Home / โรแมนติก / พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ / บทที่ 3ิ เลิกไม่ได้ก็จีบสิวะ

Share

บทที่ 3ิ เลิกไม่ได้ก็จีบสิวะ

last update publish date: 2026-09-16 20:19:25

บทที่ 3 เลิกไม่ได้ก็จีบสิวะ

 

“สรุปคือมึงยังชอบเขา”

ฉันดูดกาแฟเสียงดังแทนคำตอบ

มินนั่งฝั่งตรงข้าม มองหน้าฉันเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองกำลังรอนักเรียนสารภาพผิด ทั้งที่เมื่อสิบนาทีก่อนมันยังนั่งแย่งเฟรนช์ฟรายส์ฉันอยู่เลย

“ถามจริง” มินพูด “ชอบมาตลอดเจ็ดปีเลยเหรอ”

“ไม่ได้ชอบตลอด”

“อ๋อ แล้วพักช่วงไหน”

ฉันอ้าปากค้าง 

เงียบ

มินพยักหน้าช้า ๆ

“ค่ะ”

“ไม่ใช่แบบนั้น”

“แล้วแบบไหน”

“ตอนพี่ธามไปต่างประเทศ ช่วงแรกกูก็คิดถึง หลัง ๆ ต่างคนต่างใช้ชีวิต เขาเคยมีแฟน กูก็ไม่ได้ไปยุ่ง”

“แต่ยังแอบส่อง”

“นิดหน่อย”

“ทุกโพสต์”

“ไม่ใช่ทุกโพสต์!”

“ทุกสตอรี?”

ฉันหยิบเฟรนช์ฟรายส์ยัดปากมัน

“กินไปเลย”

มินหัวเราะทั้งที่ยังเคี้ยว

ฉันเป็นคนเรียกมันออกมาเอง หลังเมื่อคืนส่งข้อความสารภาพว่า กูยังชอบเขาอยู่ แล้วได้รับคำตอบชวนเจ็บใจว่า มึงเคยเลิกชอบด้วยเหรอ

ฉันเลยนัดมันมาเพื่อขอคำปรึกษา

ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าคิดผิด

“แล้วตอนเขามีแฟน มึงทำยังไง”

“ก็ไม่ทำอะไรไง คนมีแฟนแล้วจะให้กูทำอะไร”

“ร้องไห้ไหม”

“ไม่”

“จริง?”

“...นิดหนึ่ง”

“กี่วัน”

“มึงจะสอบสวนทำไมเนี่ย”

มินหัวเราะอีก

ฉันก้มคนกาแฟในแก้ว

ความจริงตอนรู้ว่าธามมีแฟน ฉันเสียใจอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่ได้คิดจะเข้าไปแทรกกลาง เขาอยู่ต่างประเทศ ฉันอยู่ที่นี่ ชีวิตของเราห่างกันออกไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายฉันก็เรียนจบ เริ่มทำงาน รับงานวาดภาพจนแทบไม่มีเวลานอน

ส่วนชื่อของธามก็ค่อย ๆ ถูกดันไปอยู่ตรงมุมหนึ่ง

จนเจ้าตัวกลับมาเมื่อคืนแล้วฉันดันตกลงไปทับเขาเต็มตัว

ทุกอย่างที่คิดว่าเก็บเรียบร้อยก็พังออกมากองตรงหน้าในเวลาไม่ถึงห้านาที

“กูอายุสิบเจ็ดตอนเริ่มชอบเขา” ฉันพึมพำ “ตอนนั้นเขาโตกว่ากูตั้งเยอะ กูยังเรียนอยู่เลย”

“ตอนนี้มึงยี่สิบสี่”

“รู้”

“ทำงานแล้ว”

“เออ”

“หาเงินเอง”

“เออ”

“โสด?”

“เออ!”

“เขาล่ะ”

ฉันชะงัก

“อะไร”

“ธามโสดไหม”

“น่าจะ”

“น่าจะคือ?”

