด่าก็อุทาน อย่างตอนนี้เธอไม่พอใจที่เขาเอาแต่ใจ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะตัวเราอยู่ใกล้กัน
พิทย์ยังมองคนตรงหน้าไม่วางตา ใบหน้าอ่อนใสแต่งแต้มเพียงนิด ผมยาวสยายปล่อยลงมาถึงช่วงไหล่ ไม่ได้จัดแต่งเซตทรงเหมือนตอนออกงานหรือไปทำงาน ยิ่งทำให้เธอหน้าเด็ก ไม่แปลกคนจะทักว่าบรั่นดีเป็นน้องสาวเฮียบาร์
มือบางยังจับผ้าขนหนูผืนเล็กห่อน้ำแข็งประคบเย็น ลงผิวเรียบเนียนตรงสันจมูกและมุมปากให้อย่างพยายามเบามือ เธอคิดว่าแรงตัวเองแค่นิดเดียว ทำไมเขาถึงช้ำขนาดนี้ได้อาจเพราะเป็นคนผิวขาว ผู้ชายอะไรปากแดงยิ่งกว่าผู้หญิงทั้งที่ไม่ได้ทาอะไรเลย ตัวก็ใหญ่แถมยังใหญ่ไปเสียทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนนั้น...
“โอ๊ย ดีครับ”
มือเล็กเผลอกดผ้าประคบเย็นลงบนผิวที่บอบช้ำของเขาเต็มแรง เพราะความคิดเธอเตลิดไปไกล
คนตัวโตอุทานลั่นอีกครั้ง จนคนทำแผลให้ตกใจได้สติรีบเป่าลมอุ่นๆ เพื่อปลอบประโลมด้วยความเคยชิน ที่มีน้องชายซุกซน ทำแผลทีเป่าจนลมจะหมดตัวถึงหายเจ็บ
แต่คนถูกเป่าลมอุ่นรดปาก กลับใจเต้นรัวแม่วัวของเขา พิทย์นั่งนิ่งมากนัยน์ตาคู่คมหลุบมองต่ำ สำรวจไปทั่วใบหน้าอ่อนใสที่อยู่ห่างจากเขาเพียงน้อยนิด ดวงตาสวยแพรขนตางอนยาว จมูกรั้นๆ ปากจิ้มลิ้มเคลือบด้วยลิปสติกสีธรรมชาติแวววาว ยังได้กลิ่นหอมอ่อนไม่รู้จากปากเธอหรือจากลิปที่เธอทาซึ่งมันอยู่ใกล้ปากเขามาก
“เจ็บ...อื้อ”
หญิงสาวกำลังจะถามว่าเขา ‘เจ็บเหรอ’ แต่ดูเหมือนคำที่เหลือจะถูกกลืนลงคอเมื่อริมฝีปากคนตัวโตแนบประกบลงริมฝีปากอวบอิ่ม
พิทย์หลับตาลงพร้อมมือที่ยกขึ้นจับเอวบางอีกครั้ง ทั้งออกแรงเพียงนิดดันแผ่นหลังเล็กของหญิงสาวให้เข้าหา แนบริมฝีปากจูบลงริมฝีปากบางที่เขาเฝ้าคิดถึง
บรั่นดีตกใจทั้งก่อนเนื้อที่อกข้างซ้ายเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อถูกเขาสัมผัสจูบแผ่วเบาราวขนนก เขาไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น ทำเพียงบดคลึงเลาะเล็มริมฝีปากบางบนล่างอย่างอ้อนวอน โหยหาทั้งทะนุถนอม
คนตัวโตเอียงใบหน้าให้ได้องศา อ้าปากสัมผัสควานหาความหอมหวานให้มากขึ้น ยิ่งเขาเพิ่มน้ำหนักในรสจูบ มือเล็กยิ่งกำขยำเข้าเสื้อยืดที่เขาสวม ก่อนที่บทจูบจะจบลง ชายหนุ่มยังกดแนบริมฝีปากสัมผัสย้ำลงมาอีก ไม่พอยังใช้จมูกโด่งสวยของเจ้าตัวหอมตรงริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาพึ่งจูบไป ถึงได้ยอมผละถอยมามองคนตรงหน้าที่หลับตาพริ้ม
“ดี”
“หือ...”
