Share

บทที่17 ขี้ยั่วว่ะ

last update publish date: 2026-08-18 16:12:31

"ทำหน้าเหมือนแม่แมวหวงลูก"

"..."

ตั้งแต่พาเธอขึ้นมานั่งบนรถ คนตัวเล็กก็เอาแต่นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งหันมองออกนอกหน้าต่างไม่ยอมพูดยอมจาแม้แต่คำเดียว จนผมต้องเปิดเพลงคลอเบาเบาไม่ให้บรรยากาศวังเวงจนเกินไปปรับอุณหภูมิภายในรถให้เย็นลงแล้วหันช่องแอร์ไปทางข้างคนขับหวังช่วยให้ควันที่กำลังออกมาจากใบหูเล็กเย็นจนเธอกลับมาอารมณ์ดีเหมือนเดิม ต้องโทษไอ้เฟิร์สที่พูดมากจนงานเข้าผมขนาดนี้ เลิกเป็นเพื่อนกับมันตอนนี้ทันไหมวะ?

"แวะกินอะไรมั้ย"

"..."

"เกี๊ยวน้ำกับหวานเย็นร้านเดิมดีมั้ย"

"ค่ะ"

และสุดท้ายผมก็ทำสำเร็จยกสองเมนูโปรดของเธอมาเป็นตัวหลอกล่อให้เธอยอมพูดด้วย แม้จะเป็นการตอบรับคำสั้นๆ แต่นั่นก็เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดีบอกให้รู้ว่าใจดวงเล็กเริ่มอ่อนลงบ้างแล้ว หรือจะเห็นแก่ของกินหรือเปล่าก็อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ช่างเถอะ! นาทีนี้แค่ทำให้เธอกลับมาพูดเจื้อยแจ้วให้ฟังก็พอต่อให้ต้องแลกกับเกี๊ยวน้ำสิบชามหวานเย็นอีกสิบถ้วยก็ตาม

"เกี๊ยวน้ำไม่ใส่ผักหนึ่ง บะหมี่เกี๊ยวแห้งพิเศษหนึ่งครับ"

"นั่งรอ เดี๋ยวพี่ไปสั่งหวานเย็น ใส่อะไรบ้าง"

"ขนมปัง เยลลี่ ลูกชิด แล้วก็มันม่วงค่ะ"

"น้ำแดง?"

"ขอผสมน้ำเขียวด้วยได้มั้ยคะ"

"ได้"

สิ่งที่ผมแอบคิดเป็นเรื่องจริง พอพูดถึงของกินเท่านั้นตากลมโตก็ลุกวาวสว่างไสวลืมอารมณ์คุกรุ่นก่อนหน้าไปเสียสนิทเหมือนเธอไม่เคยได้ยินอะไรที่ทำให้ใจขุ่นมัวอยู่นานสองนานมาก่อน ทำผมลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอยู่ไม่น้อย ค่อยไปลุ้นหลังกินอิ่มอีกทีว่าเธอจะยังจำคำพูดขวางหูของเพื่อนผมได้หรือเปล่า เพราะอารมณ์ของผู้หญิงเดาทางได้ยาก นี่คือคำพูดของพวกเฮียๆ รอบตัวผมที่คอยพูดให้ได้ยินเวลานัดสังสรรค์กัน

"อิ่มแล้ว?"

"ยังค่ะ ปังรอพี่พาย"

"คนเยอะเหรอคะ"

"อืม ก่อนหน้าสิบคิว"

"โห ถ้างั้นปังจะกินช้าๆ น่าจะมาเสิร์ฟพอดีกัน"

"อืม"