“โสด”

ฉันรู้เรื่องนี้จากป้านวลก่อนเขากลับมาเสียอีก ป้านวลบ่นกับแม่ว่าลูกชายอายุสามสิบเอ็ดแล้ว วัน ๆ สนใจแต่งาน ถามเรื่องแฟนทีไรก็เปลี่ยนเรื่อง

มินวางศอกบนโต๊ะ

“สรุปอีกทีนะ เขาโสด”

“อือ”

“มึงก็โสด”

“อือ”

“ไม่ได้เป็นญาติกัน”

“บ้านอยู่ข้างกันไม่ได้แปลว่าเป็นญาติกันไหมล่ะ”

“ดีมาก เริ่มฉลาดแล้ว”

ฉันถลึงตาใส่

มินไม่สะเทือน

“งั้นผิดกฎหมายข้อไหนถ้ามึงจะจีบ”

ฉันนิ่งไป

“มันไม่เกี่ยวกับกฎหมาย”

“เกี่ยวกับอะไร”

“เขาเห็นกูเป็นน้อง”

“เขาพูด?”

“ไม่ต้องพูดก็รู้”

“อ๋อ มึงอ่านใจคนได้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“มิน”

“ถามจริง ๆ”

ฉันเริ่มหงุดหงิด

“เขาดูแลกูมาตั้งแต่เด็ก”

“แล้ว?”

“แล้วจะให้จู่ ๆ กูเดินไปบอกว่าชอบ มันไม่แปลกเหรอ”

“แปลกตรงไหน”

“ก็...”

ฉันหาเหตุผล

หาไม่เจอ

มินยิ้มอย่างผู้ชนะ

“หมดแล้ว?”

“ยัง”

“ว่ามา”

“ถ้าจีบแล้วไม่ติดล่ะ”

“ก็เลิกจีบ”

ง่ายฉิบหาย

“แล้วถ้ามองหน้ากันไม่ติดล่ะ บ้านอยู่ข้างกันนะเว้ย”

“มึงจีบเขาหรือจะไปเผาบ้านเขา ทำไมต้องมองหน้ากันไม่ติด”

ฉันหลุดหัวเราะ

“พูดง่ายเพราะไม่ใช่มึง”

“ใช่ เพราะถ้าเป็นกู ผู้ชายหน้าตาดี โสด บ้านติดกัน แล้วกูชอบมาตั้งเจ็ดปี กูไม่มานั่งคนกาแฟจนหลอดจะทะลุแก้วแบบนี้หรอก”

ฉันก้มมองหลอดเกือบพังจริง

“อีกอย่างนะพริม มึงไม่ได้จะไปขอเขาแต่งงานพรุ่งนี้”

“รู้”

“ก็แค่จีบ”

แค่จีบ

สองคำง่าย ๆ แต่ทำเอาฉันเงียบไปเกือบนาที

มินหยิบเฟรนช์ฟรายส์ชิ้นสุดท้าย

“ถ้าเขาไม่ชอบ มึงก็ได้รู้แล้วไปต่อ”

“แล้วถ้าเขาชอบ?”

มินชะงัก ก่อนทำหน้าเหมือนฉันถามคำถามโง่ที่สุดในโลก

“ก็ได้ผัวสิ”

“อีมิน!”

คนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง

ฉันรีบก้มหน้า ส่วนตัวต้นเรื่องหัวเราะจนแทบฟุบโต๊ะ

เกือบสองทุ่ม ฉันยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หลังบ้าน สายตากลับลอยข้ามรั้วไปอีกฝั่งตลอด

