Mag-log in“ดีไม่เอาน่า”
หญิงสาวเรียกชื่อเขาเพื่อปรามให้ฟังกันบ้าง ชายหนุ่มกลับขยับเข้ามาใกล้ มือซ้ายของเขายังจับมือเธอวางไว้ตรงช่วงอกแกร่ง ตำแหน่งหัวใจเช่นเดิมไม่ยอมปล่อย แต่ผ้าที่ถือไว้ประคบเย็นให้หายจากมือเธอไปไหนไม่รู้ ส่วนมือขวายังมาจับเอวบางรั้งเข้าหาตัวเอง
บรั่นดียังพยายามยื้อตัวออกจากมือตุ๊กแก คนกอดก็พยายามปลอบให้เธอนิ่ง คนดื้อก็พยายามดิ้นให้หลุดจากเขา ยื้อกันอยู่นานจนเหนื่อย
“นี่...หยุดรุ่มร่าม แล้วอีกอย่างทำไมไม่เรียกพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่น”
ถ้าจะกอดกันไว้แน่นจับกันไม่ปล่อยขนาดนี้ เธอยอมแพ้ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่าห้ามก็แล้ว แต่ขอถามสักคำทำไมไม่ยอมเรียกกันว่าพี่สักครั้ง
พอสบนัยน์ตาคู่คมเขาทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าเธอตลอด ยังมายิ้มน้อยๆ ส่งให้กันเหมือนคนนึกขำกับคำถามเธอ
“ผมก็เพิ่งรู้ว่าดี...อยากให้สามีเรียกตัวเองว่าพี่ รสนิยมใหม่เหรอครับ”
ยายวัวแกลืมคืนเร่าร้อนของเราไปได้ยังไง เขาตั้งใจทำขนาดนั้นเพื่อให้เธอจดจำแต่ดันทำเป็นลืม
“หยุดพูด!”
เหมือนสายฟ้าฟาดหญิงสาวพยายามเลี่ยง พยายามลืมเรื่องนี้มาตลอดแต่เขากลับพูดอยู่ได้วันนั้นเธอแค่พลาด
“ทำไมรับไม่ได้”
คนตัวโตชักจะโมโห เธอจะมาทำเป็นลืมเรื่องของเราได้ยังไง ถ้าลืมเขาจะรื้อฟื้นให้
“ดีคงยังไม่ลืมผัวคนแรกใช่ไหมครับ”
ปากพูดครับน้ำเสียงทั้งอ่อนโยนและนุ่มนวล แต่สายตาที่เริ่มแข็งอย่างคนไม่ยอมนั่นคืออะไร
“อย่ามาหยาบคายกับฉัน”
พิทย์กดยิ้มมุมปากแทนตัวว่าฉันอย่างห่างเหินแปลว่าเริ่มมีอารมณ์โกรธจริง โกรธก็โกรธไป เขามีเวลาง้อเธอทั้งชีวิต
“ผมหยาบคายได้มากกว่านี้ ถ้าดียังดื้อกับผม”
คนพูดจ้องนัยน์ตาคู่สวยแขนแกร่งยังออกแรงรั้งให้ตัวเธอเข้ามาใกล้เขาอีกนิด หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีแถมยังอยู่ใกล้กันขนาดนี้ เธอจะยอมถอยให้ คนอย่างเขายิ่งต่อต้านก็เหมือนยิ่งต้อนให้เราจนมุม
“อยู่นิ่งๆ จะประคบไหมไม่ประคบจะกลับ” บรั่นดีพูดพร้อมหยิบผ้าห่อน้ำแข็งในอ่างมาถือไว้
ชายหนุ่มก้มหน้ายิ้มอย่างพอใจ เธอทันเขาทุกอย่างมาตลอดรู้สินะว่ายิ่งดื้อเขาจะยิ่งดึงดัน
พิทย์ปล่อยวงแขนจากเอวบางมาวางลงโซฟาข้างสะโพกเธอ เขาไม่ได้แตะไม่ได้จับแค่วางเพื่อพยุงตัว พร้อมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ให้คนใจดีช่วยประคบความบอบช้ำ จากฝีมือเธอเอง
หญิงสาวถอนหายใจหนักๆ เพื่อระงับอารมณ์ แค่ประคบเย็นให้เขาเท่านั้นท่องไว้ ปกติเธอเป็นคนใจดี ทั้งใจเย็น ยิ้มง่ายบ้างในบางเวลา ใครทำให้โกรธหรือโมโหบรั่นดีจะไม่พูดด้วยจนกว่าจะสำนึก แต่มันใช้กับเขาไม่ได้
