Mag-log in‘เพราะปากพล่อย พัฒน์ชนะจึงพนันขันต่อกับเพื่อนสนิทว่าจะแอ้มรุ่นน้องสาวสวยอย่างภัทรานิษฐ์ในคืนเลี้ยงรุ่น เขาทำผิดกับเธอทั้งๆ ที่ไม่ได้รักในขณะที่เธอนั้นตกหลงรักชายหนุ่มเต็มหัวใจ หลังผ่านค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนภัทรานิษฐ์กลับพบว่าตัวเธอกำลังตั้งครรภ์!’
view moreบทที่ 1
“เออ...เดี๋ยวข้ารีบเข้าไป อย่าเร่งนักสิวะ”เสียงที่ออกจะหงุดหงิดนิดหน่อยของพัฒน์ชนะ ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่เอ่ยบอกกับเพื่อนคนที่โทรศัพท์มาตามเป็นครั้งที่ร้อย เร่งให้เขาเข้าไปในงานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนสมัยมัธยมที่จัดขึ้นยังโรงแรมชื่อดัง ซึ่งมันก็คือโรงแรมในเครือธุรกิจของเขาที่ในวันนี้คงรวมศิษย์เก่าได้หลายร้อยชีวิตและหลายรุ่นพอตัว
คิ้วดกหนาของพัฒน์ชนะกำลังขมวดกันยุ่งเนื่องจากการจราจรที่ติดเกินคาดของเมืองกรุง เขาอุตส่าห์เผื่อเวลาในการเดินทางแล้ว แต่คงไม่วายต้องเข้างานช้าแน่นอน นิ้วชี้ยาวเรียวของชายหนุ่มทั้งสองข้างเคาะพวงมาลัยรถสปอร์ตคันสวยราคาหลายสิบล้าน ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันในบางครั้ง ก่อนจะสบถออกมาตามประสา “จะติดอะไรหนักหนาวะ”พูดจบใบหน้าหล่อๆ ของชายหนุ่มก็หันซ้ายหันขวาชะเง้อมองสัญญาณไฟจราจรที่ยังเป็นสีแดง หางตาก็เหลือบมองไปเห็นบรรดาสาวๆ ในรถที่จอดติดไฟแดงอยู่ข้างๆ กำลังแต่งหน้าทำผมกันอยู่เหมือนกำลังเดินทางไปงานที่ไหนสักงาน ก็จะไม่ให้เขาเห็นได้ยังไงเล่นเปิดไฟกลางรถไปซะแบบนั้น แต่มีหญิงสาวหนึ่งในนั้นที่เขาคุ้นตาเสียเหลือเกิน ซึ่งเขาก็จำไม่ได้ว่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน สายตาของพัฒน์ชนะเพ่งมองเธอผ่านกระจกรถยนต์ที่มืดสนิทของเขาสลับกับมองดูสัญญาณไฟจราจร “หวา…เติมปากอีกไหม”เสียงใสๆ ของศิรดาเอ่ยถามเพื่อนสาว ก่อนจะยื่นลิปกลอสสีสวยยี่ห้อดังที่ถอยมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะให้กับคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง ซึ่งหญิงสาวนั้นต่างก็รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมปลายจนถึงปัจจุบัน ถ้านับเวลาก็เกือบจะสิบปีเข้าไปแล้ว “ไม่ล่ะ แค่นี้พอแล้ว”ภัทรานิษฐ์ส่ายหน้า เพราะสำหรับเธอการแต่งหน้าแต่งตาเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว เนื่องจากปรกติก็ไม่ค่อยได้แต่งหน้าทำผมแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่วันนี้มันเป็นวันพิเศษศิรดาและลักขณาเพื่อนสนิทของเธอทั้งสองคนจึงจับเธอแปลงโฉมอยู่ตั้งนานสองนาน กว่าจะยอมให้ออกจากบ้าน “คนสวยก็อย่างนี้แหละลักขณาสาวสวยแสนห้าวเพื่อนสนิทอีกคนที่มาพร้อมกันเอ่ยแซวเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก ส่วนภัทรานิษฐ์เมื่อได้ฟังก็รีบแก้คำพูดนั้นทันที “อย่าแซวน่า เราจะไปสวยสู้ฝนกับเก๋ได้ยังไง” “เหรอ!!”ศิรดาและลักขณาอุทานออกมาพร้อมๆ กัน เพราะภัทรานิษฐ์นั้นเป็นถึงอดีตดาวมหาวิทยาลัย ถ้าเจ้าหล่อนไม่สวยก็คงแย่แล้ว ส่วนพวกเธอถ้าลองได้เดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยตอนนี้คงมีแต่คนยกมือไหว้พร้อมคำเอ่ยเรียกว่าป้าแน่นอน “ทำเสียงแบบนี้หมายความว่าไง”คนถูกแซวอย่างภัทรานิษฐ์เอ่ยถามกลับไปบ้าง แต่หารู้ไม่ว่าท่าทางการสนทนาของพวกเธอนั้นอยู่ในสายตาของพัฒน์ชนะ “เปล๊า”ลักขณาที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถเอ่ยตอบเสียงสูง ก่อนจะมองสัญญาณไฟจราจรที่ยังเป็นสีแดงอยู่ “ไม่รู้ว่าคืนนี้จะมีใครจำพวกเราได้บ้าง”ศิรดาเอ่ยถามลอยๆ กับการไปงานเลี้ยงรุ่นสมัยมัธยมของพวกเธอ ก่อนจะวาดฝันถึงคนที่เธออยากพบ ผ่านมาตั้งหลายปีที่ไม่ได้พบหน้า เขาคนนั้นจะยังหล่อ พร้อมกับทำให้ใจของเธอเต้นแรงอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่านะ “นั่นสิ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว งานเลี้ยงรุ่นเนี่ย ตั้งแต่จบมอหกมา ฉันก็ไม่เคยไปเลยนะ”สาวสวยที่ขับรถอยู่เอ่ยขึ้นบ้าง ใช่ว่าเธอไม่อยากไปงานเลี้ยงรุ่น แต่ทุกปีที่จัดเธอไม่ว่างไปร่วมงานเลยสักครั้ง “ใช่" เสียงใสๆ ของศิรดาเอ่ยเห็นด้วย ก่อนจะเติมปาก เติมแป้งของเธอต่อ ส่วนภัทรานิษฐ์ก็พยักหน้าให้เพื่อน เพราะเธอเองตั้งแต่เรียนจบไปก็ไม่เคยได้ไปงานเลี้ยงรุ่นเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเธอนั้นไม่ว่างแต่เพราะไม่มีเพื่อนไปด้วยต่างหาก “แล้วปีนี้ คิดยังไงถึงจะไป”ภัทรานิษฐ์เอ่ยถามขึ้น “ไม่รู้สิ...ฉันรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างดึงดูด ไม่แน่พี่แพทอาจจะไปงานปีนี้ก็ได้นะ ฉันถึงได้เนื้อเต้นแบบนี้”ศิรดาออกอาการเพ้อ ชื่อที่ได้ยินทำให้หัวใจของภัทรานิษฐ์เต้นรัว “ถูกต้อง เพราะตั้งแต่พี่แกจบมอหก พี่แพทสุดฮอตสุดกรี๊ดของเราไม่เคยไปงานเลี้ยงรุ่นเลย ถ้าปีนี้พี่แกไปฉันต้องละลายแน่ๆ”ลักขณาเองก็ออกอาการเพ้อตามศิรดาไปติดๆ อีกคน ใบหน้าของชายในฝันลอยไปลอยมาในจินตนาการของทั้งสองสาว “ไป...