“ไม่ใช่ผมหมายถึงปาก...หวานดี”
“นี่”
คนฟังใบหน้าเห่อร้อนทันทีเธอยังมึนเมาในรสจูบเขาไม่หาย ปากนี่ก็พูดมากกับเธออีกแล้ว หญิงสาวพยายามยื้อตัวออกแต่เขากลับกอดแน่นกว่าเดิม ถึงได้ตวัดสายตาดุๆ ไปให้กลับได้รับรอยยิ้มพอใจกลับมา
“คิดอะไรอยู่ครับ คิดถึงคืนนั้นอยู่เหรอ”
“คิดอะไรอยู่ครับ คิดถึงคืนนั้นอยู่เหรอ”คิ้วสวยขมวดเข้าหากันนิด ยิ่งทำหน้างงแม่งยิ่งน่าจูบ ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งกลืนน้ำลายลงคอ“คืนนั้นผมตั้งใจมาก ดีอาจจะมองว่าพลาดแต่ผมตั้งใจ”“ทำไมต้องพูดถึงมัน ช่วยลืมมันไปได้ไหม”“ดีลืมได้”แน่นอนว่าไม่ เธอไม่มีวันลืมเรื่องเมื่อสองปีก่อน เพราะความเมาและความอ่อนแอของเธอเองทำให้เราได้กัน แต่นั่นมันเป็นอดีตเสียไปแล้วเอากลับมาไม่ได้ และที่สำคัญเราไม่ได้รักกัน“ผมจะทำให้ดีรักผม”บรั่นดีหันมองหน้าพิทย์ทันทีเมื่อความคิดสะดุด นิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอกำเริบอีกแล้วสินะ“ฉันพูดออกไปเหรอ”“เปล่าครับผมพูดเอง ดีคิดอะไร”คนฟังกะพริบตาปริบๆ ในหัวเริ่มประมวลผลอีกที ‘สรุปเมื่อครู่เธอไม่ได้พูดออกไป’“ครับ” สายตาเธอกลับตวัดมองเขาอีกแล้วอย่างคนนึกสงสัย“ดีเป็นอะไร...ไปหาหมอไหม” เธอดูสับสนคิ้วสวยขมวดดวงตากลิ้งกลอกไปมา คนมองก็งงไปด้วย“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร ปล่อยได้แล้วหายใจไม่ออก กอดอะไรนัก”“กอดเมีย”&n
“ดีไม่เอาน่า”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเพื่อปรามให้ฟังกันบ้าง ชายหนุ่มกลับขยับเข้ามาใกล้ มือซ้ายของเขายังจับมือเธอวางไว้ตรงช่วงอกแกร่งตำแหน่งหัวใจเช่นเดิมไม่ยอมปล่อย แต่ผ้าที่ถือไว้ประคบเย็นให้หายจากมือเธอไปไหนไม่รู้ ส่วนมือขวายังมาจับเอวบางรั้งเข้าหาตัวเองบรั่นดียังพยายามยื้อตัวออกจากมือตุ๊กแก คนกอดก็พยายามปลอบให้เธอนิ่ง คนดื้อก็พยายามดิ้นให้หลุดจากเขา ยื้อกันอยู่นานจนเหนื่อย“นี่...หยุดรุ่มร่าม แล้วอีกอย่างทำไมไม่เรียกพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่น”ถ้าจะกอดกันไว้แน่นจับกันไม่ปล่อยขนาดนี้ เธอยอมแพ้ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่าห้ามก็แล้ว แต่ขอถามสักคำทำไมไม่ยอมเรียกกันว่าพี่สักครั้งพอสบนัยน์ตาคู่คมเขาทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าเธอตลอด ยังมายิ้มน้อยๆ ส่งให้กันเหมือนคนนึกขำกับคำถามเธอ“ผมก็เพิ่งรู้ว่าดี...อยากให้สามีเรียกตัวเองว่าพี่ รสนิยมใหม่เหรอครับ”ยายวัวแกลืมคืนเร่าร้อนของเราไปได้ยังไง เขาตั้งใจทำขนาดนั้นเพื่อให้เธอจดจำแต่ดันทำเป็นลืม“หยุดพูด!”เหมือนสายฟ้าฟาดหญิงสาวพยายามเลี่ยง พยายามลืมเรื่องนี้มาตลอดแต่เขากลับพูดอยู่ได้ว
“มาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง” จากกำลังจะยกเข่ากับศอกเตรียมปกป้องตัวเองอีกรอบ เป็นขยับจับเสื้อผ้าให้เข้าที่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมองจ้องคนตรงหน้าไหนว่าจะไปดูเพื่อน“ช่วย...ช่วยกันก่อนได้ไหม” คนถูกขอให้ช่วยถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เห็นแก่เธอเป็นคนทำให้เขาเจ็บหรอกนะ มือบางจับต้นแขนแกร่งหวังช่วยพยุง ทว่ายังจับไม่มั่นคงดี วงแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกลับตวัดมาพาดไหล่เธอไว้ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง ดูคล้ายว่าเขาเหมือนจะกอดเธออยู่บรั่นดีรีบหันมองคนตัวโตที่ทำหน้าเหมือนเจ็บมาก"ผมเดินไม่ไหวหมัดดีหนัก ศอกดีหน่วง เข่าดีแทงเข้าน้องชายผมเกือบร่วงแล้วนะครับ"คำก็ดี สองคำก็ดี เขาเป็นเพื่อนน้องชายเธอ แต่ไม่เคยเรียกกันว่าพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่นเลยสักครั้ง 'บอกเฮียบาร์เลิกคบดีไหมนะ'"เลิกคบผมน้องชายดีเรียนไม่จบนะครับ" คนยืนงอตัวลดมือลงกุมหน้าท้องของตัวเองพร้อมตวัดสายตามองอย่างนึกเคือง ทำดีขนาดนี้ทั้งพี่ทั้งน้อง...เดี๋ยวมีคิดบัญชีทว่าหญิงสาวกลับหันมามองทั้งทำหน้าตาอย่างนึกสงสัย จนทำให้ชายหนุ่มกลั้นยิ้มอดพอใจไม่ได้ โธ่แม่คุณน่าเอ็นดูแท้"ดีพูดออกมา" เอาอีกแล้วนิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอแก้ไม
