Mag-log inสองยายหลานไปถึงโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ข้าวหอมไปทำบัตรใหม่ของโรงพยาบาลก่อนจะไปนั่งรอคิวหลังส่งเอกสารส่งตัวให้พยาบาลเสร็จ
โรงพยาบาลในตัวจังหวัดมีคนจำนวนมากมาใช้บริการ ดีที่ข้าวหอมถูกส่งตัวไปที่แผนกสูตินรีเวชโดยตรง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอนานนักข้าวหอมมองคนท้องหลายคนที่นั่งรอคิวอยู่ก็ได้แต่สะท้อนใจ เธอเห็นพวกเขามีสามีมาคอยดูแลอยู่ข้าง ๆ จึงอดนึกถึงพ่อของลูกขึ้นมาอีกไม่ได้ ข้าวหอมไม่รู้ว่าถ้าเขารู้ว่าเธอท้อง เขาจะรู้สึกยังไง แต่เมื่อคิดไปคิดมา ข้าวหอมก็นึกถึงวันที่เขาพูดว่าเธอเป็นเพียงของเล่นของเขาเท่านั้น ข้าวหอมจึงพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกของเธอ ในเมื่อเขาไม่เห็นคุณค่าความรักที่เธอมอบให้ ข้าวหอมก็ไม่จำเป็นต้องไปคิดถึงเขาอีก เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับไปอยู่กรุงเทพตลอดชีวิตนี้ และคงไม่มีทางที่เธอกับเขาจะได้พบเจอกันอีกเมื่อถึงคิวตรวจของข้าวหอม ยายสาขอตามเข้าไปด้วยเพื่อดูว่าเหลนของเธอแข็งแรงดีหรือเปล่า ซึ่งข้าวหอมก็ไม่ได้ห้ามยายเอาไว้ เธอรู้ดีว่ายายคงเป็นห่วงเธอกับลูกมาก“ยินดีด้วยนะคะคุณแม่ ตอนนี้คุณท้องได้สามเดือนกว่าแล้วค่ะ” หมอสาวยิ้มบอกผลการตรวจระหว่างที่กำลังอัลตราซาวน์
“เด็กแข็งแรงดีไหมคะคุณหมอ ก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้ว่ามีเขา เลยทำงานหนักเกินไปหน่อย”
“แข็งแรงดีค่ะคุณแม่ เดือนหน้าก็ทราบเพศเด็กแล้วนะคะ วันนี้หมอจะให้ยาบำรุงไปกินก่อนค่ะ หลังจากนี้คุณแม่ต้องระวังตัวเองดี ๆ นะคะ ห้ามยกของหนัก” หมอกำชับ
“ทราบแล้วค่ะคุณหมอ ฉันขอรูปลูกกลับไปด้วยได้ไหมคะ” ข้าวหอมยิ้มบอก
“ไม่มีปัญหาค่ะ หมอจะปริ้นให้นะคะ เชิญคุณแม่ไปเปลี่ยนชุดก่อนค่ะ” หมอกดเครื่องไม่นานก่อนจะบอกข้าวหอมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง
ข้าวหอมเปลี่ยนชุดเสร็จก็มารับรูปถ่ายของลูกในท้องเธอพร้อมยายสาที่ยิ้มกว้างอยู่ข้าง ๆ จากนั้นทั้งสองจึงไปรอจ่ายเงินและรับยาตามระเบียบของโรงพยาบาล“ดีจังเลยนะลูกที่เด็กแข็งแรง” ยายสาอดตื่นเต้นไม่ได้ เธออยากรู้แล้วว่าเหลนเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่น่าเสียดายที่อายุครรภ์ของข้าวหอมยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะทราบได้
“ใช่ค่ะยาย เดือนหน้าเราก็รู้แล้วนะคะว่าเขาเป็นเด็กผู้ชายหรือผู้หญิง” ข้าวหอมยิ้มแป้น
