LOGINชิงหลันเงยหน้า ครั้งหนึ่งนางคงดีใจจนหัวใจเต้นแรงหากเขาพูดเช่นนี้ วันนี้กลับเพียงยิ้ม “ไม่เคยเพคะ” ที่จริงแล้วเคยเมื่อหลายปีก่อนแวบหนึ่ง ตอนที่นางทำปิ่นตกในจวนองค์หญิงใหญ่ นางรู้ว่าเขาจำได้ แต่ก็เพียงแวบเดียว บางทีเขาอาจไม่ใส่ใจหรือลืมไปแล้ว ทว่าคำตอบว่าไม่เคย เป็นคำตอบธรรมดาแต่บางอย่างในดวงตาทำให้
จิ่งเหิงมองรายชื่อทั้งหมด แล้วพบสิ่งที่น่าสนใจกว่า คนอีกผู้หนึ่งซึ่งร่วมลงนาม—เป็นขุนนางตระกูลฝ่ายมารดาขององค์ชายหก เส้นสองเส้นที่พวกเขาเคยคิดว่าเพิ่งมาบรรจบกันในยุคนี้—อาจพันกันมานานก่อนองค์ชายหกกับกู้เยี่ยนฉือเกิดเสียอีก ข่าวถูกปิดไม่ถึงหนึ่งวัน ฝ่ายตรงข้ามก็ขยับตอนบ่าย มีไฟไหม้คลังเอกสารเก่าของกร
บทที่ 32 สิ่งที่มารดาทิ้งไว้ คำว่า ลูกของนางเอง ทำให้ห้องหนังสือเงียบอยู่นาน ชิงหลันไม่ได้รีบค้นสิ่งของ เพราะหากมารดาซ่อนบางอย่างไว้กับนางจริง สิ่งนั้นย่อมไม่ใช่ของที่เห็นได้ง่าย ตอนนางถูกพาเข้าจวนเสิ่นยังเป็นเพียงทารก ของติดตัวมีไม่มาก สร้อยเงินหนึ่งเส้น ผ้าห่อตัว กำไลข้อเท้า และเสื้อชั้นในเด็กซึ่
ครั้งแรกเขายังระวัง ยังหยุด ยังให้โอกาสนางถอย คืนนี้ความอดกลั้นซึ่งสะสมมานานกลับแตกออกอย่างเงียบงัน มือที่ประคองแก้มเลื่อนไปด้านหลังศีรษะ รั้งนางไว้ใกล้ขึ้น จูบลึกขึ้นทีละน้อยไม่รีบร้อน แต่ไม่ยอมปล่อย ราวกับคนที่ปฏิเสธสิ่งหนึ่งมาหลายปี แล้วเพิ่งยอมรับเสียทีว่าตนเองต้องการมันมากเพียงใด ชิงหลันหลับตา
อายุสิบแปด ช่วงวัยที่ความงามไม่ได้มีเพียงความสดใสของเด็กสาวอีกแล้ว ใบหน้ารูปไข่ขาวนวล คิ้วดกดำเรียวยาว ดวงตาซึ่งเคยกลมใสกลับมีความนิ่งของคนที่ผ่านความตายมาหนหนึ่ง ริมฝีปากแต้มสีอ่อนเพียงเล็กน้อยก็สดราวกลีบดอกไม้ สิ่งที่ทำให้คนมองยากจะละสายตากลับไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่เป็นทั้งหมด ความงามของนางไม่ได
บทที่ 31 สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ความอดกลั้น แผ่นทองแดงรูปดอกไม้สี่กลีบถูกวางอยู่กลางโต๊ะตั้งแต่รุ่งสาง ไม่มีผู้ใดแตะต้องมันอีก ชิงหลันนั่งอยู่ด้านหนึ่ง จิ่งเหิงอยู่อีกด้าน แสงเช้าซีดจางลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ตกกระทบโลหะเก่าจนเห็นรอยสึกตรงขอบอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งเป็นหมายเลข อีกด้านเป็นดอกไม้สี่กลีบ เหมือน