ไฟบ้านธามเปิดอยู่

เงาคนเดินผ่านหน้าต่างชั้นล่างเป็นระยะ

กลับมาจริง ๆ สินะ

เจ็ดปีที่ผ่านมาฉันเคยคิดหลายครั้งว่าถ้าวันหนึ่งเขากลับมา ฉันจะเป็นยังไง

คงเฉย ๆ

คงทักกันธรรมดา

อาจเรียกพี่ธามได้โดยไม่รู้สึกอะไรแล้ว

ผลคือคืนแรกฉันตกไปคร่อมตัวเขา

คืนที่สองยืนมองไฟบ้านเขาเหมือนคนมีปัญหา

ฉันปิดสายยาง

กลับเข้าห้อง เปิดงานที่ค้างไว้ ทำได้ไม่ถึงสิบนาทีก็เผลอมองหน้าต่างอีก

คำพูดมินวนอยู่ในหัว

เขาโสดไหม

โสด

มึงโสดไหม

ก็โสด

แล้วผิดกฎหมายข้อไหนถ้าจะจีบ

ไม่มี

ฉันพยายามทำงานต่อ

ห้านาทีผ่านไป วางปากกา

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตธาม

ข้อความล่าสุดคือเมื่อคืน

เข้าบ้านแล้วล็อกประตูด้วย

ฉันพิมพ์

พี่ธาม

แล้วลบ

พิมพ์ใหม่

มีแฟนหรือยังคะ

ลบเร็วกว่าเดิม

บ้าไปแล้ว ใครเขาถามกันทางแชต

ฉันโยนโทรศัพท์ลงเตียง

“นอน!”

สรุปคืนนั้นฉันนอนไม่หลับ

 

เจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นมาด้วยสภาพคนที่หลับจริงไม่ถึงสี่ชั่วโมง แต่สมองกลับตื่นเกินเหตุ

ฉันอาบน้ำ

เปลี่ยนเสื้อ

หวีผม

เปลี่ยนเสื้ออีกตัว

ก่อนจะด่าตัวเองแล้วกลับไปใส่ตัวแรก

เจ็ดโมงครึ่ง ฉันยืนอยู่หน้าบ้านธาม

มือยกขึ้นจะกดกริ่ง

ลดลง

ยกใหม่

ลดอีก

“พริม ถ้ามึงกลับตอนนี้ กูจะดูถูกมึงไปจนตาย”

ฉันพึมพำแล้วกดกริ่ง

หนึ่งครั้ง

ไม่มีเสียง

กำลังจะโล่งใจ ประตูก็เปิด

แล้วคำพูดทั้งหมดที่ซ้อมมาตั้งแต่เมื่อคืนก็หายเกลี้ยง

ธามยืนอยู่ตรงหน้าในสภาพเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

ผมยังเปียก เสื้อยืดสีเทาเพิ่งสวมเรียบร้อยดีหรือไม่ ฉันไม่แน่ใจ เพราะสายตาดันไปหยุดตรงหยดน้ำที่ไหลจากข้างคอลงไปใต้คอเสื้อ

“พริม?”

ฉันรีบเงยหน้า

“คะ!”

“มาทำอะไรแต่เช้า”

“คือ...”

ธามใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม

ฉันมอง

แล้วเกลียดตัวเอง

นี่จะมาสารภาพหรือมายืนดูผู้ชายหลังอาบน้ำกันแน่

“มีอะไรหรือเปล่า”

“มีค่ะ”

“ว่า”

เอาวะ

ไหน ๆ ก็เสียอาการไปแล้ว

ฉันสูดหายใจลึก มองหน้าเขาตรง ๆ

“พริมจะจีบพี่นะ”

มือที่กำลังเช็ดผมหยุด

ธามนิ่ง

หนึ่งวินาที

สอง

สาม

สายตาเขาเลื่อนมองหน้าฉันช้า ๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก

“เมื่อคืนยังไม่สร่าง?”

ความกล้าที่รวบรวมมาทั้งคืนแตกดังเพล้ง

“พริมไม่ได้เมา!”

“แน่ใจ?”

“แน่!”

“มีไข้ไหม”

“พี่ธาม!”