แปลกไหมละ? จากคนที่ไม่ชอบเข้าแถวต่อคิวรออะไรนานๆ แต่เพื่อของที่เธอชอบจะสิบคิวหรือยี่สิบคิวผมก็ยืนเล่นเกมในมือถือรอได้ไม่มีเบื่อก็อยากจะเอาใจให้เธออารมณ์ดีด้วยนั่นแหละ ยิ่งตอนเดินกลับมาที่โต๊ะมีเธอนั่งรอกินบะหมี่เกี๊ยวพร้อมกันด้วยแล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกว่าหัวใจกลับมาทำงานอีกครั้งเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสที่เป็นของผมคนเดียวเสมอมา พาตัวเองเดินไปหย่อนตัวนั่งเก้าอี้ไม้ตัวที่ว่างข้างๆ เลื่อนชามบะหมี่เกี๊ยวแห้งให้เธอเป็นคนเติมเครื่องปรุงให้แล้วลงมือกินมื้อดึกพร้อมกัน

"พี่พายไม่ไปฉลองต่อ แล้วพี่เฟิร์สกับพี่พาลันไม่ว่าเหรอคะ"

"ไม่ว่า"

เพราะผมไม่ได้เปิดห้องแชทที่ดังรัวตั้งแต่ขับรถออกจากสนามจนถึงร้านบะหมี่อ่านแม้แต่ข้อความเดียว รู้ว่าไอ้เพื่อนเวรสองคนนั้นคงจะพากันส่งข้อความหรือไม่ก็สติ๊กเกอร์มาแกล้งปั่นหัวให้ผมรู้สึกผิดตามประสาคนกวนตีนก็เท่านั้น

ถ้าเป็นเมื่อเดือนก่อนหลังจากแข่งเสร็จใครชนะก็จะต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงเครื่องดื่มเย็นๆ ต่อที่ร้านประจำนั่นคือข้อตกลงของพวกผมสามคน มาตอนนี้อะไรอะไรก็เปลี่ยนไปและผมไม่ได้เป็นหนุ่มโสดเหมือนเมื่อก่อน ที่จริงก็ไม่มีใครโสดแล้วสักคน เพราะงั้นผมจึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดแต่อย่างใด แข่งเสร็จแบ่งเงินรางวัลเข้ากองกลางแล้วแยกย้ายไปหาผู้หญิงของตัวเองดีกว่า และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ผม

"หืม ชื่นใจมาก"

"อร่อย?"

"อร่อยค่ะ พี่พายชิมสิ"

"หวาน"

"ไม่หวานค่ะ ชิมเร็ว"

มันม่วงชิ้นเล็กพร้อมกับน้ำแข็งราดน้ำหวานสองสีมารอพร้อมตรงปากให้ผมได้ชิมความหอมหวานแบบเดียวกันกับที่ทำให้เธอยิ้มจนตาหยีชวนให้ผมอยากรู้ว่าจะอร่อยมากตามที่ปากเล็กๆ นั่นโฆษณาหรือเปล่า อ้าปากชิมน้ำแข็งใสตามที่เธอขยันป้อนคำแรกพอเข้าใจว่าเธออยากให้ผมได้กินของอร่อย แต่คำหลังๆ ผมเริ่มรู้สึกตะหงิดใจว่าเธออิ่มจนกินไม่ไหวและไม่อยากให้เหลือมากกว่า แสบไหมละ?

"พรุ่งนี้ไปไหว้พระกันดีมั้ยคะ"

"ได้"

"ออกเช้าหน่อยได้มั้ยคะ จะได้ไม่ร้อน"

"ได้ งั้นคืนนี้พี่ค้างที่นี่"

"หืม แต่ห้องพี่พายอยู่แค่นี้เองนะ"

"หรือจะไปนอนห้องพี่"

"เอ๋ ไม่ใช่ว่ารอจังหวะนี้อยู่ใช่มั้ยคะ"

ตุ๊กตาหน้ารถเอียงหน้าหรี่ตากลมโตมองมาจ้องจับผิดอย่างรู้ทัน ผมก็เลยยักคิ้วข้างหนึ่งส่งกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยอมรับในใจว่าที่เธอกล่าวหากันน่ะ...ไม่ผิดเลยสักนิด แต่นี่ก็ไม่ใช่แผนที่ผมวางเอาไว้ ก็แค่...อะไรอะไรเป็นใจเข้าข้างผมบ้างก็เท่านั้น

ซึ่งแมวตัวน้อยก็ยอมเข้าถ้ำเสือมาค้างที่คอนโดผมแต่โดยดี ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็พาให้ใจแกร่งสั่นไหว ยอมรับว่าบ่อยครั้งที่แอบคิดอยากทำอะไรมากกว่านอนกอดแต่ต้องพยายามห้ามใจไม่เผลอทำอะไรลงไปจนเธอโกรธ อยากให้เธอพร้อมอีกสักหน่อย

"พี่พาย ปังลืมชุดนอน"

"..."

