Masukสายลมโชยเอื่อยพัดพาเอากลิ่นอายความสดชื่นของร่มไม้ใบหนาเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่เป็นครั้งสุดท้าย ฟ้ารุ่ง ยืนอยู่กลางห้องพลางกางแบบพิมพ์เขียวในมือออกตรวจดูความเรียบร้อยรอบ ๆ เธอดึงดันที่จะเดินทางมาดูงานที่บ้านสวนของ เรืองรบ ในวันนี้เพียงลำพังเพื่อเก็บรายละเอียดหน้างานส่วนสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์"ทำไมมาดูงานถึงไม่ยอมบอกผมล่ะ?"เรืองรบเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความตัดพ้อบางเบาฟ้ารุ่งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็นตรวจเช็กหน้าต่างกระจกบานโตเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่นั้น "ฟ้าเห็นว่าเป็นแค่การเก็บงานส่วนสุดท้ายสั้น ๆ ค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณ”“รบกวนอะไรกัน..”ชายหนุ่มขยับเข้าไปยืนเคียงข้างเธอ"ชอบสไตล์การแต่งห้องแบบไหน?”เขาทอดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนกว้างขวางที่ขยายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห้องนี้ผมปล่อยอิสระให้ฟ้าดีไซน์ได้เต็มที่เลยนะ รวมถึงวัสดุและเครื่องเรือนทุกชิ้นในห้องนี้ ผมอยากให้ฟ้าเป็นคนเลือกเองทั้งหมด... ทุกอย่างเลย"คำพูดที่ให้เกียรติและแฝงความนัยลึกซึ้งทำเอาฟ้ารุ่งหน้าร้อนวูบ“คุณเป็นเจ้าของควรจะเป็นคุณค่ะ”หัวใจเจ้ากรรมสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้“เอา
ณ ผับอาเธอร์ ความโกลาหลใต้แสงไฟกระพริบ"ตำรวจ! ทุกคนหยุดอยู่กับที่! เปิดไฟสปอตไลท์! ปิดเครื่องเสียงเดี๋ยวนี้!"เสียงประกาศเฉียบขาดผ่านลำโพงขยายเสียงของนายตำรวจผู้ควบคุมทีม ทำเอาเสียงเพลงที่กำลังดังกระหึ่มดับวูบลงทันตา แสงไฟหลากสีถูกแปรเปลี่ยนเป็นไฟแสงขาวสว่างโล่บาดตา นักเที่ยวหลายร้อยชีวิตตื่นตระหนกพากันกรีดร้องและวิ่งพล่านหาทางหนี แต่ทุกประตูถูกเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังไว้หมดแล้ว"เฮ้ย! พวกแกทำอะไรวะ รู้ไหมว่าที่นี่ผับของใคร?!"ชาติ ผู้จัดการผับคนสนิทของพชร วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องทำงาน ท่าทางกร่างใส่นายตำรวจ "มีหมายค้นหรือเปล่า จู่ ๆ จะมาบุกรุกแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!""นี่หมายค้นและหมายจับ!"นายตำรวจระดับสารวัตรยื่นเอกสารฉบับใหญ่กระแทกเข้าที่หน้าอกของชาติทันที แววตากร้าว"เราได้รับสายรายงานและมีหลักฐานชัดเจนว่า ผับอาเธอร์มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่และเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด คุมตัวผู้จัดการและพนักงานทุกคนไว้! ใครขัดขืนจับให้หมด!""เหวอ! เดี๋ยวซิผู้กอง... เคลียร์กันก่อนได้ไหม"ชาติหน้าถอดสี ท่าทางอวดดีมลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นของกลางเป็นซองยาเสพติดชนิดต่าง ๆ ที่สายสืบตำรวจต