ฉันเริ่มโมโหจริง

คนอะไรถูกผู้หญิงมาบอกว่าจะจีบแต่เช้า แทนที่จะเขิน ดันตรวจสุขภาพ

ธามมองฉันเหมือนพยายามดูว่าฉันล้อเล่นหรือเปล่า

“พริม อย่าเล่นอะไรแปลก ๆ”

“ไม่ได้เล่น”

“แล้วจู่ ๆ ทำไม”

“ไม่ได้จู่ ๆ”

ฉันสวนทันที

เขาเงียบ

ฉันเองก็เกือบหลุดพูดว่า ชอบมาตั้งเจ็ดปีแล้วต่างหาก แต่กลืนกลับลงไปทัน

ยัง

เรื่องนั้นยังไม่ต้องรู้

ให้รู้แค่ว่าจะจีบก่อนก็พอ

ฉันเชิดหน้าขึ้นนิดหนึ่ง

“พี่ไม่ต้องรีบตอบค่ะ”

“พริม”

“แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าเหมือนพริมมาขอยืมเงิน”

มุมปากธามกระตุก

“พี่ไม่ได้ทำ”

“ทำอยู่”

“แล้วจะให้ทำหน้ายังไง”

“ไม่รู้ค่ะ ไปฝึกเอง”

คราวนี้เขาหลุดหัวเราะเบา ๆ

ฉันใจเต้นขึ้นมาอีก แต่ยังฝืนยืนให้มั่น

ถอยไม่ได้แล้ว

พูดไปแล้วด้วย

ฉันขยับถอยหนึ่งก้าว ก่อนยิ้มให้เขา

“ไม่ต้องรีบตอบค่ะ”

ธามมองนิ่ง

ฉันยิ้มกว้างขึ้น

“พริมไม่ได้มาขออนุญาต”

เว้นจังหวะนิดหนึ่งแล้วชี้นิ้วไปทางเขา

“แค่มาบอกให้เตรียมตัว”

พูดจบฉันก็หมุนตัวเดินกลับบ้านทันที

ไม่รอฟังคำตอบ

เพราะถ้ายืนต่ออีกสิบวินาที ขาอาจสั่นให้เขาเห็น

เดินมาได้ครึ่งทาง เสียงธามก็ดังตามหลัง

“พริม”

ฉันหยุด แต่ไม่หัน

“อะไรคะ”

เงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนเสียงเรียบ ๆ จะตอบมา

“ใส่รองเท้าก่อนค่อยมาเก่ง”

ฉันก้มมองเท้าตัวเอง

เท้าเปล่า

ฉันหลับตา

หมดกัน

การประกาศสงครามจีบผู้ชายครั้งแรกในชีวิต

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   48 ต่อจากนี้พี่จีบเอง

    “พริม เป็นแฟนพี่นะ”คำขอของธามดังขึ้นง่าย ๆไม่มีดอกไม้ไม่มีแหวนไม่มีร้านอาหารวิวดีมีแค่ผู้ชายอายุสามสิบเอ็ดที่เพิ่งปีนรั้วมาอย่างทุลักทุเล เสื้อยังยับตรงชายเพราะเกี่ยวกิ่งไม้ และมือหนึ่งกำลังจับมือฉันแน่นเหมือนกลัวว่าถ้าปล่อย ฉันจะขึ้นเครื่องหนีไปคืนนี้เลยฉันมองหน้าเขา“แค่นี้เหรอคะ”ธามชะงัก“อะไร”“ขอเป็นแฟน”“แล้วต้องมีอะไรอีก”“ไม่รู้สิคะ คนขอควรเตรียมคำพูดมามากกว่านี้หรือเปล่า”“พี่เตรียมมาแล้ว”“ไหนคะ”เขาถอนหายใจ“เมื่อกี้พริมขัดตลอด”ฉันหลุดหัวเราะ“อ้าว โทษพริมอีก”“ไม่ได้โทษ”ธามขยับเข้ามาใกล้ขึ้น“งั้นฟังดี ๆ”รอยยิ้มฉันค่อย ๆ หายไปเองคราวนี้น้ำเสียงเขาจริงจัง“พี่ชอบพริม”หัวใจฉันเต้นแรงทันที ทั้งที่รู้อยู่แล้วบางคำพูดต่อให้รู้คำตอบ การได้ยินจากปากเจ้าตัวก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี“ไม่ได้เพิ่งชอบตอนพริมกลับมา”เขาพูดต่อ“แล้วก็ไม่ได้ชอบเพราะพริมจีบ”ฉันเงียบ“พี่ชอบมาตั้งแต่ก่อนพี่ไป แต่ตอนนั้นคิดว่าพริมไม่คิดอะไร พอกลับมาแล้วรู้ว่าตัวเองยังรู้สึกเหมือนเดิม พี่ก็กลัวทุกอย่างไปหมด”ธามเม้มปากนิดหนึ่ง“กลัวทำตามที่รับปากพ่อพริมไม่ได้ กลัวถ้าคบกันแล้วเลิก พริมจะเสียทั้งแฟน ท