ต่อให้เธอเงียบถ้าตัวเราอยู่ใกล้กัน เสียงเธอไม่สำคัญเขาทำให้เอ่ยออกมาได้ ไม่ด่าก็อุทาน อย่างตอนนี้เธอไม่พอใจที่เขาเอาแต่ใจ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะตัวเราอยู่ใกล้กัน
พิทย์ยังมองคนตรงหน้าไม่วางตา ใบหน้าอ่อนใสแต่งแต้มเพียงนิด ผมยาวสยายปล่อยลงมาถึงช่วงไหล่ ไม่ได้จัดแต่งเซตทรงเหมือนตอนออกงานหรือไปทำงาน ยิ่งทำให้เธอหน้าเด็ก ไม่แปลกคนจะทักว่าบรั่นดีเป็นน้องสาวเฮียบาร์
มือบางยังจับผ้าขนหนูผืนเล็กห่อน้ำแข็งประคบเย็น ลงผิวเรียบเนียนตรงสันจมูกและมุมปากให้อย่างพยายามเบามือ เธอคิดว่าแรงตัวเองแค่นิดเดียว ทำไมเขาถึงช้ำขนาดนี้ได้อาจเพราะเป็นคนผิวขาว ผู้ชายอะไรปากแดงยิ่งกว่าผู้หญิงทั้งที่ไม่ได้ทาอะไรเลย ตัวก็ใหญ่แถมยังใหญ่ไปเสียทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนนั้น...
“โอ๊ย ดีครับ”
มือเล็กเผลอกดผ้าประคบเย็นลงบนผิวที่บอบช้ำของเขาเต็มแรง เพราะความคิดเธอเตลิดไปไกล
คนตัวโตอุทานลั่นอีกครั้ง จนคนทำแผลให้ตกใจได้สติรีบเป่าลมอุ่นๆ เพื่อปลอบประโลมด้วยความเคยชิน ที่มีน้องชายซุกซน ทำแผลทีเป่าจนลมจะหมดตัวถึงหายเจ็บ
แต่คนถูกเป่าลมอุ่นรดปาก กลับใจเต้นรัวแม่วัวของเขา พิทย์นั่งนิ่งมากนัยน์ตาคู่คมหลุบมองต่ำ สำรวจไปทั่วใบหน้าอ่อนใสที่อยู่ห่างจากเขาเพียงน้อยนิด ดวงตาสวยแพรขนตางอนยาว จมูกรั้นๆ ปากจิ้มลิ้มเคลือบด้วยลิปสติกสีธรรมชาติแวววาว ยังได้กลิ่นหอมอ่อนไม่รู้จากปากเธอหรือจากลิปที่เธอทาซึ่งมันอยู่ใกล้ปากเขามาก
“เจ็บ...อื้อ”
หญิงสาวกำลังจะถามว่าเขา ‘เจ็บเหรอ’ แต่ดูเหมือนคำที่เหลือจะถูกกลืนลงคอเมื่อริมฝีปากคนตัวโตแนบประกบลงริมฝีปากอวบอิ่ม
พิทย์หลับตาลงพร้อมมือที่ยกขึ้นจับเอวบางอีกครั้ง ทั้งออกแรงเพียงนิดดันแผ่นหลังเล็กของหญิงสาวให้เข้าหา แนบริมฝีปากจูบลงริมฝีปากบางที่เขาเฝ้าคิดถึง
บรั่นดีตกใจทั้งก่อนเนื้อที่อกข้างซ้ายเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อถูกเขาสัมผัสจูบแผ่วเบาราวขนนก เขาไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น ทำเพียงบดคลึงเลาะเล็มริมฝีปากบางบนล่างอย่างอ้อนวอน โหยหาทั้งทะนุถนอม
คนตัวโตเอียงใบหน้าให้ได้องศา อ้าปากสัมผัสควานหาความหอมหวานให้มากขึ้น ยิ่งเขาเพิ่มน้ำหนักในรสจูบ มือเล็กยิ่งกำขยำเข้าเสื้อยืดที่เขาสวม ก่อนที่บทจูบจะจบลง ชายหนุ่มยังกดแนบริมฝีปากสัมผัสย้ำลงมาอีก ไม่พอยังใช้จมูกโด่งสวยของเจ้าตัวหอมตรงริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาพึ่งจูบไป ถึงได้ยอมผละถอยมามองคนตรงหน้าที่หลับตาพริ้ม
“ดี”
“หือ...”