เสียงโต้เถียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องโถงใหญ่ ทำเอา ลอย ที่แอบซุ่มอยู่หลังม่านใกล้ทางเดินต้องคอยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ยิ่งเวลาผ่านไป น้ำเสียงของทั้งคู่ก็ยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆภายในห้อง เสี่ยตือ กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดจ้องมองกล่องของขวัญขนาดใหญ่หลายต่อหลายกล่องที่วางกองสลับซับซ้อนอยู่กลางบ้าน ก่อนจะตวัดสายตาไม่พอใจไปทาง เจี๊ยบ ที่ยืนกอดอกเชิดหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว"อีหนูเจี๊ยบ! นี่มันอะไรกันวะ!”เสี่ยตือหงุดหงิดมาก เพราะนับตั้งแต่ดูหลักฐานจากเล็กเขาจำเป็นต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม เขาเคยพลาดแล้วเขาจะต้องไม่พลาดอีกเด้ดขาดแต่ทบทวนมาตลอดว่าจะทำกับเรื่องราวยุ่งเหยิงนี้ให้จบลงอย่างไรที่มันจะไม่พินาศยับเยิน“ทำไมคะเสี่ย ก็แค่งานของเจี๊ยบค่ะ น่าจะดีใจนะคะที่เจี๊ยบมาการมีงานทำ” เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง ขนาดขนไอ้กล่องพวกนี้เข้ามาเต็มบ้านโดยไม่เห็นหัวกันเลยเหรอฮะ!"เสี่ยตือตวาดลั่น"มันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไหมล่ะเสี่ย!"เจี๊ยบตอกกลับทันควัน น้ำเสียงสะบัดสะบิ้ง "นี่มันคืองานใหม่ที่เจี๊ยบได้เงินดีมาก ๆเชียวล่ะ”“มันงานอะไรกันแน่ ต้นปี กลางปี ตลอดปี ก็มีกล่องของขวัญไม่ต้องรอปีใ
ประตูห้องพักในอพาร์ตเมนต์หรูของเรืองรบปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติที่ดัง ‘คลิก’ บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของฟ้ารุ่ง หญิงสาวก้าวขาเข้ามาด้านในอย่างจำนน“เข้ามาเหอะน่ายืนตรงหน้าประตูยิ่งเป็นเป้าสายตาคนพักที่นี่...”เรืองรบบอกขณะที่ สายตาฟ้ารุ่งกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องพักที่เธอเพิ่งเคยมาเยือนเป็นครั้งแรก มันกว้างขวาง ทันสมัย และอบอวลไปด้วยบรรยากาศเรียบขรึม “ไม่ต้องกลัวผมปล้ำหรอก...”เสียงของเขายังคงจริงจังไม่เหลือร่องรอยการพูดล้อเล่นอีกเลย“ถ้าจะปล้ำ ผมไม่ต้องพามาที่นี่ เพราะที่นี่คนรู้จักผมทั้งนั้น”ฟ้ารุ่งเงียบและมองการตกแต่งห้องชุดนี้ด้วยโทนสีเทาดำและเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพงสะท้อนตัวตนของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี“นั่งที่โต๊ะนี้ก่อน..ผมจะจัดการเอง คุณนั่งรอเฉย ๆ”ฟ้ารุ่งพยายามระงับอาการสั่นพร่าในอก เธอกำมือแน่นพลางบอกตัวเองในใจ... อย่าปล่อยให้เผลอไผลเหมือนที่ผ่านมาอีกเด็ดขาด ครั้งนี้เธอต้องเข้มแข็งและมีสติ“เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าคุณกลัวผม”เรืองรบหันมามองเธอ แววตาดุดันและท่าทีเฉียบขาดที่เขาใช้ระงับการประท้วงของเธอบนรถค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย แต่ยังคงแฝงไปด้วยความทรงอำนาจ“คนที่คุณควรกลัวตอน
บรรยากาศภายในออฟฟิศทำงานของฟ้ารุ่งดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา เมื่อร่างสูงสง่าของสารวัตรเรืองรบก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะก้มลงสนใจเอกสารบนโต๊ะต่อพลางวางตัวเฉยชา ไม่แสดงอาการตื่นเต้นดีใจเหมือนทุกครั้งที่เขามาหา ท่าทีเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใยนั้นแสดงออกชัดเจนจน ‘รุ่งรัตนา’ เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ในห้องกระจกมองมาแปลกๆ ด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่เรืองรบกลับไม่ละความพยายาม ขยับเข้าไปใกล้ระบายยิ้มบาง ๆ“ยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอ...”