“ต่อไปหลานก็ทำขนมน้อยลงหน่อยนะลูก หมอบอกแล้วว่าอย่าทำงานหักโหมน่ะ” ยายสาเตือนหลานสาวที่มักจะทำขนมเป็นจำนวนมากทุกวัน
“ทราบแล้วค่ะยาย ข้าวหอมจะดูแลตัวเองดี ๆ ค่ะ” ข้าวหอมอดยกมือลูบท้องของเธอไม่ได้ ในนี้มีลูกของเธอกำลังเติบโตอยู่ ความรู้สึกรักโดยไม่มีเหตุผลมันเป็นแบบนี้นี่เอง
สองยายหลานเสร็จธุระที่โรงพยาบาลในตอนเกือบบ่ายโมง ยายสาจึงให้ข้าวหอมหาร้านอาหารทานก่อนจะกลับบ้าน เพราะเมื่อเช้าพวกเธอก็ไม่ได้กินอะไรกันเลย“ข้าวหอมอยากกินอะไรก็สั่งไปนะลูก ถ้าอันไหนกินไม่ได้ก็ไม่ต้องสั่งมา” ยายสาเตือนอีก
“ได้ค่ะยาย ข้าวหอมอยากกินต้มยำกับยำวุ้นเส้นค่ะ ยายอยากกินอะไรคะ ข้าวหอมจะสั่งให้เอง” ข้าวหอมยิ้มหวานส่งให้ยายสา เธอรู้สึกเปรี้ยวปากอย่างไรบอกไม่ถูก
“ยายเอาแกงจืดเต้าหู้หมูสับอย่างเดียวก็พอลูก ยายกลัวกินไม่หมดน่ะ” ยายสายิ้มบอก
ข้าวหอมพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ไปสั่งอาหารในร้านที่เธอจอดรถเอาไว้ริมทางผ่านกลับไปยังตัวอำเภอสองยายหลานกินข้าวอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง ข้าวหอมรีบกินยามื้อแรกทันที ก่อนจะจ่ายเงินค่าอาหารและพายายกลับบ้านหนึ่งเดือนต่อมา
วันนี้ข้าวหอมกับยายสาพากันไปที่โรงพยาบาลจังหวัดตามนัด พวกเธอตื่นเต้นมากที่จะได้รู้ว่าเด็กเป็นเพศไหนกันแน่ ทั้งสองรอคิวอยู่นานเกือบหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่พยาบาลจะเดินออกมาเรียกให้เข้าไปตรวจข้าวหอมเปลี่ยนชุดตรวจเสร็จก็ไปนอนรอหมอบนเตียงเหมือนครั้งก่อน คุณหมอยิ้มบางให้ ก่อนจะเริ่มตรวจครรภ์“เด็กแข็งแรงดีมากเลยค่ะคุณแม่ ก่อนหน้านี้คุณแม่มีอาการผิดปกติอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีค่ะคุณหมอ พอทานยาแล้วก็ทานข้าวได้ปกติคะ” ข้าวหอมยิ้มกว้าง
“อืม… ดีมากค่ะ โอ้ ยินดีด้วยนะคะคุณแม่ คุณได้ลูกผู้ชายค่ะ” หมอบอกพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ” ข้าวหอมอดน้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้ บ้านเธอกำลังจะมีสมาชิกผู้ชายในบ้านแล้ว เธอไม่รู้ว่าเด็กจะออกมาหน้าตาเหมือนใคร แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นลูกชายของเธออยู่ดี ข้าวหอมได้แต่นึกในใจว่าเธอจะดูแลเขาให้ดีที่สุด