“ไม่ใช่ผมหมายถึงปาก...หวานดี”
“นี่”
คนฟังใบหน้าเห่อร้อนทันทีเธอยังมึนเมาในรสจูบเขาไม่หาย ปากนี่ก็พูดมากกับเธออีกแล้ว หญิงสาวพยายามยื้อตัวออกแต่เขากลับกอดแน่นกว่าเดิม ถึงได้ตวัดสายตาดุๆ ไปให้กลับได้รับรอยยิ้มพอใจกลับมา
“คิดอะไรอยู่ครับ คิดถึงคืนนั้นอยู่เหรอ”
“เดือนนี้ประจำเดือนมารึยังลูกหนูดี” บรั่นดีขมวดคิ้วคิดตามเดือนนี้เหรอ“น่าจะยังนะคะ”“เรียกหมอมาตรวจให้แน่ใจดีกว่านะคะ” คุณพิหันไปหาเสี่ยเบียร์เพื่อเรียกหมอมาตรวจดูให้มั่นใจ“แม่ครับดีเป็นอะไร”“คุณพิลูกสาวผมเป็นอะไรครับ”ทั้งพิทย์ทั้งเสี่ยเบียร์ ผู้ชายบ้านนี้และผู้ชายบ้านเธอต่างมองมาทางนี้กันหมดจริงๆ เลย คุณพิแม่ของพิทย์ยังยิ้มน้อยๆ กลับไปให้“ที่เคยเห็นมา”คนพูดหันมาหาเจ้าตัวคือบรั่นดีที่คุณพิจับมือเธอไว้แน่น มือนุ่มนิ่มหญิงวัยกลางคนลูบไล้มือของลูกสะใภ้อย่างรักใคร่เอ็นดู คนรอลุ้นให้พูดก็ตัวเกร็งไปหมด โดยเฉพาะลูกชายตน“หนูดีน่าจะตั้งท้อง แล้วมีอาการแพ้กลิ่นสามี แต่ดูท่าทางแล้วน่าจะแพ้กลิ่นผู้ชายทุกคน”“ฮะ!!!” คราวนี้เสียงผู้ชายทั้งบ้านอุทานดังลั่น เธอแพ้กลิ่นผู้ชาย ซวยกันหมดการ์ดยังเหงื่อออกกลัวตกงาน“ดี...ดีครับ”พิทย์แทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ พึ่งจะขอแต่งงานลูกโผล่ได้ไง เขาพึ่งทำแบบจริงจังไปวันก่อน แต่มีบ้างที่เวลาทำเธอแล้วไม่ได้ใส่เครื่องป้องกันตอนต้นเดือนก่อน หรือสองเดือนหลัง หรือสามเดือนนู้นเขาไม่แน่ใจ ท
“เฮียบาร์ทำไมไม่ห้าม ถ้าเป็นตัวเองลองดูบ้างจะรู้สึกยังไง”“เฮียแบรนด์เจ้ไม่ตลก ใช้วิธีอื่นบอกกันดีๆ ก็ได้” คนที่พี่สาวหันมาตำหนิยังยืนนิ่งได้แต่คิดในใจ 'โธ่เวลาเกือบปีบอกจนปากจะฉีก'“ได้ยินนะ ไม่รู้ตัวเหรอว่าเป็นคนคิดไปด้วยพูดไปด้วยนะ”“ขอโทษครับ” เสียงน้องชายสองคนพูดออกมาพร้อมกัน“ป๋าไม่ได้ตั้งใจ”“ถ้าป๋าตั้งใจพิทย์คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ดีรู้ค่ะ”“อ้าว ป๋าถือปืนพวกผมแค่ยืนดูไม่เห็นเจ้จะงอนป๋าเลย”“หุบปาก” เสี่ยเบียร์สวนลูกชายทันทีกูจะรอดอยู่แล้วเชียว“พิทย์ก็อีกคน”“แต่ผมรักดี”“มันมีวิธีอื่น”“ผมรักดีมาก”“บอกไม่ฟังดื้อกับดีตลอด”“ใจของผมมีแค่ดี”“เล่นอะไรแบบนี้อยากตายมากใช่ไหม”“ชีวิตพิทย์ก็ให้ดีได้”บรั่นดีชะงักไป เธอด่าเขาทุกคำแต่เจ้าตัวทำหน้าเหมือนเธอกำลังชม ทุกประโยคที่พูดสวนกลับมีแต่คำว่ารักเธอ จนสุดท้ายชีวิตเขาก็ให้เธอได้“พิทย์รักดีมาก แล้วจะรักตลอดไปแต่งงานกันนะครับ”“เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ยังจะมาขอแต่งงาน”“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย”