เขาดูอิดโรยเล็กน้อย น้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ผมมารับไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันหน่อย ผมมีเรื่องสำคัญบางเรื่องอยากจะเล่าให้คุณฟัง”ฟ้ารุ่งไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ มือเรียวยังคงพลิกหน้ากระดาษเอกสารไปมาอย่างเป็นจังหวะ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและห่างเหินจนคนฟังใจหาย“มีอะไรก็พูดมาที่นี่เลยค่ะ พูดตรงนี้ได้เลย ฉันมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ คงไม่มีเวลาออกไปนั่งทานข้าวข้างนอกหรอกค่ะ”.รุ่งรัตนาที่แอบสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ทนความอึดอัดไม่ไหว“สวัสดีค่า...ว่างเหรอคะถึงได้แวะมา “เ
“มีอะไรเฮีย ทำไมโทรให้ผมออกมาแต่เช้า”เล็กหรือรัตนัยน้องชายรัตนาผู้เป็นภรรยาของเสี่ยตือเอง“เฮียไม่อยากตอบคำถามพี่สาวลื้อ ขี้เกียจเถียงกัน”“ก็เฮียทำไม่ถูกนี่นะ”“เออนะ...ลื้อจะกินอะไรก็สั่งมา เฮียมีธุระอื่นอีกที่ต้องไป”“ไม่ล่ะยังกินอะไรไม่ลง เพิ่งกระดกกาแฟถ้วยที่สามมา พูดธุระมาเลย”“เฮียอยากจะขอดูหลักฐานที่ลื้อบอกว่ามีเกี่ยวกับเจี๊ยบ.....”เล็กมองหน้าพี่เขยพร้อมถอนหายใจอย่างหนัก ๆ นั่งจ้องอยู่สักครู่จึงพูดขึ้นว่า “ที่ผมบอกเจ๊รัตน์เพราะสงสารทั้งเฮียทั้งเจ๊...ที่จริงเรื่องนี้ผมรู้มานานแล้วเล็กหยุดไปนิดหนึ่งเพื่อให้โอกาสอีฝ่ายโต้แย้งแต่เสี่ยตือยังคงนิ่งเงียบ แววตาเคร่งขรึมลง ไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธ เล็กจึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดฉากพูดเตือนสติพี่เขยอย่างตรงไปตรงมา“เฮียตือ...ผมเห็นเฮียเป็นเหมือนพี่ชาย ผมเองก็รักและนับถือเฮียเพราะเป็นสามีพี่สาวผม” เล็กถอนหายใจจ้องหน้าที่เคร่งเครียดของเสี่ยตือ“ถามจริง นึกยังไงถึงเข้ามาขอดูหลักฐานกับผมวันนี้”“ลื้ออย่ารู้เลย เฮียอยากเห็นกับตา ถ้าลื้อมีจริงก็เอามาแสดงให้เฮียดู”“อ่อ..เพื่อความมั่นใจว่าเมียผิดหจริงไหม? ว่างั้นเถอะ...”เขาถอยหายใจห
"นั่นเธอจะไปไหนน่ะรุ่ง?" รัตนาเอ่ยถามเสียงหลง พลางมองตามน้องสาวที่ลุกพรวดขึ้น"ฉันจะกลับแล้วพี่..." รุ่งรัตนาตอบสั้น ๆ ขณะเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าสะพายใบเก่งขึ้นมาพาดบ่า ท่วงท่าของเธอทะมัดทะแมงและดูเป็นอิสระผิดกับพี่สาวที่ดูพะวักพะวน "แวะมาดูให้เห็นกับตาว่าพี่ยังมีความสุขดีอยู่ แม่น่ะสิ บ่นถึงพี่ได
"ใจเย็นๆ ก่อนน่าพี่รัตน์ เขาอาจจะไม่เป็นอย่างที่พี่คิดก็ได้นะ""จะไม่เป็นได้ยังไงกัน!" รัตนาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยแรงอารมณ์พลางหันมาจ้องหน้าคู่สนทนาตาเขม็ง "ยายเม้ามันบอกว่าเห็นมากับตาตัวเองเชียวนะ ว่าพ่อตัวดีของฉันหิ้วแม่นั่นเข้าโรงแรม!""โธ่... คำพูดคนอย่างยายเม้าน่ะ พี่ต้องเอาห้าหาร
"พี่อยากให้เราช่วยหาบริษัทตกแต่งบ้านให้หน่อย พี่ไม่ค่อยจะมีเวลาปลีกตัวไปจัดการเองเท่าไหร่..." เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งฝากฝัง "แต่อยากได้ที่ทำงานไวๆ ถ้าได้ภายในอาทิตย์นี้จะดีมาก""ทำไมถึงต้องด่วนขนาดนั้นล่ะคะพี่รบ" รดาเอ่ยถามด้วยความสงสัย พลางมองสบตาพี่ชายที่ดูมุ่งมั่นเป็นพิเศษ"พี่อยากจะย้ายเข้าไป
"เป็นยังไงบ้าง...""แย่ครับ สารวัตร... มันปิดปากเงียบสนิท ใจแข็งชะมัด ต้องยอมรับเลย" พนักงานสอบสวนรายงานด้วยสีหน้าหนักใจ"งั้นเหรอ... ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง""ครับสารวัตร"เมื่อลูกน้องผละออกไป สารวัตรหนุ่มใหญ่ยังคงนั่งเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เพียงครู่เ