พาเมียสองลูกสี่ไปด้วย”คำพูดของศิรดาทำให้ฝันของลักขณาแทบพัง ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ พร้อมเอ่ยค้านเสียงเขียว “เวอร์…พี่เขายังไม่แต่งงานหรอก” “ว่าได้เหรอจ๊ะ ผู้ชายทั้งหล่อ ทั้งรวย แบบนั้นคิดหรือว่าจะรอด”ประโยคที่สองของศิรดาเหมือนมีหินก้อนใหญ่หล่นมาปิดประตูคำว่าโอกาสของลักขณาเรียบร้อย ก่อนที่ศิรดาจะเอ่ยค้านพร้อมความมุ่งมั่น “ไม่จริง พี่แพทของฉันต้องยังโสด ป่านนี้คงเป็นหนุ่มเนื้อหอม เป็นรุ่นพี่ในดวงใจ ที่ได้เห็นเมื่อไหร่ใจฉันต้องเต้นไม่เป็นส่ำทุกทีเลย" พูดจบลักขณาก็ยิ้มคนเดียว “แล้วแกรู้ได้ไงว่าพี่เขายังไม่แต่งงาน เป็นปาปารัชซี่หรือไงจ๊ะ เอ๊ะ หรือว่าเป็นคนใช้บ้านพี่เขากันนะ”ภัทรานิษฐ์แอบหัวเราะให้กับคำพูดของศิรดา “บ้า...ฉันก็แค่เดาเอา เพราะถ้าพี่แพทแต่งงาน ฉันก็อยากเห็นภรรยาพี่เขาเหมือนกันนะว่าหน้าตาจะสวยขนาดไหน แล้วทำยังไง ถึงได้คว้าหัวใจพี่แพทสุดฮอตของพวกเราไปครองได้ ว่าไหมยี่หวา" คำถามของลักขณาทำให้ภัทรานิษฐ์สะดุ้ง เพราะเธอกำลังคิดอะไรเพลินๆ เหมือนกัน “อะ…เอ่อ อืม” “แกจะไปถามหวามันทำไมเล่า ถ้าพี่แพทมีเมียแล้ว ยี่หวาของเราก็อกหักสิ อุตส่าห์หลงรักพี่เขามาตั้งแต่อยู่มอสี่จนป่านนี้ แถมยังอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ยากสุดๆ ของเมืองไทย เพื่อตามไปเรียนที่เดียวกับพี่แพทอีก ฉันกับแกก็รู้ เพราะร่วมชะตากรรมกันมาตั้งแต่ต้น ใช่ไหม" ศิรดาหันไปถามความคิดเห็นจากเพื่อน แต่เธอไม่เสียใจหรอกที่เลือกเส้นทางนี้ เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่เธอต้องการเรียนอยู่แล้ว ++++++++++++++++++++++++++ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนนามปากกา วรนิษฐา ด้วยนะคะ“ดีมากจ้ะ” ภัทรานิษฐ์ลูบใบหน้าพลอยประภัสเบาๆ เด็กหญิงจึงได้ทีถามแม่เรื่องการแต่งตัว เพราะอยากให้ชม“แม่จ๋า… น้องพราวแต่งตัวเสร็จแล้ว เก่งไหมคะ”“เก่งค่ะ ว่าแต่วันนี้ใครแต่งตัวให้น้องพราวของแม่นะ” ภัทรานิษฐ์มองชุดที่ลูกสาวสวมอยู่ ไม่มีอะไรเกินความคาดหมายวันนี้พลอยประภัสมาในชุดเสื้อยืดเท่ๆ กางเกงยีนส์ขายาว คาดเข็มขัด ผมยาวเลยบ่าไปแล้ว มัดสูงขึ้นรวบตึงที่ด้านหลัง ใส่หมวกอีกใบคงเท่ขึ้นเป็นกอง“พี่พลอย”“ขอบคุณพี่หรือยังคะ”“ยังค่ะ”“หนูต้องทำยังไง” คนเป็นแม่เอ่ยถามลูก พลอยประภัสหันมองหาพลอยไพลิน