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   47 คืนสุดท้าย รั้วยังอยู่ตรงเดิม

    คืนสุดท้ายก่อนเดินทาง ฉันนอนไม่หลับกระเป๋าสองใบถูกปิดเรียบร้อย วางพิงผนังข้างประตูห้อง เอกสารทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าถือ พาสปอร์ตเช็กแล้วสามรอบ แม่เดินขึ้นมาถามอีกสองรอบว่าลืมอะไรไหมฉันตอบว่าไม่มีแต่พอไฟในบ้านดับเกือบหมด ฉันกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างค้างอยู่เต็มไปหมดสุดท้ายเลยเดินลงมาข้างล่างแม่หลับแล้ว บ้านเงียบ ฉันเปิดประตูหลังออกไปในสวนอากาศกลางคืนเย็นกว่าปกติเล็กน้อยรั้วเตี้ยระหว่างบ้านสองหลังยังอยู่ตรงเดิมสีตรงขอบลอกไปนิดหนึ่งเพราะโดนแดดโดนฝนมาหลายปี เสาต้นหนึ่งยังมีรอยขีดที่ฉันเคยเอาดินสอวัดความสูงตัวเองตอนเด็กฉันเดินเข้าไปแตะมันตอนนั้นฉันเตี้ยกว่ารั้วตั้งเยอะแต่ก็ยังปีนเคยเกี่ยวชายกระโปรงนักเรียนเคยทำรองเท้าแตะตกอีกฝั่งเคยปีนไปขอยืมหนังสือ แล้วอยู่กินข้าวบ้านเขาจนแม่ต้องมาตามป้านวลเคยบอกว่า ถ้าจะมาบ่อยขนาดนี้ วันหลังเปิดประตูหน้ามาก็ได้แต่ฉันชอบปีนรู้สึกว่ามันเร็วกว่าหรือจริง ๆ แค่อยากทำตัววุ่นวายใส่พี่ชายบ้านข้าง ๆ ก็ไม่รู้ฉันวางแขนบนรั้วบ้านธามยังเปิดไฟห้องทำงานอยู่พรุ่งนี้เช้าเขาจะไปส่งฉันที่สนามบินทุกอย่างเตรียมไว้หมดแล้วเหลือแค่สิ่งเดียวที่ยังไม่เรีย

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   46 คนที่เคยอยู่ข้างบ้านกำลังจะอยู่คนละประเทศ

    อีกสามสัปดาห์แล้วที่ฉันจะบินประโยคนี้ดูไม่จริงทุกครั้งที่คิดจนกระทั่งกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกลากออกมาวางกลางห้องนอนฉันยืนมองมันอยู่พักหนึ่ง ก่อนหันไปมองกองเสื้อผ้าบนเตียงแล้วตัดสินใจว่าไม่อยากแพ็กแล้ว“พริม”เสียงธามดังมาจากหน้าประตูฉันหันไปเห็นเขายืนพิงวงกบ มือถือกล่องกระดาษสองใบ“อะไรคะ”“แม่พริมบอกให้เอากล่องมาให้”“วางไว้เลยค่ะ”ธามเดินเข้ามา มองสภาพห้องแล้วเลิกคิ้ว“นี่แพ็กของหรือรื้อบ้าน”“กำลังคัดค่ะ”“คัดอะไร”ฉันชี้สามกองบนเตียง“เอาไป เอาไว้ แล้วก็ยังไม่รู้”เขามอง“กองยังไม่รู้ใหญ่สุด”“เพราะชีวิตคนเรามีความไม่แน่นอนค่ะ”“พูดดีไปงั้น”“ค่ะ ขี้เกียจตัดสินใจ”ธามวางกล่องลงแล้วนั่งยอง ๆ ข้างกระเป๋า“เอาไปหนึ่งปี ไม่ใช่ย้ายถาวร”“รู้ค่ะ แต่เสื้อผ้าก็ต้องใส่”“ซื้อที่นั่นได้”ฉันหรี่ตา“คนพูดไม่ใช่คนจ่าย”“พี่จ่ายก็ได้”ฉันชะงัก“หยุดเลยค่ะ”“อะไร”“อย่าเพิ่งซื้อคะแนนด้วยบัตรเครดิต”มุมปากเขาขยับ“คะแนนยังติดลบอยู่?”“ความลับค่ะ”“กรรมการลำเอียง”“ผู้สมัครมีประวัติ”ธามส่ายหน้า ก่อนหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนึ่งขึ้นมา“อันนี้เอา”“ทำไม”“พริมขี้หนาว”“พี่รู้ได้ไงว่าที่นั่นหนาวแค่