แต่หลายครั้งที่ผมต้องพยายามยับยั้งชั่งใจยอมทนให้เธอแกล้ง แกล้งทำให้อารมณ์ของผมพลุ่งพล่านแล้วก็ทิ้งไว้กลางทางให้ผมทดโทษเธอในใจ ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน ผมลุกจากที่นอนเดินไปหยิบชุดนอนของเธอในตู้เสื้อผ้าแล้วเดินเลยไปเคาะประตูห้องน้ำยืนรอให้มือเล็กเปิดประตูออกมารับของที่เธอบอกว่าลืม

แกร๊ก!

จนกระทั่งเสียงกลอนประตูห้องน้ำที่ถูกปลดล็อกดึงให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิดที่กำลังฟุ้งซ่าน บานประตูแง้มออกเพียงเล็กน้อยพอให้มือเรียวเล็กยื่นออกมาควานหาของที่ต้องการ แต่เจ้าของมือกลับไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เห็นแม้แต่นิดเดียว ทำผมนึกสนุกแกล้งดึงมือตัวเองออกห่างให้มือเล็กควานหาอยู่อย่างนั้น

สุดท้ายเป็นเธอที่ทนไม่ไหวยอมพาตัวเองออกมาจากหลังประตูเผยให้เห็นผิวขาวอมชมพูที่ทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูพันปิดอะไรอะไรเอาไว้ไม่ค่อยมิดสักเท่าไหร่ ทำใจแกร่งแทบหยุดเต้นลอบกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ให้ผมก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังแกร่งชิดผนังห้องไม่มีทางให้ถอยได้อีก สบตาคู่กลมที่เวลานี้ดูซุกซนเมื่อรู้ว่าแกล้งผมสำเร็จ ใช้นาทีที่ผมเผลอคว้าชุดนอนตัวโปรดในมือของผมแล้วเตรียมจะวิ่งหนีแต่ยังช้ากว่ามือใหญ่ที่คว้าเอวบางดึงเข้ามากอดไว้แน่น แน่นจนอะไรอะไรแนบชิดและบดเบียดแผงอกแกร่งให้ใจที่เต้นแรงส่งเสียงดังแข่งกัน

"หนี?"

"มะ ไม่ได้หนีซะหน่อย"

ทำเสียงแหบพร่ากล่าวหาคนในอ้อมกอดพร้อมกับลมหายใจร้อนระอุ แต่คงไม่ร้อนเท่าอะไรอะไรที่กำลังขยายตัวพร้อมระเบิดออกมาทุกเมื่อในตอนนี้ มองชั่งใจแม่แมวที่พยายามเชิดหน้าสู้เก็บอาการสั่นกลัวไม่ให้ตาคู่คมสังเกตเห็น แต่ก็ไม่มิด ยิ่งทำให้ผมนึกสนุกอยากเอาคืนโดยการกระชับแขนให้แน่นขึ้นอีกหน่อย โน้มตัวลงไปเล็กน้อยจนหน้าผากวางแตะหน้าผากมนได้

จุ๊บ

"ขี้ยั่ววะ"

"ไม่เห็นได้ผลเลย"

"ใครบอก"

จุ๊บ

"พี่ทรมานจะตายอยู่แล้ว"

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่25 ถ้าน้องไม่กลับมา

    "เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่24 อยาก(ให้)ง้อ

    รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่23 พี่ขี้งอน

    "ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่22 ไม่ให้ผ่าน

    และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่21 ติดหนึบ

    กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่20 ลงโทษเด็ก NC

    "อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status