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่างเสี่ยเบียร์ ส่วนอีกสองตัวก็เฮียแบรนด์และเฮียบาร์ แต่ไอ้พิทย์ไอ้ห่าไอ้พญาเหยี่ยวพญาครุฑ บินมาจากฟากฟ้าฝั่งไหนไม่รู้ได้ ใช้เท้าหยิบเธอไปจากอกพ่ออย่างเขาได้จริงเหรอ ไม่อยากจะคิดให้ปวดกระบาลบรั่นดีเองสำหรับพิทย์เธอไม่ได้คิดอะไร สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดคือแฟนเด็ก หญิงสาวชอบคนที่โตกว่าหรือไม่อย่างน้อยก็วัยเดียวกัน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีแฟน มีเพียงคนคุยแต่ใครก็รู้เสี่ยเบียร์พ่อของเธอดุมาก ท่านบอกไม่ก้าวก่ายแต่ตามดูทุกฝีก้าวจนใครเขาก็เข็ดขยาดหวาดกลัวเธอไปหมดบางทียังคิดว่าหรือการอยู่เป็นโสดก็ดี ได้ดูแลเสี่ยเบียร์ดูแลน้องชายไปแบบนี้ก็ไม่แย่ เดี๋ยวสองตัวนั้นก็แต่งงานเพราะโตกันหมดแล้ว เธอยินดีจะเลี้ยงหลานต่อไหนๆ ก็เลี้ยงรุ่นพ่อมาแล้ววันนี้บรั่นดีมาดูแลความเรียบร้อยที่ห้องให้เฮียบาร์ ส่วนเฮียแบรนด์ไ
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกินไป เกินหน้าเกินตาลูกชายเขามาก แต่เรื่องแบบนี้โทษใครไม่ได้โทษลูกชายตัวเองก็แล้วกัน ใครจะไปโทษตัวเอง“พวกผมนึกว่าใคร เห็นคุณพิทย์ทั้งเดินทั้งวิ่งตามเสี่ยกับคุณบรั่นดีขึ้นมา”ลูกน้องหนึ่งในสองบอกเล่าให้นายฟัง เพราะพวกเขาเห็นชายหนุ่มคนนี้ยืนมองตั้งแต่หน้าลิฟต์ พอเห็นท่าทางดูลุกลี้ลุกลนอย่างคนร้อนใจตอนวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ทั้งสองคนเห็นอย่างนั้นเลยรีบตามมา กลัวจะเป็นคนคิดร้ายกับนายตน แต่ต่างกันตรงที่ผู้ติดตามเสี่ยเบียร์ใช้ลิฟต์เลยถึงช้านิดหน่อย พวกเขาไม่คิดว่าแค่จะกลับมาห้องตัวเองเพื่อนเฮียบาร์ต้องรีบขนาดนี้ เหมือนกลัวห้องหายอย่างไรอย่างนั้นผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนา ลูกสาวคนโตเสี่ยเบียร์ พี่สาวคนสวยของเฮียแบรนด์และเฮียบาร์ เธอยืนฟังอยู่ได้แต่นึกขำให้เขา“แล้ว...” เสี่ยเบียร์พยักพเยิดหน้ามาทางชายหนุ
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตรงประตูหนีไฟ เห็นว่าเป็นเลขชั้นห้องเพื่อนทั้งห้องตัวเอง ถึงได้หยุดฝีเท้าการวิ่งเป็นเดินถอยกลับมา เพราะเกือบเลยผ่านชั้นตัวเองไป บังเอิญวิ่งเพลินไปหน่อยนานๆ วิ่งทีแรงดีเหมือนกันนะเราสะบัดหัวไล่ความคิดวุ่นวาย และความเหนื่อยเมื่อยล้า เปิดประตูกึ่งเดินกึ่งวิ่งเลี้ยวขวามาตามทาง ตรงไปยังห้องตัวเองซึ่งข้างๆ เป็นห้องเพื่อนไม่รู้ว่าเขาวิ่งเร็วหรือลิฟต์ขึ้นช้า เพราะสายตามองเห็นทั้งสองคนชายหญิงก่อนหน้า เดินโอบไหล่กันมากำลังจะถึงห้องเพื่อนเขาอย่างเฮียบาร์หญิงสาวทั้งเดินทั้งพูดหันหน้ามายิ้มให้ผู้ชายตัวสูงใหญ่ แต่งตัวดีเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาวเรียบง่ายดูภูมิฐาน แขนแกร่งยังโอบไหล่เล็กไว้ เดินไปพูดไปทำอย่างกับสนิทสนมกันมานาน บางทีหญิงสาวยังเอาหัวเอียงซบ บางครั้งผู้ชายคนนั้นยังยกมือใหญ่จับศีรษะเธอพร้อมโยก
“ใครเป็นอะไร”"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมากปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม
โรงพยาบาลภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขา