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   45 รักไม่ควรเป็นเชือกผูกข้อเท้า

    “พี่ไม่ได้อยากให้ไป”ประโยคแรกของธามทำฉันนิ่งไปทันทีเมื่อคืนคนเดียวกันเพิ่งบอก “งั้นไป” ง่าย ๆ จนฉันกลับบ้านพร้อมความหงุดหงิดแต่วันนี้ เขากลับเรียกฉันมาคุยที่โต๊ะในสวน แล้วพูดสิ่งที่ฉันอยากได้ยินออกมาตรง ๆฉันมองหน้าเขา“แล้วทำไมเมื่อคืนไม่พูด”“เพราะพี่กลัวว่าถ้าพูด พริมจะเอามันไปเป็นเหตุผลให้อยู่”“พริมบอกแล้วว่าอยากไป”“พี่รู้”“งั้นพี่ก็น่าจะรู้ว่าพริมไม่เปลี่ยนใจง่าย ๆ”“รู้”ธามหยุดนิดหนึ่ง“แต่ถ้าพี่พูดว่าอย่าไป พริมจะเอาไปคิดไหม”ฉันเงียบเพราะคิดแน่เขาพยักหน้าเหมือนเห็นคำตอบแล้ว“พี่ไม่อยากให้วันหนึ่งพริมกลับมาคิดว่า ถ้าวันนั้นไม่มีพี่รั้งไว้ ชีวิตอาจไปได้อีกทาง”“แล้วถ้าพริมไม่เสียดายล่ะ”“ก็ดี”“แต่พี่ไม่รู้”“ใช่”ฉันมองเขา“งั้นพี่ก็ตัดสินใจแทนพริมอีกหรือเปล่า”คราวนี้ธามเงียบฉันไม่ได้ถามเพื่อเอาชนะ มันเป็นสิ่งที่สงสัยจริง ๆ หลังจากเพิ่งคุยกันเรื่องนี้ไปไม่กี่วันเขาก้มมองแก้วน้ำ“ถ้าพี่บอกว่าพริมต้องไป นั่นคือตัดสินใจแทน”“แล้วที่บอกงั้นไป?”“พี่ฟังคำตอบพริม”เขาเงยหน้าขึ้น“พริมบอกว่าอยากไป พี่เลยไม่คิดว่าความรู้สึกของพี่ควรหนักกว่าความต้องการของพริม”ฉันนิ่งไป“พี่