ยายสาที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็ยิ้มกว้างออกมาเช่นกัน ครั้งนี้เหลนของเธอเป็นผู้ชาย นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับยายสามาก ยายอยากให้เขาใช้นามสกุลยายเหมือนข้าวหอม ในเมื่อเธอเองก็ไม่มีหลานเขย เด็กคนนี้ในอนาคตก็จะสามารถสืบต่อนามสกุลเธอได้ข้าวหอมกับยายสาเสร็จเรื่องในโรงพยาบาลตอนบ่ายโมงพอดี ครั้งนี้พวกเธอกินมื้อเช้าก่อนออกมาแล้ว ทำให้ไม่รู้สึกหิวมากนัก แต่ยายสาก็ยังให้ข้าวหอมแวะร้านอาหารก่อนกลับอำเภอเหมือนเดิมสามสัปดาห์ที่ผ่านมา หมอพีที่รู้ว่าข้าวหอมขายขนมอยู่ตลาดก็แวะไปซื้อบ่อย ๆ ในเวลาที่เขาว่าง ทำให้เขารู้ว่าข้าวหอมท้องไม่มีพ่อ หมอพีจึงรู้สึกมีกำลังใจอีกครั้ง เขายังขอยายสามาคอยดูแลข้าวหอมในวันที่ว่างด้วย ซึ่งยายสาก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก เธอคิดว่ามีหมอคอยดูแลหลานสาวระหว่างตั้งครรภ์ก็เป็นเรื่องที่ดี ยายสาจึงต้อนรับหมอพีเป็นอย่างดีมาโดยตลอด เสียดายที่วันนี้หมอพีติดงาน เขาจึงไม่ได้พาข้าวหอมมาโรงพยาบาลข้าวหอมพายายกลับถึงบ้านในเวลาต่อมา ยายสาเข้าบ้านไปเตรียมขนมสำหรับทำขายพรุ่งนี้หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ“ยายจ๋า เย็นนี้ข้าวหอมทำกับข้าวไปให้พี่หมอดีไหมจ๊ะ เมื่อวานเขาก็เอาของกินมาให้เรา”
“ได้สิลูก ทำไปให้เขาชิมหน่อยก็ดี” ยายสายิ้มตอบ อย่างไรเสียหมอพีก็หวังดีกับเธอและหลานมาตลอดก่อนหน้านี้
ข้าวหอมยิ้มแป้นและเริ่มช่วยยายเตรียมขนมเหมือนทุกวัน ตั้งแต่รู้ว่าท้อง ข้าวหอมก็ลดจำนวนขนมที่นำไปขายลง เธอหาเวลาพักผ่อนมากขึ้น และนาน ๆ ครั้งหมอพีก็จะมาทานข้าวเย็นที่บ้านเธอ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองสนิทกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าข้าวหอมจะยังไม่ลืมอลัน แต่การมีหมอพีมาคอยเป็นห่วงก็ทำให้ข้าวหอมรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่เคยได้ยินมาข่าวการตั้งครรภ์ของข้าวหอมดังไปทั่วตลาดในเวลาไม่นาน แต่ก็ไม่มีใครนินทาว่าข้าวหอมเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนเห็นความน่ารักและกตัญญูของข้าวหอมมาตลอด พวกเขาจึงได้แต่โทษว่าผู้ชายคนนั้นไม่เหมาะสมกับข้าวหอมยายสาเองก็คอยพูดให้กำลังใจข้าวหอมบ่อย ๆ เพื่อที่หลานสาวของเธอจะได้อารมณ์ดีและส่งผลดีให้เหลนในท้องด้วย ข้าวหอมจึงรู้สึกมีความสุขมากกว่าตอนมาถึงที่นี่หลายเท่านัก เธอมองเห็นความหวังดีจากคนรอบข้าง และไม่มีใครรังเกียจที่เธอท้องก่อนแต่งด้วย ข้าวหอมไม่คิดว่าทุกคนจะดีกับเธอมากขนาดนี้ เธอจึงมีกำลังใจทำขนมและคอยดูแลลูกในท้องเป็นอย่างดีมาตลอดหมอพีแปลกใจไม่น้อยที่อยู่ ๆ พยาบาลมาบอกเขาว่าข้าวหอมมาหา เพราะตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว และเขายังต้องอยู่เวรต่อ“ข้าวหอมมาได้ยังไงครับ ทำไมไม่พักผ่อนอยู่บ้านล่ะ หมอว่ายังไงบ้างวันนี้” หมอพีรัวคำถามเป็นชุดจนข้าวหอมอดยิ้มบางออกมาไม่ได้