ประตูรั้วเหล็กเปิดออกกลับมีรถหลายคันจอดอยู่ หรือป๋ามีแขกแต่ปกติเสี่ยเบียร์ไม่พาแขกมาที่บ้าน ยิ่งขับเข้าไปใกล้ยิ่งเห็นความชุลมุน บรั่นดีรีบลงจากรถเดินตรงไปหาพ่อเธอ ดันได้ยินเสียงตวาดดังลั่นจนหญิงสาวห่อไหล่สะดุ้งโหยง“ไอ้ห่าพิทย์มึง”ปัง ปัง ปังแล้วเสียงปืนหลายนัดที่ดังไม่หยุดแต่...“ไอ้พิทย์หลบลูกกระสุนกูเป็นลูกปิงปองเลยนะมึง”“ป๋า! เกิดอะไรขึ้นคะ นั่นพิทย์กับเพื่อนเขาไม่ใช่เหรอ ป๋าวางปืนลงก่อนได้ไหม”ลูกสาวรีบมาคว้ามือพ่อที่ถือปืนเล็งไปยังกลุ่มก้อน ที่ยืนรวมกันอยู่กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน เธองงไปหมดทั้งตกใจเอามากๆ“มันปากดีป๋าไม่ทนมันแล้ว”ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอ็นดูพิทย์อย่างกับอะไรดี ทั้งบอกให้เธอเข้าใจเขาเวลาทะเลาะกัน รู้แม้กระทั่งว่าที่ลูกเขยคนนี้ชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้น“ป๋าใจเย็นๆ ก่อนสิคะ มันจะถูกตัวเขาจริงๆ นะ”“ดีเป็นห่วงมันมากเหรอ”เฮียแบรนด์ที่ยืนเอียงตัวพึงกรอบประตูหน้าบ้านอยู่ เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเล่นอย่างนึกเคือง เสี่ยเบียร์ห้าวหาญเหี้ยมโหด มือถือปืนอย่างดุดัน แต่คุยกับลูกสาวส
“พิทย์คะ ลึกเกิน”เสียงครางกระเส่าบอกออกไปแทบไม่เป็นภาษา เพราะตัวที่ถูกกระทั้นจนโยกโยน เขาล็อกเธอไว้ทุกส่วน สวนความเป็นเขาเข้ามาทั้งแรงทั้งรัวเร็ว มันเสียดสีไปกับโพรงนุ่ม ทั้งถูกเติมเต็มจนไม่มีที่ว่างและคับแน่น“อื้อ พิทย์ดีไม่ไหวแล้ว” เธอจุกเขาเข้ามาลึกมาก ร่างกายเธอเกร็งเสียวซ่านไปทั้งตัว จนในที่สุดก็สุขสม“อื้อ” สะโพกสวยสั่นกระตุกถี่รัว น้ำรักไหลออกมาชโลมความเป็นเขาสุดความยาวเงาวับ“พิทย์ พิทย์คะ”“ดีอีกทีครับที่รัก”บรั่นดียังกระตุกไม่หาย เธอกลับถูกเขานำพามาที่โต๊ะทำงาน จับเรียวขาสวยข้างหนึ่งขึ้นวางไว้บนโต๊ะ นำความเป็นเขาสวนเข้าจนสุด“อา พิทย์” บรั่นดีที่จุกจนเอามือวางกุมไว้หน้าท้องตัวเอง กลับสัมผัสถึงมันขยับขึ้นลงยามเขาเข้าออก“ดีอย่ากังวล ไม่ตายหรอกนะครับผมทำมาบ่อยแล้ว”อิตานี่คิดว่าเธอไม่รู้เหรอ แต่เขาทำได้ยังไงมันต้องใหญ่แค่ไหนแล้วเข้าลึกมากเท่าไหร่ ถึงแสดงฤทธิ์เดชให้เห็นกันขนาดนี้“อื้อ” เพราะเธอเอาแต่คิดเตลิด มือหนาเลื่อนมาจับลำคอเล็กด้านหน้าบังคับให้เธอเผยออ้าปากรับจูบจากเขาลิ้นชื้นส