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   44 ถ้าพี่ขอให้อยู่ล่ะ

    สามวันหลังจากมื้อเย็นวันนั้น ธามไม่ถามเรื่องต่างประเทศอีกเลยไม่ถามจริง ๆทั้งที่ฉันแอบเตรียมคำตอบไว้ในหัวประมาณสิบเจ็ดแบบตอนเช้าเจอกันหน้าบ้าน เขาถามแค่ว่า“วันนี้เข้าสตูดิโอ?”“ค่ะ”“กลับดึกไหม”“ไม่น่าค่ะ”“อือ ขับรถดี ๆ”จบตอนบ่ายเขาส่งรูปชั้นวางที่เคยช่วยประกอบมาให้ เพราะเจอร้านขายกล่องจัดของที่คิดว่าน่าจะเข้ากันตอนเย็นถามว่ากินข้าวหรือยังแต่ไม่มีคำว่า เรื่องนั้นคิดถึงไหนแล้วไม่มี จะไปจริงเหรอไม่มีแม้แต่การเลียบเคียงทั้งที่ฉันรู้ว่าเขาอยากรู้ฉันเห็นจากสายตาทุกครั้งที่เจอกันปัญหาคือพอเขาไม่ถาม ฉันกลับหงุดหงิดเอง“มึงต้องการอะไรจากชีวิต”มินถามหลังจากฟังฉันบ่นได้ห้านาทีฉันนั่งอยู่บนพื้นสตูดิโอ มีเอกสารโครงการกองอยู่รอบตัว“กูไม่ได้ต้องการอะไร”“มึงเพิ่งบ่นว่าพี่ธามไม่ถาม”“ก็มันแปลก”“ตอนเขาถามเยอะ มึงก็ว่าเขายุ่ง”“อันนั้นถามเหมือนผู้ปกครอง”“ตอนนี้เขาไม่ถามเพราะเคารพการตัดสินใจมึง”ฉันเงียบมินยกกาแฟขึ้นดูด“ก็ถูกแล้วนี่”“รู้”“แล้วหงุดหงิดทำไม”“ไม่รู้”มันจ้องหน้าฉันถอนหายใจ“โอเค รู้ก็ได้”“ว่า?”ฉันหยิบกระดาษม้วนตีเข่าตัวเองเบา ๆ“ส่วนหนึ่งกูอยากให้เขาห้าม”มินทำ

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   43 เรื่องสำคัญที่พี่รู้เป็นคนสุดท้าย

    43 เรื่องสำคัญที่พี่รู้เป็นคนสุดท้าย“พริมจะไปต่างประเทศหนึ่งปีเหรอลูก”ช้อนในมือฉันหยุดกลางอากาศแม่ถามขึ้นระหว่างมื้อเย็นธรรมดามาก ธรรมดาจนถ้าไม่ได้มีธาม ป้านวล และลุงธีร์นั่งอยู่ด้วย ฉันคงตอบไปแล้วว่า “ยังไม่รู้ค่ะ”แต่ตอนนี้ฉันเงยหน้าขึ้นช้า ๆสายตาแรกที่เจอไม่ใช่แม่เป็นธามเขานั่งฝั่งตรงข้าม สีหน้าไม่เปลี่ยนมากนัก มีเพียงมือที่กำลังจะยกแก้วน้ำหยุดอยู่ตรงนั้นโอเคงานเข้าแล้ว“แม่รู้ได้ไงคะ”ฉันถามแม่ทำหน้าประหลาดใจ“ก็เมื่อวานลูกคุยโทรศัพท์กับมินเรื่องเอกสารอยู่ในครัว แม่ได้ยิน”ฉันหลับตาดีมากบ้านนี้ผนังบางกว่าที่คิดป้านวลหันมาทางฉันทันที“ไปไหนลูก”“ยังไม่ได้ไปค่ะป้า”ฉันรีบตอบ“แค่มีข้อเสนอเข้ามา”“ประเทศไหน”ลุงธีร์ถามฉันบอกชื่อประเทศไปแม่พยักหน้าเหมือนรู้อยู่แล้ว“โครงการหนึ่งปีใช่ไหม”ฉันหันขวับ“แม่รู้ละเอียดกว่าที่พริมคิดอีกนะ”“ก็ลูกพูดเสียงดัง”“พริมจะติดแผ่นซับเสียงในครัวแล้วค่ะ”ป้านวลหัวเราะเบา ๆมีคนเดียวที่ไม่หัวเราะฉันเหลือบมองธามเขากำลังวางแก้วน้ำลงช้า ๆไม่ถามอะไรยิ่งไม่ถามยิ่งน่ากลัวฉันเลยก้มกินข้าวต่อแบบทำเป็นไม่มีอะไรไม่สำเร็จแม่พูดอีก“ถ้าเป็นโอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status