เมื่อเห็นว่ากำลังเดินลงมาจากบันไดก็เข้าไปกอดและเขย่งเท้าขึ้นหอมแก้ม ก่อนจะเอ่ยบอก“ขอบคุณค่ะ พี่สาวของน้องพราว” พลอยไพลินที่ลงมาช้า เพราะพึ่งแต่งตัวเสร็จ หลังจับน้องจอมซนใส่เสื้อผ้าแล้ว เด็กหญิงยิ้มให้น้องทันที ก่อนจะจูงมือไปยังโต๊ะอาหารที่พ่อนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งภัทรานิษฐ์และพัฒน์ชนะยิ้มให้ เพราะทั้งสองคนมักจะบอกลูกๆ ว่าใ
ห้าปี ต่อมาครอบครัวของพัฒน์ชนะและภัทรานิษฐ์ สมบูรณ์แบบตามคำว่าครอบครัว มีความรักลอยอบอวลอยู่รอบข้างของเหล่าสมาชิกที่ตอนนี้เพิ่มมาเป็นสี่คนและอีกหนึ่งคนกำลังเติบโตอยู่ในท้องของภัทรานิษฐ์รอเวลาลืมตาดูโลก ภาพตอนนี้ คือทั้งสี่คนกำลังยืนแปรงฟันหน้ากระจกและอ่างล่างหน้าที่ลดหลั่นเป็นขั้นบันไดไปตามความสูง เริ่มที่พัฒน์ชนะ ภัทรานิษฐ์ พลอยไพลินและพลอยประภัส สมาชิกคนที่สี่ที่ตอนนี้อายุได้สามขวบแล้ว ส่วนพลอยไพลินเป็นพี่ใหญ่อายุเจ็ดขวบครึ่ง“แปรงให้สะอาดนะคะ” เสียงอบอุ่นของแม่เอ่ยบอก ทั้งสามีและลูกๆ ของเธอ“ค่ะ/ค่ะแม่” เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวทั้งสองคนเอ่ยตอบภัทรานิษฐ์กลับไป ยิ่งนานวันครอบครัวนี้ก็ยิ่งมีแต่ความสุขและความน่ารักของสมาชิก“ไหน… อ้าปากให้พ่อดูหน่อย น้องพลอย น้องพราว” พัฒน์ชนะที่แปรงฟันเสร็จแล้ว ลงไปนั่งยองๆ มองหน้าลูกทั้งสองคน“อ้า...” พลอยไพลินและพลอยประภัสอ้าปากให้ผู้เป็นพ่อดูความสะอาด ก่อนจะยิ้มแฉ่งอวดฟันซี่เล็กๆ สีขาวที่ดูแลเป็นอย่างดี“โอ้โห้...ฟันขาวสะอาดกั
“คุณเก๋!” น้ำเสียงตึงๆ ของศุภวุฒิดังขึ้นไปอีก ชายหนุ่มกำลังโกรธเพราะหึงอยู่นั่นเอง ลักขณาจึงเอ่ยดักทางไว้“ทำเสียงเข้มๆ แบบนั้นทำไมคะ หึงหรือไง”“เปล่า ไม่ได้หึง” ศุภวุฒิรีบปฏิเสธทันที ก่อนจะกลับไปทำ หน้าตาย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ลักขณาส่ายหน้าให้ผู้ชายปากแข็ง ลักขณาขี้เกียจจะซักต่อ จึงเอ่ยถามถึงที่หลับที่นอนของเขาแทน“เปล่าก็เปล่า แล้วนี่คุณวุฒิจะพักที่ไหน”“ที่นี่” ชายหนุ่มเอ่ยตอบแบบไม่รีรอ คนฟังอุทานเสียงดังทันที“เอ๋…ได้ไงคะ”“ทำไมจะไม่ได้ ผมจะนอนที่นี่”“เก๋…พึ่งรู้ว่าคุณวุฒิเอาแต่ใจ”“อืม จะว่าไปที่นี่มีโรงเรียนอนุบาลหรือยังนะ” ศุภวุฒิไม่ตอบคำถามนั้นของลักขณา ก่อนจะทำท่าคิด เรื่องที่เขาต้องการจะทำอีกอย่าง“ถามทำไมคะ”“คงต้องสำรวจตลาดกันสักหน่อย เผื่อจะมีคู่แข่ง” สีหน้าของชายหนุ่มดูจริงจังมาก ก่อนจะควานหาอะไรในกระเป๋