“ข้าวหอมทำกับข้าวมาส่งให้พี่หมอค่ะ ลองทานดูนะคะว่าชอบไหม หมอบอกว่าลูกข้าวหอมเป็นเด็กผู้ชายค่ะ ยายดีใจมากเลย” ข้าวหอมอดยิ้มกว้างขึ้นมาอีกไม่ได้ เธอเห็นยายมีความสุข ข้าวหอมเองก็มีความสุขตามไปด้วย
“โอ้ หลานพี่เป็นผู้ชายเหรอเนี่ย ดีใจด้วยนะครับ ขอบคุณสำหรับกับข้าวมื้อนี้ครับ พรุ่งนี้พี่จะล้างปิ่นโตไปส่งให้นะครับ” หมอพียิ้มกว้างตามสาวหน้าหวานตรงหน้าอย่างอดไม่ได้
“ได้ค่ะ ข้าวหอมไปก่อนนะคะ ยายให้มาส่งข่าวให้พี่หมอน่ะค่ะ” ข้าวหอมรีบขอตัวกลับเพราะกลัวว่าจะรบกวนเวลาทำงานของเขา
“ขับรถดี ๆ นะครับ พรุ่งนี้บ่ายพี่จะไปหาที่บ้าน” หมอพีรีบนัดเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้เขามีเวลาพักหลังออกเวร หมอพีเลยอยากไปช่วยข้าวหอมเตรียมของไว้ทำขนม
“ได้ค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ” ข้าวหอมโบกมือให้ก่อนจะเดินลับหายไป
หมอพีมองปิ่นโตในมือพร้อมรอยยิ้ม เขาไม่คิดมาก่อนว่าข้าวหอมจะทำอาหารมาให้เขา ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะซื้อกับข้าวไปฝากเธอกับยายบ่อยครั้งแล้วก็ตามที“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะคะหมอพี” พยาบาลรุ่นพี่อดแซวชายหนุ่มที่ยืนยิ้มใส่ปิ่นโตไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า พี่อย่าล้อผมสิครับ ผมแค่นึกไม่ถึงว่าจะได้กับข้าวฟรีก็แค่นั้นเอง” หมอพีเขินจนหน้าแดงขึ้นมาเสียเฉย ๆ เขาเลยหัวเราะกลบเกลื่อน
“แหม มีคนสวยเอาอาหารมาให้ทั้งที หมอพีจะถ่อมตัวทำไมล่ะคะ” พยาบาลยังคงล้อต่อ
หมอพีได้แต่ส่ายหน้าแล้วรีบหันหลังเดินกลับเข้าห้องพักไปอย่างอาย ๆ เขาไม่กล้าแม้แต่จะบอกความในใจให้ข้าวหอมรู้ ทำได้แค่แอบดีใจกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ข้าวหอมทำให้เขาแบบนี้พยาบาลรุ่นพี่ได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางของหมอพี พวกเธอพอจะรู้มาบ้างว่าหมอพีมักจะไปอุดหนุนขนมจากร้านข้าวหอมทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ถึงแม้ว่าข้าวหอมจะท้องลูกของคนอื่นอยู่ แต่ทุกคนก็อยากสนับสนุนหมอพีกับข้าวหอมอยู่ดี เพราะเวลาที่พวกเธอเห็นเขาสองคนคุยกันก็มักจะรู้สึกว่าพวกเขาช่างเหมาะสมกันจริง