เมื่อพิทย์ใช้มือที่นวดคลึงหน้าอก ลูบไล้ลงมาหาจุดอ่อนไหว พร้อมกับวางปลายนิ้วบดขยี้สร้างความเสียวซ่าน ยิ่งเขาออกแรงบดมากเท่าไหร่เธอยิ่งถูกมวลอารมณ์ที่ตื้นจนควบคุมไม่อยู่ พร้อมน้ำหวานที่ไหลออกมาชโลมความเป็นเขาพิทย์ไม่ได้บังคับเอาที่เธออยากทำ เขามีหน้าที่ช่วย“อื้อ”“อา ดี”จู่ๆ บรั่นดีกลับกดตัวเธอลงจนสุดความยาวของชายหนุ่ม เธอจุกจนตัวกระตุกสั่นอยู่บนตัวเขา พิทย์เองก็ครางคำรามต่ำเพราะเสียวซ่านไม่ต่างกันเขาปล่อยเธอเป็นอิสระ สองแขนเท้าไว้ด้านหลังกับเตียงเพื่อพยุงตัวเอง มองแม่คุณเริ่มร่อนเอวบดกายเข้าหาเขาใบหน้าสวยแดงก่ำ ผมสยายยุ่งเหยิง แต่สายตากับท่าทางทำเอาคนมองแทบบ้า พิทย์กลืนน้ำลายลงคอจนลูกกระเดือกขยับขึ้นลง“อื้อ”คนตัวโตนั่งมองทั้งขบกรามไปด้วย อารมณ์เธอมากเท่าไหร่เขายิ่งมากกว่านั้นเท่าตัว แต่ยังอดทน บรั่นดีกัดปากล่างไว้แน่น พอเขาจ้องดันยกหลังมือขึ้นปิด ส่วนอีกมือวางไว้หน้าท้องที่มีมัดกล้ามขึ้นลอนแข็งของเขาสายตาที่มองมาหรี่เล็กลง เหมือนกำลังอ้อนวอนและร้องขอบทรักจากเขา“เคล้นนมสิครับดี ผมอยากเห็น”พิทย์พูดแค
“งอนเหรอคะ”“เปล่าครับผมแค่ง่วง” คนพูดยังหลับตา บรั่นดีที่ยังอยู่ในอ้อมกอดเงยหน้ามองคนงอนเก่งทั้งยิ้มน้อยๆ“อ๋อ...จุ๊บ”“ดีอย่าดื้อกับผม”พิทย์ถึงกลับลืมตาตื่นอย่างรวดเร็ว เมื่อแม่ตัวดียื่นหน้ามาจุ๊บปากเขาเร็วๆ แค่จุ๊บพอทน แต่มือเล็กยังวางลงบนความเป็นเขา แถมยังลูบขึ้นลงซึ่งเป็นการกระตุ้นตัวตนเขาชั้นดี“นอนไปสิคะ ดีจะให้รางวัลพิทย์ที่เรียนจบไง”บรั่นดีรู้สึกถึงแรงกอดแน่นขึ้น มือเขาที่ยังโอบไหล่มนไว้อยู่บีบลงเนื้อนุ่มนิ่มของเธอ เพราะกำลังควบคุมอารมณ์เมื่อถูกมือเล็กสัมผัสแล้วตรงนั้นที่เธอจับมันก็ร้อนผ่าว พร้อมกับขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนคนจับรับรู้ได้ บรั่นดียังนึกขำ กับเธอเขามักเป็นแบบนี้เสมอ ขึ้นเร็วแต่ลงช้า“ดอกไม้ที่เอามาให้ตั้งหลายดอก กะให้พิทย์ตอกดี อื้อ” ปากอวบอิ่มโดนปิดทันที แม่คุณพูดอะไรใครจะทนฟังได้พิทย์จูบปิดปากนุ่มนิ่มครู่หนึ่งแล้วผละถอยออกมานิด“ดีขอร้อง ผมจะเสร็จอย่าพูดอย่าเอ่ยคำพวกนี้จากปากหวานๆ ของดีอีกเลย”แค่ได้กลิ่นหอมอ่อนจากตัวเธอเขาก็มีอารมณ์ นับประสาอะไรกับได้กอดอยู่แบบนี้ แถมยังมีคำพูดยั่ว
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตร
“ใครเป็นอะไร”"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมากปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม
โรงพยาบาลภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขา
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่าง