หลังเสร็จงานแต่งงานของพัฒน์ชนะและภัทรานิษฐ์ที่แสนเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนล้ำค่า พอเห็นลูกมีความสุขจรรยาและทวี รวมทั้งวสุวัสก็ขอตัวกลับบ้าน ภัทรานิษฐ์อยากให้ครอบครัวเธออยู่ต่ออีกหน่อย แต่ทุกคนกลับส่ายหน้าให้ เพราะสามสี่วันที่ได้อยู่ดัวยกันมันก็มีค่ามากพอแล้ว อีกอย่างกรุงเทพฯ - ตราดก็อยู่ใกล้กันแค่นี้ ไปมาหาสู่ได้สบาย อนุภพมีงานก็ขอตัวกลับด้วยเหมือนกันส่วนศิรดาและรัชยศก็ขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะศิรดามีนัดตรวจครรภ์ ลักขณาเองก็ต้องกลับโดยมีศุภวุฒิขับรถไปส่งเธอใจจริงหญิงสาวอยากอยู่นานๆ แต่ด้วยงานที่ต้องรับผิดชอบจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ที่ชะอำในตอนนี้จึงมีแต่เหล่าสมาชิกของบ้านสุนทรโรจน์อยู่กันพร้อมหน้า พวกเขาจะอยู่ต่ออีกวัน พรุ่งเช้าค่อยกลับกรุงเทพฯ ศุภวุฒิขับรถมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ชายหนุ่มเข้าไปรับตั๋วเครื่องบินให้ลักขณา เพราะเขาจองตั๋วไว้แล้ว แต่ในมือศุภวุฒิลับมีตั๋วถึงสองใบ ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่งตั๋วเครื่องบินใบหนึ่งให้เธอ“คุณวุฒิ… จะบินไปไหนคะ”“ผมมีงานน่ะครับ” ศุภวุฒิ ไม่ได้บอกว่าเขามีงานที่ไหน ลักขณาออกอาการงง
ส่วนพัฒน์ชนะ ขณะนี้ชายหนุ่มกลับเข้ากรุงเทพฯ แล้ว เขาไม่แวะที่ไหนเลย ตรงไปยังร้านเวดดิ้งของภัทรานิษฐ์ พอมาถึงสายตาทุกคู่ก็ตรงมายังเขา ซึ่งชายหนุ่มดูออกว่ามันไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่มีวันถอยหลังกลับ เพราะวันนี้ตั้งใจจะขึ้นไปหาอยู่แล้ว แค่มันผิดแผนไปหน่อยเท่านั้นเอง ภัทรานิษฐ์แนะนำพัฒน
“อย่าเข้ามาใกล้นะ” คนเป็นยายรีบห้าม พลอยไพลินชะงักหน้าเบะเหมือนจะร้องไห้ ทวีจึงรั้งตัวพลอยไพลินเข้าไปโอบ แล้วเอ่ยบอกภรรยา“แม่… ทำไมพูดแบบนั้น หลานเสียใจนะ”“แม่จ๋า… ยี่หวาขอโทษจริงๆ นะจ๊ะ หวาขอโทษ” นี่คือสิ่งที่ภัทรานิษฐ์พอจ
“ตอนนี้อยู่ไหน ตามเขามาพบแม่ เดี๋ยวนี้”“แม่… ใจเย็นก่อน” ทวีเอ่ยปรามภรรยา พยายามทำให้อารมณ์เย็นลง“พ่อ แม่คะ หวารู้ตัวเองดี ว่าทำให้พ่อกับแม่เสียใจและผิดหวัง ในตัวหวา ขอโทษจริงๆนะคะ”“ผ่านมาตั้งหลายปี ทำไมถึงไม่บอก
“ถ้าโทร มาบอก พี่จะทำหน้าแบบนี้เหรอครับ ตกใจล่ะสิจริงไหมแม่”“เลิกแกล้งพี่เขาได้แล้ว ไปเอาของฝากลงจากรถด้วยแม็ค” จรรยาตีต้นแขนลูกชายที่ไม่รู้จักโตของเธอเบาๆ“ครับๆ” วสุวัสเอ่ยรับ ก่อนจะเดินออกไปจากร้าน ขนของฝากเข้าไปไว้ที่ด้านหลัง แปลกใจกับรองเท