ๆสามวันต่อมา รถตู้ของตระกูลเครม่อนวันนี้เดินทางไปยังบ้านตระกูลฮันเตอร์ โดยครั้งนี้เกรแฮมเดินทางกลับมาถึงออสเตรียเมื่อวานนี้พอดี เขาจึงถือโอกาสไปรับขวัญหลานสาวที่บ้านเพื่อนรักด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเกรแฮมจะเพลียเล็กน้อยหลังจากเดินทางมาเหนื่อย ๆ ก็ตามที เขาอยากได้ลูกสาวมานานแล้ว เสียดายที่พัชรีร่างกายอ่อนแอหลังคลอดอลัน เกรแฮมจึงไปทำหมันเพื่อไม่ให้เธอต้องเจ็บปวดกับการคลอดลูกอีก“โอ้ เพื่อนรัก มาดูหลานสาวฉันสิ น่ารักมากเลยล่ะ” ริชาร์ดเห็นเกรแฮมเดินเข้ามาพร้อมพัชรีและยายสาก็รีบเรียกเพื่อนทันที“ไหนมาให้ฉันดูหน่อยสิ หลานสาวคนสวยของตา” เกรแฮมอดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนตอนกลับไปสมัยหนุ่ม ๆ ที่มีลูกครั้งแรกเลยทีเดียว
พวกเขากลับถึงบ้านในเวลาไม่นาน ข้าวหอมหิวข้าวมากแล้วในตอนนี้ เธอเลยชวนอลันกับอเล็กซ์ไปทานข้าวก่อนค่อยออกไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก ซึ่งตอนนี้พัชรีและยายสานั่งดูทีวีรอพวกเขาอยู่นานแล้วหลังทานมื้อเที่ยง อลันยังคงดูแลลูกเมียทานข้าวพร้อมรอยยิ้ม เขาเห็นท่าทางหิวโหยของข้าวหอมก็อดยิ้มบางอย่างเอ็นดูไม่ได้ อลันคิดว่าการมีเด็กคนหนึ่งอยู่ในท้องคงลำบากไม่น้อย ตัวเขาจึงพยายามเอาใจข้าวหอมอยู่ตลอด อเล็กซ์เองก็คอยดูแลแม่ของเขาเช่นกัน ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นพี่ชาย อเล็กซ์ก็เริ่มทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เขายังเอาแต่คอยลูบท้องคุยกับน้องทั้งที่ไม่รู้ว่าน้องเขาจะได้ยินเสียงพี่ชายหรือไม่ก็ตามที ภาพเหล่านี้สร้างความเอ็นดูให้ผู้ใหญ่ในบ้านไม่น้อย
สองเดือนต่อมา หลังผ่านปีใหม่ได้เกือบหนึ่งเดือน ตอนนี้ท้องของข้าวหอมเริ่มป่องขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่สาม อลันกับข้าวหอมกำลังนั่งเลือกโรงเรียนให้อเล็กซ์จากข้อมูลที่โลแลนหามาให้เมื่อหลายวันก่อน“ฉันว่าเราพาลูกไปดูโรงเรียนเลยดีไหมคะ ฉันไม่อยากตัดสินใจแทนเขา” ข้าวหอมหันไปถามอลันที่นั่งอยู่ข้างกันบนห้องนอน“อืม… ถ้าอย่างนั้นผมจะให้โลแลนโทรไปนัดโรงเรียนไว้สักสองสามแห่งนะครับ เราจะได้พาลูกไปดูวันพรุ่งนี้” อลันที่ช่วงนี้ทำตัวติดเมียตั้งแต่รู้ว่าข้าวหอมท้องรีบพยักหน้ารับคำ“ตกลงค่ะ ว่าแต่ช่วงนี้ทำไมคุณไม่ค่อยไปทำงานเลยล่ะคะ” ข้าวหอมอดถามไม่ไ
อลันพาข้าวหอมไปแผนกสูตินรีเวชที่ชั้นสอง โดยมีบอดี้การ์ดสองคนติดตามมาอย่างใกล้ชิด พวกเขามองดูป้ายแผนกก็พอจะรู้แล้วว่าเจ้านายน่าจะมีข่าวดี ทั้งสองคนเองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่กำลังจะได้เห็นทายาทคนต่อไปของอลัน พวกเขาไม่รู้ว่าครั้งนี้เจ้านายจะได้ลูกชายหรือลูกสาว ที่หน้าแผนกนี้มีคู่สามีภรรยาพากันมานั่งรอตรวจหลายคู่เลยทีเดียว แต่ก็มีผู้หญิงบางคนที่อุ้มท้องมานั่งรออยู่คนเดียวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ข้าวหอมได้แต่นึกถึงตอนที่เธอท้องอเล็กซ์แล้วต้องไปหาหมอ ตัวเธอยังดีที่มียายสาไปตรวจด้วยทุกครั้ง ถึงแม้ตอนนั้นจะไม่มีพ่อของลูกมาด้วยก็ตามที ข้าวหอมไม่แน่ใจว่าคนที่นี่ไม่ค่อยมีญาติพี่น้องหรือเปล่า ทำให้ที่โรงพยาบาลมีเพียงตัวคนป่วยมาหาหมอคนเดียวเป็นจำนวนมาก อลันไม่ได้ส
สามเดือนต่อมา วันนี้ข้าวหอมลงมาทานข้าวด้วยอาการเหนื่อยล้าผิดปกติ เธอรู้สึกไม่ค่อยมีแรงมาสักพักแล้ว จะบอกว่าเพราะกิจกรรมยามค่ำคืนของอลัน ข้าวหอมก็ไม่แน่ใจนัก เธอสังเกตว่าประจำเดือนเลื่อนมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ข้าวหอมจึงคิดว่าตัวเองอาจจะกำลังท้องก็ได้“ที่รัก กินเยอะ ๆ หน่อยสิครับ ผมรู้สึกว่าคุณเหมือนจะผอมหลงหรือเปล่า” อลันขมวดคิ้วมุ่นหลังจากตักอาหารใส่จานให้ข้าวหอม“เฮ้อ ฉันก็ทานเยอะแล้วนะคะคุณ คุณคิดมากไปเองหรือเปล่า” ข้าวหอมอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ เพราะทั้งอลันและพ่อแม่ของเขาต่างดูแลเธอกับยายเป็นอย่างดีมาตลอด ถ้าจะบอกว่าเธออ้วนขึ้นคงไม่ผิดไปนัก แต่อลันกลับมาบอกว่าเธอผอมเสียอย่างนั้น“
แขกในงานที่เห็นอลันกับครอบครัวกำลังเลือกของกินอยู่ต่างมองพวกเขาอย่างอิจฉาไม่น้อย เพราะพวกเขาเองก็มีลูกหลานวัยเดียวกับอเล็กซ์อยู่ที่บ้านเช่นกัน ถ้าพวกเขารู้ว่างานนี้พาเด็กมาด้วยได้ ทุกคนคงพาลูกหลานมาอวดความน่ารักกันแล้ว น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ทราบมาก่อน หลายคนรู้ดีว่าตระกูลเครม่อนสนิทกับเจ้าของงานวันนี้มาก ต่างจากพวกเขาที่เป็นเพียงแขกทางธุรกิจเท่านั้น“ไปนั่งกินทางนั้นกันเถอะ” อลันเอ่ยชวนข้าวหอมที่เพิ่งเดินกลับมาจากการเลือกของกิน“ตกลงค่ะ คุณเดินนำไปเลย ฉันถือจานอยู่” ข้าวหอมยกจานสองใบที่ในนั้นเต็มไปด้วยของน่ากินหลายอย่างให้อลันดู“อืม… คุณเดินระวังด้วยนะ” อลันอดเตือนภรรยาไม่ได้ เขาเห็นในงานมีคนยืนคุยกันเป็นกลุ่ม ๆ และบางคนก็ยังเดินไปเดินมาในงาน อลันกลัวว่าจะมีคนมาเดินชนข้าวหอมเข้า







